กรกฏาคม 2560

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ ตอนที่ 40 ผู้ช่วยเหลือ


เกวียนทมิฬ โดยทักษภณ

ตอนที่ 40 ผู้ช่วยเหลือ

หวายหันไปมองพร้าว จากนั้นทุกคนจึงหันไปมองตาม พร้าวรู้สึกแปลกใจรีบยกมือทั้งสองขึ้นเป็นการบ่งบอกให้หยุดหันไปทางอื่นกล่าวว่า

“เดี๋ยวก่อนทุกคนมองข้าทำไม”

“เห็นหัวหน้ามองน้าพร้าวก็มองตามคิดว่าทุกคนคงต้องการรู้คำตอบ เกี่ยวกับก้องและแก้วว่า จะได้อยู่รอดูการแสดงฝีมือหรือว่าต้องไปในวันพรุ่งนี้ตามกำหนดการเดิม”

น้ำใสกล่าวขึ้นคนอื่นๆก็อือออตาม เสียงขรม

“อ้อข้าจะเข้าใจแล้วละข้าหลงเข้าใจว่าหล่อกว่าเดิมซะอีกถึงได้พากันมอง ฮ่าๆๆ ก้อง แก้ว จะอยู่หรือไป ข้าตัดสินใจมิได้ดอก”

“เหตุใดจึงเป็นเยี่ยงนั้นเห็นหัวหน้ามองไปยังน้าพร้าวหลงคิดว่าน้าจะตัดสินใจได้ซะอีก ถ้าน้าพร้าวกับหัวหน้าตัดสินใจมิได้ผู้ใดจะตัดสินใจได้”

“เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับผู้อื่นๆอีก มิใช่ข้าผู้เดียวจะตัดสินใจได้”

“เป็นผู้ใดพี่บอกมาให้ชัดๆไปเลย มัวพูดอ้อมไป อ้อมมา วนไป วนมา อยู่นั่นแหละ”

อึ่งผู้ที่นั่งห่างออกไปอดทนมิได้โพล่งขึ้นมา

“เกี่ยวกับผู้จะร่วมขบวนไปส่งด้วยกันข้ามิได้ไปแต่ผู้เดียว มีคนทางการร่วมไปส่งด้วย เพลานี้ก็มืดค่ำแล้ว ทางนั้นทุกคนคงเตรียมการเพื่อการเดินทางพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้ว การเดินทางก็ต้องออกแต่เช้ามืด คงเปลี่ยนแปลงอันใดมิได้แล้วทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเหอะ”

พร้าวกล่าวแล้วโบกมือไล่ทุกคนดังนั้นทุกคนจึงได้แต่อ้าปากค้างในคำตอบที่ได้รับ มีเสียงบ่นเบาๆ จากบางคนที่ลุ้นเอาใจช่วยก้อง ในที่สุดก็ทยอยแยกย้ายกลับที่พักของตนหวายหันไปจ้องหน้ากับแก้วและก้อง กล่าวว่า

“พักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าส่วนเรื่องการแข่งขันแสดงฝีมือเอาไว้วันหลังลางทีอาจจะเป็นเพลากลับจากเมืองหลวงพี่จะเล่าให้ฟัง...ข้ามิเห็นไอ้ลวก มันไปที่ใดกันวะ”

ตอนท้าย หวายกล่าวแล้วลุกขึ้น บ่นทิ้งท้ายเมื่อไปถึงเกวียนที่พัก หลังจากนั่งคิดเรื่อยเปื่อย สักครู่ครู่ รู้สึกสงสัยอะไรบ้างอย่างจากนั้นได้เดินไปเรื่อยๆ รอบที่พักขบวนเกวียน ขณะที่เดินอยู่นั้นได้ยินเสียงคนกำลังคุยกันเบาๆ ทำให้เขาเกิดความสงสัย จึงเดินไปยังจุดต้นเสียง

“เองคิดแผนที่จะชนะได้รึยัง”

“ยังคิดไม่ออกเลยพี่”

“บ๊ะ...ไหนเองคุยว่าเก่งนักเก่งหนาวะไม่เก่งจริงจริงนี่หว่า”

“โธ่พี่ ข้าคุยเมื่อใด เกวียนก็เก่าวัวก็แก่ยังไงก็ชนะยากพี่ วัวก็เดินทางมาหลายเพลาแล้วมันล้าเต็มทีเอามาวิ่งแข่งอีกเกรงว่าจะไม่รอด เหมือนขามันจะเจ็บด้วย ทำใจเถอะพี่”

“เองคุยว่ามีวิธีเอาชนะ ถ้าข้าแพ้อีกข้าเคยคุยเอาไว้มากจะเอาหน้าไปไว้ไหน ข้าขอร้องช่วยข้าหน่อยวะ เองอย่าห่วงไอ้พองมากห่วงข้าบ้างเหอะ ข้าไหว้ละ กราบก็ได้”

หวายยืนฟังอยู่ในระยะไม่ห่างนัก รู้สึกเห็นใจผู้ที่กำลังอ้อนวอนอีกฝ่ายอย่างยิ่ง

“ข้าช่วยเจ้าได้ กราบข้าสิ ข้าจะช่วยเจ้า”

เสียงที่ดังทุ้มแปลกหูดังขึ้นมาอย่างไม่คาดฝันทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งมองหาต้นเสียงในความมืดสลัว แม้มีแสงไฟจากกองไฟที่อยู่ไม่ห่างนักส่องวับแวมความสว่างก็ยังไม่พอที่มองเห็นที่มาของต้นเสียงอย่างชัดเจนได้ ลวกได้สติรีบฟุบตัวลงกับพื้นก้มกราบอย่างรวดเร็วติดตามมาด้วยเจ้าจ้อนในทิศทางที่ได้ยินเสียง

“สาธุ ท่านเจ้าข้าช่วยลูกช้างด้วยการแข่งขันคราวนี้แพ้ไม่ได้”

เจ้าลวกก้มหน้าติดพื้นติดพื้นอ้อนวอนเสียงรัวบ่งบอกถึงความดีใจ ที่พบแสงสว่าง พบทางออก

“ถ้าข้าช่วยเองมีสิ่งใดจะตอบแทนข้า”

“ท่านต้องการสิ่งใดลูกช้างจะหามาให้ทุกสิ่งเลยจ้า”

“ไม่ยาก ขอเพียงเจ้ากราบข้าก่อนนอนทุกวันก็พอ”

คำต้องการของเสียงในความมืดทำเอาเจ้าลวกชะงักนิดชั่วครู่แต่ใจมันคิดว่ากราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงมิมีอันใดเสียหาย

“ได้ขอรับ ให้ลวกทำอันใดก็ยอมเป็นหมาเป็นแมวก็ยอมขอให้รู้จักชัยชนะ ความอายเป็นทุกข์ที่สุดในโลกของลูกช้างมิมีอันใดจะเท่าเทียมแล้ว”

“เองรับปากแล้วต้องทำตามสัญญาห้ามกลับคำ”

“ไม่กลับคำแน่นอนขอรับ”

“เจ้าจ้อนเองจะกราบข้าก่อนนอนทุกวันด้วยรึ”

เสียงจากมุมมืดถามย้ำอีกครั้ง คำถามนี้ทำเอาจ้อนอ้ำอึ้งนิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิดบางอย่าง แต่มีเสียงลวกตอบแทนอย่างเร่งรีบ

“กราบไหว้ทุกวันเลยจ้าจะให้ทำสิ่งยอมทั้งนั้น ให้เป็นหมาเป็นแมวก็ยอม ทุกอย่างเลยจ้า”

เจ้าลวกกล่าวพร้อมกับสะกิดให้จ้อนยอมรับจ้อนอึกอักชั่วครู่ในที่สุดก็แสดงอาการอือออยอมรับ ทันใดนั้นเจ้าของเสียงก็ปรากฏกายในระยะห่างจากทั้งสองเพียงวาเท่านั้นผู้ที่ปรากฏต่อหน้าทำให้ทั้งสองตกตะลึงชะงักชั่วขณะ

“หัวหน้าเองดอกรึ หัวหน้าแกล้งข้าหัวหน้าทำเยี่ยงนี้ ได้เยี่ยงไร ข้าคิดว่าจะมีผู้มาช่วยจริงๆ เสียอีก”

ลวกโวยวายตัดพ้อ

“เฮ้ยข้าช่วยเองได้จริงๆนะ เองไม่เชื่อข้าดอกรึ”

“หัวหน้าจะช่วยด้วยวิธีใดข้าอยากรู้เช่นกัน”

“เองเคยได้ยินเรื่องโคนันทวิสาลฤาไม่”

“ลวกมิเคยได้ยินมาก่อนมันคือสิ่งใดรึหัวหน้า”

ลวกกับจ้อนแสดงความไม่เข้าใจในสิ่งที่หวายพูด

“เป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าของวัวที่พูดไม่เพราะกับวัวทำให้แพ้แต่เมื่อพูดคำไพเราะกับวัว ทำให้ได้ชัยชนะในภายหลัง”

“แล้วเรื่องที่ว่าจะทำให้ลวกได้รับชัยชนะได้เยี่ยงไรข้าน้อยยังมองไม่เห็นทางชนะเลย ปกติข้าน้อยพูดกับไพเราะอยู่แล้วเรียกว่าลูกทุกคำแถมยังติดสินบนรางวัลด้วยแต่ก็ยังไม่ชนะ คิดว่าที่แพ้ คงเป็นเพราะเกวียนไอ้เมื้อมมันแปลกๆวิ่งเร็วมาก”

น้ำเสียงของลวกเหมือนคนหมดความหวังที่จะได้รับชัยชนะจากนั้นมันทรุดลงนั่งยองๆ โงนเงนทำท่าเหมือนจะเป็นลมล้มลง เอามือเคาะขยี้หัวตัวเองแรงๆเหมือนอัดอั้นในสิ่งที่เกิดขึ้น หวายนึกบางอย่างขึ้นได้กล่าวว่า

“ข้านึกออกแล้ว เองลองเปลี่ยนสินบนวัวของเองสิลางทีอาจจะดีขึ้น ว่าแต่คราวก่อนเองติดสินบนด้วยอะไรว่ะ”

“เหล้าหนึ่งไหขอรับหัวหน้า”

“ฮ่าๆๆ ไอ้ต๋อม ไอ้แต๋ม วัวเองชอบเหล้าดอกรึข้าว่ามันน่าจะชอบอย่างอื่นมากกว่า”

หวายเรียกชื่อวัวที่เทียมเกวียนของลวกที่จะใช้ในการแข่งขัน

“ข้าว่ามันชอบอย่างอื่นมากกว่าลองเปลี่ยนหญ้า หญ้าอ่อน หรือผลไม้ เองลองนึกดูดีๆ ว่ามันชอบกินอันใดข้าว่ามันน่าจะกินผลจบกสุกนะ

ส่วนเกวียนลองหาน้ำมันมาหยอดที่เพลาดูพยายามลดน้ำหนักเกวียนโดยการถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป

ข้าว่าเองควรทำใจไว้บ้างวัวขบวนเกวียนเราต้องเดินทางใช้แรงงานหนัก อาหารก็ไม่ค่อยสมบูรณ์ แรงสู้วัวของไอ้เมื้อมได้เยี่ยงไรข้าว่าถ้าอยากแข่งจริงๆ ต้องทำใจนะ พักผ่อนได้แล้วทำตามที่ข้าบอกเหอะ”




Create Date : 24 กรกฎาคม 2560
Last Update : 24 กรกฎาคม 2560 9:47:30 น.
Counter : 212 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments