มกราคม 2560

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
16
18
20
21
22
24
25
26
28
29
31
 
 
All Blog
หวายดง ตอนที่ 22 ปริศนาการลักพาตัว




หวายดง โดย ทักษภณ

บทที่ 22 ปริศนาการลักพาตัว

เพื่อเป็นการระงับเหตุความรุนแรงอาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันถ้าปล่อยให้เนิ่นนานออกไป และเพื่อเป็นการรักษาหน้าตา คนของบ้านเมืองเพราะว่าบางที อาจต้องพึ่งอาศัยต่อไปภายหน้า สิ่งนี้ไม่มีใครรู้ได้ หวายจึงเสนอว่า

“ท่านนักสืบขอรับ ข้าพเจ้าในฐานะหัวหน้าขบวนเกวียนขอคำปรึกษาขอรับ”

“มีอะไรว่ามา ไม่ต้องเกรงใจ มีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป”

จมื่น นักสืบรับคำแทบจะทันทีด้วยน้ำเสียงดูเหมือน จะแสดงถึงความเป็นผู้ที่รู้จักพลิกแพลงตามเหตุการณ์เป็นอย่างดี

ดูแล้วสถานการณ์เหมือนจะดีขึ้น ทำให้หลายคนในขบวนเกวียนรู้สึกโล่งใจถอนหายใจอย่างโล่งอกหวายจึงกล่วคำปรึกษาต่อไปว่า

“การดูแล แก้ว ก้อง ลูกเศรษฐีอ่ำ และไอ้หลอ ลูกเศรษฐีแดง คืนนี้ใครจะดูแลผู้ใดกระผมขอดูให้ น้ำใส ดูแลแก้ว ก้อง ส่วน ส่วนไอ้หลอ มอบให้ท่านไปดีหรือไม่รุ่งเช้าท่านจะได้สอบสวนอย่างสะดวก”

หวายเสนอความเห็น ท่ามกลางเพลาเริ่มพลบค่ำบรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงหรีด หริ่ง และเสียงสัตว์ป่า ร้องสลับเป็นระยะหลายๆ คนเริ่มกระวนกระวายปรารถนาให้เรื่องต่างๆ ตกลงกันได้โดยเร็ว

บางคนถึงกับเสนอให้สอบสวนกันคืนนี้เลยแต่บางเสียงก็บอกว่าตอนเช้าก็ยังทัน สอบสวนตอนนี้เกรงว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะอาการของพวกที่ถูกจับมายังไม่ดีนัก

จมื่นทำท่าคิดและมองไปทางพรรคพวกตนเองสลับกับพวกกลุ่มชาวเกวียน กล่าวแย้งว่า

“ข้าเห็นต่างนะพวกข้าได้รับคำขอร้องจากเศรษฐีอ่ำ ให้ติดตามสืบหาตัวลูกสาว ส่วนไอ้หลอ มายุ่งกับเรื่องนี้ได้เยี่ยงไรก็ต้องมีการสอบสวนหาความจริง

แต่ข้าคิดว่าไอ้หลอไม่น่าจะเป็นผู้ร้ายน่าจะมีคนอีกกลุ่มต้องการจับตัวลูกของเศรษฐี เพื่อเรียกค่าไถ่ แต่แผนไม่เป็นที่คาด

ดังนั้นพวกข้าจะนำแก้วไปดูแลส่วนเจ้าหลอมอบให้ขบวนเกวียนดูแล รับผิดชอบเพราะว่าอาการดูเหมือนยังไม่ดีขึ้นเท่าใดนักทางขบวนเกวียน มียา และผู้ที่รู้หนทางรักษา

สรุปแล้ว ผู้ดูแลเจ้าหลอต่อไปจึงควรเป็นคนในขบวนเกวียนส่วนพวกข้ามิมีผู้ใด รู้เรื่องยาและการรักษาสักผู้คนตกดึกอาการกำเริบจะทำเยี่ยงไร”

จมื่นนักสืบยื่นข้อเสนอที่ทำให้ฝ่ายขบวนเกวียนรู้สึกหงุดหงิดทำให้พร้าวอดไม่ได้ที่จะพูดบ้าง อันที่จริงเพลานี้ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจกันและกันการเจรจาจึงเหมือนซ่อนมีดไว้ข้างหลังแล้วคุยกัน การฟาดฟันด้วยชั้นเชิงของคารมจึงเกิดขึ้น

“ข้าขอเห็นต่างจากพวกท่าน เอาละข้าขอเสนอเหตุผลของข้าบ้างท่านได้รับการร้องขอจากเศรษฐีก็จริงอยู่

แต่แก้ว และก้อง เป็นลูกของเจ้านายข้า ควรที่พวกข้าจะดูแลพวกเขาอย่างเต็มที่ถ้าพวกข้าไม่สนใจลูกของเจ้านาย ก็ไม่สมควรเป็นขี้ข้าเศรษฐีอ่ำอีกต่อไป

ข้ายืนยันตามความคิดของหวายเหตุผลก็คือ แก้วเป็นผู้หญิง และก้องเป็นเด็กควรจะมีผู้ดูแลที่เหมาะสม

กลุ่มคนของพวกท่านมีแต่ผู้ชายล้วนจะปล่อยไปได้เยี่ยงไรที่ขบวนเกวียน มีผู้ดูแลที่เป็นผู้หญิง ดูแล้ว น่าจะเหมาะสมกว่า

ส่วนเจ้าหลอไม่ขอเก็บไว้ที่กลุ่มของขบวนเกวียน ด้วยเหตุที่ว่า หลอกับคนในขบวนเกวียนบางผู้คนเคยทะเลาะกันมาก่อน

ข้าไม่ค่อยแน่ในความปลอดภัย ลางทีอาการของเจ้าหลอแทนที่จะดีขึ้น กลับจะหนักกว่าเดิม เพราะอาจมีคนแอบมาคิดบัญชีแค้นก็เป็นได้

ถึงแม้ว่าจะมีการรักษาเวรยามเป็นอย่างดีก็ไม่มีมีใครแน่ใจในความปลอดภัย อันธพาลลูกเศรษฐีแดง ข้าว่า มันน่าจะสร้างศัตรูไว้แทบจะทั่วเมืองโคราชมั้งด้วยนิสัยของมัน

ท่านก็ทราบดีว่า กิจวัตรประจำวันที่เมืองโคราชของไอ้หลอคือการก่อทะเลาะวิวาท ลวนลามหญิง เด็กคนแก่มันก็ไม่เคยละเว้น

ผู้ที่โดนมันก่อกวนมากที่สุดก็เห็นจะเป็นแก้วทั้งยังเที่ยวไปบอกใครต่อใครว่า แก้วเป็นผู้หญิงของมัน ห้ามใครยุ่งเกี่ยว

สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับคนของเศรษฐีอ่ำเป็นอย่างมากคนที่เกลียดมันมีอยู่ทุกตารางคืบ ตารางวาของเมือง

ในขบวนเกวียนนี้ ข้าไม่แน่ใจว่าจะมีผู้ใดบ้างที่คอยหาโอกาสจะทำร้ายมัน เมื่อครู่ท่านก็เห็นตัวอย่างแล้ว ไอ้เขียวมันทำท่าจะกระทืบไอ้หลอให้ได้

แม้ว่าไอ้หลออยู่ในสภาพร่อแร่เต็มทน ตกเพลากลางคืนถ้ามีคนแอบเข้าไปทำร้ายมัน จะเป็นการไม่ดี สำหรับพวกข้าและพวกท่านด้วย

ดังนั้นพวกข้าจึงขอร้องให้ท่านช่วยรับมันไปเถอะถ้าคิดว่าความเห็นของข้ามีเหตุผลพอ และเห็นใจพวกข้า

เพลานี้ ท่านและข้า และทุกคน ควรจะพูดด้วยเหตุผลไม่ใช่พูดเอาแต่ความคิดของตัวเอง ถ้าท่านอยากจะทะเลาะหักหาญกับพวกข้า คิดว่าอย่าดีกว่าเพลานี้พวกข้าก็มากกว่า อาวุธ ก็มากว่า พวกข้าและเศรษฐีอ่ำก็พอมีเส้นสายในเมืองบ้างทำการค้าใหญ่โตปานนี้จะไม่มีเส้นสายบ้างจะทำการค้าได้เยี่ยงไร

ผู้ใหญ่ที่คุ้มหัวพวกข้าน่าจะมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าพวกท่านถ้าเศรษฐีอ่ำทราบเรื่องที่ท่านทำสิ่งไม่ถูกต้องตำแหน่งที่น่าภาคภูมิใจของท่านอาจจะหลุดไปก็ได้ท่านคิดดูดีๆ”

ตอนท้ายพร้าวพูดช้าๆ เสียงทุ้มต่ำเหมือนเป็นการขู่ไปในตัว ด้วยคิดว่าไม่อยากหักหาญกันด้วยกำลัง และมีความจำเป็นต้องให้แก้วมาอยู่ในขบวนเกวียนให้ได้ถึงจะเบาใจ

เพลานี้ คนในขบวนเกวียนไม่คิดไว้ใจพวกกลุ่มคนจากหลังม้าเลยสักนิดเดียว

จากนั้นนิ่งมองรอคำตอบของฝ่ายตรงข้ามในใจลุ้นระทึก ให้การพูดโน้มน้าวของเขาได้ผล

เพราะถ้าฝ่ายตรงข้ามยังดื้อดึงไร้เหตุผลไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเรื่องจะลงเอยเยี่ยงไร จมื่นนักสืบนักคิดชั่วครู่ ก็เอ่ยด้วยอย่างไว้เชิงอาการไม่เต็มใจเท่าใดนักว่า

“ก็ได้ ข้าจะยอมพวกท่านสักครั้งด้วยเห็นแก่เศรษฐีอ่ำ ด้วยคิดว่าท่านเป็นคนของเศรษฐีอ่ำทะเลาะกับพวกท่านก็เหมือนทะเลาะกับเศรษฐีอ่ำ พวกท่านช่วยพวกข้าพาเจ้าลองและพรรคพวกไปที่พักของพวกข้าก็แล้วกัน”

คำตอบนี้ เป็นการยกภูเขาลูกมหึมาออกจากอกของหลายๆคน บ้างส่งเสียงร้องเฮดังๆ ด้วยความดีใจ เพราะเหตุการณ์บัดนี้ดูเหมือนฝ่ายตนเป็นผู้ชนะในเพลาการโต้เถียงครั้งนี้และเรื่องราวที่ดูเหมือนจะตึงเครียดก็คลี่คลายด้วยดี

แต่มีบางคนผิดหวังที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ปะทะกันถึงกับสบถออกมาประมาณว่า อดสนุก ขี้ขลาดทั้งคู่ ไม่แน่บ้าง

บางคนที่เห็นเป็นเรื่องสนุกไม่ได้ต่อยตีนอนไม่หลับ คิดถือโอกาสนี้หาเรื่องต่อยตี ระบายอารมณ์ที่กลุ่มคนบนหลังม้าสร้างความหมั่นไส้มาหลายครา

บางคนไม่ชอบคนของบ้านเมืองอยู่แล้ว มีโอกาสดีอย่างนี้อยากจะระบายบ้างผลที่ตามมาไม่ขอคิด ขอให้ได้ระบายอารมณ์ไว้ก่อน

หวายสั่งคนของเขาช่วยเคลื่อนย้ายคนย้ายแก้วและก้องไปที่พักของน้ำใส ย้ายเจ้าหลอและพรรคพวกไปที่พวกของจมื่นทุกคนทำงานอย่างรีบเร่ง ด้วยว่า บัดนี้ความมืดคืบคลานมาทุกขณะแล้ว

หลังจากนั้นหวายสั่งให้คนของเขาเตรียมอาหารและน้ำ ให้พร้อมสำหรับทุกคน รวมถึง แก้ว และเจ้าลองด้วยเพราะคาดว่าทั้งหมดเมื่อคลายจากพิษยาเบื่อ คงจะเกิดอาการหิวขึ้น

หวายมีความคิดว่าถ้าพวกคนเหล่านั้นอาการดีขึ้น คงจะได้สอบมาถามความเป็นมา ของเรื่องที่เกิดขึ้น ระหว่างนี้สั่งให้น้ำใสรับเอา แก้วกับก้องไปดูแล ลองและพรรคพวก มอบให้อยู่ในความดูแลของจมื่น

จากนั้นหวายขอไปทำธุระส่วนตัว

หลังจากที่หวายทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วเขาจึงได้รีบแวะไปดูอาการของแก้วว่าเป็นเยี่ยงไร

เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณที่แก้วนอนพัก ซึ่งก็เป็นที่พักของน้ำใสเขามองเห็นคนมุงเต็มไปหมด คล้ายกับว่าชาวเกวียนทั้งหมดมาร่วมชุมนุมกันที่นี้

“หวายมาก็ดีแล้ว ข้าคิดว่าจะให้คนไปเรียกอีกครั้งอยู่พอดีมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา”

เสียงพร้าวดังขึ้นมาจากกลุ่มคนเขามองไปรอบๆ เห็นลูกน้องคนสำคัญเหมือนจะอยู่ครบ รวมทั้งลวกด้วย เพลานี้ทุกคนหันมามองเขาเป็นสายตาเดียวกันหวายเดินแทรกเข้าไปกลางวง เห็นแก้ว และก้องหลับอยู่

เขามองไปรอบๆเห็นร่องรอยของจานอาหารที่กินไปบ้างแล้ว มีเศษอาหารติดภาชนะนิดหน่อย คาดว่าแก้วและก้องทานอาหารเรียบร้อยแล้วมีร่องรอยของการทานยา ทานยาแล้วก็หลับไป

ความจริงเขาควรจะมาดูเอาใจใส่แก้วให้มากกว่านี้แต่อีกใจคิดว่าทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว เป็นผู้หญิงก็ควรให้ผู้หญิงดูแล ให้คนที่มีความรู้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลดูแล

เขารู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์ความคิดเกี่ยวกับแก้วไปชั่วครู่เมื่อสติสัมปชัญญะกลับคืนมา มองไปที่แก้ว เพลานี้นอนหลับสนิทแสงไฟสาดมาเห็นใบหน้าที่มีคราบน้ำตาปริ่มอยู่ที่เบ้าตา

โอแม่สาวน้อย หลับทั้งน้ำตา เพลานี้เขารู้สึกหดหู่เหลือเกินสาวน้อยคงจะเจอเรื่องร้ายๆ มาไม่น้อย ใครเป็นผู้ก่อเรืองนี้ขึ้นคงไม่ใช่เขาหรอกนะ

แก้วนอนหลับหายใจสม่ำเสมอ ทำให้เขาถอนหายใจอย่างไม่รู้ตัวจึงรีบสลัดความรู้สึกทั้งหมดข่มใจตั้งสติอีกครั้ง

จึงหันมาทางน้ำใส ถามเบาๆ พร้อมกับนั่งลงหลังจากคนของเขาหลีกขยับทำพื้นที่ให้ว่างพอที่จะนั่งได้

“เป็นอย่างไรบ้าง”

“แก้วกับกินยากินอาหารแล้วอาการดูเหมือนอาการดีขึ้นก่อนหน้านั้น ไม่ยอมกินยา กินข้าว กินปลา ร้องหานายหวายตลอดเวลา ทุกคนก็เลยช่วยกันดุช่วยกันปลอบ และเกลี้ยกล่อม หลอกล่อให้กินยา กินข้าว

ตอนแรกจะไปเรียกนายหวายซ้ำอีกครั้งเหมือนกันแต่น้าพร้าวบอกว่าจะลองแก้ปัญหาดูก่อนด้วยไม่อยากรบกวน การทำกิจธุระส่วนตัวของนายหวายอันที่จริงให้ลวกไปเรียกแล้ว กลับมาบอกว่า ลูกพี่นายหวายกำลังทำกิจธุระส่วนตัวที่สำคัญก็เลยไม่อยากรบกวน”

“เฮ้ยไอ้ลวกไปเรียกข้าตอนไหนวะไม่เห็นได้ยิน มั่วหรือเปล่าขี้เกียจก็เลยอ้างว่าเรียกแล้ว”

หวายถามด้วยความสงสัยด้วยไม่ได้ยินใครเรียกสักนิด

“โอ๊ยนายอย่าพูดอย่างนี้สิขอรับ กระผมไปแล้วจริงๆเห็นนายกำลังนั่งปู๊ดปาดอยู่ข้างพุ่มไม้ จะเรียกกลัวนายด่าว่ามาแอบดูสิ่งที่มีอยู่น้อยนิดของนาย ก็เลยกลับมาบอกพี่พร้าวให้หาทางแก้ปัญหา

ก็เลยช่วยกันหลอกล่อว่านายหวายกำลังจะมานายหวายสั่งให้กินข้าวกำลังจะมาแล้ว อยากจะบอกว่าแก้วดื้อเหมือนเด็ก ดีที่มีเด็กมุกเป็นผู้ช่วยจึงสำเร็จด้วยดี”

ตอนท้ายลวกหันไปทางมุกทำให้หวายมองตามเห็นมุกนั่งยิ้มด้วยแหยๆไม่ห่างนัก

“ทำดีแล้วมุก น่ารักเหมือนกันนะเรา”

หวายพูดยิ้มพร้อมกับเอามือลูบผมมุกอย่างเอ็นดู

“ขอบใจมากนะที่ช่วยกันทำมาหากินเป็นเด็กดีต้องทำอย่างนี้แหละ มีอะไรพอช่วยได้ก็ช่วย ถึงจะอยู่ด้วยกันได้นานๆ”

หวายพูดส่วนมือขวายังลูบที่หัวของเด็กหญิงมุกเบาๆ อย่างเอ็นดู พร้าวก็พูดขึ้นว่า

“ขอโทษด้วยที่เอาชื่อมาอ้าง ยังเรื่องสำคัญที่ได้ยินมาจากปากของแก้วเป็นเรื่องน่าสนใจทีเดียว คาดว่าหลายคนคงจะยังสงสัยว่าทำไม แก้วและลวก โดยปกติไม่ชอบหน้ากันแต่ทำไมถึงได้มาที่ขบวนเกวียนการค้าของหวายพร้อมกัน และมาคนละแบบ

คนหนึ่งมาแบบเปลือยกายเกือบทั้งหมด อีกคนถูกห่อเสียมิดชิดถึงขั้นใส่ถุงเลยทีเดียว คาดว่าหลายๆ คนคงอยากรู้ความเป็นมา เรื่องนี้เป็นเหตุผลให้ข้าต้องให้คนไปเรียกว่าหวายมาเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องวางแผนให้แก้ไข ป้องกัน ให้เรียบร้อยตั้งแต่คืนนี้”




Create Date : 19 มกราคม 2560
Last Update : 23 มกราคม 2560 10:48:39 น.
Counter : 334 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments