แบร์แนแด็ท....น่ารัก....น่ารัก ขี้ลืม.....ขี้ลืม ...... หนังปายหนายหว่า buy แล้ววbuyอีก......... faith, hope and charity เฟศบุ๊ค http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Catholic Encyclopedia :Plants in the Bible

มีพืชต้นไม้เป็นร้อยเป็นสิบที่มีชื่ออยู่ในพระคัมภีร์ อะไรที่พี่น้องคริสเตียนใช้เรียกพืชต้นไม้เหล่านี้กันใน พันธสัญญาเก่า The Old Testament และใน พันธสัญญาใหม่ The New Testament ในพันธสัญญาเก่า ประกาศกใช้พืชต้นไม้เป็นตัวอย่างในการสอนสั่งของพวกเขาเหล่านั้นเช่นกัน ได้แก่ ประกาศกอิสยาห์ สิ่งมีชีวิตในโลกและพืชต้นไม้ก็มีความสำคัญ พระเยซูเจ้าทรงยกตัวอย่าง อุปมาอุปมัย กับพืชต้นไม้เหล่านี้ทรงใช้สอนสั่งเช่นเดียวกัน

Teaching Jesus

of the parable plant the symbolic




มะระโก Mark 4:13-20
เทียบ มธ Matthew 13:18-23; ลก Luke 8:11-15

พระเยซูเจ้าทรงอธิบายอุปมาเรื่องผู้หวาน

13 พระองค์ตรัสว่า "ท่านไม่เข้าใจอุปมานี้ แล้วจะเข้าใจอุปมาอื่นๆได้อย่างไรเล่า
14 ผู้หวานพืชนั้น หวานพระวาจา
15 เมล็ดที่ตกริมทางหมายถึงบุคคลซึ่งรับพระวาจาที่หว่าน เมื่อเขาได้ฟังพระวาจาซาตานก็มาช่วงชิงพระวาจาที่หว่านในตัวเขาไป
16 เช่นเดียวกัน เมล็ดที่ตกบนหินหมายถึง บุคคลที่ได้ฟังพระวาจา และมีความยินดีรับไว้ทันที
17 แต่เขาไม่มีรากในตัว จึงไม่มั่นคง เมื่อเผชิญความยากลำบากหรือถูกข่มเหงเพราะพระวาจานั้น เขาก็ยอมแพ้ทันที
18 เมล็ดที่ตกในพงหนาม หมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจา
19 แต่ความวุ่นวายในทางโลก ความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ และความโลภในสิ่งอื่นๆเข้ามาปกคลุมพระวาจาไว้ จึงไม่เกิดผล
20 ส่วนเมล็ดพืชที่ตกในดินดี หมายถึง บุคคลที่ฟังพระวาจาแล้วรับไว้ จึงเกิดผลสามสิบเท่า หกสิบเท่า และร้อยเท่า
13 He said to them, 'Do you not understand this parable? Then how will you understand any of the parables?
14 What the sower is sowing is the word.
15 Those on the edge of the path where the word is sown are people who have no sooner heard it than Satan at once comes and carries away the word that was sown in them.
16 Similarly, those who are sown on patches of rock are people who, when first they hear the word, welcome it at once with joy.
17 But they have no root deep down and do not last; should some trial come, or some persecution on account of the word, at once they fall away.
18 Then there are others who are sown in thorns. These have heard the word,
19 but the worries of the world, the lure of riches and all the other passions come in to choke the word, and so it produces nothing.
20 And there are those who have been sown in rich soil; they hear the word and accept it and yield a harvest, thirty and sixty and a hundredfold.'

เชิงอรรถ พระองค์ตรัสว่า "ท่านไม่เข้าใจอุปมานี้ แล้วจะเข้าใจอุปมาอื่นๆได้อย่างไรเล่า
ยาววววว







Tares also call darnel (Lolium temulentum)


มัทธิว Matthew 13:24-30
อุปมาเรื่องข้าวละมาน

24 พระเยซูเจ้าทรงเล่าเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟังว่า "อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับชายคนหนึ่งที่หว่านข้าวพันธุ์ดีในนาของตน
25 ขณะที่ทุกคนนอนหลับศตรูก็มาหว่านข้าวละมานทับลงบนข้าวสาลี แล้วจากไป
26 เมื่อต้นข้าวงอกขึ้นจนออกรวง ข้าวละมานก็ปรากฎแซมอยู่ด้วย
27 บรรดาผู้รับใช้จึงไปหานายถามว่า นายครับ นายหว่านข้าวพันธุ์ดีในนามิใช่หรือ แล้วข้าวละมานมาจากที่ใดเล่า
28 นายตอบว่า ศตรูมาหว่านไว้ ผู้รับใช้จึงถามว่า นายต้องการให้เราไปถอนมันไหม
29 นายตอบว่า อย่าเลย เกรงว่าเมื่อท่านถอนข้าวละมาน ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย
30 จงปล่อยให้ข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วฉันจะบอกคนเก็บเกี่ยวว่า จงเก็บเกี่ยวข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อน เผาไฟเสียส่วนข้าวสาลีนั้น จงเก็บเข้ายุ้งของฉัน
24 He put another parable before them, 'The kingdom of Heaven may be compared to a man who sowed good seed in his field.
25 While everybody was asleep his enemy came, sowed darnel all among the wheat, and made off.
26 When the new wheat sprouted and ripened, then the darnel appeared as well.
27 The owner's labourers went to him and said, "Sir, was it not good seed that you sowed in your field? If so, where does the darnel come from?"
28 He said to them, "Some enemy has done this." And the labourers said, "Do you want us to go and weed it out?"
29 But he said, "No, because when you weed out the darnel you might pull up the wheat with it.
30 Let them both grow till the harvest; and at harvest time I shall say to the reapers: First collect the darnel and tie it in bundles to be burnt, then gather the wheat into my barn." '








black mustard (Brassica nigra)




Mustard seed


Mustard Tree


มะระโก Mark 4:30-32
อุปมาเรื่อง เมล็ดมาสตาร์ต

เทียบ มัทธิว Matthew 13:31-32; ลูกา Luke 13:18-19

30 พระองค์ตรัสอีกว่า เราเปรียบพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างไร หรือจะใช้อุปมาอะไรอธิบายเรื่องนี้
31 พระอาณาจักรเปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเมื่อหว่านในดิน ก็เป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงในแผ่นดิน
32 แต่ครั้นได้หว่านแล้วก็งอกขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ใหญ่กว่าพืชผักทุกชนิด มีกิ่งก้านใหญโตจนบรรดานกในอากาศมาพักอาศัยร่มเงาได้
30 He also said, 'What can we say that the kingdom is like? What parable can we find for it?
31 It is like a mustard seed which, at the time of its sowing, is the smallest of all the seeds on earth.
32 Yet once it is sown it grows into the biggest shrub of them all and puts out big branches so that the birds of the air can shelter in its shade.'
33 Using many parables like these, he spoke the word to them, so far as they were capable of understanding it.




พระเยซูเจ้าทรงพบผู้คนถือกิ่งใบปาล์ม(Phoenix dactylifera) โบกไหวไปมา เมื่อพระเยซูเจ้าทรงทรงเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม สำหรับ the Passover Feast.

พระเมสิยาห์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม
ยอร์น John 12:12-13

เทียบ มัทธิว Matthew 21:4-9; มะระโก Mark 11:7-10; ลูกา Luke 19:35-38

12 วันรุ่งขึ้น ประชาชนจำนวนมากที่มาในวันฉลองได้ข่าวว่าพระเยซูเจ้าเสด็จมาที่กรุงเยรูซาเล็ม
13 จึงถือใบปาล์มออกไปรับเสด็จ พลางร้องว่า
"โฮซันนา
ขอถวายพระพรแด่พระองค์ ผู้เสด็จมาในนามพระเจ้า
ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์แห่งอิสราเอล"

12 The next day the great crowd of people who had come up for the festival heard that Jesus was on his way to Jerusalem.
13 They took branches of palm and went out to receive him, shouting: 'Hosanna! Blessed is he who is coming in the name of the Lord, the king of Israel.'


เชิงอรรถ
กษัตริย์แห่งอิสราเอล หมายถึง พระเมสสิยาห์ คำ "โฮซันนา"เป็นภาษาอาราเมอิก เมื่อใช้เป็นคำอุทาน หมายถึง "ไชโย"



Date-Palm


Date-Palm Oasis

ต้นปาล์มคือต้นไม้ที่ให้ผลไม้ที่กินได้กับ กับธรรมเนียมเก่าแก่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ Holy land มันถูกพูดถึงหลายๆๆเวลาอย่างจำนวนมากมายในพระคัมภีร์ไบเบิล
เป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมและสิ่งที่ดี มันคือความเคยชินสำหรับผู้คนที่จะทักทายและซื่อสัตย์ต่อผู้นำที่ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษและผู้ชนะของการแข่งขันกับกิ่งใบปาล์ม สิ่งนี้คือทำไมผู้คนกับกิ่งใบปาล์มมาทักทายพระเยซูเจ้า ที่พระองค์ทรงบนหลังลา เข้าไปในกรุง เยรูซาเล็ม

ปาล์มยังเป็นผลิตผลผลไม้รสหวานและทำเป็นน้ำผลไม้ ผึ้งทำน้ำผึ้งจากละอองเกษรดอกไม้จากต้นปาล์ม ใบปาล์มใช้ถักทอสำหรับพรมเช็ดเท้าหรือตะกร้า ขณะที่ไม้ปาล์มถูกใช้สำหรับรั้ว, หลังคา, และแพ ต้นปาล์มเป็นพืชขึ้นบริเวณที่อุดมด้วยน้ำ แต่ตอนนี้มันถูกเพาะปลูกอย่างมากมาย




olive tree

พระเยซูเจ้าทรงสวดภาวนาในสวน เกทเสมนี olive trees (Olea Europea) ในตอนกลางคืน ก่อนพระองค์ทรงถูกจับตัดสิน ทรงรับพระมหาทรมาน สิ้นพระชมน์บนไม้กางเขน และกลับคืนพระชมน์ชีพในวันที่ สาม

พระเยซูเจ้าในสวนเกทเสมนี
มะระโก Mark 14:32

เทียบ มัทธิว Matthew 26:36-46 ;ลูกา Luke 22:39-46;ยอร์น John 18:1

32 พระเยซูเจ้าเสด็จมาพร้อมกับบรรดาศิษย์ถึงสถานที่แห่งหนึ่งชื่อ เกทเสมนี พระองค์ตรัสกับเขาว่า จงอยู่ที่นี่ ขณะที่เราไปอธิฐานภาวนา
32 They came to a plot of land called Gethsemane, and he said to his disciples, 'Stay here while I pray.'



สวนเกทเสมนีอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มที่ตีนเขา the Mount of Olives ชื่อที่เรียกกันคือ Gethsemani (Gethsemane) ซึ่งหมายถึง oil press


Genesis 1 :1-27




Desert Hills East of the Dead Sea


เมื่อประกาศกโมเสส พูดกับประชากรผู้คนเกี่ยวกับดินแดนแห่งพันธสัญญา the Land of Promise ประกาศกโมเสส อธิบายว่า
"land of hills and plains"
คำสัญญาและคำเตือน
เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 11:11

11 แต่แผ่นดินที่ท่านกำลังจะข้ามไปยึดครองนั้นเป็นแผ่นดินที่มีเนินเขาและหุบเขาที่ได้รับน้ำฝนจากฟ้า
11 No, the country which you are about to enter and make your own, is a country of hills and valleys watered by the rain of heaven.

เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 8:7-8
การประจญล่อลวงในแผ่นดินแห่งพันธสัญญา

7 พระเยเวห์ พระเจ้าของท่านกำลังทรงนำท่านเข้าสู่แผ่นดินอุดมสมบรูณ์ เป็นแผ่นดินมีลำธาร ตาน้ำและน้ำบาดาลไหลไปตามหุบเขาและเนินเขา
8 เป็นแผ่นดินที่ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลห์ องุ่น มะเดื่อเทศ ทับทิม มะกอกเทศขึ้นงดงาม มีน้ำมัน และน้ำผึ้งอุดมสมบรูณ์
7 'But Yahweh your God is bringing you into a fine country, a land of streams and springs, of waters that well up from the deep in valleys and hills,
8 a land of wheat and barley, of vines, of figs, of pomegranates, a land of olives, of oil, of honey,




Sea Of Galilee, Jordan Valley

คำอธิบายที่เปล่งประกายนี้ เป็นการอธิบายอย่างคร่าวๆของการถือประโยชนที่เป็นประเด็นสำคัญในทัศนวิศัยนี้ คือความห่างไกลจากการกระทำที่ตัดสินว่าท่ามกลางความหลากหลายมหัศจรรย์กับผลผลิตของประเทศ เพื่อหลายๆๆสิ่งที่เป็นเหตุที่สนับสนุน เป็นครั้งแรกของความแตกต่างของเนินเขา สำหรับระหว่าง เลบานอน สูง 10,000 feet เหนือระดับน้ำทะเล และ ที่ราบชายฝั่งของทะเลแดง 1,285 feet ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเมดิเตอเรเนียน ทุกๆการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยๆๆเป็นค่อยๆๆไปของความสูงโดยเฉพาะเหนือพื้นดินหรือเหนือน้ำทะเลถูกค้นพบภายในน้อยกว่า 200 ไมล์

ร่องหุบเขาเป็นลูกคลื่นบริเวณที่สูง เป็นสาเหตุให้การแปรปรวนอย่างไม่น่าเชื่อในการทำแผนที่
ดังนั้น ดินแดนแห่งการเพาะปลูกที่ตั้งอยู่เกือบทั้งหมดของพื้นที่ กับที่ดินที่เป็นทะเลทราย คือดินเหนียว ปัจจุบันนี้ ดินเหนียวที่ผสมกันกับปูนขาว(แคลเซียมออกไซด์) และที่ห่างออกไปอีกบนหาดทราย พื้นผิวด้านหน้าคือ หินที่อ่อน ที่เรียกว่า หินปูน limestone และหินภูเขาไฟ basalt

นอกจากนี้ให้ปัจจัยเหล่านี้ การแปรปรวนของอากาศตามฤดูกาล ผลที่ตามมาบนการเปลี่ยนแปลงของความสูงโดยเฉพาะเหนือพื้นดินหรือเหนือน้ำทะเล และตำแหน่งเกี่ยวกับภูมิศาสตร์เป็นสาเหตุให้รูปแบบของพืชต้นไม้ทั้งหลายในบริเวณหนึ่งซึ่งเติบโต แต่ละส่วนที่ไกลอย่างลิบลิบ การเจริญเติบโตงอกงามของต้นไม้บนพื้นที่ภายในข้อจำกัดของความแคบในดินแดน ปาเลสไตล์ พืชต้นไม้ทั้งหลายเติบโตขนานไปกับตามฝั่งทะเลทางตะวันตกเหมือนกับในสเปน ทางตอนใต้ของอิตาลี และ Algeria

คือประกอบด้วยลักษณะ species (ชนิด, (พืช) ชนิดของสกุลพืช,จำพวก ของพืช )ในเขต โดยเฉพาะทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้ๆเขตที่มีหิมะตลอดปีของทางยอดเขาทางเหนือ การเติบโตของพืชต้นไม้คุ้นเคยของพื้นที่ที่สูงม๊าก ภูมิภาคเขตแดนใต้บริเวณที่สูงนี้ คือ บริเวณที่สูงของดินแดนปาเลสไตน์และความชันของทางทิศตะวันออกของขอบเขตทางตอนเหนือเหนือ ผลิตพืชต้นไม้ทางตะวันออกทั้งหลายของ บริเวณ ที่ราบกว้างใหญ่ (โดยเฉพาะที่ไม่มีต้นไม้)


Dead Sea

โดยเหตุนี้ที่เหนือกว่าเงื่อนไขทางสภาวะอากาศตามฤดูกาล ซึ่งมีอยู่ทั่วไป ท่ามกลาง the the Ghôr และเกี่ยวกับทะเลตาย ที่สนับสนุนพืชในเขตร้อน พืชที่ขึ้นในเฉพาะพื้นที่ ระบบพืชของเขตหนึ่งโดยเฉพาะ แสดงคุณลักษณะ โดยspecies (ชนิด, (พืช) ชนิดของสกุลพืช,จำพวก ของพืช ) ของพืช ที่คล้ายคลึง กับ พืช ต้นไม้ที่เจริญงอกงาม ใน Nubia และ Abyssinia





Source http://oce.catholic.com/oce/browse-page-scans.php?

id=5fe4d197d2d5400d190d1011bba5168c

Genesis Creation of the world Chapter 1





Source :http://farm1.static.flickr.com/64/
207836370_501760ba77.jpg



Source :http://sierraclub.typepad.com/photos/
uncategorized/2008/04/23/
green_earth_istock_000005695282xsma.jpg

environmentworld in hand




Save the Planet

Source :http://www.newadvent.org/cathen/12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



Create Date : 31 มกราคม 2552
Last Update : 12 พฤษภาคม 2552 13:17:31 น. 89 comments
Counter : Pageviews.

 

The Nebev
The Negev (Negeb) is a barren area south of Palestine which merges into the Sinai desert

บน 3000 species ของระบบพืชของเขตหนึ่งโดยเฉพาะดินแดนปาเลซสไตล์ที่เป็นที่รู้จักและพืชต้นไม้ที่ยังคงดำรงค์อยู่ แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ The Holy Land ที่อยู่ในช่วงเวลาของพวกเรา ที่สามารถให้เพียงแค่แนวความคิดที่ไม่สมบรูณ์แบบเท่านั้น ในช่วงเวลาเกี่ยวกับพระคัมภีร์

เนินเขาภูมิประเทศของ Juda และ the Negeb คือ ตามที่ในอดีต ดินแดนทุ่งปศุสัตว์ของคนเลี้ยงต้อนฝูงสัตว์ชาวยูเดียน กระนั้นยังคงเดิมเป็นป่าเล็กๆ ถึงอย่างนั้นบริเวณป่าเล็กๆ,ป่าไม้,และป่าดงดิบ พนารีในทุกๆสถานที่ที่เจริญงอกงาม กับเล็กน้อยร่องรอยที่ยังคงเหลืออยู่ ป่าต้นสนซีดาร์ในเลบานอน ที่มีชื่อเสียงเลืองลือทั่วโลก พื้นที่ลาดเอียงของHermon และภูเขาของ Galaad ถูกปกคลุมไปด้วยความอุดมสมบรูณ์ของ ป่าไม้ต้นสน pine woods.

ป่าต้นโอ๊กคืออย่างเด่นชัดของเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะเค้าโครงของBasan, ผ่านไปสู่หมู่ต้นไม้ Ephraim (เอฟราอิม มีรากศัพท์มาจากภาษาฮีบรู แปลว่า มีลูกดก) ของ terebinths(พืชตะกูล Pistacia) ที่จุดดินแดนนี้ ขณะที่บริเวณป่าต้นปาล์มเล็กๆที่เจริญงอกงามทั้งคู่ประดับประดาและ อย่างอุดมสมบรูณ์ของหุบเขาthe Jordan Valley


Mt. Senai

ดินแดนที่เหมาะแก่การเพาะปลูก ซึ่งยังไม่ได้เพาะปลูกอย่างมากมายในปัจจุบันนี้ การเพาะปลูกที่อุดมสมบรูณ์ทั้งหมดนี้พอเพียงให้ผลคุ้มค่าแก่ชาวนาชาวไร่ เกษตรกรผู้สืบทอดมาจากชาวสวนและ การเพาะปลูกองุ่น ที่อุดมสมบรูณ์ด้วยพืชผลของต้นมะกอก ,ต้นไม้หรือผลตระกูลมะเดื่อ,ทับทิม และองุ่น ชาวไร่เกือบทุกๆๆคนเป็นเกษตรกรชาวยิว
มีสวนสมุนไพร "garden of herbs" ของพวกเขา ตกแต่งด้วยพืชผักตามฤดูกาล และผลไม้สำหรับโต๊ะอาหาร ดอกไม้ และ พืชสมุนไพร มีเพียงแค่ 130 ชนิดของพืชพรรณเท่านั้นที่ถูกพูดถึงในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล



Water Negeb

สิ่งที่ทำให้ไม่น่าประหลาดใจ ตั้งแต่ชนพื้นเมืองดั้งเดิม ที่สนใจเพียงเล็กน้อย กับไม้ประดับ หรือ นำมาใช้ประโยชน์ได้ กับความพยายามครั้งแรกที่แยกประเภทพืชต้นไม้นี้ คือ

ปฐมกาล Genesis 1:11-12
หนังสือปฐมกาล
ต้นกำเนิดของโลกและของมนุษยชาติ
การเนรมิตสร้างโลก
ก. การเนรมิตสร้างและการตกในบาป


11 พระเจ้าตรัสว่า"แผ่นดินจงผลิตหญ้าเขียว คือพืชที่มีเมล็ดและไม้ผลที่มีเมล็ดในผลแต่ละชนิดบนแผ่นดิน" และก็เป็นเช่นนั้น
12 แผ่นดินผลิตหญ้าเขียว พืชที่มีเมล็ด และไม้ผลที่มีเมล็ดในผลแต่ละชนิด พระเจ้าทรงเห็นว่าดี
11 God said, 'Let the earth produce vegetation: seed-bearing plants, and fruit trees on earth, bearing fruit with their seed inside, each corresponding to its own species.' And so it was.

12 The earth produced vegetation: the various kinds of seed-bearing plants and the fruit trees with seed inside, each corresponding to its own species. God saw that it was good.

เชิงอรรถ การเนรมิตสร้างโลก ยาววววววววว




ซึ่งแบ่งออกเป็น

(1) deshe, ความหมายคือพืชชั้นต่ำทั้งหมด e.g., cryptogamia; (2) ‘esebh,รวมถึงพืชเกี่ยวกับลำต้นไม้อ่อนทุกชนิด
(3) ‘esperi,การรวบรวมทั้งหมดของพืชต้นไม้ ในช่วงเวลาความอยากรู้อยากเห็นทั้งหมดของมนุษย์ โดยที่ชาวปาเลสไตล์มีความสนใจ พืชทั้งหลายในบริเวณหนึ่ง


หนังสือ พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical books
ของ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์

ใช้ 1 พงค์กษัตริย์ King 5:13
กิติศัพท์ของกษัตริย์ซาโลมอน

13 พระองค์ตรัสเรื่องต้นไม้ได้ตั้งแต่ต้นสีดาร์ในเลบานอนไปจนถึงต้นหุสบที่ขึ้นอยู่ตามกำแพง พระองค์ตรัสเรื่องสัตว์เลี้ยง นก สัตว์เลื้อยคลานและปลาต่างๆได้
13 He could discourse on plants from the cedar in Lebanon to the hyssop growing on the wall; and he could discourse on animals and birds and reptiles and fish.

(รบกวนอ่านเต็มๆๆบริบทเรื่อง ของกิติศัพท์ของกษัตริย์ซาโลมอน)

พืชที่ระบุในพระคัมภีร์ไบเบิล กับความหลากหลายอย่างธรรมดาธรรมดาโดยส่วนมากอาจจะถูกระบุ อย่างแน่นอนหรือน่าจะเป็นไปได้ โดยซึ่งสัดส่วนของพืชต้นไม้อย่างหลากหลายเกี่ยวกับพระคัมภีร์ที่ ชื่อของพืชต้นไม้โดยทั่วไปค่อนข้างจะจำเพาเจาะจงมากกว่า e.g .,briers(ต้นไม้ที่มีหนามมาก) grass(หญ้า),nettles(พืชที่มีขนคัน) etc..

และอะไรคือความหมายของพืชต้นไม้ ในกรณีตัวอย่างที่เป็นไปไม่ได้ ที่ระบุไว้ e.g .,

algum (ไม้จันทร์ เป็นไม้หอม King อีรามถวายให้Kingซาโลมอน)
"almug" ( 1 พงค์กษัตริย์ king 10:11)

พระราชินีแห่งเชบาเสด็จมาเยี่ยมกษัตริย์ซาโลมอน

11 กองเรือของกษัตริย์ฮีรามซึ่งนำทองคำมาจากเมืองโอฟีร์ยังนำไม้จันทร์ และเพชรพลอยมาถายอีกเป็นจำนวนมาก
11 Similarly, Hiram's fleet, which brought the gold from Ophir, also brought back great cargoes of almug timber and precious stones.

เชิงอรรถ พระราชินีแห่งเชบาเสด็จมาเยี่ยมกษัตริย์ซาโลมอน


เชิงอรรถ ไม้จันทร์
เป็นไม้หายากชนิดหนึ่ง ตาม 2 พศด 2:27 ไม้หอมชนิดนี้นำมาจากเลบานอน

or "algum" (2 พงศวดาร Ch 9:10 f)

ความรุ่งเรืองของกษัตริย์ซาโลมอน

10 ข้าราชบริพารของกษัตริย์ฮีรามและข้าราชบริพารของกษัตริย์ซาโลมอน ซึ่งขนทองคำมาจากเมืองโอฟีร์ ยังนำ ไม้จันทน์และเพชรพลอยมาถวายอีกเป็นจำนวนมาก
10 Similarly, the men employed by Huram and the men employed by Solomon, who brought the gold from Ophir, also brought back algum wood and precious stones.


Cockle flowers (marg., "noisome weeds"),
Hebrew word (b'oshah) which means "offensive,"
หญ้าสาปแร้ง ( โยป Job 31:40)

โยบปกป้องความซื่อสัตย์ของตนเอง

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
Source :http://www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ลอะ

31:40 ก็ขอให้มีต้นผักหนามงอกแทนข้าวสาลี และหญ้าสาบแร้งแทนข้าวบาร์เลย์" จบถ้อยคำของโยบ
40 let brambles grow instead of wheat, rank weeds instead of barley!



gall,พืชขมและเป็นพิษ A bitter herb, Deut. 29:17

พันธสัญญาในแผ่นดินโมอับ

17 อย่าให้ท่านผูใดไม่ว่าชายหรือหญิง ครอบครัวหรือเผ่าใด เปลี่ยนใจจากพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเราในวันนี้ ไปรับใช้เทพเจ้าของชนชาติเหล่านั้น นี่จะเป็นดังรากที่งอกเป็นพืชขมและเป็นพิษ

17 'Let there be no man or woman of you, no clan or tribe, whose heart turns away from Yahweh your God today, to go and serve the gods of these nations. Among you let there be no root which bears poison or wormwood.

Etc...


รายชื่อของพืชต้นไม้ที่เรียงตามตัวอักษร ที่พบได้ในEnglish Versions กับความพยายามที่แยกแยะวินิจฉัย Next

Source :http://www.newadvent.org/cathen/12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์


http://www.bible-lands.info/
the_Negev.htm




โดย: Bernadette วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:25:55 น.  

 
รายชื่อของพืชต้นไม้ที่เรียงตามตัวอักษร ที่พบได้ในEnglish Versions กับความพยายามที่แยกแยะวินิจฉัย


Acacia. See Setim.




Source :http://www.bibleplaces.com/
wilderness.htm

ในภาษาฮิบรูใช้ Hebrew shíttah, plural shíttîm; Theod. pyxos; Vulgate, spina, thorn)

ในภาษาฮิบรู The Hebrew shíttah อย่างน่าเชื่อแน่ว่า คือตัวอักษรย่อของ Shinttah และเช่นเดียวกันกับของชาวอียิปต์โบราณ ที่เรียกว่า shent พวกCoptic เรียก shonte, thorn (พืชมีหนาม);ภาษาอาราบิกเรียก sunt.

คำทางการในภาษากรีกเรียกชื่อว่า akantha, thorn, ภาษาลาติน เรียก acanthus สำหรับชาวอียิปต์เรียก acacia

ไม้อาคาเซีย Acacia wood คือให้คำอธิบายว่า "ไม้ซึ่งไม่ผุพัง ", ในพระคัมภีร์ the Septuagint(พระคัมภีร์ไบเบิลฉบับเก่า, (แปลเป็นภาษากรีกในช่วงศตวรรษที่ 2 และ 3 ก่อนคริสตกาล)และ lignum setim, "setim-wood" ในพระคัมภีร์ฉบับ the Vulgate(คัมภีร์ไบเบิลภาษาละตินในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก)

เกี่ยวกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล Acacia อยู่ในกลุ่มตระกูลจำพวกพืช Mimosa และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เหมือนกันกับ the Acacia seyal (Del.) หรือ the Acacia tortilis (Hayne); ทั้งคู่ถูกเรียกว่า seyyal,หรือ torrent trees,

sayl มีความหมายคือ torrent พืชจำพวกนี้เติบโตใน บริเวณที่อุดมสมบูรณ์ในทะเลทราย หรือหุบเขากระแสน้ำเชี่ยว ของเทือกเขาซีนายSinai ไม้ acacia ใช้ติดไฟ และ ทนทาน และส่วนม๊ากเกือบทั้งหมดเติบโต เป็นสีดำ และแข็งแรงทนทานไปตามช่วงอายุ(วงปี)ของต้นไม้

ไม้กระถินเทศ Acacia ใช้ทำ

หีบพันธสัญญา The ark of the covenant

Tabernacle Model



Tabernacle Ark of Covenant with cherubim

Source :http://www.bibleplaces.com/
tabernacle.htm

กันดารวิถี Numbers 7:9; 10:21
เครื่องบูชาของบรรดาผู้นำ
และพิธี ถวายชนเผ่าเลวีแด่พระเจ้า
การถวายเกวียน เพื่อบรรทุกอุปกรณ์ของกระโจมนัดพบ

7:9 แต่โมเสสไม่ได้ให้มอบเกวียนกับโคให้แก่ลูกหลานของโคฮาท เพราะเขาเหล่านั้นมีหน้าที่แบกหามสิ่งศักดิ์สิทธิ์
9 But to the Kohathites he gave none at all, because the sacred charge entrusted to them had to be carried on their shoulders.

เชิงอรรถ :เครื่องบูชาของบรรดาผู้นำ และพิธี ถวายชนเผ่าเลวีแด่พระเจ้า
บทที่ 7 นี้เป็นตำนานสงฆ์ต่อจากบทที่ 4 และจะดำเนินต่อไปจนถึง 10:28 ส่วนบทที่ 5-6 เป็นกฎหมายเพิ่มเติมที่แทรกเข้ามา

ของถวายในพิธีเจิมพระแท่นบูชาถวายแด่พระเจ้า
10:21 ลูกโคเพศผู้หนึ่งตัว แกะเพศผู้หนึ่งตัว และลูกแกะเพศผู้อายุหนึ่งปีหนึ่งตัวสำหรับถวายเป็นเครื่องเผาบูชา
21 Then came the Kohathites carrying the sanctuary (the Dwelling was erected before they arrived).

จบขั้นตอนของสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน โดยปราศจากการสิ่งที่บดบังในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวิหารโซโลมอน

1 พงค์กษัติรย์ Kings 8:8
การอัญเชิญหีบพันธสัญญามาประดิษฐานในพระวิหาร

8:8 คานหามเหล่านี้ยาวมากจนมองเห็นปลายคานได้จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ตรงหน้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แต่มองไม่เห็นจากที่อื่นสิ่งเหล่านี้ยังอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้
8 These were so long, however, that the ends of the shafts could be seen from the Holy Place in front of the Debir, though they could not be seen from outside. They are still there today.
เชิงอรรถ
สิ่งเหล่านี้..จนถึงทุกวันนี้ สำนวนแปลโบราณภาษากรีกบางฉบับละข้อความนี้ ข้อความนี้แสดงว่าผู้เรียบเรียงใช้เอกสารโบราณก่อนสมัยเนรเทศ

หีบพันธสัญญาได้ถูกบรรทุกขนส่ง ที่ห่อหุ้มด้วย "veilสิ่งปกคลุม"

กันดารวิถี Numbers 4:5,20
ชาวเลวี
ตะกูลโคฮาท

4:5 เมื่อมีการเคลื่อนย้ายค่าย อาโรนและบรรดาบุตรจะต้องปลดม่านกั้นหน้าหีบบรรจุศิลาจารึกลง คลุมหีบไว้
5 'When camp is broken, Aaron and his sons must come and take down the screening curtain, and cover the ark of the Testimony with it.

4:20 แต่คนในตระกูลโคฮาทจะต้องไม่เข้าไปมองดูของศักดิ์สิทธิ์ แม้ชั่วขณะหนึ่ง มิฉะนั้นเขาจะต้องถูกประหารชีวิต
20 in such a way that they have no need to incur the death penalty by going in and setting eyes on the holy things, even for an instant.'


Tabernacle Ark of the Covenant contents
Source:http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

จุดประสงค์ของการบรรจุเพื่อให้ไม่ถูกทำลาย ไม่เสียหาย กับการที่โมเสสรับพระบัญญัติจากพระเป็นเจ้า 2 ศิลาจารึก นั้นคือ"covenant พันธสัญญา" ซึ่งคือกำเนิดแห่งพันธสัญญา สิ่งที่เป็นไปได้มาก reliquary (a container where religious relics are stored or displayed ) ภาชนะสำหรับใส่ มานา และ ไม้คทาของ อาโรน

ใน ประวัติศาสตร์ ก่อนช่วงเวลาของ King David ที่พำนักอาศัย ได้ถูกเคลื่อนย้ายบ่อยๆ มันเป็ฯการพักอยู่ชั่วคราว หลายๆครั้งของการพักแรมชั่วคราวเป็นไปได้มากที่

1 ซามูเอล Samuel 7:1; 2ÂÂซามูเอล Samuel 6:2-4,11; 1 พงค์ศาวดาร Chronicles 13:13; 15:24,25


Tabernacle from above
Source :http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm


1 ซามูเอล Samuel 7:1
หีบพันธสัญญาที่เมืองคีรียาท-เยอาริม

7:1 ชาวเมืองคีรียาท-เยอาริมจึงมารับหีบพันธสัญญาของพระยาเวห์นำมาประดิษฐานไว้ที่บ้านของอาบินนาดับซึ่งอยู่บนเนินเขาและแต่งตั้งเอเลอาซาร์ บุตรของเขาให้ดูแลหีบพันธสัญญาของพระยาเวห์
1 The men of Kiriath-Jearim came and, taking up the ark of Yahweh, brought it to the house of Abinadab on the hill, and consecrated his son Eleazar to guard the ark of Yahweh.
เชิงอรรถ
เมืองคีรียาท-เยอาริมเป็นเมืองหนึ่งของชาวกิเบโอน ยซว 9:17 ดังนั้น หีบพันธสัญญาจึงมาอยู่ระหว่างเขตแดนของชาวฟิลิสเตีย และของชาวอิสราเอล


2 ซามูเอล Samuel 6:2-4
หีบพันธสัญญาที่กรุงเยรูซาเล็ม

6:2 แล้วทรงพาคนทั้งหมดนี้เดินทางไปยังบาอาลาห์แห่งยูดาห์เพื่อนำหีบของพระเจ้ากลับมา หีบนี้เรียกชื่อตามพระนามของพระยาเวห์จอมโยธา ผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์ระหว่างเครูปสองตน
6:3 คนเหล่านั้นยกหีบของพระเจ้าจากบ้านของอาบีนาดับซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาขึ้นบรรทุกบนเกวียนใหม่ อุสซาห์และอาหิโย บุตรทั้งสองของอาบีนาดับเป็ฯผู้ขับเกวียนใหม่
6:4 อุสซาห์เดิน ข้างหีบของพระเจ้า ส่วนอาหิโยนเดินนำหน้า
2 Setting off with the whole force then with him, David went to Baalah of Judah, from there to bring up the ark of God, who bears the title 'Yahweh Sabaoth, enthroned on the winged creatures'.
3 They transported the ark of God on a new cart and brought it out of Abinadab's house which is on the hill. Uzzah and Ahio, the sons of Abinadab, drove the cart,
4 Uzzah walked alongside the ark of God and Ahio went in front.


1 พศด Chronicles 13,สดด Pslams 132:6-10:13-14,ยชว/ Joshua 15:9-60 อพย Exodus 25:10d ,1 ซมอ1 Samuel 4:3-4, 1 ซมอ1 Samuel 6:7

เชิงอรรถ :หีบพันธสัญญาที่กรุงเยรูซาเล็ม


1 พงค์ศาวดาร Chronicles 13:13; 15:24,25
การย้ายหีบพันธสัญญาจากเมืองคีริยาท-เยอาริม

13:13 กษัตริย์ดาวิดจึงไม่ทรงนำหีบมาอยู่กับตนในเมืองของดาวิด แต่ทรงนำไปไว้ที่บ้านของโอเบด-เอโดม ชาวเมืองกัท
13 So David did not take the ark with him into the City of David but had it put in the house of Obed-Edom of Gath.
เชิงอรรถ:การย้ายหีบพันธสัญญาจากเมืองคีริยาท-เยอาริม



Tabernacle with bronze laver
Source :http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

ข. หีบพันธสัญญาในป้อมปราการของกษัตริย์ดาวิด

การเตรียมย้ายหีบพันธสัญญา

15:24 เชบานิยาห์ โยชาฟัท เนธันเอล อามาลัย เศคาริยาห์ เบไนยาห์ และเอลีเอเซอร์สมณะเป่าแตรต่อหน้าหีบของพระเจ้า โอเบค-เอโดมและเยคียาห์เป็นผู้เฝ้าหีบด้วย
24 The priests Shebaniah, Joshaphat, Nethanel, Amasai, Zechariah, Benaiah and Eliezer blew trumpets before the ark of God, while Obed-Edom and Jehiah were also gatekeepers for the ark.
เชิงอรรถ :การเตรียมย้ายหีบพันธสัญญา


การย้ายหีบพันธสัญญามาที่กรุงเยรูซาเล็ม
15:25กษัตริย์ดาวิดเสด็จพร้อมกับบรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอลและบรรดานายพัน ไปนำหีบพันธสัญญาของพระยาเวห์ขึ้นมาจากบ้านของโอเบค-เอโดมด้วยความยินดี
25 David, the elders of Israel and the commanders of the thousands accordingly went, amid great rejoicing, to bring the ark of the covenant of Yahweh up from Obed-Edom's house,

Tabernacle holy place with objects

Source :http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

ในชายแดนของหมู่บ้านทางตะวันออกของ ยูดาห์ และไม่ได้ใช้สถานที่ในปะรำ แต่ใช้พำนัก ในม่าน i.e ในเต็นท์ที่แยกออกมา สำหรับในกรุงเยรูซาเล็มโดย King David

ในภายหลังเมื่อพระวิหาร เสร็จสิ้นสมบรู์ณ การรับหีบพันธสัญญาในการนมัสการ เป็นสัญญาณอย่างเป็นทางการ โดย ความสว่างไสว โชติช่วง ของพระเป็นเจ้าในพระสิริรุ่งโรจน์ในบัดดล อย่างแจ่มแจ้งที่ปรากฎออกมา

เป็นไปได้มากที่ การถูกจับไปเป็นเชลย หรือถูกทำลาย โดย King Nebuchadnezzar อยู่ใน the Apocrypha อะ 2 Esdr 10:22, เพื่อว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่มีหีบพันธสัญญาใน the second temple


Tabernacle table of showbread

Source:http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

the table of the loaves of proposition โต๊ะตั้งขนมปังถวายแดพระเจ้า
อพยพ Exodus. 25:23,28 กันดารวิถี Numbers 4:7

โต๊ะตั้งขนมปังถวายพระเจ้า

25:23 ท่านจะต้องสร้างโต๊ะไม้กระถินเทศ ยาวสองศอก กว้างหนึ่งศอกและสูงหนึ่งศอกครึ่ง
25:28 ท่านจะต้องทำคานนี้ด้วยไม้กระถินเทศแล้วหุ้มด้วยทองคำ คานนี้ใช้หามโต๊ะ
23 'You must also make a table of acacia wood, two cubits long, one cubit wide and one and a half cubits high.
28 You must make the shafts of acacia wood and overlay them with gold. The table must be carried by these.
เชิงอรรถ
โต๊ะตั้งขนมปังถวายพระเจ้า แปลตามตัวอักษรว่า "ขนมปังแห่งพระพักตร์" เพราะตั้งไว้เฉพาะพระพักตร์ของพระยาเวห์ ดู สนต 24:5-9 ,1 ซมอ 21:5


ชาวเลวี
ก.ตระกูลโคฮาท

4:7 เขาจะต้องใช้ผ้าสีม่วงปูโต๊ะตั้งขนมปังถวาย แล้ววางจาน ถ้วย เหยือกและชามสำหรับเทเครื่องดื่มถวายไว้บนโต๊ะ และวางขนมปังที่ตั้งถวายบนโต๊ะด้วย
7 'Over the offertory table they will spread a violet cloth, and on it put the dishes, cups, bowls and libation jars; the bread of permanent offering will also be on it.


Tabernacle with sacrificial altar
Source:http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

the altar of holocausts พระแท่นเผาเครื่องบูชา
เลวีนิติ Leviticus4:7)
การถวายเครื่องบูชาเพื่อขออภัยบาป
ก. บาปของมหาสมณะ

4:7 แล้วเขาก็จะใช้เลือดทาเชิงงอนของพระแท่นกำยาน เฉพาะพระพักตร์พระยาเวห์ในกระโจมนัดพบ เขาจะเทเลือดที่เหลือทั้งหมดบนฐานพระแท่นเผาเครื่องบูชาที่ทางเข้ากระโจมนัดพบ
7 The priest will then put some of the blood on the horns of the altar of incense smoking before Yahweh in the Tent of Meeting, and will pour all the rest of the bull's blood at the foot of the altar of burnt offerings at the entrance to the Tent of Meeting
เชิงอรรถ :การถวายเครื่องบูชาเพื่อขออภัยบาป



Tabernacle altar of incense
Source:http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

the altar of incense พระแท่นเผากำยาน
ดู อพยพ Exodus 37:25
พระแท่นเผากำยาน น้ำมันเจิมและกำยาน
37:25 เขาทำพระแท่นเผากำยานด้วยไม้กระถินเทศยาวหนึ่งศอก กว้างหนึ่งศอก เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส สูงสองศอก มีเชิงงอนเป็นไม้ชิ้นเดียวกันกับตัวพระแท่น
25 He made the altar of incense of acacia wood, one cubit long, and one cubit wide -- it was square -- and two cubits high, its horns were of a piece with it.

Tabernacle structure
Source:http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

the wooden parts of the tabernacle ไม้นี้เป็นส่วนหนึ่งของกระโจม สถานที่บูชา ซึ่งทำด้วย setim-wood

อพยพ Exodus. 25:5,10,13
รายละเอียดเกี่ยวกับสัการสถาน และศาสนบริการ
การร่วมสร้างสักการสถาน

25:5 ผ้าขนแพะ หนังแกะย้อมสีแดง หนังฟอกอย่างดี ไม้กระถินเทศ
5 rams' skins dyed red, fine leather, acacia wood;
เชิงอรรถ :รายละเอียดเกี่ยวกับสัการสถาน และศาสนบริการ


อพยพ Exodus. 25:10,13
กระโจมที่ประทับและเครื่องประดับหีบพันธสัญญา

25:10 ท่านจะต้องสร้างหีบไม้กระถินเทศใบหนึ่ง ยาวสองศอกครึ่ง กว้างหนึ่งศอกครึ่ง และสูงหนึ่งศอกครึ่ง
25:13 ท่านจะต้องทำคานด้วยไม้กระถินเทศแล้วหุ้มทองคำ
10 'You must make me an ark of acacia wood, two and a half cubits long, one and a half cubits wide and one and a half cubits high.
13 You will also make shafts of acacia wood and overlay them with gold

เชิงอรรถ:กระโจมที่ประทับและเครื่องประดับหีบพันธสัญญา




Tabernacle structure with Solomon's Pillars
Source:http://www.bibleplaces.com/
tabernaclemore.htm

อพยพ Exodus 26:15,26
โครงค้ำกระโจม

26:15 ท่านจะต้องทำกรอบฝาตั้งของกระโจมที่ประทับด้วยไม้กระถินเทศ
26:26 ท่านจะทำไม้ขวางด้วยไม้กระถินเทศห้าอันสำหรับกรอบฝาตั้งอีกด้านหนึ่งของกระโจมที่ประทับ ห้าอันสำหรับกรอบฝาตั้งท่านด้านตะวันตกคือด้านหลังของกระโจม
15 'For the Dwelling you will make vertical frames of acacia wood.
26 'You will make crossbars of acacia wood: five for the frames of the first side of the Dwelling,

เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 10:3.
หีบพันธสัญญา พระเจ้าทรงเลือกชนเลวี

10:3 ข้าพเจ้าจึงทำหีบไม้กระถินเทศ และสกัดหินสองแผ่นเหมือนสองแผ่นแรกขึ้นไปบนภูเขา
ถือแผ่นหินทั้งสองไปด้วย
3 So I made an ark of acacia wood, cut two stone tablets like the first and went up the mountain with the two tablets in my hand.

อย่างน่าเชื่อแน่ใจว่า the Acacia seyal (the gum-arabic tree); เรียกว่า "shittah" tree
คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
source:www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล
อิสยาห์ Isaiah 41:19
ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและความอ่อนแอของมนุษย์

41:19 ในถิ่นทุรกันดารเราจะปลูกต้นสนสีดาร์ ต้นกระถินเทศ ต้นน้ำมันเขียว และต้นมะกอกเทศ ในทะเลทรายเราจะวางต้นสนสามใบ ทั้งต้นสนเขาและต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดปีด้วยกัน
19 I shall plant the desert with cedar trees, acacias, myrtles and olives; in the wastelands I shall put cypress trees, plane trees and box trees side by side;

species ชนิด (พืช) ชนิดของสกุลพืช จำพวก (A. seyal)นี้ คือเหมือนกันกับพืชจำพวก the hawthorn ตาไม้,ตะปุ่มตะป่ำบนผิวต้นไม้ และ ต้นไม้มันเต็มไปด้วยหนาม

ผลิตผลของ the gum-arabic ถูกใช้ในการค้าขาย

พืชชนิดนี้มันถูกค้นพบ ในพื้นที่อุดมสมบรูณ์ ใน แหลมคาบสมุทธ the Sinaitic peninsula

Source :http://www.newadvent.org/cathen/01079a.htm
http://net.bible.org/dictionary.php?word=Acacia
http://www.newadvent.org/cathen/12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:41:55 น.  

 
Acanth. See Brier.

Briers.
(1) Hebrew kharul แปลว่า "burning" ใน D.V.,

โยป Job 30:7
คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
source:http://www.catholic.org/bible/
ขอยืม KJVไบเบิ้ล
ความมั่งมีของโยบกลายเป็นความยากจน
30:7 เขาร้องอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ เขาเบียดกันอยู่ภายใต้ต้นตำแย
7 You could hear them braying from the bushes as they huddled together in the thistles.


"thorns พืชมีหนาม " ใน
สุภาษิต Proverbs 24:31
การตักเตือนเรื่องการริษยาคนชั่ว

24:31 และดูเถิด มีหนามงอกเต็มไปหมด และแผ่นดินก็เต็มไปด้วยตำแย และกำแพงหินของมันก็พังลง
31 there it all lay, deep in thorns, entirely overgrown with weeds, and its stone wall broken down.

และ Sophon., ii, 9, เกี่ยวกับที่มากมายของข้อความเพียงพอสำหรับผู้คนที่ได้เข้าร่ำเรียน และการพัฒนาอย่างรวดเร็วในดินแดนที่ไม่ได้เพาะปลูก มันถูกแปลว่า


thistles


Globe thistle
source: http://www.geocities.com/jelbaum/
moreplants.html

"thistles"(พืชไม้มีหนามชนิดหนึ่ง,พืชไม้มีหนามจำพวก Cirsium, Carduus, Onopordum )
หรือ "nettles" ( ต้นไม้ป่าที่มีขนตามใบ,พืชที่มีขนคันจำพวก Urtica )

คือมันไม่เหมาะสมสำหรับพืชเหล่านี้ที่เข้าถึง ความสัมพันธ์ ที่ใช้กับ โยป Job 30:7,
ดังนั้นโดยทั่วไปมันถูกเชื่อว่า อันหนึ่งอันใด ของ acanth, Acanthus spinosus, หรือ rest-harrow
พืชทั้งสอง species นี้ Onamis antiquarum และโดยเฉพาะ
O.leiosperma,Boiss .,ซึ่งที่เห็นเป็นพืชธรรมดามากมากในดินแดน ศักดิ์สิทธิ์

(2) Hebrew barquanim
ผู้วินิจฉัย Judges 8:7, 16
3.การรบของกิเดโอนทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน กิเดโอนถึงแก่มรณะกรรม

กิเดโอนไล่ตามข้าศึกข้ามแม่น้ำจอร์แดน


8:7 กิเดโอนจึงกล่าวว่า "คอยดูซิเมื่อพระยาเวห์ทรงมอบเศบาห์และศัลมุนนาไว้ในอำนาจของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะใช้ต้นหนามจากถิ่นทุรกันดารและต้นเหงือกปลาหมอ
7 'Very well,' retorted Gideon, 'when Yahweh has put Zebah and Zalmunna into my power, I shall tear your flesh off with desert-thorn and thistles.'

กิเดโอนแก้แค้นชาวเมืองสุคคทและเปนูเอล
8:16 กิเดโอนจึงจับผู้อาวุโสของเมืองใช้ต้นหนามจากถิ่นทุรกันดารและต้นเหงือกปลาหมอเฆี่ยนตีเขา
16 He then seized the elders of the town and, taking desert-thorn and thistles, tore the men of Succoth to pieces.

เชิงอรรถ :กิเดโอนไล่ตามข้าศึกข้ามแม่น้ำจอร์แดน

8:16 เฆี่ยนตีนเขา แปลว่า "เฆี่ยนสอนเขา "


ซึ่งเป็นไปได้มากที่สัมพันธ์กับ speciesของพืชอย่างมากมายของ Rubus ซึ่งมีอยู่มากมายในดินแดนปาเสไตน์ เกี่ยวกับ Moore (Judges, ad loc.) Phaceopappus scoparius, Boiss .,ที่มีความหมาย


(3) Hebrew khedeq ดู Mad-apple
คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
source:http://www.catholic.org/bible/
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

มีคาร์ Micah 7:4
7:4 คนที่ดีที่สุดของเขาก็เหมือนหนามย่อย คนที่ซื่อตรงที่สุดของเขาก็คมกว่ารั้วต้นไม้หนาม วันแห่งยามรักษาการณ์ของเจ้า และวันที่จะลงโทษเจ้า มาถึงแล้ว บัดนี้ ความยุ่งเหยิงของเขาก็อยู่ใกล้เต็มที
4 The best of them is like a briar, the most honest of them like a thorn-hedge. Now from the north their punishment approaches! That will be when they are confounded!

(4) Hebrew shamir
คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
source:http://www.catholic.org/bible/
ขอยืม KJVไบเบิ้ล
อิสยาห์ Isaiah 5:6; 9:18; 10:17; 32:13

พระเจ้าทรงทำลายสวนองุ่นที่ไร้ผล

5:6 เราจะกระทำมันให้เป็นที่ร้าง จะไม่มีใครลิดแขนงหรือพรวนดิน หนามย่อยหนามใหญ่ก็จะงอกขึ้น และเราจะบัญชาเมฆไม่ให้โปรยฝนรดมัน
6 I shall let it go to waste, unpruned, undug, overgrown by brambles and thorn-bushes, and I shall command the clouds to rain no rain on it.

อิสยาห์ Isaiah 9:18
อิสราเอลจะถูกตีสอนต่อไป

9:18 เพราะความชั่วก็ไหม้เหมือนไฟไหม้ มันจะผลาญทั้งหนามย่อยและหนามใหญ่ มันจะจุดไฟเข้าที่ป่าทึบ และป่าทึบก็จะม้วนขึ้นข้างบนเหมือนควันเป็นลูกๆ
18 The country has been set on fire by the fury of Yahweh Sabaoth, and the people are like food for the flames. No one spares a thought for his brother.

อิสยาห์ Isaiah 10:17
พระเจ้าจะทรงตีสอนประเทศอัสซีเรีย

10:17 ความสว่างแห่งอิสราเอลจะเป็นไฟ และองค์บริสุทธิ์ของท่านจะกลายเป็นเปลวเพลิง และจะเผาและกินหนามใหญ่และหนามย่อยของเขาเสียในวันเดียว
17 The light of Israel will become a fire and its Holy One a flame burning and devouring his thorn-bushes and brambles in a day.

อิสยาห์ Isaiah 32:13
อาณาจักรของพระคริสต์ในอนาคต คือความหวังของอิสราเอล

32:13 ด้วยเรื่องแผ่นดินของชนชาติของเราซึ่งงอกแต่หนามใหญ่และหนามย่อย ด้วยเรื่องบ้านเรือนที่ชื่นบานในนครที่สนุกสนาน
13 for my people's soil where the bramble-bush will be growing and for all the happy houses, for the rejoicing city.

ความยืดหยุ่น หักงอได้ของต้นไม้ Paliurus aculeatus, Lam., Arab. samur, อนุมานว่า คือมงกุฎหนามของพระเยซูคริสตเจ้า


Paliurus spina-christi,เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ Jerusalem Thorn, Garland Thorn, Christ's Thorn,หรือ Crown of Thorns,
คือพืขในสปีชีย์ species ของ Paliurus ถิ่นกำเนิด ภูมิภาคเมดิเตอเรเนียน และทางตะวันตกเฉียงใต้ และใจกลางของเอเซีย จาก โมร๊อคโค และและทางตะวันออกของสเปน ถึงอิหร่าน และ ทาจิกิสถาน

Synonyms include Paliurus aculeatus Lam., P. australis Gaertn., and Rhamnus paliurus L.
source:http://en.wikipedia.org/
wiki/Paliurus_spina-christi


(5) Hebrew shqyth
คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
source:http://www.catholic.org/bible/
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

อิสยาห์ Isaiah 7:23-25
การบุกรุกและความหายนะของยูดาห์ในอนาคต (2 พศด 28:1-20)

7:23 ต่อมาในวันนั้นทุกแห่งที่เคยมีเถาองุ่นหนึ่งพันเถา มีค่าเงินหนึ่งพันเชเชล ก็จะกลายเป็นต้นหนามย่อยและหนามใหญ่
7:24 คนจะมาที่นั่นพร้อมกับคันธนูและลูกธนู เพราะว่าแผ่นดินทั้งสิ้นนั้นจะกลายเป็นที่หนามย่อยและหนามใหญ่
7:25 ส่วนเนินเขาทั้งสิ้นที่เขาเคยขุดด้วยจอบ การกลัวหนามย่อยและหนามใหญ่จะไม่มาที่นั่น แต่เนินเขาเหล่านั้นจะกลายเป็นที่ซึ่งเขาปล่อยฝูงวัวและที่ซึ่งฝูงแกะจะเหยียบย่ำ"
23 When that day comes, wherever there used to be a thousand vines worth a thousand pieces of silver, all will be brambles and thorn-bushes;
24 to be ventured into only with arrows and bow, for the country will be nothing but brambles and thorn-bushes.
25 No more will you venture on any hillside formerly under the hoe for fear of the brambles and thorn-bushes; it will be fit only for pasturing the cattle, a tramping-ground for sheep.


คำนี้ไม่ได้ถูกค้นพบจากภายนอกของIsaiasและเป็นไปได้ที่อาจพบได้ตามพุ่มไม้ที่เต็มไปด้วยหนามโดยทั่วๆไป

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:52:03 น.  

 
Almug. See Algum

ภาษาฮิบรูใช้ "almuggiym"หรือ "alguwmmiym"



Algum (A. V., 2 พงศาวดาร Chronicles, 2:8; D. V., 9:10, 11,
2 พงศาวดาร Chronicles, 2:7-8
การเตรียมสร้างพระวิหาร

2:7 ขอพระองค์ส่งไม้สนซีดาห์ไม้สนสองใบ และไม้จันทน์ จากภูเขาเลบานอนให้ข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้ารู้ว่าบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ชำนาญงานตัดไม้บนภูเขาเลบานอน บรรดาผู้รับใช้ของข้าพเจ้าจะทำงานร่วมกับบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์
2:8 เพื่อเตรียมไม้จำนวนมากให้แก่ข้าพเจ้า เพราะพระวิหารที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะสร้างต้องใหญ่โตและสวยงามน่าชม
7 Also send me cedar, juniper and algum trunks from the Lebanon, for I know that your servants know the art of felling timber in the Lebanon. And, my servants will work with your servants
8 in preparing a vast quantity of timber for me, since the house which I intend to build is to be of a size to marvel at.

เชิงอรรถ
ไม้จันทน์ 1 พกษ king 10:11 บอกว่าไม้มีคำนี้ (almug) เป็นไม้ที่นำมาจากแดนโอฟีร์ ไม่ใช่จากภูเขาเลบานอน



2 พงศาวดาร Chronicles 9:10, 11,
ความรุ่งเรืองของกษัตริย์ซาโลมอน

2:10 ข้าราชบริพารของกษัตริย์ฮีรามและข้าราชบริพารของกษัตริย์ซาโลมอน ซึ่งขนทองคำมาจากเมืองโอฟีร์ ยังนำ ไม้จันทน์และเพชรพลอยมาถวายอีกเป็นจำนวนมาก
2:11 กษัตริย์ซาโลมอนทรงใช้ไม้จันทร์ทำขั้นบันไดในพระวิหารของพระยาเวห์และในพระราชวัง ทรงใช้ไม้จันทน์ทำพิญใหญ่และพิณเล็กสำหรับนักดนตรีด้วย ไม่มีใครเคยเห็ฯสิ่งเหล่านี้มาก่อนในแผ่นดินยูดาห์

10 Similarly, the men employed by Huram and the men employed by Solomon, who brought the gold from Ophir, also brought back algum wood and precious stones.
11 Of the algum wood the king made steps for the Temple of Yahweh and for the royal palace, and harps and lyres for the musicians, the like of which had never before been seen in Judah.



"thyme trees" (thyme : ต้นไม้พันธุ์เตี้ยใช้เป็นเครื่องเทศ,พืชไม้เตี้ยจำพวกหนึ่งที่มีใบหอม),หรือ "fir trees" เขียนไว้ "almug" ใน A.V.,

1 พงค์กษัตริย์ Kings 10:11-12
พระราชินีแห่งเชบาเสด็จมาเยี่ยมกษัตริย์ซาโลมอน

10:11 กองเรือของกษัตริย์ฮีรามซึ่งนำทองคำมาจากเมืองโอฟีร์ยังนำไม้จันทร์ และเพชรพลอยมาถายอีกเป็นจำนวนมาก
10:12 กษัตริย์ซาโลมอนทรงใช้ไม้จันทน์ทำเสาค้ำในพระวิหารของพระยาเวห์และในพระราชวังทรงใช้ไม้จันทน์ทำพิญใหญ่และพิณเล็กสำหรับนักดนตรีด้วย ไม่เคยมีใครนำไม้จันทน์จำนวนมากเช่นนี้มาให้เห็นอีกเลยจนถึงทุกวันนี้

11 Similarly, Hiram's fleet, which brought the gold from Ophir, also brought back great cargoes of almug timber and precious stones.
12 Of the almug timber the king made supports for the Temple of Yahweh and for the royal palace, and harps and lyres for the musicians; no more of this almug timber has since come or been seen to this day.


เชิงอรรถ พระราชินีแห่งเชบาเสด็จมาเยี่ยมกษัตริย์ซาโลมอน


เชิงอรรถ ไม้จันทร์
เป็นไม้หายากชนิดหนึ่ง ตาม 2 พศด 2:27 ไม้หอมชนิดนี้นำมาจากเลบานอน


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นต้นไม้มีความหมายเช่นเดียวกัน คือมีชื่อถึงสองครั้งซ้อนเนื่องจากโดยบังเอิญของรูปแบบที่ถูกเปลี่ยนที่ของตัวอักษรเท่านั้น ถ้าความคล้ายคลึงกันเกี่ยวกับภาษาคงเชื่อใจได้ว่า almug คือคำที่ถูกต้อง (cf. Tamil, valguka).



The algum treeต้นจันทร์ ถูกพูดถึงเป็นของล้ำค่าผลิตภันธ์ที่มาจากต่างประเทศ เป็ฯผลิตภันธ์นำเข้าไปในดินแดนปาเลสไตน์ โดย ฮีราม และกองทัพเรือของ King ซาโลมอน (1 พงค์กษัตริย์ Kings 10:11; 2 พงศ์ศาวดาร Chronicles 2:8; 9:10)
เหมาะสำหรับ ศิลปะช่างไม้ที่ปรานีต และทำเป็นอุปกรณ์เครื่องดนตรี
(1พงค์กษัตริย์ Kings 10:12; 2 พงศ์ศาวดาร Chronicles 9:11).



Josephus โจเซฟาส (นักประวัติศาสตร์ชาวยิว ) (Ant., VIII, vii, 1) กล่าวว่าค่อนข้างเหมือนกับ เป็นไม้จำพวก the fig tree (fig :ต้นไม้หรือผลตระกูลมะเดื่อ ไทรและกร่าง) แต่ขาวและพร่างพรายอร่ามเรืองมากกว่า
เกี่ยวกับนักวิจัยส่วนมาก และความแน่ใจของรับไบ(พระ หรือผู้นำ หรือผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์ในศาสนายิว )มันคือ the red sandal-wood, Pterocarpus santalina อย่างไรก็ตามบางส่วนของมันที่นำมาใช้ปรากฎในลักษณะของวัตถุที่แน่นหนา หลักฐานที่เสนอข้อคิดเห็นโดย by Vulg. (see Thyine)คือเป็นที่น่าพอใจมากกว่า

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์

Source:http://www.tradeboss.com/default.cgi/
action/viewproducts/productid/
http://www.inspiredwoods.com/
newsletters_almug.php
Source :http://www.321now.org/index.php?


โดย: Bernadette วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:11:25 น.  

 

Almond tree

Almond tree, Hebrew luz



Source :http://www.keyway.ca/
htm2004/20040323.htm


ปฐมกาล Genesis 30:37;
ยาโคบร่ำรวย

30:37 ยาโคบตัดกิ่งไม้สดจากต้นปอปล่า ต้นอัลมอนด์ ต้นเพลน ลอกเปลือกออกให้เป็นลายขาว ทำให้เห็นส่วนสีขาวของกิ่งนั้น
เชิงอรรถ บุตรของยาโคบ
37 Jacob then got fresh shoots from poplar, almond and plane trees, and peeled them in white strips, laying bare the white part of the shoots.

คำว่า "hazel" ใน A. V. คือ mistranslation (การแปลที่ผิดพลาด)cf. Arab. laux)

การปรากฎอย่างเด่นชัดของคำเก่า ต่อมา แทนที่ด้วย shaqed (Genesis 43:11; Numbers 17:23; Ecclesiastes 12:5)

ปฐมกาล Genesis 43:11
บุตรของยาโคบกลับไปอียิปต์พร้อมกับเบนยามิน

43:11 อิสราเอลผู้บิดาตอบว่า "ถ้าจะต้องเอาน้องไป ก็จงทำดังนี้เถิด จงนำผลิตผลที่ดีที่สุดของแผ่นดินนี้ใส่กระสอบ นำยางสน น้ำผึ้ง เครื่องเทศ ยางไม้หอม ถั่ว และลูกอัลมอนด์ ไปให้ท่านผู้นั้นเป็นของกำนัล
11 Then their father Israel said to them, 'If it must be so, then do this: take some of the country's best products in your baggage and take them to the man as a gift: some balsam, some honey, gum tragacanth, resin, pistachio nuts and almonds.


เชิงอรรถ :บุตรของยาโคบกลับไปอียิปต์พร้อมกับเบนยามิน
บทที่ 43 และ 44 มาจากตำนานยาวิสต์ยกเว้นคำอธิบายสั้นๆบางประโยคของผู้เรียบเรียง

กันดารวิถี Numbers 17:23
ไม้เท้าของอาโรน

17:23 วันรุ่งขึ้น เมื่อโมเสสเข้าไปในกระโจมที่ประดิษฐานศิลาจารึก เขาก็เห็นไม้เท้าของอาโรนซึ่งเป็นผู้แทนเผ่าเลวี ไม่เพียงแตกใบอ่อนเท่าานั้น แต่ยังผลิดอกและมีผลอัลมอนด์สุกติดอยู่ด้วย
23 On the following day Moses went to the Tent of the Testimony and there, already sprouting, was Aaron's branch, representing the House of Levi; buds had formed, flowers had bloomed and almonds had already ripened.


คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
source:http://www.catholic.org/bible/
ขอยืม KJVไบเบิ้ล
ปัญญาจารย์ Ecclesiastes 12:5
มาตรฐานที่สมบูรณ์เมื่ออยู่ใต้พระราชบัญญัติปราศจากพระคุณ

12:5 เออ เขาทั้งหลายจะกลัวที่สูง และสิ่งน่าสยดสยองก็จะอยู่ในหนทาง ต้นอัลมันด์จะมีดอก และตั๊กแตนจะเป็นภาระ ความปรารถนาก็จะประลาตไปเสีย เพราะมนุษย์กำลังไปบ้านอันถาวรของเขา ส่วนผู้ไว้ทุกข์ก็เวียนไปมาตามถนน
5 when going uphill is an ordeal and you are
frightened at every step you take- yet the almond
tree is in flower and the grasshopper is weighed down and the caper-bush loses its tang; while you are on the way to your everlasting home and the mourners are as

สิ่งที่พูดถึงดอก และผลไม้ของต้น Almonds คือ (Genesis 43:11)
ซึ่งได้รับการพิจารณาว่าคือ 1 ในผลไม้ที่ดีที่สุดทางตะวันออก และต้นของมัน Amygdalus communis,ถูกเพาะปลูกที่นั่นตลอดเวลา กับความหลากหลาย ของชาวตะวันออก Ait., หรือ argentea, A. lycioides, Spach, A. spartioides, Spach, การเติบโตที่ขึ้นเองอย่างตามธรรมชาติพบในเขต เช่นเดียวกันกับ เลบานอน Lebanon,คาเมล Carmel,โมอับ Moab.


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์





Recycling


โดย: Bernadette วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:28:10 น.  

 
ALOES(ahalim in Hebrew)


Agarwood, aloeswood, eaglewood, jinkoh, gaharu are names for the world’s most valuable incense.
Source:http://forestpathology.cfans.umn.edu/
agarwood.htm


Professor Blanchette at one of the field experiment sites

its use as incense (called aloeswood) is mentioned several times in the bible.

Source:http://forestpathology.cfans.umn.edu/
agarwood.htm

Aloes(Heb. 'ahalim),(สุภาษิต Proverbs 7:17;บทเพลงซาโลมอน Song of Songs 4:14; ยอร์น John 19:39; A. V.,บทเพลงสดุดี Psalm 45:8)

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
Source: http://www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล
สุภาษิต Proverbs 7:17
จงระวังวิถีทางของหญิงชั่ว

7:17 ฉันได้อบที่นอนของฉันด้วยมดยอบ กฤษณา และอบเชย
17 I have sprinkled my bed with myrrh, with aloes and cinnamon.

บทเพลงซาโลมอน Song of Songs 4:14
เจ้าบ่าวยกย่องเจ้าสาว

4:14 ต้นแฝกหอมและต้นฝรั่น ต้นตะไคร้และอบเชย อีกทั้งบรรดาต้นไม้สำหรับทำกำยานคือต้นมดยอบและต้นกฤษณา อีกทั้งเครื่องหอมชั้นเยี่ยมทั้งสิ้น

14 nard and saffron, calamus and cinnamon, with all the incense-bearing trees; myrrh and aloes, with the subtlest odours.


ยอร์น John 19:39
การฝังพระศพ

19:39 นิโคเดมัสซึ่งก่อนนั้นเคยมาเฝ้าพระองค์เวลากลางคืนก็มาด้วย เขานำเครื่องหอมที่ผสมด้วยมดยอบ และว่านหางจระเข้หนักประมาณหนึ่งร้อยปอนด์
39 Nicodemus came as well -- the same one who had first come to Jesus at night-time -- and he brought a mixture of myrrh and aloes, weighing about a hundred pounds.

ใน A. V.,บทเพลงสดุดี Psalm 45:8
เพลงสดุดีที่ 45

เพลงในวโรกาสอภิเษกสมรส
45:8 พระภูษาของพระองค์หอมกรุ่นด้วยกลิ่นมดยอบ กฤษณาและว่านน้ำ เสียงพิณนำความสำราญมาสู่พระองค์ที่ปราสาทงา
8 your robes all myrrh and aloes. From palaces of ivory, harps bring you joy,
เชิงอรรถยาวว




คือพิจารณาว่า ท่ามกลาง "the chief perfumes (เดาว่า หัวน้ำหอมอะ)"
ใน A. V., Num. xxiv, 6 ("lign aloes ต้นหางจระเข้";
ใน D. V., "tabernacles ( สถานที่ประกอบพิธีถวายเครื่องบูชา)" คือการแปลที่ผิดพลาด erroneous translation)
กันดารวิถี Num. xxiv, 6
คำทำนายของบาลาอัม

24:6 เหมือนลำธารที่แยกออกเป็นหลายสาย
เหมือนสวนที่อยู่ริมฝั่งน้ำ
เหมือนต้นหางจระเข้ที่พระยาเวห์ทรงปลูก
เหมือนต้นสนสีดาร์ที่อยู่ริมน้ำ
6 like valleys that stretch afar, like gardens by the banks of a river, like aloes planted by Yahweh, like cedars beside the waters!


Cultivated agarwood produced in a plantation grown tree using our new techniques
Source:http://forestpathology.cfans.umn.edu/
agarwood.htm


Pieces of agarwood from forest trees
Source:http://forestpathology.cfans.umn.edu/
agarwood.htm


ความชัดเจนของต้นไม้ มีความหมาย The officinal aloes, Liliacea คือไม่ได้หมายถึง ให้ the aloesของในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล เป็นผลผลิตของต้นไม้จำพวก Aquilaria, อย่างเป็ฯไปได้คือ A. agallocha, Roxb.,ซึ่งมีต้นกำเนิดทางตอนเหนือของอินเดีย แรกเริ่มการเจริญเติบโตของไม้นี้มีกลิ่นหอมเป็นที่รู้จักกันดีในสมัยโบราณเก่าแก่ (Dioscorides, i, 21) และเป็นผลิตภันธ์น้ำหอมที่หายาก


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:45:20 น.  

 
Amomum

A`mo´mum
n. 1. (Bot.) A genus of aromatic plants. It includes species which bear cardamoms, and grains of paradise.

Definition of Amomum in the Online Dictionary. Meaning of Amomum. Pronunciation of Amomum. ... Amon (Bible)


วิวรณ์ Revelation 18:13
ประชากรของโลกไว้อาลัยนครบาบิโลน

18:13 อบเชย เครื่องเทศ ยางไม้หอม มดยอบ กำยาน เหล้าองุ่น น้ำมันมะกอก แป้งเนื้อละเอียด ข้าวสาลี โค แกะ ม้า รถรบ ทาสและชีวิตมนุษย์ทั้งหลาย
13 the cinnamon and spices, the myrrh and ointment and incense; wine, oil, flour and corn; their stocks of cattle, sheep, horses and chariots, their slaves and their human cargo.

ของ King James Bible ใช้คำว่า odurs
And cinnamon, and odours,

ของ New Jerusalem Bible ใช้คำว่า สไปซี่ the cinnamon and spices,

(amomon (Rev 18:13), margin "amomum";

the King James Version "odours"):

ภาษากรีก The Greek means "blameless,"


และมันประยุกต์ใช้ได้อย่างเด่นชัด,ในเวลาช่วงเวลในอดีตโบราณ ให้กลิ่นหวานๆได้ดี ในพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ชื่อ Amomum จัดอยู่ในจำพวก จำพวก Zingiberaceae
เมล็ดของมันเป็นที่รู้จักกันดีคือ ( Amomum cardamomum )และ grana Paradisi "grains of Paradise," ที่ใช้เป็นสารตัวกระตุ้น, พืชทั้งสอง จำพวกนี้ ระบุใน วิวรณ์ Rev 18:13 อย่างไม่แน่ใจ

Source :http://net.bible.org/dictionary.php?word=Spices อยู่ใน ข้อ 6 ของเรื่อง สไปซี่

ของคาทอลิก ต่อ...

ไม่ทั้งสองอย่างใน เวอร์ชั่น the Greek New Testament, Vulg., A. V., nor D. V.,แต่พบใน critical editions,ได้แก่ Griesbach, Lachmann, Tischendorf, Nestle),

น้ำหอมเป็นที่รู้จักกันเป็ฯอย่างดีใน (Dioscor., i, 14; Theophr., "Hist. plant.", ix, 7; "De odor.", 32; etc.).

ชาวอัสซีเรียถือว่าของพิเศษจำเพาะนี้เป็นของมีค่า (Virg., Eclog., iv, 25; Josephus, "Ant.", XX, ii, 3; Martial., "Epigr.", vii, 77; Ovid, "Heroid.", xxi, 166; etc.)

และเป็ฯไปได้มากเป็นผลิตภันธ์มาจาก Cissus vitignea,พืชจำพวกใบเลื้อย ต้นกำเนิดในอินเดีย แต่พบใน Armenia, Media, and Pontus (Pliny, "Nat. hist.", xii, 13).ด้วย



Anise





มัทธิว Matthew 23:23
พระเยซูเจ้าทรงประนามบรรดาธรรมจารย์และชาวฟาริสี

23:23 วิบัติจงเกิดแก่ท่าน ธรรมจารย์และฟาริสีหน้าซื่อใจคด ท่านถวายหนึ่งในสิบของสะระแหน่ ผักชี ยี่หร่า แต่ได้ละเลยธรรมบัญญัติในเรื่องที่สำคัญ เช่น ความยุติธรรม ความเมตตากรุณา และความซื่อสัตย์ บทบัญญัติเหล่านี้จำเป็นต้องปฎิบัติโดยไม่ละเว้นบทบัญญัติอื่นๆ

เชิงอรรถ ยาววววว


ไม่ใช่ the anise, Pimpinella anisum แต่พูดให้ถูกคือ dill (n) ผักชีลาว (สามารถใช้รับประทานหรือใช้ประดับก็ได้ เมื่อแก่ออกดอกสีเหลืองเล็กๆ ลักษณะใบเป็นท่อนเล็กๆแหลมๆมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว)
ภาษาลาติน Anethum graveolens,( ผักชีลาว [N] Anethum graveolens, Syn. ผักชีลาว, Count unit: ต้น, Thai definition: ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Anethum graveolens Linn. ในวงศ์ Umbelliferae ใบเป็นเส้นฝอยๆ ใช้เป็นผัก ดอกเล็กเป็นช่อสีเหลือง ผลแก่แห้งรูปไข่แบน เรียก เทียนตาตั๊กแตน ใช้ทำยาได้ )


shabath of the Talmud, shibith of the Arabs, นั้นคือความหมาย

Dill (dill (ดีล) n. พืชยาและเครื่องเทศชนิดหนึ่ง )ในดินแดนปาเลสไตล์ส่วนมากเพาะปลูกเสมอ เมล็ด ใบ และก้านของมัน ใช้ในการ tithe ( (ไทธฺ) n. 1/10ของผลิตผลทางเกษตร,1/10อากรของอังกฤษสมัยก่อนที่ชัก1/10,จำนวนเล็กน้อย,พัทธยา,ภาษีย่อม. vi. จ่ายภาษีหนึ่งในสิบ,ให้จำนวนหนึ่งในสิบ,จ่ายค่าอากรที่ชักหนึ่งในสิบ,จัดเก็บภาษีหรืออากรที่ชักหนึ่งในสิบ vi. จ่ายภาษีหรืออากรที่ชักหนึ่งในสิบ. )

เกี่ยวกับ Rabbi Eliezer (Maasaroth, 1:I;เทียบ cf.มัทธิว Matthew 23:23),

ซึ่งให้ความคิดเห็นทัศนะคตินี้ อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นอื่นๆที่สนับสนุนมากอย่างเหลือเฟือ (Schwab, "Talmud de Jerus.", III, 182).



History of Dill Seed


เมล็ดพืชยาและเครื่องเทศชนิดหนึ่งถูกใช้ตั้งแต่ช่วงเวลาเก่าแก่โบราณ มันมีชื่อเสียงในท่ามกลางของชาว Babylonian และนักสมุนไพรชาวซีเรีย มันที่ถูกใช้เพื่อกระตุ้นนักต่อสู้ในสมัยโบราณ อีกด้วย เมล็ดพืชยาและเครื่องเทศชนิดนี้ถูกใช้เพื่อทำให้ทารกนอนหลับได้อีกอีกด้วย และมันใช้ ในการ พิจารณา ลบล้างแห่งเวทมนตร์คาถาและวิชาหมอผีอีกด้วย หลักฐาน Archaeological แสดงว่าเมล็ดพืชยาและเครื่องเทศนี้ ในยุคแรก ถูกเพาะปลูกในยุค neolithic ( [N] ซึ่งเป็นช่วงหลังของยุคหิน)ในยุคหินใหม่ถูกค้นพบ ของชุมชนตั้งถิ่นฐานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มันที่ถูกอ้างอิงในพระคัมภีร์ไบเบิล...อีกด้วย




Dill Seed In Different Languages

Arabic Shabath, Shibitt, Sjachet, Sjamar
Farsi Shebet, Sheveed, Shiwit

French Aneth odorant, Fenouil bâtard

German Dill, Gurkenkraut

Hindi Sowa, Anithi, Sua bathi

Indonesian Adas manis, Adas cina,
Adas sowa, Ender

Italian Aneto

Japanese Diru, Inondo

Kannada Sabbasigi soppu

Korean Tir, Inondu

Russian Ukrop

Spanish Hinojo hediondo,
Abesón, Aneldo, Eneldo

Swedish Dill


Source :http://www.spice-trade.com/
dill-seed.html
http://www.recipezaar.com/bb/
viewtopic.zsp?t=223656

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:30:43 น.  

 
Apple tree,



Family Rosaceae
Malus pumila Mill.
cultivated apple

Malus: classical name of apple

pumila: dwarf

Synonyms

Malus communis Poir.
Malus domestica (Borkh.) Borkh.
Malus sylvestris Mill., sensu Lange (1998)
Pyrus malus auct. non L.
Pyrus pumila (Mill.) K.Koch

Source :http://wisplants.uwsp.edu/
scripts/detail.asp?SpCode=MALPUM



ภาษาฮิบรู Heb., thappuakh (cf. Arab, tiffah; Egypt. dapih, "apple")และคำอธิบายของต้นไม้และผลไม้ คือ ต้นแอบเปิ้ล

จัดอยู่ใน Malus communis (ภาษาลาติน Latin) ซึ่งคือไม้ของมันที่สวยงามสามารถใช้เป็ฯที่กำบังสำหรับเต็นท์หรือบ้าน (Cant., ii, 3; viii, 5),

เป็นผลไม้มีรสหวาน มีกลิ่นหอม (Cant., vii, 8)
ซึ่งถูกใช้ในตะวันออกใช้ฟื้นฟูกระตุ้นให้มีชีวิตชีวาสำหรับบุคคลที่อ่อนกำลัง เป็นลม หมดสติ (cf. Cant., ii, 5)

เป็นสวนผลไม้แอปเปิ้ลที่เจริญเติบโตอย่างมั่งคั่งที่สุดในยุคแรกของพระเจ้าราเมสที่ 2
( Ramses II )ในประเทศอียิปต์(Loret, " Flore pharaonique ",p 83 );สถานที่นี้เช่นเดียวกันกับ " Tappuah, xwp: Tappuwach " ทัปปูอัค ใน

คาทอลิกใช้New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

โยชูวา Joshua 12:17
กษัตริย์แผ่นดินคานาอันพ่ายแพ้

12:17 กษัตริย์เมืองทัปปูวาห์องค์หนึ่ง กษัตริย์เมืองเฮเฟอร์องค์หนึ่ง
17 the king of Tappuah, one; the king of Hepher, one;



ภาษาฮิบรู Hebrew

Tappuah = "the apple city" [EBD]

TAPPUAH- tap'-u-a, ta-pu'-a (tappuach, "apple"):


ภูมิภาค ดินแดน แอปเปิ้ล
เมืองในหุบเขาหรือบริเวณพื้นที่ต่ำของ ยูดาห์ ;เมืองชั้นหนึ่งที่ใหญ่โตของชาวคานาอัน ( โยชูวา Joshua 12:17 ,15:34) ปัจจุบันนี้ เรียกว่า Tuffuh ประมาณ 12 ไมล์ทางตะวันตกของเยรูซาเร็ม



TAPPUAH ทัปปูอัค (2) [ISBE]

TAPPUAH (2) - (Tappuach; Codex Vaticanus Thapous; Codex Alexandrinus Thaphphou; Lucian, Phethrouth): A "son" of Hebron บุตรชายของ เฮโบรน

1 พงศาวดาร Chronicles 2:43
เชื้อสายของคาเลบ

2:43 บุตรของ เฮโบรนคือ โคราห์ ทัปปูอัค เรเคม และเชมา

เชิงอรรถ
รายชื่อเชื้อสายของคาเลบที่นี่ต่างกับรายชื่อเชื้อสายที่มีอยู่ในข้อ 18-24 คงจะบันทึกรายชื่อของเชื้อสายของคาเลบในช่วงเวลาต่างกัน และความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวต่างๆก็เปลี่ยนไปด้วย

Source :Tappuah netbible

คาทอลิกใช้New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

หรือ Beth-tappuah (A. V.,โยชูวา Joshua 15:53)

แผ่นดินส่วนของตระกูลยูดาห์

15:53 ยานิม เบธทัปปูวาห์ อาเฟคาห์
53 Janum, Beth-Tappuah, Aphekah,

ระบุไว้นั้นคือความแตกต่างลักษณะสำคัญที่เด่นชัดอย่างแน่ใจว่าอยู่ในอาณาบริเวณของภูมิภาค ปาเลสไตล์



BETH-TAPPUAH [ISBE]

Beth-tappuah = "house of the apple" of "place of apples"

BETH-TAPPUAH - beth-tap'-u-a (beth-tappuach;

Beththapphoue, "place of apples" (see however APPLE));


เมืองอยู่บนเนินเขาของประเทศยูดาห์ (โยซูวา 15:53 ),ซึ่งเป็นไปได้มากที่ใกล้กับ Hebron ( el Tappuah, 1 พงศาวดาร Ch 2:43 )



เป็นไปได้ คือเมืองเดียวกันกับ Tephon เทโฟน

(1 มัคคาบี Macc 9:50)
บัคคีสร้างป้อมปราการ อัลซีมัสเสียชีวิต
9:50 บัคคีเดสกลับไปกรุงเยรูซาเล็มแล้ว สร้างป้อมปราการตามเมืองต่างๆ ในแคว้นยูเดีย ที่เมืองเยริโค เอมมาอุส เบธขโฮโรน เบธเอล ทิมนาท ฟาราโธน และ เทโฟน มีกำแพงสูง มีดาลกั้นประตูเมือง
50 Bacchides went back to Jerusalem and began fortifying some of the Judaean towns: the fortresses of Jericho, Emmaus, Beth-Horon, Bethel, Timnath, Pharathon and Tephon, with high walls and barred gates,

เชิงอรรถ ยาว


หมู่บ้านของTuffuch, 3.5ไมล์ที่ตะวันตกเฉียงเหนือของHebron, ถ้าที่ตั้งเป็นไปได้ ที่มันอยู่ บนขอบของสันเขาสูง เพราะโดยรอบของทิศทางมี สวนผลไม้มากมาย;ทางหลวงเก่าแก่วิ่งผ่านหมู่บ้าน, และมี ที่เก็บน้ำขนาดใหญ่ (มักไว้ใต้ดิน)จำนวนมากมาย และถ้ำหลายหลายถ้ำ (ดูPEF, III, 310, 379, Sh XXI )

Source :Beth-tappuah netbible
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:18:05 น.  

 

Arum. See Cockle.

Cockle,ใน A. V., Job 31:40,
โยบปกป้องความซื่อสัตย์ของตนเอง

31:40 ก็ขอให้มีต้นผักหนามงอกแทนข้าวสาลี และหญ้าสาบแร้งแทนข้าวบาร์เลย์" จบถ้อยคำของโยบ
40 let brambles grow instead of wheat, rank weeds instead of barley!

การแปลถอดความของ A. V.และ R. V."stinking weeds วัชพืช ส่งกลิ่นเหม็น " ,""noisome weeds วัชพืช ที่เหม็น มีอันตราย เป็ฯพิษ " คือซึ่งถูกต้องมากยิ่งกว่า ของ D. V.,

มัทธิว Matthew 13:24-30, การแปลความหมายในภาษากรีก the Greek zizánia by cockle.

มัทธิว Matthew 13:24-30
อุปมาเรื่องข้าวละมาน


24 พระเยซูเจ้าทรงเล่าเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟังว่า "อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับชายคนหนึ่งที่หว่านข้าวพันธุ์ดีในนาของตน
25 ขณะที่ทุกคนนอนหลับศตรูก็มาหว่านข้าวละมานทับลงบนข้าวสาลี แล้วจากไป
26 เมื่อต้นข้าวงอกขึ้นจนออกรวง ข้าวละมานก็ปรากฎแซมอยู่ด้วย
27 บรรดาผู้รับใช้จึงไปหานายถามว่า นายครับ นายหว่านข้าวพันธุ์ดีในนามิใช่หรือ แล้วข้าวละมานมาจากที่ใดเล่า
28 นายตอบว่า ศตรูมาหว่านไว้ ผู้รับใช้จึงถามว่า นายต้องการให้เราไปถอนมันไหม
29 นายตอบว่า อย่าเลย เกรงว่าเมื่อท่านถอนข้าวละมาน ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย
30 จงปล่อยให้ข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วฉันจะบอกคนเก็บเกี่ยวว่า จงเก็บเกี่ยวข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อน เผาไฟเสียส่วนข้าวสาลีนั้น จงเก็บเข้ายุ้งของฉัน
24 He put another parable before them, 'The kingdom of Heaven may be compared to a man who sowed good seed in his field.
25 While everybody was asleep his enemy came, sowed darnel all among the wheat, and made off.
26 When the new wheat sprouted and ripened, then the darnel appeared as well.
27 The owner's labourers went to him and said, "Sir, was it not good seed that you sowed in your field? If so, where does the darnel come from?"
28 He said to them, "Some enemy has done this." And the labourers said, "Do you want us to go and weed it out?"
29 But he said, "No, because when you weed out the darnel you might pull up the wheat with it.
30 Let them both grow till the harvest; and at harvest time I shall say to the reapers: First collect the darnel and tie it in bundles to be burnt, then gather the wheat into my barn." '


ชื่อสองชื่อที่ใช้ในข้อความที่เป็นต้นฉบับในหัวข้อของพืชกับตัวอักษรแตกต่างกัน:


(1)เกี่ยวกับ นิรุกติศาสตร์ etymology (เอททะมอล'โลจี) ( n. เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของคำ นิรุกติศาสตร์,วิชาที่ว่าด้วยกำเนิดและการพัฒนาของคำ)

be’osha อ้างอิงถึงพืชจำนวนหนึ่งของกลิ่นซึ่งทำให้ไม่เป็นที่พอใจ(มีกลิ่นเหม็น) ;

นอกเหนือไปจากพืชที่วัชพืชที่ส่งกลิ่นเหม็น the stink-weed ( Datura stramonium ) the ill-smelling goose-weeds พืชที่ส่งกลิ่นเหม็น ( Solanum nigrum )

the stink-weed (Datura stramonium)



Datura stramonium,เป็ฯที่รู้จักกันในชื่อสามัญ jimson weed, ditch weed, stink weed, loco weed, Korean morning glory, Jamestown weed, thorn apple, angel's trumpet, devil's trumpet, devil's snare, devil's seed, mad hatter, crazy tea, malpitte, "poor man's acid" and, along with Datura metel (zombie cucumber)



คือวัชพืชธรรมดาในตะกูล Nightshade จำกัดอยู่ในtropane alkaloids บางครั้งใช้เป็นสารหลอนประสาท เป็นส่วนผสม ของ atropine ((เอ'โทรฟิน) n. แอลกาลอยด์พิษจากต้น belladonna ใช้ลดอาการชักเกรง ลดการคัดหลั่งทำให้รูม่านตาขยาย a poisonous alkaloid) หรือส่วนผสมของ hyoscyamine(ยาสำหรับอาการปวดประสาท) และ ส่วนผสมของ scopolamine ที่แบ่งออกเป็นประเภทหมวดหมู่ของ deliriants ( อาการเพ้อคลั่ง (ทางการแพทย์)) หรือ anticholinergics

เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงของการใช้ยาเกินขนาดโดยผู้ใช้ยาไม่แจ้ง ทำให้เกิดการเข้ารักษาในโรงพยาบาลจำนวนมากมาย และมีความตายเกิดขึ้นจำนวนหนึ่ง นี้คือถูกรายงานจากผู้ที่เคยใช้ยาสำหรับ ความบันเทิง

จำพวกชนิดพันธุ์พืช กำเนิดมาจาก " datura ", ภาษาสันสกฤตโบราณ สำหรับพืช Stramonium โดยต้นกำเนิดดั้งเดิมมาจากประเทศ กรีก, strychnos ( nightshade )และ manikos(mad)

Source :http://en.wikipedia.org/wiki/
Datura_stramonium

the ill-smelling goose-weeds พืชที่ส่งกลิ่นเหม็น ( Solanum nigrum )



Solanum nigrum (ชาวยุโรปเรียก Black Nightshade หรือภาษาพื้นเมือง "black nightshade", Duscle, Garden Nightshade, Hound's Berry, Petty Morel, Small-fruited black nightshade or popolo)คือพืชชนิดหนึ่งในตะกูล the Solanum genus,พบตามธรรมชาติใน Eurasia และ ถูกนำเข้าไปในอเมริกา ผลของมันและใบเขียวเป็นพิษ
เป็นพืชที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวกับการใช้ทำเป็นยา กลับไปสู่ยุคโบราณของกรีก
พืชเป็นที่รู้จักกันคือ Peddakasha pandla koora อยู่ในภูมิภาค Telangana

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Solanum_nigrum

ยังมีพืชหลายๆชนิดที่มีกลิ่นเหม็น

arums


Arum maculatum


Two young Arum palaestinum plants

Arum คือจำพวกหนึ่งใน 25 speciesของพืชดอกในตะกูลAraceae, ต้นกำเนิดในยุโรป,แอฟริกาทางเหนือ,และเอเซียทางด้านตะวันตก, กับความแตกต่าง species ที่หลากหลายที่สุดพบในภูมิภาคบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนดิเททิฟว

พืชเหล่านี้คือ rhizomatous, ที่เติบโตพืชตลอดปี ลำต้นไม้อ่อน สูง 20 - 60 cm กับ sagittate ใบไม้ยาว 10 - 55 cm ยาว ดอกไม้ spadix แตกปลี รอบทิศทางโดยยาว 10 - 40 cm ใบอ่อนรอบดอกมีสี อาจจะขาว, เหลือง, สีน้ำตาลหรือ species จำนวนหนึ่งมีสีม่วงได้กลิ่น ผลไม้ลูก เล็กๆส้มหรือสีแดง
ส่วนทั้งหมดของพืชเป็นพิษ จำนวนสิ่งที่มีนัยสำคัญของธาตุ calcium oxalate

Source :http://en.wikipedia.org/
wiki/Arum

henbanes (henbane [N] พืชจำพวก Hyoscyamus niger ใบมีหนามขนและมีกลิ่นเหม็น เป็นพืชที่ใช้ทำยาพิษ ),

Henbane (Hyoscyamus niger[1]),เป็นที่รู้จักกันดี คือ stinking nightshade,คือพืชในตะกูล Solanaceae ถิ่นกำเนิดใน Eurasia ปัจจุบันพบได้ทั่วไป

ประวัติศาสตร์ของการใช้ความเป็นพิษ


มันที่ถูกใช้ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ในการรวมเข้าด้วยกันกับพืชอื่นๆ, เช่นเดียวกันกับ mandrake เป็นอันตรายถึงตายได้ nightshade, และ datura เป็นขนาดยาที่ดื่มครั้งหนึ่ง ทำให้สลบหมดความรู้สึกตัว (anaesthetic), รวมทั้งมีคุณสมบัติ ที่กระทบกระเทือนใจความคิดหรืออารมณ์หรือกระบวนการเกี่ยวกับจิตใจอื่นๆ (psychoactive) และ การใช้นำมากลั่นด้วยเวทย์มนต์ (ทำเป็นเหล้า หรือชง ต้ม หมักเหล้า) คุณสมบัติ เหล่านี้รวมถึงอาการหลอนประสาท และความรู้สึกสัมผัสหนึ่งความรู้สึกสัมผัสของการโบยบิน การใช้ของมันโดยดั้งเดิมในยุโรป เอเซียและอาหรับ แม้มันแผ่ขยายให้ประเทศอังกฤษในบางเวลาระหว่างยุคกึ่งกลาง การใช้ของ Henbane (henbane [N] พืชจำพวก Hyoscyamus niger ใบมีหนามขนและมีกลิ่นเหม็น เป็นพืชที่ใช้ทำยาพิษ)โดยชาวกรีกโบราณ ทำเป็นบันทึกเอกสารโดย Pliny พืชถูกบันทึกเนื่องจากว่า Herba Apollinaris, คือถูกใช้เพื่อให้ผลของเทพยากรณ์โดย (นักบวชหญิงกรีกโบราณ) ของเทพเจ้าแห่ง apolloอพลโล

Source :http://en.wikipedia.org/wiki/Henbane

mandrakes
(mandrake [N] ต้นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งมีพิษ รากมีลักษณะคล้ายคน ,ต้นจำพวก Mandragora officinarum มีรากคล้ายคน, พรรณไม้ชนิดหนึ่งใช้ทำยา)



Mandragora, from Tacuinum Sanitatis (1474).

Mandrake ชื่อสามัญเป็นสปีชี่หนึ่งของ genus Mandragora อยู่ในตะกูล nightshades ( Solanaceae ) มีสารหลอนประสาท เป็นยาพิษสิ่งที่มีโอกาสอาการเพ้อคลั่ง หรือความผิดปกติเกี่ยวกับจิตใจ เช่นเดียวกันกับ tropane alkaloids ได้แก่ hyoscyamine และรากของมันบางครั้งแบ่งแยกเป็นสองขา ที่คล้ายกับโครงสร้างของมนุษย์ รากของมันใช้ทำพิธีเวทย์มนต์ ปัจจุบันนี้ พวก neopagan เช่นเดียวกันกับพวก Wicca และ Germanic revivalism ยังใช้อยู่

Source :http://en.wikipedia.org/wiki/
Mandrake_(plant)

ในปาเลซสไตล์ ดังนั้น be’osha ปรากฎทั่วไป ในการตั้งชื่อ การเรียกชื่อที่นำมาประยุกต์ใช้ของ พืชที่ เป็นพิษ ที่เป็นอันตรายของวัชพืชรุกรานทั้งหมด

ในthe English Bibles พระคัมภีร์ไบเบิลอังกฤษ, อิสยาห์ Isaiah 5:2-4, รูปแบบคำที่แสดงเป็ฯพหูพจน์(จำนวนมากมาย มากกว่าหนึ่ง)ถูกแปลว่า "wild grapes"
ของ New Jerusalem Bible use ใช้ yield fine grapes ลูกเถาเปรี้ยว

การแปลถอดความที่อ่อนแอในทัศนะข้อคิดเห็นของการไม่ยอมรับไม่เห็ฯด้วยในการตัดสินพิจารณา การออกเสียง ที่ขัดแย้งเปรียบเทียบ กับ สวนองุ่นthe vineyard ใน Context ( (n) (ศัพท์เฉพาะทฤษฎีการแปล) บริบท (คำหรือข้อความแวดล้อมที่ช่วยให้เข้าใจความหมาย )

be’ushim อาจแปลว่าผลไม้มีกลิ่นเหม็น และ be’osha แปลว่า วัชพืชมีกลิ่นเหม็น

In Isa. 5:2, 4 the plural form is rendered "wild grapes."

อิสยาห์ Isaiah 5:2-4
พระเจ้าทรงทำลายสวนองุ่นที่ไร้ผล

5:1 บัดนี้ข้าพเจ้าจะร้องเพลงถึงที่รักของข้าพเจ้า เป็นเพลงของที่รักของข้าพเจ้าเกี่ยวกับสวนองุ่นของท่าน ที่รักของข้าพเจ้ามีสวนองุ่นแปลงหนึ่ง อยู่บนเนินเขาอันอุดมยิ่ง
5:2 ท่านทำรั้วไว้รอบแล้วเก็บก้อนหินออกหมดและปลูกเถาองุ่นอย่างดีไว้ ท่านสร้างหอเฝ้าไว้ท่ามกลาง และสกัดบ่อย่ำองุ่นไว้ในสวนนั้นด้วย ท่านมุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น แต่มันบังเกิดลูกเถาเปรี้ยว
5:3 บัดนี้ โอ ชาวเยรูซาเล็มและคนยูดาห์เอ๋ย ขอตัดสินระหว่างเราและสวนองุ่นของเรา
5:4 มีอะไรอีกที่จะทำได้เพื่อสวนองุ่นของเรา ซึ่งเรายังไม่ได้ทำให้ ก็เมื่อเรามุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น ไฉนมันจึงเกิดลูกเถาเปรี้ยว

2 He dug it, cleared it of stones, and planted it with red grapes. In the middle he built a tower, he hewed a press there too. He expected it to yield fine grapes: wild grapes were all it yielded.

3 And now, citizens of Jerusalem and people of Judah, I ask you to judge between me and my vineyard.

4 What more could I have done for my vineyard that I have not done? Why, when I expected it to yield fine grapes, has it yielded wild ones?


มัทธิว Matthew 13:24-30, การแปลความหมายในภาษากรีก the Greek zizánia by cockle.ข้าวละมาน

(2) zizánia

จาก aram ((เอ'แรม'อา'รัม) n. ประเทศซีเรียโบราณ ) zonin ยืนหยัดสำหรับคำว่า Lolium temulentum, หรือ bearded darnel เป็นเพียงหญ้าเท่านั้น กับเมล็ดที่เป็นพิษ,







Source:http://en.wikipedia.org/wiki/Darnel

เพราะฉะนั้นการแปลของเวอร์ชันทั้งสอง ยังไม่แน่นอน

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:17:06 น.  

 

Ash Tree.
(แอช) n. ชื่อต้นไม้จำพวก Fraxinus

( ใน A. V. for Heb., ’oren; ใน D. V. "pine")



คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล

อิสยาห์Isaiah 44:14
พระสัญญาเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์

44:14 เขาตัดต้นสนสีดาร์ลง เขาเลือกต้นสนจีนและต้นโอ๊ก และปล่อยให้มันงอกขึ้นอย่างแข็งแรงท่ามกลางต้นไม้ในป่า เขาปลูกต้นแอชและฝนก็เลี้ยงมัน
14 He has cut down cedars, has selected an oak and a terebinth which he has grown for himself among the trees in the forest and has planted a pine tree which the rain has nourished.


การแกะสลักที่ Palmyra (Tadmor), Syria.

อธิบายว่าพืชต้นไม้นี้ เป็นพืชต้องการน้ำเพียงแค่จากฝนตกเพียงเท่านั้น ต้นไม้นี้ถูกตัดแกะสลักให้เหมาะสมเข้าไปในความนึกคิดจินตนาการ และใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิง

อิสยาห์ Isaiah 44:15
พระสัญญาเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์

44:15 แล้วมนุษย์จะเอาไปเผาเสีย เขาเอามันมาส่วนหนึ่งและให้อบอุ่นตัวเขา เออ เขาก่อไฟและปิ้งขนมปัง และเขาเอามาทำพระองค์หนึ่งและนมัสการมันด้วย เออ เขาทำเป็นรูปแกะสลักและกราบรูปนั้น
15 Once it is suitable to burn, he takes some of it to warm himself; having kindled it, he bakes bread. But he also makes a god and worships it; he makes an idol from it and bows down before it.



Mount Gerazim, Palestine.

ซึ่งเป็นไปได้มากต้นไม้หมายถึง Pinus pinea เกี่ยวกับ Pinus maritimaหรือ stone pine ค่อนข้างดีกว่า ash , และความหลายหลายของ species ต่างๆของ Fraxinusที่ เติบโตเพียงแค่ในภูเขา Syria ดินแดนภายนอกของ ปาเลสไตน์

Pines

Aleppo pine (P. halepensis) brutia pine (P. brutia), and stone pine ( Pinus pinaea )


Stone pine. Ramallah, Palestine.
Note the characteristic crown

ต้นสนสามใบที่ถูกเจอในตะวันออกกลางบ่อยๆ Pinus pinea,the stone pine หรือ umbrella pine (ในที่นี้หมายถึงการให้ร่มเงาของมัน-เหมือนการปรากฏเมื่อมันเจริญเติบโตเต็มที่),คือเติบโตอย่างมากยสำหรับเมล็ดของมัน คือสิ่งที่ประกอบสำคัญในอาหารทางตะวันออก กลางปัจจุบันนี้ ส่วนมากของเมล็ดเหล่านี้ถูกนำเข้าจากจีนและอาจจะถูกผลิตโดยต้นไม้ที่มากกว่าต้นstone pine ต้นสนทั้งหมดมีเมล็ดกินได้เป็นส่วนมาก อย่างไรก็ตามมีฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่เล็กน้อยเกินไป


Mount Carmel, Israel.

ต้นสนชนิดที่สอง คือ Aleppo pine, P. halepensis และ P. brutia ไม่มีชื่อสามัญ และเติบโตอย่างกว้างขวางใน Syria และตุรกี มีป่าส่วนที่เหลือของ Aleppo pine ในอิสราเอล และ จอร์แดน ต้นสนทั้งสองชนิดนี้ Aleppo โศกเศร้าในประเทศอิสราเอลและJordan ต้นสนทั้งสองคือยังคงรักษาไว้มีชีวิตชีวาตามธรรมชาติ

ใน เนหะมีย์ Nehemiah 8:15 และ อิสยาห์ Isaiah 41:19 the Aleppo pine brutia pine คือเป็นไปได้นั้นคือความหมาย ในเหล่านี้แต่ละอันที่กล่าวถึง สามเอกสารอ้างอิงความสวยงามของต้นไม้ที่ถูกเน้น สิ่งนี้ใช้ได้ที่เป็นต้นสนคือเป็นต้นไม้เขียวตลอดปี,มีกลิ่นหอม อีกด้วย ไม้สนเหมาะสำหรับการก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์

เนหะมีย์ Nehemiah 8:15
การถือเทศกาลอยู่เพิง

8:15 และเขาควรจะประกาศและป่าวร้องในหัวเมืองทั้งปวง และในเยรูซาเล็มว่า "จงออกไปที่ภูเขา และนำกิ่งมะกอกเทศ กิ่งไม้สน กิ่งต้นน้ำมันเขียว ใบอินทผลัม และกิ่งไม้ใบดกอื่นๆ เพื่อทำเพิง ดังที่ได้เขียนไว้"
15 So they issued a proclamation and had it circulated in all their towns and in Jerusalem: 'Go into the hills and bring branches of olive, pine, myrtle, palm and other leafy trees to make shelters, as it says in the book.'

อิสยาห์ Isaiah 41:19
ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและความอ่อนแอของมนุษย์

41:19 ในถิ่นทุรกันดารเราจะปลูกต้นสนสีดาร์ ต้นกระถินเทศ ต้นน้ำมันเขียว และต้นมะกอกเทศ ในทะเลทรายเราจะวางต้นสนสามใบ ทั้งต้นสนเขาและต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดปีด้วยกัน
19 I shall plant the desert with cedar trees, acacias, myrtles and olives; in the wastelands I shall put cypress trees, plane trees and box trees side by side;



ในโฮเชยา Hosea 14:8 อ้างอิงถึงต้นสนคือผลิตผลที่กินได้อย่างเด่นชัด,บางทีต้น stone pine.

โฮเชยา Hosea 14:8
การสารภาพและการกลับใจนำพระพรมา

14:8 เอฟราอิมจะกล่าวว่า "เราต้องเกี่ยวข้องอะไรกับรูปเคารพต่อไป" เราเองได้ยินเขาและคอยดูเขา เราเป็นเหมือนต้นสนสามใบเขียวสด และผลของเจ้าก็ได้มาจากเรา

New Jerusalem Bible verse 9
9 What has Ephraim to do with idols any more when I hear him and watch over him? I am like an evergreen cypress, you owe your fruitfulness to me.


Mount Gerazim, Palestine.

มันยากที่จะพูดกับความแน่นอน ของต้นสนซึ่งมีเจตนาในพระคัมภีร์ไบเบิล คำที่ถูกใช้สำหรับต้นไม้เขียวตลอดปีหรืออื่นๆเช่นเดียวกัน และกับสิ่งทอบางที่ละเอียดที่ใช้ทำเสื้อผ้าที่ทำจากต้นสนบ่อยๆ

Source :http://www.odu.edu/~lmusselm/
plant/bible/aleppopine.php

Pine ของคาทอลิก
ต้น Pine แปลมาจากภาษาฮิบรูว่า



Carving, Palmyria, Syria.

(1) ’oren (อิสยา Isaiah 44:14; A.V. "ash", เป็ฯไปได้มากคือ Pinus pinea;

อิสยาห์Isaiah 44:14
พระสัญญาเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์

44:14 เขาตัดต้นสนสีดาร์ลง เขาเลือกต้นสนจีนและต้นโอ๊ก และปล่อยให้มันงอกขึ้นอย่างแข็งแรงท่ามกลางต้นไม้ในป่า เขาปลูกต้นแอชและฝนก็เลี้ยงมัน
14 He has cut down cedars, has selected an oak and a terebinth which he has grown for himself among the trees in the forest and has planted a pine tree which the rain has nourished.


(2) thidhar (อิสยาห์ Isaiah 60:13;อิสยาห์ Isaiah 41:19; ใน D.V. "elm"), the elm ค่อนข้างดีกว่า pine.

อิสยาห์ Isaiah 60:13
สง่าราศีของศิโยนในอนาคต

60:13 สง่าราศีแห่งเลบานอนจะมายังเจ้า คือต้นสนสามใบ ต้นสนเขาและต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดปีด้วยกัน เพื่อจะกระทำให้ที่แห่งสถานบริสุทธิ์ของเรางดงาม และเราจะกระทำให้ที่แห่งเท้าของเรารุ่งโรจน์
13 The glory of the Lebanon will come to you, cypress, plane-tree, box-tree, one and all, to adorn the site of my sanctuary, for me to honour the place where I stand.

อิสยาห์ Isaiah 41:19
ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและความอ่อนแอของมนุษย์

41:19 ในถิ่นทุรกันดารเราจะปลูกต้นสนสีดาร์ ต้นกระถินเทศ ต้นน้ำมันเขียว และต้นมะกอกเทศ ในทะเลทรายเราจะวางต้นสนสามใบ ทั้งต้นสนเขาและต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดปีด้วยกัน
19 I shall plant the desert with cedar trees, acacias, myrtles and olives; in the wastelands I shall put cypress trees, plane trees and box trees side by side;


Seeds.

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:29:17 น.  

 
Aspalathus
(บุตรสิรา Ecclus., xxiv, 20; Greek, xxiv, 20; D. V. "aromatical balm ยาหม่องพืชยาหรือวัตถุที่มีกลิ่นหอม")

ของ ฉบับ Septuagint: Sirach Chapter 24 :19-20

Septuagint [N] พระคัมภีร์ไบเบิลฉบับเก่า, See also: (แปลเป็นภาษากรีกในช่วงศตวรรษที่ 2 และ 3 ก่อนคริสตกาล)

(เดา ภาษากรีก อะ กันเหนียวไว้ก่อน อ่านภาษากรีกไม่ออกอะ)

19 προσέλθετε πρός με οἱ ἐπιθυμοῦντές μου καὶ ἀπὸ τῶν γενημάτων μου ἐμπλήσθητε

20 τὸ γὰρ μνημόσυνόν μου ὑπὲρ τὸ μέλι γλυκύ καὶ ἡ κληρονομία μου ὑπὲρ μέλιτος κηρίον

Source :http://sacred-texts.com/bib/sep/sir.htm


ของฉบับ Vulgate (Latin): Sirach Chapter 24:20
Vulgate [N] คัมภีร์ไบเบิลภาษาละตินในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

20 Sicut cinnamomum et balsamum aromatizans odorem dedi;
quasi myrrha electa dedi suavitatem odoris:

Source :http://sacred-texts.com/bib/vul/sir.htm

ของ King James บุตรสิรา Ecclesiasticus 24:15

I gave a sweet smell like cinnamon and aspalathus, and I yielded a pleasant odour like the best myrrh, as galbanum, and onyx, and sweet storax, and as the fume of frankincense in the tabernacle


ของ New Jerusalem Bible:บุตรสิรา Ecclesiasticus Chapter 24:15

15 Like cinnamon and acanthus, I have yielded a perfume, like choice myrrh, have breathed out a scent, like galbanum, onycha, labdanum, like the smoke of incense in the tent.
Source : http://www.catholic.org/bible/book.php?id=28

คาทอลิกใช้คำว่า acanthus แปลว่า ต้นกระถินเทศอะ

พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deulerocanonical books
ของ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์
:บุตรสิรา Ecclesiasticus Chapter 24:15

ปรีชาญาณยกย่องตนเอง

15 ข้าพเจ้าส่งกลิ่นหอมเหมือนอบเชยและกระถินเทศ
ให้กลิ่นหอมเหมือนมดยอบชนิดเยี่ยม
เหมือนมหาหิงคุ์ ชะมดเชียงและกำยาน
เหมือนควันกำยานในกระโจม

เชิงอรรถ ยาวว
ปรีชาญาณยกย่องตนเอง


กระโจม


Camel Thorn กระถินเทศ

Acacia erioloba (formerly Acacia giraffae)ชื่อสามัญที่รู้จักกันดีคือ Camel Thorn, Kameeldoring (Afrikaans), Giraffe Thorn หรือ Mokala (Tswana)

Acacia erioloba Camel Thorn









source :http://en.wikipedia.org/wiki/Acacia_erioloba

และพืชมีหนามให้ผลในด้านมูลค่าของน้ำหอม มันเป็นไปไม่ได้ที่ระบุความแน่นอนของมัน แต่นักวิจัย ส่วนมาก ก็เชื่อว่ามันคือ พืชไม้ดอก Convolvulus scoparius ที่เรียกว่า Lignum rhodium (rose-scented wood) อีกด้วย

และบ่อยครั้งถูกพูดถึงโดยนักเขียนโบราณ เช่น (Theognis Hippocrates, Theophrastes, Plutarch, Pliny etc.)


next...ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:36:59 น.  

 
ส่วนนี้เอามาจากหนังสือ "The London MedicalDictionary",
โดย Bartholomew Parr.


หรือหาได้จาก Amazon: London Medical Dictionary.

Aspalathus
(From α, priv.)ที่เรียกกันว่า
Rhodium lignum, dipsa-con, lignum roses odora, lign. thuris, erysisceptrum, Rhodina radix, Rhodium, or rose wood. Genista

Canariensis Lin. Sp. Pi. 997. Nat. order papiliona-ce*.

ไม้กุหลาบคือรากหรือไม้ของต้นไม้ขนาดเล็กมีหนามนำมาจากหมู่เกาะ Canary เป็นชิ้นโค้งงอ ภายนอกสีค่อนข้างขาว ภายในออกสีเหลือ กับค่อนข้างออกแดง , สียิ่งเข้มๆๆคือไม้ที่ดีที่สุด

เมื่อขัดหรือ ขูด มันมีกลิ่นเหมือนกุหลาบ เพื่ออารมณ์ความมีชีวิตชีวาของ สีแดงเข้มที่มันให้ออกมา
มันคือความบริสุทธิ์ของมันทั้งหมด แต่สารละลายนี้ไม่มีสิ่งใดเพิ่มขึ้นในการกลั่นยกเว้นอารมณ์ ที่ได้รับผลกระทบกับกลิ่นหรือรสชาดของไม้นี้ น้ำที่ได้สะกัดอย่างบริสุทธิ์ และกลั่นออกมากลิ่นเหมือนกับดอกกุหลาบ 50 ปอนด์ของน้ำหนัก ไม้ที่ดี ให้ น้ำมันกุหลาบได้ 1 ปอนด์ มันถูกใช้เป็นน้ำหอม มากกว่าน้ำมันกุหลาบ แต่กลิ่นของมันก็เช่นเดียวกัน และ สามารถใช้เป็ฯยาบำรุงหัวใจได้จากไม้ของมัน

Source :http://chestofbooks.com/health/reference/London-Medical-Dictionary/Aspalathus.html


ส่วนนี้ เอามาจาก วารสารRevue / Journal Title

Bulletin of the American Schools of Oriental Research ISSN 0003-097X

เรื่อง The Aspalathus caper

ผู้เขียน MILLER N. F. (1) ;


(1) University of Pennsylvania Museum, 33rd and Spruce Streets, Philadelphia, Pennsylvania 19104, ETATS-UNIS

จากบันทึกของ ปลินี่Pliny ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ" (Natural History)

ในบริเวณเช่นเดียวกันกับ เกาะ Cyprus การเติบโตของต้น camel's thorn
[aspalathos] หนามสีขาว ต้นขนาดของมันปานกลาง กับดอกกุหลาบ รากของมันอยู่ในความต้องการใช้สำหรับทำยาทาหรือขี้ผึ้ง ผู้คนกล่าวว่า ต้นไม้เตี้ยๆเป็นพุ่มขนาดเล็กใดๆ บนรูปแบบโครงสร้างเหมือนรุ้งกินน้ำที่เป็นรูปโค้งแบบโบราณโบราณ มันส่งกลิ่นหอมหวาน ออกมา เท่ากับว่านั่นคือ aspalathus,

แต่ถ้าไม่ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นในกรณีของ aspalathus กลิ่นที่ออกมาหอมหวานจนไม่สามารถบรรยายได้
บางครั้งเรียกว่า ต้นไม้เตี้ยๆเป็นพุ่ม red scepter [erysisceptrum] หรือ scepter อื่นๆ

การทดสอบของความแท้ของมันคือมีสีแดงซึ่งดูลุกเป็นไฟ ความเสถียรภาพ คือให้การสัมผัสและกลิ่นของมันเหมือนกับ น้ำมัน beaver-oil มันขายในราคา 5 denarii ต่อน้ำหนัก 1 ปอนด์
(Pliny Nat. Hist. 12.52.10). .


ปลินี่ (Pliny)


ค.ศ. 23/24-79 เจ้าของประโยคที่ว่า " จงทำชีวิตให้ตื่นเสมอ " นี่เป็นข้อบัญญัติของผู้บริหารผู้ปกครองอาณาจักรโรมันซึ่งถูกบันทึกไว้ในตำราของปลินี่
ที่ชื่อว่า "ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ" (Natural History) ชุดตำราดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือถึง 37 เล่มเนื้อหาสาระสำหรับนักพฤกษศาสตร์นักนิยมสมุนไพรในช่วง ศตวรรษที่ 17 ระหว่างเล่มที่ 12 ถึง 19 เกี่ยวกับวิชาพฤกษศาสตร์ และเล่มที่ 20-27 ว่าด้วยเรื่องเภสัชวิทยาของพืช ปลินี่ เป็นคนร่วมสมัยเดียวกับนายแพทย์ชาวกรีกที่มีชื่อว่า ไดออสคอไรดส์ ผู้ซึ่งได้เขียนตำราเกี่ยวกับต้นไม้ยามาถึงปัจจุบัน ปลินี่ เป็นนักธรรมชาตินิยมอย่างแท้จริง ในช่วงบั้นปลายของชีวิตเขายังไปเที่ยวสำรวจธรรมชาติแถบภูเขาไฟวิซูเวียส และต้องจบชีวิตลงด้วยการระเบิดของภูเขาไฟวิซูเวียส เราทราบเรื่องราวนี้ได้จากการบันทึกของหลานชายของเขาที่ชื่อ Pliny the Younger ในจดหมายบรรยายเหตุการณ์การระเบิดของภูเขาไฟ

Source :http://www.gpo.or.th/various_pharmacy/
persons/Pliny.html

บันทึกของ Dioscoridesไดออสคอไรดส์,ตำราเภสัช De Materia Medica I, 19).

Aspalathus บางครั้งเรียกว่า erysisceptrum [i.e., red scepter]

มันคือชนิดหนึ่งของต้นไม้เตี้ยๆเป็นพุ่ม เต็มไปด้วยหนามจำนวนมากมาย เติบโตใน Istrus, & Nisyrus, & Syria, & Rhodes,ซึ่ง ผู้ทำ the oyntment-makers vse สำหรับ ทำเป็ฯ ครีม ขี้ผึ้ง น้ำมันนวดตัว สีค่อนข้างจะเป็นสีแดง หรือสีม่วง มันหนาทึบ และมีกลิ่น และรสชาดขมเล็กน้อย

ไดออสคอไรดส์ Dioscorides(ประมาณ คริสศตวรรษที่หนึ่ง)


เป็นนายแพทย์ชาวกรีกผู้เขียนตำราการแพทย์ที่เก่าแก่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการแพทย์ ท่านถือกำเนิดใกล้ทารซัส (ปัจจุบันเป็นประเทศตรุกี) ในช่วงเวลาอาจใกล้เคียง
กับการประสูติของพระเยซู เรารู้ประวัติส่วนตัวท่านน้อยมาก ทราบเพียงคร่าวๆ ว่าท่านเคยทำงานในกองทัพทหารโรมัน มีผลงานเขียนตำราเภสัชได้แก่ De Materia Medica กล่าวถึงต้นไม้ มากกว่า 600 ชนิด และสมุนไพรที่ได้จากสัตว์ 35 ชนิด ได้จากแร่ธาตุ 90 ชนิด ผลงาน
ของท่านเผยแพร่ไปร่วมเวลา 1600 ปี ตลอดดินแดนแถบตะวันตกถึงตะวันออกกลาง หนังสือได้ถูกรวบรวมพิมพ์โดยนักพฤกษศาสตร์ธรรมชาตินิยมผู้มีชื่อเสียง Pietro Mattiole ในนคร เวนิส ค.ศ.1544 Mattiole จะเน้นเรื่องของระบบพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ ชื่อพรรณไม้ ชื่อสามัญ
จำนวนมาก ที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบันเป็นผลจากการถ่ายทอดจากยุค Discorides

Source :http://www.gpo.or.th/various_pharmacy/
persons/Dioscorides.html

บันทึกของ Theophrastus, Enquiry into Plants 9.7.3

I gave a sweet smell like cinnamon and aspalathus, and I yielded a pleasant odour like the best myrrh, as galbanum, and onyx, and sweet storax, and as the fume offrankincense in the tabernacle (บุตรสิรา Ecclesiasticus 24:15).

สิ่งนี้คือรายชื่อทั่วไปของพืชที่ใช้สำหรับทำน้ำหอม
พืชยาและเครื่องเทศชนิดหนึ่ง ของเหล่านี้มันคือราก, เปลือกไม้, กิ่งก้าน, ไม้, เมล็ด, ยางไม้หรือดอกไม้สิ่งที่ในกรณีแตกต่างให้ผลน้ำหอม พวกเขาเติบโตในสถานที่จำนวนมากมาย, แต่ส่วนมากทั้งหมด มีกลิ่นหอมยอดเยี่ยมและส่วนมากมาจากเอเซียและบริเวณที่มีแดดกล้า ไม่มีมาจากทางยุโรป ยกเว้น ที่ไอริส (Theophrastus, Enquiry into Plants 9.7.3).


พาราเซลซัส Paracelus( ค.ศ. 1493-1541)

เป็นผู้หนึ่งที่เปลี่ยนทิศทางการแพทย์สมัยใหม่ เดิมทีเขามีชื่อว่า"ทรีโอฟราสตุส บอมบาสตุส วอน โฮเฮนเฮม" (Theophrastus Bombastus von Hohenheim) ภายหลังได้เปลื่ยนชื่อ, เขาเป็นชาวสวิส นายแพทย์ และ
ยังเป็นนักเคมีอีกด้วย เขารู้ว่าการที่พืชสมุนไพรสามารถใช้รักษาโรคอาการเจ็บป่วยได้นั้น เนื่องจากสารเคมีที่อยู่ในต้นไม้นั้นเอง เขาเป็นผู้นำในการสกัด สารส่วนสำคัญของสมุนไพรในรูปแบบที่เราเรียกว่า ทิงเจอร์ นับเป็นการปฏิวัติ
เภสัชกรรมในสมัยนั้น พาราเซลซัส ศึกษาสนใจทางพฤษศาสตร์, แร่ธาตุ ปรัชญาว่าด้วยธรรมชาติด้วย เขาเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว เขาถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัยในบาเซล เขาได้ตีพิมพ์หนังสือที่ว่าด้วย การวิจัยและค้นคว้าทางเภสัชเวท ที่ชื่อว่า " On the Virtues of Plants,Roots and Seeds"ที่นำเสนอทั้งการทดลองส่วนตัวของเขาและการทดลองในห้องแล็ป

Source :http://www.gpo.or.th/various_pharmacy/
persons/Paracelus.html


Revue / Journal Title

Bulletin of the American Schools of Oriental Research ISSN 0003-097X
Source 1995, no297, pp. 55-60 (24 ref.)
Language Anglais

Editeur / Publisher
American Schools of Oriental Research and Scholars Press, Missoula, MT, ETATS-UNIS (1919) (Revue)

Mots-clés anglais / English Keywords
Botany ; Perfume ; Plant ; Determination ; Asia Minor ;
Mots-clés français / French Keywords
Botanique ; Parfum ; Plante ; Détermination ; Asie Mineure ;
Localisation / Location
INIST-CNRS, Cote INIST : 23098, 35400006296579.0050


Source :
http://cat.inist.fr/?
aModele=afficheN&cpsidt=2878278

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:42:44 น.  

 
Balsam, Aromatical. See Aspalathus

Aspalathus
(บุตรสิรา Ecclus., xxiv, 20; Greek, xxiv, 20; D. V. "aromatical balm ยาหม่องพืชยาหรือวัตถุที่มีกลิ่นหอม")

Balsam, Aromatical. See Aspalathus

balsam [N] ต้นไม้ที่มีน้ำมันหอม (บอล'เซิม) n. ยางไม้หอมชนิดหนึ่ง,ขี้ผึ้งยา,ยาหม่อง, S. . balsamy adj.


Balm [EBD]

อย่างสรุปจาก Bal 'sam,คือชื่อทั่วไปสำหรับจำนวนมากมายของที่เป็ฯน้ำมันหรือสารสำคัญซึ่งเป็นยางหรือเรซินที่ไหลหยดจากต้นไม้จำนวนหนึ่งหรือพืชเมื่อผ่าเป็นรอยผ่านเปลือกไม้ ก็มียางหรือน้ำมันไหลออกมา


(1.) คำนี้เกิดขึ้นใน (ปฐมกาลGen. 37:25; 43:11;เยเรมีย์ Jer. 8:22; 46:11; 51:8;เอเศเคียล Ezek. 27:17)

ปฐมกาล Gen. 37:25
พี่ชายโยเซฟ

37:25 แล้วพี่ชายทุกคนก็นั่งกินอาหาร ทันใดนั้น เขาเงยหน้าขึ้น เห็นกองคาราวานของชาวอิชมาเอลกำลังเดินทางมาจากแคว้นกิเลอาดจะไปประเทศอียิปต์ มีอูฐบรรทุกยางสน เครื่องเทศและยางไม้หอมด้วย
25 They then sat down to eat. Looking up, they saw a group of Ishmaelites who were coming from Gilead, their camels laden with gum tragacanth, balsam and resin, which they were taking to Egypt.

เชิงอรรถ พี่ชายโยเซฟ


ปฐมกาล Gen.43:11
บุตรของยาโคบกลับไปอียิปต์พร้อมกับเบญจามิน

43:11 อิสราเอลผู้บิดาตอบว่า "ถ้าจะต้องการเอาน้องไป ก็จงทำดังนี้เถิด จงนำผลิตผลที่ดีที่สุดของแผ่นดินนี้ใส่กระสอบ นำยางสน น้ำผึ้ง เครื่องเทศ ยางไม้หอม ถั่ว และลูกอัลมอนด์ ไปให้ท่านผู้นั้นเป็นของกำนัล
11 Then their father Israel said to them, 'If it must be so, then do this: take some of the country's best products in your baggage and take them to the man as a gift: some balsam, some honey, gum tragacanth, resin, pistachio nuts and almonds.

เชิงอรรถ บุตรของยาโคบกลับไปอียิปต์พร้อมกับเบญจามิน
บทที่ 43 และ 44 มาจากตำนานยาห์วิสต์ยกเว้นคำอธิบายสั้นๆบางประโยคของผู้เรียบเรียง

คาทอลิกใช้ New Jerusalem
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล

เยเรมีย์ Jeremiah 8:22
ความบาปและการทรยศของยูดาห์

8:22 ไม่มีพิมเสนในกิเลอาดหรือ ไม่มีแพทย์ที่นั่นหรือ ทำไมสุขภาพของบุตรสาวแห่งประชาชนของข้าพเจ้าจึงไม่กลับสู่สภาพเดิมได้
22 Is there no balm in Gilead any more? Is no doctor there? Then why is there no progress in the cure of the daughter of my people?

คาทอลิกใช้ New Jerusalem
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล

เยเรมีย์ Jeremiah 46:11
คำพยากรณ์เรื่องอียิปต์

46:11 โอ ธิดาพรหมจารีแห่งอียิปต์เอ๋ย จงขึ้นไปที่กิเลอาด และไปเอาพิมเสน เจ้าได้ใช้ยาเป็นอันมากแล้ว และก็ไร้ผล สำหรับเจ้านั้นรักษาไม่หาย
11 Go up to Gilead and fetch balm, virgin daughter of Egypt! You multiply remedies in vain, nothing can cure you!

คาทอลิกใช้ New Jerusalem
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล

เยเรมีย์ Jeremiah 51:8
พระเจ้าจะทรงพิพากษากรุงบาบิโลน

51:8 บาบิโลนได้ล้มลงและแตกไปอย่างฉับพลัน จงคร่ำครวญเพื่อเธอเถิด จงเอาพิมเสนมาให้เธอบรรเทาปวด ชะรอยจะรักษาเธอให้หายได้กระมัง
8 Babylon has suddenly fallen, is broken: wail for her! Fetch balm for her wounds, perhaps she can be cured!

คาทอลิกใช้ New Jerusalem
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล

เอเศเคียล Ezek. 27:17
บทคร่ำครวญเรื่องเมืองไทระ (วว 18:1-24)

27:17 ยูดาห์และแผ่นดินอิสราเอลก็ค้าขายกับเจ้า เขาเอาข้าวสาลีเมืองมินนิทและเมืองปานาง น้ำผึ้ง น้ำมัน พิมเสน มาแลกกับสินค้าของเจ้า
17 Judah and the land of Israel also traded with you, bringing corn from Minnith, pannag, honey, oil and balm.

และการแปลถอดความของภาษาฮิบรู คำว่า tsori_or _tseri ซึ่งหมายถึง ยางไม้ของต้นไม้ที่เติบโตใน Gilead ( q.v .)ซึ่งเป็นของล้ำค่าม๊ากก ชื่อเสียงและสรรพคุณในด้านยาของมันนี้ ได้ถูกหมุนเวียนแพร่กระจายเป็นสินค้าสำหรับคนอาหรับ และพ่อค้าชาวโฟนิเชียน Phoenician ต้นไม้เตี้ยๆเป็ฯพุ่มมีมูลค่าสูงอย่างมากที่ปาเลซสไตล์ และส่วนมากมีคุณสมบัติเฉพาะตัว


ในช่วงเวลาของ Josephus โยเซฟาส นักประวัติศาสตร์ชาวยิว มันถูกเพาะปลูกในบริเวณละแวกย่าน เมืองJerichoเยริโค และทะเล Dead sea มีธรรมเนียมคนอาหรับที่นั้น ว่าต้นไม้balm ที่ให้ผลผลิตนี้ ถูกนำมาโดยพระราชินีของ Sheba และนำมาเป็นของขวัญให้ King ซาโลมอน และ พระองค์ทรงปลูกมันไว้ในสวนของพระองค์ที่ เยริโค Jericho

(2.)ควาหมายอื่นๆของการแปลถอดความ ภาษาฮิบรู basam_ or _bosem,

จากคำว่า "balsam,ยางไม้หอมชนิดหนึ่ง" และตรงกับภาษากรีกว่า balsamon,คือมันถูกกลายมาจาก (ทางภาษาศาสตร์) มันถูกแปล ถอดความได้ว่า คือ "spice เครื่องเทศ "
(Cant. 5:1, 13; 6:2; margin of Revised Version, "balsam;" Ex. 35:28; 1 Kings 10:10)

อพยพ Exodus 35:28
VI การตกแต่ง การสร้างและจัดเครื่องใช้ในกระโจมที่ประทับของพระเจ้า
การรวบรวามวัสดุก่อสร้าง

35:28 นำเครื่องหอมน้ำมันสำหรับใส่ตะเกียง น้ำมันสำหรับเจิมและกำยานหอม
28 and the spices and oil for the light, for the anointing oil and for the fragrant incense.

เชิงอรรถ VI การตกแต่ง การสร้างและจัดเครื่องใช้ในกระโจมที่ประทับของพระเจ้า
ข้อความในบทที่ 35 ถึง 39 จะซ้ำกับข้อความในบทที่ 25 ถึง 31 เกือบคำต่อคำ โดยที่ในบทที่ 25 ถึง 31 เป็ฯพระบัญชาของพระเจ้า ส่วนในบที่ 35 ถึง 39 เป็นการปฎิบัติตามพระบัญชานั้น

1 พงค์กษัตริย์ Kings 10:10
ค. กษัตริย์ซาโลมอน นักธุรกิจ
พระราชินีแห่งเชบาเสด็จมาเยี่ยมกษัตริย์ซาโลมอน

10:10 พระราชินีแห่งเชบาทรงถวายทองคำหนักมากกว่าสี่ตัน กับเครื่องเทศและเพชรพลอยจำนวนมากแด่กษัตริย์ซาโลมอน ไม่เคยมีใครนำเครื่องเทศจำนวนมากเท่าที่พระราชินีแห่งเชบาทรงถวายแด่กษัตริย์ซาโลมอน
10 And she presented the king with a hundred and twenty talents of gold and great quantities of spices and precious stones; no such wealth of spices ever came again as those which the queen of Sheba gave to King Solomon.

เชิงอรรถ พระราชินีแห่งเชบาเสด็จมาเยี่ยมกษัตริย์ซาโลมอน



และหมายถึงว่า มันคือน้ำหอม เครื่องหอมโดยทั่วไป Basam ยังหมายถึง ต้นthe true balsam-plant ที่มีถิ่นกำเนิดในตอนใต้ของ อารเบีย South Arabia อีกด้วย (Cant. l.c.)



BALM [SMITH]

(from balsam , Heb. tzori, tezri)
(Genesis 37:25; 43:11; Jeremiah 8:22; 46:11; 51:8; Ezekiel 27:17)

(มันคือพืชยาหรือวัตถุที่มีกลิ่นหอม, หรือน้ำหล่อเลี้ยงในเนื้อเยื่อของมันมีกลิ่น เรซินหรือยางไม้สิ่งที่ซึมออกจากพืชนั้น.)ที่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุมันกับความแน่นอนใดๆของมัน







Binomial name :Pistacia lentiscus
Source : http://en.wikipedia.org/
wiki/Mastic

มันอาจจะแสดงว่าเป็นยางไม้ของ Pistacia lentiscus, หรือซึ่งเป็นไปได้มากของ Balsamodendron opobalsamum, ซึ่งมีความสัมพันธ์กันในthe balm of Gilead ซึ่งมีมากในGileadทางตะวันออก ของ Jordan

ต้นไม้พืชจำพวกที่คล้ายกัน(หรือต้นองุ่น) แต่อยู่ต่ำกว่า สูง 12-15 feet ปัจจุบันเรียกมันว่า the BALM OF GILEAD หรือ Meccabalsam ต้นไม้หรือ ต้นไม้เตี้ยๆที่เป็นพุ่มขนาดเล็กเป็นพืชท้องถิ่นโดยกำเนิดของรอบๆในภูเขาMecca[INCENSE กำยาน,เครื่องหอม ; SPICE, SPICES เครื่องเทศ ]

Hasselquist กล่าวว่า การไหลซึมออกมาจากพืช"มันเป็ฯสีเหลือง, และ โปร่งใส ส่วนมากมันมีกลิ่นหอม และเป็นยาง ยางไม้หอมชนิดหนึ่งและยอมรับว่า มันเหนียวเหนอะหนะ หรือ คล้ายกับกาวหรือแป้งเปียก ทำให้ติดนิ้วมือ คาดการณ์ว่า กับคุณภาพของพืชยาหรือวัตถุที่มีกลิ่นหอมใช้ในการรักษาโรคได้









Balsamodendron opobalsamum, the balm of Gilead
Source : http://www.encyclopedia.com/topic/
balm_of_Gilead.aspx

BALM [ISBE]
BALM - bam (tseri, tsori; Septuagint rhetine)
คือชื่อของยางที่มีกลิ่นที่กล่าวว่าถูกนำมาจาก Gilead โดย อิสมาเอลIshmaelite บนเส้นทางของพวกเค้าที่ไปถึงอียิปต์ (ปฐมกาล Gen 37:25 )
มันถูกแปลว่า "balm น้ำมันหอม,ขี้ผึ้ง ยาหม่อง ยาหม่อง" ในthe King James Version and the Revised Version (British and American)

แต่มันถูกเรียกว่า "mastic,"ใน the Revised Version, margin.

ใน (ปฐมกาล Gen 43:11) มันคือหนึ่งในของขวัญที่ส่งโดยยาคอบไปถึง โยแซฟ และใน( เอเซเคียลEzek 27:17 )มันคือชื่อหนึ่งในสินค้าที่ชาวยูดาห์ส่งไปที่เมืองไทระ Tyre.
ประกาศกเยเรมีย์ กล่าวถึง เชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย (เยเรมีย์Jeremiah 8:22; 46:11; 51:8)

คุณสมบัติเกี่ยวกับยาของมัน ใช้ทาบาดแผล และเป็นยาระงับประสาท ชื่อนี้ซึ่งกลายมาจาก (ทางภาษาศาสตร์)จากรากศัพย์ของมันมีความหมาย "to leak ซึมออก,"และประยุกต์ใช้จากการที่มันไหลซึมออกมา และมีความเหนียว เหมือนกับน้ำผึ้ง

ยางเรซิน ยางไม้ที่ผลิตใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ที่เยริโค Jericho ถูกสะกัดมาจาก the Balanites Aegyptiaca ที่เติบโตใน Ghor และขายให้แก่นักท่องเที่ยว ในกล่องที่เล็กๆ และ "Balm of Gilead,"ด้วย แต่มันเป็นไปไม่ได้ ว่ามันคือ tscori อย่างแท้จริง และและมันไม่มีคุณค่าเกี่ยวกับสรรพคุณของยา

นักเขียนยุคกรีกโรมันโบราณ ประยุกต์ใช้ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันคือ Mecca balsam ซึ่งยังคงนำเข้าไปในอียิปต์จากแหลมอารเบีย และในยุคล่าสุด การไหลซึมออกมาจาก The Balsamodendron opobalsamum ถิ่นต้นกำเนิดมาจาก southern Arabia และ Abyssinia

มันคือต้นไม้มีขนาดเล็ก มองดูเป็นริ้วๆ และเปลือกไม้ของมันค่อนข้างเหลือง และการไหลซึมออกมามันถูกบอกว่า มันคือการเก็บเกี่ยว (พืชผล)จากกิ่งก้านของมัน

ในปัจจุบันนี้ มันเติบโตที่นี้ ในปาเลสไตล์ Dr. Post และนักพฤกษศาสตร์อื่นๆ เคยสำรวจที่ ที่ Ghor และในGilead และไม่มีค้นพบมัน และไม่มีร่องอยในบริเวณใกล้เคียงในเมือง เยริโคJericho
ซึ่งPliny ปลินี่ กล่าวไว้มันเป็นแค่ ถิ่นที่อยู่
Strabo บรรยายว่า มันเติบโตในทะเลสาบกาลิลี และที่เยริโคด้วย แต่ แต่ทั้งคู่และนักเขียนโบราณคนอื่นๆเหล่านี้ ให้คำอธิบายไม่สอดคล้องกัน อย่างชัดเจน

เราเรียนรู้จาก ทรีโอฟราสตุสTheophrastus นั้นคือ เครื่องเทศจำนวนมากมายของทางตะวันออกไกล กว่าจะถึง ชายหาดเมดิเตอเรเนียน ผ่านไปสู่ปาเลสไตล เป็ฯการนำมาโดยขบวนนักเดินทางคาราวาน ชาวอาหรับ ซึ่ง เดินทางตัดผ่านชายแดนตะวันออกบริเวณประชิดกับ จอร์แดนJordan ซึ่ง Gilead มันถูกให้ชื่อนี้

และมันเป็นไปได้มาก ดังเช่นนั้นthe balm (น้ำมันหอม,ยาหม่อง,ยาขี้ผึ้งแก้ปวด)ยอมรับว่า มันคือชื่อท้องถิ่น Mecca balsam มีสีแดงอมส้ม เป็นของเหลวเปลี่ยนแปลงง่าย ระคายเคืองผิวหนังอย่างอ่อนๆ อาจเป็นไปได้ที่เป็ฯตัวกระตุ้นภายในอย่างอ่อนอ่อนและเป็นการฆ่าเชื้อโรค แต่คุณค่าของมันเป็นการรักษาที่เล็กน้อยม๊ากก

Source : http://net.bible.org/dictionary.php?word=Balm






โดย: Bernadette วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:22:58:32 น.  

 
ของคาทอลิก เอ็นไซโคพิเดีย catholic encyclopedia
Source :http://www.catholic.org/encyclopedia/
view.php?id=1438

Balsam

ยางไม้หอมคือที่เป็นน้ำมัน,ซึ่งเป็นยาง และเป็นสารสำคัญที่ให้กลิ่น, สิ่งที่ไหลอย่างเป็นธรรมชาติ หรือโดยรอยผ่ารอยบากจากพืชจำนวนหนึ่ง และสิ่งที่พระศาสนจักรผสมกับน้ำมันโอรีฟสำหรับใช้
chrism (คริส'ซึม)( n. น้ำมันมนต์ที่ใช้ในโบสถ์,การเจิมหรือชโลมด้วยน้ำมนต์ )

ยางไม้หอม มีจำนวนมากมายแพร่กระจายในอาณาจักรพืช การเป็นอยู่โดยเฉพาะอย่างอุดมสมบรูณ์ ในพืชตะกูลต้นสน แต่ชื่อถูกจำกัดโดยทั่วไปในปัจจุบัน ยางนี้นอกจากให้น้ำมันระเหยเป็นไอได้อย่างรวดเร็วบรรจุของเหลวที่มีฤทธิ์เป็นกรด benzoic (กำยาน) และ cinnamic (อบเชย)

ท่ามกลางยางไม้หอมที่ถูกต้องคือ the Balm of Gilead หรือMecca,คือสิ่งที่เพาะปลูกในแหลมอาราเบีย อียิปต์ ซีเรีย etc...และมีมูลค่าราคาสูงอย่างลิบลิ่ว

the copaiva balsam, Peru และ Tolu ทั้งสามทั้งหมดนี้ ถูกค้นพบส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ ของชื่อ The balsam อย่างไรก็ตาม มันถูปประยุกต์ผลิตใช้ในด้านเภสัชกรรมอย่างมากมายและสารสำคัญของยางมีกลิ่นซึ่งมีกลิ่นที่หอมอีกด้วย

ในทางปฏิบัติของโบสถ์ของการใช้ balsamยางไม้หอม และระบุว่า มันคือความโบราณมากมาก ถ้าย้อนกลับไปอาจเป็นไปได้ถึงยุค Apostolic (อัครสาวก) (See CHRISM.) ความขาดแคลนและราคาสูงของน้ำหอมอื่นๆ

ได้ให้ความสะดวก the Latin Church คือ เนื้อหาสาระกับ balm โดยลำพังในการเป็นสาร ส่วนผสมกับ holy chrism

;แต่ในทางตะวันออก สถานที่ซึ่งสภาพอากาศตามฤดูกาล อำนวยประโยชน์มากกว่าของเรา ในการให้การเติบโตกับพืชเหล่านี้

พระศาสนจักรใช้น้ำหอมไม่น้อยกว่า 36 ชนิดของน้ำหอมที่เป็นเลิศ เกี่ยวกับ Euchologion ในน้ำมัน ซึ่งทำด้วยครีมชนิดหนึ่งมีกลิ่นหอมที่งดงาม The Latin Church ไม่ได้ยืนยันปริมาณหรือคุณภาพของยางไม้หอมที่ถูกใช้เป็นสารสำคัญแต่อย่างใดๆ รู้แต่เพียงว่า โดยปรกติ ยางไม้หอมใช้ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ และปริมาณของมันที่จะให้กลิ่นหอมในน้ำมันที่เป็นที่เพียงพอ สิ่งนี้ที่ผสมของยางไม้หอมกับน้ำมันคือ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายของการบรรทุกและการขนส่ง โดยลงชื่อภายนอกว่า the good odour of Christ ซึ่งมันถูกเขียน (Cantic., i, 3):"We will run after thee to the odour of thy ointments." It typifies also the odour of good works, the thought which ought to inspire those who worthily receive the sacraments ; and it symbolizes an innocent life and the gifts of the Holy Spirit.

น้ำมันถูกจำลองเป็นแบบอย่างของกิจการที่ดี ซึ่งเป็นความความดลใจผู้ซึ่งได้รับศีลอย่างเหมาะสม และเป็นสัญญาลักษ์ตัวแทนของชีวิตที่ไม่มีมลทิล และรับพระหรรษทานจากพระจิตเจ้า



Pope Benedict XVI's 2008 Chrism Mass

Source : http://2.bp.blogspot.com/_jCtbCw5H-rk/R-zmshvRR1I/AAAAAAAAB68/oPChEdPvS3U/
s400/B16+Chrism+Mass+2008.jpg

ยางไม้หอม คือน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยthe bishop บิ๊ชอบ ที่พิธีมิซา ซึ่งพระคุณเจ้า ประกอบพิธีมิซซาอย่างเคร่งขรึมจริงจังในวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์Holy Thursday และถูกเทเข้าไปในน้ำมัน หลังจากพระคุณเจ้า ได้ดำเนินเข้าไปด้วยกันในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ด้วยความศรัทธา ขวดแก้วของยางไม้หอมถูกนำมาโดย subdeaconผู้ช่วยพระสงฆ์ ผู้ซึ่งตามลำดับบนเนื้อหาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนบิ๊ชอบ หลังจากเสกน้ำมัน มีการสวด พบในthe Roman Pontifical



Source :http://www.northamptondiocese.org/
site/Portals/0/Chrism%20Mass.jpg

บทอภิเสกน้ำมันคริสมา

: he calls it the fragrant tear of dry bark — the oozing of a favoured branch that gives us the priestly unction. Later he mixes the balsam with a little oil on a paten and pours it into the chrism with a suitable invocation:

"May this mixture of liquors be to those who shall be anointed with it, a propitiation and a salutary protection for ever and ever. Amen."

บิ๊ชอบเทเครื่องหอมลงในน้ำมันโดยไม่กล่าวอะไร และคนให้ทั่วแล้วเชิญทุกคนให้ภาวนาว่า

บิ๊ชอบ ให้เราภาวนา
ขอพระเป็นเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ ได้อำนวย พระพรและบันดาลความศักดิ์สิทธิ์แก่น้ำมันนี้ เพื่อทุกคนที่จะได้รับเจิมทาด้วยน้ำมันนี้ จะได้รับการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ เข้ามามีส่วนรับความรอดนิรันดร

บิ๊ชอบเป่าลมเหมือนน้ำมันคริสมา แล้วกางมือ กล่าวบทอภิเษกต่อไปนี้
(เลือกบทใดบทหนึ่งเพียงอย่างเดียว)

วันพฤหัส สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
พิธีเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์

อ่านเต็มๆ หน้า 480-491
หนังสือ มิซซาวันอาทิตย์ ฉบับพกพา คณะกรรมการพิธีกรรมแห่งประเทศไทย 1994

ในยุคแรกของพระสันตปาปา โดยปราศจากการใช้รูปแบบอย่างใดๆ และปรากฎจาก the Roman Ordines การเทยางไม้หอมเข้าไปในน้ำมัน ขณะที่ยังคงถูกเก็บใน the sacristy ก่อนภาคพิธีมิซซา (Ordo Romanus, X, n. 3; P. L., LXXVIII, 1010.),

แต่การให้พรหลังจากthe Communion of the pope และก่อนthe clergy and the faithful (Duchesne, Christian Worship, 2d Eng. ed., 305, 306, 467).

เกี่ยวกับ the Gregorian Sacramentary (Muratori, ed., P. L., LXXVIII, 330), อย่างไรกะตาม พระสันตปาปา the pope ผสมยางไม้หอมและนำมัน ระหว่างภาคพิธีมิซซา ใน โบส์ถ the Church of Soissons in France,ในเวลาหนึ่ง , the "Veni Creator" เพลงได้ถูกร้องก่อนผสมยางไม้หอมและน้ำมัน

Source :Father Thaweesak KitCharean
หนังสือ มิซซาวันอาทิตย์ ฉบับพกพา คณะกรรมการพิธีกรรมแห่งประเทศไทย 1994
หนังสือ เพลง สรรเสริญสดุดี คณะอนุกรรมการดนตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งประเทศไทย

ปล. หนังสือ 2 เล่มขอยืม คุณพ่อเอกพงษ์ แล้ว เนื่องจากหนังสือสองเล่มมีความหนาม๊ากก ตบกะบาลเป็นที่สลบได้ ถือกลับไปบ้าน เป็นที่สะดุด อาจโดนข้อหาไปจิ๊กโบส์ถมาอะปะงะ ขอยืมพ่อแล้วเดี๊ยวเอาปายยคืนนนน แฮะแฮะ

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:23:01:43 น.  

 
Barley (Hebrew se’orah, "hairy เต็มไปด้วยขน", หมายถึงความยาวของหนวดรวงข้าว
barley (บาร์'ลีย์) n. ข้าวบาร์เลย์,ต้นข้าวบาร์เลย์

Binomial name : Hordeum vulgare




เกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวพืชผล ธัญาพืช 2 ชนิดที่สังเกตอย่างชัดเจน ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล คือ ข้าวบาร์เลย์ และ ต้นข้าวสาลี wheat ในหลายตอนสั้นๆในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

มันเป็นไปไม่ได้ที่ระบุว่า ข้าวบาร์เลย์หรือข้าวสาลีที่ถูกให้ความหมายอื่น ๆ ความแตกต่างของพืชสองอย่างนี้ชัดเจนม๊ากก




พืชทั้งสองนี้ถูกเรียกว่า corn (คอร์น) {corned,corning,corns} n. ข้าวโดยทั่วไป (อังกฤษ) เป็นที่รู้จักกันดีในภาษาอังกฤษ English versions ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความสับสน ในปัจจุบันนี้ แม้ว่า ในอังกฤษ Britain"corn" ยังอ้างถึง ธัญาพืชเล็กๆ และรวมถึง
ข้าวบาร์เลย์,ข้าวสาลี และข้าวไรย์


Barley output in 2005

มันถูกเพาะปลูกทางตะวันออกเป็นอาหารแห้ง (หญ้าแห้ง)สำหรับสัตว์เลี้ยงสำหรับม้าและลา



1 พงค์กษัตริย์ Kings 4:28 ,ของKJV Thai,Eng
ข้าหลวงสิบสองคนเป็นผู้จัดหาเสบียงอาหารสำหรับกษัตริย์สำนัก


4:28 ทั้งข้าวบาร์เลย์และฟางข้าวสำหรับม้าและม้าอาชาไนย เขานำมายังสถานที่ของข้าหลวงเหล่านั้นตามที่ได้มีรับสั่งแก่ทุกคน
4:28 Barley also and straw for the horses and dromedaries brought they unto the place where the officers were, every man according to his charge.


1 พงค์กษัตริย์ Kings 5:8 ของ New Jerusalem Bible
catholic Thai, Eng

ข้าราชการของกษัตริย์โซโลมอน

5:8 เขายังจัดหาข้าวบาร์เลย์และฟางสำหรับม้าเทียมรถศึกและสัตว์ใช้งานมายังสถานที่ที่กำไนดไว้ตามคำสั่ง
8 They also provided the barley and straw for the horses and draught animals, where required, each according to the quota demanded of him.


และเป็นอาหารผลิตผลสินค้าหลักท่ามกลางคนยากจนอีกด้วย กับผู้คนทำงาน และกับผู้คนที่อยู่ในช่วงเวลาของความยากลำบากอันยิ่งใหญ่ ธัญญาพืชยังถูกเผาเป็นธัญบูชาด้วยเช่นกัน


เลวีนิติ Leviticus 2:14;
ธัญบูชา

2:14 เพราะเหตุนี้ท่านจะต้องใส่เกลือลงในธัญบูชาทุกชนิดของท่าน เมื่อนำผลิตผลแรกเป็นธัญบูชาถวายแด่พระยาเวห์
เชิงอรรถ สแกนยาว ธัญบูชา

ข้อ 12-16 คิดว่าการถวายผลิตผลแรกเป็น "ธัญบูชา" ชนิดหนึ่งด้วย
(ดู เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 26:1 เชิงอรรถ a)
พิธีถวายผลิตผลแรก

26:1 เมื่อท่านเข้าไปในแผ่นดินที่พระยาห์เวย์ พระเจ้าของท่านทรงมอบให้ท่านเป็นมรดกและท่านเข้ายึดครองเป็นกรรมสิทธิ์และตั้งหลักแหล่งอาศัยอยู่ที่นั่นแล้ว
1 'When you have entered the country which Yahweh your God is giving you as heritage, when you have taken possession of it and are living in it,

เชิงอรรถ


2 พงค์กษัตริย์ Kings 4:42-43 (มธ Matthew 14:13-21,13c:15:32-38+)
การทวีขนมปัง

4:42 ชายคนหนึ่งมาจากเมืองบาอัลขชาลิชา นำขนมปังยี่สิบก้อนทำจากข้าวบาร์เลย์ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในปีนั้น และรวงข้าวที่เพิ่งเกียวได้ มาให้คนของพระเจ้า เอลีชาสั่งว่า "จงนำไปให้ทุกคนเถิด"
4:43 แต่ผู้รับใช้ของเขาแย้งว่า "ข้าพเจ้าจะนำอาหารแค่นี้ไปเลี้ยงคนหนึ่งร้อยคนได้อย่างไร" เอลีชาตอบว่า"จงแจกให้ทุกคนกินเถิด เพราะพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ "ท่านทั้งหลายจะได้กินแล้วยังจะมีเหลืออีก"
42 A man came from Baal-Shalishah, bringing the man of God bread from the first-fruits, twenty barley loaves and fresh grain still in the husk. 'Give it to the company to eat,' Elisha said.
43 But his servant replied, 'How can I serve this to a hundred men?' 'Give it to the company to eat,' he insisted, 'for Yahweh says this, "They will eat and have some left over." '

เชิงอรรถ
"รวงข้าวที่เพิ่งเกี่ยวได้" แปลโดยคาดคะเน แปลตามตัวอักษรว่า "ผลใหม่ในถุง" * "ถุง" นี้อาจหมายถึงถุงหรือกระสอบ หรืออาจหมายถึงเปลือกหุ้มเมล็ดข้าวก็ได้

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล
เอเซีเคียล Ezekiel 13:19;
บรรดาผู้พยากรณ์เท็จต้องระวังตัว

13:19 เจ้าจะกระทำให้เรามัวหมองท่ามกลางประชาชนของเรา ด้วยเห็นแก่ข้าวบาร์เลย์เพียงหลายกำมือ และขนมปังเพียงหลายชิ้น เพื่อสังหารคนที่ไม่สมควรจะตาย และไว้ชีวิตคนที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ โดยการมุสาของเจ้าต่อประชาชนของเราที่ฟังคำมุสานั้น
19 You dishonour me in front of my people for a few handfuls of barley, a few bits of bread, killing those who ought not to die and sparing those who ought not to live, lying to my people who love listening to lies.

ผู้วินิจฉัย Judges, vii, 13;
ลางบอกชัยชนะ

7:13 เมื่อกิดิโอนมาถึงเขาก็ได้ยินชายคนหนึ่งกำลังเล่าฝันให้เพื่อนฟังกล่าวว่า "ฉันฝันไปว่า ขนมปังข้าวบาร์เลย์ก้อนหนึ่งกลิ้งเข้ามาในค่ายชาวมีเดียน ชนกระโจมหลังหนึ่ง กระโจมนั้นก็พังแบนราบอยู่กับพื้นดิน"
13 Gideon got there just as a man was telling his comrade a dream; he was saying, 'This was the dream I had: a cake made of barley bread came rolling into the camp of Midian; it came to a tent, struck against it and turned it upside down.'

เชิงอรรถ กระโจมหลังหนึ่ง
กระโจมเป็นสัญญาลักษณ์ของชาวเมืองมีเดียนซึ่งเป็นชาวเร่ร่อน ขนมปังข้าวบาร์เลย์เป็นสัญญาลักษณ์ของชาวอิสราเอลซึ่งเป็นเกษตรกร ดังนั้น คำตอบในข้อ 14 จึงเป็นการแก้ฝันซึ่งถือว่าเป็นการเปิดเผยจากพระเจ้าเทียบ ปฐก 20:3




และ Osee, iii, 2. Hordeum ithaburense,
Boiss .,เติบโตเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในเขตภูมิภาคจำนวนมากมาย ในดินแดนปาเลสสไตล์
การเตรียมดินสำหรับเพาะปลูก ได้พัฒนา the two (H. distichum)four (H. tetrastichum), and six-rowed (H. hexastichum)
ข้าวบาร์เลย์ ในฤดูเก็บเกี่ยวเริ่มต้นในเมษายนในthe Ghôrและดำเนินต่อมาโดยพื้นที่ที่มีความสูงโดยเฉพาะเหนือพื้นดินหรือเหนือน้ำทะเล มัดข้าวหนึ่งมัดข้าวของข้าวใหม่ถูกเสนอให้เป็นเครื่องบูชา ใน วันที่7ของสัปดาห์หรือวันเสาร์ในให้การบูชาของเทศกาลในฤดูใบไม้ผลิ"sabbath of the Passover".

next....ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:12:53:26 น.  

 
Barley [NAVE]
BARLEY

ผลิตผลของในอียิปต์A product of Egypt, Ex. 9:31;
และผลิตผล ในปาเลสไตล์ Palestine, Deut. 8:8; 1 Chr. 11:13; Jer. 41:8.

เป็นอาหารของม้า Fed to horses, 1 พงค์กษัตริย์ Kin. 4:28.

เป็นเครื่องธัญบูชา Used in offerings,กันดารวิถี Num. 5:15;เอเศเคียล Ezek. 45:13.

ในการค้าขาย Traffic in, 2พงศาวดาร Chr. 2:9;โฮเชยา Hos. 3:2.


เครื่องบรรณาการ (ส่วย) Tribute in, 2 พงศาวดาร Chr. 27:5.

พระสมณะประมาณการ คุณค่าปริมาณของข้าวบาร์เลย์ Priests estimated value of,เลวีนิติ Lev. 27:16; 2พงค์กษัตริย์ Kin. 7:1; วิวรณ์ Rev. 6:6.

อับโซโลมเผานาข้าวของโยอาบ Absalom burns Joab's field of,
2 ซามูเอล Sam. 14:30.

ขนมปังบาร์เลย์ Loaves of, ยอร์น John 6:9, 13.



ผลิตผลของในอียิปต์A product of Egypt, อพยพ Ex. 9:31;
ภัยพิบัติประการที่เจ็ด ลูกเห็บ

9:31 ต้นป่านและต้นข้าวบาร์เลย์ถูกทำลายหมด เนื่องจากเวลานั้นข้าวบาร์เลย์กำลังออกรวง และต้นป่านกำลังออกดอก
31 The flax and the barley were ruined, since the barley was in the ear and the flax in bud,

ผลิตผล ในปาเลสไตล์ Palestine,เฉลยธรรมบัญญัติ Deut. 8:8; 1 พงค์ศาวดาร Chr. 11:13; เยเรมีย์ Jer. 41:8.

เฉลยธรรมบัญญัติ Deut. 8:8

การประจญล่อลวงในแผ่นดินแห่งพระสัญญา
8:8 เป็นแผ่นดินที่ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ องุ่น มะเดื่อเทศ ทับทิม มะกอกเทศขึ้นงาม มีน้ำมันและน้ำผึ้งบริบูรณ์
8 a land of wheat and barley, of vines, of figs, of pomegranates, a land of olives, of oil, of honey

1 พงค์ศาวดาร Chr. 11:13;
ทหารเอกของกษัตริย์ดาวิด

11:13 เขาอยู่กับกษัตริย์ดาวิดที่ปัสดิมมิม เมื่อชาวฟิลิสเตียรวมกำลังเพื่อทำสงครามที่นั่น เขากับทหารอยู่ในทุ่งข้าวบาร์เลย์เมื่อประชากรอิสราเอลหนีจากการสู้รบกับชาวฟิลิสเตีย
13 He was with David at Pas-Dammim when the Philistines mustered for battle there. There was a field full of barley there; and the people fled from the Philistines

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล
เยเรมีย์ Jer. 41:8
อิชมาเอลฆ่าเกดาลิยาห์

41:8 แต่ในพวกนั้นมีอยู่สิบคนด้วยกันที่พูดกับอิชมาเอลว่า "ขออย่าฆ่าเราเสียเลย เพราะเรามีของมีค่า คือข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ น้ำมัน และน้ำผึ้งซ่อนไว้ในทุ่งนา" ดังนั้น เขาจึงงดไม่ฆ่าเขาทั้งหลายกับพี่น้องเสีย
8 There were ten of them, however, who said to Ishmael, 'Do not kill us: we have stocks of wheat and barley, oil and honey, hidden away in the fields.' So he spared them and did not kill them with their brothers.




เป็นอาหารของม้า Fed to horses, 1 พงค์กษัตริย์ Kin. 4:28.
1 พงค์กษัตริย์ Kings 4:28 ,ของKJV Thai,Eng
ข้าหลวงสิบสองคนเป็นผู้จัดหาเสบียงอาหารสำหรับกษัตริย์สำนัก


4:28 ทั้งข้าวบาร์เลย์และฟางข้าวสำหรับม้าและม้าอาชาไนย เขานำมายังสถานที่ของข้าหลวงเหล่านั้นตามที่ได้มีรับสั่งแก่ทุกคน
4:28 Barley also and straw for the horses and dromedaries brought they unto the place where the officers were, every man according to his charge.


1 พงค์กษัตริย์ Kings 5:8 ของ New Jerusalem Bible
catholic Thai, Eng

ข้าราชการของกษัตริย์โซโลมอน

5:8 เขายังจัดหาข้าวบาร์เลย์และฟางสำหรับม้าเทียมรถศึกและสัตว์ใช้งานมายังสถานที่ที่กำไนดไว้ตามคำสั่ง
8 They also provided the barley and straw for the horses and draught animals, where required, each according to the quota demanded of him.


เป็นธัญบูชา Used in offerings, กันดารวิถี Num. 5:15;เอเซเคียล Ezek. 45:13.

กันดารวิถี Num. 5:15
กรณีสงสัยว่าภารยานอกใจ

5:15 สามีนั้นจะต้องพาภารยาไปพบสมณะ นำเครื่องบูชาที่จะต้องถวายสำหรับนาง คือ แป้งข้าวบาร์เลย์สองกิโลกรัม แต่เขาต้องไม่ใส่น้ำมันมะกอกหรือใส่กำยานลงบนแป้งนั้น เพราะเป็นธัญบูชาที่ถวายในกรณีสงสัย เพื่อขอให้พระเจ้าทรงตัดสินความผิด
15 the man will bring his wife before the priest, and on her behalf make an offering of one-tenth of an ephah of barley meal. He will not pour oil over it or put incense on it, because this is a cereal offering for a case of suspicion, a memorial offering to
เชิงอรรถสแกนยาว


คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล

เอเซเคียล Ezek. 45:13.
ที่ดินสำหรับเจ้านาย

45:13 ต่อไปนี้เป็นกำหนดของถวายที่เจ้าทั้งหลายจะต้องถวาย คือข้าวสาลีโฮเมอร์หนึ่งให้ถวายหนึ่งในหกเอฟาห์ ข้าวบาร์เลย์โฮเมอร์หนึ่งให้ถวายหนึ่งในหกของเอฟาห์
13 "This is the offering that you must levy: the sixth of an ephah for every homer of wheat, and the sixth of an ephah for every homer of barley.



ในการค้าขาย แลกเปลี่ยน Traffic in, 2 พงศาวดาร Chr. 2:9; Hos. 3:2.

2 พงศาวดาร Chr. 2:9
การเตรียมสร้างพระวิหาร

2:9 ส่วนเสบียงสำหรับคนงานที่ตัดและรวบรวมไม้นั้น ข้าพเจ้าจะให้ข้าวสาลีหกพันตัน ข้าวบาร์เลย์หกพันตัน เหล้าองุ่นแปดแสนลิตร และน้ำมันมะกอกเทศแปดแสนลิตร

9 Furthermore, for the upkeep of the woodcutters whom you employ to cut the timber, I shall provide twenty thousand kor of wheat, twenty thousand kor of barley, twenty thousand bat of wine and twenty thousand bat of oil.'
เชิงอรรถ
"เสบียง" แปลตามสำนวนแปลโบราณภาษาต่างๆ ต้นฉบับภาษาฮิบรูว่า "บดแล้ว"

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล
โฮเชยา Hos. 3:2.
ความรักของพระเจ้าจะทรงช่วยอิสราเอลที่กำลังทำบาปอยู่ให้กลับคืนมา

3:2 ดังนั้นแหละ ข้าพเจ้าจึงได้ซื้อนางมาเป็นเงินสิบห้าเชเขลกับข้าวบาร์เลย์หนึ่งโฮเมอร์ครึ่ง
2 So I bought her for fifteen shekels of silver, a homer of barley and a skin of wine,

เครื่องบรรณาการ (ส่วย) Tribute in, 2 พงศาวดาร Chr. 27:5.(เทียบ 2 พกษ king 15:32-38)
รัชสมัยของกษัตริย์โยธาม

27:5 พระองค์ทรงสู้รบกับกษัตริย์ของชาวอัมโมน และทรงมีชัยชนะ ในปีนั้น และในสองปีต่อมา ชาวอัมโมนถวายบรรณการแด่พระองค์เป็นเงินหนักราว สามพันห้าร้อยกิโลกรัม ข้าวสาลีเจ็ดหมื่นห้าพันถึง และข้าวบาร์เลย์เจ็ดหมื่นห้าพันถึง
5 He also went to war against the king of the Ammonites and defeated them; and the Ammonites had to give him a hundred talents of silver, ten thousand kor of wheat and ten thousand of barley that year. And the Ammonites paid him the same amount, the second

เชิงอรรถ
ชาวอัมโมน: หนังสือ 2 พกษ ไม่กล่าวถึงสงครามครั้งนี้ อาณาจักรยูดาห์ไม่มีพรมแดนติดกับพรมแดนของชาวอัมโมน

พระสมณะประมาณการ คุณค่าปริมาณของข้าวบาร์เลย์ Priests estimated value of,เลวีนิติ Lev. 27:16; 2พงค์กษัตริย์ Kin. 7:1; วิวรณ์ Rev. 6:6.

เลวีนิติ Lev. 27:16
แทนที่นา

27:16 ถ้าผู้ใดบนจะถวายที่นาแปลงหนึ่งของตนแด่พระยาห์เวห์ ก็จะกำหนดราคาตามปริมาณผลผลิตของที่นาแปลงนั้น ในอัตราเงินหนักห้าสิบบาทต่อข้าวบาร์เลย์สามร้อยกิโลกรัม
16 "If a man consecrates one of the fields of his ancestral property to Yahweh, its value will be calculated in terms of its yield, at the rate of fifty silver shekels to one homer of barley.

เชิงอรรถ ตามปริมาณผลผลิตของที่นาแปลงนั้น
อาจแปลได้อีกว่า "ตามสัดส่วนของเมล็ดพันธุ์ที่หว่าน"

2พงค์กษัตริย์ Kin. 7:1;
เอลีชาทำนายว่าภัยพิบัติจะจบสิ้น

7:1 แต่เอลีชาตอบว่า "ท่านทั้งหลายจงฟังพระวาจาของพระยาห์เวห์เถิด พระยาเวย์ตรัสดังนี้ "พรุ่งนี้ในเวลานี้ ที่ประตูเมืองสะมาเรีย แป้งสาลีชนิดดีจะซื้อขายกันราคาถังละเป็นเงินหนักหนึ่งบาท และแป้งข้าวบาร์เลย์สองถึงราคาเงินหนักหนึ่งบาท"
1 'Listen to the word of Yahweh,' Elisha said. 'Yahweh says this, "By this time tomorrow a measure of finest flour will sell for one shekel, and two measures of barley for one shekel, at the gate of Samaria." '

วิวรณ์ Rev. 6:6.
ลูกแกะของพระเจ้าทรงเปิดตราผนึกทั้งเจ็ดดวง

6:6 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงเหมือนกับมาจากหมู่ผู้มีชีวิตทั้งสี่ตน พูดว่า "ค่าจ้างหนึ่งวันซื้อข้าวสาลีได้หนึ่งกิโลกรัมเท่านั้น ค่าจ้างหนึ่งวันซื้อข้าวบาร์เลย์ได้สามกิโลกรัมเท่านั้น อย่าใช้น้ำมันและเหล้าองุ่นให้สิ้นเปลือง
6 and I seemed to hear a voice shout from among the four living creatures and say, 'A day's wages for a quart of corn, and a day's wages for three quarts of barley, but do not tamper with the oil or the wine.'

เชิงอรรถ ลูกแกะของพระเจ้าทรงเปิดตราผนึกทั้งเจ็ดดวง



อับโซโลมเผานาข้าวของโยอาบ Absalom burns Joab's field of,
2 ซามูเอล Sam. 14:30. (วนฉ 15:4-5)
อับโซโลมได้รับการอภัยโทษ

14:30 อับโซโลมจึงสั่งบรรดาผู้รับใช้ว่า "ดูสิ นาขอโยอาบติดอยู่กับนาของฉัน มีข้าวบาร์เลย์อยู่ด้วย จงไปจุดไฟเผาเสีย" บรรดาผู้รับใช้ของอับโซโลมก็ไปจุดไฟเผานาข้าวนั้น
30 At this, Absalom said to his retainers, 'Look, Joab's field is next to mine and he has barley in it; go and set it on fire.' Absalom's retainers set fire to the field.



ขนมปังบาร์เลย์ Loaves of, ยอร์น John 6:9, 13.
IIIวันฉลองปัสกาและปังแห่งชีวิต
ชาวยิวต่อต้านพระเยซูเจ้ารุนแรงขึ้น พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ทวีขนมปัง

6:9 "เด็กคนหนึ่งที่มีขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนกับปลาสองตัว ขนมปังและปลาเพียงเท่านี้จะพออะไรสำหรับคนจำนวนมากเช่นนั้น
6:13 บรรดาศิษย์จึงเก็บขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนที่เหลือนี้น ได้สิบสองกระบุง
9 'Here is a small boy with five barley loaves and two fish; but what is that among so many?'
13 So they picked them up and filled twelve large baskets with scraps left over from the meal of five barley loaves.



Source :http://en.wikipedia.org/wiki/Barley
Netbible
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:12:55:49 น.  

 
Aspen. See Mulberry.

aspen (แอส'เพิน) n. ชื่อต้นไม้จำพวก poplars

mulberry [N] ผลของต้นหม่อน, See also: ผลมัลเบอรี่

ของคาทอลิก Catholic Encyclopedia

Mulberry,ในภาษาฮิบรูคือ Hebrew beka’ im (A. V., 2 Samuel 5:23-24; 1 Chronicles 14:14-15; D. V. "pear tree"),

2 ซามูเอล Samuel 5:23-24


New American Standard Bible (©1995)
23 When David inquired of the LORD, He said, "You shall not go directly up; circle around behind them and come at them in front of the balsam trees.


King James Bible
23 And when David inquired of the LORD, he said, Thou shalt not go up; but fetch a compass behind them, and come upon them over against the mulberry trees.

Bible in Basic English
23 And when David went for directions to the Lord, he said, You are not to go up against them in front; but make a circle round them from the back and come on them opposite the spice-trees.

Douay-Rheims Bible
23 And David consulted the Lord: Shall I go up against the Philistines, and wilt thou deliver them into my hands? He answered: Go not up against them, but fetch a compass behind them, and thou shalt come upon them over against the pear trees.

more version compare source :
http://bible.cc/2_samuel/5-23.htm

คาทอลิก New Jerusalem Bible :Thai,Eng

2 ซามูเอล Samuel 5:23-24


กษัตริย์ดาวิดทรงรบชนะชาวฟิลิสเตีย
5:23 กษัตริย์ดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ พระองค์ตรัสตอบว่า "อย่าเข้าโจมตีจากที่นี่ แต่จงอ้อมไปโจมตีจากข้างหลัง ด้านหน้าป่าละเมาะต้นยางหอม
5:24 เมื่อท่านได้ยินเสียงเหมือนคนเดิน จากยอดต้นยางหอม จงเข้าโจมตีทันที เพราะขณะนั้นพระยาห์เวย์กำลังเสด็จนำหน้าท่านเข้าโจมตีกองทัพชาวฟีลิสเตีย
23 David consulted Yahweh, who replied, 'Do not attack them from the front; go round to their rear and engage them opposite the balsam trees.
24 When you hear the sound of footsteps in the tops of the balsam trees, advance, for that will be Yahweh going out ahead of you to defeat the Philistine army.'

เชิงอรรถ
ขณะที่ดาวิดยังเป็นกษัตริย์ของยูดาห์ที่เฮโบรน เขาเป็นบริวารของชาวฟิลิสเตีย (1ซมอ 27:5-6)
เวลานี้ที่เขมีอำนาจมากขึ้น อำนาจของเขาก็เริ่มเป็นการท้าทายต่ออำนาจของพวกเขา

เมื่อท่านได้ยินเสียงเหมือนคนเดิน
คงจะไปยังอดุลลัม (1 ซมอ 22:1-5) ในตอนนั้น เยรูซาเล็มยังไม่ถูกยึดครอง (ดู 5:6 เชิงอรรถ b)

1 พงศวาดาร Chronicles 14:14-15
กษัตริย์ดาวิดทรงรบชนะชาวฟิลิสเตีย

14:14 กษัตริย์ดาวิดทูลถามพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงตอบว่า "อย่าติดตามเขาขึ้นไป แต่จงอ้อมไปตีจากด้านหน้าป่าละเมาะยางหอม
14:15 เมื่อท่านได้ยินเสียงเหมือนคนเดินจากยอดต้นยางหอม จงออกไปโจมตีเขา เพราะพระเจ้าเสด็จนำหน้าท่านเข้าโจมตีกองทัพชาวฟิลิสเตีย"
14 David again consulted God, and God replied, 'Do not attack them from the front; go round and engage them opposite the balsam trees.
15 When you hear the sound of footsteps in the tops of the balsam trees, launch your attack, for that will be God going out ahead of you to defeat the Philistine army.'

ใน บทเพลง สดุดี Psa. 84:6. ยังไม่ชัดเจน





84:6 เมื่อเขาเดินผ่านหุบเขาแห้งแล้ง
เขาทำให้ที่นั่นเปลี่ยนเป็ฯสวนที่มีตาน้ำ
ฝนต้นฤดูประสาทพระพรอย่างเต็มเปี่ยม

เชิงอรรถ หุบเขาแห้งแล้ง,ประสาทพระพรอย่างเต็มเปี่ยม



next...ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:0:03:55 น.  

 
ของคาทอลิก Catholic Encyclopedia ต่อ...

ต้นไม้มี 2 species ซึ่งเพาะปลูกในดินแดนปาเลสไตน์ ใน Morus alba, Morus nigra ไม่ใช่ต้นไม้แพร์ pear-tree คือที่เหมือนกับการแปลถอดความ ในเนื้อหา ค่อนข้างจะ แน่ใจว่า ต้นไม้ที่มีใบเสียงกรอบแกรบเหมือนกับ the aspen, Populus tremula.



Morus
Source :http://www.balliol.ox.ac.uk

Morus nigra
Black mulberry (Morus nigra) is a species of mulberry



Female flowers



Foliage and immature fruit


Full-grown shahtoot


Unripe shahtoot (Iran)

กลายมาจาก (ทางภาษาศาสตร์)ของชาวเปอร์เซีย ว่า (mulberry) หรือ shahtoot (شاه توت) (king's or "superior" mulberry) The black mulberry ถูกนำเข้าไปใน Britain ในศตวรรษที่ 17 โดยมีความหวังว่าเพื่อใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูก ของ ตัวหม่อนดักแด้ silkworms.

Source :http://en.wikipedia.org/wiki/Black_Mulberry

Morus alba


The White Mulberry (Morus alba) เป็นพืชระยะสั้นล้มลุก ขนาดเล็กไปถึงปานกลางสูง 10–20 m

ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทางตอนเหนือของประเทศจีน และเป็นพืชในป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ นำมาเพาะปลุกได้ทุกๆๆที่

เป็นอาหารของ หนอนใบหม่อนดักแด้ the Silkworm.

คนจีนนำมาทำเป็นยา ท้องผูก เบาหวาน ไอกระแอม etc...

เกี่ยวกับตำนาน ของชาวบาบิโลน ภายหลังได้ผนวกเข้าไปใน ชาวกรีกและโรมัน เกี่ยวกับตำนาน คุณสมบัติของผลไม้ the reddish purple color of the white mulberry (Morus alba) มันคือโศกนตกรรมแห่งความตายด้วยความรักของ Pyramus และ Thisbe.

The "White Mulberry Tree" คือบทบาทที่รุนแรงในนวนิยาย Willa Cather's ในปี 1913 novel ซึ่งเป็นความรักต้องห้ามและถูกฆ่า มันอ้างอิงถึง เรื่องราวของ the story of Pyramus and Thisbe.

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/White_Mulberry



ใน In D.V. Luke 17:6, "mulberry tree" คือเป็นไปได้มากที่แปลถอดความได้ดี

ลูกาLuke 17:6
พลังของความเชื่อ
17:6 องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสว่า "ถ้าท่านมีความเชื่อเท่าเมล็ดมัสตาร์ด และพูดกับต้นหม่อนต้นนี้ว่า "จงถอนรากแล้วไปขึ้นอยู่ในทะเลเถิด ต้นหม่อนต้นนั้นก็จะเชื่อฟังท่าน"
6 The Lord replied, 'If you had faith like a mustard seed you could say to this mulberry tree, "Be uprooted and planted in the sea," and it would obey you.





ของ [ISBE]

MULBERRY; TREES
MULBERRY; TREES - mul'-ber-i, (bekha'im; Septuagint apioi, "pear trees" (2 Sam 5:23 f; 1 Ch 14:14 f, margin "balsam-trees"; Ps 84:6,


the King James Version "Baca," margin "mulberry trees," the Revised Version (British and American) "weeping," margin "balsam-trees"):


เกี่ยวกับนักเขียนอาหรับหลายหลายคน ให้ความเห็นว่า ต้นไม้ Baca tree ซึ่งคล้ายกลับ balsam (Balsamodendron opobalsamum)ยางไม้หอมชนิดหนึ่ง และเติบโตใกล้ๆๆกับ Mecca; ซึ่งไม่ใช่ต้นไม้นั้น อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้จักกันดีในปาเลสไตล์ ชื่อในภาษาฮิบรู ถูกเคยประยุกต์ใช้ว่า คือ บาง Species หนึ่ง ของตะกูล Acacia

กับแนวคิดของ "weeping การไหลซึม" ซึ่งบอกไปนัยยะ คือ รากของมัน ทั้งภาษาฮิบรูและภาษาอารบิก บางทีการอธิบายโดยการไหลซึมของยางไม้ ดูเหมือนว่าเสียงของใบต้นหม่อนได้ยินที่ดีที่สุด คือเดือนมีนาคม ถูกอธิบายเพื่อ อ้างอิงถึง การสั่นของใบ poplars แต่ไม่มากที่สนับสนุนทัศนะวิศัยน์นี้

ของ การแปลถอดความ "mulberry trees" อย่างไรก็ตามแม้ว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะต้นไม้นี้มีมากมายอุดมสมบรูณ์จนถึงทุกวันนี้ มันไม่เคยถูกใส่เข้าไปในดินแดนปาเลสไตน์ในช่วงเวลาของพระ คัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า Old Testament times.


Mulberry : moron, 1 มัคคาบี Macc 6:34

การรบที่เมืองเบธ-เศคารยาห์

6:34 เขาให้ช้างดื่มน้ำองุ่นและน้ำต้นหม่อน เพื่อกระตุ้นให้มันต่อสู้
34 The elephants were given a syrup of grapes and mulberries to prepare them for the battle.

เกี่ยวกับการอ้างอิงนี้ น้ำผลไม้สีแดงเข้มของ black mulberry (Morus nigra) คือ
the tut shami of Palestine มีการเพาะปลูกหลากหลายไปทั่วในดินแดน ผลของมัน มีความหอมหวานและมีรสฉ่ำ
See SYCOMORE.
E. W. G. Masterman

Source :netbible
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:0:05:52 น.  

 
Astragalus อยู่ในตะกูลของพืช Papilionaceous plants พันธุ์ Lotea,มีหลากหลาย species ซึ่งผลิตผลของมันเป็นยาง tragacanth ((แทรก'กะแคนธฺ) n. กาวหรือยางไม้แห้งจากต้น Astragalus gummifer )


Astragalus gummifer - gum tragacanth milkvetch






Source :Author: Pavel Buršík
Determination author: Pavel Buršík
Origin of image
Israel, Hermon
Source :http://www.biolib.cz/en/taxonimage/
id76772/?taxonid=196259

(ภาษาฮิบรูเรียกว่า nek ’oth,อาหรับ neka’at)เป็ฯไปได้มากที่ความหมายของมันใน ปฐมกาล Genesis 37:25; ปฐมกาล Genesis 43:11 (D.V. "spices"; "storax").

Storax ยางเรซินที่ได้จากเปลือกไม้ ส่วนมากเป็ฯของเหลว ชื่อสามัญส่วนมาก liquid storax เป็นสารกึ่งของเหลวของพืชยาทีมีกลิ่นหอม และ บางครั้งใช้ทำน้ำหอม และทำยา


Gum Tragacanth (Astragalus gummifer)





Source:http://karawan.ir/eindex.
php?dbpage=eprod_1_2_3

ปฐมกาล Genesis 37:25
พี่ชายโยเซฟ

37:25 แล้วพี่ชายทุกคนก็นั่งลงกินอาหาร ทันใดนั้น เขาเงยหน้าขึ้น เห็นกองคาราวานของชาวอิชมาเอลกำลังเดินทางมาจากแคว้นกิเลอาดจะไปเข้าไปประเทศอียิปต์ มีอูฐบรรทุกยางสน เครื่องเทศ และยางไม้หอมด้วย
25 They then sat down to eat. Looking up, they saw a group of Ishmaelites who were coming from Gilead, their camels laden with gum tragacanth, balsam and resin, which they were taking to Egypt.
เชิงอรรถ พี่ชายโยเซฟ


ปฐมกาล Genesis 43:11 (D.V. "spices"; "storax")
บุตรของยาโคบกลับไปอียิปต์พร้อมกับเบนยามิน

43:11 อิสราเอลผู้บิดาตอบว่า "ถ้าจะต้องเอาน้องไป ก็จงทำดังนี้เถิด จงนำผลิตผลที่ดีที่สุดของแผ่นดินนี้ใส่กระสอบ นำยางสน น้ำผึ้ง เครื่องเทศ ยางไม้หอม ถั่ว และลูกอัลมอนด์ ไปให้ท่านผู้นั้นเป็นของกำนัล
11 Then their father Israel said to them, 'If it must be so, then do this: take some of the country's best products in your baggage and take them to the man as a gift: some balsam, some honey, gum tragacanth, resin, pistachio nuts and almonds.

เชิงอรรถ
บทที่ 43 และ 44 มาจากตำนานยาห์วิสต์ยกเว้นคำอธิบายสั้นๆบางประโยคของผู้เรียบเรียง

ใน 2 พงค์กษัตริย์ Kings 20:13,และ อิสยาห์ Isaiah 39:2,ภาษาฮิบรู nekothoth เคยถูกใช้ผิดพลาดหลายๆครั้งสำหรับ nek’oth และการแปลถอดความที่ผิดพลาด เกี่ยวกับ "aromatical spices เครื่องเทศมีกลิ่นหอม "; A.V. และ R.V.ได้ให้ความแตกต่างกันของคำว่า "spicery";ใน A. V. "precious things สิ่งที่มีค่าเป็นเลิศ" คือที่ถูกต้อง


2 พงค์กษัตริย์ Kings 20:13,
คณะทูตจากกรุงบาบิโลน
20:13 กษัตริย์เฮเซคียาห์พอพระทัยอย่างยิ่ง ทรงนำคณะทูตเข้าชมพระคลังสมบัติทั้งหมดของพระองค์ เงิน ทองคำ เครื่องเทศ น้ำมันหอม รวมทั้งคลังอาวุธทั้งหลายในท้องพระคลัง กษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงให้เขาชมทุกสิ่งในพระราชวังหรือในราชอาณาจักร ไม่มีสิ่งใดที่ไม่ทรงอนุญาตให้เขาชม
13 Hezekiah was delighted at this and showed the ambassadors his entire treasury, the silver, gold, spices, precious oil, his armoury too, and everything to be seen in his storehouses. There was nothing in his palace or in his whole domain that Hezekiah did
เชิงอรรถ
พอพระทัยอย่างยิ่ง แปลตามสำนวนแปลโบราณ และ อสย 39:2 ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า "ทรงได้ยิน"

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล
อิสยาห์ Isaiah 39:2
เฮเซคียาห์สำแดงคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระองค์ให้คนจากบาบิโลนเห็น (2 พกษ 20:12)

39:2 และเฮเซคียาห์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเขาเหล่านั้น และทรงพาเขาชมคลังทรัพย์ของพระองค์ ชมเงิน ทองคำ และเครื่องเทศและน้ำมันประเสริฐ และคลังพระแสงทั้งสิ้นของพระองค์ ทุกอย่างซึ่งมีในท้องพระคลัง ไม่มีสิ่งใดที่ในพระราชวัง หรือในราชอาณาจักรทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งเฮเซคียาห์มิได้ทรงสำแดงแก่เขา
2 Hezekiah was delighted at this and showed the ambassadors his entire treasury, the silver, gold, spices, precious oil, his armoury too, and everything to be seen in his storehouses. There was nothing in his palace or in his whole domain that Hezekiah did





source:http://www.fao.org/docrep/
v9236e/V9236e05.htm

ยางไม้ที่ถูกพูดถึงในปฐมกาล เป็นไปได้มากคือกลุ่มพืช species พบได้ใน ดินแดนปาเลสไตน์ ได้แก่ A. gummifer, A. rousseaunus, A. kurdicus, A. stromatodes.



ของ Net bible อยู่ใน Section ของ SPICE; SPICES [ISBE]
See MYRRH. ข้อ 3

(3) (nekho'th; thumiamata (Gen 37:25, "spicery," margin "gum tragacanth or storax");

thumiama "incense กำยาน" (Gen 43:11, "spicery"; some Greek versions and the Vulgate (Jerome's Latin Bible, 390-405 A.D.) have "storax")):


Storax คือยางไม้แห้งของthe beautiful Styrax officinalis (see POPLAR) ซึ่งใช้เป็นกำยาน เครื่องหอมเครื่องบูชาซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านในภายใต้ของชื่อในตอนนี้

tragacanth ((แทรก'กะแคนธฺ) n. กาวหรือยางไม้แห้งจากต้น Astragalus gummifer ) เป็นยางหรือเรซินมีหลากหลาย Species ของพืช ตะกูล milk vetch (Natural Order, Leguminosae) โดยเฉพาะชนิด the Astragalus gummifer

ในพระคัมภีร์ฉบับ Septuagint ([N] พระคัมภีร์ไบเบิลฉบับเก่า, See also: (แปลเป็นภาษากรีกในช่วงศตวรรษที่ 2 และ 3 ก่อนคริสตกาล) "incense กำยาน " คือเป็นไปได้มากที่แปลถอดความได้ดีที่สุด


Astragalus image or name many spieces
Source: http://plants.usda.gov/


or Astragalus more 2,000 spieces
Soure :http://en.wikipedia.org/wiki/Astragalus

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:19:39:18 น.  

 
Bay tree,

ของ A.V. ใน บทเพลงสดุดี Psalm 36:35;
ของ D.V. คือ "Cedar of Libanus ต้นสนซีดาร์ของเลบานอน",
ซึ่งแปลถอดความ ในความหมายของมันคือ ความหมายที่ถูกต้องของHebในข้อความ: "as a green tree เป็นต้นไม้สีเขียว", ต้นไม้ทุกชนิดซึ่งเขียวชะอุ่มตลอดปี, "in its native soilในดินต้นกำเนิดของมัน"


Vulgate (Latin):
บทเพลงสดุดี Psalm 36:35


35 Vidi impium superexaltatum,
et elevatum sicut cedros Libani:

Septuagint: Psalms Chapter 36:35
35 εἶδον ἀσεβῆ ὑπερυψούμενον καὶ ἐπαιρόμενον ὡς τὰς κέδρους τοῦ Λιβάνου

Source :http://sacred-texts.com/bib/
vul/psa036.htm#035


version- compare
Source:http://bible.cc/psalms/37-35.htm

<< บทเพลงสดุดี Psalm 37:35 >>

New American Standard Bible (©1995)
I have seen a wicked, violent man Spreading himself like a luxuriant tree in its native soil.

King James Bible
I have seen the wicked in great power, and spreading himself like a green bay tree.


Bible in Basic English
I have seen the evil-doer in great power, covering the earth like a great tree.



New American Standard Bible (©1995)
I have seen a wicked, violent man Spreading himself like a luxuriant tree in its native soil.


King James Bible
I have seen the wicked in great power, and spreading himself like a green bay tree.



American Standard Version
I have seen the wicked in great power, And spreading himself like a green tree in its native soil.

Bible in Basic English
I have seen the evil-doer in great power, covering the earth like a great tree.

Douay-Rheims Bible
I have seen the wicked highly exalted, and lifted up like the cedars of Libanus.



English Revised Version
I have seen the wicked in great power, and spreading himself like a green tree in its native soil.


