ดร.รอยล จิตรดอน ชี้คลื่นยักษ์ 12 เมตร จากขั้วโลกใต้เคลื่อนเข้าไทย มีข้อดี
ดร. รอยล จิตรดอน

          ดร.รอยล จิตรดอน ชี้คลื่นยักษ์สูง 12 เมตรจากขั้วโลกใต้เข้าไทย เผยมีข้อดี ช่วยเพิ่มน้ำในเขื่อน และแก้ปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ได้


วันที่ 24 มิถุนายน 2558 ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริเวณกลางทะเลในขั้วโลกใต้เกิดคลื่นสูงขนาด 10-12 เมตร โดยคลื่นลูกดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือ "ไคลเมทเชนจ์" และจากการตรวจสอบพบว่า คลื่นลูกนี้กำลังเคลื่อนที่ไปใน 2 ทิศทาง คือ

1. เคลื่อนที่อ้อมทางด้านใต้ของทวีปออสเตรเลีย แล้ววกเข้าทางมหาสมุทรแปซิฟิก

2. เคลื่อนที่มาทางมหาสมุทรอินเดีย เข้ามาทางภาคตะวันตกของประเทศไทย โดยจะหอบเอาความชื้น และฝนจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาพร้อมกัน

สำหรับลมมรสุมดังกล่าว จะเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันตก ซึ่งจะส่งผลให้ จ.ระนอง, จ.กาญจนบุรี และ จ.ตาก เกิดฝนตกหนัก ถึงหนักมากติดต่อกันอีก 2-3 วัน เป็นการช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ได้ ทั้งยังเป็นการบรรเทาวิกฤตภัยแล้งในหลายพื้นที่อีกด้วย

นายรอยล กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2554 ก็เคยเกิดคลื่นลูกเดียว จากแหล่งกำเนิดเดียวกันนี้ เข้ามาในประเทศไทย และได้สร้างความเสียหาย โดยทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันตก โดยเฉพาะ จ.กาญจนบุรี ซึ่งในตอนนั้นทำให้สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ และในครั้งนี้คาดว่า จะมีฝนตกหนักอีกทีช่วงวันที่ 25 มิถุนายนเป็นต้นไป

คลื่นยักษ์ 12 เมตร

เมื่อถามว่า ความสูงของคลื่นที่สูงถึง 10-12 เมตร ที่เคลื่อนที่เข้าทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทยนั้น จะสร้างความเสียหายมากแค่ไหน นายรอยล เปิดเผยว่า  ความสูงของคลื่น 10-12 เมตรนั้น จะสูงบริเวณจุดกำเนิด คือ กลางทะเลในบริเวณขั้วโลกใต้ ยิ่งคลื่นมีความสูงมากเท่าใด ที่มีกำลังแรง และจะหอบนำเอาความชื้นมาได้เยอะ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของลมมรสุมในทิศทางที่คลื่นนั้นเคลื่อนที่ไป ซึ่งขนาดความสูงดังกล่าวนี้มีแรงส่งและพลังค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามเมื่อเคลื่อนที่เข้าใกล้ฝั่ง ความสูงของคลื่นก็จะลดลงตามลำดับ อาจจะอยู่แต่ 2 เมตร เท่านั้น แต่อิทธิพลที่เหนี่ยวนำเอาลมมรสุมเข้ามานั้นไม่ได้ลดลงเหมือนความสูงของคลื่น

นอกจากนี้ นายรอยล ยังกกล่าวถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นว่า ปัญหาภัยแล้งหรือเรื่องของการขาดแคลนน้ำที่พบในขณะนี้ ล้วนเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ต้องพึ่งพาน้ำจากระบบชลประทาน ซึ่งทางจากระบบชลประทานก็ต้องพึ่งพาน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ เมื่อเขื่อนไม่สามารถส่งน้ำมาให้ได้ก็ย่อมเกิดปัญหา ดังนั้น ตนจึงอยากแนะนำทุกพื้นที่การเกษตรจัดทำแหล่งน้ำสำรองเอาไว้ใช้ แทนการพึ่งพาน้ำจากระบบชลประทานอย่างเดียว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดน้ำและแย่งน้ำกันใช้อีก


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Kaokala Fc, ครอบครัวข่าว 3

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก



Create Date : 24 มิถุนายน 2558
Last Update : 24 มิถุนายน 2558 16:29:10 น.
Counter : 526 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



All Blog