มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
หวายดง ตอนที่ 31 เปล่าป่วนนะ






หวายดง โดย ทักษภณ

ตอนที่ 31 เปล่าป่วนนะ

หวายรู้สึกว่าเจ้าพองมีประโยชน์ต่อขบวนเกวียอย่างมากการเห่าของเจ้าพองเป็นการช่วยเตือนระวังภัยให้กับขบวนเกวียนและสร้างความชะงักงันให้กับผู้บุกรุกได้พอสมควร ดูเหมือนว่าฝ่ายบุกรุกเพลานี้ยังนิ่งเงียบท่ามกลางเสียงเห่าของเจ้าพองเป็นระยะ

“มีไอ้พองมันก็ดีนะ นับเป็นความโชคดีที่มันได้ติดตามขบวนเกวียนช่วยเห่าเตือนให้พวกเราได้ระมัดระวังตัว อย่างนี้ต้องหารางวัลให้มันสักหน่อย”

หวายกล่าวชมความมีประโยชน์ของเจ้าพองเขาคิดว่าต้องหารางวัลมาให้มันสักหน่อยแต่มีบางคนที่อยู่เห็นตรงข้ามกับความคิดนี้

“จะให้รางวัลอีกรึหัวหน้าขอรับตั้งแต่มันปรากฏตัว เป็นตัวสร้างความเดือดร้อน วุ่นวายมากกว่า เมื่อเช้าก็ทำหม้อข้าวข้าแตกเสียหายหมดสายมาหน่อยก็ไปล่อไอ้งาเดียวมาหาขบวนเกวียนวิ่งหนีแทบไม่ทัน ตอนเย็นก็สร้างความวุ่นวายให้ตอนไปดูเส้นหลังวัดรอบดึกมันต้องมีอีกแน่นอน”

ลวกกล่าวแย้ง ด้วยอาการหงุดหงิด หวายหันมามองลวกในความมืดแว๊บหนึ่งคิดจะด่าหรือไล่เตะลวก แต่ก็เงียบเสียด้วยเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่สูญเสีย หม้อข้าว จึงไม่ใคร่จะโต้เถียงด้วย

ผู้ที่อยู่ในกองเกวียนเพลานี้ อยู่ในบรรยากาศตึงเครียดเตรียมพร้อม เฝ้ารอด้วยการเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ในท่ามกลางความมืดด้วยว่ากองเกวียนมีการดับแสงไฟทั้งหมด เพื่อลดการเป็นเป้าโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ในท่ามกลางความมืดมิดทั้งสองฝั่งไม่อาจคาดเดาได้ว่า ฝ่ายผู้บุกรุกมีจำนวนมากเท่าใด หรือว่าจะเข้าโจมตีเพลาใด ด้วยวิธีการใดเคลื่อนไหวไปยังจุดใด

ทันใดนั้นเสียงของเจ้าพอง เห่าเร็วๆ ด้วยสำเนียงเสียงปานกลาง เกิดอย่างกะทันหันจากนั้นเหมือนมีบางสิ่งลอยละลิ่วมาจากผู้รุกราน จากยังจุดที่มีเสียงเห่า นับว่าเป็นการโจมตีที่รวดเร็วมีอานุภาพรุนแรง เสียงดัง พึ่บพับ โปกเปก ไปทั่วบริเวณ สร้างความแตกตื่นโกลาหลให้คนและวัวพอสมควรการเห่าของเจ้าพอง เดิมไม่มีใครคาดคิดว่า จะเป็นเป้า ให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตี แต่เพลานี้เป็นเป้าแล้ว

คาดว่าฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่จะเข้าโจมตีคงสังเกตเห็นว่าเจ้าพองอยู่ในขบวนเกวียนมักจะวิ่งวนเวียนไปมาในขบวนเกวียนก่อนที่ขบวนเกวียนจะดับไฟ ดังนั้นการโจมตี จึงยิงตามเสียงเจ้าพองเพราะคาดว่าสุนัขคงไม่ห่างจากกลุ่มคนเป็นแน่

