เที่ยวไป..กินไป..ตามแต่ใจเราสองคน เป็นบล๊อกที่ทำขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวการเดินทางของเราทั้ง 2 คน และเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางด้วยตัวเอง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 
เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอน1

เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอน 1 เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวของเรา

เมืองไทยไม่ไปไม่รู้ บ้านเราประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากๆ เรียกได้ว่ามีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ภูเขา ทะเล เกาะต่างๆ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย การท่องเที่ยวตามโบราณสถานต่างๆ โดยเฉพาะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ การท่องเที่ยวเชิงศาสนาจึงเกิดขึ้น ไหว้พระ ตามวัดวาอาราม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรียกได้ว่าเมืองไทยเที่ยวได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อ ไม่มีซ้ำ

ส่วนตัวผมมีโอกาศได้ท่องเที่ยวเมืองไทยมาเยอะมากๆ จึงสามารถพูดได้ว่าเมืองไทยมีสถานที่เที่ยวเยอะมากๆ เมืองไทยจึงเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแวะเวียนมาเที่ยวเมืองไทยเราอย่างไม่ขาด

วันหยุดของเมืองไทยเราก็มีมาก ดังเช่นวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน เช่น ช่วงต้นเดือนธันวาคม ของทุกปี จะมีวันหยุดพิเศษคือวันพ่อ 5 ธันวาคม และ วันรัฐธรรมณู ดังนั้น วันที่ 5 ธันวาคม 2553 เป็นวันอาทิตย์ วันจันทร์วันที่ 6 เป็นวันยุดชดเชยวันพ่อ เราจึงมีวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน

หลังจากเลิกงานในวันที่ 3 ธันวาคม 2553 เป็นวันศุกร์เราสองคนเมื่อเลิกงานแล้วก็กลับบ้านกันเป็นเรื่องปรกติ แต่ในค่ำวันศุกร์นี้ไม่ปรกติเหมือนค่ำวันศุกร์อื่น เพราะเรามีความรู้สึกกันว่า รุ่งขึ้นเป็นวันหยุดยาวติดต่อกันเราน่าจะไปเที่ยวกันดีไหม ผมจึงถามภรรยาผมว่า "อยากไปเที่ยวที่ไหน ผมจะพาไป" คุณเธอก็รีบหยิบไอเพดมานั่งค้นหาสถานที่เที่ยวต่างๆ โจทย์ของผมมีอยู่ว่า ช่วงนี้เป็นหน้าหนาวเราควรจะไปเที่ยวเขา คุณเธอเริ่มหาสถานที่เที่ยวตั้งแต่เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ดูแล้วดูอีก คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายมาจบเมื่อเวลาประมาณเกือบๆ 5 ทุ่ม คือ คุณเธออยากไป กางเต็นท์ที่ภูเรือ ผมก็เลยแถมให้เลยไปเที่ยว เชียงคาน ด้วยแล้วกัน เป็นสถานที่เที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม

กว่าจะตัดสินใจสถานที่เที่ยวได้ก็ปาเข้าไป 5ทุ่มกว่า พวกเราก็รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ทันที เก็บเสร็จก็นอนพักผ่อนทันที โปรแกรมของพวกเราก็คือออกเดินทางประมาณ 4 นาฬิกาของเช้าวันที่ 4 ธันวาคม โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ สระบุรี อำเภอชัยบาดาล เพชรบูรณ์ หล่มสัก หล่มเก่า ภูเรือ จังหวัดเลย เชียงคาน เป้าหมายแรกของเราคือ นอนที่เชียงคาน 1 คืน เส้นทางที่ใช้ดูได้ในรูป


ระยะที่ใช้ทั้งหมดประมาณ 613 กม. ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง ขับแบบไม่รีบไม่ร้อน พวกเราเริ่มออกเดินทางตี 4 ตั้งจจะให้ถึงเชียงคานประมาณเที่ยงวัน ช่วงหยุดยาวๆ หลายวันต้องออกเช้าๆ ขับรถออกจากกรุงเทพ เพราะรถไม่ติดแต่ถ้าออกสายๆ รถมักจะติดนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันเยอะ ดังนี้นเราจึงออกเดินทางกันตั้งแต่ตี 4 ไปกัน 2 คน เธอกับฉัน สาเหตุที่ไปกัน 2 คนเพราะต้องการไปสวีท เราไปด้วยด้วยรถ Honda CRV 2.4 4WD คันเก่งของเรา ออกเช้าๆ เพื่อไม่อยากเจอรถติด โดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าสู่ จังหวัดสระบุรี ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึง จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกจากตัวเมืองเพชรบูรณ์เราใช้เส้นทาง อำเภอหล่มสัก ถึงสี่แยกไฟแดงก่อนเข้าตัวเมืองหล่มสัก ผมตรงไป แต่ใครไม่อยากผ่านตัวเมืองหล่มสักก็สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงตัวเมืองหล่มสักได้นะครับ


ผ่านตัวเมืองหล่มสักเราก็มุ่งหน้าสู่ อำเภอหล่มเก่า ที่หล่มเก่ามีร้านขายขนมจีน ที่ขึ้นชื่อหลายร้านนะครับ แวะชิมได้ แต่สำหรับผมขอเอาไว้ตอนขากลับแล้วกัน เส้นทางจากกรุงเทพจนถึงอำเภอหล่มเก่าเป็นถนน 4 เลน ขับง่าย แต่เลยอำเภอหล่มเก่าแล้วจะเป็นเส้นทางถนน 2 เลน และเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขา นะครับ ขับรถด้วยความระมัดระวังด้วยครับ สองข้างทางเป็นป่าเขา


ผ่านป่าเขามาได้ก็จะถึงทางสำหรับไปจังหวัดเลย และสามารถไปเที่ยวภูเรือได้ด้วยครับ ให้เลี้ยวขวาที่สามแยก


เส้นทางไปจังหวัดเลย และไปอำเภอเชียงคาน จะผ่าน อุทยานแห่งชาติภูเรือ ด้วยนะครับ โปรแกรมเที่ยวของผมก็จะมาแวะเที่ยวภูเรือ แต่เอาไว้เป็นขากลับแล้วกัน วันนี้มุ่งหน้าสู่เชียงคานก่อนนะครับ อำเภอภูเรือเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่อง หนาวสุดในสยาม หน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือจึงมีเทอร์โทมิเตอร์ยักษ์ เอาไว้วัดความหนาว


พวกเราเลยผ่านตัวอำเภอภูเรือ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเลย เส้นทางยังคงเป็นเหมือนเดิมคือเป็นถนน 2 เลน สองข้างทางเป็นป่าเขา มีรีสอร์ทอยู่สองข้างทางตลอดสามารถแวะเที่ยวได้ครับ ขับรถถึงตัวจังหวัดเลยเราไม่ได้แวะแต่อย่างได เป้าหมายของเราคืออำเภอเชียงคาน จากจังหวัดเลยขับรถประมาณ 30 นาทีก็ถึงตัวอำเภอเชียงคานแล้วครับ ขับตรงมาก็จะเจอ 3 แยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวา นะครับ ใช้ ถนนศรีเชียงคาน เพื่อไปเข้าถนนเลียบแม่น้ำโขงที่ชื่อ ชายโขง แล้วให้เลี้ยวซ้ายถนนชายโขง แยกที่เลยโรงพบาบาลเชียงคาน สาเหตุต้องขับแบบนี้เพราะถนนชายโขงให้เดินรถทางเดียว หรือ one way ครับ


เที่ยงกว่าๆ เราขับรถมาถึงอำเภอเชียงคาน ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง แวะเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ ซื้อขนมกิน ขับมาเรื่อยๆ ไม่รีบ เรามาเที่ยวเชียงคานในครั้งนี้ไม่ได้จองที่พักมาก่อนล่วงหน้านะครับ ก็ได้แต่ขับรถหาซึ่งเป็นอะไรที่ยากมากเพราะห้องพักส่วนใหญ่ถูกจองเต็มล่วงหน้าแล้ว แต่เราก็โชคดีที่ยังพอมีห้องว่างให้ เจอที่พักแบบโฮมสเตย์ บ้านครูแดง อยู่ ถนนศรีเชียงคาน ซอย16 ได้แบ่งห้องให้เรา


เป็นบ้านที่ทำขึ้นมาใหม่เพื่อรับนักท่องเที่ยว บ้านมี 2 หลังใหญ่ มีบริเวณสามารถจอดรถได้ครับ สำหรับท่านใดอยากหาที่แบบมีที่จอดรถแนะนำบ้านครูแดงครับ ติดต่อห้องพักได้ที่เบอร์ ครูแดง 081-7996313 ขอโฆษณาให้ครูแดงสักหน่อยนะครับไม่ว่ากัน เรานอนห้องแบบ 2 คน ใช้ห้องน้ำรวม นะครับ ครูแดงคิดราคากับเรา คนละ 200 บาทเท่านั้น หน้าตาบ้านครูแดง ครับ


บ้านครูแดง ตั้งอยู่ซอย16 บริเวณถนนชายโขง สามารถเดินเที่ยวได้เพราะว่าอยู่ตรงกลาง ปากซอยทางเข้าที่อยู่ถนนชายโขง ปากซอยเป็นร้านขายของเล่น มีของเล่นโบราณให้เลือกซื้อมากมาย


โรงแรม สถานที่พัก โฮมสเตย์ ที่เชียงคานมีมากมาย สามารถเดินเลือกชมติดต่อห้องพักได้ แต่ถ้าเป็นช่วงหยุดยาวๆ แนะนำให้จองมาก่อนล่วงหน้านะครับ ถ้ามาเดินหาเหมือนผม อาจจะไม่ได้ หรือได้ก็อาจจะไม่ถูกใจครับ เรื่องราคามีให้เลือกมากมายหลายราคาแล้วแต่ทำเล และสภาพห้อง และถ้าติดแม่น้ำโขงราคาก็จะแพงขึ้นมาครับ

ได้ห้องพักเรียบร้อยเราก็จอดรถไว้ที่บ้านครูแดง ก็ได้เวลาออกมาเดินชมร้านค้า บ้านเรือน ที่ถนนชายโขง ซึ่งเป็นถนนคนเดิน คล้ายๆ กับถนนคนเดินที่อำเภอปาย มีร้านค้าเต็มไปหมด


ร้านค้ามากมายร้านของอาหาร หรือของกินเล่นก็เยอะ ร้านนี้ขาย แซนวิชลาว เป็นขนมปังฝรั่งเศสก้อนแข็งๆ มีไส้เป็นหมูสับ หมูยอ ราดด้วยซอสมะเขือเทศ ขายอันละ 20 บาท เป็นอาหารเช้าของชาวลาว แต่ชาวไทยกินได้ตลอดวัน


แต่คนนี้ไม่ได้ซื้อแซนวิชลาว แต่ซื้อขนมสาคูไส้หมู แทน ขอลองชิมอร่อยดีครับ เม็ดสาคูนิ่มมาก


มาถึงเชียงคานอันดับแรกเราก็ต้องไปไหว้พระ วัดศรีคุณเมือง ซึ่งเป็นวัดคู่กับเมืองเชียงคานมานาน ตั้งอยู่ที่ซอย7 โดยเราเดินตามถนนไปเรื่อยๆ ไม่ไกลครับสามารถเดินไปได้ วัดได้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2199 เป็นวัดเก่าแก่ชาวบ้านเรียกว่า วัดใหญ่ เป็นแหล่งรวมศิลปะทั้งแบบล้านนา และ ล้านช้าง ตัวโบสถ์ดูเก่าแก่ศิลปะล้านนา


ภายในโบสถ์จะมีพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปไม้จำหลักลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง เราได้มากราบไหว้ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง


ไหว้พระเสร็จเราก็เดินย้อนกลับมาเพื่อเดินเที่ยวชมร้านค้าต่างๆ ซึ่งมีมากมายตกแต่งได้อย่างสวยงาม เดิมมาเจอป้ายบอกไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นป้ายจำลองนะครับ ทางที่ร้านค้าทำมาเพื่อเป็นสีสันของร้าน นักท่องเที่ยวโดยเพราะสาวๆ ให้ความสนใจกับป้ายนี้รอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ขออนุญาตถ่ายรูปมาลงบล๊อกนะครับ (ขออนุญาตใครหว่า)


มาถึงเชียงคานแล้วมีหรือที่เราจะพลาด เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรามาถึงเชียงคานจริงๆ ต้องรอคิวขอถ่ายรูปด้วยครับ


เชียงคาน นับเป็นอีกสถานที่ ที่มีตากล้องเหล่าบรรดาผู้ที่รักการถ่ายภาพชอบมาถ่ายรูปกัน จะเห็นได้จากในวันที่เราไปเที่ยว บางสถานที่ต้องรอคิวเพื่อถ่ายรูป สถานที่นี้ก็ช่นกัน โรงแรมสุเนต์ตา


เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ มีอะไรให้ถ่ายมากมาย แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่สำหรับผมเรื่อยๆ ครับ ไม่ได้คาดหวังอะไรกับสิ่งที่จะได้ ร้านนี้จัดแสดงเป็นร้านฉายภาพยนต์ มีเครื่องฉาย โปสเตอร์หนัง ติดเต็มร้าน


อำเภอเชียงคาน มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งอีกฝั่งของแมน้ำโขงเป็นประเทศลาว เมืองพี่เมืองน้องกับไทยเรา ในภาพที่เห็นอีกฝั่งนั้นแหละครับประเทศลาว ไปเที่ยวลาวไม่ต้องใช้ล่ามนะครับ สามารถพูดฟังกันออกครับ บรรยากาศริมแม่น้ำโขง


สถานที่ท่องเที่ยวที่อำเภอเชียงคานมีมากมายนะครับ ดังนั้นเราจึงไปเที่ยวกันอีกแห่งใกล้ๆ กับตัวอำเภอ ไม่ไกลครับ ขับรถไปประมาณ 10 กิโลเมตรก็ถึงเรียกว่า แก่งคุดคู้


แก่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองเลย เมื่อน้ำลดเช่นดังรูปจะมองเห็นแก่งหิน แต่พอน้ำขึ้นจะไม่สามารถมองเห็นแก่งหิน บริเวณนี้มีร้านอาหารมากมาย ให้นั่งกินอาหารชมธรรมชาติไปด้วย มาแล้วก็ขอถ่ายรูปคู่กับหลักกิโลเมตร มีเลขกิโลบอกให้ด้วยครับว่าไปหลวงพระบาง 425 กิโลเมตร จากแก่งนี้ เปรียบเทียบหุ่นกับหลักกิโลเมตร ไม่หนีกันเท่าไร 5555


กลัวน้อยหน้า ขอถ่ายด้วยคน


เดินเล่น นั่งเล่นที่แก่งคุดคู้ได้ไม่นานเราก็กลับที่พักบ้านครูแดง ไม่อยากจะกลับค่ำมาก กลัวรถจะเข้าไปในซอยไม่ได้ เย็นๆ จะมีนักท่องเที่ยวเดินถนนชายโขงกันเยอะมากกกก เดี๋ยวรถจะเข้าไม่ได้
ถึงที่พักนั่งเล่นคุยกับครูแดง สนทนาเรื่องสาระทุกข์สุขดิบ ที่ไปที่มาของผม และของครูแดง คุยกันเสร็จพอค่ำหน่อยก็จะออกไปกินข้าวเย็น เดินออกมาถนนชายโขงคนเยอะมากกกก เพราะเป็นวันหยุดยาว


มาถึงแม่น้ำโขง ก็ตั้งใจจะมากินปลาแม่น้ำโขง ได้ยินว่ามีร้านอร่อย เฮือนหลวงพระบาง ร้านอาหารพื้นบ้านมีเมนูมากมายให้เลือก ร้านอยู่ริมแม่น้ำโขง


ติดต่อเพื่อที่จะลองลิ้มชิมรสชาดของอาหาร ปรากฏว่าคิวยาวมากครับ เราไม่ได้จองล่วงหน้า สาเหตุคิวยาวเพราะเป็นวันหยุดยาวคนเยอะเป็นพิเศษ แนะนำถ้าไปช่วงวันหยุดยาวให้จองล่วงหน้านะครับ ราการอาหารที่ทางร้านแนะนำ


ร้านนี้เต็มไม่เป็นไร ไปร้านอื่นเพราะอยากกินปลาแม่น้ำโขง ปรากฏว่าเข้าร้านไหนเต็มทุกร้าน มีอยู่อีกร้านที่เข้าไปแล้วมีโต๊ะนั่ง ร้านนี้อยู่ติดแม่น้ำโขง เด็กเสิร์ฟก็รับลูกค้าปรกติจัดแจงให้เรานั่งโต๊ะ บรรยากาศดี แต่นั่งไม่ถึง 5 นาที กุ๊กผู้ชายเดินมาต่อว่าเด็กเสิร์ฟรับลูกค้าทำไม ทำอาหารจะตายอยู่แล้ว ยังไม่ได้พักเลย ทะเลาะกันใหญ่ เราไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่มองหน้ากันแล้วก็เดินออกจากร้านไป เราจึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ คือ กินอะไรก็ได้ เดินไปเรื่อยไปเจอร้านขายข้าวเปียกเส้น เป็นอาหารพื้นเมือง ชื่อร้าน บ้านคุณยาย ซอย 9 ผู้คนนั่งรอกินกันเต็มไปหมด เราก็ไม่รอช้าจัดแจงหาที่นั่ง


รายการอาหารมี ข้าวเปียกเส้น กับ ข้าวต้มหมู พวกเราเลือกที่จะกิน ข้าวเปียกเส้น สั่งไป 2 ชาม แต่ต้องรอสักพักเพราะคนเยอะเหมือนกัน หน้าตาของข้าวเปียกเส้น คล้ายกับ ก๋วยจั๊บญวน ครับ ใส่กระดูกหมู หมูยอ ใส่ไข่ลวก เรื่องรสชาดขอบอกว่า ถูกใจผมมากครับ แนะนำครับ ไปเชียงคานต้องลองไปชิมนะครับ ชามใหญ่ครับ กินชามเดียวก็อิ่ม ราคาชามละ 25 บาท


มื้อเย็นหรือมื้อค่ำในวันนี้ก็เรียบร้อย ออกจากร้านก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูป ตามร้านค้าต่างๆ ชมบรรยากาศยามค่ำของเมืองเชียงคาน นับว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างของเมืองเชียงคานครับ ร้านนี้เป็นร้านขายขนมปังสังขยา ครับถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ซอย 9 ไม่ได้เข้าไปชิมนะครับเพราะอิ่มกับข้าวเปียกเส้นแล้ว


เจอป้ายที่เราถ่ายรูปเมื่อตอนเย็น ตกค่ำป้ายก็ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเช่นเดิม


ร้านนี้ขายของกิ๊บช็อปทั่วไป ตกแต่งร้านอีกสไตล์ มีคนไปถ่ายรูปกันเยอะครับ


ร้านนี้เป็นร้านขายสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการส่งจดหมาย แสตมป์ โปสเตอร์ มักมีคนไปถ่ายรูปเช่นกัน


ร้านค้าต่างๆ ที่มาเปิดที่นี่ส่วนใหญ่เป็นร้านขายของทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก กระโปรง กางเกง ออกแบบได้สวยงาม เจอร้านแบบนี้คนของผมไม่เคยพลาดที่จะเข้าไปชม แต่ซื้อหรือไม่อีกเรื่องนะครับ


ร้านนี้ก็เช่นกันครับ ด้านหน้าขายเสื้อผ้า ด้านในเปิดเป็นร้านขายอาหาร ตกแต่งร้านสวยงามครับ


ผมว่าร้านค้าส่วนใหญ่ที่มาเปิดที่นี่ ไม่ใช่คนที่เชียงคาน เป็นคนที่มาจากที่อื่นแล้วมาเปิดร้านขายของที่นี่ แต่ใช่ว่าร้านต่างๆ ที่เชียงคานจะมีแต่คนที่อื่นมาเปิดร้าน คนเชียงคานแท้ๆ ก็มีหลายร้านนะครับ เอาเป็นว่าจะเป็นคนที่ไหนก็แล้วแต่ แต่ว่าเรามาเที่ยวเชียงคาน ทุกร้านก็อยู่เชียงคาน ความสุขที่เราได้ก็ได้จากเชียงคาน ก็พอแล้วนะครับ เช่นร้านนี้ตกแต่งร้านออกแนววัยรุ่นดีครับ วันรุ่นก็เข้ามาเที่ยวมาถ่ายรูปกันครับ


มาถึงร้านนี้แล้วมีหรือวัยรุ่นอย่างเราจะไม่เข้ามาถ่ายรูป


เดินถ่ายรูปอยู่นาน เวลาปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า กลับบ้านครูแดงนอนดีกว่า ถึงปากซอยเข้าบ้าน มีร้านขายของเล่นปากซอยแวะสักหน่อยว่ามีอะไรน่าสนใจ


ขอจบการเที่ยวเชียงคาน ตอนที่ 1 ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ชมตอนที่ 2 ต่อได้ครับ


Create Date : 08 กรกฎาคม 2554
Last Update : 19 ตุลาคม 2554 19:06:53 น. 11 comments
Counter : Pageviews.

 
ยอดเยี่ยมทั้งภาพและข้อมูลเช่นเคยครับลุงเต่า

ตอนไปคงยังไม่หนาว ปรากฎว่าปีนี้มาหนาวกันเดือน มีนา บ้าสุดๆ

ตอนนั้นมีใครไปเชียงคานบ้างนะ ก่อนสงกรานต์นะ


โดย: ลุงบอย IP: 27.130.131.212 วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:0:13:49 น.  

 
ลุงบอย

มาเจิ่มเป็นคนแรกเลยนะสำหรับล๊อกเชียงคาน นอนดึกน่าดู อยานอนดึกมากเดี๋ยวแก่เร็ว จะหาว่างไม่เตือนไม่ได้นะครับ

ปีนี้อากาศมันแปลกมากๆ ไม่มีอะไรแน่นอนแล้ว
ผมไม่ได้ไปสงกรานต์ครับ
ไม่รู้ลุงบอยเคยไปเที่ยวเชียงคานหรือยัง บรรยากาศคล้ายปาย
ลองหาวันปลีกวิเวกอีกสักครั้ง


โดย: taotao_s วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:37:22 น.  

 
ฮ่าๆๆ ขอบคุณครับ จริงๆ นอนดึกกว่าตอนโพสต์อีก

อยากไปแถวอีสานริมโขงทั้งหมดเลย ลุงเต่า

2-3 ปีก่อนเพื่อนเป็นจ่าจังหวัดเลย แกก็ชวนไปเที่ยว บ้านแก ก็อยู่เชียงคานนี่แหละ รอแกกลับไปเป็นนายอำเภออีกทีแล้วกัน เพื่อนราชสีมานี่แหละ

ลุงเต่า ยังออก-รอบอยู่หรือเปล่า พวกหลานๆ แคท-คิง เป็นโปรไปหมดแล้วมั๊ง


โดย: ลุงบอย IP: 172.18.1.44, 119.46.184.2 วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:33:40 น.  

 
ไปตอนสงกรานต์แต่ไปกลางวัน ไม่มีอะไรเลยคะ เห็น จขกท.ไปตอนกลางคืน คล้ายปายเลย


โดย: ying IP: 125.26.153.255 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:52:20 น.  

 
ไปเชียงคานวันเดียวกันเลยค่ะ นึกถึงบรรยากาศเข้าไปเฮือนหลวงพระบาง แล้วไม่มีที่นั่ง เดินหาร้านอาหารอีกหลายร้านก็ยังไม่ได้ทาน สุดท้ายต้องมาทานสุกี้หม้อไฟ ที่ถนนที่ไม่ติดชายโขงน่ะค่ะ
สามวันนั้น คนเยอะมาก วุ่นวายมาก ถนนชายโขงเต็มไปด้วยวัยรุ่นที่ถือกล้องถ่ายรูปวิ่งกันวุ่นวาย เงียบสงบตรงไหนน้อ เชียงคาน


โดย: จันทน์ IP: 10.104.109.93, 118.175.38.36 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:12:36:37 น.  

 
ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ที่
เที่ยว เชียงคาน ภูเรือ จ.เลย ตอน1
http://www.chiangkhan.com/profiles/blogs/1-1


โดย: natapol IP: 223.206.232.183 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:12:47:34 น.  

 
ท่องเที่ยวเมืองเชียงคาน สงบ ปลอดภัย ราคาถูก เมืองวัฒนธรรม เป็นเมืองที่นาฬิกาเดินช้า
วันแรก
06.30 ถึงเชียงคานลงรถ ซอย 9 แล้วตักบาตรที่ตลาดได้เลยเพราะใกล้กัน ซื้อข้าวเหนียว 10 บาท ยืมกระติ๊บข้าว ตักบาตรแล้วเอามาคืนร้าน
07.00 รับประทานอาหารเช้า ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ข้าวต้ม ข้าวเปียกเส้นร้านคุณยาย ซอย 9
08.00 เข้าที่พัก อาบน้ำแต่งตัว
09.00 พักผ่อน ฟังเพลง นอนเอาแรง อ่านหนังสือ ดูวิถีชีวิต การทำผ้านวม ข้าวหลาม
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน สัมตำ ด้องแด้ง ตำซัวะ แหนมคลุก ข้าวเปียกเส้น ดูราคาเมนูก่อนสั่ง
13.30 ขี่จักรยานรอบตัวเมือง ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมบ้านเก่า กินกาแฟ เครื่องดื่ม
16.00 ล่องเรือแม่น้ำโขง ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกน้ำโขง
18.00 รับประทานอาหารอ่านเมนูราคาอาหารก่อนสั่ง
19.00 – 22.00 เดินถนนคนเดิน ซอย 5 – ซอย 21 ถ่ายภาพกลางคืนสวยงามมาก เป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยว
22.00 ติดต่อเจ้าของที่พักให้โทรจองรถไปดูภูทอกดูทะเลหมอก ไปเที่ยวภูควายเงิน วัดน้อยวิปัสสนา แก่งคุดคู้ พักผ่อนเข้านอน
วันที่ 2
05.00 ตื่นขึ้นรถไปภูทอกดูทะเลหมอก ไปเที่ยวภูควายเงิน วัดน้อยวิปัสสนา แก่งคุดคู้
08.00 รับประทานอาหาร ไปตลาด ซอย 9 ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ข้าวต้ม ข้าวเปียกเส้น ปาท่องโก๋ยัดไส้ กดเงินตู้เอทีเอ็ม
09.00 ขี่จักรยานไหว้พระ 9 วัด เสี่ยงเซียมซีพระวิชิตธรรมมาจารย์ แม่นมาก รับใบเซียมซีจากตู้ฟรีที่วัดใหญ่ แล้วจังหันเพล
11.00 ถวายภัตราหาร จังหันเพลที่วัด รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่วัด
12.00 เดิน ขี่จักรยาน ทุกซอย ถ่ายภาพ พูดคุยกับผู้เฒ่า ผู้แก่ ดูของที่ระลึก ตกแต่ง นวดแผนโบราญ
17.00 ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกน้ำโขงที่แก่งวัดใหญ่ ซอย 6 เดินถ่ายภาพแม่น้ำโขง นกบินกลับบ้านเป็นฝูง
18.00 รับประทานอาหารอ่านเมนูราคาอาหารก่อนสั่ง อาบน้ำแต่งตัว
19.00 เดินทางกลับ
งบประมาณ ค่ารถไป-กลับ กทม-เชียงคาน 700- 1,000 บาท ค่าที่พัก 1 คืน 100-500 บาท ค่าอาหาร ของที่ระลึก อื่นๆ 500 บาท รวมประมาณ 2,000 บาท


โดย: natapol IP: 49.49.245.76 วันที่: 30 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:12:08 น.  

 
ขอบคุณมากมายครับที่ทิ้งรอยไว้ให้เดินตามอยากไปอยู่พอดี


โดย: shuriken IP: 58.11.243.24 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:27:09 น.  

 
shuriken

ยินดีครับเดินตามรอยได้ครับ ขอบคุณครับที่แวะมาชม


โดย: taotao_s วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:17:44:11 น.  

 
รีวิวได้ดีมากเลยค่ะ
รายละเอียดชัดเจน ภาพถ่ายสวยมาก
ทำให้อยากไปเชียงคานอีกซักรอบ ^^

แนะนำคุนหมิงเมืองเลยอีกซักที่นะคะ ได้ฟิวธรรมชาติ ลุยๆหน่อย
ตาม blog ข้างล่างเลย ^^
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=numuchija&month=01-2012&date=23&group=3&gblog=2


โดย: numuchija วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:14:59:31 น.  

 
numuchija

ขอบคุณมากๆ ครับสำหรับคำชม และเจ้ามาชมบล๊อก


โดย: taotao_s วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:46:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.