มกราคม 2560

1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ภาพแห่งความทรงจำที่น่าประทับใจ



ภาพแห่งความทรงจำที่น่าประทับใจ

"มิตรภาพ" ดี ๆ น่าประทับใจในโลกปัจจุบันนี้  ใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ นะ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์
ดังนั้น  เมื่อฉันมีโอกาสได้ไปเห็น ภาพ "มิตรภาพ" ที่ดี ๆ เห็นกิจกรรมของลูกศิษย์กลุ่มนี้ 
ได้จัดขึ้น  จึงอดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าสู่การฟัง (อ่าน) เพื่อให้ได้เห็นภาพ "มิตรภาพ" ที่งดงาม ของลูกศิษย์กลุ่มนี้

ลูกศิษย์กลุ่มนี้ เป็นรุ่นที่รวม ม.ต้น (ปี 22)และ ม.ปลาย (ปี 24)เป็นการรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่
โดยให้ชื่อกลุ่มรวมนี้ว่า กลุ่ม "ธาตุทองรวมมิตร 59" ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการรวมกลุ่ม 
"ธาตุทอง 2 ส" กับ "ธาตุทอง 2524" ให้เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเป็น "ธาตุทองรวมมิตร 59" 
ทั้งนี้เป็นความคิดริเริ่มของ ชลอ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการประสานทั้งสองกลุ่มให้เป็นกลุ่มใหญ่
ดังกล่าว และรวมถึงเพื่อนของเพื่อนธาตุทองด้วย โดยมีจุดมุ่งหมายที่นอกเหนือจากเพื่อพบปะสังสรรค์      
แล้ว ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามที่เพื่อนฝูงในกลุ่มมีความเดือดร้อนหรือ
ต้องการความช่วยเหลืออีกด้วย

ดังนั้น งานพบปะสังสรรค์รวมมิตรกันครั้งนี้ จึงได้เกิดขึ้น เป็นครั้งแรก โดยได้รับความเอื้อเฟื้อ
เรื่องสถานที่พักและจัดงานจาก จรีพร ซึ่งเป็นเพื่อนของ ว่าว และเธอกลายมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ
กลุ่มธาตุทอง 2524 ตั้งแต่ สองปีที่แล้ว ซึ่งมีข้อแม้ว่า มาเป็นสมาชิกแล้ว ห้ามไม่ให้ ลาออก อิอิ 
งานครั้งนี้ จรีพร ได้แนะนำเพื่อนที่เชียงใหม่ของเธอ ชื่อ นานา มาเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้อีกคน ค่ะ

สมาชิกที่ไปในครั้งนี้ มีทั้งหมด 23 คน (ไม่รวมเพื่อนของจรีที่มาสมทบภายหลัง) 
คนที่มีรถ ก็เอื้อเฟื้อบริการรับเพื่อน ๆ ไปด้วย (เพื่อน ๆ ช่วยออกค่าน้ำมันให้ ห้าห้า) 

งานครั้งนี้ จัดขึ้นที่ "บ้านปลายผา" อ.สูงเนิน จังหวัด นครราชสีมา ซึ่งก็ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯนัก

หนึ่ง นัดว่าจะมารับฉันและเพื่อน ๆ ของเขาที่บ้านฉันในเวลา 8.30น. ปรากฏว่า กว่าจะมาถึงบ้านฉัน 
ก็ 9.30น.ได้มั้งคนที่มาคนแรก คือ เก๋ ตามด้วยโอ๊ต เหลน พจน์ มาหลังสุด หลายคน
ทนหิวไม่ไหว เลยไปทานก๋วยเตี๋ยวแถวบ้านฉันคนละชามก่อน ส่วนโอ๊ต เป็นมุสลิม ทานไม่ได้
เลยต้องทนหิวไปก่อน กว่าจะได้กิน ก็น่าจะ เกือบเที่ยงไปแวะปั๊มและซื้อของกินจากเซเว่น นั่นเอง



เมื่อหนึ่งมาถึงที่บ้านฉันแล้ว พวกเราก็ขนกระเป๋าไปที่รถของหนึ่ง เตรียมออกเดินทางไปสูงเนิน
ระหว่างทาง เก๋ ก็เซลฟี่ รูปพวกเรา บอกไปยังเพื่อน ๆ ที่เดินทางไป"บ้านปลายผา"
ตั้งแต่เช้า ได้ข่าวว่า คันแรกที่ไปถึง น่าจะเป็นรถของชลอ หรือ สมเกียรตินั่นแหละ อิอิ 


น่าจะประมาณเกือบเที่ยงได้ ทุกคนอยากเข้าห้องน้ำ หนึ่งเลี้ยวเข้าปั๊ม และเพื่อให้ซื้อของทานในเซเว่นด้วย





หลังจากที่ทำธุระกันเรียบร้อยแล้ว มีของกินแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อ ว่าจะไปแวะทานข้าวมื้อเที่ยง
ที่ลำตะคอง แต่ทางเพื่อนที่ไปถึงที่พักบอกว่า เดี๋ยวนี้แถวลำตะคองไม่มีร้านขายแล้ว ให้แวะก่อนที่จะถึงลำตะคอง
ระหว่างทางน่าจะเกือบบ่ายโมง เจอร้านมุสลิม ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้แล้ว  ลองเสี่ยงดู ดูจากรายการอาหาร 
มีข้าวหมกไก่ ซุปไก่ สลัดแขก ข้าวหมกแพะ โรตีกับแกงเขียวหวาน  ทุกคนคงหิวจัด สั่งครบทุกอย่างเลย 






คงต่างคนต่างหิว แถมรอนานอีกด้วย พออาหารมา ไม่มีใครถ่ายรูปเอาไว้เลย ห้าห้า ก้มหน้าก้มตากิน

หลังอาหารมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องตระเวนซื้อเหล้าตามหมายสั่งจาก สมาชิกที่ไปถึงก่อน 
ปรากฏว่า ไม่มี กลม มีแต่แบน เหมาไป 8 แบน มั้ง ถ้าจำไม่ผิด ช่างชอบดื่มกันจริง ๆ 
แต่ฉันก็ไม่ห้ามอะไรหรอก  เพราะพวกเขาดื่มในบ้าน มีการค้างคืน ไม่ได้ขับรถไปไหน จึงไม่ห่วงนัก 

หนึ่งขับรถไปเรื่อย ๆ ตามแผนที่ที่ได้คุยกันกับชลอแล้วมั้ง ระหว่างทางที่จะเข้าบ้านของจรี 
ก็มีใบสั่งมาจากสมาชิก ให้ช่วยซื้อน้ำแข็งและเหล้าเพิ่มอีก เฮ้อ! ทั้งเหล้าทั้งเบียร์ เยอะมาก
เป็นร้านค้าเล็ก ๆ ของชาวบ้านระหว่างทางที่จะไปบ้านพักของจรี มีขายผักที่ปลูกเอง 
มีของขายมากมายเหมือนกัน รวมไปถึงขนมขบเคี้ยว แกล้มเหล้าด้วย เป็นร้านค้าสอง คูหา จ้ะ 



หลังจากที่ซื้อของตามที่สมาชิกให้ซื้อแล้ว พจน์ ขอยืมถังเพื่อใส่น้ำแข็งด้วย เพื่อกันน้ำแข็งละลาย
เปื้อนรถของหนึ่งด้วย ปรากฏว่า รถเลยทางที่จะเลี้ยวเข้าบ้านพัก ไปเข้าวัดป่าภูผาสูง 
หนึ่งเลยพาเที่ยวที่วัดนี้ ก่อนที่จะไปบ้านพัก เสียเลย เรามาทราบความเป็นมาของวัดนี้ สักเล็กน้อยค่ะ 

 วัดป่าภูผาสูง เป็นสำนักปฏิบัตธรรม กรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ตั้งอยู่ท่ามกลาง
ธรรมชาติแห่งขุนเขา มีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ไร่ เรียกเขานี้ตามแผนที่ทหารว่า "เขาช้างหลวง"
แห่งเทือกเขาภูหลวง แต่ชาวบ้านเรียกกันในนามว่า  "เขาเจ้าพ่อ"  พื้นที่เป็นป่าดิบแล้ง  สูงจาก
ระดับน้ำทะเล 760 เมตร  เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ไหลหล่อเลี้ยงไปยังน้ำตก  วะภูแก้ว  น้ำตกหินเพลิง 
อ่างซับประดู่

ที่จริง แถว ๆ นี้ ฉันเคยมาเที่ยวและทอดกฐินอยู่ ครั้งสองครั้ง ซึ่งเป็นบ้านของศักดา 
ซึ่งน้องเขยของศักดา (พี่ชายของก้อง) ก็ซื้อที่และปลูกบ้านอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย ฉันจึงคุ้น ๆ 
กับสถานที่นี้ เช่น น้ำตก วะภูแก้ว บ้านไร่ ภูผาสวรรค์ ทอดกฐินที่ วัด ภูแสนดาว ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขา
เช่นเดียวกับ วัดป่า ภูผาสูง มีทิวทัศน์สวยงามเช่นเดียวกัน แต่วัดภูแสนดาว มีความเจริญ
กว่าวัด ภูผาสูง อาจจะเป็นเพราะว่า สร้างมาก่อน วัดป่าภูผาสูง ค่ะ 
 เรามาชม ภาพสวย ๆ ของวัดนี้ ค่ะ 





























พวกเราเดินเที่ยว จนทั่วบริเวณวัด ได้ถ่ายรูปตามจุดชมวิว  ต่าง ๆ ไหว้พระบรมธาตุ ซึ่งจะบรรจุไว้
ในเจดีย์ศรีภูผาสูง ซึ่งกำลังก่อสร้าง เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว จะปิดประตูที่ภายในมีพระบรมธาตุและพระธาตุ
ของพระอรหันต์มากมาย (ตามคำเล่าของเจ้าหน้าที่) พวกเราถือว่าโชคดีมากที่มีโอกาสเข้าไป
ชั้นในของเจดีย์ที่จะบรรจุพระบรมธาตุ และได้ไปกราบไหว้องค์พระอรหันต์ พร้อมกับทำบุญด้วย
การซื้ออิฐเพื่อก่อพระเจดีย์ โดยทำบุญเผื่อเยาว์ด้วย มีโอกาสหยอดเหรียญและทำบุญลงในหลุมที่จะบรรจุ
ซึ่งถ้ามาในตอนที่เจดีย์สร้างเสร็จ ก็ไม่มีโอกาสแล้ว ส่วนสมาชิกที่มาก่อนพวกเรา เขาไม่ได้แวะเที่ยววัดนี้
มาเที่ยวตอนขากลับของวันรุ่งขึ้น ค่ะ ฉันก็รวบรวมรูปของพวกเขามาลงให้ชื่นชมด้วย ค่ะ 









ระหว่างที่เรายังไม่ได้ลงจากเขา มีเสียงโทรศัพท์จากสมาชิกจากที่พัก บอกให้เข้าที่พักเร็ว ๆ กำลังรอน้ำอมฤตอยู่ ห้าห้า 

พวกเรา ไปถึงที่พัก สมาชิกที่มาถึงก่อน กำลังสนุกสนาน อาหารเต็มโต๊ะ โดยเฉพาะจัดไว้ 1 โต๊ะ 
เตรียมต้อนรับคณะพวกเราที่มาสุดท้ายเลย งานจัดบนชั้นสองของบ้าน  ชั้นล่างเป็นที่โล่ง ๆ 
ลูกศิษย์หลายคน วิ่งมากอดฉัน ต่อว่า ทำไมมาชะเย็นเลย ฉันบอกว่า ต้องไปต่อว่า คนไปรับฉันมา ห้าห้า 
ทุกคนเชิญฉันไปนั่งที่โต๊ะที่จัดอาหารไว้พร้อมมูล เตรียมพร้อมไว้รถขบวนสุดท้ายของคณะเรา

อาหารมีมากมาย ปลาสลิดทอด ปลานิลทอด  เผาเกลือ จากบ่อของกุ้ง (สอางค์  อุดหนุนเพื่อนด้วย) 
มีกุ้งนึ่งตัวโต ๆ จาก บ่อของกุ้ง เช่นกัน ผัดผักบุ้งไฟแดง ผลไม้ มีแตงโม สับปะรด มากมาย
มาดูภาพอาหาร มื้อเย็น ค่ะ มีการเผามันญี่ปุ่น มันไทยด้วยจ้ะ 









ฉันมองภาพลูกศิษย์เขาคุย  เขาเล่นหัวกัน ร้องเพลงด้วยความสนุกสนาน ช่วยกันปิ้งมันเผา 
คุยไปดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า เคล้าเสียงเพลง จากนักร้องประจำรุ่น เป็นภาพที่ดูแล้วน่าชื่นชม จริง ๆ 
มาชม การปิ้ง มัน และ นักร้องเสียงทอง จ้ะ 













งานพบปะสังสรรค์คราวนี้  ฉันยังได้เห็นความจงรักภักดีที่มีต่อองค์พ่อหลวงของเราปวงชนชาวไทย
พวกเขาไม่ใช่คิดแต่สนุกสนาน ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ คุยกัน ร้องเพลงกัน เขายังจัดกิจกรรม
ที่แสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อองค์พ่อหลวงอีกด้วย โดยมีการเตรียมการ  แบ่งงานกัน เช่น ให้จรีซื้อเทียน ให้ หนึ่งและว่าว ซึ่งทำงานเกี่ยวกับการจัดงานต่าง ๆมาจัดรูปแบบ 
ชลอ เขียนบทร้อยกรอง เพื่ออ่านในงาน ถวายความอาลัยรักแด่พ่อหลวงของเรา ทุกอย่างเตรียมพร้อม 
เวลาประมาณ สอง ทุ่ม พวกเราทุกคนก็ลงไปช่วยกันเตรียมงานที่กลางสนาม  ซึ่งจรีได้จัดตั้ง
พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไว้กลางสนามเรียบร้อยแล้ว ทุกคนช่วยกัน
จัดถ้วยเทียนเป็นรูป ธ.ท.และวางถ้วยเทียน เป็น เลข 9 ไทย  โดยให้มีคนมองจากชั้นสองลงมา
เพื่อให้ได้เป็นรูปเลข 9 ได้รูปสวยงาม มาดูรูปการเตรียมงาน ค่ะ 







หลังจากที่จัดเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว นัดเวลา 20.30 น.เราก็ลงไปที่สนาม ข้างบน มีหนึ่งคอยเปิด
เพลงสรรเสริญพระบารมีให้พวกเราร้องพร้อม ๆ กัน ตามด้วยเพลง พระราชาผู้ทรงธรรม
และเพลงในหลวงของแผ่นดิน รวม 3เพลง 

พิธี เริ่มโดยการให้ฉันกล่าวเกริ่นความถึงการจัดพิธีถวายความอาลัยรักพ่อหลวง แล้วอ่านร้อยกรองที่ชลอแต่ง
ดังนี้  
ยามลมหนาวดาวเดือนลอยเกลื่อนกราด
อภิวาทน์กราบถวายบังคมพ่อ 
นับจากนี้ลูกทุกคนจักสานต่อ
ไม่ย่อท้อตามรอยพ่อที่สอนไว้

ขอตั้งจิตอธิษฐานผ่านลมหนาว
สู่ดวงดาวดั่งพระเนตรอันสดใส
ชาวธาตุทองศิษย์ครูร่วม ประสานใจ
กราบอาลัยพ่อภูมิพลองค์ราชัน

เมื่อฉันอ่านบทร้อยกรองแสดงความอาลัยรักพ่อหลวงแล้ว เพลงสรรเสริญพระบารมีก็ดังขึ้น
พวกเราร่วมกันร้องด้วยเสียงดังก้องด้วยหัวใจที่รำลึกถึงพระคุณของพระองค์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย
อันมากล้นเหลือที่จะพร่ำพรรณนาได้หมดสิ้น ต่อด้วยเพลง พระราชาผู้ทรงธรรมและเพลงในหลวงของแผ่นดิน
หลังจบเพลงแล้ว  พวกเรายืนสงบนิ่งเพื่อส่งกระแสจิต ความรัก ความภักดีและความอาลัยถึงพระองค์
บนสรวงสวรรค์เป็นเวลา  89 วินาที หลังจากนั้น จึงแยกย้ายไปสนุกสนานกันต่อไป 



สำหรับที่นอนคืนนี้  มีทั้งนอนในห้อง  บางคนก็เอาเต๊นท์มากางนอนตรงลานบ้าน แต่ที่ถ่ายรูป
มาเป็นตัวอย่างนั้น  นอนในห้องนะจ๊ะ  อิอิ



คืนนี้ มีเพื่อนของ จรี เพื่อนของ น้องสองสอง (ลูกสาวคนเก่งของจรี) มาร่วมแจมด้วย 
นำเบียร์ ตรา ยู ซึ่งเขาเป็นเจ้าของมาให้ทุกคนชิมด้วย และมีหมูหัน 1 ตัว ตัวโต มาก เด็ก ๆ ตักมาให้ชิม
จานเล็ก ๆ 1 จาน ยังทานไม่หมดเลย อิอิ รุ่งเช้า พวกเรารวมทั้งฉันด้วย ก็ถูกคะยั้นคะยอ
ให้ดื่มแต่ฉันก็แค่จิบ ๆ รสชาติก็หวานนิด ๆ ไม่ค่อยขมเหมือนเบียร์ทั่วไป แล้วลูกศิษย์ไม้เว้นฉัน 
ให้แอ๊กชั่น ประชาสัมพันธ์ เบียร์ตรา ยู กันอย่างสนุกสนาน  มาชมภาพเหล่าพรีเซ็นเตอร์ ค่ะ 










รุ่งเช้า  วันที่ 11 ธ.ค. ฉันก็ตื่นเอาประมาณ 6 โมงเศษ ๆ ฟ้ายังไม่สางเท่าไหร่ รอพระอาทิตย์ขึ้น
กว่าจะขึ้นก็เกือบ 7 โมงเช้า ยายนิด ยายเพ็ญ ตื่นเช้า ช่วยกันเก็บถ้วยชาม ทำความสะอาดโต๊ะ
เก็บภาชนะไปล้างที่ครัว เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ อิอิ  ส่วน ว่าว ซึ่งรับอาสาทำข้าวต้มเพื่อให้ทุกคน
ทานมื้อเช้า ปรากฏว่า ทำได้เหมือนกันแต่ไม่สมบูรณ์ เพราะแก๊สหมดถัง  เลยอุ่นไม่ได้เต็มที่
ใครจะทานต้องตักแล้วไปเว้ปในเตาไมโครเว้ปอีกทีเพื่อให้ร้อน จะได้อร่อย ทุกคนทยอยตื่นรับอรุณวันใหม่ 
รวมทั้ง หลาน พิมพิม ผู้น่ารัก อ้อนพ่อ (ว่าว) เก่ง ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ซนมากนัก มาชมภาพน่ารักของน้อง พิมพิม จ้ะ 


พ่อครัวแม่ครัว เตรียมอุ่นอาหาร ทอดปลาเพิ่ม เพื่อเป็นอาหารมื้อเช้า ตามแต่สะดวก กาแฟ โอวัลติน
รวมทั้ง ขนมปัง ทาแยม ทา เนย แล้วแต่จะชอบ  ฉันมีภาพ พ่อครัว แม่ครัว บางคนมาฝาก ค่ะ 





กิจกรรมตอนเช้า อิสระกัน พวกเราลงไปเก็บมุมสวย ๆ ของบ้านจรี มาฝากด้วยค่ะ มีเก๋ เป็นผู้นำ อิอิ
บรรดานางแบบ นายแบบ เตรียมถ่ายรูป  เดี่ยวบ้าง หมู่บ้าง ตามสไตล์ ความชอบของแต่ละคน ค่ะ 

























ช่วงเช้า ที่จริง ฉันกับ ว่าว มีโปรแกรมจะไปใส่บาตร  แต่ปรากฏว่า ว่าวเดินออกจากบ้านไปสำรวจ
แล้ว ไม่มีพระ หรือ ชาวบ้านออกมาใส่บาตรเลย  ถ้าจะไปวัด ก็คงไกล และไม่มีใครไปด้วย  และไม่แน่ใจว่า 
ไปที่วัดป่าภูผาสูง  จะหาพระเจอให้เราได้ใส่บาตรหรือเปล่า  แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อวาน  ฉันก็ได้ทำบุญแล้ว 
พอดี พี่นพรัตน์ เพื่อนบ้านเงินมาทำบุญ 200 บาท  ว่าวจะแวะไปวัดก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ
ฉันเลยฝากเงิน 200 ของพี่นพรัตน์ให้เขาไปทำบุญ จะหยอดตู้ หรือซื้ออิฐแทน ก็แล้วแต่ว่าวจะเห็นสมควร  

รถคันแรกที่ออกก่อนเพื่อนประมาณสัก 10 โมงได้มั้ง คือ รถของว่าวและครอบครัวเขา โดยมีโอ๊ต
ติดรถไปด้วย เพราะต้องรีบกลับบ้าน  เนื่องจากต้องไปผลัดเปลี่ยนดูแลพ่อซึ่งไม่ค่อยสบายอยู่

คันที่สองที่จะออกจาก บ้านปลายผา  ก็คือ คันของฉัน โดยมีหนึ่ง เป็นผู้ขับ  เพราะหนึ่งมีโปรแกรม
พาพวกเราไปเที่ยวที่เขาใหญ่ด้วย  โดยคิดว่า  หลังจาก ชลอ เชิญฉันให้โอวาทและกล่าวถึง

ความรู้สึกของการจัดงานครั้งนี้เสร็จแล้ว  พวกเราก็จะออกรถเป็นคันที่ 2  
พิธีการให้โอวาทและกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อการจัดงานครั้งนี้  จัดที่ใต้ถุนบ้านของตัวบ้าน
ฉันเกริ่นความถึงความเป็นมาของการจัดกิจการพบปะสังสรรค์ โดยรวมห้อง ธาตุทอง2ส กับธาตุทอง 2524 
และกลายมาเป็น ธาตุทองรวมมิตร 59  หลังจากนั้น ก็กล่าวขอบใจเจ้าของสถานที่ที่ได้เอื้อเฟื้อ
สถานที่ให้การจัดงานครั้งนี้  และให้การต้อนรับอย่างเต็มที่  ทำให้การจัดงานครั้งนี้ มีความสนุกสนาน  
ด้วยไมตรีจิต อบอุ่น ได้มิตรภาพดี ๆ เกิดขึ้น  เป็นภาพมิตรภาพที่หาได้ยากมากที่เดียวที่สามารถ
รวมกลุ่มกันครั้งแรกก็ได้จำนวนคนมากพอสมควร  และหวังว่า ในการจัดงานพบปะครั้งต่อไป 
จะมีสมาชิกมากกว่านี้ พร้อมกับกล่าวขอบใจลูกศิษย์ที่ให้เกียรติเชิญฉันมาร่วมงานครั้งนี้ด้วย
สุดท้ายได้กล่าวขอบใจ ลูกศิษย์ เพื่อนลูกศิษย์ ทุกคน ให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 
กิจการงานเจริญก้าวหน้า ยิ่ง ๆ ขึ้น สมกับความกตัญญูของพวกเขาที่มีต่อครู-อาจารย์





หลังจากที่ฉันกล่าวจบ  ชลอ ในฐานะที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานครั้งนี้ ได้กล่าวเน้น ย้ำ
เป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้  และเพื่อกระชับความรักในเพื่อนในรุ่นเดียวกันแต่ต่างห้องกัน ให้รู้จักกันมากขึ้น
จึงให้แต่ละคน ได้แนะนำตัวเองและแสดงความรู้สึกที่มาร่วมงานครั้งนี้  เมื่่อเสร็จกิจกรรมนี้แล้ว 
ก็แยกย้ายกันไปทานข้าวมื้อเที่ยง โดยแม่ครัวทอดไข่เจียว ปลานิลแดดเดียว โดยแม่ครัว  พ่อครัว ชุดเดิม 

หลังจาก ทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว รถคันฉัน ก็ร่ำลากันอีกครั้ง สวมกอดกันเพื่ออำลาจากกันไป

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา  ในที่สุด พวกเราก็ขึ้นรถ และมุ่งหน้าเดินทางต่อไปเพื่อไปเที่ยวที่เขาใหญ่
เป็นทริปที่สนุกสนาน ได้พบลูกศิษย์ คลายเหงา ได้เที่ยวเขาใหญ่เป็นของแถมอีกด้วย เป็นสุขจริง ยืนยันจากภาพได้ จ้ะ 































พวกเราเดินเที่ยวที่ต่าง ๆ ในเขาใหญ่ เช่น ผาเดียวดาย ผาตรอมใจ ซึ่งแต่ละแห่งต้องเดินไกลและขึ้นเขา
ไม่ใช่น้อย เดินจนได้เหงื่อเลยแหละ แต่ไปถึง ก็หายเหนื่อย เพราะได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงาม ค่ะ 

เราอยู่ที่เขาใหญ่น่าจะ 2-3 ชั่วโมง  คุ้มกับราคาเข้าชมเขาใหญ่ คนละ 40 บาท แต่ฉันไม่ต้องเสียเพราะ 60 ปีแล้ว อิอิ

เราเดินทางมุ่งเข้าสู่กรุงเทพฯ ระหว่างทาง พวกเราก็เป็นห่วงกลุ่มชลอ กลุ่มสมเกียรติ พจน์เลยโทรหาเพ็ญ
ปรากฏว่า ตอนนั้น  น่าจะทุ่มกว่าแล้ว พวกเขายังไม่ออกจากบ้านพักเลย ได้ข่าวว่า ลูกชายจอยบอกว่า
ทางเข้ากรุงเทพฯรถติดมาก  น่าจะออกจากสูงเนิน ตอน 3 ทุ่มครึ่งจะดีกว่า  ซึ่งพวกเราก็แปลกใจมาก
เพราะระหว่างทางที่เราลงจากเขาใหญ่  รถไม่ได้ติดอะไรเลย  ฉันจึงพูดโทรศัพท์กับชลอว่า  รถไม่ติดเลยนะ 
ให้กลับกรุงเทพฯได้แล้ว  ทุกคนเป็นห่วงกลัวพวกเขาจะถึงบ้านที่กรุงเทพฯดึกเกินไป 
ชลอ ก็รับปาก เตรียมเก็บข้าวของ (ตอนโทร. ยังได้ยินเสียงร้องเพลง)พวกเราก็ขับรถมุ่งเข้าสู่กรุงเทพฯ
มาถึงที่เอกมัย  เหลนกับพจน์ลงแถวนี้ เพื่อต่อแท็กซี่กลับบ้าน  ส่วนหนึ่งกับเก๋ มาส่งฉันที่บ้านถึงบ้านฉันประมาณ
3 ทุ่มครึ่งได้  ร้านโจ๊กยังไม่ปิด  ฉันจึงบอกหนึ่งและเก๋ ทานโจ๊กก่อนกลับบ้าน ฉันเป็นเจ้าบ้านเลี้ยงโจ๊ก อิอิ 

เฮ้อ! ความสุขในการไปสังสรรค์กับลูกศิษย์ เพื่อนลูกศิษย์ ที่             บ้านปลายผา  ครั้งนี้ 
ทำให้ฉันได้เห็น ภาพมิตรภาพอันสวยงาม ของ กลุ่ม รวมมิตรธาตุทอง 59 เห็นถึงรอยยิ้ม 
รอยสมัครสมานเข้ากันได้เป็นอย่างดี ไม่เคอะเขิน เพราะต่างก็เป็น เลือดเหลืองดำ ด้วยกัน 
ฉันจึงสุขใจกับการได่ร่วมสังสรรค์ของพวกเขา  อีกทั้งได้เห็นกิจกรรมที่จัดทำ อันแสดงถึง
ความจงรักภักดี  ความกตัญญู ของพวกเด็ก ๆ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ครั้งนี้ 
เป็นภาพที่ฉันรู้สึก ตื้นตันใจ  ปลื้มปิติ เป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นพวกเขา เป็นลูกศิษย์ที่ดี เป็นลูกที่ดีของพ่อหลวง ค่ะ 
ฉันจึง อดไม่ได้ที่จะนำเรื่องราว ดี ๆ ของพวกเด็ก ๆ มาเขียนด้วยความชื่นชมพวกเขา ค่ะ 




Create Date : 06 มกราคม 2560
Last Update : 7 มกราคม 2560 20:53:10 น.
Counter : 719 Pageviews.

25 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเรียวรุ้ง, คุณClose To Heaven, คุณกะว่าก๋า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณคนบ้านป่า, คุณtoor36, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณnewyorknurse, คุณkae+aoe

  
ทดลองเขียน
โดย: นายพิพัฒน์ นิธิวิวัฒน์ (ชาย) IP: 1.47.69.80 วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:21:49:27 น.
  
สวัสดีค่ะ

เข้ามาดูภาพประทับใจของอาจารย์

อยู่ท่ามกลางลูกศิษย์ เป็นที่รักของลูกศิษย์ ดูแล้วอบอุ่น ประทับใจค่ะ

ดูภาพไปอ่านไป อมยิ้มตามไป สุขใจไปด้วยเลยค่ะ
+
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:22:41:25 น.
  
อาจารย์สุวิมล Diarist Blog
โดย: Close To Heaven วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:23:55:24 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


เป็นลูกศิษย์อาจารย์ที่น่ารักมากๆเลยครับ
ยังกลับมามีกิจกรรมร่วมกัน
อบอุ่น ประทับใจครับอาจารย์

โหวต Diarist ครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:6:59:21 น.
  
ครู ได้เดินทางไปเที่ยว เยอะดีครับ... ลูกศิษย์เยอะ ดูแล้วสนุก
สนานมาก...

ผมมีเพื่อนมุสลิม เยอะ.. ไปไหนไปด้วยกัน...ไม่มีปัญหา บางทีหา
อาหารให้เขายาก... ผมมักจะเตรียมไข่ต้ม สำรองไว้ก่อน 555

เพื่อนมุสลิมกลุ่มผม เคร่งครัด..ละหมาดน่าจะ 5 ครั้ง.. แต่เขา
ได้เรียนมาก.. รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร.. เขาไปงาน ศพ ของ
เพื่อนชาวพุทธ ด้วย เพียงแต่นั่งสงบอยู่ข้างนอก... ไปงานอื่นด้วย

เพราะความเป็นเพื่อน..นะครับ.. เขาจึงแยกออก.. เพราะเขาได้
เรียน ได้ศึกษามากพอสมควร น่าชื่นชม

อาจารย์สุวิมล Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:7:32:59 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับ

ดูจากที่อาจารย์เล่าไว้ในคอมเม้นท์
ยังมีอีกหลายบล็อกเลยนะครับ
ข้อมูลและภาพมากมายเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมเลยครับ
ในการเขียนบล็อก


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:14:16:45 น.
  
ดูแล้วอบอุ่นมาก
โดย: The Kop Civil วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:19:12:29 น.
  
ดูแล้วอบอุ่นมากเลยครับอาจารย์ มีความสุขมาก ๆ เลยครับ เมนต์ข้างบน ผมกิดผิดครับ ขอโทษด้วยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:19:14:06 น.
  
เป็นมิตรภาพที่สวยงามจริงๆค่ะ
ต้องชื่นชมครู้บาอาจารย์ด้วย

โหวต Diarist ค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:21:51:47 น.
  
คนยิ่งเยอะเวลารวมตัวกันก็จะมีสายเป็นธรรมาดครับ ขนาดคนไม่เยอะยังมีสายเลย ถ้าไม่ได้รีบร้อนอะไรมากก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ มีรถไปเองสบายๆ อยู่แล้ว

ดูท่าทางน่าสนุกจริงๆ ผาเดียวดาย แต่ไม่เดียวดาย ไปกันเยอะมีเพื่อน

เป็นมิตรภาพ ระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ที่ดีครับ ดูสนุกสนานกันดี
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:23:34:34 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
อ่านไปยิ้มไป ปลื้มใจกับอาจารย์ค่ะ
มีลูกศิษย์น่ารัก แห่ไหนแห่กันอาจารย์กับศิษย์
ชีวิตเกษียณของอาจารย์ไม่มีเหงานแน่นอนค่ะ

ดีแล้วค่ะ ใช้ชีวิตให้คุ้ม ทำแล้วมีความสุขรีบทำเลยค่ะ
ตอนนี้กาญเคลียร์บริษัทอยู่ค่ะ ถ้าเสร็จเรียบร้อยก็จะหาที่เที่ยวเหมือนกัน


อาจารย์สุวิมล Diarist
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:0:20:41 น.
  
น่าชื่นใจนะคะ
ยังมีลูกศิษย์ติดต่อกันตลอดมา
โหวดค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:1:00:15 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:6:49:55 น.
  
ชอบที่จัดเทียน ดีเลยนะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:8:40:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมก็ชอบคำว่า "ช่างหัวมัน" ครับ
เคยนำมาเขียนเป็นการ์ตูนหมื่นตาด้วย

ในหลวง ร.9 ท่านก็มีโครงการชั่งหัวมัน
เป็นโครงการที่ดีมากๆ
ผมเห็นเพื่อนบล็อกเขียนไว้หลายบล็อกเลยครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:13:15:51 น.
  
ครูดีจังนะคะ มีลูกศิษย์รับไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ แสดงว่าเป็นคุณครูที่น่ารักมากๆ
โดย: kae+aoe วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:14:19:39 น.
  
อ่านแล้วนึกตาม สนุกมากค่ะ อาจารย์ แล้วเราจะต้องมี ทริป ต่อไปค่ะ
โดย: จรีพร IP: 1.46.203.109 วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:14:27:17 น.
  
สวัสดีค่าาาครู
อ่านไปอมยิ้มไปค่ะ
ดูเป็นทริปที่น่าสนุก ดูทุกคนมีความสุข อ่านแล้วก็สุขตามค่ะ
คราวที่แล้วมาแบบเร่งรีบ ไม่ได้เมนท์เลยค่ะ แหะ ๆ
โดย: Close To Heaven วันที่: 9 มกราคม 2560 เวลา:19:16:27 น.
  


อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มกราคม 2560 เวลา:6:13:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

แต่ดูท่าทางที่เชียงใหม่น่าจะยังไม่ใช่วันสุดท้ายที่ฝนตกครับ
ฟ้าครึ้ม เมฆหม่น ฝนตกตลอดทั้งวันเลยล่ะครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มกราคม 2560 เวลา:15:56:45 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 มกราคม 2560 เวลา:6:32:43 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

วันนี้ก็ฝนตกเหมือนเดิมครับ
อากาศครึ้มมาหลายวันต่อเนื่อง
ไม่มีแดดส่องลงมาเลยล่ะครับ

ผมเองชอบอ่านหนังสือมากๆ
เพราะรู้เลยครับว่าได้รับประโยชน์จากการอ่านมากจริงๆ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 มกราคม 2560 เวลา:12:22:00 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 12 มกราคม 2560 เวลา:1:12:17 น.
  
โดย: สมาชิกหมายเลข 3636471 วันที่: 12 มกราคม 2560 เวลา:7:38:19 น.
  
เป็นความทรงจำที่มีความสุข
ชอบที่อาจารย์เขียนค่ะ
มีความสุขตามไปด้วย
โดย: อุ้มสี วันที่: 13 มกราคม 2560 เวลา:7:42:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments