เที่ยวไป..กินไป..ตามแต่ใจเราสองคน เป็นบล๊อกที่ทำขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวการเดินทางของเราทั้ง 2 คน และเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางด้วยตัวเอง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 
เท็นเดย์อิน เนปาล. สรังก๊อต-2

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2552 เข้าวันที่ 4 ของการเดินทางของพวกเราทั้ง 4 คน เมื่อคืนนอนหลับดีมากๆ ถึงแม้ว่าโรงแรมจะเป็นห้องธรรมดา ไม่มีพัดลม ไม่มีทั้งเครื่องปรับอากาศ แต่ก็ไม่ร้อน ถึงมีอาจจะไม่มีประโยชน์เพราะอากาศไม่ร้อน เย็นสบายๆ และ ไฟฟ้าที่นี่ก็เปิดเป็นเวลาเหมือนกันไม่ได้เปิดตลอดทั้งคืน สรุปไฟฟ้ามาๆ ดับๆ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

พี่ชาลีกับทอยตื่นตั้งแต่ตี 4 ครึ่งทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ราวๆ ตี 5 นิดๆ ส่วนผมก็ตื่นเกือบๆ ตี 5 ทำธุระส่วนตัวไม่นาน พวกเราก็ออกเดินจากโรงแรมประมาณตี 5 นิดๆ ฟ้าเริ่มพอมองเห็นทางเดิน เป้าหมายของพวกเราวันนี้ก็คือ การขึ้นไปถ่ายแสงแรกของวัน แสงแรกกระทบกับยอดเขาหิมะ สะท้องเป็นสีทอง พวกเราเดินขึ้นไปบนยอดของสรังก๊อตบริเวณลานจอดเฮริเคอป์เตอร์ที่เดิม ท้องฟ้าวันนี้ไม่ค่อยเป็นใจ ยังคงมีทั้งเมฆและหมอกเช่นเดิม


ตี 5 กว่าๆ ของช่วงที่เราไปก็สว่างแล้ว ที่เนปาลช่วงที่เราไปกำลังจะเข้าหน้าฝน เมฆหมอกจึงมากและก็สว่างเร็วมาก พวกเราทั้ง 3 คนก็ถ่ายรูปไปเรื่อยเพื่อรอแสงแรกตกกระทบยอดเขาหิมะ Annapurna และ Mcahhapurchhre อยู่บนยอดเขาสรังก๊อตอากาศในเช้านี้เย็นสบาย สูดโอโซนเข้าไปเต็มปรอดมันเป็นอะไรที่ไม่ได้สัมผัสบรรยายกาศแบบนี้มานาน รอทั้งเมฆและหมอกให้เคลื่อนตัวออกจากการบดบังยอดเขา รอทั้งแสงแดดแรกตกกระทบยอดเขา มันเป็นอะไรที่ลุ้นมากๆ กับธรรมชาติที่พวกเราไม่สามารถไปบังคับมันได้ แต่ก็มีโอกาศบ้างในเช้านี้ ยอดซ้ายมือคือยอด Annapurna South ส่วนยอดขวามือในภาพ คือ Annapurna I ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในกลุ่มยอดเขาบริเวณนี้ สูงเท่าไรนั้นรอชมรูปต่อๆ ไป


เช้าของวันนี้พวกเราโชคยังไม่ดีเพราะสิ่งที่เราอยากจะเห็นกันก็คือ ท้องฟ้าสดใสไร้ซึ่งมีเมฆและหมอก แต่ก็ยังดีที่พอจะได้เห็นยอดเขาบ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นแบบใสๆ ยอดนี้คือ Machhapuchhre เป็นยอดเขาที่อยูใกล้เรามากที่สุด ส่วนยอดอื่นๆ จะอยู่ถัดไป ด้านที่เราเห็นคือด้านข้างของยอดเขา จึงทำให้เรามองเห็นแสงแรกเพียงนิดหน่อย


ถัดมาจากยอดเขา Machhapuchhre ก็จะเป็นยอดเขา Annapurna IV สูง 7,525 เมตร และ ยอดเขา Annapurna II สูง 7,959 m ทั้ง 2 ยอดถือว่ามีความสูงเช่นกัน ในเช้านี้ยังคงมีเมฆและไอของความเย็นลอยๆ บดบังยอดเขาทั้งคู่ แสงแรกกระทบกับยอดเขาเป็นสีทอง


ยอดนี้เป็นยอดเขา Annapurna Anapurna I แสงแรกของพระอาทิตย์ในมุมที่ซูมเข้าใกล้โดยฝีมือพี่ชาลี


ดูรูปพี่ชาลีไปแล้วไปแล้วหลายรูป มาดูลีลาการถ่ายบ้าง ใช้ขาตั้งกล้องในการถ่ายในยามเช้าๆ ส่องไปยังยอดเขา Annapurna South


ปล่อยให้พวกเราทั้ง 3 คนถ่ายรูปไปก่อนพอได้เวลาสายๆ หน่อย ผู้หญิงในคนเดียวในกลุ่มเราก็ออกมาพร้อมกับเสื้อแดง มายืนถ่ายรูปคู่กับยอดเขาทั้งสอง ยอด Annapurna I ถือว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในย่านนี้ ติดในยอดเขาที่สูงใน 10 อันดับของโลก


ยอดถัดไปก็คือยอดเขาที่ใกล้พวกเราที่สุด Machhapuchhre และยอดเขา Annapurna III อาจจะดูไม่ค่อยชัดในเช้านี้ รอดูเช้าวันพรุ่งนี้อีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร


พี่ชาลีถ่ายรูปยอดเขามาหลายรูป ขอถ่ายคู่กับยอดเขางามๆ สักครั้ง


ถ่ายรูปตั้งแต่ยังไม่เช้าจนถึงสาย ถ่ายไปหลายรูปกันมาก ถ้าเป็นกล้องยุคใช้ฟิมล์คงหมดไปหลายม้วน เสียตังส์ไปหลายบาทค่าฟิมล์ เริ่มจะหิวข้าวกันแล้ว ภาพนี้เป็นภาพบริเวนลานเฮฯ ถ่ายก่อนที่พวกเราจะไปกินข้าวเช้ากัน


เช้านี้พวกเราไม่ได้ไปกินข้าวเช้าที่โรงแรม ประกอบกับค่าห้องไม่ได้รวมค่าอาหารเช้า พวกเราจึงเดินไปยังหมู่บ้านสรังก๊อตเพราะมีร้านอาหารน่านั่งอยู่หลายร้าน


ร้านอาหารที่พวกเรานั่งอยู่ติดหน้าผามองลงไปเห็นวิวเมืองโพคารา และ ทะเลสาปเพวา เห็นมีการเล่นร่มบิน หรือ Paraliding


นั่งอยู่ริมหน้าผาสั่งอาหารไปเรียบร้อยรอไปอีกประมาณ 50 นาที ถึงจะได้กิน ระหว่างรอก็ถ่ายรูปไปเรื่อย ในช่วงที่เรานั่งรอกินอาหารก็เวลาประมาณ 9 โมงกว่าๆ เห็นนักเรียนเนปาลไม่ว่าจะเป็นทั้งระดับประถม มัธยม เด็กนักเรียนก็ต่างเริ่มออกเดินลงเขาเพื่อไปยังโรงเรียน ดูแล้วก็ได้แต่คิดว่าเป็นเด็กนักเรียนเนปาลดีนะ ไม่ต้องตื่นเช้าๆ ไปโรงเรียน ไม่เหมือนเด็กนักเรียนบ้านเราต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปโรงเรียน โรงเรียนที่เนปาลเริ่มเรียนเวลา 10.00 น และเลิกเรียนเวลา 15.00 น. เรียนช้าเลิกเร็ว สอบถามเด็กนักเรียนถึงรู้ร้องอ้อว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เอาไว้จะเล่าให้ฟังในตอนหลัง


นั่งกินข้าวกันไปก็ดูเขาเล่นร่มบินไป บรรยากาศดีมากๆ วันนั้นร่มบินคนเล่นเยอะมากๆ ประมาณ 12 ร่มได้ มีทะงบินสูง บินต่ำๆ บางร่มก็หล่นไอยู่กับพื้นก็มี เข้าขึ้นบินบริเวณหน้าผาใกล้ๆ กับลานจอดรถ


บางร่มก็บินคนเดียว แต่ถ้าใครบินไม่เป็นก็สามารถให้มีคนบังคับให้เรานั่งก็ได้ คนนั่งก็นั่งหน้าส่วนคนบังคับนั่งด้านหลัง คนนั่งหน้าคงเสียวน่าดู พวกเราทั้ง 4 คนขอลาไม่กล้าขึ้นครับ


กินข้าวเสร็จก็ยังนั่งกันอยู่เพื่อถ่ายรูปวิว รูปธรรมชาติ ที่สำคัญคือทั้งสองคนพี่ชาลีกับทอย ชอบถ่ายนกอยู่แล้ว และที่เนปาลนี้มีนกมากมายหลายชนิดมากที่ให้ถ่าย


นั่งนานๆ ที่ร้านอาหาร ถ่ายนกไปเรื่อยๆ ได้เวลาประมาณ 11.00 น. พวกเราก็ได้เดินกลับโรงแรมเพื่อเตรียมพักผ่อน ช่วงบ่ายจึงค่อยออกไปถ่ายนกกันอีกรอบ ช่วงเดินกลับพี่ชาลีก็ได้ถ่ายนกอินทรีย์ที่ฉากหลังเป็นยอดเขาหิมะ annapurna สวยมากๆ ด้วยเลนส์ส่องนกโดยเฉพาะ EF 100-400m F4 IS ราคาเลนส์นี้ก็ 60,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง


ส่วนของผมเป็นเลนส์เทเลธรรมดา EF 70-200m ลองส่องดูภาพไม่ค่อยชัดรายละเอียดไม่ครบ คราวหน้ามีตังส์ต้องถอยเลนส์ส่องนกสักตัว


ผู้หญิงเนปาลน่าสงสารมากๆ ครับเพราะทำงานหนักเหมือนผู้ชายในประเทศไทยเราคือ ทำงานเกี่ยวกับงานสวน งานไร่ ขุดดิน ทำร่องผัก เลี้ยงสัตว์ แต่ผู้หญิงเนปาลจะช่วยกันทำสลับไปทำสวนของแต่ละคน ส่วนผู้ชายเลี้ยงลูก ทำงานอย่างอื่นแทน หรือนั่งดูเช่นในรูป


ถ่ายรูปคู่กับที่พักคืนละ 50รูปี คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 25บาทต่อคืนเท่านั้น เป็นแบบห้องน้ำรวม ฝรั่งชอบพักกันแบบนี้ สะพายถุงผ้าสีขาวๆ นั้นไม่ใช่ห่อข้าวนะครับ เป็นถุงผ้าห่อช๊อกโกแล็ก ปากกา เอาไว้แจกเด็กๆ และ ผู้ใหญ่ ชาวเนปาลการให้ปากกาถือว่าเป็นการให้เกียรติกันนะครับ


ช่วงเย็นพวกเราก็ออกมาถ่ายรูปกันอีกครั้งบริเวณเดิม ขอเดียวด้วยคน


ช่วงเย็นๆ ของวันนี้บนยอดเขาสรังก๊อต อากาศไม่ค่อยดีมืดครึ้มเหมือนฝนจะตก มีเมฆมาก บนยอดเขาที่พวกเราขึ้นไปถ่ายรูปมีการผูกธงมนต์ของชาวทิเบตเหมือนกัน เพราะตอนเหนือของประเทศเนปาลมีเขตแดนติดกับทิเบต ในเนปาลจึงมีวัฒนธรรมของชาวทิเบต


ทอยถ่ายยอดเขา กับกล้อง Canon 5D mark เลนส์ EF 100-400m เป็นอีกคนที่ถ่ายรูปฝีมือดี


ถ่ายได้ไม่นานฝนก็ตกปอยๆ เป็นละออง พี่ชาลียังสู่ต่อเอาผ้าเช็ดหน้าพันเลนส์ไว้ กล้องไม่ต้องพันเพราะเป็นกล้องรุ่นใหม่กันน้ำทั้งคู่ Canon 5Dmark II และ 50D ส่วนของพวกเราต้องหลบฝน


ลมเริ่มพัดมาปะทะตัวทำให้พวกเรารู้สึกหนาว ฝนก็ยังตกปอยๆ อยู่กันไม่ไหวแล้ว ลมเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ และฝนเริ่มตกทางทิศตะวันตกของยอดสรังก๊อต กลัวฝนจะตกแรงเดี๋ยวจะกลับโรงแรมไม่ได้พวกเราทั้ง 4 จึงได้เก็บกล้องกลับโรงแรม ฝนตกมาเป็นสายกำลังเคลื่อนตัวมาหาพวกเรา


ถึงโรงแรมแล้วก็กินข้าวเย็นกันทันที ฝนตกแต่ไม่หนักมาก ฟ้าร้องระงม ดีเหมือนกันอยากให้ฝนตกแรงๆ พรุ่งนี้เช้าอากาศจะได้สดใสท้องฟ้าปลอดโปร่ง พวกเราจะได้เห็นยอดเขา Annapurna แบบไม่มีอะไรมาบัง

คืนนี้พวกเราต้องพักค้างคืนที่นี่อีก 1 คืน รวมแล้วพวกเราพักอยู่ที่นี่ก็ 2 คืน โปรแกรมของพวกเราเป็นแบบนี้เพราะต้องการถ่ายรูปที่นี่ให้จุใจ ทัวร์ส่วนมากมักจะพักแค่คืนเดียว

ในคืนนี้พวกเราไม่เหงาแล้ว หลังจากเมือคืนที่ผ่านมาโรงแรมนี้มีเพียงพวกเรา 4 คนเท่านั้นที่พัก แต่คืนนี้พวกเรามีเพื่อนใหม่มาพักถึง 8 คน รวมพวกเราด้วยก็ 12 คนพอดี แต่จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หรือเป็นคนประเทศอะไรนั้น และ รอดูซิว่าหลังจากฝนตกแล้วท้องฟ้าจะสดใสเหมือนใจนึกหรือเปล่า ผ่านไปแล้ว 4 ใน 10 วันในเนปาล ติดตามชมในตอนหน้านะครับ

เมื่อเปิดหน้าเพจแล้วรูปไม่ขึ้นโชว์ ให้เอาเมาส์คลิกขวาแล้วเลือก Show Picture ภาพก็จะขึ้นมาโชว์ทันที อย่าลืมนะครับ



Create Date : 27 มิถุนายน 2552
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 16:20:00 น. 4 comments
Counter : Pageviews.

 
วันนี้ต่อเน็ตได้แล้ว หลังจากระบบล่มไปนานชั่วโมงกว่า เลยสับเปลี่ยนสายแลนช่องแรกเดิมที่เปิดได้แล้ว เข้าไปอ่านตอนที่ ๔ แล้ว ชอบภาพนกเหยี่ยวบินสวยดี นกที่เนปาลแปลกดีไม่เหมือนนกในไทย ก็ใช่ เป็นนักดูนกเหมือนกันด้วย

ตอนนี้กล้องคอมแพ็คฉันพังไปแล้ว รอซ่อมคืนได้กลางเดือนหน้าโน่นค่ะ

อัตราค่าที่พักสองคืนรวมหมดไปเท่าไหร่เช็ดอินออกกี่โมง ถ้ารู้ว่าก่อนเที่ยงวันทุกครั้งใช่ไหมค่ะ...ดูสภาพที่พักโทรมๆ ๕๐รูปี ก็รับไหวได้ ทำไมต้องเอาปากกาไปด้วยล่ะ ฉันต้องเก็บข้อมูลเผื่อพกปากกาเป็นโหลๆ จากไทยไปแจกค่ะ


โดย: Oiltrips IP: 125.24.78.233 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:23:11:29 น.  

 
Oiltrips;
- ใช้เน็ตของอะไรครับ ของผมใช้ทรู ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ถ้ามีก็ลอง login เข้าไปที่ตัว router แล้วให้ดูที่ status ของ WAN หรือ ADSL ว่า connect หรือไม่ ถ้า connect แล้วได้ ip address เป็น ip จริง หรือไม่ ถ้าได้แสดงว่า ADSL ไม่มีปัญหา จะมีปัญหาที่ DNS Server ให้ใส่ที่ Fix ที่เครื่องคอมฯ หรือ Router ไปเลย ของผมเป็นทรูผมใส่ DNS Server เป็น 203.144.255.72 ก็สามารถใช้งานได้ ไม่ค่อยมีปัญหาเลยครับ ลองดูนะครับ

- พี่ๆ ที่ไปด้วยนิยมการถ่ายภาพนกมากๆ ครับ พี่ๆ เขามีภาพนกสวยๆ เยอะมากๆ
- เท่าที่เจอก็สามารถเช็คอินได้ประมาณก่อนเที่ยง แต่ว่าบางโรงแรมเราต้องรอให้ทำความสะอาดห้องเสร็จก่อนจึงเข้าห้องได้
- บนสรังก๊อตที่พัก 50รูปีจะเป็นบ้านของชาวบ้านแบ่งห้องให้เช่าครับ ที่พวกเราพักเป็นโรงแรมคืนละ 800 รูปี สภาพก็ไม่ใหม่ แต่ไม่โทรม
- ถ้าไปเนปาลแนะนำให้เอาปากกา และ ช๊อตโกแล็ต ไปด้วยครับเพราะเอาไว้แจกเด็กๆ อย่าพยายามให้เงิน ผู้ใหญ่ส่วนมากชอบขอเงินในบางครั้งผมก็ให้แค่ 20รูปี

ขอบคุณมากครับที่เป็นแฟนประจำบล๊อก


โดย: taotao_s วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:14:58:35 น.  

 
เอ่อ...ที่บ้านใช้ของ TOT แค่แรงยกกำลังสาม(โฮม) เป็น 1MP เอง บางทีเห็นช่อง ADSL กับ WAN เกิดอาการกะพริบดับถี่เหมือนจะล่มทุกครั้ง แต่ไม่น่ามีปัญหาหนักใจ วันนี้ใช้งานวิ่งปกติเดิมไม่ล่ม ถ้ามีคนขโมยโน๊ตบุคส์เอารหัสไอพีไปใช้จะมีปัญหาเข้าไม่ได้ดูเลยค่ะ

เรื่องเงินแจกในเนปาลจะไม่กล้าให้ เพราะฉันเป็นคนใจอ่อนทำบุญให้ทานน่ะ มาเที่ยวแบบนี้โดนรุมทึ้งแบงค์ขาดมือเติบแน่เหมือนที่อินเดียแน่นอน ไม่ต่างกับแจกเด็กชาวเขาในไทยก็มีข้อกฎระเบียบคือห้ามแจกให้เด็กๆ ต้องผ่านผู้ใหญ่บ้านก่อนอนุญาต เพราะดัดนิสัยเด็กอยากได้เกินกำลัง

ฉันไปเนปาลจะต้องควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและซ่อนแบงค์ในที่ลับตาโจรค้นไม่เจอ 555 ไม่น่ใจหรอกค่ะ

ขอขอบคุณให้คุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเตรียมเดินทางไปเนปาลในระยะสั้นๆ ที่ทำได้ ฉันมาเก็บข้อมูลเรื่องนี้ค่ะ


โดย: Oiltrips IP: 125.24.64.176 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:21:55:16 น.  

 
Oiltrips;
- ถ้าไฟ adsl ไม่ติดแสดงว่าสัญญาณ ADSL ไม่connect ต้องแจ้ง TOT ให้ช่วยแก้ไข
- ถ้าที่บ้านมี wireless lan แนะนำให้ใส่ Key security ที่ wireless lan เพื่อป้องกันข้างบ้านแอบใช้ของเรา
- ถ้าชอบทำทานอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร แต่แลกเงินเศษๆ ไปเยอะๆ และให้แค่ครั้ง 20 รูปีก็พอ เพราะต้องให้อีกหลายคน
- ยินดีครับเรื่องข้อมุลเนปาล สงสัยประการใดหลังไมค์มาถามได้ครับ ขอบคุณครับ


โดย: taotao_s วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:33:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.