มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
หวายดง ตอนที่ 30 ผู้บุกรุกยามค่ำคืน


หวายดง โดย ทักษภณ

ตอนที่ 30 ผู้บุกรุกยามค่ำคืน

“แค่นี้พอก่อนดีกว่า หลังจากทำอาบน้ำอาบท่ากินข้าวกินปลา เสร็จแล้วพวกเรามาคุยกันต่อนะ”

พร้าวกล่าวพร้อมกับลูบหัวมุกเบาๆอย่างเอ็นดูรู้สึกเห็นใจในชะตาชีวิตของเด็กหญิงที่ต้องพลัดพราก เพราะผลจากสงคราม

ทั้งหมดเตรียมตัวเพื่อจะไปยังลำห้วยที่อยู่ด้านหลังวัดบางคนอาบน้ำเสร็จแล้วเดินกลับมายังที่พัก ท่ามกลางเสียงเห่าของสุนัขดังเป็นชุดสามถึงสี่ครั้ง สลับกับการเห่าเร็วๆ

“หมาเห่าสิ่งใด”

หวายตะโกนถามลวกที่เดินสวนมาในทิศทางมากจากลำห้วย

“ไม่รู้เหมือนกันหัวหน้ามันเห่าหลังจากมาถึงปางพักแล้ว คิดว่ามันคงเห่าไปเรื่อยตามเรื่องตามราวของมัน”

เป็นคำตอบของลวกที่กลับจากลำห้วยแต่หวายคิดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เขาคิดว่าสุนัขต้องเจอบางสิ่งบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงมองหาจ้อนซึ่งเป็นเข้าของสุนัข แต่ไม่เจอคิดว่าอาจจะอยู่กับสุนัขคู่ใจที่ลำห้วยก็เป็นได้

“พี่พร้าวพี่จมื่น ฝากดูแลที่นี่ด้วย”

หวายหันไปกล่าวกับคนทั้งสองเพื่อฝากฝังผู้ที่น่าเป็นห่วงในความปลอดภัยจากนั้นเดินมุ่งหน้าไปทางลำห้วยที่สุนัขส่งเสียงเห่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเสียงสุนัขเห่าก็เงียบไป หวายเดินจนกระทั่งถึงลำห้วย เจอจ้อนกับพอก พอดีจึงถาม

“หมาเห่าอันใดรึจ้อน”

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน มันเห่าวิ่งไปมาฟังจากเสียงเห่าเหมือนมันเจออะไรบางอย่าง แต่สิ่งมันเจอไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งใดอาจเป็นสัตว์เล็ก ๆ ในป่า หรือ สัตว์ตัวใหญ่ อย่างช้าง หรือคนที่มันไม่คุ้นเคยก็เห่า”

จ้อนตอบพร้อมกับมองไปในทิศทางที่สุนัขเห่าเมื่อสักครู่ซึ่งอยู่คนละฝั่งของลำห้วย หวายมองไปที่ลำห้วยเห็นคนงานทยอยทำกิจธุระส่วนตัว บ้างซักเสื้อผ้าบ้างตักน้ำให้วัว บ้างอาบน้ำ ฯลฯ หวายเกิดความคิดที่จะสำรวจรอบๆ บริเวณที่พัก

ด้วยสังเกตเห็นว่า เหมือนมีร่องรอยเส้นทางเดินเท้าจากวัดผ่านลำห้วยไปทางด้านหลังวัด ทำให้เขาอยากรู้ว่าเส้นทางนี้จะไปที่ใด ประกอบกับเมื่อสักครู่มีเสียงสุนัขเห่าด้วยทำให้เขาคิดว่าสำรวจรอบวัดไว้ก็เป็นการดี ด้วยว่ายังพอมีเพลายังไม่ค่ำมืด มองเห็นพอกเดินผ่านมาที่เขายืนอยู่พอดี

“จ้อน พอกไปเรียกพวก ไอ้ อึ่ง เขียว เขียด ที่นั่งล้อมวงอยู่ด้านโน้น บอกว่าจะไปสำรวจแถวนี้หน่อย”

เมื่อผู้ที่ถูกเรียก ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันผู้ที่มาที่ลำห้วยมาถึงหวายเดินนำทางไปตามรอยทางเดินเท้า ที่พาดผ่านมาจากวัดผ่านลำห้วยขึ้นฝั่งด้านหลังของวัดร้าง

เส้นทางเดินผ่านบางช่วงค่อนข้างรกทึบ และป่าหญ้าสลับกับต้นไม้เตี้ยๆ มองไปเบื้องหน้าไกลออกไปเป็นป่ารกทึบ สลับก้อนหินสูง เป็นทางลาดขึ้นเขาทางเดินผ่านมีก้อนหินสูงต่ำสลับกัน มองไกลออกไปเป็นยอดเขาสูง

บางครั้งก็เหมือนเส้นทางเดินหายไป เนื่องจากผ่านลานหินเป็นระยะทำให้ต้องค่อยๆ มองหาเส้นทาง ที่แท้จริงเป็นระยะ

ทันใดนั้นมีเสียงกราวของใบไม้และการสั่นไหวของต้นหญ้า ต้นไม้เล็กๆ จากการเคลื่อนไหวของบางสิ่งทางด้านซ้ายมือ มุ่งหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้หวายต้องหยุดนิ่งเงี่ยหูฟังเสียง

“พลั๊ก โอ๊ย”

เป็นร้องของผู้ที่อยู่ด้านหลังของหวาย

“ใครโดนอะไร”

หวายถามด้วยเสียงไม่ดังนักด้วยเพลานี้ ใจยังจดจ่ออยู่กับเสียงการเคลื่อนที่ของบางสิ่งที่มุ่งหน้าเข้ามา ยังกลุ่มนักสำรวจขบวนเกวียน

“ไอ้อึ่งชนขอรับ”

เสียงพอกตอบมา

“ไอ้เขียวชนขอรับ”

เป็นเสียงอึ่งโวยวาย

“ไอ้เขียดชนขอรับ”

เสียงของเขียวตอบมาสร้างความข้องใจให้หวายยิ่งนัก เขาต้องหันกลับไปมองทางด้านหลัง เห็นบางคนล้มไปกองกับพื้นรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก แต่ต้องรีบหันกลับมาทางด้านซ้าย พยายามเงี่ยหูฟังเสียงอีกครั้ง

เสียงการเคลื่อนไหวเมื่อสักครู่ได้หยุดไปแล้วดังนั้นจึงหันมาสะสางสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่

“เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้เดินชนกัน พวกเองเดินไม่ดูกระไรเลยรึ”

หวายถามไปด้วยความสงสัยซึ่งก็ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดตอบคำถาม

“พวกเองเมารึ”

หวายถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้อีก ได้กลิ่นน้ำเมาโชยมา

“นิดหน่อยขอรับหัวหน้าแกล้มรวงผึ้งของไอ้จ้อนนิดหน่อย แก้ปวดเมื่อย เป็นยาอายุวัฒนะ เอิ๊ก”

เสียงของอึ่งค่อนข้างอ้อแอ้หวายยืนเกาหัวด้วยความรู้สึกผิดหวังในคนของเขา

“โธ่ ..หัวหน้าเห็นใจลูกน้องบ้างสิวันนี้เหนื่อยมากๆ ขอนิดๆหน่อยๆ พวกข้ารู้ว่าที่ใดควรกิน ที่ใดไม่ควรกินพวกข้ากินนอกวัด ริมห้วย อีกฝั่งหนึ่งของวัด กินไปด้วยทำงานเฝ้ายามไปด้วย”

หวายรู้สึกว่าเสียงของไอ้เขียวเริ่มเสียงแข็งกวนประสาท ลามปาม ไม่ให้ความเคารพในหัวหน้า เป็นน้ำเสียงที่ผิดปกติ แต่ก็ได้แต่นิ่งเสียเพราะรู้ดีว่าสาเหตุมาจากน้ำเปลี่ยนนิสัย

ทันใดนั้นหวายรู้สึกว่าเสียงการเคลื่อนไหวด้านซ้าย ที่ได้หยุดไปเมื่อสักครู่ ได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง พุ่งมาทางกลุ่มพวกเขาอย่างรวดเร็วหวายมองเห็นสีน้ำตาลเหลือง แทรกในป่ามีพุ่มไม้เตี้ยๆ สลับกับหญ้าขึ้นแทรก

ดังนั้น จึงมองเห็นเพียงว่า คล้ายมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างเคลื่อนไหวพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ใจหนึ่งพยายามนึกว่าน่าจะเป็นสิ่งใด ด้วยสัญชาตญาณที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเขายกหน้าไม้ขึ้นเล็งอย่างรวดเร็ว เตรียมที่จะเหนี่ยวไกเมื่อเห็นเป้าหมายชัดเจน

“โฮ่ง ๆ”

เป็นเสียงเห่าสั้นๆสองครั้งดังขึ้น จากนั้นมันวิ่งไปหาจ้อน วิ่งตะกุยเห่าแสดงความดีใจอาการนี้สร้างความโล่งใจให้กับหวาย เขาลดมือลง พร้อมกับนึกในใจว่า ถ้ามือเขาเร็วกว่านี้ไอ้พองอาจไม่รอดนับว่าเป็นบุญของมัน

“เฮ้ยไอ้พองทำพวกข้าตกใจหมด”

พอกโพล่งขึ้นอย่างโล่งใจพร้อมๆ เสียงถอนหายใจดังๆ ของหลายๆ คน

“แถวนี้เหมือนเป็นป่าช้านะหัวหน้า”

พอกกล่าวแสดงความคิดเห็นหลังจากสังเกตเห็นพื้นที่รอบข้างในเพลานี้ ทำให้ทุกคนต้องหันไปสำรวจรอบๆ อีกครั้งซึ่งก็พบว่า ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะว่ามองไปเห็นเป็นกองดินนูนยาว บางแห่งมีร่องรอยการขุดไม่นานนัก ทำให้พื้นดินมีลักษณะเป็นหลุม

“น่าจะเป็นเช่นนั้นพวกเราลองเดินสำรวจต่อดีกว่า”

จบคำหวายเดินนำไปข้างหน้าตามร่องรอยที่เหมือนเป็นเส้นทางคนเดิน รางๆ ลักษณะสูงชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ

“ทำไมเส้นทางเดินแปลกๆหัวหน้า ดูเหมือนมุ่งหน้าไปทางหน้าผา”

พอกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเส้นทางเดินที่มุ่งหน้าไปทางหน้าผา

“ทางเดินอาจจะเลียบหน้าผาไปหรือมีถ้ำใต้หน้าผาก็ได้”

จ้อนกล่าวแย้งเมื่อเดินไปเรื่อยก็ปรากฏว่าเส้นทางเดินสิ้นสุดที่หน้าผาจริงๆทุกคนได้แต่เงยหน้ามอง รวมทั้งเจ้าพองแต่สิ่งที่มีมากกว่าคนคือมันเงยหน้าส่งเสียงเห่าหน้าผาด้วย

“หมาเองตลกเนอะเห่ากระทั่งหน้าผา”

อึ่งหันไปกล่าวกับจ้อนพร้อมกับหัวเราะ

“ข้าเชื่อในไอ้พองมันอาจรับรู้สิ่งผิดปกติบางอย่างบนหน้าผาอาจจะมีบางสิ่งที่คาดไม่ถึง ก็ได้”

จ้อนกล่าวอย่างเชื่อมั่นในสุนัขของตนเอง

“ถ้าเช่นนั้นข้างบนอาจมีคนอยู่ก็ได้ไม่แน่ลางทีอาจเป็นคนที่อยู่ในละแวกนี้หลบขึ้นไปอยู่ข้างบนพระสงฆ์จากวัดนี้อาจไปอยู่บนหน้าผานี้ก็ได้ หรือเป็นที่ตั้ง กลุ่มก๊กใดก๊กหนึ่ง”

พอกให้ข้อคิดที่น่าสนใจ

“ถ้ามีคนอยู่จริงคนพวกนี้จะขึ้นไปด้านบนได้เยี่ยงไร”

อึ่งกล่าวพร้อมกับหันไปถามหวาย

“คาดว่าลางทีน่าจะมีทางขึ้นด้านอื่นอีกหรือไม่มีก็ได้ แต่พวกเราไม่ได้เตรียมสิ่งใดมาสำหรับปีนหน้าผา ไม่มีเพลาเดินดูต่อไปอีกบัดนี้ก็ใกล้ค่ำแล้วปล่อยความสงสัยไว้ รีบกลับดีกว่า ผู้ใดยังไม่ทำกิจธุระส่วนตัวก็ทำให้เสร็จจะได้ไปกินข้าว ทำหน้าที่เวรยาม ระวังอย่าพากันกินเหล้าต่อละ ห้ามเล่นการพนันด้วย”

หวายกล่าวกำชับลูกน้อยเขาอีกครั้งด้วยสังหรณ์ใจว่าคืนนี้อาจมีผู้บุกรุกได้ เนื่องจากละแวกนี้ เหมาะสำหรับผู้บุกรุกเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากทั้งหมดพากันหันหลังเดินทางกลับจากหน้าผาเจ้าพองวิ่งสวนไปดมที่บริเวณเชิงหน้าผา จากนั้นก็ยกขาฉี่ใส่ทำสัญลักษณ์ จากนั้นก็วิ่งกลับมาแซงหน้าทุกคนนำหน้าทำหน้าที่เป็นนักสำรวจ ตามสัญชาตญาณ

“จ้อนดูแลเจ้าพองให้ดีๆ ด้วย ลางทีมันเห่ามากๆ บางคนอาจรำคาญมัน เกรงว่าจะทำร้ายมันในขบวนเกวียนมีทั้งคนรักสัตว์ และพวกหงุดหงิดง่าย อาจจะทำร้ายมันตอนกลางคืนผูกมันไว้ดีไหม”

หวายเสนอความเห็นกับจ้อนด้วยความเห็นห่วงเจ้าพอง

“ไม่ได้ดอกหัวหน้ากระผมเคยผูกไว้ มันจะดิ้นร้องสร้างความรำคาญมากกว่าเดิม ปล่อยมันไว้ดีกว่า คิดว่าปล่อยมันไว้น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าผูกไว้”

เมื่อถึงปางพักบางกลุ่มเริ่มทานอาหารเย็นแล้วบางคนกำลังเตรียมอาหาร หวายเข้าที่พัก ทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อย ในที่พักไม่เห็นลวก

จากนั้นเดินดูความเรียบร้อย รู้ตัวอีกทีก็ถึงปางพักของน้ำใสและแก้ว เมื่อไปถึงพบว่ายัง กลุ่มของแก้วยังไม่กินข้าว เห็นลวกมาอยู่ในที่นี้ด้วย

“ทำไมยังไม่กินข้าวกันลวกมาทำอันใดที่นี่รึ”

หวายถามด้วยความสงสัย

“แก้วยังไม่ยอมกินจะรอหัวหน้าให้ได้ ส่วนกระผม แฮ่ๆๆ หม้อข้าว โดนน้องพองทำลายแล้วจะเอาสิ่งใดมาหุงกินขอรับหัวหน้าทุกคนเป็นห่วงหัวหน้าจะอดข้าวก็เลยทนความหิวรอหัวหน้า”

ลวกชี้แจง ด้วยสีหน้าแหยๆ

“เออ...ลืมไปว่าหม้อข้าวไม่เหลือแล้วไม่เป็นไรไปถึงด่านจันทึก ถ้าข้าไม่ลืม จะลองหาหม้อใหม่มาให้ มีอะไรกินบ้างวันนี้ถ้าเยี่ยงนั้นกินได้เลย จะรออันใดลุย”

หวายเดินเข้ามาในวงข้าวนั่งลงในที่ว่างที่ถูกเว้นไว้ให้มองกับข้าวที่อยู่เบื้องหน้ามีแต่ของน่ากินทั้งนั้น รู้ได้ว่าเป็นฝีมือของแก้วแน่ๆ

หลังจากกินข้าวแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนเวลาประมาณสองยามมีเสียงเห่าของเจ้าพอง เขียวผู้ที่เฝ้ายามบอกว่า รู้สึกว่าการเคลื่อนไหวในทิศทางด้านเหนือของลำธารหลังวัด

จากนั้น เขียดมารายงานว่ากลุ่มคนที่มาพักใกล้โบสถ์ทางทิศตะวันออก ได้หายไปแล้วหวายรู้สึกถึงความผิดปกติได้ทันที สั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อม ดังนั้นทุกคนจึงเข้าไปประจำที่อย่างรวดเร็ว

“พี่คาดว่าจะเป็นสิ่งใดคนหรือสัตว์”

หวายหันไปถามความเห็นของจมื่นและพร้าวในขณะที่สายตายังมองฝ่าความมืดไปในทิศทางที่คาดว่าจะมีผู้บุกรุก

“คาดเดายาก แถวนี้เป็นป่าเขาเหมาะที่จะเป็นสถานที่หลบซ่อนกลุ่มโจร สัตว์ป่าก็ชุกชุม ได้ยินว่าเมื่อตอนเย็นหวายก็ไปดูด้านหลังวัดมีหน้าผาสูงชันจุดนั้นไม่รู้ว่ามีพื้นที่กว้างใหญ่เพียงใด บนนั้นอาจมีคนอยู่ก็ได้ มีโอกาสข้าจะพาคนของบ้านเมืองขึ้นไปดูพวกกระแตดงอาจจะมาแถวนี้ก็ได้ อีกพวกที่น่าสนก็คือไอ้หลอมันอาจพร้อมแล้วที่จะมาก่อนกวน”

เป็นการแสดงความคิดเห็นของจมื่นซึ่งค่อนข้างตรงกับความคิดของเขาหวายจึงกล่าวต่อไปว่า

“ได้ยินว่า พวกที่พักอยู่ด้านทิศตะวันออกของโบสถ์เมื่อตอนเย็นเพลานี้ก็หายไปแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะหนีไป เมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย หรือว่าแปลงร่างกลายเป็นโจรรู้สึกว่าไอ้พองเริ่มเห่าอีกแล้ว พวกมันคงเคลื่อนไหวใกล้เข้ามา”

“คิดว่าคืนนี้พวกนี้ลุยแน่ แต่ไม่ต้องกลัวถ้าเป็นพวกโจรมันมีอาคม พวกเราก็เตรียมแก้อาคมไว้แล้ว กองเกวียนก็ศิษย์มีครูเหมือนกัน”

พร้าวกล่าวอย่างมั่นใจในการแก้อาคม ของกลุ่มขบวนเกวียนซึ่งได้มีการเตรียมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้วเป็นที่ทราบกันดีในวงการนายฮ้อยว่า พวกโจรมักจะมีอาคมขลัง ถ้าจะต่อกรกับกลุ่มคนพวกนี้ก็ต้องมีของดีไว้ป้องกันตัวเช่นกัน

“คิดว่าเพลานี้คนของเราคงเตรียมพร้อมแล้วละไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ พวกนี้กล้ามากคงคิดว่าตัวเองมีดีพอ หรือไม่ก็เป็นสัตว์ที่หน้ามืดตาลายหาเรื่องเดือดร้อนให้กับตัวเอง”

หวายกล่าวหลังจากมองฝ่าความมืดไปเห็นคนของเขาเข้าสู่ที่กำบังเตรียมพร้อม พวกมีหน้าไม้ก็เตรียมพร้อมเข้ามาเมื่อไหร่ได้ยิงกันกระจายแน่




Create Date : 05 มีนาคม 2560
Last Update : 5 มีนาคม 2560 17:42:18 น.
Counter : 187 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments