อาทิตย์สาดส่อง..ความจริงจักปรากฎทั่วปฐพี!!!
Group Blog
 
 
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
ข้อมูล2-สงครามลับของซีไอเอในลาว

12.

ลอว์เลนซ์ กับวังเปา ต้องการยกระดับกองโจรม้ง ให้มีสภาพประจำการมากขึ้น เป็นลักษณะกองกำลังทหารอาชีพ เขาได้ตั้งเสปเชียล กอลลิล่า ยูนิต ขึ้น เป็นลูกผสมกองโจรกับกองพันทหารราบขนาดเบา 1 กองพัน (เอส จี ยู)และ นอกจากนี้ม้งยังมีอีกหน่วยหัวกะทิ ที่ฝึกโดยทีมพารูไทย ชื่อเสปเชียล โอเปอเรชั่น (เอสโอที)

ที่วอชิงตัน....ฟิจเจอร์รัล ถูกโอนไปรับผิดชอบเรื่องคิวบา ..วิลเลี่ยม โคลบี้ จึงเข้ารับผิดชอบงานตะวันออกไกลแทน...เขามันยอดนักขายอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่โคลบี้จะหาทางทำให้บรรดานักการเมืองในสภา เห็นด้วยกับแนวคิดของเขา คือ " ช่วยม้งอีกนิดหนึ่ง จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ "

เขาให้ลูกน้องคนหนึ่งคิดชื่อ " กรีนแบเรต์ ฉบับชาวเขา " ขึ้นมา ลูกน้องเขาต่างช่วยกันเสนอชื่อ แต่เขาก็ชอบที่นี้มากที่สุด ที่ฟังแล้วดูมีพิษสงรอบตัว " โมไบล์ สไสตรค์ ฟอสซ์"

ภายหลังจากนั้นเขาก็เตรียมการอภิปรายด้วยกลยุทธ์ของนักขายให้นักการเมืองคนสำคัญฟัง

โมไบล์ สไตรค์ ฟอสซ์ ให้ผลตอบแทนดีกว่า คนหนุ่มๆจึงพากันหลั่งไหลเข้าร่วม พร้อมกับนำครอบครัวมาด้วย

ลอว์เลนซ์กลับมองว่า การมีครอบครัวมาอยู่เหมือนกับเป็นตัวประกัน สามารถควบคุมทหารได้ดีขึ้น แต่ผลข้างเคียงคือการค้าฝิ่น เท่ากับรวมเอาตลาดที่กระจัดกระจายมารวมอยู่ที่เดียว เพื่อไม่ให้พ่อค้ารายหนึ่งรายใดครอบงำผูกขาด และเพื่อไม่ให้มีใครมาแข่งอิทธิพลกับเขาด้วย

ลอว์เลนซ์ตามวังเปาไปทุกที่ แต่บทบาทอยู่ที่วังเปา เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า วังเปามีอเมริกันอยู่เคียงข้าง และวังเปาคือเจ้านายตัวจริง

ความพยายามขยายปฏิบัติการมีขึ้นที่จังหวัดห่างไกลทางเหนือ ที่ ปางสัก ใกล้ชายแดนจีน รัฐบาลจีนมีโครงการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน แต่ดูว่าโครงการนี้จะแฝงด้วยประสงค์ร้าย จีนตัดถนนเข้ามาในแดนลาวมุ่งตรงมาที่น้ำโขง ชาวม้งในละแวกนั้นไม่ได้ตัดสินใจเข้ากับฝ่ายใด และมองหาคนคุ้มครอง วังเปาประกาศให้ทุกคน " ล้อมวงเข้ามา" ฟังเขาปราศรัย

วังเปาบอกชาวบ้านว่า คอมมิวนิสต์คือเสือร้ายอยู่อีกฟากของหุบห้วย ม้งต้องรวมกันเป็นหนึ่งจะมีทางรอด หมู่บ้านใดรวบรวมสมาชิกถึง 100 วังเปาจะช่วยเหลือเป็นพิเศษ เสียงเครื่องบิน ซี 123 บินอยู่เหนือฟ้า ทิ้งร่มหีบบรรจุอาหาร
ลงมา

วังเปาบอกลอว์เลนซ์ว่า " คนพวกนี้เอาแน่ไม่ได้ วันนี้อยู่กับเรา พรุ่งนี้อาจไม่เป็นเช่นนั้น "

ลอว์เลนซ์เกิดล้มป่วยด้วยไข้มาเลเรีย ปัสสาวะเป็นสีโค๊ก จึงต้องลงมารักษาตัวที่กรุงเทพ

ระหว่างพักฟื้น เขาได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ และได้ใคร่ครวญการปฏิบัติงานของเขาที่ผ่านมา เขารู้ดีว่า ม้งไม่มีวันเอาชนะข้าศึกได้ หากคำว่าชัยชนะนั้นหมายถึงการทำให้ข้าศึกยอมแพ้ ขณะเดียวกัน เขาก็เชื่อว่า ข้าศึกเอาชนะม้งยากเช่นกัน ในป่าเขาที่กองกำลังชาวม้งยึดครองอยู่ ขบวนการต่อต้านของชาวม้ง หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถูกถอนรากถอนโคน หากจะทำได้ ก็ต้องทุ่มกำลังอย่างเต็มที่ของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

ขณะที่ลอว์เลนซ์ป่วย โพ รับผิดชอบล่องแจ้ง โพเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ สำหรับเขา ในลาวไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกม้งก็แค่ชาวเขากลุ่มหนึ่ง ซึ่งดีกว่าบางพวก แย่กว่าบางพวกโพ ยังยังรู้สึกไม่พอใจกาเอาเปรียบระหว่างม้งขาว กับม้งเขียว และไม่พอใจความขัดแย้งระหว่างตระกูลวัง กับตระกูลลี ของตู้บีลีฟุง (โทบี้ ลายฟอง - ในหนังสือ) ที่พวกม้งขาวได้ทำงานเบาๆ ม้งเขียวถูกใช้งานอันตรายแต่ได้รับเงินน้อยกว่า อีกเรื่องหนึ่งที่โพไม่พอใจมาก คือ การคอรัปชั่น 20 -30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความจริงเรื่องนี้ถือเป็นธรรมเนียมทั่วไปสำหรับคนเอเชีย ไม่ถือเป็นการทุจริตตามมาตรฐานตะวันตก แม้จะเป็นอย่างว่า แต่ก็มีทหารเลวบางคนยืนต่อคิวรอรับเงินแต่ไม่ได้ เพราะมี" ทหารผี " มารับไปก่อนหน้านั้นแล้ว

อเมริกันที่รู้ตื้นลึกหนาบางข้อนี้ดีคนหนึ่งยอมรับว่า การทุจริตของชาวเขามีอยู่จริงแต่ถือว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพวกลาวลุ่มโพเคยร้องเรียนเรื่องนี้ไปยังกองบัญชาการเวียงจันทร์ แลร์ส่งเจ้าหน้าที่การเงินไปตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าทหารได้รับเงินครบถ้วน แต่ชาวเขากลับชอบการจ่ายเงินแบบเดิม คือวังเปาหรือผู้บัญชาของฐานเป็นคนจ่าย โดยพวกเขาจะประเมินว่าจะจ่ายมากหรือน้อยจากการทำงานของคนเหล่านั้น

โพ ขัดแย้งกับวังเปาหลายเรื่อง สุดท้ายมันก็มาลงที่ว่า ใครใหญ่กว่าใคร

วันหนึ่ง มีภารกิจที่ตระเตรียมไว้แล้ว มี ฮ.26 เครื่องจอดรอทหาร เอส จี ยู อยู่ที่ลาน รอออกปฏิบัติการ แต่ไม่ปรากฏทหารออกมาขึ้น ฮ.แม้ต่นายเดียว โพ จึงเดินไปหาวังเปาที่บ้านหลังใหญ่ เขาพบวังเปาอยู่ในชุดหมอ กำลังดูคนไข้คนหนึ่ง

มันเป็นวิถีชาวเขาที่อเมริกันอย่างโพ ยากที่จะเข้าใจ อเมริกันสร้างโรงพยาบาลให้หมอพารูชาวไทยมาประจำ แต่วังเปาสั่งให้พวกชาวเขามาฉีดยาที่บ้าน โดยเขาลงมือเอง โพ เล่าว่า เคยเห็นวังเปาฉีดยาเด็กจนพิการมาแล้ว

โพ หัวเราะวังเปา และว่า" คุณรู้ไหม เราจ่ายเงินเดือนให้หมอชาวไทยไปเท่าไหร่ สร้างโรงพยาบาลแสนสวย ถ้าบิล กับแพทรู้ สองคนต้องต่อว่าฉันแน่ๆ "
วังเปาตอบว่า " ฉันต้องการเรียนรู้การรักษาคนป่วย"

นั่นคือวังเปา เขาต้องการจะเป็นทุกอย่าง โพ จึงบอกวังเปาว่า " มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณ หน้าที่คุณคือ ออกไปขึ้นเครื่อง ไปฆ่าไอ้พวกนั้น คนของคุณจะได้กลับมาทำมาหากินเหมือนเมื่อก่อน "

(เรื่องนี้ บางคนบอกว่าไม่จริงหรอก พวกอเมริกันชอบพูดอะไรเว่อๆอย่างนี้แหละ)

ต่อมาวันหนึ่ง โพ เห็นผู้หญิงม้งคนหนึ่ง ขณะทำงานงานอยู่ใกล้รัยเวย์ หญิงม้งหน้าสะสวย " สะโพกเธอสุดยอด " โพ เล่าย้อนหลังว่า เธอชื่อ " ลีแสง " เป็นหลานของตู้บีลีฟุง (โทบี้ ลายฟอง -ในหนังสือ)

โพ อยากพบหญิงคนนี้ ขณะที่ม้งคนหนึ่งห้าม และว่า " ไม่ได้เชียวนะ วังเปาคั่วอยู่ แต่ โพ ไม่สนใจ ขอพบจนได้

หญิงม้งคนนี้ แต่งงานมาแล้ว มีลูกสองคน เป็นหญิงคาธอลิค เป็นคนหัวแข็ง ไม่ชอบพึ่งพาใคร โพมอบสินสอดเป็นความ 100 ตัว แพะอีก 70 ตัว ทั้งสองสมรสกันที่ล่องแจ้ง วังเปาเป็นคนเซ็นต์ใบทะเบียนสมรสให้ วังเปาบอกว่า ผู้หญิงคนนี้น่ะหรือ " ผมไม่ยุ่งด้วยหรอก เธอมันอันตราย "

หลังจากนั้น ลอว์เลนซ์ ก็หมดหน้าที่แบกโพ เวลามาเมาไม่ได้สติ เขาแค่เป่านกหวีดที่ติดตัวมา ภรรยาและลูก ก็จะมาพาตัวเขาเข้ากระท่อม

เส้นทางโฮชิมินท์

ต้นปี 1964 แลร์ พยายามขยายปฏิบัติการโมเมนตั้มไปยังแขวงซำเหนือ และพงสาลี พวกชาวเขาเป็นตัวแปรสำคัญของการขยายตัว

แลร์กลับไปอเมริกาช่วงสั้นๆ ได้เข้าร่วมประชุมสภาความมั่นคงกับโคลบี้และจอห์น แม็คโคน ปฏิบัติการโมเมนตั้มคือผลงานอันโดดเด่นที่สุดในบรรดาปฏิบัติการลับของซีไอเอ โคลบี้ บอกแลร์ว่า อยากพูดอะไรพูดได้เลย
ในที่ประชุมรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับโมเมนตั้มเป็นอย่างดี รวมทั้งการเมืองภายในลาวด้วย

แลร์อธิบายว่า โมเมนตั้ม มิได้ขึ้นอยู่กับวังเปาเพียงผู้เดียว หากมีอะไรเกิดขึ้นกับวังเปา ก็มีคนอื่นแทนได้ พวกม้งมีข้อได้เปรียบตรงที่ต่อสู้กับผู้รุกรานมายาวนาน แลร์ไม่กังวลกับวังเปาหรือกับม้ง แต่เขาเป็นห่วงชาวเขาเผ่าอื่นๆ ที่การเข้าไปจัดการดูแลยากลำบากกว่า

ม้งเป็นกลุ่มใหญ่ในลาว มีอยู่ราว 2 แสน 5 หมื่นคน รองลงมาคือพวกเย้า(เรียกตัวเองว่าเมียน) ประมาณ 1 แสนคน พวกนี้อยู่ติดสามเหลี่ยมทองคำ อันเป็นที่ตั้งตรงพรมแดน ไทย ลาว พม่า แต่เย้ามิใช่นักสู้ที่เข้มแข็งเหมือนม้ง และไม่ได้มีดินแดนในครอบครองของตนเอง บิล ยังก์ ได้จัดตั้งกองกำลังเย้าและเผ่าอื่นๆหลายพันคน

มีชนกลุ่มน้อยกระจายอยู่ในลาว 50 กลุ่ม ได้แก่ อาข่า ลีซอ ไทยดำ ไทยแดง ลู พวกนี้เข้ากับฝ่ายปะเทดลาวและเวียดนามเหนือ

ชนกลุ่มน้อยอันดับสามคือลาวเทิง พำนักอยู่กึ่งกลางระหว่างลาวลุ่มกับชาวเขา พวกนี้อยู่ในลาวมาก่อนพวกลาวลุ่มที่อพยพลงมาจากตอนใต้ของจีนเมื่อช่วงศตวรรษที่ 12 ส่วนชาวเขา อพยพลงมาเมื่อ ศตวรรษที่ 19 นี้เอง ทั้งชาวเขาและลาวลุ่มต่างก็ดูถูกลาวเทิง เรียกพวกเขาว่า ข่า แปลว่า ข้าทาส แต่มีลาวเทิงทางเหนือที่รบได้ดุดัน ได้เข้าร่วมกองกำลังเอสจียู นับเป็นกลุ่มใหญ่รองจากม้ง

แลร์พุ่งความสนใจไปยังพวกลาวเทิงที่อยู่ตอนใต้ของลาว ตามแนวเขาพรมแดนระหว่างลาวกับเวียดนามเหนือ ด้วยความช่วยเหลือของวังเปา ได้มีการจัดตั้งกองสอดแนมลาวเทิงขึ้นโดยความช่วยเหลือของพารูชาวไทยทำการฝึกทีมสอดแนมออกเดินทางจากหุบห้วยแม่น้ำโขงเข้าไปใกล้พรมแดนเวียดนามเหนือที่อยู่ติดภาคใต้ของลาว ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าใด ก็ยิ่งพบความเคลื่อนไหวของข้าศึกมากขึ้นเท่านั้น

ทีมสอดแนมหวาดกลัวพวกเวียดนามเหนือมาก แลร์หาวัตถุดิบดีๆอย่างพวกลาวเทิงตอนเหนือของลาวไม่ได้ เพราะเวียดนามเหนือแผ่อิทธิพลมาบริเวณนี้นานแล้ว

ศูนย์กลางกองกำลังลาวเทิงทางตอนใต้ของลาวอยู่ที่สุวรรณเขต บริเวณกึ่งกลางประเทศ ใต้ลงไปเป็นเมืองปากเซ

รอย เมฟเฟต เข้าไปดำเนินการปฏิบัติการแบบโมเมนตั้ม โดยการสนับสนุนของฟิเจอรัลและโคลบี้ ได้จัดตั้งกองกำลังชาวเขาที่รู้จักกันในนาม มอนเทงการ์ด (ภาษาฝรั่งเศสหมายถึง กองกำลังภูเขา) กลางปี 1963 พวกนี้ได้มาขึ้นตรงต่อหน่วยรบพิเศษอเมริกัน เจ้าหน้าที่คนสำคัญคือ แบรนดอน คาร์ลอน

ปฏิบัติการทั้งสาม มีวัตถุประสงค์ตรงกัน คือก่อกวนเวียดนามเหนือ พื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมทางการค้าใกล้เขตปลอดทหาร ชื่อว่า เซโปน ทหารเวียดนามเหนือบริเวณนี้ มีอยู่ประมาณ 3 พันคน ถือว่าเป็นทหารต่างชาติที่มากที่สุดในดินแดนลาวแถบนั้น ในขณะนั้น

แลร์ คาร์ลอน และคนอื่นๆ เชื่อว่า กองกำลังเวียดนามเหนือ 3 กองพัน ที่อยู่บริเวณตอนใต้ของลาว มิได้เข้าร่วมรบในลาว แต่น่าจะเป็นแผนการระยะยาวเพื่อเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ ทหารเวียดยึดครองดินแดนนี้มา 10 กว่าปีแล้ว มีทหารกองโจร และพลส่งสาร 2 -3 ร้อยคน เดินเท้าตัดผ่านดินแดนนี้ลงสู่เวียดนามใต้

ทหารเวียดนามใต้ล้มเหลวในการสกัดการขนส่งอาวุธ และเสบียงอาหารลงสู่เวียดนามใต้

ปี 1964 เวียดนามเหนือลำเลียงอาวุธและเสบียงผ่านสองช่องทาง คือ ทางชายฝั่งทะเล และภาคพื้นดินเข้ามาทางเขตปลอดทหาร ใช้จักรยาน เดินเท้า และช้าง รวมทั้งเกณฑ์ชาวบ้านมาเป็นลูกหาบ

สำหรับพวกเวียดนามเหนือ ราคาที่ต้องจ่ายในการส่งกำลังบำรุงผ่านลาวสูงยิ่งนัก เนื่องจากความลาดชันและหุบห้วย ฝนตกหนัก ทุรกันดาร การตัดถนนข้ามภูเขาสูงชันในลาวเป็นสิ่งที่ยากลำบาก แต่พวกเขาก็ทำมันได้

แม้เส้นทางยังสร้างไม่เสร็จ แต่ แลร์ และซีไอเอ คนอื่นๆก็เชื่อว่า ไม่ช้าก็เร็ว ถนนสายนี้ต้องเสร็จ พวกกรีนแบเร่ต์ ที่ปฏิบัติงานแถบนั้นได้รายงานการสังหารผู้นำหมู่บ้านที่เข้ากับฝ่ายอเมริกัน พวกเขาได้เข้ามาโฆษณาชวนเชื่อ โน้มน้าวให้เห็นว่าอเมริกันมีเจตนาร้าย และรัฐบาลลาวเป็นหุ่นเชิดอเมริกัน หลังจากนั้น ชาวบ้านที่เข้ากับเวียดนามเหนือจะถือพร้าและปืนยาวตามล่าทีมสอดแนมของฝ่ายอเมริกัน

ลินดอน บี จอห์นสัน ประธานาธิบดีคนใหม่ วิตกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทหารเวียดนามใต้จะพ่ายศึกอยู่รอมร่อ อเมริกันจึงสั่งให้ฝูงบินจากฐานทัพอากาศตาคลี ในประเทศไทยขึ้นสอดแนมในดินแดนจีน โดยใช้เครื่องบิน ยู -2 บินในระดับสูง เหนือเทือกเขา ในเขตอันนัม และ เซโปน ในลาว

แลร์ และคาร์ลอน ได้ส่งทีมสอดแนมของพวกชาวเขาเข้าไปสอดแนม เรียกปฏิบัติการนี้ว่า ฮาร์ดโนส ร่วมกับทหารกรีนแบเรต์ ทหารเวียดนามใต้และกองกำลังชาวเขามองเทงการ์ด ข้ามแดนมายังลาวเพื่อช่วยอีกแรง

เครื่องบิน ยู – 2 ถ่ายรูปกองกำลังเวียดนามเหนือ มี ปตอ.ติดตั้งอยู่รอบป่าเซโปน อเมริกันเฝ้ามองความเติบใหญ่ของเส้นทางลำเลียง ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ และให้ชื่อว่า “ โฮชิมินท์เทรล “ หรือ เส้นทางโฮชิมินท์

การลอบสังหารโงดินเดียม ประธานาธิบดีเวียดนามใต้ ทำให้เกิดการรัฐประหารของคณะทหารอีกชุดหนึ่ง ปี 1964 คณะนายพลใช้พลังความสามรถไปกับการวางแผนรัฐประหาร ไม่ใส่ใจความทุกข์ยากของประชาชน เวียดกงได้ใช้ข้อนี้ปลุกระดมมวลชน

เวียดนามใต้ย้ายประชาชนจากหมู่บ้านบริเวณดินแดนปากแม่น้ำโขงที่มีแม่น้ำแตกแขนงเป็นหลายสาย เพื่อให้เข้ามารวมกันอยู่ในเมือง ประชาชนจึงหันไปสนับสนุนเวียดกงมากขึ้น บ่อนทำลายรัฐบาลเวียดนามใต้

ประธานาธิบดีจอห์นสัน ไม่มีประสบการณ์ด้านนโยบายต่างประเทศ ไม่เชื่อว่าการช่วยเหลือของอเมริกันสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา ทีมที่ปรึกษาของจอห์นสันต่างสนับสนุนการเพิ่มความช่วยเหลือของอเมริกันต่อเวียดนามใต้

จอห์นสัน ไม่อยากได้ชื่อ เป็นผู้ที่เสียเวียดนามไป ทุกคนต่างรู้สึกว่า ความอยู่รอดของเวียดนามใต้เป็นบททดสอบ”สงครามปลดปล่อย” ของพวกคอมมิวนิสต์ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก

กลางเดือนมีนาคม 1964 กำลังทหารอเมริกันในเวียดนามใต้เพิ่มเป็น 2 หมื่น 3 พันคน จอห์นสันปกปิดแผนการเพิ่มความช่วยเหลือด้านต่างๆแก่เวียดนามใต้ เวียดนามเหนือกดดันด้วยการก่อวินาศกรรม ส่งหน่วยคอมมานโดเข้าทำ
ลายสถานีเรดาห์ กองทัพเรืออเมริกันเตรียมจัดทำเป้าหมายการทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือ การกดดันที่อเมริกันทำต่อเวียดนามเหนือ เพื่อเปิดทางให้รัฐสภาอเมริกันประกาศสงครามกับเวียดนามเหนืออย่างเป็นทางการในที่สุด

ในขณะนั้นเอง สถานการณ์ในลาวกำลังย่ำแย่ ทหารฝ่ายเป็นกลางแปรพักตร์เข้ากับฝ่ายปะเทดลาว รมต.กลาโหมขวาจัดของลาวได้ขอให้ทหารเวียดนามใต้เข้าสู่ลาวเพื่อผลักดันทหารเวียดนามเหนือที่อยู่ในลาว เจ้าสุวรรณภูมา บิน
มาทุ่งไหหิน เพื่อเจรจากับนายพล ภูมี หน่อสวรรค์ และฝ่ายปะเทดลาว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าสุวรรณภูมา ลาออกจากนายกรัฐมนตรีด้วยน้ำตานองหน้า

เช้ารุ่งขึ้นเกิดการรัฐประหารในลาว ผู้นำการรัฐประหารไม่ใช่รมต.กลาโหมแต่เป็นคู่แข่งหัวเอียงขวาที่ไม่ต้องการให้รมต.กลาโหมมีอำนาจในรัฐบาล ชาวลาวยังหลบร้อนพักหลับยามบ่ายตามปกติ

เมื่อเหตุการณ์สงบ นายกรัฐมนตรีลาวเข้าสู่ตำแหน่งอีกครั้ง นายพลที่ทำรัฐประหารถูกเขี่ยออกจากอำนาจตามระเบียบ รัฐบาลผสมสามฝ่าย จึงกระท่อนกระแท่น เหลือเพียงในนาม ฝ่ายปะเทดลาวถอยออกไป และหันไปร่วมมือกับ

ทหารเวียดนามเหนือทำการรุกรบยึดครองพื้นที่มากขึ้น ฝ่ายกองแลถอยร่นไปสุดเขตทุ่งไหหิน เข้าไปอยู่ในเขตของวังเปา ทหารวังเปาพาลัดเลาะไปตามช่องเขาหนีการตามล่า

ช่วงนี้เอง ที่มีการใช้กองทัพอากาศลาว ใช้ ที -28 ซี่งประจำที่สนามบินวัดไต ออกโจมตี พวกที่ไม่เคยเผชิญหน้ากับครื่องบินก็พากันแตกกระเจิง เครื่องบินเหล่านี้ ถูกย้ายมาจากอุดรฯ และใช้นักบินไทยที่ปลอมเป็นนักบินลาว โดยเครื่องบินติดธงชาติลาว แต่ไม่มีเครื่องหมายตราสังกัดแต่อย่างใด

วังเปาขอเครื่องบินมาสนับสนุน เครื่องบินแปรขบวนออกโจมตี ทหารข้าศึกแตกกระเจิง ทหารฝ่ายวังเปาฮึกเหิม วางแผนออกรุกไล่ข้าศึก

ไม่กี่อาทิตย์ต่อมา รัฐบาลฝ่ายขวาก็ได้เฮ เมื่อเครื่องไอพ่นของอเมริกาออกบินลาดตระเวนในลาว จากเรือบรรทุกเครื่องบินและฐานบินในภูมิภาค เจ้าสุวรรณภูมายินยอมให้อเมริกันบินผ่านน่านฟ้าลาวได้

วันที่ 6 – 7 มิถุนายน 1964 เครื่องบินถูก ปตอ.ของคอมมิวนิสต์ยิงตกที่ภาคเหนือของลาว อเมริกันพยายามตอบโต้ แต่ไม่สามารถโจมตีเป้าหมายได้

เจ้าสุวรรณภูมา รู้ว่าอธิปไตยของลาวถูกคุกคาม เขาได้บอกอเมริกันว่า เขาจะลาออกหากอเมริกันไม่หยุดโจมตีทางอากาศ แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่อยู่ในฐานะจะต่อรอง เพราะอเมริกันเป็นคนช่วยให้เขารอดพ้นจากการรัฐประหารมาได้

ภายใต้ความกดดัน เจ้าสุวรรณภูมาก็จำยอมให้อเมริกันปฏิบัติการโจมตีได้ แต่ห้ามออกข่าวรายงานประจำวัน และขอให้ใช้คำว่า “ บินสอดแนม แทนการใช้คำว่า โจมตีทางอากาศ “

วันเดียวกันนั้นเอง เครื่องบิน ที-28 โดยนักบินชาวไทยได้ทิ้งระเบิดถูกกองบัญชาการของฝ่ายปะเทดลาวที่ทุ่งไหหิน มีเจ้าหน้าที่จีนแผ่นดินใหญ่ประจำอยู่ ทำให้เจ้าสุวรรณภูมาไม่สบายใจนัก

การใช้เครื่องบินรบเข้าทำลายข้าศึกเสมือนปล่อยยักษ์ออกจากตะเกียง เป็นการยากที่จับคืนใส่ที่เดิม แรกเริ่มอเมริกันไม่มีแผนนี้ แต่เนื่องจากลาวติดกับเวียดนามจึงได้รับการร้องขอให้ช่วยโจมตีสนับสนุนอยู่เสมอ ระยะหลังๆ
วอชิงตันจึงดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

หนึ่งเดือนต่อมา หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ ในวันที่ 26 มิถุนายน ลงบทความเรื่องเวียดนามเหนือตัดเส้นทางลำเลียงผ่านลาวหรือ โฮชิมินท์เทรล รายงานทำให้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในลาวแยกไม่ออกจากเวียดนาม

19 กันยายน 1964 หกอาทิตย์หลังจากนั้น นักบินไทยได้ทิ้งระเบิดปูพรมบริเวณช่องมูเกียในเวียดนามเหนือ โดยมีเครื่องบินอเมริกันบินคุ้มกันเหนือน่านฟ้าลาว สุวรรณภูมากล่าวว่า “ คอมมิวนิสต์ใช้ลาวเป็นทางผ่านไปสู่เวียดนาม

เรามีภาพถ่ายทางอากาศเป็นเครื่องพิสูจน์ “ เจ้าสุวรรณภูมา มิได้ ได้ภาพถ่ายมาเอง แต่อเมริกันเป็นคนมอบให้

เรโอนาร์ด อังเกอร์ เอกอัครราชทูตอเมริกันประจำลาว ได้เสนอให้เพิ่มการใช้กำลังทางอากาศด้วยข้ออ้างอันนี้ ซึ่งที่จริง ภาพถ่ายดังกล่าว มิได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นภาพถ่ายเดิมที่มีอยู่แล้ว อเมริกันใช้ข้ออ้างนี้เพิ่มปฏิบัติการ ตัดเส้นทางโฮชิมินท์ ใช้การโจมตีทางอากาศได้ตามใจปรารถนา ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากลาว ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกปิดเป็นความลับจากสายตาโลกภายนอก
-------------
ภาพผู้นำขบวนการปะเทดลาว (จากซ้ายไปขวา) ส. หนูฮัก พูมสะหวัน ส. ไกสอน พรหมวิหาน ส. สุภานุวงศ์ (เจ้า) ส. คำไต สีพันดอนและ ส.ภูมี วงวิจิตร

ภาพจากหนังสือ Political Struggles In Laos: Vietnamese Communist Power and Lao Struggle for National Independence โดย Geoffrey C. Gunn
----------------
คนนี้แหละนายพลโว เหงียน เกี๊ยบ ผู้บัญชาการทหารของเวียดนามเหนือเดินยิ้มเผล่ขณะสำรวจการสร้างเส้นทางสายยุทธศาสตร์โฮจิมินท์

เส้นทางยุทธศาสตร์โฮจิมินท์ หรือที่ชาวเวียตเรียก "ตรุง ซอน" เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สายสำคัญในช่วงสงครามเวียตนาม ฝ่ายเวียตกงสร้างเส้นทางนี้เป็นเส้นทางลับเลียบชายแดนลาว กัมพูชา จากเหนือลงสู่ใต้ เพื่อหลบหลีกการ

โจมตีทางอากาศของฝ่ายอเมริกัน บางช่วงเป็นภูเขาสูงและป่าทึบการลำเลียงเสบียงอาวุธยุทธภัณฑ์ต้องใช้จักรยาน ลูกหาบหรือแม้กระทั่งช้าง

จากหนังสือภาพ "Legendary Ho Chi Minh Trail" โดยช่างภาพสงครามชาวเวียตนาม Nguyen Trong Thanh: The National Politics Publishing House, Hanoi
----------------
ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ

การใช้กำลังทางอากาศของอเมริกัน ทำให้สถานการณ์ในลาวเปลี่ยนแปลงไป แต่ทุกฝ่ายก็ยังอยากปิดบังบทบาทของตัวเองในลาวจากสายตาชาวโลก พวกเขาทำแสร้งเคารพข้อตกลงเจนีวา แต่ความจริงต่างฝ่ายต่างไม่มีใครปฏิบัติตาม

การต่อสู้ทางการทหารเข้มข้นขึ้น อิทธิพลของกษัตริย์ ฝ่ายกองแล และนายพลภูมี หน่อสวรรค์ ลดน้อยลง ขณะที่วังเปา กลายเป็นผู้บัญชาการกองทหารที่มีความสำคัญ ที่อเมริกาเพิ่มความสนับสนุนทางอากาศ ทั้งอเมริกาและเวียดนามเหนือ ต่างไม่รีบร้อน เพราะต่างก็ออมกำลังไว้ประลองกันในเวียดนามใต้

สงครามในลาวจึงเป็นว่า ฝ่ายซ้าย เข้ายึดพื้นที่ในฤดูแล้ง เพราะสภาพถนนหนทางดี ขบวนลำเลียงทหารสามารถเคลื่อนพลได้ง่าย พอถึงฤดูฝน ถนนเป็นปลักโคลน ฝ่ายขวาก็จะใช้คอปเตอร์ และเครื่องบิน ที-28 ของลาว เครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ และไอพ่นอเมริกันโจมตีโจมตี

พฤษภาคม 1964 คอมมิวนิสต์ยึดครองทุ่งไหหิน แต่วังเปายึดครองภูเขาสูงที่อยู่รายรอบ เมื่อความชุ่มชื้นจากมรสุมในมหาสมุทรอินเดียพัดเข้ามา ทหารฝ่ายขวาก็ออกตีตอบโต้ในรูปปฏิบัติการไทร เองเกิล ได้รับอนุมัติจากประธานาธิบดีจอห์นสัน คือการโจมตีกองทหารฝ่ายปะเทดลาวที่ยึดครองจุดตัดของทางหลวงหมายเลข 7 และ 8 อันเป็นทางเชื่อระหว่างทุ่งไหหินเข้ากับเวียงจันทร์และหลวงพระบาง

การปฏิบัติการครั้งนั้น โทนี่โพ ฝ่าฝืน ด้วยการนำกำลังออกปฏิบัติการเอง แม้ทหารฝ่ายกองแลจะเบี้ยวไม่มาตามนัด เพราะวังเปาใช้ปืนใหญ่โฮวิทเซอร์ 105 มม. ทำการสั่งยิงด้วยตนเองโดยไม่ปรับระยะด้วยกระสุนควันเสียก่อน โพ จึงใช้วิทยุสนามจ่อปากสั่งการให้ชอปเปอร์ทุกลำนำกำลังของทหารม้งเอสจียู เข้ายึดครองใกล้กับถนน แต่นักบิน ที -28 ของไทยก็ช่วยให้งานนี้ง่ายขึ้น ทหารข้าศึกเคลื่อนกำลังหนีออกไป

มีความพยายามปิดข่าวเรื่องที่โพ ฝ่าฝืนระเบียบการรบ แต่ทันใด ผู้คนก็ต้องลืมเรื่องนี้ เพราะเกิดเรื่องใหญ่สำคัญกว่า

คือเหตุการณ์ที่อ่าวตังเกี๋ย เรือพิฆาตลำหนึ่ง กำลังเล่นเกมส์แมวจับหนูกับกองกำลังป้องกันชายฝั่งของฮานอย จากความพยายามหาพิกัดและคลื่นความถี่โดยเรดาห์ของโซเวียตที่ติดตั้งให้ใช้ ทหารคอมมานโดเวียดนามใต้ได้ยิงถล่มที่ตั้งทางทหารของเวียดนามเหนือ เรือลาดตระเวนของเวียดนามเหนือได้โจมตีเรือพิฆาตแมดด็อก เรือพิฆาตอีกลำได้ยิงสิ่งที่เขาเข้าใจว่าเป็นเรือตอร์ปิโดของเวียดนามเหนือเพื่อแก้เผ็ด เครื่องบินรบอเมริกันจากเรือบรรทุกเครื่องบิน 25 ลำ บินเข้าโจมตีคลังน้ำมัน อเมริกันถูกยิงตกสองลำ รัฐสภาอเมริกันผ่านกฏหมายปิดอ่าวตังเกี๋ย ที่เรียกว่า กัฟ ออฟ ตังเกี๋ย เป็นการเปิดไฟเขียวให้ประธานาธิบดีทำสงครามอย่างเป็นทางการ

อเมริกันหันมาสู่สงครามเวียดนาม ปล่อยให้ลาวถูกคุมโดยผู้ปฏิบัติงานซีไอเอ ไม่กี่คน ซีไอเอ สั่งให้เพิ่มความช่วยเหลือแก่กองกำลังชาวเขา เพื่อออกหาข่าวและโจมตีก่อกวนฝ่ายคอมมิวนิสต์ไปพร้อมๆกัน
----------
เครื่องบินลำเลียง C - 130 ของอเมริกัน โดนปตอ.เวียตนามเหนือสอยร่วงทางตอนเหนือของลาว
ภาพโดย Nguyen Trong Thanh
หน่วยรบและลำเลียงหญิงเวียตนามเหนือ จากเส้นทางยุทธศาสตร์โฮจิมินท์เข้าสู่ลาว
----------
ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยตามแนวเขตแดนล้วนมีศักยภาพที่จะนำมาเข้าร่วมปฏิบัติการ คนพวกนี้เกือบทั้งหมดเป็นพวกไต เครือญาติของชาวไทยและลาวลุ่ม พวกเขามีชื่อต่างๆกัน ไทยแดง ไทยดำ ไทยขาว

ลอร์เรนซ์ได้ประเมิณความเป็นไปได้ของโครงการซีไอเอในการจ้างพวก"นัง" ชนกลุ่มน้อยเดิมเชื้อสายจีน แต่ได้ผสมข้ามเผ่ากับพวกไทยเป็นร้อยๆปี จนได้ลูกผสมที่มีแบบธรรมเนียมเฉพาะของตนเอง

พวกนังเป็นนักรบ ได้ย้ายถิ่นจากเขตภูเขาสูงมาสู่เวียงจันทร์และไซ่ง่อน เขายินดีกลับไปใช้ชีวิตในถิ่นภูเขาในฐานะทหารรับจ้างสู้กับคอมมิวนิสต์

ลอว์เรนซ์ไม่สู้เห็นด้วย เพราะมองว่าพวกนังไม่มีแรงกระตุ้นให้สู้เพื่อปกป้องดินแดนเหมือนม้ง แต่สู้เพื่อเงินอย่างเดียว เขาเชื่อว่าความสำเร็จของโครงการต้องมีการสนับสนุนของมวลชน

เช่นเดียวกับการใช้กองกำลังทางอากาศขยายปฏิบัติการบริเวณตะเข็บชายแดนเวียดนามเหนือ ลอว์เรนซ์คิดว่าการประสานงานระหว่างนักรบยุคสำริดอย่างพวกม้ง กับเครื่องบินไอพ่นความเร็วเหนือเสียง ไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้จริงการปฏิบัติการเล็กกระทัดรัดน่าจะเหมาะสมกว่า

แต่การขยายปฏิบัติการเข้าไปในเขตศัตรู เริ่มขึ้นในเดือนกันยายน 1964 ฤดูฝนปีนั้นสั้นมากกว่าปกติ เมื่อเส้นทางถนนเริ่มแห้ง การรุกโจมตีของพวกทหารเวียดนามเหนือก็เริ่มขึ้น

ที่แขวงหัวพัน ที่เมืองหลวงของแขวงคือซำเหนือ ดินแดนลาวที่เว้าเข้าไปในแผ่นดินรูปกรวยของเวียดนามเหนือ มีชนเผ่าหลายเผ่า มีถนนฝุ่นสองสามสายเชื่อมระหว่างซำเหนือกับทุ่งไหหินและฮานอย ห่างกันเพียง 85 ไมล์ ด้วยเหตุนี้จึงอยู่นอกเขตอำนาจของวังเปา

ช่วงปี 1961 - 62 ก่อนสัญญาเจนีวา ซีไอเอ ได้จัดตั้งกองทหารพื้นเมืองขึ้นที่ซำเหนือ แต่ได้ทิ้งไปหลังจากนั้น เมื่ออเมริกันกลับเข้ามาใหม่ พบว่ากองทหารที่ฝึกไว้เหล่านั้นยังเหลือรอดและแข็งแกร่ง กองกำลังนี้ พันเอกทอง วงศ์รัศมีทหารลาวลุ่ม ที่มีผมยาวประบ่า มีพระห้อยเต็มคอ เป็นผู้บัญชาและผู้นำ

โพ เล่าว่า พันเอกทอง ไม่เหมือนทหารลาวลุ่มทั่วไปที่คิดแต่เรื่องค่าตอบแทน เขาจบโรงเรียนทหารของกองทัพบกลาวและอยากเป็นทหารอาชีพ เคยเดินทางไปอเมริกาเข้าฝึกทหารชั้นสูง แต่ไม่ประทับใจอเมริกานัก เขาบอกเลนดอนว่า เขาอยู่อเมริกาหลายเดือน ไม่มีใครชวนเขาไปเที่ยวบ้านสักครั้ง เขาไม่ใช่คนลาวที่ประจบสอพลอฝรั่ง การยอมรับความช่วยเหลือก็เพราะเขาทำเพื่อบ้านเมืองตัวเอง

ช่วงปี 1964 ต่อ 1965 อากาศต้นปีแห้งแล้ง ปลอดโปร่ง เครื่องบินลาดตระเวณพบความเปลี่ยนแปลงบนเส้นทางโฮชิมินท์ เวียดนามเหนือเพิ่มกำลังทหารเป็นสองเท่า จากหกพัน เป็นราวหมื่นหนึ่งพันคน

เครื่องบินลาวและไอพ่นอเมริกันเข้าโจมตีทางหลวงหมายเลข 7 เส้นที่ท้งกับพารูเคยร่วมกันระเบิดจนขาด แต่การโจมตีไม่ปะติดปะต่อ อมเริกันจึงส่งโทนี่ โพ ไปช่วยพันเอกทองอีกแรง

ทหารเวียดนามเหนือ 7 กองพัน (ประมาณ 3.5 - 4 พันคน) เคลื่อนออกจากซำเหนือพ้นค้นหากองกำลังของวังเปาหวังบดขยี้ม้งให้แหลก

ทหารเวียดเดินเท้าจากจุดที่ถนนสิ้นสุดตัดผ่านภูมิประเทศที่ทุรกันดารเข้าโจมตีกองทหารของพันเอกทอง ทำให้ทอง ต้องถอยร่นสู่ภูเขาสูง ทองลัดเลาะไปตามภูเขา วิทยุติดต่อขอให้โทนี่ ช่วยยิง ค.4.2 นิ้ว ข้ามหัวกองกำลังของเขาเข้าถล่มทหารเวียดนามเหนือที่รุกไล่มา

เวลานั้น โพ อยู่ที่ไซด์ 86 บรเวณห้วยหนอง หมู่บ้านบนสันเขาบนภูเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างภูผาทีทางตะวันตก กับซำเหนือทางตะวันออก

โพมาถึงที่นั่น กับพารูไทย 5 คน หัวหน้าพารู พูดอังกฤษได้กระท่อนกระแท่น



Create Date : 07 มกราคม 2554
Last Update : 7 มกราคม 2554 23:46:05 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
สุริยาอัสดง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เปิดโลกด้วยแสงแห่งปัญญา
Thaiflood
Friends' blogs
[Add สุริยาอัสดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.