Catholic: New Jerusalem Bible, Thai-Eng




เรช
37:35 ข้าพเจ้าเคยเห็นคนชั่วทะนงตน
ยกตนขึ้นเหมือนต้นสนสีดาร์เขียวชะอุ่ม

35 I have seen the wicked exultant, towering like a cedar of Lebanon.

เชิงอรรถ




Lebanon Cedar in the Forest of the Cedars of God

Cedrus libani (Lebanon Cedar หรือ Cedar of Lebanon)
คือ speciesหนึ่ง ต้นสนซีดาร์ที่มีต้นกำเนิดในภูมิภาคเมดิเตอเรเนียน ในเลบานอน ทางตะวันตกของซีเรีย และทางตอนใต้ใจกลางของตุรกี และ ในทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี ไซปรัส และภูเขา Atlas ในแอลจีเรียและโมร็อกโกในแอฟริกาทางตะวันตกเฉียงเหนือ


ใบต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน


ต้นสนซีดาร์แห่งเลบานอนมีความสำคัญต่ออารยธรรมต่างๆ ต้นไม้ถูกใช้โดย ชาวโฟนิเชียน Phoenicians จากหลักฐานทางโบราณคดี สำหรับใช้ในการก่อสร้าง การค้าขาย และ เรือรบของกองทหาร และนำมาสร้างบ้าน และวิหาร ชาวอียิปต์ใช้ยางของมันสำหรับ ในการทำมัมมี่ mummification และ ขี้เลื่อยของมันถูกค้นพบในสุสานฟาโรห์


เรซินต้นสนสีดาร์

เกี่ยวกับโคลงบทกวีของชาวสุเมเรียน The Sumerian Epic of Gilgamesh สื่อถึงเครื่องหมายบริเวณป่าเล็กๆของต้นสนสีดาห์เป็นที่อาศัยของพระเจ้าหลายองค์ Gods เป็นสถานที่ซึ่ง Gilgamesh ผจญภัย
ครั้งหนึ่งพวกเค้าเคยเผาต้นสนสีดาร์ในพิธีกรรม พระสมณะชาวยิวที่ถูกสั่งโดย โมเสส ใช้เปลือกไม้ของต้นสนสีดาห์ในในการพิธีสุหนัด และการรักษาโรคเรื้อน


Lebanon Cedar in Al Shouf Cedar Nature Reserve, Barouk, Lebanon

ประกาศกอิสยาห์ใช้ต้นสนซีดาร์แห่งเลบานอนเป็นคำสอนอุปมาสำหรับความภูมิใจทะนงตนของบนโลก
เกี่ยวกับพระคัมภีร์ของชาวยิว the Talmud ครั้งหนึ่งชาวยิวเคยเผาไม้สนสีดาห์ บนหุบเขาthe Mount of Olives ในการประกาศ เทศกาลปีใหม่

King แห่งแดนไกล ต้องการไม้สนสีดาห์สำหรับในทางศาสนาและการก่อสร้างเมือง วิหารของKing โซโลมอนมีชื่อเสียงมากที่สุดอยู่ในกรุงเยรูซาเร็ม และ พระราชวังของKing ดาวิด และ King โซโลมอน และต้นสนสีดาห์ ชาวโรมัน ชาวกรีก ชาวเปอร์เซีย ชาวอัสซีเรีย ชาวบาบิโลน ก็ใช้มัน

Source :http://en.wikipedia.org/wiki/
Lebanon_Cedar
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:0:01:56 น.  

 
BDELLIUM - del'-i-um (bedholach)

Bdellium (ปฐมกาล Genesis 2:12;กันดารวิถี Numbers 11:7),


อย่างใดอย่างหนึ่งในจำนวนทั้งสองคือเพชรพลอยหรือยางไม้พืชยาหรือวัตถุที่มีกลิ่นหอมของ Amyris agallochum, เป็ฯต้นไม้ยางเรซินต้นเล็กๆของประเทศอินเดียทางตอนเหนือ และ ค้นพบอีกด้วย เกี่ยวกับงานเขียนของ Pliny มีในแหลมอาระเบีย แคว้นมีเดีย และบาบิโลเนีย


ปฐมกาล Genesis 2:12
สวนอุทยานและการทดสอบอิสระภาพ

12 ทองคำของแผ่นดินนี้เป็นทองคำบริสุทธิ์ ที่นั่นยังมียางไม้หอม และพลอยสีแดง
12 The gold of this country is pure; bdellium and cornelian stone are found there.
เชิงอรรถ
สวนอุทยานและการทดสอบอิสระภาพ


ยางไม้หอม ภาษาฮิบรูว่า " b dolah"


กันดารวิถี Numbers 11:7
ประชากรไม่พอใจเรื่องอาหาร

7 มานนามีลักษณะเหมือนเมล็ดผักชีขาว มีสีเหลืองเหมือนยางไม้ตะคร้ำ
7 The manna was like coriander seed and had the appearance of bdellium.
เชิงอรรถ ประชากรไม่พอใจเรื่องอาหาร


ของคาทอลิกเอ็นไซโคพิเดีย catholic encyclopedia อิง
the aromatic gum of Amyris agallochum
เราเอาตามนี้อะ




Plant name bdellium,guggulu

Also called
gugulipid, guggulu, Indian bdellium tree, mukul myrrh tree, or myrrh.Guggul.


Source:
http:medical-dictionary.thefreedictionary.com
/guggul


Latin name: Commiphora mukul Engl.
English name :Indian bdellium tree

Encyclopedias & Dictionaries Monier-Williams: A Sanskrit-English Dictionary (p. 356)



A) The Commiphora mukul tree


(B) Yellow gum resin from incision


(C) The dried gum resin

Source:http://www.gugulipid.com/commip.htm



guggulu, n. (= gūlg-) bdellium หรือ การไหลซึมออกมาของ Amyris Agallochum (ยางไม้หอมใช้ทำน้ำหอมและเอามาทำยาหรือสารที่ใช้บำบัดโรค ),

AV. (เรียกว่า saindhava หรือsamudriya, 'obtained near rivers or the sea', xix, 38, 2),

Kauś. ĀśvŚr. xi, 6, 3; m. id., Yājñ. i, 278, MBh. xiii, Suśr., Bhpr.; = -dru, L.; (ūs), f. (Pāṇ. 4-1, 71 Pat.) N. of an Apsaras,
AV. iv, 37, 3 (cf. kaNa-, gauggulava and gaulg-.)

Source :http://iu.ff.cuni.cz/pandanus/database/




การเพาะปลูกและการใช้ประโยชน์
Guggul ถูกแสวงหาสำหรับยางเรซินที่เหนียวของมัน ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวจากเปลือกไม้ของพืชผ่านกระบวนการของการเคาะและตบ ในประเทศอินเดียและประเทศปากีสถาน guggul ถูกเพาะปลูกเพื่อการค้าขาย ยางเรซินของพืช guggul เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นยางไม้ของ guggulu,ซึ่งมีลุกษณะคล้ายกับ myrrh(ยางไม้หอมชนิดหนึ่ง) และที่ถูกใช้เป็นเครื่องหอมและน้ำหอม

มันคือผลิตภันธ์เดียวกันเป็นที่รู้จักกันดีของชาวฮิบรู (อิสราเอล) จากหลักฐานทางโบราณคดีของชาวกรีก และ ชาวโรมันโบราณ(Latin)ชนิดแหล่งกำเนิดของมัน คือ bdellium


Source :http://en.wikipedia.org/wiki/
Commiphora_wightii


BDELLIUM [ISBE]
BDELLIUM - del'-i-um (bedholach):

คำนี้เกิดขึ้นอย่างสองครั้งใน Pentateuch (หนังสือ 5 เล่มแรกของพระคัมภีร์ ) : (1)ใน ปฐมกาล Gen 2:12, ในการใช้รวมกันของ ทองกับหินซึ่งมีชั้นสีต่างกันและใช้เป็นเครื่องประดับ และเป็นผลิตภันธ์ของดินแดน HAVILAH และ(2)ใน กันดารวิถี Nu 11:7

ที่ซึ่ง mannaได้ปรากฎ : "The appearance thereof as the appearance of bdellium." มานนามีลักษณะเหมือนเมล็ดผักชีขาว มีสีเหลืองเหมือนยางไม้ตะคร้ำ

การเปรียบเทียบได้แยกแนวความคิดทัศนะคติ ของ bedholach ว่าเป็น เพชรพลอย, และประเด็นชี้ไปยังเอกลักษณ์ของมันกับยางไม้ยางเรซินที่หอม เป็นที่รู้จักกันในภาษากรีกว่า bdellion, หลายหลายชนิดที่ถูกพูดถึงโดยไดออสคอไรดส์ Dioscorides (นายแพทย์ชาวกรีกผู้เขียนตำราการแพทย์ ในศตวรรษที่ 1 )และ Pliny ปิลินี(นักบันทึก "ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ" (Natural History ) และมันคือ ผลิตภันธ์ของ แหลมอารเบีย อินเดีย อัฟกานิสถาน etc...
James Orr

Source :Netbible.
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:12:55:52 น.  

 
Beans

Beans (2 ซามูเอล Samuel 17:28; เอเซเคียล Ezekiel 4:9), the horse-bean (ถั่วปากอ้า) (Faba vulgaris; cf. Hebrew pol and Arab. ful),

ถั่วปากอ้า (ชื่อวิทยาศาสตร์: Vicia faba) เป็นสปีชีส์หนึ่งของถั่วมีฝักในวงศ์ Fabaceae เป็นพืชพื้นเมืองในแถบแอฟริกาเหนือและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ และมีการนำไปเพาะปลูกตามที่ต่างๆ บนโลก มีสามสายพันธุ์แบ่งตามขนาดของเมล็ดคือ

Vicia faba plants in flower


Broad beans in the pod


Mature field bean pods





V. faba var. major – broad bean ฝักกลม กว้างและยาว เมล็ดขนาดใหญ่, winsor bean ฝักกลมแบน
V. faba var. minor – field bean, tic bean เมล็ดขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ปลูกเป็นอาหารสัตว์หรือปุ๋ยพืชสด
V. faba var. equita – horse bean เมล็ดขนาดกลาง

Source :http://en.wikipedia.org/wiki/Vicia_faba


เป็นอาหารธรรดาสามัญ เพาะปลูกในพื้นที่กว้างใหญ่ในทางตะวันออกThe string-bean,Vigna sinensis, kidney-bean, Phaseolus vulgaris,และ Phaseolus molliflorus ก็เติบโตในดินแดนปาเลสไตล์ด้วย



The string-bean (n) ถั่วแขก,ถั่วลันเตา



ถั่วแขก


ถั่วลันเตา

Vigna sinensis (L.) Savi ถั่วฝักยาว
yardlongbean (Cowpea)
Taxonomic Serial No.: 523276


Kingdom: Plantae
Taxonomic Rank: Species
Common Name(s):
Accepted Name(s): Vigna unguiculata (L.) Walp.

Source:http://www.itis.gov


kidney-bean ถั่วชนิดหนึ่งมีขนาดเล็กสีน้ำตาลแดง

red kidney-bean



Phaseolus vulgaris
http://betula.br.fgov.be/RESEARCH/
COLLECTIONS/LIVING/LIVCOL/cv-qry04.php?accid=19832448&dianbr=6005001258942

Phaseolus multiflorus
see Phaseolus coccineus


Runner bean (Phaseolus coccineus)
Source :http://vegetables.persianblog.ir/1386/3/

2 ซามูเอล Samuel 17:28
อับซาโลมข้ามแม่น้ำจอร์แดน กษัตริย์ดาวิดที่เมืองมาหะนาอิม

17:28 นำเครื่องนอน ถ้วยชาม หม้อดิน ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ แป้งสาลี ข้าวคั่ว ถั่วแดง ถั่วเหลือง
28 brought bedding, rugs, bowls and crockery; and wheat, barley, meal, roasted grain, beans, lentils,

เชิงอรรถ
เครื่องนอน ตามต้นฉบับ Hebr มีคำว่า "เตียง" ส่วนคำว่า "ผ้า" เป็นการแปลตามต้นฉบับ Gk ไม่มีพูดถึงในต้นฉบับ Hebr

<<<"ถั่วเหลือง" ต้นฉบับตอนนี้ไม่แน่นอน>>>


คาทอลิกใช้New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

เอเซเคียล Ezekiel 4:9
หมายสำคัญแห่งการล้อมนครเยรูซาเล็มไว้

4:9 เจ้าจงเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วยาง และถั่วแดง ข้าวฟ่าง และเทียนแดง มาใส่ในภาชนะลูกเดียวใช้ทำเป็นขนมปังให้เจ้า ระหว่างที่เจ้านอนตะแคงตามกำหนดวันสามร้อยเก้าสิบวันนั้น เจ้าจะรับประทานอาหารนี้

9 'Now take wheat, barley, beans, lentils, millet and spelt; put them all in the same pot and make them into bread for yourself. You are to eat it for as many days as you are lying on your side -- three hundred and ninety days.

Source :Netbible.
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:20:33:29 น.  

 
Blackthorn. See Bur.

Bur, so, D. V., Os., ix, 6; x, 8, การแปลถอดความของพระคัมภีร์ฉบับ
Vulgate lappa, "burdock หญ้าเจ้าชู้"
สำหรับภาษาฮิบรู khoakh และ qosh Khoakh และถูกหยิบยกขึ้นมาอีกในProverbsสุภาษิต 26:9 ; Cant., ii, 2

Hebrew khoakh



Source: Neot Kedumim - The Biblical Landscape
Reserve in Israel

(in alphabetical order by Latin names)

English common name :golden thistle
Latin name :Scolymus maculatus L.
Family : Compositae
English transliteration : khoakh

Source:http://www.n-k.org.il/public/english/
what/what.htm




Scolymus maculatus
Spotted Golden Thistle
חוח עקוד
أو قوص أصفر سنارية
Source :http://www.flowersinisrael.com/
plant_list_alpha-s.htm

Proverbs สุภาษิต 26:9
ทางทั้งหลายของคนโง่เขลา คนขี้เกียจและคนก่อความยุ่งยาก

26:9 คำอุปมาที่อยู่ในปากของคนโง่ก็เหมือนหนามเข้าอยู่ในมือคนขี้เมา
9 A thorn branch in a drunkard's hand, such is a proverb in the mouth of fools.



(D. V. "thorns"); 2 พงค์กษัตริย์ Kings 14:9;
เหตุการณ์ของอาณาจักรอิสราเอลและอาณาจักรยูดาห์-การทำลายกรุงสะมาเรีย
รัชสมัยกษัตริย์อามาชิยาห์แห่งยูดาห์ (796-781 ก.ค.ศ.)
14:9 แต่กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลทรงส่งสารตอบกษัตริย์อามาชิยาห์แห่งยูดาห์ว่า "พุ่มหนามแห่งเลบานอนส่งสารไปถึงต้นสีดาห์แห่งเลบานอนว่า"โปรดยกบุตรสาวของท่านให้แต่งงานกับบุตรชายของฉันเถิด" แต่สัตว์ป่าแห่งเลบานอนผ่านมาเหยียบย่ำพุ่มหนามเสีย
9 Jehoash king of Israel sent back word to Amaziah king of Judah, 'The thistle of Lebanon sent a message to the cedar of Lebanon, saying, "Give my son your daughter in marriage"; but a wild animal of the Lebanon ran over the thistle and squashed it.


ปล ของ คาทอลิก New Jerusalem Bible used ใช้คำว่า The thistle


New American Standard Bible (©1995)
Jehoash king of Israel sent to Amaziah king of Judah, saying, "The thorn bush which was in Lebanon sent to the cedar which was in Lebanon, saying, 'Give your daughter to my son in marriage.' But there passed by a wild beast that was in Lebanon, and trampled the thorn bush.

version - compare
http://bible.cc/2_kings/14-9.htm



2พงศาวดาร Chronicles 25:18; โยบ Job 31:40 (ในD.V.ใช้คำว่า "thistle [N] พืชไม้มีหนามจำพวก Cirsium, Carduus, Onopordum "); และ "thorn([N] พืชมีหนาม, See also: พืชไม้หนาม)" คือควาาหมายดั้งเดิมซึ่งมีความหมายเดียวกันว่า qosh

2พงศาวดาร Chronicles 25:18
กองทัพยูดาห์ปราชัยต่ออิสราเอล

25:18 แต่กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลทรงส่งสารตอบกษัตริย์อามาชิยาห์แห่งยูดาห์ว่า"พุ่มหนามแห่งเลบานอนส่งสารไปถึงต้นสนสีดาห์ว่า"โปรดยกบุตรสาว ของท่านให้แต่งงานกับบุตรชายของฉันเถิด"แต่สัตว์แห่งเลบานอนผ่านมาเหยียบย่ำพุ่มหนามเสีย
18 Joash king of Israel sent back word to Amaziah king of Judah, 'The thistle of Lebanon sent a message to the cedar of Lebanon, saying, "Give my son your daughter in marriage"; but a wild animal of the Lebanon ran over the thistle and squashed it.



ถ้า"burdock หญ้าเจ้าชู้" คือมีค่าสมมูล เท่ากันกับ khoakh ต่อมา Lappa major, D. C.,ซึ่งเติบโตในประเทศเลบานอน นั้นถูกแสดงให้เห็นว่า Lappa minor, D. C. มันเป็นที่รู้จักในดินแดนปาเลสไตน์เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม จำนวนมากมายของพืชไม้ชนิดมีหนามธรรมดา thistles ในทางตะวันออกได้ถูกอธิบายได้อย่างเหมาะสมและดีกว่า ถึงกระนั้น จากความหมายคล้ายคลึงกันของภาษาอาหรับ khaukh กับ Hebrew khoakh มันคือสปีชี่ย์ชนิดหนึ่ง หรือ sloe tree Prunus ursina และชนิดอื่นๆๆด้วย ในภาษาอาหรับซึ่งอาจจะแสดงถึง khaukh al-dib

Scolymus maculatus es una especie de amplia distribución, nativa posible en las islas.

Se trata de una planta anual espinosa,








Source: http://www.floradecanarias.com/
scolymus_maculatus.html

Scolymus maculatus (Spotted Golden Thistle or Spotted Oyster Thistle) ต้นกำเนิดให้บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางทิศใต้ของ ยุโรป , เอเซียทิศตะวันตกเฉียงใต้, และแอฟริกาทางเหนือ, และเกาะคานารี่

เป็นพืชไม่ได้เพาะปลูก เกดิขึ้นเองตามธรรมชาติ ในพื้นที่ไม่ได้ทำการเกษตร
และตามเส้นทางหรือข้างทาง

Source :http://en.wikipedia.org/wiki/
Scolymus_maculatus

Scolymusmaculatus
COMPOSITAE (ASTERACEAE)

Link To All Family Or This Species

http://www.botanic.co.il/A/catalog.asp?qcatnr=COMPOSITAE&qck=FAMILY

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 23 มีนาคม 2552 เวลา:9:45:10 น.  

 
Blasting. See Mildew.
mildew โรคเชื้อรา

Mildew,ในภาษาฮิบรู Hebrew yeraqon, เกิดขึ้น 3 ครั้งใน D. V.และระบุว่าคือ shiddaphon,กับความหลากหลาย ที่แปลถอดความ ใน (2 พงศาวดาร Chronicles 6:28: "blasting"; อาโมส Amos 4:9: "burning wind"; ฮักกัย Haggai 2:18: "blasting wind").


2 พงศาวดาร Chronicles 6:28: "blasting ถูกทำลาย "

more Version-Compare "blasting"
Source :http://bible.cc/
2_chronicles/6-28.htm



New American Standard Bible (©1995)
"If there is famine in the land, if there is pestilence, if there is blight or mildew, if there is locust or grasshopper, if their enemies besiege them in the land of their cities, whatever plague or whatever sickness there is,

King James Bible
If there be dearth in the land, if there be pestilence, if there be blasting, or mildew, locusts, or caterpillars; if their enemies besiege them in the cities of their land; whatsoever sore or whatsoever sickness there be:

Douay-Rheims Bible
If a famine arise in the land, or a pestilence or blasting, or mildew, or locusts, or caterpillars: or if their enemies waste the country, and besiege the cities, whatsoever scourge or infirmity shall be upon them:

Catholic use New Jerusalem Bible: Thai,Eng

กษัตริย์โซโลมอนทรงอธิฐานภาวนาเพื่อประชากร

6:28"เมื่อเกิดอาหารกันดารในแผ่นดิน เกิดโรคระบาด เมื่อพืชผลถูกโรคหรือเชื้อราทำลาย ถูกตั๊กแตนหรือหนอนมาทำลาย เมื่อศตรูล้อมเมือง เกิดโรคภัยไข้เจ็บหรือภัยพิบัติใดๆ "
28 'Should there be famine in the country, or pestilence, wind-blast or mildew, locust or caterpillar; should their enemy lay siege to their territory; should there be any plague or any disease;

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล

อาโมส Amos 4:9: "burning wind"

more Version-Compare "blasting"
Source :http://bible.cc/


New American Standard Bible (©1995)
"I smote you with scorching wind and mildew; And the caterpillar was devouring Your many gardens and vineyards, fig trees and olive trees; Yet you have not returned to Me," declares the LORD.

King James Bible
I have smitten you with blasting and mildew: when your gardens and your vineyards and your fig trees and your olive trees increased, the palmerworm devoured them: yet have ye not returned unto me, saith the LORD.

Douay-Rheims Bible
I struck you with a burning wind,and with mildew, the palmerworm hath eaten up your many gardens, and your vineyards: your olive groves, and fig groves: yet you returned not to me, saith the Lord.

Catholic use New Jerusalem Bible: Eng,Thai
พระเจ้าทรงให้อิสราเอลระลึกถึงการลงโทษในอดีต


4:9 "เราโจมตีเจ้าด้วยให้ข้าวม้านและขึ้นรา เมื่อบรรดาสวนของเจ้าและสวนองุ่นของเจ้า พร้อมต้นมะเดื่อและต้นมะกอกเทศของเจ้าผลิตผล ตั๊กแตนก็มากิน เจ้าก็ยังไม่กลับมาหาเรา" พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
9 I struck you with blight and mildew, I dried up your gardens and vineyards; the locust devoured your fig trees and olive trees and still you would not come back to me -declares Yahweh.

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล

ฮักกัย Haggai 2:17: "blasting wind"


New American Standard Bible (©1995)
I smote you and every work of your hands with blasting wind, mildew and hail; yet you did not come back to Me,' declares the LORD.

King James Bible
I smote you with blasting and with mildew and with hail in all the labours of your hands; yet ye turned not to me, saith the LORD.

Douay-Rheims Bible
I struck you with a blasting wind, and all the works of your hand with the mildew and with hail, yet there was none among you that returned to me, saith the Lord.

ทรงติเตียนประชาชนเพราะเขาละเลยในการเตรียมพระวิหาร
2:17 พระเยโฮวาห์ตรัสว่า เราได้โจมตีเจ้าและผลงานทั้งสิ้นจากมือของเจ้าด้วยให้ข้าวม้าน และขึ้นรา และด้วยลูกเห็บ แต่เจ้าทั้งหลายก็ยังไม่หันมาหาเรา

17 Everything you turned your hands to, I struck with wind-blast, mildew and hail, and still you would not return to me -- Yahweh declares.



ใน เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 28:22, และ 1 พงค์กษัตริย์ Kings 8:37, yeraqon คือ "blasting ทำลาย" ( ใน A. V. "mildew โรคเชื้อราชนิดหนึ่ง"), และ shiddaphon, "corrupted air อากาศเลวลง".

Mildew โรคเชื้อราชนิดหนึ่ง ( ในภาษาฮิบรู ความหมายของคำคือ "to be yellow," yellowness), ซึ่งเป็นผลเกิดจากลมทางตะวันออกที่หนาวเหน็บ ได้ทำลายและผลของมัน ถูกแปลถอดความได้ว่าธัญญาพืช ทำให้ไม่เกิดผลิตผลอุดมสมบรูณ์ ( เฉลยธรรมบัญญัติ Deu 28:22;พงค์กษัตริย์ Kg1 8:37; พงศาวดาร Ch2 6:28).

เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 28:22
เครื่องบูชาในเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ

28:22 ท่านยังจะต้องถวายแพะเพศผู้หนึ่งตัวเป็นเครื่องเผาบูชาขออภัยบาป เพื่อทำพิธีขออภัยบาปของท่านด้วย
22 Yahweh will strike you down with consumption, fever, inflammation, burning fever, drought, wind-blast, mildew, and these will pursue you to your ruin.

1 พงค์กษัตริย์ Kg 8:37
กษัตริย์โซโลมอนทรงอธิษฐานภาวนา

8:37 เมื่อเกิดกันดารอาหารในแผ่นดิน เกิดโรคระบาด เมื่อพืชผลถูกโรคหรือเชื้อราทำลาย ถูกตักแตนหรือหนอนมาทำลาย เมื่อศตรูมาล้อมเมือง เกิดโรคภัยไข้เจ็บหรือภัยพิบัติใดๆ

37 'Should there be famine in the country, or pestilence, wind-blast or mildew, locust or caterpillar; should their enemy lay siege to one of their gates; should there be any plague or any disease:

เชิงอรรถ ยาวสแกน

ศตรูมาล้อมเมือง แปลตามตัวอักษรว่า ศตรูล้อมเข้าในแผ่นดินของประตูเมือง

2Ch พงศวาดาร 6:28
กษัตริย์โซโลมอนทรงอธิฐานภาวนาเพื่อประชากร

6:28"เมื่อเกิดอาหารกันดารในแผ่นดิน เกิดโรคระบาด เมื่อพืชผลถูกโรคหรือเชื้อราทำลาย ถูกตั๊กแตนหรือหนอนมาทำลาย เมื่อศตรูล้อมเมือง เกิดโรคภัยไข้เจ็บหรือภัยพิบัติใดๆ "
28 'Should there be famine in the country, or pestilence, wind-blast or mildew, locust or caterpillar; should their enemy lay siege to their territory; should there be any plague or any disease;



อย่างชัดเจน ผู้แปล ไม่มีความคิดเห็นที่แน่นอนของธรรมชาติของพืชนี้ และความยุ่งยากที่แตกต่างเหล่านี้ Yeraqon หรือ mildew คือก่อให้เกิดเป็นสาเหตุ หรือโรคเชื้อราชนิดหนึ่ง, คือถูกเป็นสาเหตุให้โดยเชื้อรา parasitic fungi เหมือนกับ Puccinia graminis และP traminis ซึ่งการดูดธัญญาพืชออกมา ซึ่งมันได้พัฒนาเนื่องจากความชื้นสัมผัสมากเกินไป Shiddaphon หรือ smut (โรคเชื้อราที่เป็นกับพืช,ทำให้ส่วนที่เป็นโรคนี้เปลี่ยนสีเป็นผงสีดำของสปอร์. vi. เป็นโรคดังกล่าว ) และแสดงปรากฎออกมาอย่างเห็นได้ชัดด้วยตัวของมันเอง ในช่วงฤดูแล้งที่มากจนเกินปรกติ และถูกเป็นสาเหตุให้เชื้อราจำพวก Ustilago ซึ่งเมื่อมันมีพัฒนาการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ โดยอาศัยkhamsin wind (ลมร้อนประมาณ 50 วันช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน) "blast ทำลาย" ได้ทำลายธัญพืช

ฟังไจ (FUNGI)

ฟังไจเป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์เป็นแบบยูแคริโอต ได้อาหารโดยวิธีการ
ดูดซึมสารอาหารจากภายนอก


Phylum Ascomycota เป็น saprobic หรือ symbiotic หรือ parasitic fungi

มีทั้งที่เป็นเซลล์เดียวหรือเป็นเส้นสายที่มีผนังกั้น สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดย
การสร้าง ascospore ภายในโครงสร้างที่มีลักษณะคล้ายถุงที่เรียกว่า ascus
ตัวอย่างพวกที่เป็นเซลล์เดียว เช่น ascomycetous yeast พวกที่เป็นเส้นสาย
ได้แก่ Eurotium, Neosartorya ซึ่งเป็น sexual stage ของ Aspergillus และ Eupenicillium, Talaromyces เป็น sexual stage ของ Penicillium พวกที่เป็นสาเหตุของโรคราแป้ง (powdery mildews)



Saccharomyces cerevisiae เป็นฟังไจเซลล์เดียว จัดเป็น ascomycetous yeast

Phylum Basidiomycota เป็น saprobic หรือ symbiotic หรือ parasitic fungi บางชนิดเป็นเซลล์เดียว ได้แก่ basidiomycetous yeasts ส่วนใหญ่มี โครงสร้างพื้นฐานเป็นเส้นสาย ที่มี septum กั้น สร้าง basidiospore ซึ่งเป็น
sexual spore บนโครงสร้างที่มีลักษณะคล้ายกระบอง ที่เรียกว่า basidium
ตัวอย่างได้แก่ เห็ดพวก mushrooms, boletes, puffballs, earthstars, stinkhorns, bird’s-nest fungi, jelly fungi, bracket หรือ shelf fungi และ rust และ smut fungi เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้จาก ..

ความหลากหลายของจุลินทรีย์ ตอนที่ 09 .. เห็ด ชุดที่ 1

ความหลากหลายของจุลินทรีย์ ตอนที่ 10 .. เห็ด ชุดที่ 2

Source http://www.technoinhome.com


11.3 ตัวอย่างจุลินทรีย์ที่มีศักยะในการใช้เป็นอาวุธชีวะทำอันตราย





Puccinia graminis ทำให้เกิดโรคราสนิมของข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเลย์ และข้าวไรย์

Source :http://www3.easywebtime.com/
ddc_kmo/seminar.html
http://www.ars.usda.gov/


โรคสมัท (SMUT)
เชื้อสาเหตุเกิดจากเชื้อรา Ustilago maydis






การแพร่ระบาดของโรค

เชื้อจะสร้างสปอร์ขึ้นในปมบนส่วนของพืช และจะแพร่กระจายไปโดยลม ฝน น้ำไหลแมลงและสัตว์ เชื้อสามารถอยู่ข้ามฤดูได้ในปมแก่ ๆ และในดิน บางครั้งอยู่ได้นานเป็นปี ๆ เมื่อถึงฤดูการปลูกข้าวโพดภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สปอร์จะงอกและสร้างส่วนที่จะสร้างพันธุ์เรียกว่าคอนนิเดีย และคอนนิเดียจะแพร่ไปโดยลม เมื่อไปตกลงบนส่วนที่อ่อนของพืชก็จะเข้าทำลายให้พืชแสดงอาการของโรค เชื้อเข้าทำลายพืชได้ทุกระยะของการเจริญเติบโค โดยปกติโรคจะไม่แสดงอาการจะกว่าข้าวโพดจะสูงประมาณ 3 ฟุต

ลักษณะอาการ

โรคจะแสดงให้เห็นในส่วนต่าง ๆ ของพืชที่เหนือดิน ลำต้น ใบ ฝัก และเกสรตัวผู้ เชื้อราจะสร้างปมขึ้นเป็นครั้งแรกจะมีขนาดใหญ่สีขาวต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีดำ เมื่อแก่ปมจะแห้ง ผนังที่หุ้มปมจะแตกออก ภายในจะมีผงสีดำ คือ สปอร์ ของเชื้อรา ซื่งจะเป็นตัวแพร่ระบาดของโรคในฤดูต่อไป

Source :http://www.giswebr06.ldd.go.th/lddweb/
knowledge/agrilib/plant/corn/smut.htm


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์


โดย: Bernadette วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:11:32:08 น.  

 
Borith,

ในภาษา ฮิบรู Heb ได้ถูกแปลทับศัพย์ ใน เยเรมีย์ Jeremiah 2:22,และแปลใน มาลาคี 3:2 m.,iii, 2 โดยใช้คำว่า"fuller's herb"

(ใน A.V. " scap ") .St Jerome ในข้อคิดเห็นของนักบุญโยโรม ใน เยเรมีย์ Jeremiah 2:22, ระบุว่า คือ "fuller's weed" ซึ่งไม่ได้ถูกใช้ เหมือนกับ Dipsacus fullonum, Mill., , แต่"fuller's weed"มันถูกใช้สำหรับซักล้างทำความสะอาด สำหรับชุดเสื้อผ้าอาภรณ์

;St Jerome นักบุญเยโรม เสริมว่า พืชเจริญเติบโตบนพื้นที่อุดมสมบรูณ์ ในดินที่ชื้น ซึ่งอธิบายว่า มันถูกประยุกต์ใช้ประโยชน์ คือชนิดspecies of Saponaria

Soapwort
Saponaria officinalis




---Synonyms---
Soaproot. Bouncing Bet. Latherwort. Fuller's Herb. Bruisewort. Crow Soap. Sweet Betty. Wild Sweet William.

---Parts Used---
Dried root and leaves.



มันคือพืชพื้นบ้านที่มีหลายชื่อ เป็นพืชมีคุณค่าทางสมุนไพร เหมือนกับ latherwort นั้นคือ ความแตกต่างลักษณะสำคัญ จาก สมุนไพร ในการผลิตฟองสบู ที่เหมือนกับสบู่ สมุนไพรนี้อยู่ในสปีชีย์ของ saponins นั้นคือเป็นตัวที่ทำให้สะอาดโดยธรรมชาติ และดังนั้นมันจึงถูกใช้อย่างกว้างขวางในการขับไล่พิษจากร่างกาย

โดยปกติสมุนไพร soapwort มีก้านตรงเดี่ยวๆเจริญเติบโต มีความสูง 1-2 ฟุต หรือสูงกว่านั้น โดยปรกติเป็นไม้พุ่ม และเป็นทรงรูปไข่ที่แหลม มันเติบโตระหว่างเดือน กรกฎาคม- กันยายน
ดอกของมันมีห้ากลีบดอก สีของมันออกจะหลากหลาย จากสีชมพูค่อนข้างขาว

ชาวยุโรปยุคแรกมาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา นำ the soapwort ใช้เป็นสมุนไพรในการล้างทำความสะอาด ทุกๆสิ่งได้อย่างแท้จริง จากสิ่งที่เห็นได้จากสิ่งทอดี ก็ดี ลูกไม้ปักด้วยทำมือก็ดี หรือ เครื่องใช้ในครัวที่ทำจากดีบุกหรือโลหะผสม ก็ดี

คนงานสิ่งทอของthe New England ใช้ the soapwort สำหรับทำความสะอาดรวมถึงการให้สีของเสื้อผ้าดูใหม่สดเป็นวิธีที่รู้จักกันดีเรียกว่า ‘fulling ’ เนื่องจากในทางปฎิบัตินี้ พืชยังเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ the fuller’s herb อีกด้วย

ในทางกลับกัน ฟองสบู่ของ The soapowrt ถูกใช้โดยชาวดัทช์ ใน Pennsylvania เพื่อเพิ่มหัวฟองเบียร์ นอกจากนี้ The soapowrt ยังถูกเพาะปลูกมาจนถึงทุกวันนี้

Source :http://www.herbs2000.com/herbs/
herbs_soapwort.htm




Dipsacus fullonum, Mill., ,



Dried teasel flower head, used to raise the nap on cloth



หัวดอกไม้พืชมีหนามที่แห้ง ใช้สำหรับเพาะปลูก ขนอ่อนของต้นพืช มาทำเป็นเสื้อผ้า
Dried teasel flower head, used to raise the nap on The Fuller's Teasel ( ความหลากหลายของพืชที่พัฒนามาจาก speces โดยธรรมชาติ และการบำรุงรักษาภายใต้การเพาะปลูก Dipsacus fullonum Sativus Group; syn. D. sativus)ในอดีตมีการใช้อย่างกว้างขวางในการผลิตสิ่งทอ ผลิตเป็นแปรงสำหรับทำความสะอาด และ เพาะปลูกเพื่อนำมาทำเป็นเส้นใยสิ่งทอทำให้รวมเป็ฯเส้นเดียวกับขนสัตว์

มันแตกต่างจากชนิดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บางครั้งถูกเรียกว่า teasel frames มันถูกเพาะปลูกใช้สำหรับทำเป็ฯสิ่งทอ (นั้นคือ การตีทำให้เป็นขุย เป็นปุย เพื่อให้เป็นเส้นใย)


Source :http://en.wikipedia.org/wiki/Teasel




ยังมีนักวิจัยสมัยใหม่จำนวนมากมายคิดว่าเป็นการอ้างอิงถึง ผักบางชนิดที่มีฤทธิ์เป็ฯด่าง นำมาซึ่งโดยการเผาพืชเหล่านี้เหมือนกับ พืชชนิด Salsola kali และ Salicornias (S. fructicosa; S. herbacea)ที่เป็นพืชที่ขึ้นอย่างมากมายบนพื้นที่ชายฝั่งทะเล




Salsola kali (ชื่อสามัญเป็นที่รู้จักคือ Prickly Saltwort,
Russian Thistle,หรือ Prickly Glasswort)



คือพืชที่เติบโตในดินที่แห้งแล้งและในดินแดนชายฝั่งทะเลที่ประกอบด้วยทราย พืชนี้ ถิ่นกำเนิดของมันคือ Eurasian และพืชมันปรับตัวให้กับสภาพแวดล้อม และมันเป็นพืชรุกราน ในทางตอนเหนือของเมกา ออสเตรเลีย และที่อื่นๆๆ ต้นที่แห้งของมันสามารถถอนออกมาและจะมันกลายเป็ฯวัชพืช


Alkali and soda ash
Main article: Soda ash
See also: Salsola soda


โซเดียมคาร์บอเนตที่สกัดจากเถ้าของ Salsola kali มีธาตุเกลือประมาณ 30% ใช้ในการทำแก้ว ทำสบู่ และอื่นๆๆอีกมากมายที่เป็นสินค้า
ภาวะที่เป็ฯด่างนี้ รากศัพย์มาจากภาษาอาราบิก qaly, หรือ "from Kali." Salsola soda, Salsola kali, Halogeton sativus,และอื่น

ต้น saltwort และ glasswort มี โซเดียมคาร์บอเนต ที่สำคัญ จนกระทั้งในศตวรรษที่ 19 ในสเปน ใช้ต้น the saltwort มันถูกเรียกว่า barrilla มันคือพื้นฐานที่สำคัญในอุตสาหกรรม barilla ศตวรรษที่ 18-19 มันคือการ แทนที่ โซเดียมคาร์บอเนต ที่ผลิตด้วยกระบวนการด้วยการสังเคราะห์ ในกระบวนการ the Leblanc

Source:
http://en.wikipedia.org/wiki/Salsola_kali



Salicornia fruticosa - glasswort

Kingdom Plantae

Sub Kingdom Tracheobionta (vascular plant)
Superdivision Spermatophyta (seed plant)
Division Magnoliophyta (flowering plant)
Class Magnoliopsida (dicotyledon)
Order Caryophillidae
Family Chenopodiaceae
Genus Salicornia
Species fruticosa
Classification (L.) Moq.
Common name glasswort


เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แอฟริกาทิศใต้ มันคือพืชสมุนไพรตลอดปีที่มีลักษณะ ก้านสีเขียว(สีแดงที่มีสีในฤดูใบไม้ร่วง),และแตกกิ่งก้านสาขาในเป็นจำนวนมาก
ถิ่นที่อยู่ของพืช ชนิดsaltmarshesและsalt places เค็ม มันเป็นพืชต้องการดินที่ ชื้น และสามารถทนต่อฤดูแล้ง

Source :http://www.istitutoveneto.it/


Taxon: Salicornia herbacea (L.) L.
Synonym of Salicornia europaea L.
Genus: Salicornia
Family: Chenopodiaceae
Nomen number: 417087
Place of publication: Sp. pl. ed. 2, 1:5. 1762

Typification: View record from Linnaean Plant Name Typification Project of the Natural History Museum of London.


Source:http://www.ars-grin.gov/cgi-bin/npgs/html/taxon.pl?417087

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล
เยเรมีย์ Jeremiah 2:22
บรรดาความทุกข์ลำบากของอิสราเอลคือผลแห่งความบาป


2:22 องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า "ถึงแม้ว่าเจ้าชำระตัวด้วยน้ำด่าง และใช้สบู่มาก แต่รอยเปื้อนความชั่วช้าของเจ้าก็ยังปรากฏอยู่ต่อหน้าเรา

22 Even though you scrub yourself with soda and put in quantities of soap, the stain of your guilt would still be visible to me, the Lord Yahweh declares.

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

มาลาคี 3:2 m.,iii, 2
คำพยากรณ์ถึงการรับใช้ของยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาและการเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์


3:2 แต่ใครจะทนอยู่ได้ในวันที่ท่านมา และใครจะยืนมั่นอยู่ได้เมื่อท่านปรากฏตัว เพราะว่าท่านเป็นประดุจไฟถลุงแร่ และประดุจสบู่ของช่างซักฟอก

2 Who will be able to resist the day of his coming? Who will remain standing when he appears? For he will be like a refiner's fire, like fullers' alkali.

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:13:22:28 น.  

 
Boxthorn. See Bramble.

Bramble,แปลถอดความจากภาษาฮิบรู คือ ’atad ใน ผู้วินิจฉัย Judges, ix, 14-15,และแปลว่า "thorn พืชมีหนาม" อีกด้วย,ในบทเพลงสดุดี Psalm 57:10. ในฉบับเวอร์ชั่น ภาษาลาติน The Latin version has in both places rhamnus,( พืชชนิดหนึ่งเต็มไปด้วยหนาม)
"buckthorn"; ซึ่งมีหลายสปีชี่ย์ ที่เติบโตในดินแดนปาเลสไตน์ และซีเรีย แต่นักเขียนภาษาอารบิกถือว่า คือความหลากหลายของชนิด Lycium หรือ boxthorn คือความหมาย

รูปภาพ rhamnus,( พืชชนิดหนึ่งเต็มไปด้วยหนาม)"buckthorn"; ที่เติบโตในดินแดนปาเลสไตน์



Palestine buckthorn - Photo By: Yochai Corem

Palestine buckthorn
Rhamnus lycioides, Palestine Buckthorn



Scientific name: Rhamnus lycioides
Synonym name: Rhamnus palaestinus
Common name Palestine Buckthorn
Hebrew name: אשחר ארץ-ישראלי
Family: Rhamnaceae, אשחריים



Leaf form Simple
Leaf margin Entire
Habitat Batha & Garigue



Life form Shrub
Distribution in Israel Golan, Hermon, Gallilee, Upper Jordan valley, Gilboa, Carmel, Samarian mountains, Samarian desert, Judean mountains, Judean desert and Dead Sea valley, Sharon, Shefela, Northern Negev,

Source :http://www.tiuli.com/
flower_info.asp?lng=eng&flower_id=54
http://www.flowersinisrael.com/
Rhamnuslycioides_page.htm
http://www.wildflowers.co.il/english/
plant.asp?ID=553


ผู้วินิจฉัย Judges,9 ix, 14-15,

Versions - Compare
Source:http://bible.cc/judges/9-14.htm

New American Standard Bible (©1995)
14"Finally all the trees said to the bramble, 'You come, reign over us!'

15 "The bramble said to the trees, 'If in truth you are anointing me as king over you, come and take refuge in my shade; but if not, may fire come out from the bramble and consume the cedars of Lebanon.'

King James Bible
14 Then said all the trees unto the bramble, Come thou, and reign over us.

15 And the bramble said unto the trees, If in truth ye anoint me king over you, then come and put your trust in my shadow: and if not, let fire come out of the bramble, and devour the cedars of Lebanon.

Douay-Rheims Bible
14 And all the trees said to the bramble: Come thou and reign over us.

15 And it answered them: If indeed you mean to make me king, come ye and rest under my shadow: but if you mean it not, let fire come out from the bramble, and devour the cedars of Libanus.



Catholice use New Jerusalem Bible Thai,Eng


ผู้วินิจฉัย Judges,9 ix, 14-15,

นิทานของโยธาม

14 บรรดาต้นไม้จึงพร้อมใจกล่าวเชิญพุ่มหนามว่า
"จงมาเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเราเถิด!"
15 พุ่มหนามก็ตอบบรรดาต้นไม้ว่า
"ถ้าท่านต้องการเจิมตั้งข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์จริงๆ ละก็
จงมาพักอยู่ใต้ร่มเงาของข้าพเจ้าเถิด
ถ้าท่านไม่มา ไฟจะออกมาพุ่มหนาม
และเผาผลาญต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน


14 Then the trees all said to the thorn bush, 'You come and be our king!'
15 And the thorn bush replied to the trees, 'If you are anointing me in good faith to be your king, come and shelter in my shade. But, if not, fire will come out of the thorn bush and devour the cedars of Lebanon.'

เชิงอรรถยาว นิทานของโยธาม


ในฉบับเวอร์ชั่น ภาษาลาติน The Latin version has in both places rhamnus


Vulgate (Latin): Psalms Chapter 57:10

Source:http://sacred-texts.com/bib/
vul/psa057.htm#010

10 Priusquam intelligerent spinæ vestræ rhamnum,
sicut viventes sic in ira absorbet eos.

English (Douay-Rheims)

10 Before your thorns could know the brier; he swalloweth them up, as alive, in his wrath. Before your thorns, etc... That is, before your thorns grow up, so as to become strong briers, they shall be overtaken and consumed by divine justice, swallowing them up, as it were, alive in his wrath.

บทเพลง Psalm 57

พระเจ้าทรงพิพากษาผู้พิพากษาทั้งหลายบนแผ่นดิน และทำนายการลงโทษของพวกเขาทั้งหลาย
บทเพลงสดุดี นี้แตกต่างจากสิ่งที่คุณกำลังคาดหวังไว้หรือไม่? เพื่อไม่ทำให้สับสน

มีสองระบบสำหรับการจัดเรียงบทเพลงสดุดี : Septuagint และ Masoretic เราใช้ระบบ Septuagint ในที่นี่

ในระบบ Masoretic ที่ถูกใช้ในการแปลพระคัมภีร์ไบเบิลสมัยใหม่เป็นส่วนมาก, บทเพลงสดุดี นี้ถูกเรียกในบทเพลงสดุดีที่ 58 และเพลงบทสวดสดุดีก่อนหน้าถูกรู้ว่าเป็นบทเพลงสดุดีที่ 57


Source : Catholic Encyclopedia
http://www.newadvent.org/bible/psa057.htm

Catholice use New Jerusalem Bible Thai,Eng

บทเพลงสดุดี Psalm 58:9
9 ก่อนที่หม้อของท่านจะรู้สึกความร้อนจากต้นหนามที่เป็นเชื้อเพลิง
เขาจะถูกวาดไปทั้งเป็นเหมือนถูกลมหอบ
9 Before they sprout thorns like the bramble, green or burnt up, may retribution whirl them away.

เชิงอรรถยาววว




ต้นหนามที่เป็นเชื้อเพลิง



Versions - Compare
http://bible.cc/psalms/58-9.htm

New American Standard Bible (©1995)
9 Before your pots can feel the fire of thorns He will sweep them away with a whirlwind, the green and the burning alike.

King James Bible
9 Before your pots can feel the thorns, he shall take them away as with a whirlwind, both living, and in his wrath.

Douay-Rheims Bible
9 Before your thorns could know the brier; he swalloweth them up, as alive, in his wrath.

Young's Literal Translation
9 Before your pots discern the bramble, As well the raw as the heated He whirleth away.

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:9:29:32 น.  

 
Box tree ( อิสยาห์ Isaiah 41:19; 60:13; ใน D. V.,เอเซเคียล Ezekiel 27:6, แทนที่ด้วย "ivory and cabins",ที่ควรจะอ่านว่า : "ivory inlain in boxwood"),

ซึ่งเป็นไปได้มากที่the Hebrew the’ashshur ต้นไม้ The box tree ไม่ได้เติบโตในดินแดนปาเลสไตน์ และอย่างแท้จริงในพระคัมภีร์ไบเบิลที่คุ้นเคย แต่พูดถึงระบุว่าthe box tree of Lebanon, Buxus longifolia, Boiss.,ที่นำเข้ามาจากหมู่เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน



Buxus sempervirens 'Longifolia'


รูปแบบตามปรกติของ the "English Box" ใบของมันที่เรียวกว่ามาตฐานมีสีเขียวเป็นเงามันและวาว กับการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การดูแลด้วยการตัดหรือเล็ม

Source:http://www.conifer.com.au/buxus_list



Binomial name
Buxus sempervirens
L.



Plant growing in dry Mediterranean scrub


Buxus sempervirens ( ชื่อสามัญ Common Box or European Box; และเรียกว่า Boxwood อีกด้วย) คือพืชจำพวกไม้ดอก ใน the genus Buxus, ถิ่นกำเนิดในทางตะวันตกและทางตอนใต้ของยุโรป ทางตอนเหนือของอาฟริกา และทางตอนใต้ของเอเซีย จากทางตอนใต้ของอังกฤาและทางตอนเหนือของโมร๊อคโค และทางตะวันออกตรงไปสู่ทางตอนเหนือของเมดิเตอเรเนียนไปถึงภูมิภาคของตุรกี

การเพาะปลูกและใช้ประโยชน์



เกี่ยวกับศิลปะการตัดตกแต่งพุ่มไม้ในสวนของ ปราสาท Alden Biesen ในเบลเยี่ยม คือไม้ประดับที่นิยมมากในสวน เป็น ศิลปะการตัดพุ่มไม้ หรือทำเป็นต้นไม้แคระ (บอนไซ)


The wood ("boxwood") เป็นสิ่งที่ยากม๊ากที่ใช้ในการแกะสลัก เครื่องประดับมุขอื่นๆ มากยากและหนัก, ใช้สำหรับการแกะสลัก, เครื่องไม้ประดับมุกหรืออื่นๆ, การกลึงไม้เป็นรูปต่างๆ ,และเครื่องมือ


Source :http://en.wikipedia.org/wiki/
Buxus_sempervirens



COMMON NAME
Buxus sempervirens L. , Southern Boxwood

NATIVE RANGE:
Mediterranean region, Asia Minor

Source :http://www.uark.edu/campus-resources/
cotinus/plants1_html/buxusemp.html



boxwood ถูกใช้สำหรับในการทำชิ้นหมากรุกบ่อยๆ หมากรุกที่ทำด้วยไม้อย่างเกือบทั้งหมดใช้ไม้ boxwood Boxwoodถูกใช้สำหรับทำเครื่องไวโอลินที่มีคุณภาพสูงและ viola fittings อีกด้วย

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

ใน D. V.,
อิสยาห์ Isaiah 41:19;

ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและความอ่อนแอของมนุษย์

41:19 ในถิ่นทุรกันดารเราจะปลูกต้นสนสีดาร์ ต้นกระถินเทศ ต้นน้ำมันเขียว และต้นมะกอกเทศ ในทะเลทรายเราจะวางต้นสนสามใบ ทั้งต้นสนเขาและต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดปีด้วยกัน

19 I shall plant the desert with cedar trees, acacias, myrtles and olives; in the wastelands I shall put cypress trees, plane trees and box trees side by side;


อิสยาห์ Isaiah 60:13
สง่าราศีของศิโยนในอนาคต

60:13 สง่าราศีแห่งเลบานอนจะมายังเจ้า คือต้นสนสามใบ ต้นสนเขาและต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดปีด้วยกัน เพื่อจะกระทำให้ที่แห่งสถานบริสุทธิ์ของเรางดงาม และเราจะกระทำให้ที่แห่งเท้าของเรารุ่งโรจน์
13 The glory of the Lebanon will come to you, cypress, plane-tree, box-tree, one and all, to adorn the site of my sanctuary, for me to honour the place where I stand.


คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

เอเซเคียล Ezekiel 27:6,
บทคร่ำครวญเรื่องเมืองไทระ (วว 18:1-24)

27:6 เอาไม้โอ๊กแห่งเมืองบาชานมาทำเป็นกรรเชียงของเจ้า หมู่คนอาเชอร์ทำแท่นฝังด้วยงาช้างซึ่งมาจากเกาะคิทธิม
6 From oaks of Bashan they made your oars. They built you a deck of cedar inlaid with ivory from the Kittim isles.

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:18:49:20 น.  

 
Broom. See Juniper.

Juniper ( ฉบับ Douay Version, 1 พงค์กษัตริย์ Kings 19:4-5; โยบ Job 30:4;บทเพลงสดุดี Psalm 119:4: "That lay waste",คือการแปลถอดความที่ผิดพลาด ),ซึ่งมีค่าเท่ากับภาษาฮิบรูว่า rothem, a sort of broom (ชนิดหนึ่งของข้าวฟ่าง)(Retama retem, cf. Arab. ratam).

Fabaceae | Retama raetam (Forssk.) Webb & Berthel. | Makhtesh Ramon – Ramon Crater, Negev Desert, Israel.





Source :http://www.ubcbotanicalgarden.org/
potd/2008/01/retama_raetam.php

רותם המדבר White broom
Genus: Retama סוג: רותם
Species: raetam תואר המין: המדבר
Family: Papilionaceae משפחה: פרפרניים




White broom - Photo By: Yochai Corem


White broom - Photo By: נדב מנדלוביץ


White broom - Photo By: ליאור אלמגור

Source :http://www.tiuli.com/
flower_info.asp?lng=eng&flower_id=39


1 พงค์กษัตริย์ Kings 19:4-5

Versions-Compare
http://bible.cc/1_kings/19-5.htm

New American Standard Bible (©1995)
4 But he himself went a day's journey into the wilderness, and came and sat down under a juniper tree ; and he requested for himself that he might die, and said, "It is enough; now, O LORD, take my life, for I am not better than my fathers."
5 He lay down and slept under a juniper tree ; and behold, there was an angel touching him, and he said to him, "Arise, eat."

King James Bible
4 But he himself went a day's journey into the wilderness, and came and sat down under a juniper tree :and he requested for himself that he might die; and said, It is enough; now, O LORD, take away my life; for
5 I am not better than my fathers.
And as he lay and slept under a juniper tree, behold, then an angel touched him, and said unto him, Arise and eat.


Douay-Rheims Bible
4 And he went forward, one day's journey into the desert. And when he was there, and sat under a juniper tree, he requested for his soul that he might die, and said: It is enough for me, Lord, take away my soul: for I am no better than my fathers.
5 And he cast himself down, end slept in the shadow of the juniper tree : and behold an angel of the Lord touched him, and said to him: Arise and eat.


catholic use New Jerusalem Bible Thai,Eng


1 พงค์กษัตริย์ Kings 19:4-5
เอลียาห์ที่ภูเขาโฮเรบ

4 ส่วนเอลียาห์เดินทางเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เป็นระยะทางเดินหนึ่งวัน เขาไปนั่งใต้พุ่มไม้ คิดอยากตาย อธิฐานว่า"ข้าแต่พระยาเวห์ เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว โปรดเอาชีวิตของข้าพเจ้าไปเถิด ข้าพเจ้าไม่ดีกว่าบรรพบุรุษของข้าพเจ้าเลย"
5เขานอนแล้วหลับไปใต้พุ่มไม้ ทันใดนั้นทูตสวรรค์มาแตะตัวเขาและพูดว่า "จงลุกขึ้นและกินเถิด"

4 He himself went on into the desert, a day's journey, and sitting under a furze bush wished he were dead. 'Yahweh,' he said, 'I have had enough. Take my life; I am no better than my ancestors.'
5 Then he lay down and went to sleep. Then all of a sudden an angel touched him and said, 'Get up and eat.'



โยบ Job 30:4

New American Standard Bible (©1995)

4 Who pluck mallow by the bushes, And whose food is the root of the broom shrub.

King James Bible
4 Who cut up mallows by the bushes, andjuniper roots for their meat.

Douay-Rheims Bible
4 And they ate grass, and barks of trees, and the root of junipers was their food.


catholic use New Jerusalem Bible Thai,Eng
www.catholic.org/bible
ขอยืมKjv ไบเบิ้ล

โยบ Job 30:4
ความมั่งมีของโยบกลายเป็นความยากจน

30:4 เขาเก็บผักชะครามซึ่งอยู่กับพุ่มไม้ และเอารากต้นไม้จำพวกสนจูนิเปอร์มาเป็นอาหาร
4 they used to pick saltwort among the scrub, making their meals off roots of broom.

บทเพลงสดุดี Psalm 119:4

Vulgate (Latin): Psalms Chapter 119:4


4 Sagittæ potentis acutæ,
cum carbonibus desolatoriis.


มีสองระบบสำหรับการจัดเรียงบทเพลงสดุดี : Septuagint และ Masoretic เราใช้ระบบ Septuagint ในที่นี่

ในระบบ Masoretic ที่ถูกใช้ในการแปลพระคัมภีร์ไบเบิลสมัยใหม่เป็นส่วนมาก, บทเพลงสดุดี นี้ถูกเรียกในบทเพลงสดุดีที่ 120 และเพลงบทสวดสดุดีก่อนหน้าถูกรู้ว่าเป็นบทเพลงสดุดีที่ 119



English (Douay-Rheims)
4 The sharp arrows of the mighty, with coals that lay waste.

<< บทเพลงสดุดี Psalm 120:4 >>


New American Standard Bible (©1995)
4 Sharp arrows of the warrior, With the burning coals of the broom tree.

King James Bible
4 Sharp arrows of the mighty, withcoals of juniper.

Douay-Rheims Bible
4 The sharp arrows of the mighty, with coals that lay waste.

<< Psalm 120:4 >>


4 พระองค์จะทรงยิงเจ้าด้วยลูกธนูศึกสุดคม
พร้อมกับถ่านไม้ซากที่ลุกโชน
4 War-arrows made sharp over red-hot charcoal.


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 5 เมษายน 2552 เวลา:23:14:00 น.  

 
ลองมาดูแนวคิดงานเขียนของ

เซอร์ โทมัส บราวน์
Sir Thomas Browne, Hydriotaphia, V



(1605-1682)
นายแพทย์และนักเขียนชาวอังกฤษ ได้รับแต่งตั้งเป็นท่านเซอร์โดยกษัตริย์ชาร์ลที่ 2 จากความสามารถด้านโบราณคดี งานเขียนสำคัญเล่มแรกของเขาเป็นการนำความสงสัยและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาผสมปนเปกับความเชื่อและอัศจรรย์ของพระเจ้า แม้จะไม่ได้เป็นนักคิด แต่งานเขียนที่สามารถโน้มน้าวจิตใจคน ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นกวีชั้นนำคนหนึ่งของอังกฤษ

Life is a pure flame,
And we live
By an invisible sun
Within us.

ชีวิตคือเปลวเพลิงบริสุทธิ์
และเราดำรงชีวิตอยู่
โดยดวงอาทิตย์ที่มองไม่เห็น
ภายในตัวเรา


Source :http://www.doodaw.com/
thinkscience/hero41.html
http://en.wikipedia.org/wiki/
Thomas_Browne

Juniper in the Bible
Of Plants in Scripture, Sect. 37


จาก Plants of the Bible, H.N. & A.L. Moldenke,หัวข้อที่ "175. Reama raetam (Forsk.) Web. & Berth.

คำภาษาฮิบรูที่แปล "juniper ต้นสน"ในการให้สิทธิ และฉบับ Douay versions คือ" rotem "หรือ" rothem "และ"r' tamin ",และ" ritmah "หรือ" rithmah "(ภาษากรีกคือ raqmen );และมันมีไม่มีสิ่งใด ที่ว่าคือต้นสนjunipersที่ถูกต้อง

Juniperus ตามความเป็นจริงเกี่ยวกับพระคัมภีร์ "juniper"คือ สปีชีย์หนึ่งของ สปีชีย์ broom (ข้าวฟ่าง)และเป็นที่รู้จักกันดีว่าคือ the white broom, Retama raetam.

1 ถิ่นที่อยู่ของพืชที่มันเจริญเติบโตซึ่งคล้ายกับต้น the Scotch broom ชื่อพฤษศาสตร์ Cytisus scoparius (L.) แต่กิ่งก้านของมันยาวกว่า และ ตัดงอได้ง่ายไม่แตกหักมากกว่า รูปแบบของมัน เป็นไม้พุ่มสูง 3-12 ฟิต แม้ว่าใบของมันจะเล็กมากและบางตา และ เป็นเส้นตรง อย่างไรก็ตามรูปแบบของมันสามารถใช้เป็นที่กำบังได้ในภูมิภาคบริเวณทะเลทราย

ดอกของมันเหมือนกับ ดอก The white pea คือ งามสดุดตา มีกลิ่นหอม และ มีความทนทาน ในช่อประกอบด้วยดอกเล็กๆ เป็นกลุ่ม ท่ามกลางกิ่งไม้ของมัน The white broom คือต้นไม้ที่มีขนาดเล็กและสวยงาม คือเกิดขึ้นอย่างมากมายในภูมิภาคบริเวณทะเลทราย ปาเลสไตน์ และเติบโตบนเนินเขา ในสถานที่เป็นหิน ในหุบเขาลึกมักมีลำธารห้วยลึก และสถานที่ประกอบไปด้วยทราย พืชนี้มันขึ้นเป็นธรรมดาธรรดารอบๆ ทะเล Dead Sea, ในGilead, ในหุบเขา Jordan ,ทะเลทรายซีเรีย , ในเลบานอน, บนภูเขาCarmel, และบนทะเลทรายทั้งหมดที่ทางตอนใต้ ของ Arabia Petræa ,Sinai, และประเทศอียิปต์




Description: Retama raetam Illustration from book

Source: Leguminosae. in
Engelmann (ed.): Natürliche Pflanzenfamilien. Vol. III, 3.

Date :1891 (1891)

Author: Paul Hermann Wilhelm Taubert (1862-1897)

Permission
(Reusing this image) See below.
Other versions see http://www.biolib.de





White weeping broom (Retama raetam), near Revivim, Israel.

Source: talen by Michael Baranovsky





Retama raetam growing in Puntagorda, La Palma, Canary Islands

Source: http://commons.wikimedia.org/
wiki/Retama_raetam


2มันถูกบอกว่าค้นพบโดยชาวฟิลิสเตียนthe Philistine และชาวโฟนิเชียน บริเวณชายฝั่งทะเล ใน "wilderness บริเวณที่รกร้างว่างเปล่า" ("deserts ทะเลทราย") "" ที่มันอยู่ในสถานที่จำนวนมากมายเพียงเป็นพุ่มไม้สามารถใช้เป็นที่กำบังได้บางครั้ง

Tristram บรรยายพืชนี้ไว้ได้อย่างมีประสิทธิผล : " นี้คือหนึ่งในความวิจิตรที่สวยงามของต้นไม้ของประเทศนี้ สีชมพูที่ละเอียดอ่อนคล้ายผ้าโปร่ง และความลดหลั่นความเข้มที่เป็ฯสีขาว ที่เกิดขึ้นบนเนินเขาทั้งหมด ที่ปกปิดด้วยพุ่มไม้ขนาดเล็กของดอกไม้ และฉันเคยเห็นมันที่ Gilead
ที่แม้ว่าไม่ได้โดดเด่นไปกว่า ต้น the apple blossom ของแปลงสวนของอังกฤษ

" Rithmah " ใน กันดารวิถี Numbers 33:18 - 19 —" Rethma "ในเวอร์ชันฉบับ Douay version คือคำที่แตกต่างจากของคำภาษาฮิบรู ความหมายคือ "place of broom"และเป็นไปได้มากที่อ้างอิงถึง พืชเหล่านี้ในสถานที่นั้น

กันดารวิถี Numbers 33:18 - 19
เส้นทางอพยพ

18 จากฮาเซโรท มาตั้งค่ายที่ริทมาห์
19 จากริทมาห์ มาตั้งค่ายที่ริมโมน เปเรศ
18 They left Hazeroth and encamped at Rithmah.
19 They left Rithmah and encamped at Rimmon-Perez.

เชิงอรรถยาว


The Goodspeed version of the 1 Kings อ้างอิงถึง การแปลถอดความ the Authorized and Douay versions' "juniper tree" อย่างถูกต้องมากกว่า คำว่า "as broom tree"

Jastrow กล่าวว่า "broom-tree", Leesser ให้คำว่า "broom-bush", ขณะที่ Moffatt กล่าวว่า"brook-bush" และ "bush". The Revised Version แน่ใจว่าคือ "broom" ในหมายเหตุเกี่ยวเชิงอรรถ ชื่อในภาษาอารบิกสำหรับต้นไม้นี้คือ "retem" หรือ"rethem".

สำนวน"coals of juniperถ่านไม้ซากของต้นสนจูนิเปอร์"ที่ใช้ในบทเพลง สดุดี 120:4
"burning coals"ในMoffatt,
"live broom coals" ในGoodspeed,
"coals of broom" ในJastrow, และ"coals that lay waste"


ใน ฉบับ Douay —ที่อ้างอิงถึงข้อเท็จจริงนั้น นั้นคือ ไม้ของ the wood of white broom ที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในการทำถ่าน ในผู้แต่งบทเพลงสดุดีรับรองว่าถ่านที่ทำจากพืชนี้จุดติดไฟเป็นประกายได้ดีและเร็วที่สุดมากกว่าสารติดไฟใดใดที่ถูกค้นพบในทะเลทราย และการบรรยายนี้ถูกจัดเตรียมอย่างเหมาะสมสำหรับการลงโทษสำหรับลิ้นที่หลอกลวง


ถ่านนี้ถูกบอกว่าเป็นถ่านที่มีคุณภาพดีโดยเฉพาะในรูปแบบของความสำคัญในการค้าขายระหว่างชาวเบดูอิน ในทะเลทรายและชาวอียิปต์ ไม้ของThe wood of the white broom ถูกบอกว่า มันเผาไม้อย่างรุนแรงสุดขีด แม้ว่ามันยังไม่ได้ถูกทำเป็นถ่าน

นักบุญเยโรม Jerome และนักเขียนพระคัมภีร์ของชาวยิว เห็นด้วยและเชื่อว่า นั้นคือ ไม้ซึ่ง แดเนียล กล่าวถึง เมื่อเขาพูดถึง "coals of juniper"


ผู้วิจารณ์จำนวนหนึ่งได้แน่ใจว่านั้นคือเสียงรบกวนที่ดังและเสียงปะทุจากการเผาไม้ของ broom wood ที่แดเนียลใช้เป็นสัญญาลักษณ์อีกด้วยของการอ้างอิงควาไม่ยุติธรรมของ ที่แนะนำแม้แต่ที่นั้นประหลาดเสียงรบกวนดังและเสียงปะทุที่ทำโดยไม้ไม้กวาดการเผาไหม้ Daniel ที่ใช้สำหรับยังเป็นสัญลักษณ์หนึ่งสัญลักษณ์ของการอ้างอิงดังและไม่ยุติธรรมของผู้ใส่ร้ายของผู้คนที่ชอบธรรม


The "juniper roots" ขอโยบ Job 30:4 ไม่ใช่รากอันใดอันหนึ่งของ ต้น juniper หรือ the white broom

รากของต้น the white broom เหมือนกับรากของ the Scotch broom คือมีฤทธิ์ที่เป็นพิษคลื่นเหียนอาเจียนอย่างรุนแรง ถ้ากินมันเข้าไป พวกเขาไม่สามารถกินมัน ในรูปแบบที่อธิบาย โดย โยบ ปัจจุบันนี้ ที่สนับสนุน"juniper roots" ของโยบ คือ the edible parasitic plant, Cynomorium coccineum.











Il Fungo di Malta (Cynomorium coccineum L., 1753)
è una pianta della famiglia delle Cynomoriaceae.
Source :www.parasiticplants.siu.edu
:http://www.floresdealmeria.com/
joyas/cynomorium-coccineum.html

โยบ Job 30:4

New American Standard Bible (©1995)

4 Who pluck mallow by the bushes, And whose food is the root of the broom shrub.

King James Bible
4 Who cut up mallows by the bushes, andjuniper roots for their meat.

Douay-Rheims Bible
4 And they ate grass, and barks of trees, and the root of junipers was their food.


catholic use New Jerusalem Bible Thai,Eng
www.catholic.org/bible
ขอยืมKjv ไบเบิ้ล

โยบ Job 30:4
ความมั่งมีของโยบกลายเป็นความยากจน

30:4 เขาเก็บผักชะครามซึ่งอยู่กับพุ่มไม้ และเอารากต้นไม้จำพวกสนจูนิเปอร์มาเป็นอาหาร
4 they used to pick saltwort among the scrub, making their meals off roots of broom.



คำจารึกของพี่น้องคริสเตียนเก่าแก่ แถลงการณ์กล่าวว่า นั้นคือ เมื่อพระเยซูเจ้ากำลังอธิฐานภาวนาในตอนกลางคืนที่เป็ฯเรื่องของความเป็นความตายในสวน เกทเสมณี พระเยซูเจ้าทรงภาวนาอย่างเป็นประจำ
ซึ่งถูกรบกวน โดยเสียงที่อึกทึกเอ็ดตะโร เป็นเสียงประทุและ การเลื่อยไม้ ของ a broom plant

คำจารึกอีกอันกล่าวว่า นั้นคือ เสียงปะทุของ the broom plants ทำให้เหล่าทหารของking เฮโรด เกือบรู้ที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่และเกือบจะแสดงให้เห็ฯว่าพระแม่มารีย์และพระกุมาร ซ่อนตัวอยู่ที่ใหน



http://penelope.uchicago.edu/misctracts/juniper.html
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 5 เมษายน 2552 เวลา:23:16:14 น.  

 
Bulrush: rush, reed, papyrus
Bulrush แสดงให้เห็นเป็นสัญญาลักษณ์ของพืชในภาษาอิบรู 3 คำได้แก่คำว่า


(1) gome גמא

อพยพ Exodus 2:3; อิสยาห์Isaiah 18:2; 35:7), มันคือ Cyperus papyrus,และกล่าวถึงในไบเบิ้ลเรื่อง คำพยากรณ์ของ ประกาศกอิสยาห์ กล่าวถึง การต่อต้านคนนอกศาสนา Oracles against the Pagan Nations ( ดู Isaiah 13:1-23:18 source:New American Bible)(ดู ใน cf.อิสยาห์ Isaiah 19:6-7 ที่ว่าต้นไม้บริวเณแม่น้ำไนล์ไม่มีอีกแล้ว รบกวนอ่านเต็มๆบริบท เรื่อง ภาระเกี่ยวกับอียิปต์ )

อพยพ Exodus 2:3
ชีวิตเบื้องต้นของโมเสส

กำเนิดโมเสส
2 ต่อมา นางตั้งครรณ์ และคลอดบุตรชาย นางเห็นว่าบุตรสวยงามน่ารัก จึงซ่อนบุตรนั้นไว้สามเดือน
3 เมื่อซ่อนไว้นานกว่านั้นไม่ได้แล้ว นางจึงนำตะกร้าสานด้วยต้นกก มาแล้วยางด้วยมะตอยและชัน วางเด็กไว้ในตะกร้านั้นแล้วนำไปวางไว้ใน พงอ้อริมฝั่งน้ำ
2 She conceived and gave birth to a son and, seeing what a fine child he was, she kept him hidden for three months.
3 When she could hide him no longer, she got a papyrus basket for him; coating it with bitumen and pitch, she put the child inside and laid it among the reeds at the River's edge.
เชิงอรรถ
เรื่องนี้มาจากตำนานยาห์วิสต์ เอโลอิสต์ที่รวมกันแล้ว หรือจากตำนานเอโลอิสเท่านั้น

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

อิสยาห์Isaiah 18:2;
ประเทศอียิปต์ในสมัยที่อิสราเอลถูกรวบรวมกันอีก

18:2 ซึ่งส่งทูตไปโดยทางทะเล โดยเรือต้นกกบนน้ำ กล่าวว่า "เจ้าผู้สื่อสารที่รวดเร็วเอ๋ย จงไปยังประชาชาติที่ถูกกระจัดกระจายและถูกปอกเปลือก ยังชนชาติที่เขากลัวตั้งแต่แรก ยังประชาชาติที่เข้มแข็งและมักชนะ ซึ่งแผ่นดินของเขามีแม่น้ำแบ่ง"
2 who send ambassadors by sea, in little reed-boats across the waters! Go, swift messengers to a nation tall and bronzed, to a people feared far and near, a mighty and masterful nation whose country is criss-crossed with rivers.

อิสยาห์Isaiah 35:7
อิสราเอลจะกลับไปอยู่ที่ศิโยน

35:7 ดินที่แตกระแหงจะกลายเป็นสระน้ำ และดินที่กระหายจะกลายเป็นน้ำพุ ในที่อาศัยของมังกรที่ที่แต่ละตัวอาศัยนอนอยู่จะมีหญ้าพร้อมทั้งต้นอ้อและต้นกกงอกขึ้น
7 the parched ground will become a marsh and the thirsty land springs of water; the lairs where the jackals used to live will become plots of reed and papyrus.

กกอียิปต์


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyperus papyrus L.
ชื่อวงศ์ : Cyperaceae
ชื่อสามัญ : Egyptian paper plant, Papyrus,
Egyptian paper reed


Papyrus growing wild on the banks
of the Nile in Uganda


Papyrus paper


Model papyrus boat


Source:www.eternalegypt.org/
http://en.wikipedia.org/wiki/
Cyperus_papyrus

คำพยากรณ์ของ ประกาศกอิสยาห์ กล่าวถึง การต่อต้านของคนนอกศาสนา Oracles against the Pagan Nations ( ดู Isaiah 13:1-23:18 source:New American Bible)(ดู ใน cf.อิสยาห์ Isaiah 19:6-7 ที่ว่าต้นไม้บริวเณแม่น้ำไนล์ไม่มีอีกแล้ว รบกวนอ่านเต็มๆบริบท เรื่อง ภาระเกี่ยวกับอียิปต์ )

อิสยาห์ Isaiah 19:6-7
ภาระเกี่ยวกับอียิปต์

19:6 และแม่น้ำของมันจะเน่าเหม็น และแม่น้ำแห่งการป้องกันจะน้อยลงและแห้งไป ต้นอ้อและกอปรือจะเหี่ยวแห้ง
19:7 กอแขมที่แม่น้ำ ที่ริมฝั่งแม่น้ำ และทั้งสิ้นที่หว่านลงข้างแม่น้ำนั้นจะแห้งไป จะถูกไล่ไปเสียและไม่มีอีก
6 the streams will become foul, the rivers of Egypt sink and dry up. Rush and reed will turn black,
7 the Nile-plants on the banks of the Nile; all the vegetation of the Nile, will wither, blow away and be no more.

ในสมัยก่อนมันคือพืชที่มีลักษณะเฉพาะอย่างเด่นชัดของประเทศ (อียิปต์) ( Strab .,xvii, 15 )และเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำไนล์ (คือ แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ยาว 6670 กม.อาฟริกา ไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอเรเนียน) คือ "the papyrus-bearer(ต้นกกชนิดหนึ่ง) (Ovid, " Metam .",xv, 753 ),แต่ยังคงเติบโตรอบๆบริเวณทะเลสาบthe Lake of Tiberias (ทะเลสาบกาลิลี) และทะเลสาบ Lake Huleh


Sea of Galilee satellite view

ทะเลสาบปรากฎบนแผนที่โลกและใน พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่the New Testament คือ ทะเลสาบกาลิลี หรือ ทะเลสาบไทบีเรียส ( ยอร์นJohn 6:1)
ยอร์นJohn 6:1
วันฉลองปัสกาและปังแห่งชีวิต

ชาวยิวต่อต้านพระเยซูเจ้ารุนแรงขึ้น พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ทวีขนมปัง
1 หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จข้ามทะเลสาบกาลิลี หรือทิเบเรียส
1 After this, Jesus crossed the Sea of Galilee -- or of Tiberias-

the Lake of the Gennesareth ( ลูกา Luke 5:1 ภาษากรีก Greek ghen-nay-sar-et').



ลูกา Luke 5:1
พระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สี่คนแรก

1 วันหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่บนฝั่งทะเลสาบเยนเนซาเรท ขณะที่ประชาชนเบียดเสียดรอบพระองค์ เพื่อฟังพระวาจาของพระเจ้า
1 Now it happened that he was standing one day by the Lake of Gennesaret, with the crowd pressing round him listening to the word of God,
เชิงอรรถ


The name "Galilee" is used ( มัทธิว Matt 4:18; 15:29).

มัทธิว Matt 4:18;
ทรงเรียกศิษย์ชุดแรกสี่คน

18 ขณะที่ทรงดำเนินไปตามชายฝั่งทะเลสาบกาลิลี พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นพี่น้องสองคนคือซีโมนที่เรียกว่าเปโตรกับอันดรูว์น้องชายกำลังทอดแห เขาเป็นชาวประมง
18 As he was walking by the Lake of Galilee he saw two brothers, Simon, who was called Peter, and his brother Andrew; they were making a cast into the lake with their net, for they were fishermen.


มัทธิว 15:29
พระเยซูเจ้าทรงรักษาผู้ป่วย

29 พระเยซูเจ้าเสด็จจากที่นั่นมายังทะเลสาบกาลิลี แล้วเสด็จขึ้นบนภูเขาประทับที่นั่น
29 Jesus went on from there and reached the shores of the Lake of Galilee, and he went up onto the mountain. He took his seat,


source:biblekeyway.com

ขณะที่ในพันธสัญญาเก่า the Old Testament Bible "Sea of Chinnereth" ( หรือสะกดคำว่า "Kinnereth") ( กันดารวิถี Numbers 34:11; Joshua 13:27).,

Sea of Galilee,(ภาษาฮิบรู Heb., Chinnereth kin-neh'-reth, harp-shaped),


กันดารวิถี Numbers 34:11
อาณาเขตแผ่นดินคานาอัน

11 แล้วลงใต้จากเซฟามไปถึงรบลาห์ ทางตะวันออกของเมืองอายิน และเรื่อยไปถึงลาดฝั่งตะวันออกของทะเลสาบคินเนเรท
11 The boundary will run down from Shepham towards Riblah on the east side of Ain. Further down it will keep to the eastern shore of the Sea of Chinnereth.


Joshua 13:27
เผ่ากาด

27 และส่วนที่อยู่ในหุบเขาคือ เบธ-ฮาราม เบชนิราห์ สุดโคทและศาโฟน ส่วนที่เหลือ อาณาจักรกษัตริย์สิโหนของเอธโบน แม่น้ำจอร์แดนและดินแดนที่ทอดยาวไปจนถึงทะเลสาบคินเรโรท ทางฟากโน้น ด้านตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
27 and in the valley: Beth-Haram, Beth-Nimrah, Succoth, and Zaphon -- the rest of the kingdom of Sihon king of Heshbon -- the Jordan and the territory running to the tip of the Sea of Chinneroth, on the further, eastern side of the Jordan.





Huleh Lake, 1923.

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Sea_of_Galilee
www.holylandphotos.org
www.historycooperative.org


next........ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:22:15:55 น.  

 
(2) ’Agmon (A. V.,อิสยาห์ Isaiah 58:5; D. V. "circle")
คือที่ถูกแปลดถอดความอย่างหลากหลาย (ใน D. V. อิสยาIsaiah 19:15;โยบ Job 40:21) พืชต้นไม้ซึ่งปรับตัวเข้ากับสถานการซึ่งหมายถึง ใน อิสยา 58:5 ใน A. V.ปรากฎเหมือน เหมือนอันใดอันหนึ่งของพืชจำพวกกกธรรมดา Arundo donax, หรือบางชนิดของ rush (ต้นกก) Juncus communis, J maritimus, Lam .,J acutus ที่เกิดขึ้นมากมายในดินแดนปาเลสไตน์


Arundo donax, Giant reed, Cyprus cane, עבקנה שכיח



Scientific name: Arundo donax
Common name: Giant reed, Cyprus cane
Hebrew name: עבקנה שכיח
Arabic name: قصب, Qasab
Family: Gramineae / Poaceae, דגניים

Source : http://www.flowersinisrael.com/
Arundodonax_page.htm



Juncus australis (Juncus communis).


Juncus acutus, Juncus littoralis, Juncus spinosus,
Spiny Rush, Sharp rush, סמר חד





Scientific name: Juncus acutus L.
Synonym name: Juncus littoralis C.A.Mey., Juncus spinosus Forssk.
Common name: Spiny Rush, Sharp rush
Hebrew name: סמר חד
Family: Juncaceae, סמריים






Meerstrand-Binse (Juncus maritimus)
Lam. - sea rush
Family: Juncaceae

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/Juncus
http://luirig.altervista.org/photos-en/
juncus-maritimus---sea-rush.htm


ใน A.V. อิสยาห์ Isaiah 58:5
การอดอาหารที่พอพระทัยพระเจ้า

58:5 อย่างนี้หรือเป็นการอดอาหารที่เราเลือก คือวันที่คนข่มตัว การก้มศีรษะของเขาลงเหมือนอ้อเล็ก และปูผ้ากระสอบและขี้เถ้ารองใต้เขา อย่างนี้หรือเจ้าจะเรียกการอย่างนี้ว่าการอดอาหาร และเป็นวันที่พระเยโฮวาห์โปรดปรานอย่างนั้นหรือ
5 Is that the sort of fast that pleases me, a day when a person inflicts pain on himself? Hanging your head like a reed, spreading out sackcloth and ashes? Is that what you call fasting, a day acceptable to Yahweh?



ใน D. V. อิสยาIsaiah 19:15;โยบ Job 40:21

อิสยาIsaiah 19:15
ภาระเกี่ยวกับอียิปต์

19:15 ไม่มีอะไรที่จะกระทำได้เพื่อช่วยอียิปต์ ซึ่งหัวก็ดี หางก็ดี หรือกิ่งก้านก็ดี ต้นกกก็ดี ไม่อาจจะทำได้
15 Nowadays no one does for Egypt what top and tail, palm and reed used to do.

โยบ Job 40:21
โยบถ่อมตัวลง

40:21 มันนอนอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงา ในเพิงอ้อและในบึง
21 Under the lotus he lies, he hides among the reeds in the swamps.



(3) Suph

( อิสยาห์ Isaiah 19:6; A. V. "flag"; etc.), อียิปต์เรียก . tûf,เป็นไปได้มากที่ระบุชื่ออย่างหลากหลายของพืชชนิดrush และ sea-weeds(สาหร่ายทะเล) (โยนาห์Jonah 2:6). Yam Suph (แปลว่าทะเลแดง red sea) คือชื่อในภาษาฮิบรู สำหรับพืชที่อยู่ในทะเลแดง the Red Sea.
Reed (סוף suph,)
Yam Suph (Hebrew: יַם-סוּף) Yam Suph is "Sea of Reeds", (suph by itself means 'reed')

อิสยาห์ Isaiah 19:6
ภาระเกี่ยวกับอียิปต์

19:6 และแม่น้ำของมันจะเน่าเหม็น และแม่น้ำแห่งการป้องกันจะน้อยลงและแห้งไป ต้นอ้อและกอปรือจะเหี่ยวแห้ง
6 the streams will become foul, the rivers of Egypt sink and dry up. Rush and reed will turn black,


โยนาห์Jonah 2:6
โยนาห์อธิษฐานและได้รอดพ้นไป

2:6 ข้าพระองค์ลงไปยังที่รากแห่งภูเขาทั้งหลาย แผ่นดินกับดาลประตูปิดกั้นข้าพระองค์ไว้เป็นนิตย์ แต่กระนั้นก็ดี โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ยังทรงนำชีวิตของข้าพระองค์ขึ้นมาจากความเปื่อยเน่า
2:7
6 The waters round me rose to my neck, the deep was closing round me, seaweed twining round my head.









พืชจำพวกกกหรืออ้อในบริเวณใกล้เคียง ของTell Defenneh ขณะที่การสร้างของคลองซูเอซในศตวรรษที่ 19th พืชจำพวกกกหรืออ้อยังคงเติบโตจำนวนหนึ่งในของพื้นที่ที่ดินต่ำและชื้นของบริเวณ ภาพถ่ายนี้ถูกใช้ในพื้นที่ของระบบทะเลสาบ Ballah เก่าแก่, สอง- สามไมล์ทางตะวันตกของคลองซูเอซ เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียน แน่ใจว่ามันคือพื้น ทะเลสาบ ทางธรณีวิทยา และ เกี่ยวกับทางโบราณคดี ได้ทำการวิจัยที่ดีที่สุดแสดงให้เห็นสถานที่ที่พูดถึงใน Exodus อพยพ ที่โมเสสข้ามทะเลแดง

Source:http://www.biblearchaeology.org

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:22:17:12 น.  

 
Bush, Burning

Crataegus sinaica עוזרר סיני


Hebrew name עוזרר סיני

Family Rosaceae

Source :http://www.wildflowers.co.il/
english/plant.asp?ID=1068

Bush, Burning,ภาษาฮิบรูเรียกกว่า seneh, "thornyพืชเต็มไปด้วยหนาม" (อพยพ Exodus 3:2-4;เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 33:16), เป็นไปได้มากที่คือชนิดหนึ่งของ พืชมีหนาม whitethorn ซึ่งมีจำนานมากมายได้อย่างกลมกลืนกัน

(Cratægus sinaitica, Boiss.) คือชื่อสามัญ
โดยพืชเกิดขึ้นตลอดบรเวณ คาบสมุทธ Sinaitic Peninsula.
ในภาษาอาหรับ sanna คือได้ประยุกต์ใช้ในทั้งหมดของพืชมีหนามที่เป็นพุ่มต้นไม้เตี้ยๆ

อพยพ Exodus 3:2-4
พุ่มไม้ลุกเป็นไฟ

2:ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ มาปรากฎแก่เขาเป็นเปลวไฟลุกอยู่กลางพุ่มไม้ โมเสสมองดูก็เห็นว่าพุ่มไม้นั้นลุกเป็นไฟ แต่ไม่มอดไหม้ไป
3:จึงคิดว่า"ฉันจะเข้าไปดูเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้ใกล้ๆ ทำไมพุ่มไม้นั้นไม่มอดไหม้"
4:พระยาห์เวห์ทอดพระเนตรเห็นเขาเข้ามาดูใกล้ๆ จึงตรัสเรียกเขาจากกลางพุ่มไม้ว่า "โมเสส โมเสส"
เขาตอบว่า "ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่"
2 The angel of Yahweh appeared to him in a flame blazing from the middle of a bush. Moses looked; there was the bush blazing, but the bush was not being burnt up.
3 Moses said, 'I must go across and see this strange sight, and why the bush is not being burnt up.'
4 When Yahweh saw him going across to look, God called to him from the middle of the bush. 'Moses, Moses!' he said. 'Here I am,' he answered.

เชิงอรรถ พุ่มไม้ลุกเป็นไฟ,


ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ :หมายถึง พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่มนุษย์ (ดู ปฐก Genesis 16:7 เชิงอรรถ c)



เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 33:16
โมเสสอวยพรแต่ละเผ่า

16:ผลดีที่สุดที่แผ่นดินผลิตได้อย่างอุดมสมบรูณ์
ขอให้ความโปรดปรานของพระองค์ผู้ประทับที่พุ่มไม้
ลงมาเหนือศรีษะของโยเซฟ
เหนือกระหม่อมของเจ้านายของบรรดาพี่น้อง
16 the best of the land and all it holds, the favour of him who dwells in the Bush. May the hair grow thick on the head of Joseph, on the brow of the consecrated one among his brothers!

เชิงอรรถ โมเสสอวยพรแต่ละเผ่า



เหนือกระหม่อมของเจ้านายของบรรดาพี่น้อง


Crataegus sinaica Boiss.เติบโตอย่างมากมายในบริเวณโบส์ถ นักบุณแคทรีนSt. Catherine's MonasteryภูเขาซีนายSouth Sinai, Egypt และเป็นที่รู้จักกันดีเรียกว่า Za'rur หรือ Za'rur al-awdiyah .

Mount Sinai, Egypt map


Source :http://www.emergingtruths.com/
sinai/files/page16_blog_entry0_2.jpg


St. Catherine's Monastery, Mt. Sinai, Egypt



Source :http://www.sacredsites.com/africa/
egypt/mount_sinai.html

Crataegus sinaicus Boiss.
Rosaceae






Source:gis.sviva.gov.il


NamesHebrew with Vowels: עֻזְרַר סִינַי









Location: Sinai origin, Mt. Scopus
Date Picture Taken: 22/10/07 11:12:44

Source :http://flora.huji.ac.il/
browse.asp?lang=en&action=specie&specie
=CRASIN&fileid=19772

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:10:03:38 น.  

 
Calamus



ว่านน้ำ Acorus calamus L.
ชื่ออื่น : คงเจี้ยงจี้ ผมผา ส้มชื่น ฮางคาวน้ำ ฮางคาวบ้าน (ภาคเหนือ) ตะไคร้น้ำ (เพชรบุรี) ทิสีปุตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านน้ำ ว่านน้ำเล็ก ฮางคาวผา (เชียงใหม่)

Sweet Flag,เป็นที่รู้จักกันคือ cinnamon sedge, flagroot, gladdon, myrtle flag, myrtle grass, myrtle sedge, sweet cane, sweet myrtle, sweet root, sweet rush, and sweet sedge (Acorus calamus)

Calamus,ภาษาฮิบรู qaneh (อพยพ Exodus 30:23;เอเซเคียล Ezekiel 27:19;บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:14, และอิสยาห์ Isaiah 43:24; ใน D. V. "sweet cane"; เยเรมีย์ Jeremiah 6:20: "sweet-smelling cane"),

อพยพ Exodus 30:23
น้ำมันที่ใช้เจิม

23:"ท่านจงนำเครื่องหอมอย่างดี ต่อไปนี้คือ มดยอบเหลวหนักห้าร้อยบาท อบเชยหนักครึ่งหนึ่งคือสองร้อยห้าสิบบาท ตะไคร้หอมหนักสองร้อยห้าสิบบาท
23 'Take the finest spices: five hundred shekels of fresh myrrh, half as much (two hundred and fifty shekels) of fragrant cinnamon, two hundred and fifty shekels of scented reed,

เชิงอรรถยาว น้ำมันที่ใช้เจิม



คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล

บทคร่ำครวญเรื่องเมืองไทระ (วว 18:1-24)
เอเซเคียล Ezekiel 27:19

27:19 ดานและยาวานมาแลกกับสินค้าของเจ้า เขาเอาเหล็กหล่อ การบูร ตะไคร้มาแลกกับสินค้าของเจ้า
19 Dan and Javan, from Uzal onwards, supplied you with wrought iron, cassia and reeds in exchange for your goods.

บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:14
เจ้าบ่าวยกย่องเจ้าสาว

4:14 ต้นแฝกหอมและต้นฝรั่น ต้นตะไคร้และอบเชย อีกทั้งบรรดาต้นไม้สำหรับทำกำยานคือต้นมดยอบและต้นกฤษณา อีกทั้งเครื่องหอมชั้นเยี่ยมทั้งสิ้น
14 nard and saffron, calamus and cinnamon, with all the incense-bearing trees; myrrh and aloes, with the subtlest odours.

อิสยาห์ Isaiah 43:24; ใน D. V. "sweet cane"
พระสัญญาอันประเสริฐแก่อิสราเอล

43:24 เจ้ามิได้เอาเงินซื้ออ้อยให้เรา หรือให้เราพอใจด้วยไขมันของเครื่องสักการบูชาของเจ้า แต่เจ้าได้ให้เราเป็นภาระด้วยเรื่องบาปของเจ้า เจ้าให้เราเหน็ดเหนื่อยด้วยเรื่องความชั่วช้าของเจ้า
24 You have not bought expensive reed for me or sated me with the fat of your sacrifices. Instead by your sins you have trected me like a slave, you have wearied me with your crimes,


เยเรมีย์ Jeremiah 6:20: "sweet-smelling cane"
การทำลายยูดาห์

6:20 มีกำยานมาถึงเราจากเมืองเชบา มีตะไคร้ส่งมาจากเมืองไกล เพื่ออะไรเล่า เครื่องเผาบูชาของเจ้าก็ยังไม่เป็นที่รับได้ หรือเครื่องสักการบูชาของเจ้าก็ไม่เป็นที่พอใจเรา"
20 What do I care about incense imported from Sheba, or fragrant cane from a distant country? Your burnt offerings are not acceptable, your sacrifices do not please me.'

พืชจำพวกกกหรืออ้อที่มีกลิ่นที่หอม เป็นส่วนประกอบ ของเครื่องเทศในการเผาเพื่อบูชา

ใน (อิสยาห์ Isaiah 43:24; เยเรมีย์ Jeremiah 6:20) และเป็ฯส่วนหนึ่งของน้ำมันที่ใช้ในการเจิม (unction [N] การเจิมน้ำมัน (ในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก)
(อพยพ Exodus 30:23-25).




ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acorus calamus L.

ชื่อสามัญ : Mytle Grass, Sweet Flag

วงศ์ : Araceae

ชื่ออื่น : คงเจี้ยงจี้ ผมผา ส้มชื่น ฮางคาวน้ำ ฮางคาวบ้าน (ภาคเหนือ) ตะไคร้น้ำ (เพชรบุรี) ทิสีปุตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านน้ำ ว่านน้ำเล็ก ฮางคาวผา (เชียงใหม่)



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ว่านน้ำมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินลักษณะเป็นแท่งค่อนข้างแบน มีใบแข็งตั้งตรง รูปร่างแบนเรียวยาวคล้ายใบดาบฝรั่ง ปลายใบแหลม แตกใบเรียงสลับซ้ายขวาเป็นแผง ใบค่อนข้างฉ่ำน้ำ ดอกมีสีเขียวมีขนาดเล็กออกเป็นช่อ มีจำนวนมากอัดกันแน่นเป็นแท่งรูปทรงกระบอก มีก้านช่อดอกลักษณะคล้ายใบ ทั้งใบ เหง้า และรากมีกลิ่นหอมฉุน ชอบขึ้นตามที่น้ำขัง หรือที่ชื้นแฉะ
ส่วนที่ใช่ : ราก เหง้า น้ำมันหอมระเหยจากต้น



สารเคมี : มีน้ำมันหอมระเหย (Calamus oil) 2-4% ในน้ำมันประกอบด้วย Sesquiterpene เช่น asarone, Betasalone (มี 70-80 %) และตัวอื่นๆ ยังมี glucoside รสขมชื่อ acorin



Source:http://www.rspg.or.th/plants_data/
herbs/herbs_06_9.htm

http://thaiherb.most.go.th/
plantdetail.php?id=72

http://en.wikipedia.org/wiki/
Sweet_flag

ภาษาลาติน cane,ภาษาฮิบรู Kaneh,
Qaneh ในเยเรมีย์ Jer 6:20 มีคุณสมบัติ เหมือนกับ qaneh ha-Tobh, "sweet" หรือ "pleasant cane," และใน อพยพ Ex 30:23, qeneh bhosem, "sweet calamus,"หรือ "cane of fragrance.

"ในบทเพลงโซโลมอน Song 4:14;อิสยาห์ Isa 43:24;เอเซเคียล Ezek 27:19 ทั้งหมดที่ข้อเขียนกล่าวถึงคือบางสิ่ง ของthe qaneh ที่ไม่ใช่โดยตรง

มันคือส่วนผสมของน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ the holy oil ใน อพยพ Ex 30:23 ;

มันถูกนำเข้าจาก ที่ห่างไกล (เยเรมีย์ Jer 6:20; เอเซเคียล Ezek 27:19)

เป็นตลาดการซื้อขายที่เมืองไทระ (เอเซเคียล Ezek 27:19)

และมันเป็นของที่หายากซึ่งมีมูลค่า (อิสยาห์ Isa 43:24)


มันอาจจะเป็น"scented calamus" (Axorus calamus) ของบทความของปรินี Pliny (NH, xii.48) หรือพืชจำพวกกกหรือพืชยาที่มีกลิ่นกลิ่นหอม หรือบางชนิดของเปลือกไม้พืชยาที่มีกลิ่นหอม แต่ไม่มีรสชาด

มันเป็นพืชไม่มีต้นกำเนิดในดินแดนปาเลสไตน์ แต่ถูกนำเข้าจาก Arabia Felix หรือจากประเทศอินเดีย

Source: netbible

qaneh เกี่ยวกับบางชนิดของ Andropogon schænanthus ซึ่งถูกใช้ในประเทศอียิปต์สำหรับ นำมาทำ Kyphiคือ สิ่งที่บูชามีกลิ่นหอม น้ำหอมศักดิ์สิทธิ์ และอื่นๆได้แก่ Acorus aromaticus (ว่านน้ำ)


Kyphi
คือเครื่องหอมที่ชาวอียิปต์โบราณใช้ในการบูชาเทพเจ้า เครื่องหอม นี้เรียกว่า Kyphi (ไคฟี) ต่อมาได้นำมาสกัดเป็นเอสเซนเชียลออยล์ในภายหลังแพทย์ ชาวฝรั่งเศสจึงได้คิด ค้นวิธีสกัดเอสเซนเชียลออยล์ให้สมบูรณ์ขึ้นและประยุกต์ การใช้เอสเซนเชียลออยล์ ในการบำบัดโรค


kyphi ซึ่งพวกชาวอียิปต์จะเผามันเพื่อให้เกิดกลิ่นหอมในพิธีบวงสรวงเทพเจ้าต่างๆ



Kyphi Incense Ancient Egyptian

น้ำหอม หรือ perfume มาจากภาษาลาติน แปลว่า ผ่านกลุ่มควัน ในสมัยอียิปต์มีหลักฐานการใช้ กาฟิ หรือ คิปฟี ( kyphi) เป็นเครื่องหอมที่ประกอบด้วย เนื้อไม้บางชนิดผสมกับยางไม้ เครื่องเทศ เช่น อบเชย กานพลู และส่วนประกอบอื่นๆ อีกราว 16 ชนิด ชาวอียิปต์ถือว่า กาฟิ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ใช้ในพิธีกรรมสำคัญๆ เช่น การบูชาเทพเจ้า โดยนำไปเผาให้กลิ่นหอมกระจายไป

นอกจากนี้ยังใช้ในกระบวนการทำมัมมี่ที่มีการผสมเครื่องหอมกับเครื่องเทศอื่นๆ บรรจุในช่องท้องของศพเพื่อรักษาสภาพไม่ให้เน่าเปื่อย นับว่ากาฟิเป็นเครื่องหอมที่มีการบันทึกไว้เป็นชนิดแรกของโลก

ในสมัยกรีกเริ่มมีการใช้กลิ่นหอมเพื่อความพึงพอใจส่วนบุคคล เช่น นำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมาแช่ในน้ำเพื่อใช้อาบและชโลมกายให้หอมกรุ่น ต่อมาศิลปะการใช้กลิ่นหอมได้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น มีการคิดค้นเครื่องมือที่นำมาใช้ในการสกัดกลิ่นหอมจากดอกไม้และพืชหอมได้เป็นน้ำมันหอมระเหย และพัฒนาการผสมปรุงแต่งกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยและสารหอมที่ได้จากการสังเคราะห์ได้เป็นน้ำหอมที่มีการใช้ในปัจจุบัน ในน้ำหอมกลิ่นหนึ่งๆ ประกอบไปด้วยสารที่มีกลิ่นมากกว่าร้อยชนิด


Source :http://www.naewna.com/
news.asp?ID=114194

Andropogon schænanthus



Synonym of Cymbopogon schoenanthus (L.) Spreng. subsp. schoenanthus
Genus: Andropogon
Family: Poaceae alt. Gramineae







Cymbopogon schoenanthus (also known as Camel grass) is a herbal plant of southern Asia and northern Africa, with fragrant foliage.

http://www.ars-grin.gov/cgi-bin/
npgs/html/taxon.pl?3309
http://www.plvs-ltra.com/images_archives/
cymbopogon_schoenanthus.gif

http://www.aluka.org

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:21:45:34 น.  

 
Camphire

sn The henna plant (כֹּפֶר, kofer, “henna”; HALOT 495 s.v. III כֹּפֶר) มาจากภาษาฮิบรู kopher.
มีชื่อแบบไทยๆหลายชื่อเช่น เทียนขาว เทียนต้น เทียนกิ่ง เทียนไม้ เทียนย้อม


Camphire (A. V.,บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 1:14;ใน D.V. 4:13; "cypress").มาจากภาษาฮิบรู kopher.ในสมัยใหม่คือ "camphor" ซึ่งไม่เป็ฯที่รู้จักในสมัยโบราณ

ปลินี่ Pliny ระบุว่า คือต้นไม้ในไซปรัส cyprus หรือ the ligustrum ของอิตาลี ( ligustrum: จำพวกของต้นไม้ขนาดเล็กทวีปยุโรปเอเชียและแอฟริกา: privet [ syn : { Ligustrum },{จำพวก Ligustrum }])

(Heb. copher),ระบุในบทเพลงโซโลมอน Cant. 1:14 (R.V., "henna-flowers"); 4:13 (R.V., "henna") คือ al-henna ของชาวอาหรับ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในอียิปต์ มีดอกเป็นพุ่มเล็กๆสีขาวและสีเหลืองมีกลิ่น ถูกทำเป็นน้ำมัน Oleum Cyprineum. ใบของมันถูกทำเป็นสีน้ำตาลสำหรับย้อมสีเล็บและมือของผู้หญิงทางตะวันออก มันถูกค้นพบที่ Engedi เท่านั้น ทางชายฝั่งของทะเลตาย ชื่อพฤษศาสตร์ของมันคือ , on the Lawsonia alba หรือ มันคือspecies ชนิดหนึ่งของ privet ซึ่งต้นของมันสูง 6 หรือ 8 feet ในบางเวอร์ชั่นกล่าวถึงเป็น "or cypress," ส่วนมากspeciesพืชนี้เจริญเติบโตในเกาะ ไซปรัสCyprus


the ligustrum of Italy

Common Name :Privet
Scientific Name:Ligustrum vulgare L.
Family:Oleaceae

Source: http://florovivaismo.regione.marche.it/
Production/Nursery/LigustroOlivella/
tabid/195/language/it-IT/Default.aspx


VERSIONS-COMPARE
Source:http://bible.cc/songs/1-14.htm

บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 1:14

New American Standard Bible (©1995)

"My beloved is to me a cluster of henna
blossoms In the vineyards of Engedi."


King James Bible
My beloved is unto me as a cluster of camphire in the vineyards of Engedi.

Douay-Rheims Bible
A cluster of cypress my love is to me, in the vineyards of Engaddi.


Catholic use New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ลอะ

บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 1:14
การสนทนาระหว่างเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว

1:14 ที่รักของดิฉันนั้น สำหรับดิฉันเธอเป็นเหมือนช่อดอกเทียนขาว อยู่ในสวนองุ่นเอนเกดี
14 My love is a cluster of henna flowers among the vines of En-Gedi.

ใน D.V.บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:13;

VERSIONS-COMPARE

Source:http://bible.cc/songs/4-13.htm

New American Standard Bible (©1995)
"Your shoots are an orchard of pomegranates With choice fruits, henna with nard plants,

King James Bible
Thy plants are an orchard of pomegranates, with pleasant fruits; camphire, with spikenard

Douay-Rheims Bible
Thy plants are a paradise of pomegranates with the fruits of the orchard. Cypress with spikenard.

Catholic use New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ลอะ

ใน D.V.บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:13; "cypress"
เจ้าบ่าวยกย่องเจ้าสาว

4:13 ผลิตผลของเธอดุจสวนต้นทับทิม อีกทั้งผลไม้อันโอชาอย่างอื่นๆ อีกทั้งเทียนขาวและแฝกหอม
13 Your shoots form an orchard of pomegranate trees, bearing most exquisite fruit:

14 nard and saffron, calamus and cinnamon, with all the incense-bearing trees; myrrh and aloes, with the subtlest odours.

แต่พืชไม่ใช่อื่นๆที่มากไปกว่า ต้นเฮนนานี้ the henna tree (Lawsonia alba) ที่ถูกค้นพบ มันมีสีแดง มีกลิ่นหอมฉุยตามลม เป็นหนามมีเดือนแหลม (ใน Douay Version, Cant., i, 13; "clusters เป็ฯกลุ่ม พวง ช่อ ") ผลิตผลคือน้ำมันเฮนนา มันทำจากผงของใบของมัน ที่ค่อนข้างมีสีแดงส้ม ผู้หญิงทางตะวันออก ใช้ทา ย้อม นิ้วมือและเล็บ นิ้วเท้า และย้อมสีผมของพวกเค้า ที่สถานที่ Ascalon และ สวน Engaddi เป็นที่มีชื่อเสียงพิเศษสำหรับ ต้นเฮนนา ของพวกเค้าเหล่านั้น



ต้น เฮนนา(כֹּפֶר, kofer, “henna”; HALOT 495 s.v. III כֹּפֶר) คือต้นไม้ขนาดเล็ก ที่ดอกบานสะพรั่ง มีดอกเป็นกลุ่มช่อที่หนา สิ่งนั้นมีกลิ่นดอกไม้ค่อนข้างขาวที่สิ่งนั่นเติบโตในกลุ่มหนา ( บทเพลงโซโลมอน Song 4:13; 7:12) เหมือนกับ myrrh (ยางไม้หอมชนิดหนึ่ง) ต้นของมันถูกใช้สำหรับทำน้ำหอม ดอกของมันใช้สำหรับย้อมผม ทา เล็บ นิ้ว และ นิ้วเท้า

Small Henna plant


เฮนน่าคืออะไร?
เฮนน่าเป็นสมุนไพรที่ได้จากใบของพืชเขตร้อนชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเชิงพาณิชย์ในประเทศอินเดีย, ปากีสถาน และบางประเทศแถบอาฟริกา. ลักษณะของต้นเฮนน่าเป็นไม้พุ่มใบเขียว ดอกสีขาวกลิ่นหอม ตระกูลลีทราซี (Lythaceae) หรือตระกูล "เทียน" มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Lawsonia inermis มีชื่อแบบไทยๆหลายชื่อเช่น เทียนขาว เทียนต้น เทียนกิ่ง เทียนไม้ เทียนย้อมเป็นต้น.


ต้นเฮนน่าสามารถพบได้ทั่วไปทั้งในเนปาล อาราเบีย มอร๊อคโค มอริทาเนีย มาลี เซเนกัล ซูดาน อิหร่าน ปากีสถาน มาดากัสการ์ ออสเตรเลีย และอเมริกา.



ข้อมูลทางเภสัชวิทยา: สารที่สกัดจากใบสดด้วยแอลกอฮอล์จะได้สารที่เรียกว่า Lawsone. ที่ความเข้มข้นต่ำสุด 1000 ppm. ซึ่งมีฤทธิ์สามารถฆ่าเชื้อรา และเชื้อโรคได้หลายประเภทเช่น Micrococcus pyogenes var. aureus, Staphylococcus, Salmonella, Stereptococcus, Escherichia coli, Brucella แต่จะไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ Candida albicans และ Pseudomonas aerugingosa.


สมุนไพรเฮนน่ามีคุณสมบัติในการเคลือบสีเส้นผมแต่จะไม่ซึมเข้าไปในเส้นผมเหมือนสีย้อมผมเคมีทั่วไป ดังนั้นการทำเฮนน่านอกจากจะเป็นการปิดผมขาวแล้วยังเป็นการเคลือบผิวผมให้ดูหนาและมีน้ำหนัก และลื่นขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้สรรพคุณของสมุนไพรเฮนน่ายังช่วยรักษาหนังศีรษะให้ชุ่มชื้น ป้องกันการเกิดรังแคอีกด้วย. ดังนั้นสมุนไพรเฮนน่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นผมเล็กบาง ที่ต้องการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง มีน้ำหนัก และปกป้องเส้นผมจากสารเคมี



เฮนน่านิยมใช้ในการเพนท์ตัวในบางประเทศ จึงสามารถทาเฮนน่า ลงบนหนังศีรษะได้โดยไม่เป็นอันตราย. สำหรับการปิดผมขาวสีเฮนน่าเป็นสีน้ำตาลแดงจะเคลือบเฉพาะผมขาวและติดผมอย่างถาวร เมื่อทำเฮนน่าครั้งแรกจนสีเฮนน่าติดผมทั้งเส้นแล้ว สำหรับครั้งต่อไปสามารถใช้ เฮนน่าทางบนลงโคนผม หรือหนังศีรษะเพื่อปิดเฉพาะผมขาวที่งอกใหม่ได้ซึ่งต่างจากยาย้อมผมเคมีที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการทาลงบนหนังศีรษะ.



เครื่องสำอางยุคโบราณ


ชาวอียิปต์ยุคโบราณเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน รู้จักใช้สีทาเปลือกตา พระนางคลีโอพัตราก็ทรงปฏิบัติเช่นเดียวกับสตรีชาวอียิปต์ทั้งหลาย และใช้สารจากต้นเฮนนาทาฝ่าพระหัตถ์เพื่อให้เป็นสีชมพูให้ดูเยาว์วัย

เฮนนาเป็นสารย้อมสีน้ำตาลอมแดงทำจากต้นเฮนนาซึ่งเป็นไม้พุ่มที่ขึ้นอยู่ในประเทศอียิปต์
หญิงชาวอียิปต์ยังใช้เฮนนาเป็นส่วนผสมสำหรับสีทาเล็บด้วย นอกจากนี้ผู้ชายชาวอียิปต์โบราณก็ใช้ผงเฮนนาย้มผม และเครา


Henna powder

Source:http://www.suhanna.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=223421&Ntype=1
http://en.wikipedia.org/wiki/Henna

next......ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:16:58:01 น.  

 
ที่สถานที่ Ascalon (Ashkelon) และ สวน Engaddi ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษสำหรับ ต้นเฮนนา



2 עין גדי; En-Gedi คือบริเวณที่อุดมด้วยน้ำและต้นไม้เขียวชอุ่ม(oasis)ในใจกลางทะเลทรายบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าบนชายหาดทางตอนใต้ของ ทะเลตายthe Dead Sea บริเวณแวดล้อมไปด้วย ความร้อนและอ้างว้าง ความแห้งของทะเลทรายขยายไปเป็นไมล์ๆ บริเวณภูมิภาคทะเลตาย คือเต็มไปด้วยทะเลเกลือ ปกปิดไปด้วยหมอกและฝุ่น ในคุณลักษณะพิเศษโดยเกือบทั้งหมดเป็นบริเวณที่มีความร้อนจนเกือบทนไม่ได้ในระหว่างเกือบทั้งหมดของปี บริเวณที่เขียวชะอุ่มอุดมไปด้วยน้ำและต้นไม้ของ En-Gedi คือ เครื่องหมายของความเขียวชะอุ่มหรือสิ่งมีชีวิต รอบๆๆบริเวณนั้นที่เป็นไมล์ๆ ซึ่งมันตรงกันข้ามกับความอ้างว้างรอบๆๆบริเวณนี้ ดินแดนโอเอซิสนี้มีน้ำตกที่สวยงาม ทำให้สดชื่นสำหรับผู้เดินทางในทะเลทราย ติดกับ Masada และถ้ำ Qumran สถานที่เจอ the Dead Sea Scrolls Location 31°27′N, 35°23′E.

En Gedi
Also known as Tel Goren, Tell el-Jurn, Tell Jurn, 'Ain Jidi, 'Ein Jidi, 'En Gedi, En-gedi, Eggadi, Engaddi, Engedi, Hazazon Tamar, Hazazon-tamar, Hazazontamar, Hazezontamar


די; En-Gedi


Kibbutz En Gedi



Dead Sea Oasis



En Gedi คือโอเอซิสที่ใหญ่ที่สุดระหว่างทางตะวันตกของทะเลตาย ที่มีน้ำพุอย่างต่อเนื่อง เป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ยุคทองแดง the Chalcolithic พื้นที่ถูกแบ่งเป็นส่วนให้เผ่าJudah และมีชื่อเสียงมากในช่วงเวลาของ King โซโลมอน (โยซูวา Josh 15:62)
ในวันนี้ คือ พื้นที่นิคมของชาวอิสราเอล the Israeli kibbutz of En Gedi ทางพื้นที่ตอนใต้ของ the Nahal Arugot.

โยซูวา Josh 15:62
ชื่อสถานที่ซึ่งยูดาห์เป็นเจ้าของ

62 นิบชาน เมืองเกลือและเอน-เกดีรวมทั้งสิ้นหกเมืองพร้อมกับหมู่บ้าน
62 Nibshan, Salt Town and En-Gedi: six towns with their villages.

เชิงอรรถ
ชื่อสถานที่ซึ่งยูดาห์เป็นเจ้าของ

ต้นฉบับตอนนี้ไม่สมบรูณ์ ชื่อเมืองบางเมืองถูกแก้ไขตามต้นฉบับภาษากรีก หรือตามข้อความอื่นในพระคัมภีร์ หรือตามชื่อสถานที่ในปัจจุบัน

Famous Vineyards




น้ำพุธรรมชาติมีอย่างมากมาย และรอบๆของปี อุณหภูมิของอากาศตามฤดูกาล ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรที่สมบรูณ์ในสมัยโบราณ song 1:14

พบหลักฐานของโรงงานที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมที่กลั่นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางไม้หอมชนิดหนึ่ง มันได้ทำให้แน่ใจว่าการผลิตน้ำหอมที่ En Gedi คือส่วนหนึ่งของที่ดินของราชวงค์ กษัตริย์

บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 1:14
การสนทนาระหว่างเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว

1:14 ที่รักของดิฉันนั้น สำหรับดิฉันเธอเป็นเหมือนช่อดอกเทียนขาว อยู่ในสวนองุ่นเอนเกดี
14 My love is a cluster of henna flowers among the vines of En-Gedi.


Springs น้ำพุธรรมชาติ



แม้ว่ามีน้ำพุธรรมชาติจำนวนมากมายรอบๆทะเลตาย ส่วนมากมีเกลือที่มีความเค็มที่สูง En Gedi คือน้ำพุธรรมชาติที่บริสุทธิ์สะอาด ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลตาย สิ่งของเฉพาะสองสปริงน้ำสะอาดที่ค้นหาที่ตั้งบนชายหาดทางด้านตะวันตกของทะเลความตาย เนื่องจากในเมือง ใช้ประโยชน์จากที่ดินสำหรับการเกษตรกรรม ที่En Gedi มันคือน้ำพุธรรมชาติที่ดีที่สุด

Josephus โยเซฟาส ได้ยกย่องชื่นชม En Gedi ในเรื่องของต้นปาล์ม และ Balsam(ยางไม้หอมชนิดหนึ่ง) และผู้เขียน Ecclesiasticus หนังสือบุตรสิรา (คือหนังสือ A book of the Apocrypha.) ได้พูดไว้ในปรีชาญาณยกย่องตนเอง (24:14) และ
เอเสเคียล Ezekiel 47:10

Ecclesiasticus หนังสือบุตรสิรา 24:14
ปรีชาญาณยกย่องตนเอง

14 ข้าพเจ้าเติบโตดุจต้นปาล์มที่เอน-เกีดี
ดุจต้นกุหลาบที่เมืองเยริโค
ดุจต้นมะกอกเทศงดงามในทุ่งราบ
ข้าพเจ้าเติบโตดุจต้นเพลน
14 I have grown tall as a palm in En-Gedi, as the rose bushes of Jericho; as a fine olive in the plain, as a plane tree, I have grown tall.
เชิงอรรถยาวววว
ปรีชาญาณยกย่องตนเอง


เอน-เกีดี



เอเสเคียล Ezekiel 47:10
แม่น้ำที่ไหลออกจากพระนิเวศของพระเจ้า (ศคย 14:8-9; วว 22:1-2)

47:10 ต่อมาชาวประมงก็จะยืนอยู่ที่ข้างทะเล จากเอนเกดีถึงเอนเอกลาอิม จะเป็นที่สำหรับตากอวน ปลาในที่นั่นจะมีหลายชนิด เหมือนปลาในทะเลใหญ่ คือจะมีมากมาย
10 There will be fishermen on its banks. Fishing nets will be spread from En-Gedi to En-Eglaim. The species of fish will be the same as the fish of the Great Sea.



David's Flight from Saul



ประมาณ 1000 B.C., ก่อนคริสตกาล En Gedi คือหนึ่งในสถานที่สำคัญที่King ดาวิดใช้เป็นสถานที่หลบภัย และพระองค์ทรงหนีรอดจาก Kingซามูเอล

1 ซามูเอล Sam. 24:1
ดาวิดไว้ชีวิตกษัตริย์ซาอูล

1 ดาวิดออกจากที่นั่นไปอยู่ในที่มั่นแห่งเอน-เกดี
1 From there David went up and installed himself in the strongholds of En-Gedi.
เชิงอรรถ
เอน-เกดี แปลว่า "ตาน้ำลูกแพะ" อยู่ชายฝั่งทะเลตาย ตรงเส้นรุ้งเดียวกันกับถิ่นทุรกันดารคิฟ



En Gedi ความหมายตามตัวอักษร "the spring of the kid (goat) ตาน้ำลูกแพะ." พบหลักฐานที่ยังคงอยู่นั้นคือ แพะเล็กๆอาศัยอยู่ใกล้กับน้ำพุธรรมชาติของ En Gedi.

เมื่อKing ดาวิดทรงหลบหนีKing ซาอูล ผู้ติดตามไล่ล่าได้ค้นหาที่ หินผา "Crags of the Ibex" ในถ้ำบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงของ En Gedi นี้ .

1ซามูเอล Sam 24:2-3
ดาวิดไว้ชีวิตกษัตริย์ซาอูล

2 เมื่อกษัตริย์ซาอูลเสด็จกลับจากการรบกับชาวฟิลิสเตีย ก็ทรงทราบว่าดาวิดอยู่ในถิ่นทุรกันดารใกล้เอน-เกดี
3 กษัตริย์ซาอูลทรงเลือกทหารฝีมือเยี่ยมสามพันคนจากทั่วอิสเรเอล เสด็จไปค้นหาตัวดาวิดและพรรคพวกทางด้านตะวันออกของหินแพะป่า
2 Once Saul was back from pursuing the Philistines, he was told, 'David is now in the desert of En-Gedi.'
3 Saul thereupon took three thousand men selected from all Israel and went in search of David and his men east of the Rocks of the Mountain Goats.


Chalcolithic Temple



ในยุคแรกสุดของ En Gedi หลักฐานที่ยังคงเหลืออยู่คือ วิหารของ ยุคทองแดง (Chalcolithic) ( ช่วงเวลา 4000 - 3150 B.C . ก่อนคริสตกาล ). นักโบราณคดีเชื่อว่า การพิสูจน์En Gediในช่วงเวลานั้น ที่พบหลักฐานสนับสนุนคือ พบ "Cave of Treasure"ในthe Nahal Mishmar ในการขุดค้น (อย่างระมัดระวังและเป็นกระบวนการ) เพื่อหาวัตถุโบราณ โดยP. Bar-Adon และถูกคิดว่าการเชื่อมต่อกับวิหารนี้
ถ้ำมีความยาวประมาณ 6 ไมล์ทางตอนใต้ของEn Gedi ค้นพบที่เก็บสะสมวัตถุ (ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์)ที่รักษาไว้ได้ถูกค้นพบในถ้ำ ส่วนมากซึ่งทำด้วยทองแดง มันถูกแน่ใจว่า มันถูกใช้สำหรับในพิธี กรรมในวิหาร ที่En Gedi สิ่งเหล่านี้ถูกซ่อนไว้ในถ้ำ เพื่อสำหรับเก็บรักษาไว้ให้ปลอดภัย

source:http://www.bibleplaces.com/
engedi.htm

next....ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:16:58:59 น.  

 
Ashkelon or Ashqelon (Hebrew: אַשְׁקְלוֹן‎
ʿAsqalān; Latin: Ascalon; Akkadian: Isqalluna)

Also known as Tel Ascalon, Tel Ashqelon, Ascalon, Ashqelon, 'Askalan, Askalon, Askelon, 'Asqalan, 'Asqelon



Ashkelon - Israel


Philistine Beach



ชาวฟิลิเตียน ผู้ซึ่งอพยพ มาตั้งถิ่นฐานที่ราบชายฝั่งทะเลของอิสราเอล ประมาณ 1200 B.C.ก่อนคริสตกาล ได้จัดตั้งเมืองสำคัญ 5 เมือง 3เมืองอยู่ตามชายฝั่งทะเล ของเส้นทางสายหลักที่ไปสู่ประเทศอียิปต์ แต่เนื่องจากการปรากฎของภูเขาทราย เพียงแค่เมือง Ashkelon เท่านั้นที่ถูกสร้างบนชายหาด ที่เนื้อที่ 150 acres การบอกเล่าของเมือง Ashkelon คือเมืองที่ใหญ่ที่สุดของชาวฟิลิเตีย และคือ 1 ในเมืองที่บอกเล่าหลักฐานทางโบราณของอิสราเอลที่เก่าแก่ที่สุด

Excavations


ตั้งแต่ปี 1985 มหาวิทยาลัย Harvard University ได้เคยขุดค้น (อย่างระมัดระวังและเป็นกระบวนการ) เพื่อหาวัตถุโบราณที่เมือง Ashkelon ภายใต้การนำของ Lawrence Stager มากกว่านั้น ในยุคล่าสุดของศตวรรษ Ashkelon คือพื้นที่ของแรกๆที่ นักโบราณคดี ได้ ขุดค้น (อย่างระมัดระวังและเป็นกระบวนการ) เพื่อหาวัตถุโบราณ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อ Lady Hester Stanhope ได้ชักนำทำการขุดค้นเล็กๆๆขึ้น
การขุดค้น (อย่างระมัดระวังและเป็นกระบวนการ) เพื่อหาวัตถุโบราณ ยังคงมีเหลืออยู่จากเกือบๆทุกยุคสมัยโบราณ จากยุคสมัยหินใหม่ the Neolithic Age จนกระทั้งถึงยุค ในศตวรรษที่ 13th century A.D.ของคริสตกาล



Fortifications


ในยุคกลาง นำวิธีของโรมันมาใช้อีกครั้ง ใช้หินแกรนิตที่แข็งแรงในการก่อสร้าง เสาหินเหล่านี้ที่ยื่นออกเนื่องจากการกัดกร่อนจากคลื่นทะเล ได้ทำให้เอียงลาดและหักพังออกไปที่แนวชายฝั่ง
รอบๆเมืองคานาอันมี เขื่อนดินหรือหินที่ทำล้อมป้องกันปราสาทหรือเมือง มากมาย บนทั้งสามด้านของเมืองและด้านที่สี่ คือทะเล ต่อมาป้อมปราการซึ่งได้เปรียบ เขื่อนดินหรือหินที่ทำล้อมป้องกันปราสาทหรือเมือง และกำแพง ได้ถูกสร้างที่บนสุดของเมือง ในเมืองไม่มีน้ำพุธรรมชาติ แต่มีดินที่ดีจำนวนมากมาย


Canaanite Gate




หนึ่งของประตูเมืองที่ไม่เปลี่ยนแปลง ในยุคแรกของอิสราเอลถูกขุดค้น (อย่างระมัดระวังและเป็นกระบวนการ) เพื่อหาวัตถุโบราณ ที่ เมือง Ashkelon ใน1990 ในยุคกึ่งกลางสัมฤทธิ์ อิฐโคลนที่เป็ฯ โครงสร้างที่อยู่ในยุคเดียวกันเป็ฯที่ ที่รู้จักกันดีที่ Dan ภาพถ่ายนี้ถูกใช้ในพื้นที่การขุดค้น (อย่างระมัดระวังและเป็นกระบวนการ) เพื่อหาวัตถุโบราณ ก่อนประตูที่ไม่มีที่ป้องกัน ประตู ได้รับการคุ้มครองโดยที่กำบังที่เป็นโลหะจำนวนมากมายและ ยังไม่ถูกเปิดให้ผู้เยี่ยมชมในตอนนี้ ภายนอกประตู ลูกวัวลูกควายทองสัมฤทธิ์ได้ถูกค้นพบ เป็นการบูชาของการเข้าเมือง


Later History



เมือง Ashkelon มีความสำคัญหลังจากชาวบาบิโลนได้ทำลายเมืองและขับไล่ชาวฟิลิเตียน ความสำคัญของท่าเรือในยุคของเกี่ยวกับวัฒนธรรม ภาษาหรืออื่นๆ ของกรีกโบราณ the Hellenistic period,
เมือง Ashkelon เป็นอิสระในปี 104 B.C. ก่อนคริสตกาล และ เป็นสถานที่ประสูตของ King เฮโรค Herod the Great ในเวลาอันสั้นหลังจากนั้น King เอโรคทรง สร้างเมืองใหม่อีกครั้ง และมันเจริญในยุคของอาณาจักรโรมัน และ บาเซนไทล์



http://www.bibleplaces.com/ashkelon.htm
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:17:00:16 น.  

 
Caper

Caper,ภาษาฮิบรู abiyyonah (Douay Version, ปัญญาจารย์ Ecclesiastes 12:5),คือผลไม้ของไม้ผลthe caper tree,เป็นไปได้มากคือ Capparis spinosa; C. herbacea, และ C. ægyptiaca ผลไม้เหล่านี้พบในดินแดนปาเลสไตล์

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ลอะ

ปัญญาจารย์ Ecclesiastes 12:5

มาตรฐานที่สมบูรณ์เมื่ออยู่ใต้พระราชบัญญัติปราศจากพระคุณ

12:5 เออ เขาทั้งหลายจะกลัวที่สูง และสิ่งน่าสยดสยองก็จะอยู่ในหนทาง ต้นอัลมันด์จะมีดอก และตั๊กแตนจะเป็นภาระ ความปรารถนาก็จะประลาตไปเสีย เพราะมนุษย์กำลังไปบ้านอันถาวรของเขา ส่วนผู้ไว้ทุกข์ก็เวียนไปมาตามถนน
5 when going uphill is an ordeal and you are frightened at every step you take- yet the almond tree is in flower and the grasshopper is weighed down and the caper-bush loses its tang; while you are on the way to your everlasting home and the mourners are assembling in the street;



Capparis spinosa, Common Caper, צלף קוצני







Scientific name: Capparis spinosa
Common name: Common Caper
Hebrew name: Tsalaf qotsani, Zlaf kotsani,צלף קוצני
Arabic name: الغبار، آبار
Family: Capparaceae, צלפיים



Life form (Raunkiaer): Shrub
Leaves: Alternate
Flowers: White
Flowering Period: May, June, July, August, September
Habitat: Heavy soils
Distribution: The Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands, Shrub-steppes, Montane vegetation of Mt. Hermon
Chorotype, טיפוס התפוצה: Mediterranean
Summer shedding: Perenating




Pickled capers and caper berries


Salt-preserved capers


ชื่อของ "caper"ขอยืมมาจากภาษาอาราบิก al-kabara (มันคือภาษาอาราบิก Kaberหรือ lussef) ซึ่งในภาษาลาตินใช้คำว่า capparis ซึ่งยืมมาจากภาษากรีก kapparis ซึ่งคือถิ่นกำเนิด แต่บางทีอาจเป็น ทางตะวันตกหรือใจกลางของเอเซีย อีกทฤษฎีหนึ่ง kapparis คือชื่อเกาะ ไซปรัส Cyprus (Kypros) สถานที่ capers เติบโตอย่างอุดมสมบรูณ์ ชื่อทางพฤษศาสตร์ สปีชีย์ ชื่อว่า spinosa "thorny หนาม "






caper between the rocks
by ophiro

Source:www.virtualtourist.com

พืชขึ้นทางตะวันตก ระหว่างหินของกำแพง ชื่อของมันคือ
Capparis spinosa ภาษาฮิบรู"Tsa'laf"

ตำนานของพืชเหล่านี้

เมื่อทหารโรมันโจมตีเยรูซาเร็ม มีเด็กผู้ชายที่เค้าเรียก ว่า Tsalaf (ในความหมายของชาวอิสราเอล คือ ( sniperผู้ลอบยิง ) ยืนอยู่ทางตะวันตกของกำแพง และยิงธนูไฟ ไปที่ทหารโรมัน ทำให้ทหารโรมันไม่สามารถผ่านไปได้
ผู้นำทหารโรมันเห็นดังนั้น จึ่งสั่งกองกำลังเข้าไปทางตอนเหนือ และพวกเค้ากะตีกำแพงแตกเข้าไปในพระวิหารได้ และทำลายพระวิหาร
ผู้นำทหารโรมันมาข้างหลังเด็กผู้ชายคนนี้และฆ่าทิ้ง แต่ เค้าประหลาดใจว่า เด็กคนนี้เป็นเด็กตัวเล็กๆ
ก่อนที่ผู้นำทหารโรมันจะฆ่าเด็กคนนี้ เด็กคนนี้ลงมาจากกำแพงและตายด้วยธนูลูกศร และเด็กคนนี้กลายเป็นต้น caper
ผู้นำทหารโรมันสั่งทหารของเขา ลงมาจากำแพง พวกเค้าตกลงมาและหนามของต้นไม้ได้ทำให้พวกเค้าบาดเจ็บ
ในตอนนี้ มีเพียงแค่กำแพงทางตะวันตก ของทางด้านซ้าย และต้นไม้นี้ยังคงเห็นผู้คนสวดภาวนาที่กำแพง


Source :http://www.flowersinisrael.com/
Capparisspinosa_page.htm
http://igb.agri.gov.il/main/
photos.pl?GENUS=Capparis&SPECIES=spinosa
http://www.uni-graz.at/~katzer/
engl/Capp_spi.html


Capparis aegyptia, Egyptian caper, צלף מצרי







Scientific name: Capparis aegyptia

Common name Egyptian caper
Hebrew name: צלף מצרי
Family: Capparaceae, צלפיים

Life form (Raunkiaer): Shrub
Leaves: alternate, one leaf per node
Flowers: White
Flowering Period: January, February, March, April, May, June, July
Habitat: Heavy soils
Distribution: Semi-steppe shrublands, Shrub-steppes, Deserts and extreme deserts
Chorotype, טיפוס התפוצה: Irano-Turanian - Saharo-Arabian
Summer shedding: Perenating

source:http://www.flowersinisrael.com/
Capparisaegyptia_page.htm
http://www.wildflowers.co.il/
english/plant.asp?ID=616


Capparis herbacea Willd. -
Caper tree (common capers).




Taxonomic position.
Family: Capparaceae Juss.; Species: Capparis L.

The main synonyms.
Capparis ovata Desf. var.herbaceae (Willd.)
Zohary, C.spinosa auct.)

Source:http://www.agroatlas.ru/en/
content/related/Capparis_herbacea/
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:0:14:42 น.  

 
Carob,ภาษากรีก Greek kerátion (ลูกา Luke 15:16), แปลถอดความได้ว่า "husks เปลือกเมล็ด " (A.V.; D.V.),ฝักถั่วมีเนื้ออยาบของ ต้น the the locust tree, Ceratonia siliqua, "St. John's bread-tree".

หรือเรียกว่า [syn: {carob}, {carob bean}, {algarroba bean}, {algarroba},{locust bean}, {locust pod}]
carob tree,carob bean,


ลูกา Luke 15:16
เรื่องลูกล้างผลาญและลูกที่คิดว่าตนทำดีแล้ว

16 เขาอยากกินฝักถั่วที่หมูกินเพื่อระงับความหิว แต่ไม่มีใครให้
16 And he would willingly have filled himself with the husks the pigs were eating but no one would let him have them.
เชิงอรรถยาว


เมื่อลูกชายคนที่ฟุ่มเฟือยอยู่ในความยากจนเกี่ยวกับจิตใจและเกี่ยวกับสังคม เขาปราถนาที่จะกิน ฝักถั่ว pods นั้นคืออาหารของหมู เพราะเค้าได้รับความทุกข์ยาก จากการอดอยากหิวโหย

การใช้ carobในช่วงระหว่างความอดอยากขาดแคลนอาหาร คือเหมือนกับว่า ผลของต้นcarob ยังคืนสู่สภาพเดิม ในภาวะอากาศตามฤดูกาลร้อนแห้งแล้ง ในระหว่างช่วงขาดแคลนอาหาร หมูได้ถูกให้กิน ฝักถั่ว carob นั้นคือ มันไม่เป็นภาระแก่เกษตรกร ชาวนา ในภาวะที่ทรัพยกรของพวกเค้ามีอยู่อย่างจำกัด


The carob tree (ภาษาอาราบิก : خروب‎ kharūb;ภาษาฮิบรู : חרוב‎ ḥaruv), ชื่อทางพฤษศาสตร์ Ceratonia siliqua,คือสปีชีย์หนึ่งของต้นไม้ขนาดเล็กเขียวชะอุ่มตลอดปี หรือต้นไม้ตะกูลถั่ว Fabaceae,ถิ่นกำเนิด ในภูมิภาค เมดิเตอเรเนียน มันถูกเพาะปลูกสำหรับเมล็ดของมันที่กินได้

Ceratonia siliqua, Carob,ถูกเรียกบ่อยๆว่า the poor man's bread และมันคือถูกใช้เป็น สัญญาลักษณ์ของความถ่อมตัวอยู่บ่อยๆๆ

The Carob Tree หรือ Locust (the ´husks´ซึ่งถูกใช้เป็นอาหารของหมูในพระคัมภีร์ ลูกา Luke.15:16),และเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ St John's Bread (Mark 1:6).

คำอธิบายกล่าวถึง นักบุญยอร์น เดอะแบบติ๊ส Saint John the Baptist ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ด้วยถั่ว carob ขณะที่เดินทางไปในบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าทุรกันดาร เอกสารนี้ค่อนข้างจะผิดพลาด

นักบุญยอร์น เดอะแบบติส Saint John the Baptist ได้ถูกบันทึกไว้ว่า ท่านอยู่รอดระหว่างในช่วงเวลาในทะเลทราย ท่านกิน locusts (insects ตั๊กแตน ).เอกสารที่อ้างอิงนี้ทำให้เกิดความสับสนระหว่าง Locust Bean ซึ่งมันคือชื่ออีกชื่อหนึ่งของ carob.



ที่อธิบายว่า นักบุญยอร์น เดอะแบบติส Saint John the Baptist ในมะระโก Mark 1:6 (และ มัทธิว Matt 3:4), καὶ ἐσθίων ἀκρίδας καὶ μέλι ἄγριον (“ and he lived on locusts and wild honey. ”).


มะระโก Mark 1:6
เหตุการณ์กอนที่พระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศนาสั่งสอน
การประกาศของยอร์น ผู้ทำพิธีล้าง

6 ยอร์นแต่งกายด้วยผ้าขนอูฐ ใช้หนังสัตว์คาดเอว กินตั๊กแตนและน้ำผึ้งป่า
6 John wore a garment of camel-skin, and he lived on locusts and wild honey.
เชิงอรรถ
สำเนาโบราณบางฉบับว่า "ยอร์นใช้หนังอูฐแต่งกาย"(เทียบ มธ 3:4)

มัทธิว Matt 3:4
การประกาศพระอาณาจักรสวรรค์
ก.เรื่องเล่า

4 ยอร์นนุ่งห่มด้วยผ้าขนอูฐ มีสายหนังรัดเอว กินตั๊กแตนและน้ำผึ้งป่าเป็นอาหาร
4 This man John wore a garment made of camel-hair with a leather loin-cloth round his waist, and his food was locusts and wild honey.

Ceratonia siliqua, carob, חרוב מצוי







Scientific name: Ceratonia siliqua
Common name: Carob, St. John's-Bread
Hebrew name: חרוב מצוי, Charuv
Family: Caesalpiniaceae, כלילוום









Life form: Tree
Leaves: Alternate, compound, pinnate, smooth
Flowers: Green
Flowering Period: August, September, October, November
Habitat: Mediterranean maquis and forest
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands, Shrub-steppes, Montane vegetation of Mt. Hermon
Chorotype, טיפוס התפוצה: Mediterranean
Summer shedding: Perenating



คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ลอะ

อิสยาห์ Isaiah 1:19-20
การขอร้องให้กลับใจเสียใหม่

1:19 ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน
1:20 แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะถูกทำลายเสียด้วยคมดาบ เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระยาห์เวห์ ได้ตรัสแล้ว"
19 If you are willing to obey, you shall eat the good things of the earth.
20 But if you refuse and rebel, the sword shall eat you instead -- for Yahweh's mouth has spoken.'


มันเป็นพืชที่ไม่ได้รับการเพาะปลูกเป็นที่รู้จักกันดีในช่วงเวลาของไบเบิ้ล Biblical times wild (non cultivated) carobs มีมากมายอย่างอุดมสมบรูณ์ และมันไม่ได้ระบุในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า the Old Testament;ในภาษาฮิบรู คือชื่อ haruv ปรากฎให้เห็นบ่อยๆใน หนังสือ พระคัมภีร์ the Mishnah และ the Talmud.

นอกจากนี้หลักฐานทางโบราณคดีของกรีก บันทึกไว้ว่า ชาวอียิปต์ เรียกต้นไม้นี้ว่า the "Egyptian Fig".

ชาวอียิปต์ไม่เพียงแค่กินฝักของมัน แต่ใช้ยางที่เอาออกมาจากเมล็ดของมัน ( LBG )มาผลิตเป็ฯของเหลวซึ่งพวกเค้าใช้ อย่างกว้างขวางใน ที่จะผลิตเป็นของเหลวสิ่งที่เขาใช้กว้างขวางใน การทำมัมมี่ mummification

ชื่อเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของต้น carob รากศัพย์มาจากภาษากรีก keras,"horn" และภาษาลาตินsiliqua มันคือการพูดถึง ความแข็งแรงและรูปร่างของฝักถั่วcarob










ฝักที่สีน้ำตาล โดยปรกติยาว 10-20 cm ผิวของมันและข้างในมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงมากมีแร่ธาตุมากกว่าวิตามิน และมีคาร์โบรไฮเดรตเล็กน้อย มีไขมันมากกว่า เมล็ดโกโก้ ฝักของมันเต็มไปด้วยโปรตีน และน้ำตาล และได้ถูก ประกาศอย่างเป็นทางการว่า "wholesome for man or beast ".เนื้อข้างในของผลไม้มีความหวานและสามารถแทนช๊อคโกแล๊ตได้ และเมล็ดของมัน ถูกใช้แทนกาแฟบ่อยๆ
เมล็ดสุข 10-20% ของฝักถั่ว นี้ให้ผลิตผล เป็นกาวหรือยางไม้ เหมือนกับยางไม้ (manogalactan),ในทางการค้าเรียกว่า "Tragasol",ซึ่งมีความสำคัญในการค้าขาย เป็นสารกันบูด และ สารเพิ่มความเข้มข้นของของเหลว ในผลิตภันธ์ เบเกอรี่ ไอซครีม สลัด ซอส ชูรส เนยแข็ง ซาลามี่ อาหารบรรจุกระป๋อง และปลา วุ้น มัสตาร์ดใช้เป็น ตัวปรุงอาหาร และ และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ



LOCUST BEAN GUM (LBG)
Source:http://www.agargtc.com/
images/farine/carruba_piccola.jpg


cocoa or chocolate.



เมล็ดและฝักของมันสามารถใช้เป็นเชื้อหมัก ซึ่งได้มาจากการกลั่น,ซึ่งสำหรับเก็บรักษาไว้สำหรับการดื่มในรสชาดที่ดึงดูดใจของ ฝัก pods เมล็ดของมันใช่ผลิตแป้งที่มีโปรตีนอย่างมากมาย ซึ่งไม่มีแป้งและน้ำตาล ที่เกี่ยวกับ โรคเบาหวาน ในยุโรปตะวันตกเมล็ดที่คั่วได้ใช้สำหรับ แทน กาแฟ
ในสเปน พวกเค้าเคยผสมกับกาแฟ และผลไม้ที่เติบโตอย่างเต็มที่ของ ฝักถั่ว podและเมล็ดของมัน สามารถผลิตได้ มากกว่า 400 pounds ในปี 1811 และ 1812 pods คืออาหารหลักของกองทหารม้าของอังกฤษระหว่างสงคราม พวกเค้าใช้เป็นอาหารปศุสัตว์ เมล็ดของpods มีความต้องการสูง ในทางเคมี และพวกนักร้องเพลงคิดว่า นั้นคือพวกเค้าใช้ล้างคอทำให้เสียงดี เรื่องเกี่ยวกับยา ใช้สำหรับเป็ฯยาถ่าย และบรรเทาอาการระคายเคือง



เมล็ดของผลไม้ของต้นCarob ใช้ชั่ง ระหว่าง 197 และ 216 1/1000กรัม ในทางโบราณเมล็ดเหล่านี้ถูกใช้เป็นหน่วยน้ำหนัก และในศตวรรษที่ยี่สิบคือการเริ่มต้นชั่งน้ำหนักเมตริกตามกะรัต (see: carat) กับความแน่นอนบนน้ำหนัก 0.2 กรัม อย่างสากล


carobที่ตากแห้ง ใช้ที่กินอย่างเป็นธรรมเนียมประเพณี ดั้งเดิมในวันหยุดเกี่ยวกับยิวของวัน Tu Bishvat



Source :http://www.flowersinisrael.com/
Ceratoniasiliqua_page.htm
http://luirig.110mb.com/en-photos/
ceratonia-siliqua---locust-pods.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/Carob

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:17:34:04 น.  

 
Cassia,

การบูรจีน. (Cinnamomum cassia Var.) อบเชย (Cinnamom)
ชื่ออื่น จวงหอม เทพธาโร ปูต้น ไม้การบูร (ภาคเหนือ) จะได้ต้น (พายัพ) ตะไคร้ต้น (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กะมะงิง (ปัตตานี) มือแด อบเชยจีน



Cassia ภาษาฮิบรู qiddah อพยพ Exodus 30:24 ;เอเซเคียล Ezekiel 27:19 ;ใน D.V. " stacte เครื่องเทศที่ใช้เป็นเครื่องหอมในพันธสัญญาเก่า ")ชาวอียิปต์เรียก qad, เปลือกไม้พืชยาหรือวัตถุที่มีกลิ่นหอมของ Cinnamomum cassia, Bl ., ของประเทศอินเดีย,



อพยพ Exodus 30:24
น้ำมันที่ใช้เจิม

24 การะบูนหนักห้าร้อยบาท ทั้งหมดนี้ชั่งตามน้ำหนักบาทมาตฐานที่เก็บไว้ในสักการสถาน และน้ำมันมะกอกเทศประมาณเจ็ดลิตร

เชิงอรรถยาว




คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล


เอเซเคียล Ezekiel 27:19
บทคร่ำครวญเรื่องเมืองไทระ (วว 18:1-24)

27:19 ดานและยาวานมาแลกกับสินค้าของเจ้า เขาเอาเหล็กหล่อ การบูร ตะไคร้มาแลกกับสินค้าของเจ้า
19 Dan and Javan, from Uzal onwards, supplied you with wrought iron, cassia and reeds in exchange for your goods.


เป็น ส่วนประกอบส่วนหนึ่ง ของ unction [N] การเจิมน้ำมัน (ในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก),ใน (อพยพ Exodus 30:24 ),

และชาวอียิปต์เรียก ว่า Kyphi

ในบทเพลงสดุดี Psalm 44:9 คือ qeçi’ah ในภาษาอารเมอิก มีค่าเท่ากับ qiddah คือเป็นได้มากที่การอธิบายถึง ’ahaloth ไม่มีเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับพระคัมภีร์ที่อ้างอิงถึง cassia
มันมาจาก ( Cassia คือพืชในตะกูล senna ความหมายพ้องกัน )sennaที่เอามาผลิตเป็นยา



Cassia คือพืชในตะกูล senna ชื่อวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ

ที่ แยกออกมาจาก "sicklepod"และChinese senna", S. obtusifolia คือชื่อสามัญ มันเป็นที่รู้จักกันดีในภาษาอังกฤษว่า Foetid Sassia (หรือ "cassia"),
Sickle Senna, Coffeeweed หรือ Arsenic Weed,

และบางครั้งไม่ชัดเจน กับ "blunt-leaved senna", "coffee pod" หรือ "java bean"

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ความหมายคือ "blunt-leaved senna" กับคำว่า obtusifolia
มาจากภาษาลาติน obtus ("dull", "blunt") + folium ("leaf").
Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Senna_obtusifolia

ใน บทเพลงสดุดี Psalm 44:9 English (Douay-Rheims)

มีสองระบบสำหรับการจัดเรียงบทเพลงสดุดี : Septuagint และ Masoretic เราใช้ระบบ Septuagint ในที่นี่

ในระบบ Masoretic ที่ถูกใช้ในการแปลพระคัมภีร์ไบเบิลสมัยใหม่เป็นส่วนมาก, บทเพลงสดุดี นี้ถูกเรียกในบทเพลงสดุดีที่ 45 และเพลงบทสวดสดุดีก่อนหน้าถูกรู้ว่าเป็นบทเพลงสดุดีที่ 44


The excellence of Christ's kingdom, and the endowments of his Church.

Source : Catholic Encyclopedia
http://www.newadvent.org/bible/psa057.htm

<< บทเพลงสดุดี Psalm 45:8 >>

Versions - Compare


Source:http://biblebrowser.com/psalms/
45-8.htm

A Song Celebrating the King’s Marriage.
เพลงในวโรกาส อภิเศกสมรส

New American Standard Bible (©1995)
All Your garments are fragrant with myrrh and aloes and cassia; Out of ivory palaces stringed instruments have made You glad.

King James Bible
All thy garments smell of myrrh, and aloes, and cassia, out of the ivory palaces, whereby they have made thee glad.


Catholic use New Jerusalem Bible Thai-Eng
Source:www.catholic.org/bible

There is no Biblical reference to the cassia,
ไม่ได้กล่าวถึง ของคาทอลิก ไม่ได้กล่าวถึง cassia



เน้น อีกรอบ....เรื่อง cassia ที่ไม่ได้ระบุ ใน Psalm 45:8

ในบทเพลงสดุดี Psalm 44:9 คือ qeçi’ah ในภาษาอารเมอิก มีค่าเท่ากับ qiddah คือเป็นได้มากที่การอธิบายถึง ’ahaloth

ไม่มีเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับพระคัมภีร์ที่อ้างอิงถึง cassiaมันมาจาก ( Cassia คือพืชในตะกูล senna ความหมายพ้องกัน )sennaที่เอามาผลิตเป็นยา


บทเพลงสดุดี Psalm 45:8




8 พระภูษาของพระองค์หอมกรุ่นด้วยกลิ่นมดยอบ กฤษณาและว่านน้ำ เสียงพิณนำความสำราณญมาสู่พระองค์ที่ปราสาทงา
8 your robes all myrrh and aloes. From palaces of ivory, harps bring you joy,








จากการค้นหาข้อมูลในเรื่องของการใช้อบเชยในการลดระดับไขมันในเลือดนั้นโดยค้นจากฐานข้อมูลทั้งฐานข้อมูลที่มีวารสารฉบับเต็มและที่มีแต่ Abstract จากผลการค้นนั้นไม่พบงานวิจัยที่ใช้อบเชยในการลดระดับไขมันในเลือดซึ่งอาจจะหมายความว่างานวิจัยยังคงมีน้อยหรือฐานข้อมูลที่ได้ทำการค้นไม่มีงานวิจัยชิ้นนี้อยู่แต่จะพบงานวิจัยที่ที่ไกล้เคียงกันกับข้อมูลที่ท่านกำลังสนใจอยู่ก็คือ “Suppression Effect of Cinnamomum cassia Bark-Derived Component on Nitric Oxide Synthase” จาก Journal of agricultural and food chemistry โดยมีผู้วิจัยคือ Lee,H. ,Kim,B. and Kim,M. ซึ่งเป็นนักวิจัยของประเทศเกาหลี
งานวิจัยดังกล่าวข้างต้นจะกล่าวถึงประสิทธิภาพของสารสกัดที่ได้จากเปลือกของอบเชยซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cinnamomum cassia สามารถที่จะยับยั้ง nitric oxide(NO) ในร่างกายได้ ซึ่ง nitric oxide ที่ว่านี้ส่งผลทางสรีระวิทยาและพยาธิวิทยาต่อระบบการควบคุมภูมิคุ้มกันในร่างกาย, การคลายกล้ามเนื้อเรียบ, สารส่งผ่านกระแสประสาท, การยับยั้งการแข็งตัวของเลือด, รบกวน enzyme ต่างๆในร่างกายในกระบวนการส่งผ่านอิเล็กตรอนใน mitochondria, ถ้ามีปริมาณของ NO มากเกินไปก็จะทำลาย DNA และสุดท้ายยังสามารถที่จะทำให้เกิดมะเร็งขึ้นได้ในร่างกาย จะเห็นว่า NO นั้นส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่างดังนั้นจึงมีการศึกษาหาสารที่มีฤทธิ์ในการยับยั้ง NO และนำมาใช้กับมนุษย์ในทางคลินิก จากผลการวิจัยพบว่าสารสกัดจากเปลือกของ Cinnamomum cassia สามารถที่จะยับยั้ง NO ได้ นอกจากนี้ Cinnamomum cassia ที่ปลูกในเอเชียตะวันออกยังมีฤทธิ์ทางยาอื่นๆได้อีกคือต้านแบคทีเรีย, ลดไข้, ฝาดสมาน, ขับลม,ทำให้อยากอาหารและช่วยย่อยได้ โดยสารสกัดที่ได้จากเปลือกของต้น Cinnamomum cassia นั้นจะประกอบไปด้วยสารต่างๆคือ cinnamyl alcohol, cinnamic acid และ eugenol ซึ่งรายละเอียดต่างๆในงานวิจัยชิ้นนี้ท่านสามารถที่จะค้นได้ในงานวิจัยที่ได้กล่าวไว้แล้วในข้างต้น
สำหรับคำถามที่ว่าในเมืองไทยมีผลิตภัณฑ์อบเชยที่มีคุณภาพใช้บริโภคเพื่อสุขภาพวางจำหน่ายด้วยหรือไม่นั้น ทั้งนี้เนื่องจากว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในเมืองไทยนั้นมีมากจึงขอเวลาในการค้นข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

นศภ.กฤษณ์ สุขนันทร์ธะ
เอกสารอ้างอิง
Lee,H. ,Kim,B. and Kim,M. “Suppression Effect of Cinnamomum cassia Bark-Derived Component on Nitric Oxide Synthase”,Journal of agricultural and food chemistry

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Secondary Reference : Primary Reference : CD-ROM/Other Database

Source:http://drug.pharmacy.psu.ac.th/
Question.asp?ID=3642&gid=3

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:21:16:51 น.  

 
ต้นสนซีดาร์, ที่ใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่เฉพาะเจาะจง ได้แก่ชนิด Cedrus libani, C bermudensis, Juniperus virginiana, และ Cupressus thymoides,



Cedrus libani


Redcedar (Juniperus virginiana)


และภาษาฮิบรูใช้คำว่า ’ erez ซึ่งถูกใช้สำหรับต้นไม้ที่แตกต่างกันสามประการได้แก่

(1)ไม้ต้นสนซีดาร์ที่ใช้ในพิธีการหนึ่งของการชำระมลทิน (เลวีนิติ Leviticus 14:4, 6; 49052 ;กันดารวิถี Numbers19:6 ) คือเช่นเดียวกันกับ Juniperus phænicea หรือJ. oxycedrus, สิ่งที่พวกนอกศาสนาที่ใช้ในการเผาระหว่างพิธีกรรม และเป็นกองฟืนสำหรับการฝังศพ ( บันทึกใน กวีโฮเมอร์ Hom ., โอดีสซี" Odyss .",V, 60 ; โอวิด Ovid, "Fast.",ii, 538 ),และ ปลินี่ Pliny เรียกว่า"little cedar"(Nat. Hist., XIII, i, 30). ...


เลวีนิติ Leviticus 14:4
พิธีชำระมลทินเมื่อหายจากโรคผิวหนังติดต่อได้

4สมณะจะสั่งผู้รับพิธีชำระมลทินให้นำนกไม่มีมลทินสองตัว ไม้สนสีดาร์ ผ้าแดงเข้ กิ่งหุสบมาด้วย
4 he will order the following to be brought for his purification: two live birds that are clean, some cedar wood, scarlet material and hyssop.

เชิงอรรถยาว


กันดารวิถี Numbers19:6
เถ้าของโคตัวเมียสีแดง

6 สมณะจะนำไม้สนสีดาร์ กิ่งหุสบกับผ้าสีม่วงแดง โยนลงไปในกองไฟที่เผาโคตัวนั้น
6 The priest will then take some cedar wood, hyssop and scarlet material and throw them on the fire where the heifer is burning.

เชิงอรรถ


คือเช่นเดียวกันกับ Juniperus phaenicea หรือJ. oxycedrus




Juniperus phoenicea (Phoenicean Juniper or Arâr)




J. oxycedrus
Juniperus oxycedrus (Prickly Juniper, Prickly Cedar, Cade Juniper, Spanish Cedar and Cade (from the French genévrier cade), Sharp Cedar


(2) ต้นไม้ที่เติบโต " waterside บริเวณริมน้ำ (แม่น้ำ, ทะเลสาบ), "(กันดารวิถี Numbers 24:6 )ปรากฏ ใน เอเซเคียล Ez .,xxxi, 7, Cedrus libani ซึ่งโดยปรกติ เจริญเติบโตบนที่ลาดชันของภูเขาที่แห้งแล้ง

กันดารวิถี Numbers 24:6
คำทำนายของบาลาอัม

6 เหมือนลำธารที่แยกออกเป็นหลายสาย
เหมือนสวนที่อยู่ริมฝั่งน้ำ
เหมือนต้นหางจระเข้ที่พระยาห์เวห์ทรงปลูก
เหมือนต้นสนสีดาร์ที่อยู่ริมน้ำ
6 like valleys that stretch afar, like gardens by the banks of a river, like aloes planted by Yahweh, like cedars beside the waters!

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

ปรากฏ ใน เอเซเคียล Ez .,xxxi, 7-8,

Cedrus libani ซึ่งโดยปรกติ เจริญเติบโตบนที่ลาดชันของภูเขาที่แห้งแล้ง

คำพยากรณ์กล่าวโทษฟาโรห์ เปรียบเสมือนปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์
31:7 มันก็งดงามด้วยความใหญ่ยิ่งของมัน ด้วยความยาวแห่งก้านของมัน เพราะรากของมันหยั่งลึกลงไปยังน้ำอุดม
31:8 ต้นสนสีดาร์ที่อยู่ในอุทยานของพระเจ้าก็ซ่อนมันไว้ไม่ได้ ต้นสนสามใบก็ยังไม่เปรียบปานกิ่งใหญ่ของมัน ต้นเกาลัดก็ไม่เปรียบปานกิ่งของมัน ไม่มีไม้ต้นใดในอุทยานของพระเจ้าที่มีความงามเหมือน มัน
7 It was beautiful in its size, in the span of its boughs; for its roots were in plentiful waters.
8 There was no cedar like it in the garden of God, no cypress had branches such as these, no plane tree could match its boughs, no tree in the garden of God could rival its beauty.


(3)ส่วนมากของข้อเขียนอื่นๆในคำของพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ Cedrus libani, Barr, คือหมายถึง "prince of trees" โดยความสูงของมัน(อิสยาห์ Isaiah 2:13 ; เอเสเคียล Ezekiel 31:3, 8;อาโมส Amos 2:9 ),สัดส่วนโครงสร้างอย่างเหมาะสมของอาณาจักรทางตะวันออกที่ซึ่งมีอำนาจหรือมีอิทธิพลมาก (เอเซเคียล Ezekiel 31:3 -18,Etc..)


คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

อิสยาห์ Isaiah 2:13
ต้องให้การลงโทษสำเร็จก่อนรับพระพรได้

2:13 สู้ต้นสนสีดาร์ทั้งสิ้นของเลบานอนที่สูงและที่ถูกยกขึ้น และสู้ต้นโอ๊กทั้งสิ้นของบาชาน
13 for all the cedars of Lebanon, high and proud, and for all the oaks of Bashan;

เอเสเคียล Ezekiel 31:3, 8
คำพยากรณ์กล่าวโทษฟาโรห์ เปรียบเสมือนปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์

31:3 ดูเถิด คนอัสซีเรียเปรียบได้กับไม้สนสีดาร์ในเลบานอน มีกิ่งงามและมีใบร่มและสูงมาก ยอดอยู่ที่ท่ามกลางกิ่งไม้หนาทึบ
31:8 ต้นสนสีดาร์ที่อยู่ในอุทยานของพระเจ้าก็ซ่อนมันไว้ไม่ได้ ต้นสนสามใบก็ยังไม่เปรียบปานกิ่งใหญ่ของมัน ต้นเกาลัดก็ไม่เปรียบปานกิ่งของมัน ไม่มีไม้ต้นใดในอุทยานของพระเจ้าที่มีความงามเหมือนมัน
3 I know: a cedar tree in the Lebanon with noble branches, dense foliage, lofty height. Its top pierces the clouds.
8 There was no cedar like it in the garden of God, no cypress had branches such as these, no plane tree could match its boughs, no tree in the garden of God could rival its beauty.

อาโมส Amos 2:9
การพิพากษาต่อโมอับ ยูดาห์และอิสราเอล

2:9 เรายังได้ล้างผลาญคนอาโมไรต์ตรงหน้าเขา ซึ่งส่วนสูงของเขาเหมือนอย่างความสูงของต้นสนสีดาร์ และเป็นผู้ที่แข็งแรงอย่างกับต้นโอ๊ก เราทำลายผลข้างบนของเขาเสีย และทำลายรากข้างล่างของเขาเสีย
9 Yet it was I who destroyed the Amorite before them, he who was as tall as the cedars, as strong as the oaks; I who destroyed his fruit above ground and his roots below.


จากลำต้นของมันคือเสากระโดงเรือship-masts (เอเซเคียล Ezekiel 27:5 ),เสา, ไม้คาน, และแผ่นไม้กระดานสำหรับวิหารหรือพระราชวัง (1พงค์กษัตริย์ Kings 6:9 ; 7:2 )

เอเซเคียล Ezekiel 27:5
บทคร่ำครวญเรื่องเมืองไทระ (วว 18:1-24)

27:5 กระดานเรือของเจ้าทั้งสิ้นเขาทำด้วยไม้สนสามใบมาจากเสนีร์ เขาเอาไม้สนสีดาร์มาจากเลบานอนทำเป็นเสากระโดงให้เจ้า
5 Cypress from Senir they used for all your planking. They took a cedar from Lebanon to make a mast above you.

1พงค์กษัตริย์ Kings 6:9
การสร้างพระวิหาร

9 เมื่อสร้างพระวิหารเสร็จแล้วพระองค์ทรงวางคานและบุเพดานด้วยไม้สนสีดาร์
9 Having finished building the Temple, he roofed the Temple with a coffered ceiling of cedar wood.

เชิงอรรถยาว

"เพดาน"แปลโดยคาดคะเน

1พงค์กษัตริย์ Kings 7:2
พระราชวังของกษัตริย์ซาโลมอน

2 พระองค์ทรงสร้างท้องพระโรงที่เรียกว่า "ป่าเลบานอน"
2 He built the House of the Forest of Lebanon, a hundred cubits long, fifty cubits wide, and thirty cubits high, on four rows of cedar-wood pillars,

เชิงอรรถ
รายละเอียดของพระราชวังจำกัดอยู่เพียงท้องพระโรงที่ใช้ว่าราชการเท่านั้น อาคารเหล่านี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของบริเวณพระวิหาร

และมันได้ถูกทำ กับความยาก ของมัน,ไม้ที่มีลายไม้ใช้ปิดหรือทำให้ติดประชิดกันพอดี ซึ่งใช้ฝีมืออย่างสูงในการขัดเกลาไม้ให้มันวาว ซึ่งได้แกะสลักและเหมาะสำหรับใช้ในการประดับ (1 พงค์กษัตริย์ Kings 6:18 )

1 พงค์กษัตริย์ Kings 6:18
การตบแต่งภายใน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

18 ไม้สนสีดาร์ที่บุด้านในของพระวิหารแกะสลักเป็นรูปผลไม้และดอกไม้บาน ภายในทั้งหมดบุด้วยไม้สนสีดาร์ไม่เห็นหินเลย
18 There was cedar wood round the inside of the Temple, ornamentally carved with gourds and rosettes; all was cedar wood, with no stone showing.

และรูปปั้น ใน อิสยาห์ Isaiah 44:14 -15
พระสัญญาเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์

44:14 เขาตัดต้นสนสีดาร์ลง เขาเลือกต้นสนจีนและต้นโอ๊ก และปล่อยให้มันงอกขึ้นอย่างแข็งแรงท่ามกลางต้นไม้ในป่า เขาปลูกต้นแอชและฝนก็เลี้ยงมัน
44:15 แล้วมนุษย์จะเอาไปเผาเสีย เขาเอามันมาส่วนหนึ่งและให้อบอุ่นตัวเขา เออ เขาก่อไฟและปิ้งขนมปัง และเขาเอามาทำพระองค์หนึ่งและนมัสการมันด้วย เออ เขาทำเป็นรูปแกะสลักและกราบรูปนั้น
14 He has cut down cedars, has selected an oak and a terebinth which he has grown for himself among the trees in the forest and has planted a pine tree which the rain has nourished.
15 Once it is suitable to burn, he takes some of it to warm himself; having kindled it, he bakes bread. But he also makes a god and worships it; he makes an idol from it and bows down before it.

ป่าต้นสนซีดาร์คือสวรรค์ของกลิ่นพืชยาหรือวัตถุที่มีกลิ่นหอม, เนื่องจากยางหรือเรซินที่ซึมออกมาจาก ทุกๆรูเล็กๆของเปลือกไม้(บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:11 ; โฮเซยา Hosea 14:7 )


บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:11
เจ้าบ่าวยกย่องเจ้าสาว

4:11 โอ เจ้าสาวของฉันจ๋า ริมฝีปากของเธอเสมือนน้ำผึ้งกำลังจะหยดย้อย น้ำผึ้งและน้ำนมอยู่ใต้ลิ้นของเธอ กลิ่นเสื้อผ้าของเธอหอมดุจกลิ่นมาจากเลบานอน
11 Your lips, my promised bride, distil wild honey. Honey and milk are under your tongue; and the scent of your garments is like the scent of Lebanon.

โฮเซยา Hosea 14:7
การสารภาพและการกลับใจนำพระพรมา

14:7 เขาทั้งหลายที่อยู่ใต้ร่มเงาของเขาก็จะกลับมา เขาจะเจริญขึ้นเหมือนข้าว จะออกดอกเหมือนเถาองุ่น และจะมีกลิ่นเหมือนน้ำองุ่นแห่งเลบานอน
7 he will put out new shoots, he will have the beauty of the olive tree and the fragrance of Lebanon.


"ความมีชื่อเสียงของ Libanus "( อิสยาห์ Isaiah 35:2 ; 60:13 ),

อิสยาห์ Isaiah 35:2
อิสราเอลจะกลับไปอยู่ที่ศิโยน

35:2 มันจะออกดอกอุดม และเปรมปรีดิ์ด้วยความชื่นบานและการร้องเพลง สง่าราศีของเลบานอนก็จะประทานให้มัน ทั้งความโอ่อ่าตระการของคารเมลและชาโรน ที่เหล่านี้จะเห็นสง่าราศีของพระเยโฮวาห์ และความโอ่อ่าตระการของพระเจ้าของพวกเรา
2 let it burst into flower, let it rejoice and sing for joy. The glory of Lebanon is bestowed on it, the splendour of Carmel and Sharon; then they will see the glory of Yahweh, the splendour of our God.


อิสยาห์ Isaiah 60:13
สง่าราศีของศิโยนในอนาคต

60:13 สง่าราศีแห่งเลบานอนจะมายังเจ้า คือต้นสนสามใบ ต้นสนเขาและต้นไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดปีด้วยกัน เพื่อจะกระทำให้ที่แห่งสถานบริสุทธิ์ของเรางดงาม และเราจะกระทำให้ที่แห่งเท้าของเรารุ่งโรจน์
13 The glory of the Lebanon will come to you, cypress, plane-tree, box-tree, one and all, to adorn the site of my sanctuary, for me to honour the place where I stand.

รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของความอุดมสมบรูณ์ สำหรับผู้ที่ครอบครอง (1พงค์กษัตริย์ Kings 5:6 sqq .;1 พงศาวดาร Chronicles 22:4 )

1พงค์กษัตริย์ Kings 5:6

Version-Compares << 1 Kings 5:6 >>

Source:http://bible.cc/1_kings/5-6.htm

New American Standard Bible (©1995)
"Now therefore, command that they cut for me cedars from Lebanon, and my servants will be with your servants; and I will give you wages for your servants according to all that you say, for you know that there is no one among us who knows how to cut timber like the Sidonians."

King James Bible
Now therefore command thou that they hew me cedar trees out of Lebanon; and my servants shall be with thy servants: and unto thee will I give hire for thy servants according to all that thou shalt appoint: for thou knowest that there is not among us any that can skill to hew timber like unto the Sidonians.

Douay-Rheims Bible
Give orders therefore that thy servants cut me down cedar trees out of Libanus, and let my servants be with thy servants: and I will give thee the hire of thy servants whatsoever thou wilt ask, for thou knowest how there is not among my people a man that has skill to hew wood like to the Sidonians.

catholic use New Jerusalem Bible Thai-ENG

1พงค์กษัตริย์ Kings 5:6 =1พงค์กษัตริย์ Kings 5:20
ข : สิ่งก่อสร้างของกษัตริย์โซโลมอน

20 เพราะฉะนั้น ขอพระองค์ตรัสสั่งให้โค่นต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอนให้ข้าพเจ้า ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าจะร่วมงานกับผู้รับใช้ของพระองค์ ข้าพเจ้าจะจ่ายค่าจ้างสำหรับผู้รับใช้ของพระองค์ตามที่พระองค์จะทรงกำหนด พระองค์ทรงทราบแล้วว่าข้าพเจ้าไม่มีผู้ใดชำนาญโค่นต้นไม้เท่ากับชาวไซดอน
20 So now have cedars of Lebanon cut down for me; my servants will work with your servants, and I shall pay for the hire of your servants at whatever rate you fix. As you know, we have no one as skilled in felling trees as the Sidonians.'

เชิงอรรถ
"ชาวไซดอน"มิได้หมายถึงเพียงชาวเมืองไซดอนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคนเชื้อชาติฟินิเตียโดยทั่วไป ฮิรามทรงเป็นกษัตริย์ของทั้งเมืองไทระและไซดอน


1 พงศาวดาร Chronicles 22:4
กษัตริย์ดาวิดทรงเตรียมสร้างพระวิหาร

4 ทรงสะสมไม้สนสีดาร์ไว้เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน เพราะชาวไซดอนและชาวไทระนำซุงไม้สนสีดาร์จำนวนมากมาถวายกษัตริย์ดาวิด
4 as well as innumerable cedar-wood logs, as the Sidonians and Tyrians had brought cedar logs to David in great quantities.


และเป็นเรื่องราวของความอิจฉาและพลังอำนาจ พระมหากษัตริย์ ของ Nineveh (อิสยาห์ Isaiah 37:24 ;inscr ของกษัตริย์หลายๆองค์ของชาวแอสซีเรีย)

อิสยาห์ Isaiah 37:24
พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะช่วยยูดาห์ให้พ้นจากเซนนาเคอริบ

37:24 เจ้าได้เย้ยองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยผู้รับใช้ของเจ้า และเจ้าได้ว่า "ด้วยรถรบเป็นอันมากของข้า ข้าได้ขึ้นที่สูงของภูเขา ถึงที่ไกลสุดของเลบานอน ข้าจะโค่นต้นสนสีดาร์ที่สูงที่สุดของมันลง ทั้งต้นสนสามใบที่ดีที่สุดของมัน ข้าจะเข้าไปยังที่ยอดลิบที่สุดในชายแดนของมัน ที่ป่าไม้แห่งคารเมล
24 Through your minions you have insulted the Lord, thinking: With my many chariots I have climbed the mountain-tops, the utmost peaks of Lebanon. I have felled its mighty cedars, its finest cypresses, have reached its furthest peak, its forest garden.


next......ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:45:22 น.  

 
Cedrus libani, Cedar of Lebanon, Erez Helevanon,
ארז הלבנון





Scientific name: Cedrus libani
Common name Lebanon Cedar or Cedar of Lebanon
Hebrew name: ארז הלבנון
Arabic name: أرز ,Arz
Family: Pinaceae





Life form: Tree
Leaves: Needle-like
Flowers: Green
Habitat: Forests
Distribution: rare
Chorotype, טיפוס התפוצה: Mediterranean





ต้นสนสีดาร์ มีแค่ เฉพาะ สาม species ของต้นสนซีดาร์ในโลก:
ต้นสนซีดาร์แห่งเลบานอน,The Deodar ของเทือกเขาหิมาลัยและ ต้นสนสีดาร์ ที่ ภูเขา Atlas

ต้นสนซีดาร์แห่งเลบานอนถิ่นกำเนิดโดยดั้งเดิมใน เอเซียไมเนอร์ ต้นไม้ไม่ได้เติบโตในป่าอิสราเอล ต้นสนซีดาร์แห่ง เลบานอนคือต้นไม้บนภูเขาที่เติบโตในดินที่เป็นหินที่ความสูง 1800m ต้นสนซีดาร์แห่งเลบานอนไม่มีดอก จนกระทั่งมันมีอายุ 25-30 ปี ดอกไม้หรือ catkins( [N] ดอกไม้ของพืชบางชนิดที่มีลักษณะเป็นช่อยาวห้อยลงมาหรือถ้าสั้นจะชี้ขึ้น) คือเป็นดอกที่แยกเพศ กับดอกเพศชาย และดอก เพศหญิงบนต้น เดียวกัน ช่อที่ยาวห้อยลงมาประมาณ 5 cm สี ค่อนข้างแดงในสีและเป็นรูปกรวย ยาว 10-12 cm และอยู่ตามกิ่งก้านสาขา

มากกว่าหลายๆ ศตวรรษ ชาวแอสซีเรีย, ชาวบาบิโลน และชาวเปอร์เซีย ซึ่งได้ทำการเดินทางไปยังภูเขาเลบานอน เนื่องจากเกี่ยวกับเรื่องไม้ หรือคณะเดินทาง ได้ส่งไม้เป็ฯเครื่องบรรณาการ จากเมืองหลายๆเมืองทางชายฝั่งทะเล ของเมือง Canaan -Phoenicia

ชาวโฟนิเชียน ได้สร้างเรือเพื่อการค้าขายของพวกเขาและ กองทัพเรือจากไม้ต้นสนสีดาร์ รวมทั้งใช้สร้าง หลังคาของพระวิหาร บ้าน และธรณีประตู

ชาวอียิปต์ ได้จัดหานำไม้สนสีดาร์ไปที่อียิปต์ อย่างน้อยที่สุดในสมัยยุคแรกเกี่ยวกับราชวงค์กษัตริย์ของอียิปต์ เป็นไปได้มากที่ ไม้ได้ทำเป็นแผ่นไม้กระดานอย่างเสร็จเรียบร้อย และเป็นไม้ที่เลบานอนใช้ค้าขายซึ่งมีความสำคัญมาก

กษัตริย์ของประเทศใกล้เคียงและที่ห่างไกล ได้ไต่ถามถึงไม้นี้ เพื่อที่จะสร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาและ สิ่งก่อสร้างสำคัญของเมือง วิหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ วิหารแห่งเยรูซาเร็ม และพระราชวังของ King ดาวิด และ King โซโลมอน 1 พงศาวดาร Chronicles 22, 2:4


ต้นสนสีดาร์ ถูกระบุ 75 ครั้งใน พระคัมภีร์ไบเบิ้ล และทั้งหมดรวมถึงใน พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่าและพระคัมภีร์ โตราห์ของพี่น้องชาวยิว

ต้นสนซีดาร์แห่งเลบานอน คือวิธีการหลักในบทโคลงกวีที่เก่าแก่ที่สุด ที่ถูกเขียนโดย Gilgamesh เกี่ยวกับโคลงของ Gilgamesh คือเรื่องราวจากเมโสโปเตเมียอีกด้วย
ซึ่งระบุว่า กลับไปประมาณเมื่อ 4,700 ปีมาแล้ว โคลงของการเดินทางในป่าของ Gilgamesh's ซึ่งบอกเรื่องราวของเค้า ที่ต้องการ ไม้ไปสร้างเมืองที่โอ่อ่าของเค้า เค้าตั้งใจเข้าไปในป่าซึ่งใกล้กับ ทางตอนใต้ของเมโสโปเตเมีย ซึ่งป่าได้รับความคุ้มครองจาก เทพเจ้า Enlil (พระเจ้าของชาวบาบิโลน พระเจ้าแห่งลมและพายุ) ผู้คุ้มครอง ป่าต้นสนซีดาร์

เทพเจ้า Enlil ได้ทำนายว่า ครั้งหนึ่งเมื่อมนุษย์ได้เข้ามาในป่า และพวกเขาจะทำลายต้นไม้ทั้งหมด, และการรบที่ยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้พิทักษ์ demigod เทวดาชั้นต่ำ (demigod [N] ผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ แต่ต้อยต่ำกว่าพระเจ้า )กับมนุษย์ได้เกิดขึ้นและต่อสู้กันในป่า ความตะกละความโลภของ มนุษย์ที่ชนะ และป่าได้ถูกลอกออกอย่างจนหมดจากต้นไม้ของมัน, ไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่นอกจาก พื้นที่ดินว่างเปล่า "...ฉันคือ Gilgamesh ผู้ซึ่งที่จับกุมและฆ่าวัวตัวผู้แห่ง ท้องฟ้า, ฉันได้ฆ่าผู้ดูแลรักษาป่า ฉันได้โค่นล้มอำนาจ Humbaba ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในป่า และฉันได้ฆ่าสิงห์โตไปหลายตัวที่ผ่านเข้ามาในภูเขา

ในพระคัมภีร์ไบเบิล เอเซเคียล Ezekiel ( 31:1 - 18 คำพยากรณ์กล่าวโทษฟาโรห์ เปรียบเสมือนปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ )ได้กล่าวเปรียบเทียบได้อย่างงดงาม ความสูงส่งของกษัตริย์ ได้ถูกใช้โดยประกาศก ผู้ที่มีศิลปะในการแสดงคำปราศรัย โดยการใช้สัญญาลักษณ์ และเครื่องหมายเกี่ยวกับทางโลก อาจจะหมายถึง อำนาจ และความมีชื่อเสียง *แนวความคิดเกี่ยวกับทัศนวิศัยความคิดของกษัตริย์ผู้อวดดี ของ เซนนาเคอริบ Sennacherib ( ในปี 705BCE - 681BCE ),

ผู้รุกราน เมื่อได้บรรยายเกินจริง ในปีที่ 700 B.C
(อิสยาห์ Isaiah 37:24 )
พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะช่วยยูดาห์ให้พ้นจากเซนนาเคอริบ

37:24 เจ้าได้เย้ยองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยผู้รับใช้ของเจ้า และเจ้าได้ว่า "ด้วยรถรบเป็นอันมากของข้า ข้าได้ขึ้นที่สูงของภูเขา ถึงที่ไกลสุดของเลบานอน ข้าจะโค่นต้นสนสีดาร์ที่สูงที่สุดของมันลง ทั้งต้นสนสาม
24 Through your minions you have insulted the Lord, thinking: With my many chariots I have climbed the mountain-tops, the utmost peaks of Lebanon. I have felled its mighty cedars, its finest cypresses, have reached its furthest peak, its forest garden.

king Nebuchadnezzar ( ในปีที่ 605BCE - 562BCE )ได้บรรยายเกินจริง บนตัวอักษร คูนิฟอร์ม cuneiform กับคำจารึก: "ฉันนำมันมาสำหรับเป็นสิ่งก่อสร้าง, ถ้าต้นสนซีดาร์ ซึ่งฉันได้โค่นต้นสนสีดาร์ลงด้วยมือที่ไร้มลทิลบนภูเขาเลบานอน รางวัลที่ได้คือ กลิ่นหอมของมัน และความทนทานของมัน ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของการโค่นต้นสนสีดาร์ที่เป็นพิเศษและมันน่าพอใจ

เกี่ยวกับชาวอียิปต์ใช้ยางของต้นสนสีดาร์สำหรับทำมัมมี่ mummification และเต็นท์กระโจมได้ใช้ยางที่ได้ถูกสะกัดจากต้นไม้เหล่านี้สำหรับทำเป็นสารกันน้ำ และ กระบวนการของการปิดผนึกกระเทาะและรอยแยกกับเช่นเดียวกันกับอุด เพื่อไม่ให้น้ำเข้า

ในศตวรรษที่สองของคริสตกาล จักรพรรดิโรมัน เฮเดรน Hadrian (ในปีที่ 76CE - 138CE )ที่พยายามเพื่อปกป้องป่ากับอาณาเขตของป่าโดยให้คนทำเครื่องหมายไว้ ต้นไม้ส่วนมากมันขึ้นตามหิน หรือที่อื่นๆต้นไม้มันฝังเข้าไปในหินที่แยกออกมา ในหลายๆศตวรรษต่อมาหลังจากการปกครองของ เฮเดรน ต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน ได้ถูกใช้ อย่างกว้างเพื่อสำหรับเป็นเชื้อเพลิง, โดยเฉพาะสำหรับปูนขาวเผาไหม้ในเตาเผาอิฐ ในยุคกลางชาวบ้านบนภูเขาได้เคลียร์พื้นที่ในป่าสำหรับทำการเกษตร ใช้ไม้สำหรับเป็ฯเชื้อเพลงและก่อสร้าง เกี่ยวกับอาณาจักรอ๊อตโตมานในศวรรษที่ 19 ได้ทำลายป่าที่ครอบคลุมทั้งหมด และระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพของอังกฤษ ได้ใช้ไม้สนสีดาร์สำหรับสร้างทางรถไฟ ระหว่าง ทรีโปลีและไฮฟา Tripoli และ Haifa







*ในหนังสือ "The Natural History of the Bible",H.B.Tristam (1880)ได้กล่าวถึงต้นสนซีดาร์ ทุกๆคนผู้ซึ่งเคยเห็นต้นไม้ที่สง่าเหล่านี้แสดงให้เห็นคุณค่าของกำลังอำนาจ ที่ยิ่งใหญ่อย่างสง่างามในอุปมาอุปมัยของประกาศกหลายๆคน กับผิวที่ตะปุ่มตะป่ำ และก้านที่บูดเบี้ยว และเปลือกไม้ที่มีเกล็ดมากและกิ่งก้านสาขาที่เป็นกลุ่มก้อนใหญ่ของมัน กับใบที่สีเขียวเข้มและสั้น เป็นสีเงินเวลาโดนแสงอาทิตย์ และ พวกมันยืนอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนอย่างน่ารักน่ารัก ในความน่าประหลาดใจบนที่สูงที่มีภูเขาล้อมรอบ เป็นการยืนยันถึง ความเป็นเจ้าป่าสนนี้ของของราชวงค์กษัตริย์

ในวันนี้ที่ต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอนส่วนมากใช้เป็นตัวแทนของความน่ายกย่อง ต้นสนสีดาร์ ซึ่งครอบคลุมประเทศทั้งหมด ครั้งหนึ่งในบริเวณภูมิภาค Besharre ทางตอนเหนือของเลบานอน ต้นสนสีดาร์ประมาณ 400 ต้น มีอายุระหว่าง 1,200 -2,000 ปี ยังคงยืนตะหง่านอยู่บนเชิงเขาที่ลาดเอียง 2,000 เมตร และความสูงที่ the shadow of 3,100-meter peak of Qornet


Source:http://www.flowersinisrael.com/
Cedruslibani_page.htm

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:53:22 น.  

 
Cedrat,

Citrus medica, หรือ C. cedra ใช้กับ ภาษาซีเรีย Syriac และพระคัมภีร์ไบเบิลภาษาอาราบิก Arabic Bibles,
ชื่อนี้ " Targum "พบในของโยเซฟาส Josephus (Ant. III, x, 4)O และใน พระคัมภีร์Talmud (Sukka, iii, 5), hadar ใช้ (ใน D.V. "the fairest tree ต้นไม้ที่ดีที่สุด " )ที่พูดถึง ในเลวีนิติ Lev .,xxiii, 40, ที่อ้างอิงถึงเทศกาลอยู่เพิง


เลวีนิติ Lev .,xxiii, 40
การกล่าวถึงเทศกาลอยู่เพิงอีกครั้งหนึ่ง

40 ในวันแรก ท่านจะต้องนำผลไม้ที่ดีที่สุด กิ่งปาล์ม กิ่งไม้ที่มีใบ และกิ่งไม้จากริมฝั่งแม่น้ำมา ท่านจะฉลองกนเป็นเวลาเจ็ดวันเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
40 On the first day you will take choice fruit, palm branches, boughs of leafy trees and flowering shrubs from the river bank, and for seven days enjoy yourselves before Yahweh your God.

เชิงอรรถ
ข้อความตอนนี้ได้เพิ่มเติมในภายหลัง คือสมัยหลังเนรเทศ เน้นความชื่นชมรื่นเริงของเทศกาลอยู่เพิงเช่นเดียวกันกับข้อความใน ฉธบ 16:13-16 และทำให้เทศกาลนี้เข้าไปสัมพันธ์กับการเดินทางอพยพในถิ่นทุรกันดารข้อ 43


Citrus medica, Citron, Etrog,
אֶתְרוֹג, ليمون
The official citron for use in the Feast of the Tabernacles ritual




etrog

Scientific name: Citrus medica
Common name: Citron
Hebrew name: אתרוג
Arabic name: ليمون, أترج / أترنج
Family: Rutaceae, פיגמיים





etrog

Life form: Tree
Leaves: Alternate, entire
Flowers: White inside, purplish outside
Flowering Period: January, September, October
Habitat: Light soils
Distribution: Cultivated
Chorotype, טיפוס התפוצה: Origin is unknown
Summer shedding: Perenating





etrog

citron ( n. ผลไม้ คล้ายมะนาว แต่มีขนาดใหญ่กว่า,มะงั่ว )เป็นที่ไม่รู้แหล่งกำเนิดของมัน แต่มันคือผลไม้จำพวกส้มมะนาวที่ใช้ในการเพาะปลูกเป็นครั้งแรก กับข้อความที่บันทึกไว้ระบุว่าได้ย้อนกลับไปถึง 4000 ปี ก่อนคริสตกาล

มันคือผลไม้ธรรมดาธรรมดา ที่อยู่ในบริเวณภูมิภาค เมดิเตอเรเนียน มีตอนหนึ่งของพระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่มันได้ถูกพูดถึงเท่านั้น และมันคือ 1 ใน 4 ชนิดของพืช ที่ถูกใช้ในพิธีทางศาสนาระหว่างช่วงวันหยุดของชาวยิวของเทศกาล Sukkot,

the Feast of Tabernacles (เทศกาลอยู่เพิง )ใน เลวีนิติ Leviticus 23:40 กล่าวถึง etrog และ pri etz hadar (פְּרִי עֵץ הָדָר),ซึ่งมีความหมายคือ "a fruit of the beautiful tree.

และ ชนิดอื่นๆคือ " lulav (date palm frond), hadass (myrtle bough), และ aravah (willow branch).


The etrog ไม่ได้ปรากฎในข้อความของ Nehemiah 8:15 :

เกี่ยวกับ The Halakha (หมู่คณะที่รวบรวมงานเขียนหรือข้อมูลคำเกี่ยวกับกฎทางศาสนาของชาวยิว) , etrog ที่ใช้ใน mitzvah(เดาว่าบัญญัติของชาวยิวอะ)ทั้งสี่ชนิด ต้องไม่มีตำหนิ และมีรูปร่างที่สมบรูณ์แบบ


H.B.Tristram (Natural History of the Bible; 1883) ได้เขียนไว้ว่า : The citron คือพืชสามัญตะกูลส้ม ชนิดหนึ่งในปาเลสไตล์ มันมีถิ่นกำเนิดในแคว้นมีเดีย Media ดอกของมันเป็นสีม่วงซีด รูปร่างเหมือนมะนาว รูปร่างของมันเรียวแหลมเหมือนรูปไข่ มันถูกใช้ เป็น ผลไม้กวน,ผลไม้แช่อิ่ม,ผลไม้ดอง,ของดอง


Source:http://www.flowersinisrael.com/
Citrusmedica_page.htm
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:01:36 น.  

 
Charlock. See Mustard

หลายชนิดของมัสตาร์ด ของพืชที่เติบโตในดินแดนศักดิ์สิทธิ์,และมันเติบโตในป่าเช่นกัน และ charlock หรือ Sinapis arvensis และมัสตาร์ดขาวคือ s Alba,หรือที่ใช้ในการเพาะปลูก คือ(มัสตาร์ตดำ) s nigra,ซี่งมัสตาร์ตดำที่มีเจตนาปรากฎในพระวารสาร

มัทธิว Matthew 13:31-32
อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ต

31 พระองค์ตรัสเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า"อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับเมล็ดมัสตาร์ตซึ่งมีผู้นำไปหว่านในนา
32 และเป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งหลาย แต่เมื่อเมล็ดงอกขึ้นเป็นต้นแล้ว กลับมีขนาดโตกว่าต้นผักอื่นๆ และกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั้งนกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้"
31 He put another parable before them, 'The kingdom of Heaven is like a mustard seed which a man took and sowed in his field.
32 It is the smallest of all the seeds, but when it has grown it is the biggest of shrubs and becomes a tree, so that the birds of the air can come and shelter in its branches.'


charlock หรือ Sinapis arvensis


และมัสตาร์ดขาวคือ s Alba


(มัสตาร์ตดำ) s nigra,ซี่งมัสตาร์ตดำที่มีเจตนาปรากฎในพระวารสาร


คำศัพย์ที่คุ้นเคยในความหมายของวัตถุที่เล็กม๊ากก เป็นไปได้มากที่ (cf กล่าวถึงในTalmud Jerus. Peah, 7; T. Babyl. Kethub., iiib ),

สิ่งที่มนุษย์หว่านเมล็ดลงในทุ่งนาของพวกเขา และ เมื่อมันเติบโตเต็มที่ มันใหญ่กว่าต้นสมุนไพรทั้งหมด ต้นมัสตาร์ด เติบโตในดินแดนปาเลสไตน์ได้ดี มันสูง 10ฟุต และมันเป็นที่ชื่นชอบมากเป็นแหล่งที่พักพิงของนกเล็กๆเช่นนกกระจอก


Sinapis arvensis, Charlock, Wild mustard, corn mustard,
חרדל השדה, خردل



Scientific name: Sinapis arvensis
Synonym name: Brassica arvensis (L.) Rabenh., Eruca arvensis, Eruca arvensis (L.) Noulet, Raphanus arvensis (L.) Crantz, Rhamphospermum arvense, Rhamphospermum arvense (L.) Andrz. ex Besser, Sinapis arvensis L.
Common name: Charlock, Charlock Mustard, Corn Mustard, Corn-Mustard, Field Mustard, Wild Mustard
Hebrew name: חרדל השדה
Arabic name: خردل
Family: Cruciferae / Brassicaceae, מצליבים



Life form: Therophyte, annual
Leaves: Alternate, dissected, dentate or serrate
Flowers: 4 Yellow petals
Flowering Period: January, February, March, April, May, December
Habitat: Batha, Phrygana
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands, Deserts and extreme deserts, Montane vegetation of Mt. Hermon
Chorotype, טיפוס התפוצה: Mediterranean
Summer shedding: Ephemeral





Source :http://www.flowersinisrael.com/
Sinapisarvensis_page.htm

http://luirig.altervista.org/
photos-int2/m/
mostarda_silvestre_sinapis_arvensis.htm



Sinapis alba, White mustard, Salad mustard,
חרדל לבן



Scientific name: Sinapis alba
Common name: White mustard, Salad mustard
Hebrew name: חרדל לבן
Arabic name: خردل اصفر, Hardal asfur
Family: Cruciferae / Brassicaceae, מצליבים



Life form: Therophyte, annual
Leaves: Alternate, dissected once, dentate or serrate
Flowers: Yellow
Flowering Period: January, February, March, April, May, August, November, December
Habitat: Nutrient-rich soils, ruderal
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands, Deserts and extreme deserts, Montane vegetation of Mt. Hermon
Chorotype, טיפוס התפוצה: Euro-Siberian - Med - Irano-Turanian
Summer shedding: Ephemeral






มัสตาร์ดไม่ปรากฎในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาฉบับเก่าthe Old Testament มัสตาร์ตถูกใช้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อ 2000 ฺBCE โดยสิ้นเชิงและมันเป็นที่คุ้นเคยในยุคอารยธรรมกรีกโบราณ และโรมัน ในหลักฐานทางโบราณคดี มันถูกจัดอยู่ในจำพวกพืชสมุนไพร

ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ มัสตาร์ตถูกกล่าวถึง 3 ครั้ง ในแต่ละโอกาสกับการอ้างอิงถึง ความเล็กม๊ากกกของเมล็ดมัน ในเรื่องอุปมาอุปไมยของของเมล็ดมัสตาร์ดเปรียบเทียบถึง การเติบโตของอาณาจักรสวรรค์ มัทธิว Matthew 13:31-32.

