นิทานคนใบ้ / บทที่4.1 เพชรในตม


ดาบคมกริบฟันศีรษะของเฒ่ากิลจนขาดสะบั้น

แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นคนโดนฆ่า

ออโรร่าหวีดร้องอย่างตกใจสุดขีดเธอกระพุ่มมือปิดตาลง

แล้วยังร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดหย่อน

ในใจคิดเพียงคนที่ต้องตายคนต่อไปคือเธอเอง


เอ็ดเวิร์ดจ้องมองร่างกึ่งเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่กำลังหันหลังนั่งร้องห่มร้องไห้

ไม่นึกว่าหญิงที่มีฝีปากกล้าจะขวัญอ่อนเฉกเช่นอิสตรีที่แสนบอบบาง

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพบหน้าเธอเขาก็หลงรักเธอ

ยิ่งเขารู้จักกับเธอพบว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีไหวพริบยิ่งนักไม่เหมือนหญิงคนไหนที่เคยพบเจอ


ไหล่นวลเนียนไร้อาภรปกคลุมทำให้เธอดูงดงามไปอีกแบบ

เสื้อที่รุ่ยลงเผยให้เห็นปานที่กลางหลัง

และเพราะสิ่งนี้มันทำให้เขาถึงกับต้องตกใจหากไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย

เพราะเขาไม่เคยคิดว่าเธอเป็นหญิงธรรมดาสามัญ


เธอมีปานรูปกระต่ายเหมือนกับองค์หญิง

แต่เรื่องนี้เขาไม่คิดที่จะบอกกล่าวใคร

เพราะทันทีที่เธอเข้าเมืองเขาคิดจะพาเธอไปอยู่กับเขา

ดีกว่าปล่อยให้เธอตกเป็นชายาเล็กชายาน้อยของกษัตริย์

ผู้ซึ่งอาจจะเป็นบิดาแท้ๆ ของเธอด้วยซ้ำ


“แม่นางเจ้าปลอดภัยแล้ว”

เอ็ดเวิร์ดกล่าวทั้งที่ใบหน้ายังเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

หากแต่น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนประหลาดนัก


ตั้งแต่ทหารรายงานว่าเธอหายตัวไปในป่ากับทหารเลว

เขาก็เลือดขึ้นหน้า ควบม้าล่วงหน้าเข้าป่ามาโดยลำพัง

มาเห็นเธอในสภาพอนาถเพียงนี้

เขานึกสงสารในชะตากรรมของเธอเหลือเกิน

อะไรทำให้บุคคลที่คนทั้งแผ่นดินต้องสักการะ

ต้องมาผจญกรรมกลางป่าเขาจนเนื้อตัวมอซอแบบนี้


นางหันด้านข้างมาดวงตาชะงักค้างเหมือนคนตกใจสุดขีด

และพยายามปกปิดร่างกายท่อนบนไว้สุดความสามารถ


“รับไปซะ”

เขาถอดผ้าคลุมไหล่สีเขียวของตน

ที่มีตราตำแหน่งแม่ทัพประจำเมืองหลวง ‘ทราไมนาส’

ประทับเป็นดวงใหญ่กลางฝืนผ้าผืนนี้จะทำให้นางปลอดภัย


นางรีบรับไปคลุม แต่ผมยวงสีทองอร่ามยาวที่ติดอยู๋บนฝืนผ้า

ทำให้ออโรร่าดึงมันออกมามองด้วยความนึกรังเกียจ

แม่ทัพคนนี้คงมีหญิงมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาเสนอตัว

ไม่เว้นกระทั้งในป่าในดง


ใบหน้าสำอางได้รูปของเอ็ดเวิร์ดจ้องมองเส้นผมในมือของเธอ

โดยไม่มีคำพูดอะไร

เขาเพียงแต่หันแผ่นหลังกำยำแล้วกล่าวเพียงสั้นๆ

“ข้าจะช่วยเจ้า”


“คนอย่างท่านรึจะช่วยสามัญชนเช่นข้า”

ออโรร่ารู้สึกเคลือบแคลงใจ

เหมือนกับว่าเขากำลังยื่นข้อเสนอประหลาดเพื่อหวังผลตอบแทน


“ข้าจะช่วยให้เจ้าเป็นอิสระ”

เขาหันเสี้ยวหน้าด้านหนึ่งไปด้านข้าง

ดวงตาเหม่อลอย ตอนแรกเขาคิดว่านางแกล้งเสแสร้งเพื่อปกปิดฐานะ

แต่ที่แท้นางไม่รู้จริงๆ ว่าตนเองเป็นใคร

เขานึกสงสัยเหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระราชินีผู้แสนสิริโฉมพระมารดาของนาง

เพราะข่าวลือมีเพียง นางเสียชีวิตพร้อมลูกสาวในป่าขณะหนีตายในศึกสงคราม

แต่ที่เลือดเย็นไปกว่านั้น ก็คือกษัตริย์องค์นี้ไม่เคยคิดจะตามหาศพลูกเมียของตนเอง

ไม่กี่สัปดาห์หลังจากสงครามยุติลงพระองค์ก็แต่งตั้งพระชายาคนใหม่ให้เป็นพระราชินีแทน

โดยไม่มีการไว้ทุกข์หรือสั่งให้ข้าราชบริพารเก็บข้าวของเดิมๆ ของพระราชินีองค์ก่อนไว้เลย

เขาเกรงว่าถึงแม้จะทูลว่าพบองค์หญิงแล้วก็ตาม

แต่จะทรงไม่ยินดี หรือซ้ำร้ายจะแต่งลูกสาวแท้ๆ ไปเป็นนางสนมในวัง


“ท่านต้องการอะไรกันแน่”

นางจ้องมองเขาด้วยความไม่ไว้ใจ


“ข้าไม่อยากเห็นท่านเป็นทุกข์ แม่นาง”

เขาอยากช่วยนางด้วยเจตนาดี

อดีตร้ายๆพวกนั้นสำหรับเขาแล้วนางไม่จำเป็นต้องรู้

แม้จะต้องฝืนใจบังคับให้นางมาเป็นของเขาก็ตาม

ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มือน้อยที่แสนอ่อนนุ่มต้องแตกระแหงเพราะทำงานอย่างทาส

แม้เขาจะมีอนุภรรยาอยู่ที่บ้านแล้วก็ตามทีแต่นั้นไม่ใช่ปัญหา

หากนางไม่ต้องการให้เขามีหลายภรรยาเขายินดีจะไล่อนุภรรยาสองคนในบ้านออกไปเสีย


“ท่านกำลังจะพาหญิงสาวพวกนั้นไปให้พระราชาเลือกเป็นชายาคนใหม่ใช่ไหม”

นางเห็นความรู้สึกสงสารแว๊บหนึ่งในแววตาสีน้ำตาลอ่อนของแม่ทัพหนุ่ม

ดูคล้ายกับว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากจะทำหน้าที่นี้สักเท่าไรนัก


“คงเป็นอย่างนั้นแหละแม่นาง”

ถ้าแลกผู้หญิงพวกนั้นกับการที่จะให้นางเป็นอิสระเขาย่อมทำอยู่แล้ว

เขาหันกลับมาและก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว

ก่อนจะคว้าแขนของนาง


“ท่านจะพาข้าไปไหน”

แววตาสีท้องฟ้าปราดมองเอ็ดเวิร์ดด้วยความรู้สึกขัดขืน


“ท่านต้องไปซ่อนตัว”

สิ้นเสียงของเขา

เสียงระเบิดดังลั่นฝืนป่าตามมาด้วยเสียงเฮของเหล่าทหาร

และเสียงประดาบเคร้งๆ! ก้องระงม


ที่ชายป่าไกลออกไปเกือบกิโล มีสีแดงของเปลวเพลิง

เจ้าไมนอส ม้าคู่ใจของเอ็ดเวิร์ดร้องตกใจและพยายามดึงตัวออกจากต้นไม้ที่มันถูกผูกไว้

ดาบเงินยวงของเวนดอร์ตัดเชือกนั้นจนขาดสะบั้น

“ไหนนายของเจ้า!”

เขาตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด

ก่อนจ่อดาบเข้าที่คอของทหารเลวนามอดิล

ผู้ที่อ้างว่านายของมันตามหญิงสาวที่เขารักเข้าไปในป่า


“ได้โปรดเถอะท่าน ท่านแม่ทัพเข้าไปในป่าเพื่อตามหาแม่นางคนหนึ่ง

ทีมีผมสีเงิน เพราะทหารจับตัวนางไปเนื่องจากความเมามาย

ท่านแม่ทัพดูจะเป็นห่วงนางมาก ข้าเชื่อว่านางต้องปลอดภัย”


เวนดอร์บนหลังม้าในชุดสีดำสนิทออกคำสั่งกับคนในหมู่บ้าน

“ทอฮาเจ้าดูแลคนของเรา ช่วยคนที่โดนจับมา ที่เหลือเผามันให้เกลี้ยง

อิสซู อาเทอร์ ตามข้าเข้าไปในป่า”

เวนดอร์ตะโกนก้อง ก่อนที่ทั้งสามจะควบม้าทะยานเข้าป่า

ที่สว่างไสวด้วยสีแดงของเพลิง




Create Date : 03 สิงหาคม 2559
Last Update : 3 สิงหาคม 2559 22:07:33 น.
Counter : 496 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ทวนเวลา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีผู้อ่านทุกท่านและเพื่อนที่เคารพทั้งหลายข้าพเจ้าในนามของเจ้าของblogขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในที่นี้ขอบคุณจ่ะ
pearleus pearleus
สิงหาคม 2559

 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31