มกราคม 2560

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
16
18
20
21
22
24
25
26
28
29
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 21 ผู้ใดวางยา




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 21 ผู้ใดวางยา

จากถุงผ้าใบแรกหวายแก้ออกมา จากที่มองเห็นว่าเป็นใบใหญ่กว่า และสิ่งที่อยู่ภายใน

เพลานี้ แม้โผล่ให้เห็นเพียงแค่ส่วนของใบหน้า โดยมีผ้าสีขาวมัดปากคร่อมปากมีเงือนผูกอยู่ด้านหลังหลายๆ คน มองเพียงแวบแรกก็รู้ว่าเป็นแก้ว หน้าตาแบบนี้เป็นใครไปไม่ได้ ทำให้เขารู้สึกอึ้งนิ่งเงียบไปชั่วขณะจึงบอกให้น้ำใสที่อยู่ใกล้ๆ รับช่วงดูแลต่อ

จากนั้นเขารีบหันไปแก้ใบต่อมาอย่างเร่งรีบที่มองจากภายเห็นว่าเป็นขนาดย่อมลงมา ในขณะที่แก้ปากถุงเขาพยายามคาดเดาว่าผู้ที่อยู่ในถุงน่าจะเป็นใครแต่ก็คิดไม่ออก

ขณะแก้เชือกมีความรู้สึกว่าเงื่อนที่ผูก คนที่ผูกทำไมต้องทำให้แก้ยาก ยิ่งรีบเร่งเท่าใด ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกับผู้ที่ผูกเชือกมากเท่านั้น

ในที่สุดสิ่งผู้ที่อยู่ในถุงก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคน

“ก้อง”

เป็นเสียงคนในกลุ่มชาวเกวียนมุง ร้องขึ้นมาอย่างแทบไม่เชื่อแก่สายตากับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ซึ่งคนในขบวนเกวียนทราบดีว่า เป็นน้องชายของแก้ว

“เป็นอย่างไรละ การสืบสวนค้นหาแก้วของพวกข้าแม่นยำไหม ข้าเห็นร่องรอยของแก้วมุ่งมาที่ขบวนเกวียนนี้

ในที่สุดก็เป็นไปการคาดเดา จะบอกให้ว่าการทำงานของสุดยอดนักสืบของเพลานี้ฮะๆๆ”

เสียงนี้ดังมาจากด้านหลังของกลุ่มคนที่มุงดูอยู่ในบัดนี้เมื่อทุกคนมองตามเสียงไปก็พบว่าเป็นกลุ่มคนบนหลังม้า ที่ติดตามขบวนเกวียนของเขาจนทำให้ผู้คนขบวนเกวียนรู้สึกไม่พอใจ

ผู้ที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มคนบนหลังม้า เดินหัวเราะด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้เข้ามายังจุดที่ชาวเกวียนชุมนุม ในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะเหลือเชื่อ

ลักษณะเช่นนี้ทำให้คนในขบวนเกวียนบางคนอดคิดไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของชาวเกวียน น่าจะมีผู้คอยสืบข่าวส่งข่าวแก่บุคคลกลุ่มนี้เป็นระยะหวายก็เป็นหนึ่งในผู้ที่คิดเช่นนี้

เขามีความรู้สึกว่า อาจจะมีคนในขบวนเกวียนของเขาคอยส่งข่าวเป็นระยะ ซึ่งเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นผู้ใดหรือว่าความคิดของเขาจะไม่ถูกต้องก็เป็นได้

“พวกท่านมาก็ดีแล้วข้ายอมรับในการข่าวของพวกท่าน มีความยอดเยี่ยมมาก พวกท่านจะทำอย่างไร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบัดนี้ในฐานะคนของทางการ ท่านจหมื่นคิดว่าเป็นผู้ใดลักพาตัวแก้ว มายังที่นี้

เหตุใด จึ่งมีการลักพาตัว ทั้งแก้วก้อง ลอง มายังที่นี้พร้อมๆ กัน เพราะว่า แก้วกับลองข้าพเจ้ารู้มาว่าหมางใจกันมาก่อน ท่านบอกเมื่อสักครู่ว่าท่านเป็นนักสืบแห่งเพลานี้ ลองบอกข้ามามาสิว่าเรื่องเป็นนี้เป็นกระไร”

หวายลุกขึ้นมา เดินมาประจันหน้า พูดยืดยาวจ้องมองผู้ที่ปรากฏกายล่าสุด ด้วยสีหน้าตึงเครียด ด้วยความไม่พอมีอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ผู้ที่อยู่เบื้องหน้ามีความรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามมีอาการไม่พอใจตนเองเสียแล้ว

หวายตำแหน่งหัวหน้าของทางการ ไปมั่วๆ ตามความคาดเดาน่าจะเป็นรวมทั้งคิดประชดนิดๆ โดยคิดว่าถ้าไม่ถูกคงโดนปฏิเสธแต่เห็นนิ่งเงียบก็ปล่อยเลยตามเลย

ก่อนที่ผู้ปรากฏกายล่าสุดจะโต้ตอบประการใดก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“นายหวาย ช่วยไปดูแก้วหน่อยไม่รู้เป็นไร แม้จะเคลื่อนไหวร่างการไม่ค่อยได้ มีอาการพยายามจะเข้าไปทำร้ายเจ้าลอง สีหน้าของแก้วเหมือนโกรธ เกรี้ยวกราด ส่วนก้องและเจ้าลองก็เหมือนไม่มีแรงข้าไม่ค่อยแน่ใจว่าจะทำประการใด ช่วยดูหน่อย”

ดังนั้น ทั้งหวายและคนอื่นๆ ก็มุ่งหน้าไปยังกลุ่มคนที่ถูกจับมาเมื่อไปถึงสภาพที่เห็นตรงหน้า คนเหล่านั้น มีอาการเหมือนคนไม่มีแรงเคลื่อนไหวแทบไม่ได้ ดูจากทุกคนในบัดนี้แล้วแก้วอาการเบาที่สุด ส่วนเจ้าลองผู้ชายอีกสองคน น่าจะเป็นลูกสมุน เคลื่อนไหวไม่ได้ ได้แต่กลอกลูกตาไปมาสร้างความสงสัยให้กับผู้ที่มุงดูอยู่ในบัดนี้ยิ่งนัก

“ข้าว่า คนพวกนี้โดนพิษแน่ๆพวกที่จับมา ไม่ต้องการให้พวกนี้หนี อาจจะวางยาเพื่อป้องกันการหนีแต่ไม่ได้ต้องการทำให้ถึงตาย แต่วางยาแค่ให้หนีไม่ได้เท่านั้น”

พร้าวกล่าวหลังจากได้ตรวจดูอาการร่วมกับน้ำใสและให้ความเห็น

“ตามที่ข้าคาดเดา ไอ้ลองน่าจะจับตัวแก้วมาแต่ทำไม ถึงได้โดนวางยา นำมาส่งที่ขบวนเกวียนนี้ ข้างงไปหมดแล้วหรือว่ามีใครคิดอะไรแปลกๆ จับตัวคนพวกนี้มา โอ้ยปวดหัว”

ลวกพูดเสร็จก็ทำท่าทางกุมหัวทรุดลงนั่งนิ่งเงียบมองผู้ที่ถูกจับมาอยู่ตรงหน้า

“เรามาหาทางแก้พิษคนเหล่านี้ หรือว่าจะปล่อยไว้เช่นนี้ผู้ใดมีความคิดอันใดบ้าง”

หวายพูดพร้อมกับมองไปรอบๆทันใดนั้นสำนวนและเสียงคุ้นๆ ก็ดังแว่วมา

“ข้ามีของที่เมียให้มาลองใช้ดู น่าจะแก้ได้”

เจ้าอึ่งพูดโพล่งขึ้นมา ด้วยสีหน้าแสดงความภาคภูมิใจอย่างเป็นทีสุดของที่สุดสร้างความสนใจและความสงสัยให้กับหลายๆ คนยิ่งนัก

“ห่อยาสูบที่เมียแกให้มานะรึ ถุย...มันจะแก้ได้ยังไงข้าพอรู้ว่าใบยาสูบพอแก้พิษน้ำร้อนลวกได้แต่อาการที่เห็นในเพลานี้ไม่น่าจะเป็นอาการน้ำร้อนลวก

ข้าได้ยินเอ็งพูดแล้ว ไอ้ลวกผู้โง่เขลาขอปวดหัวต่อดีกว่า”

ลวกพูดจบ มีคำรามต่อท้าย แล้วก็นั่งกุมหัวต่อ

“ไม่ใช่โว๊ย ของที่เมียข้าให้มา มีดีกว่านั้นนี่ดูๆ อะไรเห็นรึไม่ มันคืออันใด”

อึ่งชูสิ่งหนึ่งให้ทุกคนดูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มลักษณะที่เห็นเป็นท่อนไม้ ขนาดนิ้วชี้ ยาวประมาณคืบ

“อะไรวะ อืม ท่อนไม้ขนาดประมาณนี้ ยาวประมาณนี้สีน้ำตาล เป็นอะไรไม่ได้ นอกจากศิวลึงค์ เอ็งคิดว่าพวกมันโดนของรึ แต่ว่า เอ...มันไม่เหมือนศิวลึงค์ เหมือนรากไม้มากกว่า”

เขียดพูดแล้วทำท่าคิดหนักสั่นหัว นั่งนิ่งไปอีกครั้ง

“เฮ้ยพวกเอ็งจะมาเล่นทายของรึถ้าจะเล่นไปเล่นกับพวกที่อยู่ทางโน้น ไปไกลๆ ข้ารู้สึกรำคาญอยากเตะพวกมึงจริงๆ”

พร้าวพูดด้วยรู้สึกรำคาญ ชี้นิ้วไปทางด้านที่เป็นป่าทึบซึ่งมีเสียงสัตว์ป่าบางชนิดส่งเสียงร้องตามธรรมชาติ

“เป็นรางจืดใช่ไหม”

น้ำใสทายบ้าง แล้วนิ่งเอียงหูฟังคำเฉลยอย่างตั้งใจ

“ใช่แล้ว น้ำใส ทายถูกต้อง รางจืดมีสรรพคุณถอนพิษข้าว่าลองดูอาจจะได้ผลก็ได้นา ถ้าไม่ใช่เพราะแก้วข้าไม่บอกความลับนี้หรอก”

อึ่งพูดจบ ก็ยื่น รากลางจืด ให้น้ำใส ซึ่งสร้างความดีใจให้กับน้ำใสยิ่งนักแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งความเป็นจริงสิ่งที่น้ำใส ดีใจจริงๆ ก็คือพบหนทางแห่งการเยียวยาผู้ถูกพิษเหล่านี้ต่างหาก

ความยินดีของหมอจะมีอันใดยิ่งไปกว่าพบหนทางแห่งการรักษาคนไข้เล่า

“เออข้าขอบใจว่ะ ถ้ามึงไม่เฉลยข้าคงไม่รู้ความลับนี้จนวันตายแน่แท้”

เขียดพูดด้วยน้ำเสียงที่คนฟังแล้วเหมือนกับว่ามันพูดประชดหรือหรือว่ามันพูดจริงมาจากใจอย่างนั้นจริงๆ

น้ำใสรีบให้คนไปหาหินชิ้นเหมาะๆ ล้างน้ำทำความสะอาดนำมาฝนยาเพื่อถอนพิษอย่างเร่งด่วน ในที่สุดใช้เวลาชั่วครู่ ผู้ถูกพิษทั้งหมดก็อาการค่อยๆดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

“ของเมียไอ้อึ่งมันดีจริงๆ “

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาลอยๆ

“มึงเคยลองรึ”

ผู้ที่อยู่ข้างๆ เกิดความสงสัย

“มึงคิดถึงกระไร มึงอย่าคิดลึก คิดตื้นๆสิ ข้าหมายถึงรางจืดต่างหากเล่า”

“อ้อ.อ๋อ..ข้าเข้าใจแล้ว”

หวายสั่งให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ทำกิจธุระส่วนตัวด้วยเห็นว่ามืดค่ำแล้ว นอกจากนี้ยังสั่งให้คนหาผ้ามาทำเครื่องนุ่งห่มปกปิดร่างกายของเจ้าลอง และพรรคพวก

คนของเขาเอาถุงผ้า มาดัดแปลงเป็นเครื่องนุ่งห่มให้เจ้าลองและพรรคพวกทำให้หายอุจาดสายตาลงบ้าง

“ท่านจหมื่น มีความคิดจัดการกับคนเหล่านี้ประการไรข้ามอบคนเหล่านี้ให้ท่านดูแลต่อดีหรือไม่”

เขาทราบดีว่าคนเหล่านี้ตามหาแก้ว ตามคำขอร้องของเศรษฐี เมื่อพบแล้วควรจะมอบให้เพื่อนำไปส่งถึงเศรษฐีโดยเร็วที่สุด เพราะเขาทราบถึงความรู้สึกของผู้ที่เป็นบิดาดีว่ามีความรู้สึกห่วงใย ลูกหลานเพียงใด

อีกประการหนึ่งการมอบตัวคนเหล่านี้ให้โดยเร็วเป็นการตัดความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น กับเขาด้วย

“ตกลงตอนเช้าข้าจะรับตัวกลับแต่ก่อนกลับคงต้องสืบสวน และชำระคดีความให้เรียบร้อย ก่อนนำตัวไป ข้ายังเชื่อว่าคนในขบวนเกวียนนี้น่าจะมีส่วนในการลักพาตัว

และที่สำคัญ มีการลักพาตัวลูกสาวและลูกชายของเศรษฐีเมืองโคราช ถ้าเศรษฐีทั้งสองรู้ว่าเป็นการกระทำของผู้ใดคงไม่เก็บไว้แน่

อีกประการหนึ่งถ้าข้าไม่ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างไม่พ้นโดนตำหนิอย่างแน่นอน”

จหมื่น พูดโต้ตอบพร้อมกับมองกราดไปทางหวายและพร้าวคำพูดของจหมื่น ทำเอาหวายและพร้าวที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ด้วยไม่คาดคิดว่าจะกล้าพูด

“อ้าว ท่านพูดประการนี้ได้กระไร ท่านคิดว่าเป็นผู้ใดในขบวนเกวียนนี้มีส่วนในการลักพาตัว ท่านพูดประการนี้พวกข้าเสียหายนะ”

พร้าวพูดกร้าวเสียงค่อนข้างดังจนเป็นเสียงตะโกนดังไปไกลพอสมควรส่วนมือเอื้อมไปคว้าดาบด้วยอาการมือสั่นเทาดูแล้วน่ากลัวยิ่งนัก

ทำเอาผู้ที่มองเห็นรวมทั้ง จหมื่นด้วย ที่มองเห็นอาการเช่นนั้นรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ข้าก็พูด ตามความรู้สึก ตามคาดเดาซึ่งก็เห็นแล้วว่า ข้าคาดเดาสิ่งใดแล้วมักจะไม่ผิดพลาดอย่าลืมว่าข้าทำตามหน้าที่เท่านั้น มิได้มีสิ่งใดแอบแฝงอย่างแน่นอน

ถ้าข้าคำใดทำให้พวกท่านไม่พอใจก็ต้องขอโทษด้วย แต่ถ้าคำที่ข้าพูดเป็นความจริงพวกท่านต้องขอโทษข้า”

หวายมองดูแล้วคิดว่าถ้ามีเรื่องกับคนของทางการ กลุ่มคนของเขาจะเสียเปรียบหรือไม่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นบางประการในอนาคตเป็นแน่ หางตาของเขามองมองแวบไปรอบข้าง

เห็นท่าทีฮึดฮัดของลูกน้องออกอาการคันไม้คันมือเป็นอย่างยิ่งบางคนคว้าหน้าไม้ บางคนคว้าดาบ คว้าท่อนไม้ขึ้นมาก็มี เมื่อสักครู่เสียงเคร้งคร้างไปหมดอะไรจะเร็วปานนั้น ไอ้พวกนี้ เรื่องต่อยตี มันรวดเร็วพร้อมเพรียงกันดีเหลือเกิน คิดว่าไม่เป็นการดีแน่จึงรีบพูดตัดบทว่า

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน มื้อเช้าท่านจหมื่นปรารถนา จะสอบถามผู้ใด หรือตรวจดูสิ่งใดข้าช่วยท่านให้สมกับความต้องการจะได้คลายสงสัย ดีหรือไม่”

อาการจหมื่นบัดนี้อยู่ในอาการหน้าซีดเนื่องจากเพลานี้คนของขบวนเกวียน อาวุธครบมือ มองจ้องเขม็งมาโดยพร้อมเพรียงกันพรึบพรับ

เสียงอาวุธดังรอบๆ เสียงน่าหวาดเสียวยิ่งนักมีการเคาะอาวุธข่มขู่ จหมื่นพอจะคำนวณได้ว่า ถ้าปะทะกันแล้วเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแน่นอนในป่าเขาเช่นนี้ พวกที่มีความแข็งแกร่ง พวกมากกว่าเท่านั้น ที่เป็นฝ่ายถูก

ความจริงน่าจะเป็นเช่นนี้




Create Date : 17 มกราคม 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:33:11 น.
Counter : 400 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments