มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
หวายดง ตอนที่ 32 การรักษาผู้บาดเจ็บ


หวายดง โดย ทักษภณ

ตอนที่ 32 การรักษาผู้บาดเจ็บ

“แกจะหนีไปทำไม ไปได้เยี่ยงไร เพลาใด ตอนรู้ว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาก็ยังคุยกันอยู่”

ลวกกล่าวแย้งด้วยความสงสัย

“ถ้าเยี่ยงนั้น คนทั้งสองไปที่ใด หรือจะได้รับบาดเจ็บรึเปล่าไปช่วยกันค้นหาเร็ว คาดว่าไม่นานฝนอาจจะตก การค้นหาจะยุ่งยาก ไปดูที่อยู่ตอนโจรบุกเข้ามาน่าจะอยู่แถวนั้น”

หวายรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจมื่นและลูกน้องจะได้รับอันตรายเพราะหายไปทั้งคู่ จึงสั่งให้ค้นหาเป็นการด่วน

“แถวนั้นคือที่ใดขอรับท่านหัวหน้า ผู้ใดรู้บ้างว่าจมื่นตอนโจรบุกมาอยู่ณ ที่ใด ผู้ใดเห็นบ้างว่าอยู่ที่ใด ใกล้กับผู้ใด”

“ใดๆ อยู่นั่นแหละก็อยู่กับพวกข้า น่าจะใกล้ ๆไอ้ลวก”

พร้าวจ้องหน้าลวก ตอบสีหน้าน้ำเสียงเรียบๆ

“อ๋อ....อยู่ใกล้ไอ้ลวก..ลวกใด ..เฮ้ยก็ข้านะสิ”

ลวกพูดพร้อมกับชี้มือมาที่ตัวเองหันทำนองหันไปถามไปผู้คนที่อยุ่รอบๆเหมือนไม่แน่ใจ

“เออ...เองนั่นแหละ ก็อยู่ด้วยกัน”

หวายตอบพร้อมกับเตะไปที่ก้นลวก แต่ก็อยู่ในความคาดเดาของลวกอยู่แล้วจึงกระโดดหลบทัน

จากนั้นการระดมคนในขบวนเกวียนเพื่อค้นหาผู้ที่สูญหายจึงเริ่มขึ้นใช้เวลาไม่นาน ก็พบจมื่นศักดิ์ในสภาพนอนนิ่ง เอามือกุมที่ส่วนขาร้องเบาๆ ในมุมมืดข้างล้อเกวียนสินค้าลำหนึ่งพร้อมกับลูกน้องคู่ใจ

“ท่าทางบาดเจ็บหนักเป็นเยี่ยงไรบ้างท่านจมื่น ทำไมไม่ร้องเรียกให้คนช่วย”

หวายถามอาการด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับกวักมือเรียกให้น้ำใสมาดูอาการ

“โอ้ย...ข้าโดนพวกลอบกัดย่องเข้ามาตีที่ขาร้องแล้วแต่ไม่มีใครได้ยิน ข้าเป็นคนนอกคงไม่มีผู้ใดสนใจดอก”

จมื่นตอบแกนประชดปนด้วยเสียงร้องแหบพร่าแสดงถึงความเจ็บปวด พร้อมกับมองไปยังคนสนิทที่โดนตีเหมือนกันนอนอยู่ข้างๆ

“ไม่มีผู้ใดคิดเช่นนั้นดอก เรามาด้วยกันก็เป็นพวกเดียวกันเหมือนว่าคนสนิทของท่านก็โดนตีด้วย ไม่น่าเชื่อว่าพวกโจรกล้ามากบุกมาถึงปางพักโดยที่ชาวขบวนเกวียนคาดไม่ถึงทุกคนคิดว่าถอยไปหมดตอนโดนไฟไหม้แล้ว

คาดว่าพวกมันเข้ามาตอนที่พวกเราเผลอพวกนี้แสบจริง ทำเป็นว่าเข้ามาโจมตี แล้วถอย ให้พวกชาวขบวนเกวียนดีใจประมาทในการเวรยาม จากนั้นส่งอีกพวกเข้ามาอีกด้านหนึ่ง ช่วยกันสำรวจสิ่งของหน่อยว่าพวกมันเอาสิ่งใดไปได้บ้าง”

ตอนท้ายหวายสั่งให้คนของขบวนเกวียนส่วนหนึ่งสำรวจความเสียหายสิ่งของในขบวนเกวียน และผู้บาดเจ็บอีกครั้ง

“พวกมันวางแผนดีจริง ๆคงเป็นเพราะเห็นว่าพวกขบวนเกวียนมีเยอะ เวรยามแน่นหนา จึงได้ใช้แผนเช่นนี้อาศัยชาวขบวนเกวียนเผลอ คิดว่าพวกมันไปหมดแล้ว เข้ามาในบริเวณที่พักช่วงชุลมุนวุ่นวายดูแลคนเจ็บ ท่านจมื่นไปเห็นพวกมันก็เลยจัดการตีที่ขา ถ้าตีที่จุดอื่นไม่รู้ว่าจะเป็นเยี่ยงไรนับว่าพวกมันปราณีจริงๆ น้ำใสอาการท่านจมื่นเป็นเยี่ยงไรบ้าง”

พร้าวแสดงความคิดเห็น จากนั้นหันไปถามน้ำใสที่กำลังดูอาการโดยมีส้มเป็นผู้ช่วย

“คาดว่าอาการคงจะหนัก คล้ายว่ากระดูกขาหักคนที่ถือคบไฟช่วยส่องทางนี้หน่อย เตรียมยาไว้ด้วย หรือไพลก็ได้”

น้ำใสตอบออกคำสั่งในขณะกำลังจุดที่คิดว่าจะโดนตี

“เอาตะไคร้ด้วยไหม”

คำถามของอึ่ง สร้างความแปลกใจให้ลวกยิ่งนัก

“เอาตะไคร้มาทำไรข้ารู้แต่ว่าไพลช่วยรักษาอาการฟกช้ำ ข้าเคยเอามาใช้กับไก่ชนบ่อยๆ”

“เอามารักษาขาของท่านจมื่นนะสิข้าเคยเห็นพ่อข้าเอาตะไคร้พันขาไก่ที่บ้าน หายทุกตัว”

“อาการบาดเจ็บขาของไก่หาย”

“มันหายไปจากโลก...เอ้ยไม่ใช่ ข้าพูดเล่น..ดูแล้วมันเหมือนจะหายเจ็บนะคือหลังจากผูกตะไคร้ที่ขามันไม่เดินกะเพลกๆ กลับกลายเป็นว่าเดินพลิ้ว หรือข้าคิดไปเองไม่รู้

ลางทีแม่ข้าเจอสัตว์เลี้ยงตัวไหนเดินกะเพลกหรือบาดเจ็บ แกเอาตะไคร้พันหมด เจ็บตรงไหน พันตรงนั้น ดูแล้วมันเหมือนจะดีขึ้นถ้าสัตว์เลี้ยงมีแผลก็จะใช้ไพลเป่าพ่นลางทีใช้ตะไคร้พัน พ่นไพลด้วยทำทั้งสองอย่าง”

“แม่ พ่อเองเก่งเนอะสู้คนแถวบ้านข้าไม่ได้ สัตว์เลี้ยง หรือคนเป็นอะไร รักษาโรคด้วยการเป่าพ่นเหล้าขาวอย่างเดียวเป่าพ่นครึ่ง กลืนกินครึ่ง ลางทีอมสองครั้ง เป่าหนึ่งครั้งก็มี สุดท้ายเมาทั้งคนพ่นและสัตว์เลี้ยง”

“คนพ่นทำเหมือนมีเป่าคาถากำกับด้วยใช่รึเปล่าคุ้นๆ แถวบ้านข้าก็มี หมู หมา กา ไก่ หรือคน จับมาเป่าหมด หลังจากเป่าเมาทั้งคนเป่าและผู้ที่ถูกเป่า”

“เองสองคนไม่ใช่บ้านเดียวกันรึทำไมจะไม่คุ้นๆ แต่ข้าคุ้นกว่า เพราะว่าข้าก็เป็นคนบ้านเดียวกันกับพวกเองสองคน พวกเองทำแบบนี้บ่อยๆไม่ใช่ดอกรึ หลอกชาวบ้านเขาหาเรื่องกินเหล้าฟรีใช่ไหม”

เขียวอดไม่ได้ที่จะขัดคอลวกและอึ่งคุยกันเป็นที่ถูกคอแต่กำลังจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระ ในขณะที่น้ำใสกำลังดูอาการบาดเจ็บให้คนทั้งสอง

“โอ้ย...เบาหน่อย ข้าเจ็บจะตายแล้วไอ้พวกลอบกัด อย่าให้เจอตัวนะมึง”

เสียงจมื่นร้องขึ้นพูดกัดฟันด้วยน้ำเสียงโกรธจัด แม้จะไม่แน่ใจว่าจมื่นเจ็บแผลหรือไม่พอใจผู้ใด แต่ก็ทำให้ลวกและอึ่งเงียบลงเพราะรู้ว่าบรรยากาศเพลานี้ไม่ใคร่ดี

“พวกที่แอบตีสงสัยเห็นท่านจมื่นกับลูกน้องขาสวยน่าตีหรือไม่ลางทีพวกมันอาจมีแผนอันใดอีกก็ได้ ไม้ท่อนนี้รึเปล่าทีใช้ตี”

เขียดคว้าท่อนไม้ขนาดเหมาะมือที่เห็นอยู่บนพื้นดินใกล้ๆขึ้นมาลองเหวี่ยงดูเล่นอันที่จริงเขียดคิดไปไกลกว่าที่พูดซึ่งไปในทางลบกับจมื่นแต่ไม่อาจเอ่ยปาก

“ช่วยกันหามทั้งคู่ไปที่พักดีไหมแล้วค่อยหาทางรักษา”

พอกกล่าวตัดบทเสนอความเห็น ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

“หามไปที่บริเวณโบสถ์เลยคนเจ็บทั้งหมดให้พักแถวนั้น จุดนั้นน่าจะกันฝนลมได้ดีที่สุด ลวก เขียด เขียว อึ่ง ฯลฯไปสำรวจสิ่งของในขบวนเกวียนบัดเดี๋ยวนี้ มารายงานตอนเช้าก็ได้ ข้ารำคาญพวกเองจริงๆทั้งโม้ ทั้งเถียงไม่มีใครเกินพวกเอง”

หวายออกคำสั่ง คนเจ็บถูกย้ายไปที่โบสถ์รวมทั้งผู้หญิงและคนเด็กไปยังที่นั้น ส่วนคนอื่นๆ หามุม และจุดที่คาดว่าจะกันฝนได้

หวายและพร้าวช่วยกันสั่งให้คนในขบวนเกวียนตรวจดูความเรียบร้อยของสินค้ามีการนำผ้าที่ชุบน้ำยางทำเป็นผ้ากันฝนมาคลุมสินค้า

บางคนใช้เป็นผ้ามุงบังกันฝน หวายสั่งให้ผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องบางส่วนให้พักผ่อนต่อเพราะคาดว่าโจรคงไม่หวนกลับมาอีกแล้ว

หลังจากหวายสั่งการเรียบร้อยแล้วจึงมาดูคนเจ็บพบว่ามีผู้ได้รับฟกช้ำ น้ำใสแก้โดยการประคบ หรือพอกด้วยสมุนไพร ส่วนที่มีแผลเล็กๆน้อยๆ ยังถูกทิ้งไว้

“น้ำใส ผู้ที่มีแผลเล็กๆ น้อยจะรักษาเยี่ยงไร”

หวายถามขึ้นด้วยเห็นว่ายังไม่มีการรักษาผู้ที่บาดเจ็บบางคน

“รอใบสาบเสืออยู่จ๊ะถ้าได้มาแล้วให้คนช่วยบดให้ละเอียดปิดแผลห้ามเลือดเลยจ๊ะ บางคนอาจใช้ไพล”

น้ำใสกล่าวแล้วเงยจ้องมาที่หวาย จากนั้นเกิดการจ้องค้างเขม็งและเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ โดยไม่ละสายตา หวายมองท่าทีของน้ำใสด้วยท่าทีงง ๆ

“สาปเสือได้แล้วจ๊ะ มีคนเอามาให้แล้วส่วนบัวบกยังหาไม่ได้ คงต้องหาตอนเช้า”

เสียงของส้มดังขึ้นมาหวายหันไปเห็นส้มหอบสาปเสือทั้งต้นมาหอบใหญ่ ส่วนน้ำใสยังคงจ้องไปบริเวณส่วนศีรษะของหวายส่วนมือหันไปคว้าของบางอย่างที่อยู่ข้างตัว มองดูน่าจะเป็นลูกประคบ ค่อยๆเดินเข้ามาช้าๆ

“น้ำใสจะทำอะไร จ้องพี่ทำไมจะทำอะไรพี่ อย่านะ..โกรธพี่ใช้งานมากไปหรือเปล่า ถ้าเหนื่อยก็พักได้นะ ใครก็ได้รู้เรื่องยาบ้างมาช่วยงานน้ำใสที สงสัยน้ำใสเหนื่อยมากเพี้ยนไปแล้ว”

เสียงทักด้วยอาการสั่นรัวของหวายทำให้น้ำใสชะงักนิดหน่อย แต่เท้ายังคงก้าวไปเรื่อยๆ เหมือนไม่ได้ยินเสียงของหวาย ตายังคงมองไปที่ศีรษะของหวายทำให้คนที่อยู่รอบๆ มองมาที่น้ำใส ด้วยความประหลาดใจกันแทบทุกคน

“พี่หวายเหมือนหัวโนด้านท้ายทอย พี่ไปโดนสิ่งใดมารึเปล่าขอดูหน่อย”

เสียงของน้ำพูดในขณะตายังจ้องมองมองหวาย

“พี่น้ำใสระวัง”

แก้วทักเสียงรัวยังไม่ทันขาดคำน้ำใสสะดุดผู้บาดเจ็บนอนรักษาตัวอยู่ที่พื้นทำท่าจะเซล้มลง หวายรีบเอาเข้าไปประคองด้วยเกรงว่าจะล้มลง แต่แรงสะดุดของน้ำใสที่มีความแรงทำให้ทั้งคู่ล้มลง ทำให้บางคนเกิดการซวยซ้ำซวยซ้อน

“อย่าล้มมาทางนี้”

เสียงหนึ่งร้องขึ้นอย่างสุดเสียงเป็นเสียงของจมื่นศักดิ์นั่นเอง แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการล้มครั้งนี้ได้ในขณะที่หวายกำลังล้มลงนั้น จมื่นศักดิ์ยังมีสัญชาตญาณความว่องไวอยู่ยกมือหวังจะรับร่างของหวายไว้ เพื่อไม่ให้ทับตนเอง ซึ่งเหมือนจะได้ผล

แต่เมื่อร่างของน้ำใสทับมาซ้ำอีกคนมือของจมื่นศักดิ์จึงเกิดอาการรับน้ำหนักไม่ไหว ดังนั้นร่างของหวายจึงล้มลงทับ จมื่นศักดิ์และมีร่างของน้ำใสทับร่างของหวายอีกทีการร้องเสียงตกใจของบุคคลทั้งสามหรือสี่จึงเกิดขึ้นแต่เหมือนว่าเสียงท่านจมื่นจะดังที่สุด

“โอ้ย...ข้าตายแน่ ขาหักแล้วคงต้องมาแขนหักอีกแน่”

เสียงของจมื่นศักดิ์เหมือนจะร้องไห้ทำให้หวายและน้ำใสต้องรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จากอาการีบลุกตะกุย ตะกายรีบลุกขึ้นกลับกลายเป็นว่าไปเหยียบคนทั้งสองซ้ำอีก ดังนั้นสภาพของจมื่นศักดิ์และลูกน้องเพลานี้จึงทุลักทุเลยิ่งนัก

ไม่นานนักมีฝนตกลงมาตามคาดฝนหลงฤดูลมแรงตกค่อนข้างหนัก แต่ไม่นานแค่พอดินเปียกมีน้ำขังเล็กน้อย ซึ่งก็แห้งอย่างรวดเร็ว

หวายมองไปที่จุดมีไฟไหม้อย่างรุนแรงเมื่อสักครู่เพลานี้ดูเหมือนว่าดับลงไปแล้ว การดูแลผู้บาดเจ็บทำเท่าทำได้ อย่างรีบเร่ง เนื่องจากว่าดึกแล้วผู้คนเหน็ดเหนื่อยเต็มที จากนั้นแยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนเวรยามทำหน้าที่ เหตุการณ์ดูเหมือนจะปกติจนกระทั่งรุ่งเช้า

“พี่พร้าว เช้านี้มีใครแจ้งมารึยังว่ามีสิ่งใดหายบ้างรึเปล่า”

หวายถามในขณะที่ยืนคลำศีรษะที่ปูดโนขึ้นมารู้สึกอาการดีขึ้นด้วยได้น้ำมันยาสมุนไพรจากจ้อนนวดตั้งแต่เมื่อคืน สายตายังคงมองสำรวจเรื่อยไปรอบๆที่พัก

“ยังไม่มีผู้ใดแจ้งว่ามีของหาย วันนี้ชาวเกวียนส่วนมากพากันตื่นสายคงเป็นเพราะเมื่อวานนอนดึกและเหนื่อยกันมาก”

พร้าวแสดงความคิดเห็นสายตามองกวาดไปที่ชาวเกวียนบางคนนอนยังไม่ตื่นโดยมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจนอนอยู่ข้างๆ อย่างมีความสุข

“เมื่อครู่เจอเจ้าพอกบอกว่ามีบางคนบ่นว่ามีเสบียงหายไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือของพวกเมื่อคืนหรือเปล่าหรือว่าเป็นการขโมยกันเองในขบวนเกวียน”

“เป็นไปได้หลายทาง ลางทีขโมยกันภายในหรือลางทีเป็นขโมยมาจากข้างนอก หรือลางทีของไม่หาย แต่บอกว่าหายเป็นไปได้ทั้งนั้น ส่วนผู้ที่แอบตีจมื่นศักดิ์ก็เช่นกันอาจเป็นคนนอก หรือคนในก็เป็นได้เช่นเดียวกัน”

“คนในขบวนเกวียนจะตีจมื่นศักดิ์ทำไม ช่างเถอะเอาเรื่องการรักษาคนเจ็บดีกว่า คนอื่นมีเพียงบอบช้ำ หรือแผลเล็กน้อย แต่อาการบาดเจ็บของจมื่นน่าจะเป็นคนที่บาดเจ็บมากที่สุดในเพลานี้คิดว่าเกี่ยวกับกระดูก น่าจะต้องใช้เวลาในการรักษา คงไม่อาจเดินทางไปกับขบวนเกวียนได้จะทำเยี่ยงไรดี”

หวายถามความเห็นเกี่ยวกับอาการของจมื่น

“ข้าพอเห็นทางแก้ไข แต่ต้องถามจมื่นก่อนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ไป..เราไปคุยกับจมื่นกัน”

หลังการพูดคุยก็สรุปได้ว่าจมื่นศักดิ์และลูกน้องคู่ใจยอมไปรักษาตัวที่ด่านจันทึก เพราะถ้าติดตามขบวนเกวียนต่อไปจะลำบาก กับการรักษาอาการบาดเจ็บที่เกี่ยวกับกระดูก

ในที่สุดการเดินทางไปสู่ด่านจันทึกก็ได้เริ่มขึ้นในเช้าวันนี้สีหน้าหลายคนข้างสดชื่น มีสีหน้ายิ้มแย้ม

“แหมพวกพี่ๆทั้งหลายอารมณ์ดีกันเหลือเกิน เดินก็ยิ้ม นั่งก็ยิ้ม ยืนก็ยิ้ม เป็นเพราะกระไรจ๊ะ”

น้ำใสถามด้วยความสงสัยเพราะสังเกตเห็นว่าหลายมีสีหน้าสดชื่นกว่าปกติ

“คิดถึงสิ่งที่น่าสนุกสนานที่จะเกิดขึ้นที่ด่านจันทึกนะสิ”

ลวกหันมาตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเช่นเดียวกัน

“ที่นั่นมีสิ่งใดน่าสนุกหรือจ๊ะลุง”

มุกอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“ลุงคิดว่าเมื่อหนูมุกได้เห็น ต้องถูกใจอย่างแน่นอนเรื่องสนุกเยี่ยงนี้มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น”

“เป็นสิ่งใดรึลุงหนูอยากรู้บอกหน่อยนะๆๆ”

ก้องทำเสียงอ้อนแข่งกับเสียงของขบวนเกวียนขึ้นมาทันที




Create Date : 19 มีนาคม 2560
Last Update : 19 มีนาคม 2560 22:21:56 น.
Counter : 233 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments