กว่าจะได้มาเรียนต่อ















สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐ นะคะทุกคน


"ชีวิตคือ การเดินทาง และเรียนรู้"


1.jpg


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบล็อคตาณนะคะ

เขียนมาตั้งแต่ พค.59 จนถึงตอนนี้ (7เดือน) ยอดวิว 8,000 กว่าๆ ตกเดือนละพัน

สำหรับคนอัพไดเดือนละครั้งอย่างตาณ 5555

ดีใจนะ เพราะกะเขียนไปเรือยๆ ไม่คิดว่าจะมีใครมาอ่านด้วยซ้ำ 5555555

ขอบคุณจริงๆค่ะ


ที่มาของการเขียนบล็อคนี้ :)

พอมาเรียน ก็รู้สึกว่า อยากเขียนไดอารี่ เพราะชอบอยู่แล้ว

อยากเป็นนักเขียน และอยากแบ่งปัน ประสบการณ์ ต่างๆ


ตาณมี Agency คอยช่วยเหลือในการเตรียมเอกสาร

ทำโน่นนี่ ติดต่อมหาวิทยาลัย คอยให้คำแนะนำ


แล้วอยู่ดีๆก็คิดขึ้นมาว่า แล้วคนอื่นล่ะ ?

คนที่ไม่มี Agency คนที่อยู่ต่างจังหวัด ไปมาลำบากในการเข้าเมืองมาปรึกษา

Agency แล้วต้องหาข้อมูลเองทุกอย่าง

เค้าจะปรึกษาใครวะ ? ข้อมูลในGoogle แม่งก็ไม่ละเอียดเลย

ก็เลยคิดว่าบล็อคนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่จะไปเรียนต่อ เออดูมีสาระ 5555555

#หวังว่าพอจะช่วยได้นะคะ


.

.

.


ปี 2016 หรือ 2559 เป็นปีที่ดีมากของตาณ

เพราะเป็นปีที่ทำให้ตาณเรียนรู้ เข้าใจชีวิตมากขึ้น

ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต ความรัก ครอบครัว

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ


การกล้าก้าวข้าม ...

Comfort Zone ของตัวเอง


งานดี เพื่อนร่วมงานเลิศ และเจ้านายที่ดี๊ดียิ่งกว่าพ่อ

ที่สำคัญ …. โบนัสอลังการ ตลอดปี

ทำให้จากที่จะทำแค่ 3 เดือนแล้วไปเรียนต่อ

ก็อยู่มาเกือบ 3 ปี ... รู้ตัวอีกทีก็ได้แต่ถามตัวเอง


"นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ?"


นี่สินะที่เรียกว่า Comfort Zone

ด้วยความเป็นคนไม่หยุดนิ่ง ก็พยายามหาแรงขับเคลื่อนพลังให้ตัวเอง (motivation)

ให้กล้าทำอะไรนอกกรอบ กล้าเสี่ยง กล้าทำอะไรใหม่ๆ

ทั้งอ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ  ไปสัมมนา เข้า event

คุยกับคนเก่งๆที่ประสบความสำเร็จ หรือ Start up ทั้งหลาย



จนได้ทำอะไรที่ท้าทายชีวิตที่สุด

ที่คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้ทำแน่ๆ นั่นคือ "การขายของ"

ลองหมดทุกอย่าง import จากจีนบ้าง เดินซื้อเองบ้าง

หรือลองธุรกิจใหม่ๆที่ตัวเองไม่เคยคิดจะทำ


แม้ที่บ้านจะทำธุรกิจ แต่ไม่เคยอยู่ในช่วงที่ "สร้าง"

พอต้องมาสร้างเองถึงได้เข้าใจ ว่า "โคตรเหนื่อย"

จากเป็นคนมองทุกอย่างง่ายไปหมด ไม่เคยรู้คุณค่าของโอกาส

ไม่ว่าจะหางานหรือเรียน คือไม่เคยคิดว่า งานหายาก

อาจเพราะเรียนสาย IT มา ซึ่งเป็นเหมือน rare item เลยรู้สึกเลือกได้

ไม่ง้อ บริษัท หรืออะไรทั้งสิ้น ไม่รู้สึกว่ามีอะไรยากเย็น ถ้าอยากได้ก็ทำได้สบายๆ

แต่พอมาขายของ ทำธุรกิจ แม่งพลิกมาก เพราะเราบังคับทุกอย่างให้เป็นดั่งใจไม่ได้

มันมีปัจจัยอื่นเข้ามาเป็นตัวกำหนดนั่นคือ “ลูกค้า”

เพราะเราไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ “บริการ” ก็ต้องมี !!


บทเรียนที่ได้คือ โคตรรู้คุณค่าของเงิน !!!

กว่าจะหาได้แต่ละบาท โคตรยาก ...

ตอนทำงาน ก็แค่ เข้างาน 8โมง เลิก 5 โมงครึ่ง กลับบ้าน

สิ้นเดือนรับเงินสองหมื่นกว่า กลางปีและปลายปีรับโบนัส

เที่ยวปีละ 2-3 รอบ ซื้อของชอปปิ้ง ชิวๆ ชีวิตดี สบายไปอีก ...


พอได้ออกจาก comfort zone ถึงได้รู้ว่าโลกแม่งกว้าง

และความจริงแล้วการดิ้นรนชีวิตแม่งไม่ง่ายเลย


แต่... มันสนุกนะ ท้าทายโคตร เหนื่อยโคตร

ดูโรคจิตนะ แต่ชอบแบบนี้ มากกว่า ดูชีวิตมีคุณค่า เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ

รู้สึกว่า เงิน 28,000 จากออฟฟิศ กับ 28,000 ที่ต้องลงทุน ลงแรงเองทุกอย่าง มันทีคุณค่าต่างกันเยอะ


.

.

.



และอีกเหตุการณ์สำคัญ คือ การมาเรียนต่อทีอังกฤษ

จริงๆอยากมาเรียนไม่ใช่แค่อยากย้ายสายงาน

แต่..แผนจริงๆคือ เลิกกับแฟน (เก่า) 555555

แล้วมีคติที่ฝังในหัวมาตลอดว่า ชีวิตต้องดีขึ้นกว่าเดิม

จะไม่ยอมจมปลักร้องไห้เหมือนควายติดหล่มแน่นอน !!!

เลิกกับแฟนแล้วชีวิตต้องดี ให้เค้าเสียดายเล่น :p


ก็เลยเกิดแพลนเรียนต่อ หาความรู้ พัฒนาตัวเอง...

แต่พอทำงานไปสักพัก สภาวะคงที่ ความฝันก็ค่อยๆจางหายไป

จนมาจุดประกายอีกที ตอนเรียน Micro MBA ที่จุฬาฯ เหมือนพบตัวเอง

ชอบการตลาดมาก ชอบแบบบบ้าคลั่ง ซื้อหนังสือมาเต็มบ้าน อ่านได้เป็นวันๆ

พอค้นพบตัวเอง ก็เลยพยายามหาทางให้ตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ..

บวกกับพี่ปุ่น (แฟนปัจจุบัน) นางต้องมาเรียนที่ออังกฤษ

ก็เลยเอ้อ !!! เป็นโอกาสที่ดีว่ะ มาพร้อมกันก็ดี มีเพื่อนด้วย ได้เรียนด้วย


ใช้เวลาอ่าน + ทำข้อสอบ IELTS 3 อาทิตย์ แล้วไปสอบ

พอสอบผ่าน ขอแม่เสร็จ ก็ลุยเต็มที่ !!


2.jpg




ก่อนจะลาออก มันก็มีลังเลนะ โห่ว เงินดี แก๊งร่วมงานดี

แถมพอลาออก นายก็ถามย้ำประมาณ ล้านแปด ว่าจะกลับมามั้ย

(ทั้งๆที่กลับไม่ได้ เพราะบริษัทรถถ้าลาออกแล้วห้ามกลับมา

แต่ถ้าเป็นนายที่ตำแหน่งสูงๆ ก็อาจจะ request เรียกเรากลับไปได้)


ก็มีแอบหวั่น และรู้ว่าตัวเองจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Senior

แต่คือ คำนวณแล้ว ถ้าอยู่อีกยาว กว่าจะโต.. สู้ ออกมาทำตามฝันดีกว่า


พอเลือกแล้ว ก็ไม่มีคำว่า "เสียดาย" อีกต่อไป

ไม่ชอบพูดคำว่า รู้งี้นะ เราจะ... บลาๆๆ

มันเป็นประโยคของคนล้มเหลว ตาณเชือแบบนั้นนะ

ไม่อยากทำไรที่ตัวเองต้องมาเสียใจทีหลัง

พอตัดสินใจแล้ว วางแผน เล็งเป้าหมาย แล้วจัดเลย




ถ.jpg


.

.


ชีวิตในต่างแดน ..


ตาณอยู่อังกฤษมาก็ครึ่งปีได้แล้ว คือเปลี่ยนเป็นคนละคนหนักกว่าเดิม

จากเด็กที่ หุงข้าว รีดผ้า ทำอาหารไม่เป็น มาอยู่นี่คือทำเป็นหมด

ตอนเรียนมหิดล อยู่ศาลายา ก็อยู่หอนะ แต่ยังไม่ทำมากขนาดนี้

เพราะถ้าขี้เกียจรีดผ้าก็หอบกลับมาบ้าน ข้าวก็ไม่ต้องทำ ขี้เกียจ ซื้อเอา

แต่มาอยู่นี่ ซื้อกินทุกมื้อ พัง พอดี แพงโคตร !!

ก็เลยกลายเป็นว่าทำเป็นมันทุกอย่าง ความรับผิดชอบมาครบ


ความรัก.

3.jpg


พอได้มาเจอกันตลอดกับปุ่น ทำให้มีการปรับตัวเยอะ

ห้องก็ไม่ได้อยู่ติดกันหรอก อยู่คนละชั้นเลย แต่เวลา 12 ชม. เป็นอย่างต่ำ

ก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด กินข้าว ไปเรียน อ่านหนังสือ

ทำให้เกิดการเรียนรู้แบบก้าวกระโดดมาก =___=

เพราะพอใกล้กันมากๆ  มันทำให้เห็นข้อดีข้อเสีย จุกจิก ชัดเจนมากขึ้น


จนมันมาถึงจุดที่เกิดคำว่า “เข้าใจ” ซึ่งกันและกัน

และ ยอมรับความเป็นตัวตนของแต่ละคนมากขึ้น


มันไม่ง่ายเลยนะ กว่าจะก้าวข้ามผ่านจุดนั้นมาได้

มันต้องใช้ทั้งจิตใจที่เข้มแข็ง เหตุผลที่ต้องมามากกว่าอารมณ์

และความรู้สึกที่มีต่อกัน ต้องมากพอที่ผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปได้

เป็นบททดสอบที่หนักพอสมควรนะ หลายคนอาจมองว่าเป็นคู่รัก แสนหวาน

แต่เบื้องหลังนั้นหนา ขวากหนามเต็มไปหมด …



ปุ่นเป็นคนที่ทำให้ตาณอยากเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆวัน

อยากเป็นแฟนที่ดี สนับสนุนทุกอย่างที่เค้าชอบ และอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไร

ล่าสุดก็ซื้อ Razer Gaming Keyboard ไปให้

หลายคนอาจจะคิดว่า สนับสนุนให้แฟนเล่นเกมส์ เกรียนว่ะ ไร้สาระ

แต่เห้ยยยย ปุ่นเป็นมนุษย์จริงจังมากนะ จริงจังมันทุกอย่าง

เรียนก็จริงจัง ทำงานก็จริงจัง และเล่นเกมส์ก็จริงจังเช่นกัน 555555


แค่รู้สึกว่า เวลาตาณชอบอะไร ปุ่นไม่เคยขัด หรือห้ามเลยสักอย่าง

ไม่ว่าจะชอปปิ้ง ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมที่ตาณชอบ ปุ่นก็ไม่เคยขัด…   

ก็เลยคิดกลับกันว่า …


ถ้าเค้าชอบเล่นเกมส์และมันเป็นความสุขของเค้า

เราจะขัดทำไม ??


เค้ามีความรับผิดชอบมากพอ และเลือกซื้อของที่ไม่ได้เกินตัวด้วย

ก็สนับสนุนกันไป แลกกับกระเป๋าใบนึง ก็พอใจแล้ว

ไม่ขออะไรเยอะหร๊ออกกกกกก :p



สำหรับปี 2017 หรือ 2560


ไม่อยากขออะไร เพราะจะลงมือทำดีกว่า

จะทำทุกวันให้ดี โดยแบบที่ไม่มีคำว่าเสียใจ หรือเสียดาย

และจะทำให้ตัวเองในปี 2018 ขอบคุณตัวเองในปีนี้ให้ได้ !!


เย้ ^O^//


สำหรับวันนี้ลาไปก่อยยยย

เจอกันใหม่อีกนานนเลย เพราะว่าติดสอบยาว

ถ้าไปเที่ยวไหนจะมาบอกอีกนะจ้ะ บรั๊ยยยย






Create Date : 02 มกราคม 2560
Last Update : 19 มกราคม 2560 5:34:02 น.
Counter : 483 Pageviews.

4 comments
(โหวต blog นี้) 
  
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอเรียกน้องตาณนะคะ น่ารัก สดใส ชื่อเก๋มากค่ะ เรียนจบกลับไปเมืองไทย สามารถเข้าวงการบันเทิงได้เลยนะคะ โปรไฟล์เริ่ด เป็นกำลังใจในการเรียนนะคะ สู้ๆค่ะ
โดย: แอน IP: 192.99.15.166 วันที่: 3 มกราคม 2560 เวลา:10:02:11 น.
  
ขอบคุณนะคะพี่แอน ^___^ )
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่าา
โดย: Little x Lapin วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:7:01:50 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตาณ พอดีเสริชหาเกี่ยวกับ Micro Mba ของจุฬาใน google แล้วมาเจอบทความของพี่พอดี อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยค่ะ วิวคิดหลายๆ อย่างคล้ายพี่เลย :) ทั้งที่ทำงานโอเค (สภาพแวดล้อม ไม่รวมงานที่ระบบงงๆ นะคะ 555) แต่ถ้าอยู่ต่อแล้วคงไม่โต ออกไปทำตามฝันดีกว่า , การหาแรงบันดาลใจ พยายามขับเคลื่อนตัวเอง , ชอบการตลาด และเรื่อง Comfort Zone

ขอบคุณที่มาแบ่งปันนะคะ
ปล. Micro Mba ถือว่าโอเคไหมคะพี่ตาณ สำหรับเด็กจบใหม่ที่หัวช้า และมีความขยันสลับกับขี้เกียจในปริมาณที่เท่าๆ กันค่ะ แฮะๆ

ขอบคุณมากค่ะ
โดย: Sceneryp IP: 58.10.106.117 วันที่: 10 มกราคม 2560 เวลา:11:24:42 น.
  
คุณ Sceneryp

ขอบคุณนะคะที่ชอบบทความพี่ >< เขินเลย
ขอโทษด้วยค่ะที่มาตอบช้าพอดีเพิ่งสอบเสร็จ

Micro MBA สำหรับพี่ เหมือนเป็นคอร์สที่เรียน
เนื้อหา เฉพาะที่เป็นหัวใจของวิชานั้นๆ มีทั้งหมด 12 วิชา
1. Modern Marketing Concept
2. Strategy and competitive advantage
3. Consumer experience management
4. Consumer behaviour
5. Strategic innovative
6. Public Speaking << อันนี้สนุกมากสุดๆๆ
7. Integrated marketing communication
8. Logistics and supply chain management
9. รายงานการเงินสำหรับผู้บริหาร
10.การอ่านและวิเคระาห์รายงานทางการเงิน
11. กลยุทธ์การจัดการทางการเงินสมัยใหม่
12. การดำเนินธุรกิจในตลาด AEC

สำหรับพี่ชอบมาก เพราะทำให้รู้ตัวเองว่าชอบการตลาดสุดๆ
อาจารย์สอนดีมากค่ะ เพราะไม่ได้สอนแค่เป็นทฤษฎี แต่จะเน้นให้เราสามารถนำเอามาใช้กับธุรกิจได้
อีกอย่างได้เพื่อนๆเต็มเลย นี่ก็ยังเม้ามอยคุยกันอยู่เลย เรียนจบมาสองปีละ 55555 แนะนำว่าถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเรียนด้านไหนดีใน business ลองไปเรียนดูค่ะ เดือนเดียวเอง
เรียนแล้วแบบอยากเรียนจุฬาเลย อาจารย์เอยเ พื่อนเอย บรรยากาศเอย คือดีงามมากกกกก
โดย: Little x Lapin วันที่: 19 มกราคม 2560 เวลา:5:48:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Little x Lapin
Location :
Coventry  United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



ผู้หญิงคนนึงที่ชอบเล่าเรื่องราว
ผ่านรูปภาพและตัวอักษร :)


 ☆ บล็อคนี้เริ่มสร้าง
เมื่อวันที่ 04-05-2016

(*^︹^*)

----------------------------------------
Group Blog
  •   
  •  
  •