ขวัญเอย.. ฝันรัก
..ดั่งยืน บนปลายไม้......อันหวั่นไหว และหวาดหวิว
ชีวิต ดั่งม่านปลิว........สะบัดริ้ว ในสายลม

..สายลม แห่งเกลียวทุกข์......และหมื่นทุกข์ ในเกลียวลม
กราดเกรี้ยว มิซาโทรม..........และถาโถม มิผ่อนพัก

..เก็บกิ่ง เสน่หา......มาเยียวยา หัวใจหัก
ตร่ำครุ่น คำนึงรัก.....อันอยู่ฟาก ละฟ้าไกล

..คราฝัน ยังเห็นเจ้า.......ยังเห็นเรา ประคองขวัญ
ยินถ้อย คำจำนรร........ณ แดนฝัน ข้าไขว่คว้า

..ไขว่คว้า มาแนบขวัญ......และปลุกขวัญ ให้แข็งกล้า
ชื่นชุ่ม ในวิญญา............เติมชีวา ที่ขาด..เต็ม

..มิพรั่น แม้ฟ้าล่ม............โลกถล่ม ทลายหาย
ขอมี ยอดดวงใจ............แนบทรวงไว้ แม้ตาย..ยอม





Create Date : 08 กันยายน 2552
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 12:40:18 น.
Counter : 340 Pageviews.

เกาะลอย

เกาะเล็กจิ๋ว อยู่ห่างชายฝั่งของอำเภอศรีราชาไม่มากนัก
เล่ากันว่า.. ครั้งก่อนยามน้ำลง จะมีสันทรายและโขดหิน
เป็นแนวให้เดินข้ามไป มาได้
"เกาะลอย" เคยเป็นท่าเรือสำคัญในการเดินทางไปต่างประเทศ



เกาะลอย ลอยเหว่ว้า.........กลางชล
ดั่งข้า ลอยเวียนวน............อ้างว้าง
วันใด จักได้พ้น................เดียวดาย นางเอย
ฤๅ สิ้นแรง ชีพร้าง.............จึ่งเจ้า ถวิลถาม



Create Date : 07 พฤษภาคม 2552
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 12:40:59 น.
Counter : 237 Pageviews.

ถิ่นกาขาว
เคยงงกับคำว่า "ถิ่นกาขาว" ในโคลงปริศนา
นึกหา "นัย" ของคำที่หลายคนเชื่อว่าเป็นคำทำนาย
ไม่เคยพบความหายที่สอดคล้องกับสถานการณ์
บ้านเมือง จนวันนี้..

...จากเหตุการณ์บ้านเมืองที่ดำเนินมา 2 ปี
สภาพผู้คน , สื่อมวลชน , ผู้หลักผู้ใหญ่ , ผู้มีภูมิรู้
ดูผิดเพี้ยนแปลกๆ มองผิดเป็นถูก เชื่อถือคนเท็จ
ปฏิเสธความจริง เหมือนการ "กลับดำเป็นขาว"

..."กลับดำเป็นขาว" นี่หรือเปล่านัยของ "ถิ่นกาขาว"
ถ้าใช่มันจะเป็นอยู่นานเท่าไหร่

...รักษาธรรมกันนะญาติไทยทั้งหลาย ขอให้บุญรักษา เด้อ...



Create Date : 11 ตุลาคม 2551
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 12:41:33 น.
Counter : 250 Pageviews.

Refugee
เกือบสามปีแล้ว ที่ฉันเห็นคนไทยขัดแย้งด่าทอ
ท้าทายและต่อยตีทำร้ายกันและกัน..มีบางคนเสียชีวิต
มีบางคนบาดเจ็บ.. ความขัดแย้งระบาดใส่เกือบทุกผู้ทุกคน
มีการเลือกฝ่าย เลือกข้าง และทุกฝ่ายต้องการชนะ
และดูเหมือนทั้งหมดกระเหี้ยนกระหือรือที่จะเข้าเข่นฆ่ากัน
ฆ่ากัน..ฆ่ากันเพื่อให้ตัวเองชนะ

...หัวใจที่อ่อนล้า ฉันอยากบอกว่า "หยุดเถอะ"
ไม่มีใครชนะดอก หลังการต่อสู้ ทุกคนที่เจ็บ ทุกคนที่ตาย
ล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนร่วมชาติของเรา ในประเทศนี้ไม่มีใคร
มีแต่ "เรา"

ในวันเก่าก่อน ฉันร่วมคุมขบวนรถหลายคันทุกคันอัดเต็ม
ด้วยผู้ไร้บ้าน ผู้ที่หนีภัยจากสงคราม สงครามที่คนในชาติ
ของเขาแบ่งฝ่ายจับอาวุธเข้าเข่นฆ่ากัน หลายปีที่พวกเขา
ฆ่ากันไม่หยุดหย่อน ไม่ทำมาหากิน ช่วยกันทำลายทุกอย่าง
ที่พวกเขาเคยร่วมกันสร้าง หากสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์กับ
ฝ่ายตรงข้าม มันจะถูกทำลาย
รางวัลในชัยชนะของพวกเขา คือศพในนาร้าง
ซากบ้านเมือง เด็กกำพร้าและคนพิการ

...พวกเขาช่วยกันสร้างขุมนรกขึ้นบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษ
ของพวกเขามอบให้ ผู้คนนับหมื่นนับแสนหลบหนีภัยสงคราม
เข้ามาในประเทศของฉัน ประเทศที่ร่มเย็นและปลอดภัย

...เมื่อภาระเกินที่จะรับได้ พวกผู้อพยพถูกสั่ง
ให้กลับไปประเทศของพวกเขา ภายในรถบัสใหญ่มีผู้อพยพ
เบียดเสียด ไม่มีความหวังในแววตาของพวกเขา ไม่มีเสียงพูดคุย
มีแต่เสียงลมผ่านหน้าต่างรถที่ลดกระจกลง

...ขบวนรถหยุดเติมน้ำมัน พ่อค้า แม่ค้า นับสิบคน
รุมล้อมขายของกินและเครื่องดื่มประดามีอยู่รอบรถ ข้าวเหนียว
ไก่ย่าง ลูกอมและน้ำดื่ม แต่คงไม่มีใครบนรถเหลืออะไรที่มีค่าติดตัว
พอที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งที่จะดับหิวและกระหาย

...ที่ริมหน้าต่างรถ แม่ยื่นส่งลูกน้อยวัยยังไม่หย่านมลอดหน้าต่างให้กับ
คนขายของด้านล่าง เสียงเด็กร้อง เสียงพูดภาษาที่ฉันฟังไม่ออก
แต่พอจะเดาได้ว่าเป็นเสียงห้ามจากผู้ชายที่ยืนโหนราวหลังคารถอยู่ใกล้ๆ

...ฉันอนาถใจ อะไร..คืออนาคตเบื้องหน้าที่พวกเขากำลังจะ
กลับเข้าไปพบเจอในประเทศของเขา อะไร..มันจึงร้ายแรงจนทำให้
แม่คนหนึ่งตัดสินใจทำแบบนั้น ..จะมอบชีวิตลูกน้อยในอก
ให้กับคนต่างเชื้อชาติที่เธอไม่รู้จัก ..ตัดขาดและจากลา

...ที่ชายแดน ผู้อพยพผู้ชาย เด็ก และผู้หญิง
ทั้งหมดถูกต้อนให้เดินเท้ากลับเข้าไปในที่ ที่พวกเขาเคย
หลบหนีออกมาหลายคนพยายาม ขอร้องวิงวอน
มีบ้างไม่ยอมเดิน มีบ้างที่พยายามดันแหวกแถว
ของพวกเราเพื่อกลับเข้ามา

...ฉันพยายามปั้นหน้านิ่ง ปฏิเสธ และขู่ให้กลับไป
แต่หัวใจฉันก็เพียงปุถุชน รู้สึกเวทนาและเจ็บปวด
ฉันให้มนุษยธรรมของฉันเบือนหน้าไปเสียอีกทาง
ทางที่ไม่ใช่ภารกิจเบื้องหน้าขณะนั้น

ก็แค่จะบอกว่า ฉันเห็นอะไรมา







Create Date : 15 กันยายน 2551
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 12:42:24 น.
Counter : 214 Pageviews.

ฟองน้ำ
ฟองน้ำ

...เมื่อก่อน เคยมีคนบอกฉันว่า ชีวิตเหมือน"ฟองน้ำ" ฉัน เออ ออ ไปกับเขาเพราะไม่อยากขัดคอ ..ตื้นเขินแท้
ฟองน้ำ สัตว์ทะเลตัวเล็กๆ มีรังนุ่มนิ่มอยู่ร่วมกันในรังใหญ่ เกิดและตายในรังนั้น ..นั่นน่ะหรือที่เอามา
เปรียบเทียบ อธิบายความเป็นไปของชีวิต วันนั้นฉันคิดเย้ยหยัน ด้วยเยาว์วัยและไร้ประสบการณ์

...บัดนี้ ฉันเก็บเอา"ฟองน้ำ" มาคิดอีกครั้ง และฉันเห็นต่างไป ..น้ำใสจนเห็นตะกอนตรมที่เบื้องล่าง อากาศฟองโต
ผุดขึ้นสู่ผิวน้ำ กลายเป็นโดมอากาศ ครอบผิวน้ำอยู่ชั่วขณะแล้วก็หายไป ไม่ทิ้งอะไรไว้แม้เพียงรอยกระเพื่อมแผ่วเบาของผิวน้ำ
ฟองแล้ว ฟองเล่า ฉันมอง.. มอง.. มอง.. สว่างวาบในความคิด ฉันเห็น"ฟองน้ำ" และฉันเห็น"ชีวิต"

...ความว่างเปล่าผุดขึ้น แล้วดิ้นรนสู่ผิวน้ำเพื่อกลายเป็นโดมอากาศ สะท้อนแสงอาทิตย์อวดประกายงดงามอยู่ชั่วขณะ
แล้วจากไป ทุกๆ"ฟองน้ำ" ล้วนจากไป ..ทุกชีวิตล้วนเกิดขึ้น ดิ้นรน แล้วจากไป ประกายแวววาวงดงามนั้นอาจเพียงสิ่ง
ตกค้าง และผลพวงแห่งการดิ้นรน



Create Date : 20 สิงหาคม 2551
Last Update : 20 สิงหาคม 2551 13:12:26 น.
Counter : 121 Pageviews.

0 comment
1  2  

รัชชล
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






"เคารพและให้เกียรติเขา
แล้วเจ้าจะได้มันกลับมา"
: Leonidas....