มกราคม 2560

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
16
18
20
21
22
24
25
26
28
29
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 23 มือที่สาม กับการลักพาตัว






เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 23 มือที่สาม กับการลักพาตัว

คำพูดของพร้าวทำให้หวาย และชาวเกวียน ที่ชุมนุมอยู่บริเวณที่พักเพลานี้ นิ่งเงียบตั้งใจฟัง เพราะเหมือนว่าเรื่องราว ความสงสัยบางอย่างกำลังจะคลี่คลาย

หวายรู้สึกว่าถ้าพูดคุยที่นี่จะเป็นการรบกวนการพักผ่อนของแก้วและก้องจึงกล่าวว่า

“พี่พร้าว พวกเราน่าจะหาที่คุยกันที่ไม่เป็นรบกวนผู้ที่กำลังพักผ่อนดีกว่าข้าคิดว่าใกล้กองไฟด้านโน้น น่าจะเหมาะที่สุด”

หวายชี้ไปที่กองไฟห่างจากจุดนี้ไปประมาณ สามสี่วาดังนั้นผู้ที่มีความสำคัญต้องรับรู้ปรึกษาหารือจึงได้ย้ายไปจุดดังกล่าว

หลังจากย้ายมายังจุดริมกองไฟที่ให้แสงสว่างและช่วยไล่ยุง แมลง ให้แก่คนและสัตว์เลี้ยงบรรยากาศจุดนี้รอบด้านมีเสียงวัวขยับตัว สะบัดหาง ส่งเสียงเป็นระยะ หวายมองผู้ที่เข้ามาร่วมล้อมวงเตรียมประชุมเขารู้สึกว่าขาดผู้หนึ่งไป

“ดูเหมือนข้าไม่เห็นใครบางคน”

หวายถาม ด้วยความรู้สึกของเขาเพลานี้ เหมือนไม่เห็นใครบางคนตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำแล้ว

“ใครบางคน ใครจะรู้ไหมว่า ใครบางคน คือใครหรือใครขอรับ”

ลวกอดไม่ได้ที่จะถามแบบนั้นรวมทั้งคนอื่นๆ ที่มองหน้าหวาย แสดงความสงสัยทางสีหน้า

“อืม ..ข้านึกออกแล้ว พอกข้าไม่เห็นพอก ตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว มีใครเห็นบ้างหรือเปล่า”

หวายนึกถึงพอกแต่ไม่แน่ด้วยเหตุเขากำลังวุ่นกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้สังเกตเห็นพอก

“ข้าว่ามันคงยังตกใจตอนวิ่งหนีช้างยังไม่หายขวัญหนีกระเจิดกระเจิงแล้วมั้ง คงไปหายาหอม ยาดมแก้เป็นลมอยู่มั้ง ฮ่าๆๆ อูย”

ไอ้เขียดได้ที พูดซ้ำเติมเยาะเย้ยคนที่มันหมั่นใส้ตามสันดานของมัน แต่ลืมไปว่ามันก็เพิ่งโดนยังไม่หายดี ตอนวิ่งหนีช้างก็ไปชนบางสิ่งเข้าอีกพออ้าปากหัวเราะดังไปหน่อย อาการเจ็บระบมก็กำเริบ ต้องหยุดหัวเราะ

“กระผมอยู่นี่ขอรับ”

เป็นเสียงของพอกที่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแสดงถึงความเป็นผู้ระงับอารมณ์ได้ดี ยืนเงียบในจุดที่อับแสงไฟส่องในเวลาย่ำค่ำ จึงไม่สะดุดตาแก่ผู้ไม่ได้สังเกต

“เป็นไงพอกหายตกใจแล้วรึ ต้องไปหายาหอม ยาดมตามที่ไอ้เขียดว่าหรือเปล่า”

หวายถามยิ้มๆ พอก หันไปมองเขียดด้วยหางตา คิ้วขมวดขึ้นอย่างขัดใจนิดหน่อยแล้วหันมาตอบเรียบๆ

“ไม่เป็นไรเจ็บนิดหน่อยทายา กินยาแล้ว”

พอกตอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห้วน

“ดีแล้ว เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาพี่พร้าวเริ่มเลยดีกว่า เอาเรื่องที่ว่าแก้วบอกอะไรบ้าง คาดว่าทุกคนอยากรู้”

หวายมองไปรอบๆพูดพร้อมกับพยักหน้ากับพร้าวเป็นเชิงว่าทุกคนน่าจะพร้อมแล้ว พร้าวนิ่งสักครู่ เหมือนพยายามรวบรวม ความจำที่ได้ยินได้ฟังมาชั่วสักครู่หันมาทางหวายเอ่ยขึ้นว่า

“ขอเริ่มจากล่ะนะเรื่องที่ฟังมาจากปากของแก้วและก้อง เกี่ยวกับการหายตัวไปของแก้วจากเมืองโคราช อันเห็นเหตุให้เศรษฐีส่งคนตามหาและมาปรากฏตัวแบบวุ่นวายที่ปางพักแห่งนี้

ตามคำบอกเล่า ได้ความว่าแก้วนึกอยากติดตามขบวนเกวียนไปเที่ยว เมืองหลวง แต่เศรษฐีไม่อนุญาต

แม้จะพยายาม ขอแอบติดตามกับขบวนเกวียนนี้ไม่มีใครกล้าให้ติดตามมาด้วย เนื่องด้วยกลัวโดนเศรษฐีตำหนิ”

“แก้วคงอยากติดตามใครสักคนในขบวนเกวียนนี้ไปเมืองหลวงแต่ไม่มีผู้ใดให้ติดตามมาด้วย”

เสียงหนึ่งดังขึ้นมา

“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นแต่ใครกล้าขัดคำสั่งเศรษฐี ก็บ้าแล้ว”

เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอีกคล้ายกับเป็นเสียงไอ้อึ่ง พร้าวชะงักมองฝ่าแสงวับแวม ไปที่ต้นเสียงนิดหน่อย ถลึงตาจ้องมองเป็นเชิงปรามด้วยเกรงว่าวิวาทะ จะบังเกิดขึ้นใจไม่ช้า แล้วหันกลับมามองไปกลางที่ประชุมพูดต่อว่า

“หลังจาก ขบวนเดินทางออกจากโคราชได้ไม่นานแก้วก็ชวนก้อง น้องชาย ปลอมตัว ด้วยหวังว่าไม่ให้ใครจำได้ พร้อมด้วยผู้ติดตาม

เดินทางมาในเส้นทางเดียวกับขบวนเกวียน รีบเร่งเดินทางหวังว่าจะให้ทันขบวนเกวียนในเวลาอันรวดเร็ว

ระหว่างนั้น พวกเจ้าฉลอง หรือไอ้หลอที่พวกเราเรียกกันไปเจอเข้า แก้วกับก้องแสดงอาการพิรุธให้พวกไอ้หลอจับผิดได้

จากนั้นเจ้าหลอเริ่มวางแผนลักพาตัว และให้คนของมันทำร่องรอยต่างๆให้เห็นว่าแก้ว และก้องยังคงมุ่งหน้ามาทางขบวนเกวียน ทำให้ผู้ติดตามไขว้เขวเห็นว่าคนทั้งสองยังคงเดินทางมาทางขบวนเกวียน

ส่วนหลอพาแก้วฟ้า กับก้องไปอีกทางแต่ไม่รู้ว่าถึงคราวซวยของมัน หรือไม่ พวกกระแตดง ไปเจอ ก็เลยจับตัวพามาที่ขบวนเกวียนนี้

ส่วนคนของทางการไม่แน่ใจว่าเป็นพวกกรมเวียงหรือวังคลัง นา ที่พวกเราเห็นเกาะติดขบวนเกวียนมาตลอดทาง ก็ติดตามแก้วตามที่เจ้าหลอได้สั่งให้คนของมันสร้างร่องรอยไว้เชื่อมโยงมาทางขบวนเกวียน”

พร้าวหยุดพูดมองหน้าหวายเหมือนขอความเห็น

“กระแตดงคือกลุ่มที่ก่อกวนขบวนเกวียนของเราใช่ฤาไม่”

หวายกล่าวขึ้นหันหน้าไปทางพอก

“น่าจะใช่ขอรับ”

พอกตอบเสียงเรียบพร้าวหันมาทางพอกกล่าวต่อไปว่า

“พวกกระแตดง ความจริง หาข่าวและติดตามขบวนเกวียน มาพอสมควร จะเห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้ ติดตามก่อกวนขบวนเกวียนของเราเป็นระยะมีการปล่อยข่าวเกี่ยวกับขบวนเกวียนของพวกเราด้วย ไม่รู้ว่าจุดมุ่งหมายของผู้คนกลุ่มนี้ต้องการสิ่งใด”

“พวกกระแตดงปล่อยข่าวเกี่ยวกับขบวนเกวียนนี้เรื่องอันใดพี่พร้าว ข้าใคร่รู้นัก”

ลวกถามขึ้นมาด้วยความสงสัยซึ่งมันเป็นแทนของความสงสัยของหลายๆ คน

“ก็ปล่อยข่าวว่าขบวนเกวียนของเรามีลายแทงขุมทรัพย์นะสิแสบมั้ย นี่แหละเป็นสาเหตุให้คนขบวนม้า มาค้นคนขบวนเกวียน ค้นแล้วค้นอีกก็เพราะข่าวลือนี่เหละ ข้าคิดว่าอีกไม่นานจะมีกลุ่มอื่นหาเรื่องมาค้นขบวนเกวียนเราอีก”

พร้าวไขความกระจ่างให้ฟังหลายผู้คนถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะไอ้เขียด

“มิน่าพวกมันถึงได้ตั้งค้นขบวนเกวียนเหลือเกินค้นทั้งคน ค้นทั้งเกวียน ตอนนั้นคิดว่าสาเหตุที่ไอ้ผมยาวอยากค้นคนก็เพราะว่าอยากดูของดีของนายหวายซะอีก ที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้นี่เอง เข้าใจแล้ววันนี้ไม่สงสัยแล้ว”

ตอนท้ายไอ้เขียดหันมายิ้มกับหวายจากนั้นพร้าวกล่าวต่อไปว่า

“จากปากคำของแก้ว ถ้าเป็นความจริง เจ้าหลอและแก้วก็มีส่วนแห่งความวุ่นวายครั้งนี้ เจ้าหลอสมควรที่จะให้ทางการสืบสวนลงโทษน่าจะดีกว่า”

พร้าวถอนใจพูดต่อไปอีกว่า

“ไม่รู้ว่าอะไรมามาดลใจแก้ว ถึงได้กล้าทำปานนี้ในเส้นทางผ่านป่าเขา ถ้าไม่เจอเจ้าหลอก็อาจเจอโจรกลุ่มอื่น หรือไม่ก็เป็นสัตว์ร้ายที่มีอยู่มากมายในป่า อีกประการหนึ่ง เพลานี้ เป็นยุคข้าวยากหมากแพง บ้านเมืองยังไม่สงบจากสงครามดีนัก

สงครามชิงอำนาจยังมีอยู่สงครามใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ข้าละเบื่อหน่ายสงครามเหลือเกินเมื่อใดผู้คนจะอยู่อย่างพอเพียง เห็นชีวิตผู้คนเป็นสิ่งมีค่า ไม่แย่งชิงอำนาจก็ไม่รู้”

ตอนท้ายพร้าวพูดพร้อมกับถอนหายใจอย่างท้อแท้ในสถานการณ์ของบ้านเมือง จากนั้นกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงปนเศร้าว่า

“การเพาะปลูก การค้าขายทำได้ไม่เต็มที่มีผู้คนอดอยากมากมาย เป็นเหตุให้มีการส้องสุมผู้คนดักปล้นไม่เว้นแม้แต่กองเสบียงของทางการ

ขบวนเกวียนของพวกเราโชคดีมาก ที่ยังไม่โดนปล้นจังๆสักครั้ง เรามีการคุ้มกันที่เข้มแข็ง มีชื่อเสียงในการป้องกันตัวหรือไม่ก็เป็นเพราะมีกองกลุ่มอื่นๆ เช่น คนของทางการ หรือกระแตดงติดตามมาตลอดทาง

หรือไม่ก็ยังไม่ถึงถิ่นของพวกมันทำให้โจรกลุ่มอื่นยังไม่ได้โอกาสล่วงเกิน แต่อย่างไรเสียสักวันคงโดนปล้นเป็นแน่ แต่ไม่รู้ว่าจะโดนเมื่อใดขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมตลอดเพลา”

หวายนั่งฟังคิดตามมองไปผู้ที่นั่งอยู่รอบๆหลายๆ ที่นั่งฟังอยู่แต่ละคนสีหน้าเหมือนจะท้อแท้ตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นในเพลานี้

ในฐานนะที่เขาเป็นหัวหน้ากองเกวียนจึงมีความคิดว่าต้องพูดอะไรสักอย่างเพื่อกระตุ้น ความรู้สึกให้ทุกคนเห็นถึงความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในเพลานี้ว่าควรจะทำเยี่ยงไร

“ชีวิตยังอยู่คงต้องสู้ต่อไปขอให้ได้ทำให้เต็มที่ให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ ส่วนผลที่ตามมาจะเป็นเยี่ยงไรก็แล้วแต่ความพยายาม และบุญกรรมของเรา

ถ้าเราได้ทำเต็มที่แล้วแต่ไม่เป็นอย่างที่เราหวัง ควรภูมิใจว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว แค่นี้ก็ไม่อายฟ้าไม่อายดินแล้ว”

หวายเว้นระยะนิดหน่อยแล้วก็พูดต่อ

“แก้วกับก้อง ข้าคิดว่า ควรขอมอบให้พี่พร้าวนำกลับไปโคราชส่งคืนท่านเศรษฐี

ตามความเห็นของข้า อยากให้เดินทางไปพร้อมกับ พวกกลุ่มคนบนหลังม้าของทางการก็แล้วกันจะได้ช่วยกันดูแล ทุกคนเห็นเป็นเยี่ยงไร”

สรุปแล้วทุกคนเห็นด้วยหลอกับพวกให้คนของทางการนำตัวไปพิจารณาความผิดตามอาญาของบ้านเมือง

ส่วนแก้วและก้อง พร้าวพร้อมด้วยผู้ติดตามสองคนคุ้มกันไปส่งคืนเศรษฐีอ่ำที่เมืองโคราชเดินทางพร้อมกับขบวนของทางการ

“เป็นคนใครดูแลเรื่องยาของไอ้หลอ ให้ยาให้น้ำเรียบร้อยรึยัง”

หวายถามเพื่อตรวจความเรียบร้อยความจริงแล้วกับไอ้หลอก็เคยเขม่นกันมาบ้างสาเหตุมาจากแก้วให้ความสนิทสนมกับเขา สร้างความไม่พอใจให้กับหลอยิ่งนัก

แต่หวายไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นคำสอนของหลวงปู่ ที่ปลูกฝังเขามาตั้งแต่เด็ก เวรย่อยระงับด้วยการไม่จองเวรผุดขึ้นมาในใจอยู่เสมอ

เพลานี้ อาการของหลอและพรรคพวกตอนนี้ไม่ดีเท่าใดนักการซ้ำเติมคนเจ็บไม่ใช่วิสัยของเขา

ถึงแม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าในยามที่พวกมันหายเจ็บแล้วจะหวนมาทำร้ายเขาหรือไม่ก็ตาม

“ให้เรียบร้อยแล้วขอรับนาย”

เสียงของพอกตอบมา

“อ้อ นายเองดอกรึรู้เรื่องยากับเขาด้วย อืม...ดี ให้ยาอันใดบ้างละ”

หวายถามด้วยความอยากรู้ เพราะว่าผู้ที่เดินทางผ่านป่าเขาทุกคนต้องศึกษาเรื่องนี้พอสมควรถือว่าเป็นพื้นฐานเลยทีเดียว ไม่ใช่ว่าศึกษาเกี่ยวกับยุทธวิธีการต่อสู้ป้องกันตัวเท่านั้น

“ก็ให้ตามคำแนะนำของพร้าวกับน้ำใสดูเหมือนอาการจะดีขึ้นนะ น้ำใสเป็นหมอยาที่พึ่งพาอาศัยได้ในระดับหนึ่งทีเดียว”

พอกกล่าวดัวยความศรัทธาในวิชารักษาคนของน้ำใส

“บ้านน้ำใสเป็นโรงหมอมาก่อนแม้ว่าจะว่าน้ำใสจะไม่เก่งเท่าพ่อของนาง แต่ข้าว่าฝีมือเข้าขั้นข้าเคยรอดชีวิตเพราะบ้านนี้”

พร้าวเสริมขึ้นมาจากประสบการณ์ที่ตนเองได้รับ

“อย่างนั้นก็จัดแบ่งเวรยามจุดนี้ให้ดีแบ่งคนไปดูที่ไอ้หลอด้วย ลางทีไม่แน่ตกดึกอาจโดนผู้ใดมาก่อกวนก็เป็นไปได้

ลวกไปดูไอ้หลอด้วยกันน้าพร้าวคงไม่ต้องไป พักผ่อนดีกว่า อยู่ดูแลทางนี้ด้วยที่เหลือก็แยกย้ายไปพักผ่อนก็แล้วกันหรือจะจัดเวรอย่างใดก็จัดไป ข้าไปละ”

หวายพูดจบ เดินไปที่แก้วนอนเห็นแก้วและก้องยังนอนหลับมีน้ำใสและมุกนอนเป็นเพื่อน

จากนั้นหวายไปที่พักของกลุ่มคนของทางการเพื่อดูอาการของเจ้าหลอ และเพื่อบอกกล่าวเรื่องที่จะทำในวันพรุ่งนี้แก่คนกลุ่มนั้น

เมื่อไปถึงพบว่าเจ้าหลอ นอนกรนอ้าปากเห็นฟันซี่หน้าที่หายไป1 ซี่ อันเป็นจุดเด่นของมัน หลับสนิทพร้อมกับลูกน้อง

จากนั้นหวายได้แจ้งเรื่องให้กับกับกลุ่มคนทางการจากเมืองโคราชตามที่ชาวขบวนเกวียนได้ข้อสรุปตกลงกันซึ่งจมื่นก็เห็นด้วย

จากนั้นหวายได้กลับไปยังที่พักเข้านอนจนกระทั่งรุ่งเช้า

“อะไรนะไอ้หลอกับพวกหายตัวไปแล้ว”




Create Date : 23 มกราคม 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:32:24 น.
Counter : 395 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments