Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
16 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
ละครชีวิตที่คิดแล้วไม่ทำ ความฝันย่อมไม่มีวันเป็นจริง








ถ้าเราเปรียบให้ตัวหนังสือเป็นดั่งความคิดของคนเรา
ถ้าเราคิดมากก็จะมีตัวหนังสือมาก
ถ้าเราคิดน้อยก็จะมีตัวหนังสือน้อย
ถ้าเราไม่คิดเลยก็จะไม่มีตัวหนังสือเลย


หนึ่งชีวิต เปรียบด้วยกระดาษเพียงหน้าเดียว
ในบางครั้งความคิดมากมายที่วกวนและซับซ้อน
ก็ทำให้หน้ากระดาษถูกขีดเขียนทับไปทับมาซ้อนไปซ้อนมา
จนกระทั้ง เราจะไม่สามารถอ่านได้รู้เรื่อง


ผู้ที่รู้จักขีดเขียนอย่างเป็นระเบียบ
วางความคิดอย่างเป็นระบบ
รู้ว่าอะไรควรคิดและไม่ควรคิดนั้นนับว่าเป็นผู้มีบุญยิ่งนัก
เพราะหน้ากระดาษชีวิตเราจะเรียบร้อยสวยงามน่าอ่าน


หนึ่งชีวิตที่เปรียบด้วยกระดาษเพียงหน้าเดียวนั้น
เราจะทำให้กระดาษนั้นเป็นกระดาษว่างๆก็เป็นไปไม่ได้
อันจะให้คนเราไม่คิดเลยนั้นก็เป็นไปไม่ได้
มีแต่จะทำให้ส่วนที่เหลือบนหน้ากระดาษนั้นว่างให้มากที่สุด
นั้นก็คือคิดให้น้อยที่สุด
เพราะเมื่อเราวางความคิดลงได้ ใจก็ว่าง
ใจที่ว่างจากความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนปราถนา
หากมีน้อยนักที่คนจะรู้ว่า ใจที่ว่างจากความสุขได้นั้นเป็นใจที่ประเสริฐยิ่งกว่า


เมื่อเราคิดน้อยได้ กระดาษว่างที่เหลือก็ทำให้เราไม่ต้องไปอ่านมัน
อ่านแล้วอาจเกิดความยุ่งยากไปกับตัวหนังสือเช่นว่า
ถ้าตัวหนังสือขีดเขียนด้วยถ้อยความดีๆก็ชอบใจ ก็ยิ่งหลงไปกับความคิด
และคงไม่มีใครชอบตัวหนังสือที่ขีดเขียนด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ถ้อยคำที่ไม่ดีไม่มีใครอยากอ่านแม้เรากลับมาอ่านมัน เราอาจหลงเสียใจก็เป็นได้


คิดอะไรก็จงคิดแต่เรื่องๆดีดี
คิดอะไรไว้แล้วลองทำดู เราจะได้รู้ว่าเรามีความสามารถ


















บทละครชีวิตที่เราคิดเราเขียนเอาไว้แล้วนั้น
อาจเป็นเรื่องราวที่น่าอ่าน หรือไม่น่าอ่านก็ได้
และคนเราจะคิดอะไรก็คิดได้
แต่ ละครชีวิตที่คิดแล้วไม่ทำ ความฝันย่อมไม่มีวันเป็นจริง


ให้คิดให้น้อยๆทำให้มากๆ
เช่นเราคิดจะเป็นครูที่ดี
ก็จงเรียนรู้และทำตนให้เป็นครูที่ดีที่สุดให้ได้
อันคนเราจะคิดอะไรก็คิดได้
แต่จะทำได้หรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง
ดังนั้นจงอย่าไปเชื่อสิ่งที่เราคิด
เพราะถ้าเราไปทำตามความคิดที่สับสนวุ่นวาย
ชีวิตเราก็จะสับสนวุ่นวาย


คิดดีก็สุข คิดไม่ดีก็ทุกข์
คนเราจะมีชีวิตที่ดีก็เพราะคิดดีเป็นเริ่มต้น
หน้ากระดาษที่ขีดเขียนแต่สิ่งที่ดีนั้นเป็นใครก็อยากอ่าน


กระดาษที่เหลือจะขีดเขียนสิ่งใดก็อยู่ที่ใจเราอยากให้เป็น
จงคิดดีเพื่อชีวิตที่ดี
ความดีที่เคยทำมาจงเก็บเอามาเป็นกำลังใจ แต่อย่าไปมั่นหมาย
อะไรที่ทำแล้วก็ให้แล้วไป นั้นก็คือการรู้จักทำใจให้ปล่อยวางให้นั้นเอง


บทละครที่เขียนเอาไว้แล้วนั้น
ไม่วันใดวันหนึ่งเราต้องไปอ่านบทที่เขียนเอาไว้
ถ้าเป็นเรื่องที่ดีใจนั้นย่อมเป็นสุข
แต่ส่วนมากก็ปะปนไปด้วยความทุกข์
ถ้าคิดแล้วได้ทำ ทำแล้วสำเร็จนั้น
จึงจะเรียกได้ว่า ทำจริง สำเร็จจริง เป็นคนคิดจริงทำจริง


บางคนก็เอาแต่คิดแต่ไม่ลงมือทำ ความสำเร็จก็ไม่เกิด
แถมยังเสียเวลาเขียนบทละครนั้น
ถ้าเรากลับไปอ่านวันใด ก็อย่าเสียใจ ที่คิดไว้แต่ไม่ได้ทำ
คิดแล้วทำ ทำแล้วได้ผล
คนอ่านก็สบายใจถูกไหม
ก็ใครจะมาอ่านมันอีก ก็ใครจะมาคิดถึงมันอีกถ้าไม่ใช่ตัวเราเอง
เมื่อเราคิดน้อย ทำมาก เราจะไม่เสียเวลาอ่านบทละครมาก
ดังนั้นเราควรฝึกความคิดฝึกจิตให้ว่าง


ชีวิตที่เหลือกับ
หน้ากระดาษที่เหลือนั้น
จงวางความคิดลงก็เพื่อให้ใจนั้นเป็นใจที่ว่าง

หน้ากระดาษที่ว่างๆไม่มีทางจะอ่านได้
ใจที่ปล่อยวาง ก็ไม่ทางจะเป็นทุกข์ไปได้เลย


ใจที่ปล่อยวางจะไม่อาลัยในอดีต กังวลกับอนาคต เหนื่อยยากกับปัจจุบัน
วางอดีต วางปัจจุบัน วางอนาคต ลงเสีย
วางแล้วใจจะไม่เป็นทุกข์
จะวางได้ก็ต้องฝึกต้องฝืน
ฝึกด้วยการปฏิบัติธรรม
การปฏิบัติธรรมนี้จะว่าง่ายก็ง่าย
จะว่ายากก็ยาก ถึงแม้จะยากแค่ไหน เราก็ควรฝืนทำ
ฝืนอะไรก็ไม่ยากเท่าฝืนใจตัวเอง ฝืนใจไม่ให้คิดอยากได้อยากมี
ฝืนอะไรก็ฝืนกิเลสตนเองนั้นเอง
ใจมันอยากได้อะไรก็ฝืนมัน
ใจมันไม่อยากทำก็ฝืนมัน


อดีตจะไปสำคัญได้อย่างไร ถ้าฝึกใจให้ปล่อยวาง
อนาคตก็ไม่หวั่นไหว ถ้าจิตใจไม่ไปคิดถึงมัน
และจงปล่อยวางกับปัจจุบัน อย่าไปสำคัญมั่นหมาย
ใจที่ปล่อยวางก็ไม่มีทางจะทุกข์ทน





















สถานที่พักผ่อนแต่ละที่ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ทะเล
ใครจะไปไหน จุดหมายปลายทางของและคน
ก็แตกต่างตามแต่สถานะการณ์ และความชอบของแต่ละคน
ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน จุดหมายปลายทางของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน
บางคนก็เดินทางด้วยหวังใจว่าจะได้พบเจอความสวยงาม
ได้พักผ่อน ได้พักสมองจากการทำงานมานาน
บางคนก็เดินทางเพราะได้ผ่านความผิดหวังมาจากบางสิ่ง
ที่สุดแล้วจุดหมายปลายทางของและคนล้วนแล้วแต่ต้องการความสุข
ต้องการพบเจอแต่สิ่งที่ดี ต้องการความสุข
โดยหารู้ไม่ว่าตัวเรานั้นเองที่มีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ในมือ


การปฏิบัติธรรมนี้จะทำให้เราได้มุมมองชีวิตที่แตกต่างออกไป
มองเห็นคุณค่าของชีวิตของตนเอง
มองเห็นคุณค่าชีวิตของคนอื่น
ไม่ว่าใครจะมาทำให้เราเสียใจ
ไม่ว่าใครจะมาทำให้เราสุขใจ
แท้ที่จริงแล้ว เขาก็คนเราก็คน
และเมื่อเรามองเห็นคุณค่าของการได้เกิดมา
เรารู้ได้ด้วยตนเองว่า
สิ่งที่ดีที่สุดที่เรามีอยู่นั้นมันคืออะไร



ปฏิบัติธรรมไปเรื่อยๆ
ฝึกและฝืนไปเรื่อยๆใจมันจะชิน
ชินอะไรก็ชินในความไม่มีชินในความไม่เป็น
สิ่งที่เราเคยอยากได้อยากมีนั้นใจมันจะเฉยไปเอง
ใจก็เป็นใจที่ปล่อยวาง
ใจจะว่างซึ่งความคิดอยากได้อยากมี อยากเป็น
แม้แต่ความไม่อยากได้ ไม่อยากมีนั้นก็เป็นทุกข์นะ
เช่นอยากมีแฟนเป็นคนนี้แต่พอศึกษาเขาไปนานๆ
เราอาจไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ไปเลยก็มี
เมื่อเราปฏิบัติธรรมไปเรื่อยๆ
จนถึงที่สุดแล้วนั้น เราจะรู้ซึ้งถึงความหมายของ 'นิพพาน'
นิพพานเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน


ใจที่ไร้ซึ่งความทุกข์แม้ความสุขใจไม่มั่นหมาย
ใจนั้นเป็นใจที่ถึงซึ่ง 'นิพพาน'
















Create Date : 16 กันยายน 2555
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2559 14:16:27 น. 4 comments
Counter : 1030 Pageviews.

 
แวะมาสวัสดีค่ะ คุณเนตร





โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:18:59:15 น.  

 
ขอบพระคุณข้อเขียนดีๆ ที่มีความจริงใจแฝงอยู่ ทำให้ได้คิดดีๆอีกมาก
เกิดความเพียรที่จะทำสิ่งดีๆให้เกิดบนโลกใบนี้ ขอบพระคุณค่ะ


โดย: ธูปหอม IP: 110.77.232.104 วันที่: 23 กันยายน 2555 เวลา:5:18:39 น.  

 
สวัสดีค่ะ ทำให้เข้าใจความหมายของนิพพานได้ดีขึ้นค่ะ


ขอบคุณบทความดี เช่นนี้ค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
นาฬิกาสีชมพู Dharma Blog ดู Blog


โดย: ตาลเหลือง วันที่: 24 กันยายน 2555 เวลา:10:29:43 น.  

 
บทความดีๆ ให้แง่คิดมากเลย
ไม่ได้ทักทายนานเลย สบายดีนะคะ


โดย: NENE77 วันที่: 29 กันยายน 2555 เวลา:23:42:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
นาฬิกาสีชมพู
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add นาฬิกาสีชมพู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.