“อ๊าก...พวกมันยิงสิ่งใดมาวะเฉี่ยวหัวไปนิดเดียว ไอ้พองชี้เป้าให้โจรแล้ว ใครก็ได้หาสิ่งของอุดปากมันที มันเห่าชี้เป้าให้โจรยิงกูชัดๆ”

ลวกร้องเสียงหลงด้วยความโมโหคว้าท่อนไม้ได้ ขว้างไปยังทิศทางที่เจ้าพองยืนเห่าอยู่หลังจากมีบางสิ่งพุ่งเฉียดใบหูไปชนกับล้อเกวียนดังสนั่นลวกยังไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งใด จากความรู้สึกท่ามกลางความมืด เหมือนมีขนาดค่อนข้างใหญ่

ตรงจุดที่มีเสียงเห่าของเจ้าพอง แทบจะทุกๆเสียงเห่า จะมีเสียง การตกของวัตถุจากฝ่ายตรงข้ามมายังจุดนั้นทุกครั้ง ดังนั้นจุดที่มีเสียงการพุ่งชน หรือตกของวัตถุไม่ทราบชนิด เจ้าพองจะตกใจวิ่งหนี จากจุดเดิมไปยังที่ใหม่หลังจากวิ่งไปที่ใหม่เจ้าพองก็เห่าอีก เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความโกลาหล ลุ้นระทึกของชาวขบวนเกวียน

“เอง..อย่ามาทางนี้ ไปไกลเลย ชิ้วๆๆ”

เป็นเสียงไล่เจ้าพองในความมืดบางคนถึงขั้นคว้าก้อนดิน ก้อนหิน เศษไม้ขว้างใส่เจ้าพองเมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เจ้าพองวิ่งอย่างไร้ทิศทางมากขึ้น สร้างความโกลาหลให้กับชาวขบวนเกวียนมิใช่น้อย

“เฮ้ย...ใคร ขว้างสิ่งใดมาทางนี้วะอย่าขว้างมาทางนี้มีคนอยู่”

เสียงหนึ่งขึ้นในความมืดหลังจากมีก้อนหินเศษไม้ตกลงมาใกล้ๆ หรือโดนตัว เพลานี้ชาวเกวียนหลายคน ต่างภาวนาขออย่าให้เจ้าพองวิ่งมายังจุดที่ตนซุ่มอยู่

ดังนั้นเมื่อมันวิ่งไปจุดใดก็จะมีเสียงไล่และขว้างปาสิ่งของที่คว้าหามาได้ เพื่อไล่เจ้าพองไปให้ไกล ด้วยกลัวเสียงเห่า เรียกการยิงของฝ่ายตรงข้ามโดยเจ้าพองนั่นเอง

การที่เจ้าพองโดนไล่ทุกจุดที่มันวิ่งไปในที่สุดเจ้าพองก็เลือกการวิ่งออกนอกบริเวณปางพักของชาวเกวียน ซึ่งก็สร้างความโล่งใจให้กับชาวเกวียนยิ่งนักการยิงตามเสียงเห่ายังไม่หยุดแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการสร้างความลำบากให้กับเจ้าพองยิ่งนักลำบากเพราะปากแท้จริงเทียวเจ้าพองเอ๋ย

“ทำดีแล้วไอ้พอง เองไปถูกทางแล้ว”

เสียงจ้อนออกอาการโล่งอกกล่าวชมเชยสุนัขคู่ใจ หลังจากเอาใจช่วยลุ้นทิศทางการวิ่งของเจ้าพองทั้งการไม่ให้ถูกขว้างจากชาวขบวนเกวียน และวัตถุไม่ทราบชนิดจากฝ่ายตรงข้ามตกใส่

“ขอให้ไปสู่ที่ชอบๆ นะเจ้าพองเองชอบตรงไหนก็เป็นตรงนั้น ไปไกลๆเลย”

เสียงลวกดังขึ้นบ้าง ทำให้จ้อนต้องหันมามองอย่างขัดใจในความมืด

ท่ามกลางความมืด เพลานี้ดูเหมือนฝ่ายขบวนเกวียนจะเสียเปรียบ แต่เมื่อเจ้าพองนำพาการยิงของฝ่ายตรงข้ามให้ห่างออกไปฝ่ายขบวนเกวียนพอจะตั้งหลัก และพอจะเดาตำแหน่งที่ยิงมาได้ จากนั้นมีเสียงดังพึบๆ จากฝ่ายขบวนเกวียน ติดกันหลายครั้ง

มองตามเสียงไปเป็นการยิงลูกดอกไฟจากฝั่งขบวนเกวียนเมื่อลูกดอกไปตกจุดใด ก็เกิดไฟลุกสว่างไสว เพราะที่อยู่ของฝ่ายผู้บุกรุก เต็มไปด้วยเศษใบไม้และหญ้าแห้งจึงเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

“พวกมึงโดนไฟคลอกตายหมดแน่ถึงจะมีของดี หรือหนังเหนียว เจอไฟเข้าไปจะไม่ไหม้ก็ให้รู้ไป”

เสียงของอึ่งคำรามอย่างอย่างสะใจในขณะที่ฝั่งขบวนเกวียนระดมยิงลูกดอก จากหน้าไม้ และธนู พริบตาเดียว จุดที่คาดว่าฝ่ายบุกรุกซุ่มอยู่สว่างไสวมองเห็นฝ่ายตรงข้ามรางๆ ดังนั้นลูกดอกชนิดธรรมดาที่เหลือ จึงระดมยิงไปยังจุดนั้นเป็นห่าฝนนอกจากนี้สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามยิงมาเมื่อสักครู่ก็มีการยิงกลับไปด้วยท่ามกลางความมืดจ้อนคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวยิงไปยังฝ่ายตรงข้ามอย่างเมามัน

“จ้อนทำไมเองยิงได้เร็วจังวะเดี๋ยวลูกดอกก็หมดดอก”

เสียงอึ่งทักจ้อนด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าลูกดอกจะหมดก่อนที่โจรจะถอยไป

“พี่อึ่งไม่ต้องเป็นห่วง หน้าไม้อันนี้ ยิงได้ทุกอย่าง”

จ้อนกล่าวพร้อมกับแบมือให้ดูสิ่งที่ใช้ยิงในความมืดซึ่งก็มองไม่ชัดว่าเป็นสิ่งใด

“มีด้วยรึหน้าไม้แบบนี้ขี้หมาก็ใช้ยิงได้รึ”

คำถามนี้ทำให้จ้อนถึงกับสะดุ้ง

“โธ่...พี่ก็พูดไปได้...แต่ถ้าหาขี้หมาเจอจะยิงให้ดู หน้าไม้อันนี้ มันไม่เหมือนของผู้อื่น จับสิ่งใดใส่ยิงได้หมด”

“เฮ้ย..พวกเองจะเถียงกันทำไมวะอีกคนก็ขี้โม้เหลือเกิน”

พร้าวกล่าวด้วยรู้สึกรำคาญ สงครามการยิงเป็นไปอย่างดุเดือดเพลานี้ดูเหมือนว่าฝ่ายขบวนเกวียนเริ่มจะกลับมาได้เปรียบอีกครั้งเพราะว่าจำนวนการยิงกลับไปของฝ่ายขบวนเกวียนมีมากกว่า และจุดที่ฝ่ายบุกรุกอยู่ มีแสงสว่างจากการเผาไหม้ใบไม้ใบหญ้าฝ่ายขบวนเกวียนจึงเห็นเป้าได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกทั้งแรงลมเหมือนเป็นใจให้ฝ่ายขบวนเกวียนไฟเริ่มลุกโหมเข้าหาฝ่ายผู้บุกรุกอย่างรวดเร็วทำให้การยิงของฝ่ายตรงข้ามค่อยเงียบหายไป พร้อมกับเสียงเห่าของเจ้าพองตัวแสบ

“พวกโจรน่าจะถอยไปหมดหรือไม่ก็โดนไฟคลอกตายหมดแล้วมั้ง”

หวายกล่าวขึ้นหลังจากนิ่งฟังเสียงของฝ่ายตรงข้ามที่เงียบหายไปหลังจากไฟลุกโชนในจุดที่พวกมันโจมตี

“ฮ่าๆ พวกโจรปล้นไม่ดูตาม้าตาเรือโดนไฟไล่หนีแทบไม่ทัน สงสารแต่สัตว์ป่าที่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย เฮ้อ..”

เขียดร้องขึ้นด้วยความสะใจและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน หลังจากมองเห็นไฟที่ไหม้แรงขึ้นเรื่อยๆจากกระแสลมพัดไปหาพวกกลุ่มบุกรุก บางครั้งเหมือนได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากทิศทางแสงไปที่ลุกไหม้ซึ่งก็ไม่แน่ชัดว่าเป็นเสียงของสิ่งใด หรือหูของชาวขบวนเกวียนอาจจะแว่วไปเองก็ได้

“เหมือนมีเสียงร้องโหยหวนในทิศทางที่ไฟไหม้นะพี่เสียงร้องฟังดูน่ากลัวมาก เหมือนเสียงร้องของคน หนูรู้สึกขนลุกชูชันทั้งตัวอึ้ย...”

ก้องกล่าวทำท่าสยดสยองพองเกล้ากับพี่สาวในขณะเสียงไฟไหม้ที่ค่อนข้างรุนแรงในป่าทิศทางด้านหลังวัด แสงไฟส่องสว่างมาถึงบริเวณวัด มีเสียงบางอย่างดังโหยหวนในเพลากลางดึก ฟังแล้วรู้สึกน่าสะพรึงกลัว

ท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้มลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆความน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่ กับเพลานี้ก็ไม่ต่างกันนักไม่มีใครรู้ว่าเสียงร้องนั้น จะเสียงร้องเพราะความเจ็บปวดของคน หรือของสัตว์กันแน่

“ก้องหูแว่วไปเองไม่มีเสียงร้องอันใดดอกมีแต่เสียงไฟไหม้ใบไม้ ใบหญ้าเท่านั้น”

แก้วพูดเหมือนตั้งใจจะปลอบน้องแต่ก้องรู้สึกว่าแก้วปลอบใจตนเองมากกว่า

“พี่แก้วทำไมพูดด้วยเสียงสั่นๆ พี่กลัวรึ บอกพี่หวายให้มาช่วยดูดีไหมพี่ส้มช่วยดูพี่แก้วหน่อย คงจะตกใจมาก”

“ใครว่าพี่กลัว..พี่หนาวต่างหาก”

แก้วแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นคว้าผ้าที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาห่ม

“กระไร ก้องว่าเพลานี้อากาศร้อนมากนะความร้อนจากไฟที่ไหม้แผ่มาถึงที่นี้ด้วย ถ้ายังหนาวอีก ใครก็ได้ช่วยหาผ้าหลายผืนให้พี่แก้วห่มหน่อย”

คำพูดของก้องเหมือนจะหวังดีแต่คนรอบข้างฟังดูก็รู้ว่าก้องแกล้งหยอกพี่สาวปากแข็งของตนเอง

หวายสั่งให้คนของเขาช่วยกันดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บท่ามกลางเสียงไฟไหม้ทางฝั่งด้านหลังวัดเหนือลำห้วยขึ้นไป ทิศของไฟไหม้ค่อยๆห่างจากวัดร้างไปเรื่อยๆ คาดว่าไฟป่า ด้วยกระแสแรงลม ที่พัดแรงชึ้นเรื่อยๆคงจะไม่ดับลงง่ายๆ ถ้าค่ายของพวกโจรอยู่ในละแวกนี้คงไม่พ้นโดนย่างทั้งค่ายแน่ แต่อุ่นใจได้ว่าไฟไม่โหมพัดมาที่วัดแน่

หวายเงยมองท้องฟ้ารู้สึกว่าเหมือนฝนจะตกจึงสั่งให้ชาวขบวนเกวียนเตรียมมองหาที่หลบฝน ไฟถูกจุดให้มีแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง

“ใครก็ได้ช่วยติดไฟตั้งหม้อต้มน้ำด้วยไปเก็บใบสาบเสือมาด้วยเห็นมีข้างทางด้านหน้าวัด”

น้ำใสกล่าวอย่างเร่งรีบท่ามกลางความโกลาหลในการดูแลผู้บาดเจ็บ

“ติดไฟต้มน้ำทำไมจ๊ะ”

มุกถามด้วยความสงสัย

“คาดว่าพี่น้ำใสเห็นว่าหนูมุกคงกลัวจนหิวจะต้มใบสาบเสือให้หนูมุกกินจ๊ะ”

ลวกตอบแทรกเข้ามา

“โธ่...น้า พูดเล่นนอกเรื่องอีกแล้วก็รู้ว่าจะทำสิ่งใด มีคนเจ็บจะต้มน้ำเพื่อทำอันใดน่าจะรู้”

น้ำใสค้อนควักพูดด้วยสีหน้าตึงๆด้วยรู้สึกว่าลวกตอบคำถามเชิงล้อเล่นกับเด็ก

“เฮ้ย...ข้าไม่รู้จริงๆต้มน้ำทำสิ่งใดรึ”

ลวกพูดด้วยน้ำเสียงสูงแสดงให้เห็นว่าไม่รู้จริงๆ

“ก็ต้มเพื่อนึ่งลูกประคบไงแก้ฟกช้ำไงจ๊ะจะต้มยาด้วย น้าก็เคยใช้แล้ว ส่วนใบสาบเสือใช้ห้ามเลือด ปิดแผลเพื่อสมานแผล แก้บวมฯลฯ”

“ข้าเคยใช้แล้วรึจำไม่ได้”

ลวกพูดพร้อมกับเอามือเกาหัวเบาๆทำสีหน้างงๆ

“น้าลวก ใบสาบเสือมีใครไปเก็บมารึยังมีใครต้มน้ำรึยัง”

น้ำใสพูดพร้อมกับหันหน้าไปทางลวกที่ยังยืนนิ่ง

“ทำไมต้องใช้ใบสาบเสือใช้แก้อะไร ยาเราก็มีนิ ไปเก็บทำไมให้ลำบาก”

“ใบสาบเสือเห็นมีอยู่แถวที่พักเยอะแยะ ยาที่มีอยู่เก็บไว้ดีกว่า”

“สาบเสือมีประโยชน์รักษาได้หลายโรคช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวารด้วย ข้าใช้ประจำ โดยเฉพาะในเพลาเดินทางในป่าเข้าพุ่มสาบเสือ ใส่ปุ๋ยให้ต้นสาบเสือ ใช้ประโยชน์จากใบสาบเสือทำความสะอาดหลังจากเสร็จกิจธุระ สะอาดด้วย ป้องกันโรคริดสีดวงด้วย”

พร้าวอธิบายเสริมตามที่รู้มาบ้าง

“มีใครเห็นท่านจมื่นบ้างรู้สึกว่าหายไป”

ลวกเดินเข้ามาถามยังจุดที่มีผู้คนล้อมวงคุยกัน

“ข้าไม่เห็น มีใครเห็นบ้าง”

ลวกหันไปถามคนอื่นๆก็ได้คำตอบว่าไม่เห็นเช่นเดียวกัน

“หรือว่าจมื่นหนีไปแล้ว”




Create Date : 12 มีนาคม 2560
Last Update : 18 มีนาคม 2560 9:07:58 น.
Counter : 168 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments