Don't just me because I sin differently from you.
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
เจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์ ตอนที่ 2 [เรื่องสั้นแปล]

1 มิถุนายน


ฉันลากเก้าอี้ออกมานั่งในสวนเพราะทนกลิ่นสารเคมีของวิกเตอร์ไม่ไหวและวันนี้ฉันก็ยอมลดตัวลงมาอ่านนิตยสารไลฟ์แอนด์ลุค เพราะเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล[1]ฉบับแคว้นบาวาเรียมาช้าอีกแล้วถึงฉันจะขายหุ้นทั้งหมดเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในการทดลองที่ไม่รู้จบรู้สิ้นของวิคเตอร์แต่ฉันก็ยังติดตามข่าวหุ้นอยู่ และคอยคำนวณว่าฉันจะได้เงินอีกมากเท่าไหร่ถ้าเพียงแต่ฉันแต่งงานกับบรูโน ชมิดท์ หรือไม่ก็ อาจเป็นหมอสักคนที่ถ้าคนไข้ตาย เขาก็จะปล่อยให้ตายต่อไป


แต่ก็ช่างมันเถอะ ฉันลากโต๊ะเล็กๆออกมาวางนิตยสารกับชาเย็น ทั้งที่จะขอให้อีกอร์ทำก็ได้ แต่ให้ฉันตายเร็วขึ้นดีกว่าจะขอความช่วยเหลือจากมันนี่แหละ ฉันจึงมานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้ จนกระทั่งได้ยินเสียงแผ่นดินสะเทือนตึง ตึง ตึง ใช่เลย มันคือเจ้าสัตว์ประหลาด ออกมาสูดอากาศประจำวันของมัน

"สวัสดีตอนบ่ายครับบารอนเนส" มันถามเสียบแหบแห้ง

ฉันถลึงตามองมัน

มันสังเกตเห็นนิตยสารของฉัน “คุณอ่านหนังสืออยู่หรือ”มันถาม

“เปล่า” ฉันตอบเสียงเย็น“ฉันกำลังพูดกับฝันร้ายมีชีวิตที่ขึ้นมาจากนรกขุมที่ลึกที่สุดอยู่ต่างหาก”

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณอารมณ์เสีย”มันว่า

“ดี” ฉันพูด“ถ้างั้นก็ไปอยู่อีกฟากหนึ่งของปราสาทไป๊แล้วอยู่ตรงนั้นก็อย่าหาเรื่องให้ฉันเสียอารมณ์อีกก็แล้วกัน”


มันถอนใจ และเดินจากไปฉันกลับมาอ่านหนังสือต่อ หลังจากนั้นไม่กี่นาทีนิตยสารของฉันก็ถูกปกคลุมด้วยเงามหึมา ฉันเงยหน้าขึ้นเห็นเจ้าสัตว์ประหลาดยืนอยู่ข้างๆ

“ฉันนึกว่าฉันบอกแกไปแล้วเสียอีกว่า...”

มันยื่นมือที่มีดอกไม้สีเหลืองทองงดงามออกมา“ให้คุณ” มันพูด

“ขอบใจ” ฉันว่ารับดอกไม้มาจากมัน แล้วก็ปาลงไปบนพื้น “ทีนี้ก็ไปไกลๆ”

อาจเป็นเพราะแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบใบหน้าของมันขณะนั้นก็ได้ แต่สาบานได้ว่าฉันเห็นน้ำตาไหลตามแก้มขณะที่มันหันหลังกลับและเดินจากไป


3มิถุนายน


วันนี้ฉันพบมันที่ห้องสมุดที่สร้างด้วยไม้ที่ซึ่งควรจะเป็นความภาคภูมิใจและความรื่นรมย์ของฉันแต่ตอนนี้มันเป็นแค่ที่ลี้ภัยประจำวันจากความน่าเบื่อหน่ายของชีวิตจริง

“แกมาทำอะไรที่นี่”ฉันถาม ขณะเดินเข้าไป

“ผมเบื่อ ได้แต่นั่งๆนอนๆ” มันตอบ “ผมขออนุญาตเข้าไปในเมืองแต่เจ้านาย” – มันหมายถึงวิคเตอร์- “ยังไม่อยากให้ใครเห็นผมท่านบอกให้ผมมาอ่านหนังสือแทน”


“แกอ่านได้ด้วยฉันถาม

“ครับ อ่านได้” มันตอบ “มันน่าประหลาดใจขนาดนั้นเลยหรือ

“ก็ดี” ฉันว่า พร้อมยักไหล่ “ไปอ่านเลย หนังสือวิทยาศาสตร์ของวิคเตอร์อยู่ด้านโน้น”

“ผมไม่สนใจหนังสือพวกนั้น”มันว่า

“ไม่ใช่ธุระกงการของฉัน” ฉันตอบ “ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะแต่ฉันสังเกตเห็นว่าแกยืนอยู่ข้างหน้าชั้นนิยายรักของเจน ออสเต็น[2] กับพี่น้องบรอนที[3] อ่านไปแกก็ไม่เข้าใจหรอก”


“ผมคิดว่าผมอยากอ่านนิยายรัก” มันตอบ

“น่าขยะแขยง!”

“คุณคิดอย่างนั้นจริงหรือ”มันถามอย่างใคร่รู้

“ฉันก็พูดอยู่นี่ไง”ฉันตอบ

“บางทีนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้านายใช้เวลาทุกคืนอยู่ในห้องทดลอง”มันพูด


ฉันดึงหนังสือเล่มหนาออกจากชั้นนึกอยากเอาหนังสือฟาดมัน แต่คิดว่ามันคงเจ็บไม่เป็นสุดท้ายฉันก็เลยต้องยัดหนังสือใส่มือมัน และไล่มันไปให้พ้นๆ สายตา


4มิถุนายน

มันเดินอุ้ยอ้ายมาหาขณะที่ฉันนั่งอยู่นอกบ้าน อ่านหนังสือพิมพ์ที่ในที่สุดก็มาถึงเสียที

“คราวนี้อะไรอีกล่ะ”ฉันถามอย่างหงุดหงิด

“ผมมาขอบคุณ” มันตอบ

“ขอบคุณอะไรฉันถาม

“สำหรับนี่” มันวางหนังสือลงบนโต๊ะ “ผมอ่านคริสต์มาสแครอลเมื่อคืนมันช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ดีจริงๆ” มันหยุดครู่หนึ่งจ้องมองในดวงตาของฉันด้วยลูกตาแห้งแล้งไร้ชีวิตของมัน “มันดีจังที่ได้รู้ว่าขนาดสครูจ[4]ยังเปลี่ยนแปลงได้”


“นี่แกกำลังเทียบฉันกับสครูจงั้นเรอะฉันถามอย่างเดือดดาล

“ไม่ใช่ครับ” มันตอบ หยุดไปอีกครู่หนึ่ง “สครูจเป็นผู้ชาย”


ฉันลุกขึ้นยืน โน้มตัวไปข้างหน้ามือเท้าโต๊ะ ถลึงตาจ้องมัน เกือบจะตะโกนใส่หน้ามันไปแล้วว่าฉันจะไปคุยกับวิคเตอร์และสั่งเขาเอามันไปบริจาคให้มหาวิทยาลัยที่ไหนก็ได้แต่แมงมุมขนรุงรังตัวใหญ่โผล่มาเสียก่อน มันมาจากไหนไม่รู้วิ่งผ่านมือฉันแล้วก็ไต่ขึ้นมาตามแขน ฉันกรีดร้อง พลางสะบัดแขน จนแมงมุมร่วงลงบนพื้น


“ฆ่ามันนนนนนน!” ฉันตะโกน

มันคู้เข่าลง หยิบแมงมุมขึ้นมาไว้ในมือ “ผมบอกคุณเมื่อวันก่อนแล้ว”มันตอบ “ว่าผมไม่ฆ่า”

“ฉันไม่สนว่าแกเคยบอกว่ายังไง”ฉันคำราม “กระทืบมัน ไม่ก็บี้มันคามือนั่นแหละ– ทำอะไรก็ได้ให้ไอ้ตัวนั้นตาย ๆ ไปซะ”


“ผมเคยตายมาแล้ว บารอนเนส”มันตอบเสียงหม่น “มันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่อยากจะให้เกิดขึ้นกับใครหรือกับอะไรทั้งนั้น”


และเมื่อพูดแล้วมันก็เดินออกไปพร้อมแมงมุมแล้ววางแมงมุมลงบนกิ่งต้นไม้อ่อนที่ห่างออกไปราวห้าสิบฟุต

ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเมื่อามันกลับมาหยิบหนังสือ ฉันมัวแต่ยุ่งกับการครุ่นคิดถึงสิ่งที่มันพูด...


7 มิถุนายน

วันต่อมา มันอ่าน วัธเธอริ่ง ไฮทส์จากนั้นก็เป็น แอนนา คาเรนินา[5]และท้ายที่สุดก็อ่านวิมานลอย[6]ที่กำลังขายดิบขายดีอยู่ในร้านหนังสือทั้งหลายแม้แต่วิคเตอร์ก็คงไม่อาจผลาญเงินตอบแทนจากค่าลิขสิทธิ์ของหนังสือเล่มนี้ได้หมด

“แกชักจะชอบนิยายรักแล้วล่ะสินะ” ฉันพูดเมื่อพบกับมันอีกครั้งในห้องสมุด เป็นครั้งแรกที่ฉันเริ่มต้นบทสนทนากับมันไม่รู้ว่าทำไม แต่คิดว่าเมื่อเราใช้เวลาอยู่คนเดียวตอนกลางคืนมาพอสมควรแล้วเราคงพูดกับใครก็ได้ทั้งนั้น


“มีแต่เรื่องหัวใจสลาย” มันตอบด้วยท่าทางเศร้าสร้อยอย่างสุดแสน“ผมคิดว่านิยายรักจะจบลงด้วยความสุขเหมือนเรื่องคริสต์มาสแครอลเสียอีกแต่ไม่เลย เฮธคลิฟกับแคทเธอรีน[7]ตาย แอนนากับวรอนสกี้[8]ก็ตายสการ์เล็ตต์สูญเสียแอชลีย์ แล้วยังต้องมาสูญเสียเร็ตต์อีก[9]

“นิยายรักไม่ได้จบด้วยความเศร้าเสมอไปหรอกน่า”ฉันบอก ฉันคิดว่าตัวเองกำลังเถียงกับมันอยู่ แต่อีกใจก็สงสัยว่านี่ฉันไม่ได้กำลังปลอบใจมันอยู่ใช่ไหม


“เท่าที่ผมจำได้อย่างเลือนลาง ก็มีเรื่องของกษัตริย์อาเธอร์กับราชินีกวินเนอเวียร์[10]” มันถอนหายใจอย่างเจ็บปวด“มันจบเศร้ามาก เช่นเดียวกับเรื่องโรมิโอกับจูเลียต” มันส่ายศีรษะขนาดมหึมาอย่างเศร้าโศก“แต่มันก็ทำให้กระจ่างขึ้นมาก”

“นิยายรักโศกนาฏกรรมพวกนี้ทำให้อะไรกระจ่าง”ฉันถาม


“ว่าทำไมคุณดูขมขื่นและไม่มีความสุข” สัตว์ประหลาดตอบ“เจ้านายเป็นผู้ชายที่วิเศษมาก – ฉลาด ใจกว้าง เอาใจใส่ผู้อื่นและท่านก็พูดเสมอว่า ท่านรักคุณมากเหลือเกิน แน่ล่ะว่า คุณก็คงรู้สึกกับท่านในแบบเดียวกันไม่เช่นนั้นคุณคงไม่แต่งงานกับท่าน และเพราะนิยายรักพวกนั้นจบลงด้วยโศกนาฏกรรม คุณทำตัวแบบนี้เพราะทุกข์ตรมกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น”


“พอได้แล้ว!”ฉันบอก “อยากได้หนังสืออะไรก็หยิบไป แล้ววันนี้ทั้งวันก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า”

มันหยิบหนังสือ และเดินไปที่ประตู

ก่อนที่มันจะออกไป ฉันถามว่า 

“วิคเตอร์บอกว่าเขารักฉัน จริง ๆ หรือ?”



[1] The Wall Street Journal หนังสือพิมพ์ของอเมริกาที่ขายทั่วโลกเนื้อหาเน้นที่ข่าวธุรกิจและเศรษฐกิจ

[2] Jane Austen หรือ เจน ออสเต็นผู้แต่งนิยายเรื่องไพรด์แอนด์เพรจจูดิซ (Pride and prejudice) หรือชื่อไทย “สาวทรงเสน่ห์” แปลโดย จูเลียต

[3] The Brontes หมายถึงพี่น้องตระกูลบรอนที นักเขียนชาวอังกฤษ ได้แก่ ชาร์ล็อตต์ (ผู้แต่ง เจน แอร์)เอมิลี่ (ผู้แต่ง Wuthering Heights หรือวัธเธอริ่ง ไฮทส์) และแอนน์ (ผู้แต่ง TheTenant of Wildfell Hall)

[4] เอบเบอนีเซอร์ สครูจ (EbenezerScrooge) นายธนาคารหน้าเลือด ซึ่งเป็นตัวละครในนิยายเรื่อง “AChristmas Carol”

[5] Anna Karenina นวนิยายของนักเขียนชาวรัสเซียลีโอ ตอลสตอย

[6] วิมานลอย หรือ Gone withthe wind บทประพันธ์ของ มาร์กาเร็ต มิตเชลล์

[7] เฮธคลิฟ (Heathcliff) กับ แคทเธอรีน (Catherine) ตัวละครในนิยายเรื่อง WutheringHeights ของเอมิลี่ บรอนที

[8] แอนนา และ วรอนสกี้ตัวละครในนิยายเรื่อง แอนนา คาเรนินา ของ ลีโอ ตอลสตอย

[9] สการ์เล็ต แอชลีย์ และ เร็ตต์คือตัวละครในนิยายเรื่อง วิมานลอย หรือ Gone with the wind ของมาการ์เร็ตมิตต์เชล

[10] กษัตริย์อาเธอร์ และ ราชินีเกว็นเนอเวียร์ปรากฎอยู่ในตำนานอัศวินโต๊ะกลม 




Create Date : 26 มิถุนายน 2557
Last Update : 26 มิถุนายน 2557 8:18:27 น. 0 comments
Counter : 1230 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Desiderata
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Desiderata's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.