ปราชญ์ Pliny the Elder ((ค.ศ. 23-79) นักประวัติศาสตร์โรมันที่มีชื่อเสียง และนักเขียนเอนไซโคปิเดียร์ เล่มแรกของโลก)( 23 - 79 CE )ในหนังสือ XIX.§171: บันทึกไว้

มัสตาร์ดโดยทั้งหมดมันเติบโตขึ้นในป่า มันได้ถูกปรับปรุงโดยการย้ายต้นไม้ไปปลูกใหม่ แต่ในทางกลับกัน อีกนัยหนึ่งมันเคยเป็นของหายากที่ถูกหว่านลงอย่างไม่เพียงพอในสถานที่ไม่จำกัดของมัน
และเมล็ดของมันเมื่อตกลงสู่พื้นดินก็เริ่มงอกอย่างทันทีทันใด
เมล็ดและใบของมันถูกใช้เพื่อเป็นเครื่องปรุงชูรสให้รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

ต้นมัสตาร์ตมีสามชนิด คือ
หนึ่ง ใบที่มีรูปร่างเรียวยาว อีกอันใบของมันเหมือนกับใบต้นหัวผักกาด และอันที่สาม ใบเหมือนกับ
rocket ([N] พืชชนิดหนึ่ง )

เมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดคือต้องมาจากประเทศอียิปต์ มีคำของชาวเอเธนต์กล่าวถึงเมล็ดมัสตาร์ตว่า คือ napy
และคำภาษาท้องถิ่นอื่นๆ คือthlaspi และ lizard-herb" (The Latin term is sinapi.)

แต่เริ่มแรก สตูร ตำรับ วิธีปรุงสำหรับชนิดของมัสตาร์ต ที่ให้โดยนักเขียนชาวโรมันเกี่ยวกับการเกษตร Columella ( ในศตวรรษที่ 4CE - ca.70CE ของคริสตกาล ),

คำว่า'มัสตาร์ด 'ที่อ้างอิงถึงอย่างน้อยที่สุดของพืชต้นไม้ 3 ชนิดได้แก่
Brassica nigra, black mustard;
Sinapsis alba, white mustard;
Brassica juncea, brown mustard
ซึ่งอย่างแรกและอย่างที่สองเป็นที่แน่ใจรู้จักกันดีในยุคโบราณของเมดิเตอเรเนียน

Dioscorides ไดโอสโคริดีส (แพทย์ทหารชาวกรีก(40-ca. 90) ผู้แต่งหนังสือ De Materia Medica ตำราพืชสมุนไพรแถบเมดิเตอร์เรเนียน)

ใช้คำว่า λαμψάνη สำหรับมัสตาร์ต และกล่าวว่า นั้นคือ ชาวอียิปต์เรียกมัสตาร์ตว่า euthmoi
พวกThe Coptsหรือ พวก Coptic ได้ใช้สองคำสำหรับเรียกมัสตาร์ต 1 คือนำมาจากภาษากรีก และคำที่ 2อย่างชัดเจนนำมาจากภาษาอัสซีเรียน และชาวอียิปต์ก็เรียกชื่อนี้อีกด้วย และพวก Coptic ยังได้ใช้มัสตาร์ตในการรักษาอาการปวดศรีษะ


Source:http://www.flowersinisrael.com/
Sinapisalba_page.htm
http://floraitaliana.blogspot.com/
2008/04/sinapis-alba.html

Next....ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:38:26 น.  

 
black mustard (Sinapis nigru)คือ ที่ปรากฎในพระวารสาร
Brassica nigra כרוב שחור






as S. nigra, which last seems the one intended in the Gospel.

ปล ของ Catholic กับ net bible ก็ใช้ Sinapis nigru
black mustard

บางที่ก็เลือกมัสตาร์ดขาว


ten feets




Brassica คือภาษาลาติน มีความหมายว่า "cabbage." Nigra มีความหมายคือ "black," มันคือการอ้างอิงถึงสีของเมล็ด






Brassica nigra คือพืชสวนสมุนไพร ในตอนนี้ แต่ในอดีตมันเติบโตในป่าของปาเลสไตน์ ชาวยิวได้หว่านและทำการเพาะปลูกในดินแดนทุ่งนาหรือทุ่งกว้าง และไม่ได้ปลูกพวกมันเหล่านั้นในสวน ดู (มัทธิว Mt 13.31 *)ซึ่งเป็นไปได้มากสำหรับเอามาทำน้ำมัน


รูปภาพ more pictures Brassica nigra

Parable of the Mustard Seed
A Mustard Field Along Highway 87-North Shore of Galilee
Mustard Seeds in the Palm of a Hand
A Branching Mustard Plant Near the Jordan Mustard Field March 1999
Mustard Flowers
Ten Foot Mustard Plant

Source: http://dqhall59.com/
branching_mustard_plant.htm

http://flora.huji.ac.il/
browse.asp?lang=en&action=
specie&specie=BRANIG





คือถูกระบุในพระวารสาร (มัทธิว Matthew 13:31; 17:20; มะระโก Mark 4:30-32; ลูกา Luke 13:19; 17:6)
ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ มัสตาร์ตถูกกล่าวถึง 3 ครั้ง ในแต่ละโอกาสกับการอ้างอิงถึง ความเล็กม๊ากกกของเมล็ดมัน ในเรื่องอุปมาอุปไมยของของเมล็ดมัสตาร์ดเปรียบเทียบถึง การเติบโตของอาณาจักรสวรรค์


1
มัทธิว Matthew 13:31-32
อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ต

31 พระองค์ตรัสเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า"อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับเมล็ดมัสตาร์ตซึ่งมีผู้นำไปหว่านในนา
32 และเป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งหลาย แต่เมื่อเมล็ดงอกขึ้นเป็นต้นแล้ว กลับมีขนาดโตกว่าต้นผักอื่นๆ และกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั้งนกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้"
31 He put another parable before them, 'The kingdom of Heaven is like a mustard seed which a man took and sowed in his field.
32 It is the smallest of all the seeds, but when it has grown it is the biggest of shrubs and becomes a tree, so that the birds of the air can come and shelter in its branches.'

มะระโก Mark 4:30-32
อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ด

30 พระองค์ตรัสว่า "เราจะเปรียบพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างไร หรือจะใช้อุปมาอะไรอธิบายเรื่องนี้
31 พระอาณาจักรเปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเมื่อหว่านในดิน ก็เป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงทั่วแผ่นดิน
32 แต่ครั้นได้หว่านแล้วก็งอกขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ใหญ่กว่าพืชผักทุกชนิด มีกิ่งก้านใหญ่โตจนบรรดานกในอากาศมาพักอาศัยร่มเงาได้"
30 He also said, 'What can we say that the kingdom is like? What parable can we find for it?
31 It is like a mustard seed which, at the time of its sowing, is the smallest of all the seeds on earth.
32 Yet once it is sown it grows into the biggest shrub of them all and puts out big branches so that the birds of the air can shelter in its shade.'

ลูกา Luke 13:18-19;
อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ด

18 พระเยซูเจ้าตรัสต่อไปว่า "พระอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนกับสิ่งใดเราจะเปรียบพระอาณาจักรกับสิ่งใด
19 พระอาณาจักรก็เหมือนกับเมล็ดมัสตาร์ด ซึ่งชายคนหนึ่งทิ้งไว้ในสวนของตน มันเติบโตขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั้งบรรดานกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้"
18 He went on to say, 'What is the kingdom of God like? What shall I compare it with?
19 It is like a mustard seed which a man took and threw into his garden: it grew and became a tree, and the birds of the air sheltered in its branches.'

2
มัทธิว Matthew 17:20
พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนถูกปีศาจสิง

20 พระองค์ตรัสว่า "เพราะท่านมีความเชื่อน้อย เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านมีความเชื่อสักเท่าเมล็ดมัสตร์ด แล้วพูดกับภูเขานี้ว่า "จงย้ายจากที่นี่ ไปที่โน่น" มันก็จะย้ายไปและไม่มีอะไรที่ท่านจะทำไม่ได้
20 He answered, 'Because you have so little faith. In truth I tell you, if your faith is the size of a mustard seed you will say to this mountain, "Move from here to there," and it will move; nothing will be impossible for you.'
เชิงอรรถ
ความเชื่อน้อย : สำเนาโบราณบางฉบับว่า "ไม่มีความเชื่อเลย"
ม่มีอะไรที่ท่านจะทำไม่ได้ : สำเนาโบราณบางฉบับเพิ่มข้อ 21 "เพราะปีศาจชนิดนี้ขับไล่ออกไปไม่ได้เลย นอกจากด้วยการอธิฐานภาวนาและการจำศีลอดอาหารเท่านั้น" เทียบ มก 9:29



3
ลูกา Luke 17:6
พลังของความเชื่อ

6 องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสว่า "ถ้าท่านมีความเชื่อเท่าเมล็ดมัสตาร์ด และพูดกับต้นหม่อนต้นนี้ว่า"จงถอนรากแล้วไปขึ้นอยู่ในทะเลเถิด" ต้นหม่อนต้นนั้นก็จะเชื่อฟังท่าน
6 The Lord replied, 'If you had faith like a mustard seed you could say to this mulberry tree, "Be uprooted and planted in the sea," and it would obey you.






next....ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:07:29 น.  

 
ประเด็น เมล็ดมัสตาร์ด ต้นมัสตาร์ด
ผิดถูกขออภัยด้วยค่ะ


MUSTARD [ISBE]

กับความหลากหลายของมัสตาร์ด (ในภาษาอาราบิกอ่านว่า khardal )ซึ่งมีเมล็ดเล็กๆอย่างหน้าสดุดตา และภายใต้สภาวะกับการเติบโตในเวลาไม่กี่เดือนเล็กน้อย ซึ่งเป็ฯต้นสมุนไพรที่สูง 10-12 ฟุต เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นพืชที่มีชีวิตอยู่เพียงฤดูเดียวหรือปีเดียว


มัทธิว Matthew 13:31-32
อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ต

31 พระองค์ตรัสเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า"อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับเมล็ดมัสตาร์ตซึ่งมีผู้นำไปหว่านในนา
32 และเป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งหลาย แต่เมื่อเมล็ดงอกขึ้นเป็นต้นแล้ว กลับมีขนาดโตกว่าต้นผักอื่นๆ และกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั้งนกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้"
31 He put another parable before them, 'The kingdom of Heaven is like a mustard seed which a man took and sowed in his field.
32 It is the smallest of all the seeds, but when it has grown it is the biggest of shrubs and becomes a tree, so that the birds of the air can come and shelter in its branches.'

ไม่ได้มีหมายเหตุระบุว่า นกสามารถมาทำรังอาศัยได้ สิ่งนี้คือ ความหมายที่บอกกล่าวเป็นนัยๆ

ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่the New Testament อาจหมายถึง ต้นไม้ขนาดเล็กที่สูง Salvadora persica ซึ่งเติบโตทางตอนใต้ของชายฝั่งทะเล Dead sea ข้อเท็จจริงนั้น พืชนี้บางครั้งเรียกกว่า khardal ถูกเรียกโดยชาวอาหรับ แต่ไม่ได้ซีเรียสจริงจังกับการอ้างอิงของพืขชนิด sinapi ของในไบเบิ้ล


กับหลายๆเหตุผล ความแตกต่างระหว่าง Brassica Nigra (black mustard) กับ Nicotiana Glauca (mustard tree)

Salvadora persica was renamed mustard tree for the benefit of tourism

Salvadora persica คือชื่อใหม่ของ ต้นmustard tree เพื่อสำหรับเป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยว

ปล.ถ้า search google คำว่า the parable mustard tree หรือ the parable mustard seed
พี่น้องคริสเตียน เค้ากะใช้ต้นนี้อะ Nicotiana Glauca (mustard tree)
หรือ search คำว่า mustard tree ทัวส์กะบอกว่าเป็น ต้น Nicotiana Glauca กะเห็นเอารูปมาลงเหมือนกันอะ
เค้ากะเรียก mustard tree เหมือนกันอะ เมล็ดกะเล็กๆๆอะ








Nicotiana Glauca (mustard tree)


Mustard Seed ที่ซึ่งเจริญเติบโตในดินแดนปาเลสไตน์ คือมันมีเมล็ดที่เล็กมาก

ต้น Nicotiana Glauca ซึ้งมีต้นสูง 10-15 ฟุต

ต้นBrassica Nigra (black mustard)นั้นก็มีเมล็ดขนาดเล็กเช่นกัน แต่มันให้ผลิตผลเมล็ดอย่างมีประสิทธิภาพและมากมาย


ที่มีมาแต่เริ่มแรกแหล่งที่มาสำหรับประเมินค่าว่าเป็นพืชอะไรอย่างแท้จริงในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล คือหนังสือที่แต่งโดย Michael Zohary เป็นเวลายาวนานที่ เค้าเป็น professor ด้านพฤษศาสตร์ในเยรูซาเร็ม ผู้ซึ่งเขียนหนังสือเล่มนี้และตีพิมพ์ออกมา ซึ่งเรียกว่า Plants of the Bible

Zohary ให้ความเห็นอย่างมีเหตุผลตรงไปตรงมาซึ่งแสดงว่าเชื่อถือได้นั้น Brassica nigra(black mustard)คือที่ต้นไม้ดีที่สุดสำหรับพระเยซูเจ้าที่ทรงกล่าวถึง มันแน่ใจว่าท่ามกลางชนิด speciesของ Sinapis และพืชตะกูล Brasica นั้นคือพวกมันเติบโตในอิสราเอล
กับความไม่สามารถที่เหมาะของต้นmustard ที่ถูกใส่เข้าไปในเนื้อหาเรื่องราวของพระเยซูเจ้า มันมีปัญหามาเป็นเวลานานสำหรับนักวิจารณ์หลายๆคนและกับพี่น้องคริสเตียนอย่างสม่ำเสมอ


และสำหรับ Salvadora persica มันง่ายเกินไปสำหรับผู้คนที่จะใช้ชื่อ" common สามัญ"ของพืชโดยปราศจากประวัติของมัน หรือเรื่องราวของภาษาขนบธรรมเนียมที่มีมาแต่ก่อน

โดยส่วนใหญ่ Zohary ไปสำรวจเอกลักษณ์หลักฐานของพืชกับชื่อชื่อสามัญที่เหมือนกันนี้ ในตะวันออกกลาง
กับการเปรียบเทียบความเหมือนของเสียงและความคล้ายกันของการตั้งชื่อ ในที่อื่นๆเช่นในภาษาของชาวเมดิเตอเรเนียน


Souce:GardenQuestions
http://www.sover.net/~hkfamily/
Pages/GardenQuestions.html

http://net.bible.org/
dictionary.php?word=Mustard


Mustard in the teaching of Christ
พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระอาจารย์ที่สมบรูณ์แบบ ทรงสอนสั่งโดยผ่านนิทานเปรียบเทียบสุภาษิตเชิงอุปมาอุปมัย พระองค์ทรงแสดงให้เห็นความจริงในด้านจิตวิญญาณได้อย่างลึกซึ๊งโดยพระองค์ทรงยกตัวอย่างง่ายๆที่ทรงสอนสั่งให้แก่ผู้คนได้อย่างตรงประเด็นโดยตลอด และผู้มาฟังพระองค์สามารถจำแนกแยกแยะได้อย่างรวดเร็ว โดยพระองค์ทรงยกตัวอย่างที่คุ้นเคยจากชีวิตประจำวัน ต้นมัสตาร์ด ที่ถูกระบุเพียงแค่ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ คือ หนึ่งในตัวอย่างเหล่านี้

กับความกระจ่างแจ้งชัดเจนอย่างมากมายแก่ผู้ที่มาฟังพระเยซูเจ้าทรงสอนสั่ง อะไรที่พระองค์ทรงให้ความหมาย ที่พวกเขาชอบถามคำถามที่มีน้ำหนัก
แต่ไม่มีนิทานเปรียบเทียบของเมล็ดมัสตาร์ดในสำหรับในสมัยปัจจุบัน ผู้อ่านนิทานเปรียบเทียบเรื่องเมล็ดมัสตาร์ดทางตะวันตก อาจจะมีความยากที่จะเข้าใจ

ขณะที่มัสตาร์ดคือหนึ่งในที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีเป็ฯที่สุดของต้นไม้ทั้งหมดในไบเบิ้ล ไม่มีการบ่งบอกของพระคัมภีร์ฮิบรูเก่าแก่ว่าใช้มัน ตามความเป็ฯจริงจากการสัมภาษณ์เกษตรกรชาวปาเลสไตน์ มันปรากฎว่าพวกเค้าใช้เมล็ดหรือกินส่วนที่เจริญเติบโตของพืชเหมือนกับที่เราเคยเห็นเค้าใช้มัสตาร์ดที่ใช้มันในจอร์แดน บางทีใบของมันถูกใช้เป็นผักเหมือนกับพืชตะกูลมัสตาร์ด
ตะกูลของพืชมัสตาร์ดซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีรวมถึง ต้น กะหล่ำปลี, หัวผักกาด, และต้นบรอคโคลี่


mustard ในภาษากรีกคือ sinapi ภาษาฮิบรู เหมือนกับคำว่า chardalเกี่ยวกับบันทึกของ Theophrastus



Theophrastus, called as the father of botany
Theophrastus (370-287 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งคนทั้งสองต่างก็เป็นศิษย์ของ Plato
ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่า เมื่อ Theophrastus ผู้ถือกำเนิดบนเกาะ Lesbos ซึ่งอยู่นอกฝั่งของตุรกี ได้เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าของสถาบันการเรียนขั้นสูง (Lyceum) แห่งนคร Athens แทน Aristotle นั้น เขาได้รับมรดกในรูปของสวน จาก Aristotle ซึ่งส่วนนี้มีพืช 450 ชนิด และ Theophrastus ก็ได้เรียบเรียงตำราพฤกษศาสตร์ขึ้นมา 2 เล่ม ซึ่งได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างพืชใบเลี้ยงเดี่ยวกับพืชใบเลี้ยงคู่ และคุณสมบัติของต้นไม้ชนิดต่างๆ รวมทั้งวงปีในลำต้นพืชด้วย นอกจากนี้ เขาก็ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพืชที่พบในทุ่งหญ้า ในป่า และในที่ชื้นแฉะด้วย ผลงานนี้จึงทำให้ Theophrastus เป็นนักนิเวศวิทยารุ่นแรกของโลก และเมื่อกองทัพของจักรพรรดิ Alexander มหาราชรุกรานกรีก Theophrastus ก็ได้มีโอกาสใช้พืชเป็นยารักษากองทหารของ Alexander ด้วย

Source :http://www.nrct.go.th/2008/
print.php?sid=2096

และบันทึกของ Pliny

ตำราของปลินี่ที่ชื่อว่า "ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ" (Natural History) ชุดตำราดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือถึง 37 เล่มเนื้อหาสาระสำหรับนักพฤกษศาสตร์นักนิยมสมุนไพรในช่วง
ศตวรรษที่ 17 ระหว่างเล่มที่ 12 ถึง 19 เกี่ยวกับวิชาพฤกษศาสตร์ และเล่มที่
20-27 ว่าด้วยเรื่องเภสัชวิทยาของพืช มีหลานอีก ที่ชื่อ Pliny the Younger

Source :http://www.gpo.or.th/various_pharmacy/
persons/Pliny.html

บันทึกไว้ว่า มันเป็นพืชที่เติบโตในสวน แต่มันไม่ต้องการการเพาะปลูกอย่างใดๆ เพราะมันแตกหน่อได้ทั้งหมดด้วยตัวของพวกมันเอง (nulla cultra, quoniam semen cadens protinus viret)

ตามธรรมเนียมธรรมประเพณีของชาวยิว(ใน the Mishnah (6)),อย่างไรก็ตาม,ในสภาพแวดล้อมของชาวยิวไม่มีสวนผัก แต่นั้นคือมันเติบโตในทุ่งนา ทุ่งกว้าง มันเคยถูกแนะนำว่านั้นคือ Salvadora persica ที่ถูกให้ความหมาย ขณะที่ชาวอาหรับได้บันทึกไว้ที่เรียกต้นไม้นี้ว่า chardal ...

But there are very strong arguments against this thesis
แต่มีข้อความที่นักแน่นหน้าเชื่อถือมาก ที่ถกเถียงต่อต้าน ข้อวินิจฉัยสมมุติฐาน


1 Salvadora persica คือ ต้นไม้เตี้ยๆไม้พุ่มขนาดเล็กที่เกิดขึ้นอย่างมากมายไม่เหมือนพืชตะกูลมัสตาร์ด

2 มันไม่เคยถูกทำการเพาะปลูกแม้ว่าหน่อและใบของมันสามารถกินได้ ไม่ว่าทั้งคนและอูฐ

3 มันขึ้นอยู่อย่างจำกัดมากในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สามารถพบมันได้เพียงแค่ในดินแดนทะเลทรายเท่านั้น

4 ข้อสุดท้าย ผลของมันคือมีอย่างมากมายและแทบจะไม่สามารถบรรยายให้เห็นภาพของการเป็นอยู่ท่ามกลางเมล็ดที่เล็กที่สุดในจิตตภาพของนิทานเปรียบเทียบ

ที่เป็นไปได้มากที่สุดในนิทานเปรียบเทียบที่ยังคงเลือก

black mustard (Brassica nigra)
the white mustard (Sinapis arvense or Sinapsis alba)
และเป็นไปได้มาก Sinapsis jun cea
ทั้งสี่ชนิดเป็นตะกูลของพืชมัสตาร์ด (เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ Brassicaceae)

ทั้งสี่ชนิดมีเมล็ดที่เล็กและมีคุณลักษณะพิเศษโดยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเป้นพืชที่เพาะปลูกด้วยเมล็ดเป็นพืชประจำฤดูดอกของมันขึ้นในตอนปลายของฤดูใบไม้ผลิ
ใน การค้าขายสมัยใหม่ มัสตาร์ด ถูกตะเตรียมโดยการบดเมล็ดของมัน ไม่ว่าจะเป็ฯมัสตาร์ดดำ และมัสตาร์ดขาว และผสมมันเข้าด้วยกัน

ดั้งนั้นบทสรุปที่ปรากฎ และผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนเห็นด้วย นั้นคือ ประเด็นของนิทานเปรียบเทียบ คือ Brassica nigra.

Source:Plants of the Bible - ODU
Plant Site -
http://www.odu.edu/~lmusselm/plant
/bible/mustard.php







next....ต่อ



โดย: Bernadette วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:10:12 น.  

 
WORDNET DICTIONARY

Noun mustard tree has 2 senses

mustard tree(n = noun.plant) nicotiana glauca, tree tobacco - evergreen South American shrub naturalized in United States; occasionally responsible for poisoning livestock; is a kind of tobacco, tobacco plant











mustard tree(n = noun.plant) salvadora persica, toothbrush tree - glabrous or pubescent evergreen shrub or tree of the genus Salvadora;

twigs are fibrous and in some parts of the world are bound together in clusters and used as a toothbrush; shoots are used as camel fodder; plant ash provides salt; is a member of genus salvadora, salvadora
is a kind of fruit tree



http://net.bible.org/
lexicon.php?word=mustard+tree

http://www.flowersinisrael.com/
Nicotianaglauca_page.htm
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:13:55 น.  

 
Chestnut-tree. See Plane-tree.

Platanus orientalis, Oriental Plane Tree,
دلب ,דולב מזרחי



Plane tree, ภาษาฮิบรู armon (ปฐมกาล Genesis 30:37; เอเซเคียล Ezekiel 31:8; ใน A. V. "chestnut tree"; Sirach 24:19).
Platanus orientalis,พบได้ในประเทศทางตะวันออกในทวีปเอเชีย เป็นที่เข้าใจหมายถึงพืชสมุนไพร ในชื่อ("peeled") และขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง

ใน A. V. คือการแปลที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากการเข้าใจผิดพลาด สำหรับต้น chestnut(เกาลัด) ไม่ได้เติบโตเจริญงอกงามในดินแดนเมโสโปรเตเมีย หรือดินแดน ปาเลสไตน์

ปฐมกาล Genesis 30:37
ยาโคบร่ำรวย
37 ยาโคบตัดกิ่งไม้สดจากต้นปอปล่า ต้นอัลมอนด์ ต้นเพลน ลอกเปลือกออกให้เป็นลายขาว ทำให้เห็นส่วนสีขาวของกิ่งนั้น
37 Jacob then got fresh shoots from poplar, almond and plane trees, and peeled them in white strips, laying bare the white part of the shoots.

ใน A. V. "chestnut tree";
ใน A. V. คือการแปลที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากการเข้าใจผิดพลาด สำหรับต้น chestnut(เกาลัด) ไม่ได้เติบโตเจริญงอกงามในดินแดนเมโสโปรเตเมีย หรือดินแดน ปาเลสไตน์

Compare Version :เอเซเคียล Ezekiel 31:8

Souce:http://bible.cc/
ezekiel/31-8.htm

New American Standard Bible (?1995)
'The cedars in God's garden could not match it; The cypresses could not compare with its boughs, And the plane trees could not match its branches. No tree in God's garden could compare with it in its beauty.

King James Bible
The cedars in the garden of God could not hide him: the fir trees were not like his boughs, and the chestnut trees were not like his branches; nor any tree in the garden of God was like unto him in his beauty.

Douay-Rheims Bible
The cedars in the paradise of God wars not higher than he, the fir trees did not equal his top, neither were the plane trees to be compared with him for branches: no tree in the paradise of God was like him in his beauty.

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ล

เอเซเคียล Ezekiel 31:8
คำพยากรณ์กล่าวโทษฟาโรห์ เปรียบเสมือนปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์
31:8 ต้นสนสีดาร์ที่อยู่ในอุทยานของพระเจ้าก็ซ่อนมันไว้ไม่ได้ ต้นสนสามใบก็ยังไม่เปรียบปานกิ่งใหญ่ของมัน ต้นเกาลัด (คาทอลิกใช้คำว่า ต้นเพลน )ก็ไม่เปรียบปานกิ่งของมัน ไม่มีไม้ต้นใดในอุทยานของพระเจ้าที่มีความงามเหมือนมัน

8 There was no cedar like it in the garden of God, no cypress had branches such as these, no plane tree could match its boughs, no tree in the garden of God could rival its beauty.

และPlane-treeพบใน บุตรสิรา Ecclesiasticus,Sirach

Compare-Version

King James
Sirach (Apocrypha), chapter 24:14

14: I was exalted like a palm tree in En-gaddi, and as a rose plant in Jericho, as a fair olive tree in a pleasant field, and grew up as a plane tree by the water.

English (Douay-Rheims)
Sirach 24:19

Wisdom praises herself: her origin, her dwelling, her dignity, and her fruits.

19 As a fair olive tree in the plains, and as a plane tree by the water in the streets, was I exalted.


New American Bible
Sirach Chapter 24:14

14
Like a palm tree in En-gedi, like a rosebush in Jericho, Like a fair olive tree in the field, like a plane tree growing beside the water.

New Jerusalem Bible
บุตรสิรา Ecclesiasticus - Chapter 24:14
ปรีชาญาณยกย่องตนเอง

14 ข้าพเจ้าเติบโตดุจต้นปาล์มที่เอน-เกดดี
ดุจต้นมะกอกเทศงดงามในทุ่งราบ
ข้าพเจ้าเติบโตดุจต้นเพลน

14 I have grown tall as a palm in En-Gedi, as the rose bushes of Jericho; as a fine olive in the plain, as a plane tree, I have grown tall.

เชิงอรรถ




Scientific name: Platanus orientalis
Common name Oriental Plane Tree
Hebrew name: דולב מזרחי
Arabic name: دلب, Dulb
Family: Platanaceae, דלביים






Life form: Tree
Leaves: Alternate, entire, dentate or serrate
Flowers: Green
Flowering Period: April, May
Habitat: Humid habitats
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands
Chorotype, טיפוס התפוצה: Mediterranean
Summer shedding: Perenating





Henry Baker Tristram (1822-1906) ใน The Natural History of the Bible: "Chestnut,-ในภาษาฮิบรูคือ , 'armôn





ในกรณีนี้Chestnut(เกาลัด) มันได้ถูกแปลถอดความในแบบฉบับที่เราเข้าใจ
แต่ที่มันถูกต้องมากกว่าในพระคัมภีร์ ฉบับSeptuagint ([N] พระคัมภีร์ไบเบิลฉบับเก่า, See also: (แปลเป็นภาษากรีกในช่วงศตวรรษที่ 2 และ 3 ก่อนคริสตกาล) นั้นคือ ต้นPlane tree, i.e.,the Oriental Plane tree (Platanus orientalis)

กับการแปลถอดความที่น่าสงสัยเล็กน้อยนี้ ซึ่งมันถูกสนับสนุนโดยนักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ทั้งหมด
เราไม่เคยเห็นต้น Chestnut (เกาลัด)ในดินแดนปาเลสไตน์ นอกจากว่ามันถูกปลูกใน สวนผลไม้ ซี่งอยู่ ในประเทศเลบานอน ถึงแม้ว่า ต้นthe Plane tree คือต้นไม้ท้องถิ่น มันถูกพบบ่อยๆ ตามลำธาร สายน้ำ และในพื้นที่ราบไม่ซับซ้อน บนตามชายฝั่งทะเล และทางตอนเหนือส่วนหนึ่งของประเทศ

ต้นThe 'arm?n คือใน บท ปฐมกาล Genesis ที่อยู่ในกลุ่มที่มีแหล่งกำเนิดสัมพันธ์กับต้นต้น วิลโลว์Willowและต้นโพลา Poplar มันเติบโตบนดินที่ไถพรวน ในสถานที่ซึ่งมีดินอุดมสมบรูณ์และชื้น ในภาษาฮิบรู 'arm?n มี ความหมายว่า'naked 'และ มัน เป็น ลักษณะ ของต้น the Plane tree นั้นคือเปลือกรอบนอกของมันจะลอกออกเป็ฯประจำทุกๆปี

ในภาษาอาราเมอิกมันถูกเรียกว่า Dilba และชื่อในภาษาอาราบิกคือ: دل Dulb. Kibbutz Kiryat Anavim, Dilb,เป็นชื่อที่รู้จักกันแพร่หลาย เพราะมันเติบโตในป่าละเมาะ



Source:http://www.flowersinisrael.com/
Platanusorientalis_page.htm

http://www.wildflowers.co.il/
english/plant.asp?ID=220

http://flora.huji.ac.il/browse.asp?action=specie&specie=
PLAORI&fileid=11285

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:12:15 น.  

 
Cinnamon
Cinnamomum zeylanicum อบเชยลังกา







Cinnamon,ภาษาฮิบรู , qinnamon (อพยพ Exodus 30:23; สุภาษิต Proverbs 7:17;บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:14;บุตรสิรา Sirach 24:20; วิวรณ์ Revelation 18:13)

คือพืชที่มีกลิ่นหอมจากข้างในของ zeylanicum cinnamomum ใช้เป็นส่วนผสมของ น้ำมันของunction [N] การเจิมน้ำมัน (ในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก), และเป็นส่วนผสมของไคฟี kyphi

อพยพ Exodus 30:23
น้ำมันที่ใช้เจิม

23:"ท่านจงนำเครื่องหอมอย่างดี ต่อไปนี้คือ มดยอบเหลวหนักห้าร้อยบาท อบเชยหนักครึ่งหนึ่งคือสองร้อยห้าสิบบาท ตะไคร้หอมหนักสองร้อยห้าสิบบาท
23 'Take the finest spices: five hundred shekels of fresh myrrh, half as much (two hundred and fifty shekels) of fragrant cinnamon, two hundred and fifty shekels of scented reed,

เชิงอรรถยาว น้ำมันที่ใช้เจิม



คาทอลิกใช้New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ลภาษาไทย

สุภาษิต Proverbs 7:17
จงระวังวิถีทางของหญิงชั่ว

7:17 ฉันได้อบที่นอนของฉันด้วยมดยอบ กฤษณา และอบเชย
17 I have sprinkled my bed with myrrh, with aloes and cinnamon.


บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 4:14
เจ้าบ่าวยกย่องเจ้าสาว

4:14 ต้นแฝกหอมและต้นฝรั่น ต้นตะไคร้และอบเชย อีกทั้งบรรดาต้นไม้สำหรับทำกำยานคือต้นมดยอบและต้นกฤษณา อีกทั้งเครื่องหอมชั้นเยี่ยมทั้งสิ้น
14 nard and saffron, calamus and cinnamon, with all the incense-bearing trees; myrrh and aloes, with the subtlest odours.

Versions - Compare

บุตรสิรา Ecclesiasticus or Sirach 24:20

English (Douay-Rheims)
Sirach 24:20


Wisdom praises herself: her origin, her dwelling, her dignity, and her fruits.

20 I gave a sweet smell like cinnamon, and aromatical balm: I yielded a sweet odour like the best myrrh:

New Jerusalem Bible

บุตรสิรา Ecclesiasticus - Chapter 24:15
ปรีชาญาณยกย่องตนเอง

15 ข้าพเจ้าส่งกลิ่นหอมเหมือนอบเชยและกระถินเทศ
ให้กลิ่นหอมเหมือนมดยอบชนิดเยี่ยม
เหมือนมหาหิงคุ์ ชะมดเชียงและกำยาน
เหมือนควันกำยานในกระโจม
15 Like cinnamon and acanthus, I have yielded a perfume, like choice myrrh, have breathed out a scent, like galbanum, onycha, labdanum, like the smoke of incense in the tent.

เชิงอรรถ



วิวรณ์ Revelation 18:13
ประชากรของโลกไว้อาลัยนครบาบิโลน

13 อบเชย เครื่องเทศ ยางไม้หอม มดยอบ กำยาน เหล้าองุ่น น้ำมันมะกอก แป้งเนื้อละเอียด ข้าวสาลี โค แกะ ม้า รถรบ ท่าสและชีวิตมนุษย์ทั้งหลาย
13 the cinnamon and spices, the myrrh and ointment and incense; wine, oil, flour and corn; their stocks of cattle, sheep, horses and chariots, their slaves and their human cargo.

เชิงอรรถ
คำคร่ำครวญสามครั้งนี้โดยบรรดากษัตริย์ของโลก ข้อ 9-10 โดยบรรดาพ่อค้า ข้อ 11-17 ก: และโดยผู้เดินเรือทะเล 17ข-19 สะท้อนความคิดใน (ยรม 50-51 และ อสค 26-28)


English cinnamon, German Zimt, Lithuanian cinamonas, Belarusian cynamon [цынамон], Serbocroatian cimet [цимет], Yiddish tsimering [צימערינג] and Armenian ginamon [կինամոն] ภาษาทั้งหมดนี้ กลายมาจาก (ทางภาษาศาสตร์ )ภาษาลาติน Latin cinnamomum,
ซึ่งขอยืมมาจากภาษากรีก Greek kinnamomon [κιννάμωμον] ชาวกรีกขอยืมคำมาจากภาษาเซเมติก cf. ภาษาฮิบรู Old Hebrew kinamom [קנמון] และภาษาอาราเมอิก Aramaic qunimun [ܩܘܢܝܡܘܢ].

ชื่อภาษาไทย อบเชยลังกา
ชื่ออื่นๆ การบูร อบเชยเทศ
ชื่อภาษาอังกฤษ Ceylon cinnamon,True Cinnamon
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum verum J. Presl
ชื่อพ้อง Cinnamomum zeylanicum Blume, Laurus cinnamomum L. [1]
วงศ์ Lauraceae








นิเวศวิทยา แหล่งกำเนิดในป่าของอินเดียตะวันตกเฉียงใต้ ศรีลังกาตะวันตก และ เชิงเขา เทแนสเซอริม (ตะนาวศรี) ของพม่า มีการนำไปปลูกยังหลายประเทศ โดยศรีลังกาเป็นตลาดหลัก ชอบขึ้นในที่โล่งร่วมกับพืชป่าอื่น ๆ มีภูมิอากาศอบอุ่น และชื้น มีฝนตกดี ไม่ชอบที่น้ำขังหรือแฉะ คุณสมบัติของดินมีผลต่อคุณภาพของเปลือกที่ได้

สรรพคุณ เปลือกอบเชย ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ลมวิงเวียน [2, 3]
ข้อมูลการวิจัยของน้ำมันบเชยลังกา
องค์ประกอบทางเคมี ใบอบเชยเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 1.8

องค์ประกอบทางเคมี เปลือกอบเชยเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.50-2.00 องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันวิเคราะห์โดย GC และ GC-MS มีดังนี้








ในอินเดียมีการใช้ อบเชยลังกา หรือ อบเชยเทศ (Cinnamonum zeylanicn ) เป็นยาพื้นบ้านในการรักษาเบาหวานกันอย่างกว้างขวาง จึงมีนักวิจัยทำการทดลองเพื่อแยกสารออกฤทธิ์ แล้วตรวจสอบสารที่แยกได้โดยดูความสามารถในการลดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และพบว่าสารที่มีฤทธิ์คือ cinnomaldehyde ซึ่งแยกได้จากน้ำมันจากส่วนเปลือกของอบเชยลังกา

Source:http://www.uni-graz.at/~katzer/engl/Cinn_zey.html

http://www.tradewindsfruit.com/
cinnamon.htm

http://www.medplant.mahidol.ac.th/
active/shownews.asp?id=288
http://www.tistr.or.th/essentialoils/
plant_%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%
E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%
E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2.htm

next...ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 17 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:33:35 น.  

 
<<<<<ปล>>>>>>


ประเด็น cassia กับ Cinnamon
ภาษาไทยใช้คำว่า อบเชยเหมือนกันอะ

cassia อบเชยจีน









อพยพ Exodus 30:24
เอเซเคียล Ezekiel 27:19
บทเพลงสดุดี Psalm 45:8

ปล เขียนแล้วอยู่ข้างบนอะ

Cinnamomum cassia เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของต้น อบเชยจีน อยู่ในวงศ์ Lauraceae ส่วนเทพทาโร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cinnamomum porrectum Kosterm.

Cinnamon คือเปลือกของต้นไม้ที่เป็นพุ่ม ของ ตะกูลlaurelใบมีขนาดเล็กสีเขียวเข้ม มีกลิ่นหอมเป็นส่วนใหญ่ cinnamonที่เป็นผลิตผลของ ต้น the Cinnamomum zeylanicum มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศศรีลังกา

The zeylanicum ในตอนนี้ยังถูกเพาะปลูกใน เมือง Seychelles และเกาะ Madagascar และหมู่เกาะทางตะวันออกของชายฝั่งทะเลในอาฟริกา อีกด้วย และรวมถึง อาฟริกาใต้ และทางตะวันตกของอินเดีย

ในบางครั้ง Zeylanicum cinnamon ถูกเรียกว่า "true cinnamon" และ "old fashioned cinnamon." เพราะว่าบริษัทของชาวดัช ชื่อ cinnamon the Dutch East India Company ได้ทำการค้าขายสินค้าตัวนี้ในหลายๆๆศตวรรษที่ผ่านมา


Cinnamon ยังกลายมาจาก (ทางภาษาศาสตร์) the Cinnamonum loureirii tree ที่มีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย และthe Cinnamonum cassia tree มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน เวียดนาม และสุมาตรา

cinnamon ที่มาจาก loureirii และ cassia tree คือมีสีเข้มมากกว่า และ มีความฉุนรุนแรงกว่า และ มีกลิ่นหอมกว่า the zeylanicum tree.

ชาวอังกฤษและ ชาวเม็กซิโกให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ของความไวต่อความรู้สึกกับกลิ่นที่ไม่รุนแรงของ zeylancium cinnamon

+++ อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่จะใช้ cassia cinnamon และชอบมากกว่า cinnamonในยุโรป กับความสับสน "true cinnamon"ที่ไปใช้เป็นคำศัพย์ผสมปนเปกันไป
ในขณะที่ cinnamon ของแท้คือ zeylancium +++



Cinnamons มี 3 ชนิดคือ

-Zeylanicum cinnamon เป็ฯที่รู้จักกันในชื่อ
Ceylon cinnamon

-Loureirii cinnamon เป็ฯที่รู้จักกันในชื่อ
Indonesian cinnamon

-Cassia cinnamon also เป็ฯที่รู้จักกันในชื่อ Chinese, Saigon, และ Korintje cinnamon

การให้กลิ่นของ cinnamon อยู่ในรูปของน้ำมัน สารเคมีที่ให้น้ำมันคือ cinnamic aldehyde ซึ่งเหมือนกันกับในzeylanicum,
loureirii,และ cassia cinnamons

อย่างไรก็ตาม ประเด็ฯหลักของ cassia cinnamon ที่มีถิ่นกำเนิดใน จีน ไซ่ง่อน และ Korintje คือมันมีความแตกต่างกันในเรื่องของ กลิ่น


Source:http://ginews.blogspot.com/
2007/08/low-gi-food-of-month.html

http://www.henriettesherbal.com/
blog/cinnamon-and-diabetes.html
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 17 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:35:12 น.  

 

Colocynth, Citrullus colocynthis, Schr., Cucumis c.,



เป็นไปได้มาก คือ the "wild gourd น้ำเต้าป่า"ใน 2 พงค์กษัตริย์ Kings 4:38-40 ที่เป็นชื่อสามัญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ใน 1 พงค์กษัตริย์ Kings 6:18; 7:24 เราได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแกะสลัก รอบๆๆและในพระวิหาร และใน อ่างทองสัมฤทธิ์ the brazen sea เป็ฯไปได้มากที่ แสดงถึง ใบไม้ ยอดไม้เลื้อย ลำต้น และผลไม้ที่ประดับ ของพืชจำพวก colocynth





2 พงค์กษัตริย์ Kings 4:38-40
อาหารเป็นพิษ

38 เอลีชากลับไปเมืองกิลกาล ครั้งนั้นเกิดกันดารอาหารในแผ่นดินขณะที่กลุ่มประกาศกกำลังนั่งอยู่กับเขา เขาสั่งผู้รับใช้ว่า "จงตั้งหม้อใหญ่ต้มอาหารเลี้ยงกลุ่มประกาศกเถิด "
39 ประกาศกคนหนึ่งออกไปเก็บผักในทุ่งนา และพบเถาไม้ป่า จึงเก็บน้ำเต้าป่าห่อด้วยเสื้อคลุมจนเต็ม กลับมาหั่นน้ำเต้าป่าใส่ลงในหม้อต้มโดยไม่รู้ว่าเป็ฯอะไร
40 แล้วตักแจกให้ทุกคนกิน แต่เมื่อได้ลิ้มรสอาหารนั้น ต่างก็ร้องว่า "คนของพระเจ้า ในหม้อมีอาหารเป็นพิษ" เขากินไม่ได้
38 Elisha went back to Gilgal while there was famine in the country. As the brotherhood of prophets were sitting with him, he said to his servant, 'Put the large pot on the fire and cook some soup for the brotherhood.'
39 One of them went into the fields to gather herbs and came on some wild vine, off which he gathered enough gourds to fill his lap. On his return, he cut them up into the pot of soup; they did not know what they were.
40 They then poured the soup out for the men to eat, but they had no sooner tasted the soup than they cried, 'Man of God, there is death in the pot!' And they could not eat it.



เชิงอรรถ
"น้ำเต้าป่า"เป็นผลจากเถาไม้ป่า มีรสขมและทำให้ถ่ายท้องอย่างรุนแรง มักจะใช้เป็นไม้ประดับ






เราได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแกะสลัก รอบๆๆและในพระวิหาร และใน อ่างทองสัมฤทธิ์ the brazen sea เป็ฯไปได้มากที่ แสดงถึง ใบไม้ ยอดไม้เลื้อย ลำต้น และผลไม้ที่ประดับ ของพืชจำพวก colocynth

1 พงค์กษัตริย์ Kings 6:18;
การตกแต่งภายใน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

18 ไม้สนสีดาร์ที่บุด้านในของพระวิหารแกะสลักเป็นรูปผลไม้และดอกไม้บาน ภายในทั้งหมดบุด้วยไม้สนสีดาร์ไม่เห็นหินเลย
18 There was cedar wood round the inside of the Temple, ornamentally carved with gourds and rosettes; all was cedar wood, with no stone showing.


1 พงค์กษัตริย์ Kings 7:24
อ่างทองสัมฤทธิ์

24 ใต้ขอบอ่างโดยรอบมีลวดลายประดับหล่อพร้อมกับอ่างเป็นรูปผลไม้เรียงเป็นสองแถวเมตรละยี่สิบผล
24 Under its rim and completely encircling it were gourds surrounding the Sea; over a length of thirty cubits the gourds were in two rows, of one and the same casting with the rest.






laver [N] อ่างทองเหลืองขนาดใหญ่ที่ใช้ในการชำระล้าง (ทางศาสนาของยิว)

{Brazen sea} (Jewish Antiq.), อ่างทองเหลืองขนาดใหญ่ใน The first Temple วิหารของ King ซาโลมอน โดยมีพระสมณะเท่านั้นที่ใช้ในพิธีกรรม

The Brazen sea





1 พงค์กษัตริย์ King 7:23-26

อ่างทองสัมฤทธิ์


23 ฮีรามสร้างอ่างขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "ทะเล" ด้วยโลหะหล่อ มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวห้าเมตร ลึกสองเมตรเครึ่ง วัดโดยรอบได้สิบห้าเมตร
24 ใต้ขอบอ่างโดยรอบมีลวดลายประดับหล่อพร้อมกับอ่างเป็ฯรูปผลไม้เรียงเป็ฯสองแถวเมตรละยี่สิบผล
25 อ่างนี้วางอยู่บนหลังโคทองสัมฤทธิ์สิบสองตัว สามตัวหันหน้าไปทางทิศเหนือ สามตัวหันไปทางทิศตะวันตก สามตัวหันไปทางทิศใต้ อีกสามตัวหันไปทางทิศตะวันออก
26 อ่างมีความหนาหนึ่งฝ่ามือ คล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทางดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณแปดหมื่นลิตร
23 He made the Sea of cast metal, ten cubits from rim to rim, circular in shape and five cubits high; a cord thirty cubits long gave the measurement of its girth.
24 Under its rim and completely encircling it were gourds surrounding the Sea; over a length of thirty cubits the gourds were in two rows, of one and the same casting with the rest.
25 It rested on twelve oxen, three facing north, three facing west, three facing south, three facing east; on these, their hindquarters all turned inwards, stood the Sea.
26 It was a hand's breadth in thickness, and its rim was shaped like the rim of a cup, lily-shaped. It could hold two thousand measures.

เชิงอรรถ
"ทะเล" อ่างใหญ่ใบนี้บรรจุน้ำสำหรับพิธีชำระต่างๆ
เมตรละยี่สิบผล บางคนแปลว่า ยาวสิบห้าเมตร (30 ศอก)


(ปล ไม่เกี่ยวกะ Colocynth แต่ ใช้ฐานทองสัมฤทธิ์ควบคู่กันกับกะอ่างทองสัมฤทธิ์ อะ)

ฐานทองสัมฤทธิ์
1 พงค์กษัตริย์ king 7:27-38

รบกวนอ่านเอง ยาวม๊ากกกกกก

เชิงอรรถ
ฐานทองสัมฤทธิ์
ข้อความนี้ไม่ชัด เพราะต้นฉบับไม่สมบรูณ์ และเราไม่รู้ความหมายของคำบางคำ ฐานตั้งอ่างที่กล่าวถึงนี้มีลักษณะคล้ายรถเข็นเพื่อย้ายอ่างน้ำชำระไปยั่งที่ต่างๆได้สะดวก




เมื่อไม่นานมานี้มีการค้นพบอ่างทองเหลืองขนาดใหญ่ที่ใช้ในการชำระล้างซึ่งเคลื่อนที่ได้ ที่ Larnaca in Cyprus a Phoenician vessel พวกเค้าใช้สำหรับทำความสะอาดสิ่งมีชีวิตที่ถูกบูชายัญ ในลักษณะที่เป็ฯทองเหลืองอย่างดียวกัน และในรายละเอียดเรื่องของอ่างทองเหลือง ได้ถูกอธิบายไว้ใน พระคัมภีร์ไบเบิ้ล (Benzinger, op. cit., 218, 221).



Source :http://www.newadvent.org/cathen/
14499a.htm

http://www.templeinstitute.org/
storeimages/item-B5.jpg

http://www.reiki.org/globalhealing/
jerusalemgrids/jerpics/Door%20to%20Old%20City%20Wall300.jpg


http://www.wildflowers.co.il/
english/plant.asp?ID=715

http://flora.huji.ac.il/browse.asp?action=specie&specie=CITCOL


http://www.biblesearchers.com/
reflections/2006/
januaryarcheological.shtml

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 24 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:24:55 น.  

 
Coriander seed (อพยพExodus 16:31;กันดารวิถี Numbers 11:7),




ผลของ Coriandrum sativum ซึ่งมีแหล่งกำเนิดเดียวกัน ใช้เป็นตัวแต่งกลิ่นแต่งรสและ เป็ฯเครื่องเทศชนิดหนึ่งใช้ปรุงอาหารได้

อพยพ Exodus 16:31
มานนาและนกคุ่ม

31 ชาวอิสราเอลเรียกอาหารนั้นว่า "มานนา" มีลักษณะเหมือนเมล็ดผักชีสีขาว รสเหมือนกับขนมปังกรอบผสมน้ำผึ้ง
31 The House of Israel named it 'manna'. It was like coriander seed; it was white and its taste was like that of wafers made with honey.

เชิงอรรถยาว
มานนา


และนกคุ่ม


ตำนานยาวิสต์


ตำนานสงฆ์


กันดารวิถี Numbers 11:7
ประชากรไม่พอใจเรื่องอาหาร

7 มานนามีลักษณะเหมือนเมล็ดผักชีขาว มีสีเหลืองเหมือนยางไม้ตะคร้ำ
7 The manna was like coriander seed and had the appearance of bdellium.

เชิงอรรถยาว






เมล็ดผักชี (Coriander Seed)
รายละเอียด : เม็ดผักชี จะมีลักษณะเป็นลูกกลมเล็ก ๆ สีน้ำตาลอมเหลือง มีกลิ่นหอม รสของลูกผักชี จะมีรสซ่าอ่อน ๆ คล้ายชะเอม ก่อนนำมาผสมอาหารควรนำมาคั่วและบดก่อน ใช้แต่งกลิ่นอาหารเพื่อดับกลิ่นคาว และเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหาร มักนำเม็ดผักชีมาประกอบอาหารประเภทเครื่องตุ๋นต่าง ๆ นิยมใช้ร่วมกับเมล็ดยี่หร่า สรรพคุณทางยา ช่วยเจริญอาหาร แก้อาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลม ขับปัสสาวะ http://www.changsiam.com





เมล็ดผักชี (Coriander Seed)
ส่วนที่ใช้เป็นเครื่องเทศ คือ ผลแก่ตากแห้ง ลักษณะผลกลมโตประมาณ 3-4 มิลลิเมตร สีเหลืองอมน้ำตาล แตกออกได้เป็น 2 ซีก ภายในมี 2 เมล็ด กลิ่นหอมไม่ฉุนมาก รสขมหวานฝาด ใช้หมักเนื้อสัตว์ดับกลิ่นคาว หรือนำมาคั่วไฟอ่อนๆ ให้กลิ่นหอม นำไปป่นละเอียดผสมในเครื่องแกง นิยมใช้ร่วมกับเมล็ดยี่หร่า สรรพคุณทางสนุมไพร บำรุงกระเพาะอาหาร ช่วยเจริญอาหาร กระทุ้งพิษไข้ แก้ลมวิงเวียน

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 24 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:13:57 น.  

 
Corn,

คือคำทั่วไปของธัญญาพืช ใน ไบเบิ้ลของฉบับ อังกฤษ เหมือนกับคำว่า dagan ในภาษาฮิบรู

ความหมายของคำว่า corn ได้แก่ ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เลย์ spelt ( (fitches ข้าวฟ่าง ) เป็นข้าวสปีชีส์หนึ่งของข้าวสาลีซึ่งมีกลูเต็นน้อยกว่า แต่มีโปรตีนมากกว่าข้าวสาลี ใช้ได้หลากหลายในขนมอบ อาจใช้ทั้งเมล็ด หรือใช้ในรูปแป้งขาว),vetch ((เวทชฺ) n.พืชตะกูลถั่ว พืชเถามีฝักสกุล Vicia,พืชจำพวก Lathyrus sativus, เมล็ดหรือผลของพืชดังกล่าว)ข้าวฟ่าง ข้าวเดือย ,pulse [N] เมล็ดพืชที่กินได้ (เช่น เมล็ดถั่ว)


มีข้าวไรท์ rye และข้าวโอ๊ตoats ไม่ได้ระบุในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล และไม่ได้เพาะปลูกในดินแดนปาเลสไตน์


corn 1 (k?rn)
n.
1.
a การเพาะปลูกอย่างมากมายโดยไม่จำกัด ที่เจริญเติบโตของ ธัญพืช (Zea mays คือข้าวโพด )ที่ ออกผลเป็นเมล็ด บนรวงของธัญพืชที่มากมายของมัน


b เมล็ดข้าวหรือธัญพืช หรือส่วนภายในของผลไม้ที่เพาะเป็นต้นขึ้นได้ใช้สำหรับเป็นอาหารของมนุษย์ และ ใช้สำหรับปศุสัตว์ หรือการแยกสสารออกจากสารผสมหรือสารละลายมาทำเป็นน้ำมันซึ่งใช้เป็นอาหารได้ หรือ ทำเป็ฯแป้ง ที่มีชื่อเรียกว่า (Indian corn, maize คือ ข้าวโพด)อีกด้วย

2.พืชที่ใช้ในกสิกรรมในการเพาะปลูกเป็ฯที่มีรวงของธัญพืช

3.สำหรับชาวอังกฤษอย่างสำคัญที่สุดโดยไม่จำกัดกับความหลากหลายของต้นธัญพืชหรือเมล็ดข้าว เมล็ดพืชที่ใช้เป็ฯอาหาร ที่เป็ฯพิเศษอันดับหนึ่งโดยเฉพาะ ธัญญาพืชที่ใช้ในการเพาะปลูก ในภูมิภาคที่เฉพาะเจาะจง ได้แก่ ข้าวสาลี ในอังกฤษ หรือ ข้าวโอ๊ตในสก๊อตแลนด์


Source:
http://www.thefreedictionary.com/
corn


Corn, Winter,

ภาษาฮิบรู kussemeth (ในพระคัมภีร์ฉบับ Douay Version,อพยพ Exodus 9:32; ในฉบับ A.V.คือข้าวไรท์ "rye"),

อพยพ Exodus 9:32
ภัยพิบัติประการที่เจ็ด ลูกเห็บ

32 ส่วนข้าวสาลีและข้าวฟ่างไม่เสียหาย เพราะออกรวงช้ากว่า
32 but the wheat and spelt were not destroyed, being late crops.


ข้าวฟ่าง
spelt มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Triticum aestivum subsp. spelta

This, there can be no doubt, was the Triticum spelta, a species of hard, rough-grained wheat

รูปต้นspelt







http://en.wikipedia.org/wiki/Spelt
http://www.mercadocalabajio.com/
2006/11/
la-espelta-o-escanda-el-cereal.html


ส่วนรูปนี้เป็นข้าวสาลี






http://www.essentialoil.in/images/wheat

spelt เป็นของใหม่มาแรง เป็นอาหารแนวสุขภาพ เป็นต้นข้าวชนิดหนึ่ง เครือญาติเดียวกับข้าวสาลี แต่เก่าแก่กว่าข้าวสาลีและพืชสกุลเดียวกัน สเปลท์เป็นสปีชี่หนึ่งของข้าวสาลีที่เกือบ... แป้ง spelt คือแป้งประเภท whole grain ที่ยังมีไฟเบอร์และไม่กัดสี ขนมที่ทำมาจากแป้งชนิดนี้จะออกมาเป็นสีคล้...

spelt ที่จริงแล้วไม่ใช่ข้าวสาลี หากเป็นธัญพืชดึกดำบรรพ์ หน้าตาคล้ายต้นข้าวสาลี แป้งที่ป่นเป็นผงจากเมล็ดสเปลท์ก็มีลักษณะ... แต่มีสีเจือน้ำตาลอ่อน ๆ มีความหยาบกว่า หากให้คุณค่าทางอาหารสูง

ค้นพบหลักฐาน ซากฟอสซิลของสเปลท์ ย้อนหลังไปไกลตั้ง 8,000 ปีก่อนโน้น ก่อนพีระมิดจะโผล่ขึ้นจากพื้นโลกเสียอีก ความจริง คนโบราณแถบเมโสโปเตเมีย รู้จักปลูกสเปลท์นานแล้ว แต่สเปลท์ถูกลืมไปราวศตวรรษที่ 19 เพราะผลผลิตต่อไร่ของสเปลท์ เมื่อเปรียบกับต้นข้าวสาลีแล้วให้ผลผลิตน้... เวลาผ่านไปทำให้ข้าวสาลีกลายเป็นธัญญาหารใ... ต่อเมื่อกระแสรักษ์สุขภาพมาแรง สเปลท์จึงกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง...

แป้งสเปลท์ใช้แทนแป้งสาลีในอาหารได้หลาย... เช่น แพนเค้ก ขนมปังประเภทต่าง ๆ พาย เพสตรี้ ขนมเค้ก จนถึงเส้นพาสต้า ลาซานญ่า เพราะแป้งสเปลท์ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตชนิ... เรียกว่า Mucopolysaccharides มีคุณสมบัติช่วยในการแข็งตัวของเลือด กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เชื่อว่าการกินแป้งสเปลท์ อาจช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็ง...

เมื่อเปรียบเทียบสารอาหารในแป้งสเปลท์ พบว่า มี
-โปรตีน : ซึ่งให้คุณค่าโปรตีนสูงกว่าโปรตีนของข้าวส... เพียงพอต่อความต้องการโปรตีนในแต่ละวัน
-คาร์โบไฮเดรต : เป็นชนิดพิเศษซึ่งช่วยในการแข็งตัวของเลือ... ช่วยต้านทานเชื้อโรค
-ไขมัน : อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม มีกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยในการบำรุงรักษาผน... ป้องกันความเครียด
-เส้นใย : เป็นชนิดละลายได้ ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ด้วยวิธีดูดซึม
-วิตามิน : สเปลท์เป็นแหล่งรวมวิตามินชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินบี ที่จำเป็นต่อระบบประสาท

แป้งสเปลท์มีกลูเตนน้อยกว่าแป้งสาลี ย่อยง่ายและคนแพ้แป้งสาลีก็กินได้ คุณค่าทางโภชนาการระบุว่า สเปลท์มีคาร์โบไฮเดรต 62% ไฟเบอร์ 8.8% โปรตีน 12% ไขมัน 2.7% มีวิตามินจำเป็นคือวิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน (Riboflavin) มีแร่ธาตุสำคัญคือแมกนีเซียม ทริปโตฟาน วิตามินบี 1 (Thiamin) วิตามินบี 3 (Niacin) ซิลิก้าและทองแดง มีกลูเตนเล็กน้อยซึ่งสามารถนำไปทำขนมอบได้

spelt มีสารอาหารพื้นฐานครบถ้วน ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น สร้างเลือดดี มีอารมณ์แจ่มใส่ เพราะการย่อยที่ดีคือกุญแจสู่สุขภาพที่ดี

แป้งสเปลท์ เหมาะสำหรับทุกกรุ๊ปเลือด รวมทั้งคนที่เป็นโรคเบาหวาน แป้งสเปลท์มีผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือด เช่น
คนเลือดกรุ๊ป O, A และ B สำหรับคนที่มีปัญหาแพ้แป้งสาลี (พบน้อยมาก) คือเมื่อกินอาหารที่ทำจากแป้งสาลีแล้วมักม... ไม่ย่อย อ้วนง่าย เพราะโปรตีนของแลคตินในแป้งสาลีจะจับเกาะก... ทำให้เลือดข้น ไตทำงานหนัก เปลี่ยนมากินแป้งสเปลท์ จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น
คนเลือดกรุ๊ป AB ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ควรกินแป้งสาลีในปริมาณจำกัด เพราะแป้งสาลีทำให้กล้ามเนื้อมีความเป็นกร... กล้ามเนื้อของคนเลือดกรุ๊ป AB จะเผาผลาญแคลอรีได้ดีกว่า หากเนื้อเยื่อมีความเป็นด่าง คนเลือดกรุ๊ป AB เกิดเสมหะง่าย ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย ถ้าชอบกินขนมเค้กหรือขนมปัง ควรเปลี่ยนใช้แป้งสเปลท์แทนจะช่วยให้ระบบใ...

source
http://it.answers.yahoo.com/
question/
index?qid=20080616062346AAKWYKf


แปลถอดความ ว่า "spelt" ในอิสยาห์ Isaiah 28:25,

Compare-Versions
Source:
http://bible.cc/isaiah/28-25.htm

New American Standard Bible (?1995)

Does he not level its surface And sow dill and scatter cummin And plant wheat in rows, Barley in its place and rye within its area?


King James Bible
When he hath made plain the face thereof, doth he not cast abroad the fitches, and scatter the cummin, and cast in the principal wheat and the appointed barley and the rie in their place?

Douay-Rheims Bible
Will he not, when he hath made plain the surface thereof, sow gith, and scatter cummin, and put wheat in order, and barley, and millet, and vetches in their bounds?

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
http://www.catholic.org/bible
ขอยืมKJVไบเบิ้ลอะ

ความหายนะของเอฟราอิมได้ตักเตือนยูดาห์


28:25 เมื่อเขาปราบผิวลงแล้ว เขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถว และข้าวบาร์เลย์ในที่อันเหมาะของมัน และหว่านข้าวไร (คาทอลิกใช้ spelt)ไว้เป็นคันแดนหรือ

25 Once he has levelled its surface, does he not scatter fennel, sow cummin? Then he puts in wheat, millet, barley and, round the edges, spelt,


และมีความหมายเหมือนกันในภาษาอาหรับ kirsanah กับภาษาฮิบรู เป็นนัยว่า คือต้น leguminous plant,หรือ Vicia ervilia.

Synonym: Leguminous Plant
Synonym: legume (n). (additional references)


Varieties of soybean seeds, a popular legume


Pea pods


ถั่ว คือ พืชที่อยู่ในวงศ์ Fabaceae

พืชตระกูลถั่ว (Legume) ทั้งหมดจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

บีน (Bean) เป็นถั่วฝักที่มีเมล็ดไม่กลม กินได้ทั้งฝัก เช่น ถั่วแขก ถั่วพู ถั่วฝักยาว ถั่วแปบ หรือกินเฉพาะเมล็ด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วปากอ้า
พี (Pea) เป็นถัวกินฝักสด แต่เมล็ดทีลักษณะกลม บางครั้งเรียกว่า Green Pea เช่น ถั่วลันเตา ถั่วชิกพี
เลนทิล (Lentil) ลักษณะเมล็ดแบนเล็กเหมือนนัยน์ตาคน มีหลายสี เช่น เขียว น้ำตาล
นอกจากนี้เมล็ดของถั่วทั้ง 3 กลุ่มยังแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

ถั่วน้ำมัน (Oilseed legume) คือ ชนิดที่มีโปรตีนและไขมันสูง ซึ่งจะสะสมพลังงานในรูปไขมัน ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง
ถั่ว Pulse คือ ชนิดที่มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ ซึ่งสะสมพลังงานในรูปของคาร์โบไฮเดรต และเมล็ดมีแป้งสูง เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดงหลวง ถั่วพุ่ม ถั่วลาย ถั่วปากอ้า ฯลฯ
นัท (Nut) ได้แก่ ส่วนเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ พิสทาชิโอ วอลนัท แมคาเดเมีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นสูง มีเปลือกผลแข็งมาก แม้ “นัท” จะมีโปรตีนน้อยกว่าถั่วเมล็ดแห้งแต่นัทเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะอัลมอนด์อุดมไปด้วยแมกนีเซียมสูง ซึ่งในถัวเมล็ดแห้งนั้นมีเพียงน้อยนิด

Source :http://en.wikipedia.org/
wiki/Legume

หรือ Vicia ervilia







http://flora.huji.ac.il/
browse.asp?action=specie&specie=
VICERV&fileid=16616

http://flora.nhm-wien.ac.at/
Seiten-Arten/Vicia-ervilia.htm
http://en.wikipedia.org/
wiki/Bitter_vetch

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:24:20 น.  

 
Cotton





Cotton, ในภาษาฮิบบรู หรือ เปอร์เซีย karpas, Gossypium herbaceum,แปลถอดความได้ว่า "green เขียว".

เป็นไปได้มากคือ the shesh of Egyptและ the buq of Syria

(เอเซเคียลEzekiel 27:7, 16,คือ "fine linen ผ้าลินิน")และ ก็คือ cotton(ผ้าฝ้าย)อีกด้วย

cotton (คอท'เทิน) n. ฝ้าย,ต้นฝ้าย,พืชประเภทฝ้าย,ใยฝ้าย,ผ้าฝ้าย,สารหรือสิ่งที่คล้ายฝ้าย (แต่มาจากพืชอื่น)





เอเซเคียล Ezekiel 27:7, 16
บทคร่ำครวญเรื่องเมืองไทระ (วว 18:1-24)

27:7 ส่วนใบของเจ้านั้น ทำด้วยผ้าป่านปักเนื้อละเอียดจากอียิปต์ ส่วนสิ่งที่คลุมไว้เหนือเจ้านั้น เป็นสีฟ้าสีม่วงมาจากเกาะต่างๆแห่งเมืองเอลีชาห์
27:16 เมืองซีเรียไปมาค้าขายกับเจ้าเพราะเจ้ามีสินค้าอุดม เขาเอามรกต ผ้าสีม่วง ผ้าปัก ป่านเนื้อละเอียด หินปะการังและโมรามาแลกกับสิ้นค้าของเจ้า
7 Embroidered linen from Egypt was used for your sail and for your flag. Purple and scarlet from the Elishah islands formed your deck-tent.
16 Edom traded with you for the sake of your many manufactured goods, exchanging garnets, purple, embroideries, fine linen, coral and rubies for your goods.






Gossypium herbaceum,ยังเรียกว่า Levant cotton,คือสปีชีย์หนึ่งของcotton(ฝ้าย)มีถิ่นกำเนิดที่ภูมิภาคที่แห้งแล้งของ sub-Saharan Africa (ทางทิศใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า)และแหลมอารเบีย

สถานที่ซึ่งมันยังคงเจริญเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติในป่า เป็นต้นไม้พุ่มเตี้ย มีวงจรชีวิตมากกว่า 2 ปี มันเป็นไปได้มากทีมีการเพาะปลูกครั้งแรกใน เอธิโอเปีย หรือ ทางตอนใต้ของแหลมอาราเบีย

และจากที่เหล่านั้นการพัฒนาการเพาะปลูกได้แพร่ขยายไปสู่อาณาจักรเปอร์เซีย อัฟกานิสถาน ทางตอนเหนือของอาฟริกา สเปน ยูเครน เตอร์กิสถาน และในที่สุดไปถึงประเทศจีน มันถูกเพาะปลูกครั้งแรกในประเทศจีน ในปีที่ 600 AD โดยประมาณ

คำจารึกที่อธิบายภาพ ที่ยังไม่สูญไปจากข้อเท็จจริงที่พรรณาไว้ เกี่ยวกับต้นไม้นี้
โดยนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกชื่อ Herodotus ในศตวรรษที่5ก่อนคริสตกาล
แม้ว่าหนังสือของ เฮโรโดตัส ชื่อเรื่องหัวข้อ คือประวัติศาสตร์เพียงแค่นั้น ที่ได้บรรยายเกี่ยวกับสงครามระหว่างอาณาจักรเปอร์เซีย และรัฐของประเทศกรีก

ในเนื้อหามันถูกประกอบไปด้วยการบรรยายถึงดินแดนที่ไกลออกไปมีอาณาเขตที่ใหญ่โตของโลกเป็นที่รู้จักกันดี นั้นคือชาวกรีก ในเวลานั้น

เฮโรโดตัสเขียนไว้ว่า :อย่างไม่มีข้อสงสัย ว่าต้นไม้ ให้ผลผลิตมากจากผลของมันที่เป็ฯขนอย่างมากมายที่เป็น พิเศษเกินกว่าขนแกะคือ ในความสวยงามและความเป็ฯเลิศ และเป็นเครื่องแต่งกายพื้น เมืองของพวกเขาเหล่านั้น ในชุดที่พวกเขาทำเป็ฯผ้าด้วยตัวของพวกเค้าเอง

จากการพรรณนานี้มาจากตำนาน ของ"vegetable lamb plant"ซึ่งถูกบอกไว้ว่า คือแกะที่เป็นความจริงในอนาคต

ต้นไม้พัฒนางอกงามมาจาก เมล็ดไม้เถาล้มลุกหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Cucurbitaceae เถามีผล มีมือเกาะ บางชนิดยอด ดอก และผลกินได้และเติบโตและเติบโตกลายเป็นแกะ
รากของมันชอนลงสู่ดิน โดยลำต้นก้านของมันคือส่วนที่อยู่ตรงกลาง
มันยังถูกบอกว่าพวกมันมากินหญ้าบริวเณการเจริญเติบโตของพืชผักจนกระทั้งพืชผักสดที่มีสีเขียวรอบๆมันถูกกัดกิน และต้นมันค่อยเหี่ยวแห้งและตายไป



Left: The Vegetable Lamb Plant - after Sir John Mandeville, illustrates that version of the fable by which the 'Vegetable Lamb' is represented as contained within a fruit, or seed-pod, which, when ripe, bursts open, and discloses the little lamb within.

Right: Portrait of the 'Barometz' or Scythian Lamb' - after Claude Duret.



Left: The 'Barometz', or Tatarian Lamb' - after Joannes Zahn.

The Vegetable Lamb Plant
หลังจาก Sir John Mandeville ให้คำอธิบายว่าในทัศนวิสัยของตำนานของ 'Vegetable Lamb' คือเป็นสัญญาลักษณ์ของ เนื้อในของผลไม้ หรือเมล็ดฝักถั่ว เมื่อมันสุกก็จะแตกปะทุออกมา และแย้มให้เห็น แกะเล็กๆที่อยู่ข้างใน

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์พยายาม แสดงให้เห็นว่าความคิดหรือความเชื่อนั้นผิด และหักล้างความคิด เกี่ยวกับตำนานนี้ที่ไม่เป็นทางการ และ จนกระทั้งในปี 1887ได้ให้คำนิยามว่า เรื่องนี้คือ ตำนาน นิทาน



Source:http://en.wikipedia.org
/wiki/Gossypium_herbaceum

http://www.compulink.co.uk/
~museumgh/veglamb.htm

http://en.wikivisual.com/
index.php/Cotton





ผ้าลินินLinen คือวัตถุดิบที่นำมาทำเป็ฯสิ่งทอจาก เส้นใยของ ต้นthe flax plant (ต้นป่านลินิน), Linum usitatissimum.

ในการผลิต ผ้าลินินมีการใช้แรงงานที่ ละเอียดอย่างถี่ถ้วน แต่เมื่อมันถูกทำให้กลายมาเป็ฯเสื้อผ้าคุณค่าของมันถูกยอมรับว่ายอดเยี่ยม อย่างพิเศษ และมีความสดชื่นเหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนและได้รับความนิยม





วัตถุดิบที่นำมาทำเป็นสิ่งทอในเนื้อผ้ารูปแบบการทอของผ้าลินิน แม้ว่าเมื่อถูกทำด้วยผ้าฝ้าย(cotton) hemp (ปอ) และ ลักษณะที่สำคัญของเส้นใยต้นป่านอาจจะยุ่ยแตกละเอียดได้ง่าย ถ้า อย่างไม่เหมาะสม หมายความว่าทั้งๆ ที่ "ผ้าลินิน" โครงสร้างเช่นนี้โดยทั่วไปมีชื่อที่เป็นลักษณะโดยเฉพาะตัว
นอกจากผ้าลินิน ยังมีตัวอย่างเช่น fine cotton (ผ้าด้ายดิบ) ในลักษณะรูปแบบการทอแบบผ้าลินิน ที่เรียกกันว่า Madapolam


กลุ่มของผ้าลินิน ยังคงถูกใช้โดยทั่วไปอย่างบ่อยๆที่อธิบายถึงหมวดหมู่ ผ้าใยสังเคราะห์ และแม้แต่ ไหมพรม ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูโต๊ะ และสิ่งทอสำหรับใช้ในครัวเรือน ผ้าลินินยังถูกใช้เรียกกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งยังคงถูกใช้ในธรรมเนียมนิยม


ในอดีต คำว่า "linensลินิน"ยังถูกใช้ว่าหมายถึง เสื้อกางเกงในที่เบา ได้แก่ เสื้อเชิ๊ด เสื้อตัวหลวมๆไม่มีแขน ชุดชั้นในสตรี lingerie (คำนี้ซึ่งมาจากภาษาเดียวกันกับ Linen) และ คอปกเสื้อเชิ๊ตที่ถอดออกได้ และ ข้อมือเสื้อ ซึ่งในประวัติศาสตร์ส่วนมากเกือบทั้งหมด ทำจากผ้าลินิน


วัตถุดิบที่นำมาทำสิ่งทอผ้าลินินปรากฏในบางส่วนของโลกโบราณ ถอยกลับไปสู่ประวัติศาสตร์เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ส่วนที่แตกแยกออกมาของ ฟางข้าว เมล็ด เส้นใย เส้นด้าย และความหลากหลายของชนิดสิ่งทอ ซึ่งระบุย้อนกลับไปได้ 8000 B.C.E. ปีก่อนคริสตกาล มันเคยถูกพบในทะเลสาปที่ประเทศสวิชบริเวณที่พักอาศัย



บางครั้งผ้าลินินถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลักฐานทางโบราณคดีของประเทศอียิปต์ ชาวอียิปต์ห่อมัมมี่ด้วยผ้าลินิน เพราะ มันคือสัญญาลักษณ์ของ ความสว่างไสว และความบริสุทธิ์ และ แสดงถึงมูลค่าของสมบัติทรัพย์สิน ผ้าลินินในสมัยปัจจุบัน คือโดยปกติวัตถุดิบที่นำมาทำเป็นสิ่งทอมีราคาแพง

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:19:17:56 น.  

 
Cucumber (Qiththa),מלפפון





ต้นแตงกวา ในภาษาฮิบรูคือ qishshu’im (กันดารวิถี Numbers 11:5; อิสยาห์ Isaiah 1:8)

คือสปีชีย์ของ Cucumis chate (cf. Arab. qiththa)
นั้นคือพืชพื้นเมืองในประเทศอียิปต์

C. sativus คือพืชที่ ถูกเพาะปลูกในดินแดนปาเลสไตน์อย่างแพร่หลายอีกด้วย










Source:http://www.israelnationalnews.com/
static/pictures/_old/18696.jpg

http://www.tals-cooking.com/?cat=8
www.picshare.co.il

กันดารวิถี Numbers 11:5
ประชากรไม่พอใจเรื่องอาหาร

5 จำได้ไหมว่า เมื่ออยู่ในประเทศอียิปต์ พวกเราเคยกินสิ่งใดบ้าง เราเคยกินปลา แตงกวา แตงโม ต้นหอม หัวหอม และกระเทียม โดยไม่ต้องซื้อ
5 'Think of the fish we used to eat free in Egypt, the cucumbers, melons, leeks, onions and garlic!

เชิงอรรถยาว


คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjvไบเบิ้ล

อิสยาห์ Isaiah 1:8
พระเจ้าทรงลงโทษยูดาห์เพราะเหตุความบาปของพวกเขา

1:8 ส่วนธิดาแห่งศิโยนก็ถูกทิ้งไว้เหมือนอย่างเพิงที่ในสวนองุ่น เหมือนเพิงในไร่แตงกวา เหมือนเมืองที่ถูกล้อม
8 The daughter of Zion is left like a shanty in a vineyard, like a shed in a cucumber field, like a city besieged.

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:21:38:41 น.  

 

Cummin,



Cummin,ภาษาฮิบรู kammon,ภาษาอารบิก Arabic kammun,คือเมล็ดของ Cuminum cyminum (อิสยาห์Isaiah 28:25, 27;มัทธิว Matthew 23:23).


ยี่หร่า

Cumin (Cuminum cyminum, pronounced /?kju?m?n/ or UK: /?k?m?n/, US: /?ku?m?n/,และบางครั้งสะกดว่า cummin) คือพืชตะกูล Apiaceae,มีถิ่นกำเนิดจาก ทางตะวันออกของ เมดิเตอเรเนียน ไปจนถึง ทางตะวันออกของอินเดีย






ชื่อสามัญ : Cumin

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cuminum cyminum Linn.





คุณค่าอาหาร

เมล็ดยี่หร่า 100 กรัม ให้พลังงาน 313 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย น้ำ 14.4 กรัม โปรตีน 14.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 62.4 กรัม ฟอสฟอรัส 215 มิลลิกรัม เหล็ก 25.5 มิลลิกรัม วิตามินเอรวม 30 ไมโครกรัม วิตามินซี 7 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางยา

ยี่หร่ามีสรรพคุณเป็นยาขับลม ขับเสมหะ แก้นิ่ว ขับระดูขาว ช่วยย่อย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร หญิงหลังคลอดกินจะช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำนม


ยี่หร่า (Tree Basil) (ของไทย)



สายพันธุ์
ในประเทศไทยแล้ว ก็คงเรียกชื่อโดยตรงว่ายี่หร่า โดยไม่ได้แบ่งแยกพันธุ์อะไร เพราะเนื่องจากไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ หรือพืชสำคัญ จึงยังไม่ได้รับความสนใจในการปรับปรุงพันธุ์




(ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum Gratissimum) เป็นญาติห่างๆกับพืชตระกูลกะเพราอื่นๆ มีนามสกุลเดียวกัน (Ocimum) ชื่อในภาษาอังกฤษค่อนข้างจะแปลกไปเล็กน้อย คือชื่อไม่ได้มาจากรส เหมือนโหระพาหรือแมงลัก แต่ชื่อของมันคือ Tree Basil หรือเรียกตามถิ่นว่า Indian Tree Basil ในสายพันธุ์อินเดีย และ South-East Asian Tree Basil ในสายพันธุ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้



สรรพคุณทางยา
อาหารไทยใช้ยี่หร่าในการปรุงแต่งกลิ่นอาหาร โดยคั่วเมล็ดโขลกผสมกับเครื่องแกง เช่นแกงกะหรี่ แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ส่วนต้นและรากตากให้แห้ง ช่วยย่อย ยาขับลม แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ

Source: wiki-ยี่หร่า (Tree Basil)

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืมKJvไบเบิ้ล

อิสยาห์Isaiah 28:25, 27
ความหายนะของเอฟราอิมได้ตักเตือนยูดาห์

28:25 เมื่อเขาปราบผิวลงแล้ว เขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถว และข้าวบาร์เลย์ในที่อันเหมาะของมัน และหว่านข้าวไรไว้เป็นคันแดนหรือ
28:27 เขาไม่นวดเทียนแดงด้วยเลื่อนนวดข้าว และเขาไม่เอาล้อเกวียนกลิ้งทับยี่หร่า แต่เขาเอาไม้พลองตีเทียนแดงให้หลุดออก และเอาตะบองตียี่หร่า
25 Once he has levelled its surface, does he not scatter fennel, sow cummin? Then he puts in wheat, millet, barley and, round the edges, spelt,
27 Fennel must not be crushed with a sledge, nor cart-wheels driven over cummin; fennel must be beaten with a stick, and cummin with a flail.


มัทธิว Matthew 23:23
พระเยซูเจ้าทรงประณามบรรดาธรรมจารย์และชาวฟาริสี

23 "วิบัติจงเกิดแก่ท่าน ธรรมาจารย์และฟาริสีหน้าซื่อใจคด ท่านถวายหนึ่งในสิบของสะระแหน่ ผักชี ยี่หร่า แต่ได้ละเลยธรรมบัญญัติในเรื่องที่สำคัญ เช่น ความยุติธรรม ความเมตตากรุณา และความซื่อสัตย์ บทบัญญัติเหล่านี้จำเป็นต้องปฎิบัติโดยไม่ละเว้นบทบัญญัติอื่นๆ"
23 'Alas for you, scribes and Pharisees, you hypocrites! You pay your tithe of mint and dill and cummin and have neglected the weightier matters of the Law-justice, mercy, good faith! These you should have practised, those not neglected.


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:20:44:10 น.  

 
Cypress,





Cypress ใน D. V.1บทเพลงโซโลมอน Cant., i, 16 ใน (A. V.,คือ 17)
มันคือการแปลที่ผิดพลาดของภาษาฮิบรู ’eç shemen ดู (Oil tree)

Hebrew word for “oil” is “shemen”

ใน D. V 1 บทเพลงโซโลมอน Cant., i, 16 ใน (A. V.,คือ 17)

Compare Versions

Vulgate (Latin): Song of Solomon Chapter 1:16


16 Tigna domorum nostrarum cedrina,laquearia nostra cypressina.]


Song of Solomon 1:17 Greek OT: Septuagint

δοκοι οικων ημων κεδροι φατνωματα ημων κυπαρισσοι


ם 1:17 Hebrew Bible

קרות בתינו ארזים רחיטנו ברותים׃


New American Standard Bible (?1995)

"The beams of our houses are cedars, Our rafters, cypresses.

King James Bible
The beams of our house are cedar, and our rafters of fir.

Douay-Rheims Bible
The beams of our houses are of cedar, our rafters of cypress trees.

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล

New Jerusalem Bible
The Song of Songs - Chapter 1:17
การสนทนาระหว่างเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว

1:17 ขื่อเรือนของเราทำด้วยไม้สนสีดาร์ และแปของเรานั้นทำด้วยไม้สนสามใบ
17 -The beams of our house are cedar trees, its panelling the cypress.

Source:
http://bible.cc/songs/1-17.htm
http://sacred-texts.com/
bib/poly/sol001.htm

คำในที่อื่นๆในภาษาฮิบรู Hebrew berosh ถูกแปลว่า เป็น "fir tree" ใน Sirach 24:17,

English (Douay-Rheims)
Sirach 24:17,

17 I was exalted like a cedar in Libanus, and as a cypress tree on mount Sion.

Source:http://www.newadvent.org/
bible/sir024.htm#vrs17

New Jerusalem Bible Thai-Eng
บุตรสิรา Ecclesiasticus - Chapter 24:13
ปรีชาญาณยกย่องตนเอง

13 ข้าพเจ้าเติบโตขึ้นเหมือนต้นสนในเลบานอน
เหมือนต้นไซเปรสบนภูเขาเฮอร์โมน
13 I have grown tall as a cedar on Lebanon, as a cypress on Mount Hermon;

เชิงอรรถ ปรีชาญาณยกย่องตนเอง



ท่ามกลางหลักฐานต่างๆที่ถูกเสนอสำหรับ berosh คือ Pinus halapensis, Miel.,

และ Cupressus sempervirens, ซึ่งเป็ฯไปได้มากสำหรับในสมัยปัจจุบัน

Cupressus sempervirens, Italian cypress, Funeral Cypress,
ברוש מצוי



Scientific name: Cupressus sempervirens
Common name: Mediterranean cypress, Italian cypress, Funeral Cypress
Hebrew name: ברוש מצוי
Arabic name: سرو, Sarw
Family: Cupressaceae, ברושיים





Cypresses, by Vincent Van Gogh.

Life form: Phanerophyte, tree
Leaves: Alternate, scale
Flowers: Green
Flowering Period: March, April, May
Habitat: Hard rock outcrops
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands
Chorotype, טיפוס התפוצה: Mediterranean
Summer shedding: Perenating




Cupressus sempervirens หรือ the Mediterranean Cypress (เป็นที่รู้จักกันดีของในภาษาอิตาลี ,ภาษาถิ่นของชาวทัสคานีTuscanyในอิตาลี(เป็นภาษาพูดโดยเฉพาะเป็นพิเศษที่เมืองฟอร์เรนต์) ที่เรียกว่า Graveyard Cypress หรือ Pencil Pine คือสปีชีย์ของ ต้นสนไซปรัส cypress มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคทางตะวันออกของเมดิเตอเรเนียน ทางตอนเหนือของลิเบีย ทางตอนใต้ของกรีก, (Crete, Rhodes),ทางตอนใต้ของตุรกี,เกาะไซปรัส,ทางตะวันออกของซีเรีย,เลบานอน,อิสราเอล และทางตะวันตกของจอร์แดน และ อยู่ในบริเวณหนึ่งที่แยกออกมาจากอิหร่านอีกด้วย

มันเป็นต้นไม้เขียวชะอุ่มตลอดปี มีขนาดกลาง สูง 35เมตร หรือ 115 ฟิต กับรูปทรงกรวยมีกิ่งก้านสาขาปกคลุม มันมีชีวิตยืนยาวมาก บางต้นได้รับรายงานบันทึกไว้ว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี

ชื่อสปีชีย์ sempervirens comes มาจากภาษาลาตินว่า 'evergreen'.

C. sempervirens คือเป็ฯที่รู้จักกันดีของชาวกรีกโบราณ และโรมันว่าคือ "the mournful tree ต้นไม้ที่ไว้อาลัยระลึกถึงคนที่ตาย"

คำจารึก ของอาณาจักรบาเซนไทล์ ต้นไซปรัสคือหนึ่งในสามของต้นไม้ที่ใช้เป็นสัญญาลักษณื นั้นคือมันเติบโตที่ทางเข้าของ สวน 'Symbolic garden'ที่ขึ้นคู่ขนานไปกับต้นสนสีดาร์ และต้นสนไพน์ pine ต้นไม้ทั้งสามที่กล่าวมานั้นคือสัญญาลักษณืที่ใช้สอนในเรื่องของ การสงบใจ,ความรู้จักประมาณ,ความไม่รุนแรง

Source:http://www.flowersinisrael.com/
Cupressussempervirens_page.htm

http://en.wikipedia.org/wiki/
Cupressus_sempervirens
http://www.wildflowers.co.il/
english/plant.asp?ID=317

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 13 มิถุนายน 2552 เวลา:16:26:55 น.  

 
Ear of corn
รวง (รวงข้าว รวงธัญญาพืช) ear of paddy, ear of corn






Ear of corn(รวง (รวงข้าว รวงธัญญาพืช)) ถูกแปลในภาษาฮิบรูมีความหมายได้สามอย่างคือ

1 shibboleth,

รวงข้าวที่สุกแล้วพร้อมที่เก็บเกี่ยวผลิตผล

Shibboleth ในภาษาฮิบรู Heb. shibb "ear of corn,"
ใน ผู้วินิจฉัย Judges xii: 6.

สงครามระหว่างชนเผ่าเอฟราอิมและชาวแคว้นกิเลอาด เยฟธาห์ถึงแก่กรรม

12:6 ชาวกิเลอาดจะสั่งว่า"จงพูดว่า"ชิโบเลทซิ" แต่ถ้าผู้นั้นจะพูดว่า "สิบโบเลท" เพราะเขาออกเสียง "ซอ"ไม่ได้ ชาวกิเลอาดก็จะจับคนนั้นฆ่าเสียที่ท่าข้ามแม่น้ำจอร์แดนนั้นเอง
6 they then said, 'Very well, say Shibboleth.' If anyone said, "Sibboleth", because he could not pronounce it, then they would seize him and kill him by the fords of the Jordan. Forty-two thousand Ephraimites fell on this occasion.

เชิงอรรถ
สงครามระหว่างชนเผ่าเอฟราอิมและชาวแคว้นกิเลอาด
เรื่องนี้คล้ายกับเรื่องใน 8:1-3 แต่มีแหล่งข้อมูลต่างกัน ชนเผ่าเอฟราอิมพยายามแผ่อำนาจเหนือเผ่าอื่นๆ ย่อมไม่พอใจที่เยฟธาห์ได้รับอำนาจปกครองอย่างกว้างขวาง

คำ "shibboleth ชิโบเลท" แปลว่า "รวงข้าว"
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าในสมัยโบราณ ชาวอิสราเอลในท้องถิ่นต่างๆพูดภาษาฮิบรูสำเนียงไม่เหมือนกันทีเดียว



Ultra-Orthodox Jews harvest wheat ...
http://www.daylife.com





(2) melilah,
รวงข้าวที่ถูกเด็ดด้วยมือนำมาขัด สี นวด และเป็นเมล็ดข้าวเพื่อใช้รับประทาน
(เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 23:26;มัทธิว Matthew 12:1;มะระโก Mark 2:23;ลูกา Luke 6:1);

เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 23:26
กฎหมายต่างๆ

23:26 เมื่อท่านเดินเข้าไปในนาข้าวของเพื่อนบ้าน ท่านจะใช้มือเด็ดรวงข้าวมากินได้ แต่จะใช้เคียวเกี่ยวข้าวของเพื่อนบ้านไม่ได้
26 If you go into your neighbour's standing corn, you may pick ears by hand, but you must not put a sickle into your neighbour's corn.'


มัทธิว Matthew 12:1
บรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวในวันสับบาโต

12:1 ครั้งหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านนาข้าวสาลีในวันสับบาโต บรรดาศิษย์รู้สึกหิว จึงเด็ดรวงข้าวมากิน
1 At that time Jesus went through the cornfields one Sabbath day. His disciples were hungry and began to pick ears of corn and eat them.


มะระโก Mark 2:23
บรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวในวันสับบาโต

2:23 วันสับบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านนาข้าวสาลี บรรดาศิษย์ที่เดินทางอยู่ด้วยเด็ดรวงข้าว
23 It happened that one Sabbath day he was taking a walk through the cornfields, and his disciples began to make a path by plucking ears of corn.

เชิงอรรถ ยาวว


ลูกา Luke 6:1
บรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวในวันสับบาโต

6:1 วันสับบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านนาข้าวสาลี บรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวมาขยี้กิน
1 It happened that one Sabbath he was walking through the cornfields, and his disciples were picking ears of corn, rubbing them in their hands and eating them.









(3) abib,
รวงข้าวที่ใหม่สดและรวงข้าวที่ให้ผลิตผลแรก
หรือ young barley เปิดในดิ๊ก อังกฤษ-อังกฤษ

"ears of wheat รวงข้าว "ใน


เลวีนิติ Leviticus 2:14
ธัญบูชา

2:14 เพราะเหตุนี้ท่านจะต้องใส่เกลือลงในธัญบูชาทุกชนิดของท่านเมื่อท่านนำผลิตผลแรกเป็นธัญบูชาถวายแด่พระยาห์เวห์ ท่านจะต้องนำรวงข้าวสาลี่ใหม่ๆย่างไฟให้แห้งแล้วบดให้ละเอียด
14 If you offer Yahweh a cereal offering of first-fruits, you will offer it in the form of roasted ears of wheat or of bread made from ground wheat.
เชิงอรรถยาว


เลวีนิติ Leviticus 23:14
ข้าวฟ่อนแรก

23:14 ก่อนวันที่จะนำข้าวฟ่อนแรกมาถวายแด่พระเจ้า ท่านจะต้องไม่กินขนมปัง หรือรวงข้าวที่คั่วแล้วหรือยังดิบอยู่ ข้อกำหนดนี้ท่านทั้งหลายพึงปฎิบัติตามตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน ไม่ว่าท่านพำนักอยู่ที่ใด
14 You will eat no bread, roasted ears of wheat or fresh produce before this day, before making the offering to your God. This is a perpetual law for all your descendants, wherever you live.

เชิงอรรถ


ความหมายของ abib เดือนอาบีบ

อพยพExodus 12:1-2
ง. ฉลองปัสกา

12:1 พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสส และอาโรนในแผ่นดินอียิปต์ว่า
12:2 "เดือนนี้" จะเป็นเดือนแรกสำหรับท่านทั้งหลาย เป็นเดือนเริ่มต้นปี
1 Yahweh said to Moses and Aaron in Egypt,
2 'This month must be the first of all the months for you, the first month of your year.

เชิงอรรถ
"เดือนนี้" คือเดือนแรกของฤดูใบไม้ผลิ ตรงกับเดือนมีนาคม เมษายน ปฎิทินโบราณของชาวยิวเรียกเดือนนี้ว่า "อาบีบ" (ฉธบ 16:1) แต่ปฎิทินที่ใช้หลังจากการเนรเทศที่กรุงบาบิโลนเรียกว่า"นิสาน"

เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 16:1
ฉลองปัสกา และ เทศกาลขนมปังไร้เชื้อ

16:1 ในเดือนอาบีบ จงเอาใจใส่ฉลองปัสกาถวายพระเกียรติแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน เพราะในเดือนอาบีบนี้ พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านทรงท่านออกจากประเทศอียิปต์ในเวลากลางคืน
1 'Observe the month of Abib and celebrate the Passover for Yahweh your God, because it was in the month of Abib that Yahweh your God brought you out of Egypt by night.

เชิงอรรถยาววว




เชิงอรรถ ง. ฉลองปัสกา





Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 13 มิถุนายน 2552 เวลา:20:17:52 น.  

 
Ebony.



ebony (เอบ'บะนี) n. ไม้ดำแข็ง,ไม้มะเกลือ,ไม้ตะโก,ไม้ดำดง,สีดำสนิท adj. ซึ่งทำด้วยไม้ดังกล่าว ดำสนิท, S. . ebon adj. ดูebony, S. black

Ebony ภาษาฮิบรู hobnim,อาหรับ ebmus (เอเซเคียล Ezekiel 27:15), the black heart wood of Diospyros ebenum,พืชที่มีเนื้อไม้ข้างในเป็ฯสีดำ เป็นไม้นำเข้ามาจากชายฝั่งมหาสมุทธอินเดีย โดยพ่อค้าวานิชแห่งเมืองไทระ





คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม Kjv ไบเบิ้ล
บทคร่ำครวญเรื่องเมืองไทระ (วว 18:1-24)
27:15 ชาวเดดานทำการค้าขายกับเจ้า เกาะต่างๆเป็นอันมากเป็นตลาดประจำของเจ้า เขานำงาช้างและไม้มะเกลือมาเป็นค่าของสินค้า
15 The people of Dedan traded with you; many islands were your customers and paid you in ivory tusks and ebony.









ของคาทอลิกใช้สปีชีย์Diospyros ebenum


Diospyros ebenum J.Koenig – Ebony, India Ebony, Ceylon Ebony (southern India, Sri Lanka)

ไม้งิ้วดำ พญางิ้วดำ ... ไม่มีในสารบบชื่อพรรณไม้ไทย ส่วนตัวแล้วคาดว่าน่าจะเป็นชื่อการตลาดหรือชื่อเหมารวมที่เรียกแก่นไม้ที่ดำสนิทมากกว่า ซึ่งน่าจะเป็น Diospyros สปีชีส์อะไรก็ได้ แถบนี้ก็มี ดำดง (D. ebenum, อีโบนี) กับมะเกลือ (D. mollis) ที่แก่นจัดๆหน่อย
http://www.brisa.fi/ebonyin1.jpg
โดยอาจจะเดาได้จากสีของขี้เลื่อย ถ้าเป็นอีโบนี (ดำดง) ขี้เลื่อยเค้าจะออกม่วงน้ำเงิน แต่ถ้ามะเกลือจะออกแดงน้ำตาล

Source:http://x.thaikids.com/phpBB2/
viewtopic.php?p=12654&sid=503060eb499ca31fc7fba1f80d9e7121

http://en.wikipedia.org/wiki/Diospyros

http://www.louvre.fr/templates/
llv/flash/cabinet/img/img_7_09.jpg

http://www.da-academy.org/
dagardens_bishops1.html

http://www.alliedlutherie.com/
ebonyF.htm

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:17:07:46 น.  

 
Figs มะเดื่อ




The first tree to be mentioned by name in the Bible is the fig (ปฐมกาล Genesis 3:7),
มันคือต้นไม้ต้นแรกที่ถูกระบุชื่อในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล คือต้นมะเดื่อ

ปฐมกาล Genesis 3:7
มนุษย์ตกในบาป

7 ทันใดนั้น ตาของทั้งสองคนก็เปิดและเห็นว่าตนเปลือยกายอยู่ จึงเอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้
7 Then the eyes of both of them were opened and they realised that they were naked. So they sewed fig-leaves together to make themselves loin-cloths.

เชิงอรรถ
การเปลือยกายที่ก่อให้เกิดความรู้สึกทางกามารมณ์ แสดงว่าบาปได้ทำลายความกลมกลืนและระเบียบที่มีอยู่ในธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้างมา







Figs (Hebrew te’?nim) คือผลไม้ของต้น the fig tree (Hebrew te’?nah), Ficus carica มันเกิดขึ้นอย่างมากมายตามธรรมชาติ และ มันถูกเพาะปลูกในดินแดนศักดิ์


ผลของมันเกิดเป็ฯต้นอ่อนแตกหน่อ ซึ่งปรากฎในช่วงเวลาภายหลังฝนตก ฤดูใบไม้ผลิ และเรียกมันว่า "green figs"

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล
(บทเพลงโซโลมอน Song of Songs 2:13; Hebrew pag, cf. Beth-phage)

การไตร่ตรองของเจ้าสาว

2:13 ต้นมะเดื่อกำลังบ่มผลดิบให้สุก และเถาองุ่นมีดอกบานอยู่มันส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ที่รักของฉันเอ๋ย จงลุกขึ้นเถอะ คนสวยงามของฉันเอ๋ย จงมาเถิด
13 The fig tree is forming its first figs and the blossoming vines give out their fragrance. Come then, my beloved, my lovely one, come.

"late in spring ฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว "
มัทธิว Matthew 24:32

เวลาแห่งการเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์

32จงเรียนอุปมาอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศเถิด เมื่อต้นมะเดื่อเทศแตกกิ่งอ่อนและผลิใบท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า ฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว
32 'Take the fig tree as a parable: as soon as its twigs grow supple and its leaves come out, you know that summer is near.

นับแต่นี้ไปใบที่เจริญเติบโตเติมที่ใช้เป็นร่มเงา
มะระโก Mark 11:13

ต้นมะเดื่อไร้ผล

13 เมื่อทอดพระเนตรแต่ไกล ทรงเห็นต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งมีใบ จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรว่ามีผลหรือไม่ ทรงพบแต่ใบ เพราะมิใช่ฤดูมะเดื่อเทศ
13 Seeing a fig tree in leaf some distance away, he went to see if he could find any fruit on it, but when he came up to it he found nothing but leaves; for it was not the season for figs.

เชิงอรรถยาวว ต้นมะเดื่อไร้ผล







อุปมาของต้นมะเดื่อที่เหี่ยวเฉา (มัทธิว Matthew 21:19, 21; มะระโก Mark 11:20-6;ลูกา Luke 13:6-9


มัทธิว Matthew 21:19
ต้นมะเดื่อไร้ผล ความเชื่อและการอธิษฐานภาวนา

19 เมื่อทอดพระเนตรเห็ฯมะเดื่อเทศต้นหนึ่งอยู่ริมทาง จึงเสด็จเข้าไปใกล้ แต่ไม่ทรงพบผลมะเดื่อ ทรงพบแต่ใบเท่านั้น จึงตรัสกับต้นมะเดื่อต้นนั้นว่า "ตั้งแต่นี้ไป เจ้าอย่ามีผลอีกเลย" ทันใดนั้น มะเดื่อเทศก็เหี่ยวแห้งไป
20 บรรดาศิษย์เห็นดังนั้น ต่างประหลาดใจ กล่าวว่า "ต้นมะเดื่อเทศเหี่ยวไปทันทีได้อย่างไร"
20 The disciples were amazed when they saw it and said, 'How is it that the fig tree withered instantly?'
21 Jesus answered, 'In truth I tell you, if you have faith and do not doubt at all, not only will you do what I have done to the fig tree, but even if you say to this mountain, "Be pulled up and thrown into the sea," it will be done.


เชิงอรรถยาว ทันใดนั้น มะเดื่อเทศก็เหี่ยวแห้งไป
มก อธิบายเหตุผลว่า "เพราะมิใช่ฤดูมะเดื่อเทศ" แต่พระเยซูเจ้าทรงทำกิจการนี้เป็นสัญญาลักษณ์ (ดู ยรม 18:1 เชิงอรรถ a) ต้นมะเดื่อเทศเป็นสัญญาลักษณ์หมายถึงอิสราเอลที่ถูกลงโทษเพราะไม่มีความเชื่อ


มะระโก Mark 11:20-6
ต้นมะเดื่อเหี่ยวเฉา ความเชื่อ และการอธิษฐานภาวนา

20 เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่บรรดาศิษย์ผ่านมา ได้เห็ฯต้นมะเดื่อเทศเหี่ยวเฉาไปจนถึงราก
21 เปโตรจำได้จึงทูลพระเยซูเจ้าว่า"พระอาจารย์เจ้าข้า ดูซิ ต้นมะเดื่อเทศที่พระองค์ทรงสาปแช่งนั้นเหี่ยวเฉาไปแล้ว"
22 พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับรรดาศิษย์ว่า "จงมีความเชื่อในพระเจ้าเถิด
23 เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าผู้ใดบอกภูเขาลูกนี้ว่า จงยกตัวขึ้น และทิ้งตัวลงไปในทะเลเถิด โดยไม่มีใจสงสัย แต่เชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจะเป็นจริง มันก็จะเป็นเช่นนั้น
24 ดังนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า ทุกสิ่งที่ท่านวอนขอในการอธิษฐานภาวนา จงเชื่อว่าท่านจะได้รับและท่านก็ได้รับ
25 ขณะที่ท่านยืนอธิษฐานภาวนา จงให้อภัย ถ้าท่านมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด เพื่อว่าพระบิดาของท่านผู้สถิตบนสวรรค์จะทรงอภัยความผิดให้ท่านด้วย"(26)

20 Next morning, as they passed by, they saw the fig tree withered to the roots.
21 Peter remembered. 'Look, Rabbi,' he said to Jesus, 'the fig tree that you cursed has withered away.'
22 Jesus answered, 'Have faith in God.
23 In truth I tell you, if anyone says to this mountain, "Be pulled up and thrown into the sea," with no doubt in his heart, but believing that what he says will happen, it will be done for him.
24 I tell you, therefore, everything you ask and pray for, believe that you have it already, and it will be yours.
25 And when you stand in prayer, forgive whatever you have against anybody, soyour Father in heaven may forgive your failings too.'
26

เชิงอรรถ
สำเนาโบราณบางฉบับเพิ่มข้อ 26 "แต่ถ้าท่านไม่ให้อภัย พระบิดาของท่านบนสวรรค์ก็จะไม่ทรงอภัยความผิดของท่านด้วยเช่นกัน" (เทียบ มธ 6:15)


ลูกา Luke 13:6-9
อุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศไร้ผล

6 พระเยซูเจ้าตรัสเป็นอุปมาเรื่องนี้ว่า "ชายผู้หนึ่งปลูกต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งในสวนองุ่นของตน เขามามองหาผลที่ต้นนั้นแต่ไม่พบ
7 จึงพูดแก่คนสวนว่า"ดูซิสามปีแล้ว ที่ฉันมองหาผลจากมะเดื่อเทศต้นนี้แต่ไม่พบ จงโค่นมันเสียเถิด เสียที่เปล่าๆ
8 แต่คนสวนตอบว่า "นายครับปล่อยมันไว้ปีนี้อีกสักปีเถิด ผมจะพรวนดินรอบต้น ใส่ปุ๋ย
9 ดูซิว่าปีหน้ามันจะออกผลหรือไม่ ถ้าไม่ออกผล ท่านจะโค่นทิ้งเสียก็ได้"

6 He told this parable, 'A man had a fig tree planted in his vineyard, and he came looking for fruit on it but found none.
7 He said to his vinedresser, "For three years now I have been coming to look for fruit on this fig tree and finding none. Cut it down: why should it be taking up the ground?"
8 "Sir," the man replied, "leave it one more year and give me time to dig round it and manure it:
9 it may bear fruit next year; if not, then you can cut it down."

เชิงอรรถยาวว
เหตุการณ์เรื่องต้นมะเดื่อเทศถูกสาปให้เหี่ยวเฉาใน มก 11:20-25 อาจทำให้เราคิดว่าพระเยซูเจ้าทรงเคร่งครัด แต่ลูกาใช้อุปมาเรื่องนี้เพื่อแสดงความเพียร อดทนของพระองค์มากกว่า

"สามปีมาแล้ว" บางคนคิดว่า วลีนี้เป็ฯการกล่าวพาดพิงถึงระยะเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงเทศนาสั่งสอนตามที่เราทราบจากพระวรสารของยอร์น


มะเดื่อที่เจริญเติบโตเต็มที่ ภาษาฮิบรูเรียกว่า bikkurah คือโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีรสชาดเอร็ดอร่อย
โดยปรกติผลไม้มะเดื่อที่สุกสามารถทานได้แบบสดสด หรือ แบบอัดแห้ง ในภาษาฮิบรูเรียกว่า debelah





(Hebrew debelah: 1 ซามูเอล Samuel 25:18, etc.).
ดาวิดออกเดินทางไปยังถิ่นทุรกันดารมาโอน

18 นางอาบีกายิลรีบจัดขนมปังสองร้อยก้อน เหล้าองุ่นสองถุงหนัง เนื้อแกะที่ทำเสร็จแล้วห้าตัว ข้าวคั่วห้าถัง องุ่นแห้งหนึ่งร้อยพวง และมะเดื่อเทศแห้งอัดสองร้อยก้อน บรรทุกบนหลังลา
18 To which she said, 'May your servant find favour in your sight.' With that, the woman went away; she began eating and was dejected no longer.

ชาวตะวันออกยังเห็นว่าลูกมะเดื่อใช้เอามาทำเป็นยาพอก
(2 พงค์กษัตริย์ Kings 20:7;อิสยาห์ Isaiah 38:21;นักบุญเยโรมี St. Jerome, "In Isaiam", xxxviii, 21, in P.L., XXIV, 396).


2 พงค์กษัตริย์ Kings 20:7
กษัตริย์เฮเซคียาห์ประชวรและหายเป็ฯปรกติ

7 ประกาศกอิสยาห์สั่งว่า"จงเอาผลมะเดื่อมาอัดซิ" เขาก็นำมาให้และวางไว้บนพระยอดเพื่อกษัตริย์จะทางหายประชวร
7 'Bring a fig poultice,' Isaiah said; they brought one, applied it to the ulcer, and the king recovered.

เชิงอรรถ กษัตริย์เฮเซคียาห์ประชวรและหายเป็ฯปรกติ
บทที่ 20 นี้จะมีเล่าซ้ำโดยย่อเล็กน้อย อสย บทที่ 38-39 และจัดลำดับเหตุการณ์แตกต่างกันบ้าง ทั้งยังมีบทเพลงของกษัตริย์เอเชคียาห์เพิ่มเข้ามาด้วย

"เพื่อกษัตริย์จะทรงหายประชวร" แปลตาม อสย 38:21 ต้นฉบับภาษาฮิบรูว่า "กษัตริย์ทรงหายประชวร" ถ้าเช่นนั้น ข้อ 8-11 คงถูกเพิ่มเติมในภายหลัง โดยคัดมาจาก อสย 38:22.7-8

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล
Isaiah 38:21
เฮเซคียาห์ทรงประชวรและทรงฟื้นจากการประชวรนั้น

38:21 ฝ่ายอิสยาห์ได้กล่าวว่า "ให้เขาเอาขนมมะเดื่อมาแผ่นหนึ่ง และแปะไว้ที่พระยอดเพื่อพระองค์จะฟื้น"
21 'Bring a fig poultice,' Isaiah said, 'apply it to the ulcer and he will recover.'

next...ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:20:07 น.  

 
The first tree to be mentioned by name in the Bible is the fig (ปฐมกาล Genesis 3:7),
มันคือต้นไม้ต้นแรกที่ถูกระบุชื่อในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล คือต้นมะเดื่อ

เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 8, 8
การประจญล่อลวงในแผ่นดินแห่งพระสัญญา

8 เป็นแผ่นดินที่ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ องุ่น มะเดื่อเทศ ทับทิม มะกองเทศขึ้นงาม มีน้ำมันและน้ำผึ้งบริบูรณ์
8 a land of wheat and barley, of vines, of figs, of pomegranates, a land of olives, of oil, of honey,

The Ficus carica ต้นมะเดื่อ คือมันเป็ฯพืชที่ถูกเพาะปลูกเพื่อสำหรับใช้ผลของมัน เมื่อประมาณ 6,500 ปีมาแล้ว

มันคือสปีชีย์ dioecious คือ ลักษณะของดอก ที่ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่แยกต้นกัน
และ
Symbiotic คือ การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์
Pollination คือการถ่ายละอองเรณูกระบวนการที่ละอองเรณูของเกสรตัวผู้ไปตกบนยอดเกสรตัวเมีย โดยตัวแมลง( wasp หมายถึง ตัวต่อ,ตัวแตน)ชื่อ (Blastophaga psenes)







“ราชินีแห่งมวลไม้”
โดย ดร. สมชาติ ไพศาลรัตน์

Source : วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)



เหตุใดต้นมะเดื่อ (Ficus spp.) ที่อยู่ในประเทศเคนยาจึงได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งมวลไม้” เนื่องจากว่าผลของมันเป็นแหล่งอาหารโดยตรง อีกทั้งในทางอ้อมแมลงยังใช้ผลมะเดื่อเป็นแหล่งวางไข่ และ เติบโต อีกด้วย

The Queen of Trees won two
categories at
The Jackson Hole Film Festival, 2007.

NATURE "The Queen of Trees" |
African Queen | PBS


ราชินีแห่งมวลไม้” หรือ “Queen of Trees” ภาพยนตร์จากสหราชอาณาจักร หนึ่งในภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่ฉายใน “เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 3” ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ระหว่างวันที่ 13-23 พฤศจิกายน 2550 จัดโดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสถาบันเกอเธ่ และ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

Wasp and Tree HD


ภาพยนตร์เรื่องนี้ไปถ่ายทำที่ประเทศเคนยาเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งทำให้เราเห็นอัจฉริยะของธรรมชาติ โดยเฉพาะระบบนิเวศ (ecosystem) หรือ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์กับแหล่งที่อยู่อาศัย

ไม่น่าเชื่อว่าต้นมะเดื่ออันสูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขา และเต็มไปด้วยผลมะเดื่อมากมายจะต้องพึ่งพาแตนมะเดื่อ (fig wasp) ซึ่งเป็นตัวเบียนสายพันธุ์หนึ่ง ในการผสมเกสรเพื่อขยายพันธุ์ โดยแตนมะเดื่อตัวเล็กๆที่มีละอองเกสรของต้นมะเดื่อติดอยู่ จะชอนไชเข้าไปในดอกของต้นมะเดื่อ ทำให้เกิดการผสมเกสรและเติบโตเป็นผลมะเดื่อ ในขณะเดียวกันแตนมะเดื่อจะวางไข่และขยายพันธุ์ตัวมันเองไปด้วย

เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ธรรมชาติทำการควบคุมจำนวนแตนมะเดื่อที่จะฟักออกจากไข่ เติบโต และออกจากผลมะเดื่อสู่โลกภายนอก โดยปรสิตชนิดหนึ่งซึ่งเจาะผลมะเดื่อเข้าไปวางไข่แล้วตัวอ่อนของปรสิตนี้จะคอยทำลายไข่ของแตนมะเดื่อไม่ให้เจริญเติบโตจนฟักเป็นตัว นอกจากนี้ธรรมชาติยังควบคุมให้ภายในผลมะเดื่อต้องมีตัวอ่อนแตนมะเดื่อที่เป็นตัวผู้อยู่ด้วย เพราะต้องผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่นๆภายในผลมะเดื่อ แล้วจึงจะออกจากผลมะเดื่อสู่โลกภายนอกได้ ซึ่งมันบินไปและพาละอองเกสรจากต้นมะเดื่อของต้นหนึ่งไปผสมกับของต้นมะเดื่ออีกหลายๆต้น ที่อยู่ไกลออกไป แต่ถึงแม้จะสามารถหลุดพ้นจากภายในผลมะเดื่อออกมาได้ ก็จะมีแมลงที่ตัวใหญ่กว่า สัตว์เลื้อยคลาน และนก คอยจับมันกินเป็นอาหารอยู่ภายนอก ธรรมชาติจะคอยควบคุมปริมาณแมลง สัตว์เลื้อยคลาน และนกที่กินแตนมะเดื่อเป็นอาหารอีกต่อหนึ่งด้วยสัตว์อื่นที่กินสัตว์เหล่านี้เป็นอาหาร เช่น งู และ นกที่กินนกตัวเล็กกว่าเป็นอาหาร ดังนั้น จำนวนแตนมะเดื่อที่รอดชีวิตก็จะมีจำนวนไม่มากจนเสียสมดุล

ผลมะเดื่อ ยังเป็นอาหารให้กับสัตว์อื่นอีกนานาชนิด อาทิ ค้างคาว ลิง ช้าง สัตว์กินพืชอื่นๆอีกมากมาย ไม่เว้นกระทั่งปลา ถ้าเผอิญว่าต้นมะเดื่ออยู่ริมน้ำ ผลของมันก็จะกลายเป็นอาหารของปลา รวมถึงการใช้สายน้ำในการพามันไปเจริญเติบโตในที่ห่างไกลจากต้นแม่ แต่ทั้งนี้เป็นที่น่าฉงนว่า ภายใต้ต้นแม่ ไม่ปรากฏมีเมล็ดมะเดื่องอกออกเป็นต้นอ่อนเลย

อีกความคิดสร้างสรรค์หนึ่งของธรรมชาติการขยายพันธุ์ของต้นมะเดื่อ คือ ในผลมะเดื่อจะมีสารเคมีที่ทำให้เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้วจะมีผลต่อระบบขับถ่าย ตัวอย่างเช่น ค้างคาวบินมากินผลมะเดื่อ เมื่อบินจากไปสักพักหนึ่งสารเคมีในผลมะเดื่อจะทำให้ค้างคาวขับถ่ายออกมา ซึ่งจะมีเมล็ดมะเดื่อที่กินเข้าไปออกมาและตกลงบนพื้นดินใต้บริเวณที่ค้างคาวเกาะอยู่ สร้างโอกาสให้ต้นมะเดื่อต้นใหม่งอกขึ้นมา ณ บริเวณนั้น

นอกจากนี้ลำต้นมะเดื่อ ยังทำหน้าที่เป็นบ้าน ที่อยู่อาศัย ให้แก่นกเงือก และหากนกเงือกที่อาศัยอยู่ในรังบนลำต้นนั้นไม่แข็งแรงพอ ธรรมชาติก็จะหาทางกำจัดมัน โดยมีผึ้งที่จะโจมตีนกเงือกตัวนั้น แล้วยึดรังของนกเงือกเพื่อสร้างเป็นรังผึ้งต่อไป แต่ท้ายที่สุดธรรมชาติก็ต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อน้ำมือมนุษย์ เพราะมนุษย์นั่นเองจะมาทำลายผึ้งเหล่านี้ เพื่อนำรังผึ้งและน้ำผึ้งไปเป็นอาหาร

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถ่ายทอดความน่าทึ่งและอัจฉริยะของธรรมชาติ ในการจัดการให้เหล่าสัตว์และพืชพรรณต่างๆในโลกได้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ไม่มีสิ่งใดมากหรือน้อยจนเกินไปความอุตสาหะในการถ่ายทำ รวมถึงความน่าทึ่งจากภาพที่ปรากฎบนจอ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ชนะใจกรรมการตัดสินภาพยนตร์ในเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 3 จึงพร้อมใจกันมอบรางวัลพิเศษจากคณะกรรมการ (Prize of the Jury) ประจำปี 2007 ให้แก่ภาพยนตร์เรื่อง “Queen of Trees” หรือ “ราชินีแห่งมวลไม้”

Source:http://www.vcharkarn.com/varticle/37122


ต้นมะเดื่อมีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคระหว่างทะเลเมดิเตอเรเนียน และทะเลดำ

จากหลักฐานทางโบราณคดีอารยธรรมที่เก่าแก่ ถูกทราบเป็นกันว่าในความจริงของต้นมะเดื่อ คือ

เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ธรรมชาติทำการควบคุมจำนวนแตนมะเดื่อที่จะฟักออกจากไข่ เติบโต และออกจากผลมะเดื่อสู่โลกภายนอก โดยปรสิตชนิดหนึ่งซึ่งเจาะผลมะเดื่อเข้าไปวางไข่แล้วตัวอ่อนของปรสิตนี้จะคอยทำลายไข่ของแตนมะเดื่อไม่ให้เจริญเติบโตจนฟักเป็นตัว นอกจากนี้ธรรมชาติยังควบคุมให้ภายในผลมะเดื่อต้องมีตัวอ่อนแตนมะเดื่อที่เป็นตัวผู้อยู่ด้วย เพราะต้องผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่นๆภายในผลมะเดื่อ แล้วจึงจะออกจากผลมะเดื่อสู่โลกภายนอกได้ ที่เรียกกันว่า กระบวนการ caprification

อิริสโตเติ้ล Aristotle นักปราชญ์กรีกเป็นลูกศิษย์ของ Plato และเป็นอาจารย์ของอเลคซานเดอร์มหาราช384-322 BCE)ได้อธิบายว่า ตัวแตนมะเดื่อออกมาจาก Capri figs(ผลไม้เพศผู้) และแทรกซึมทะลุเข้าในผลไม้เพศเมีย(female fig fruit)ที่ยังไม่สุก และนั้นคือการผสมพันธุ์ของพวกมัน

ธีโอฟราสตัส Theophrastus ศิษย์ของอริสโตเติ้ล ผู้ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเป็นคนแรกที่การจำแนกโดยอาศัยหลักทางพฤกษศาสตร์ เมื่อประมาณ 2,300 ปีมาแล้ว เขาได้อธิบายในรายละเอียดของต้นมะเดื่อในกระบวนการ caprification

พลาโต Plato (427 BCE-347 BCE),
เรียกมะเดื่อว่าเป็นอาหารสำหรับนักกีฬา ชาวกรีกทราบถึงคุณค่าทางโภชนาการของมะเดื่อ

ปลินี Pliny(23–79 CE)ระบุว่ารูปแบบสภาพแวดล้อมซึ่งเพาะปลูกกันเองภายในท้องถิ่นของต้นมะเดื่อ ส่วนหนึ่งที่กว้างใหญ่เป็นอาหารของพวกทาส และโดยเฉพาะพิเศษในสภาพแวดล้อมใหม่ๆๆสำหรับของผู้คนที่ทำงานด้านกสิกรรม


Source:http://www.flowersinisrael.com/
Ficuscarica_page.htm

http://eksotiskefrugter.emu.dk/
frugter/figen.html

http://www.kkl.org.il/kkl/english/
main_subject/education/education/
trees%20in%20the%20land%20of%20the%20bible.x

next...ต่อ


โดย: Bernadette วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:21:14 น.  

 
100 Greatest People - Aristotle - 02/04



ประวัตินักวิทยาศาสตร์สำคัญของโลก > อาริสโตเติล : Aristotle


อาริสโตเติล : Aristotle

เกิด 384 ก่อนคริสต์ศักราช ที่เมืองสตากิรา แคว้นมาซีโดเนีย (Macedonia)
ประเทศกรีซ (Greece)
เสียชีวิต 322 ก่อนคริสต์ศักราช ที่เมืองคาลซิล (Chalcis)
ผลงาน - ทฤษฎีเกี่ยวกับสัตว์ โดยเขาแบ่งสัตว์ออกเป็น 2 ชนิด คือ
สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
- ทฤษฎีสลับกันของพื้นดินและแผ่นน้ำ

อาริสโตเติลเป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ เขาเป็นศิษย์เอกของเพลโต (Plato) นักปราชญ์คนสำคัญ คนหนึ่งในประวัติศาสตร์ และเป็นอาจารย์ของกษัตริย์องค์สำคัญพระองค์หนึ่งของกรีก คือ อาเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) อาริสโตเติลเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ตั้งทฤษฎีที่สำคัญต่าง ๆ ไว้มากมาย ถึงแม้ว่าทฤษฎีบางบทของเขาเมื่อนำมาทดสอบ เพื่อหาข้อสรุปที่ถูกต้อง ปรากฏว่ามีข้อผิดพลาด แต่นั้นก็เป็นเพียงทฤษฎีส่วนหนึ่งของอาริสโตเติล ยังมีทฤษฎีอีกมากมายที่ถูกต้อง และยึดถือกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะทฤษฎีเกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งเขาแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ สัตว์ที่มีกระดูกสันหลังกับสัตว์ ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

อาริสโตเติลเป็นนักปราชญ์ชาวกรีก เกิดที่เมืองสตากิรา (Stagira) แคว้นมาซีโดเนีย (Macedonia) ประเทศกรีซ เมื่อ ประมาณ 384 ก่อนคริสต์ศักราช ในตระกูลขุนนางที่มั่งคั่ง บิดาของเขาชื่อว่า นิโคมาคัส (Nicomacus) เป็นแพทย์ประจำ ราชสำนักของพระเจ้าอามินตัสที่ 2 (King Amyntas II) อาริสโตเติลได้รับการถ่ายทอดความรู้ส่วนใหญ่มาจากพ่อของเขา ซึ่งเป็นความรู้ที่เกี่ยวกับธรรมชาติวิทยา ต่อมาเมื่ออาริสโตเติลอายุได้ 18 ปี ได้เข้าเรียนในสำนักอะเคดามี (Academy) ที่กรุง เอเธนส์ (Athens) ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยเพลโต นักปราชญ์ที่มีชื่อเสียง อาริสโตเติลเป็นคนเฉลียวฉลาด รักการอ่านและใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการอ่านหนังสือ ทำให้เขามีความรู้ดีมาก และด้วยเหตุนี้เพลโตจึงโปรดปรานเขาเป็นพิเศษกว่าศิษย์คนอื่น อาริสโตเติลศึกษาอยู่ ในสำนักอะเคดามี จนจบการศึกษา แต่หลังจากจบการศึกษาแล้วเขาก็ยังทำงานอยู่กับเพลโต จนกระทั่งเพลโตเสียชีวิต ในปี 347 ก่อนคริสต์ศักราช

หลังจากนั้นอาริสโตเติลได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่แคว้นมาซีโดเนีย ความรู้ความสามารถของอาริสโตเติลโด่งดังไปตามเมือง ต่าง ๆ ดังนั้นเขาจึงได้รับการติดต่อจากราชสำนักของพระเจ้าฟิลิปแห่งมาซีโดเนีย (King Philip of Macedonia) ให้ไปเป็น อาจารย์ของอาเล็กซานเดอร์ (Alexander) พระราชโอรสของพระเจ้าฟิลิป ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 13 พรรษา เท่านั้น เพราะเชื่อถือในความสามารถที่มีอยู่มากมายหลายสาขา เช่น วิทยาศาสตร์ อักษรศาสตร์ ชีววิทยา ตรรกศาสตร์ และจริยธรรม เป็นต้น เมื่อพระเจ้าฟิลิปสิ้นพระชนม์ อาริสโตเติลได้ลาออกจากราชสำนัก แม้ว่าเขาจะลาออก แต่ก็ยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ พระเจ้าอาเล็กซานเดอร์อยู่ อาริสโตเติลได้เดินทางไปกรุงเอเธนส์ เพื่อเปิดโรงเรียนโดยได้รับการสนับสนุนเรื่องเงินทุนในการสร้าง โรงเรียน และทุนในการทดลองค้นคว้าจากพระเจ้าอาเล็กซานเดอร์ โรงเรียนของอาริสโตเติลมีชื่อว่า Peripatetic School ในสำนักไลเซียม (Lyceum) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงเอเธนส์ในสมัยนั้น อาริสโตเติลตั้งชื่อโรงเรียนเช่นนั้นก็เพราะ คำว่า Peri แปลว่า เดิน อันหมายถึงวิธีการสอนในโรงเรียนแห่งนี้ คือ อาริสโตเติลจะเดินไปเดินมาในสวน เพื่อให้ลูกศิษย์ได้ซักถาม และวิชาที่เน้นมากที่สุด ก็คือวิชาปรัชญาธรรมชาติ

เนื่องจากอาริสโตเติลเป็นนักปราชญ์ที่มีความรู้หลายด้าน เช่น ปรัชญา ดาราศาสตร์ กลศาสตร์ สัตววิทยา ชีววิทยา การเมือง เศรษฐศาสตร์ และตรรกศาสตร์ เป็นต้น เขาได้รวบรวมความรู้และประสบการณ์การเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในยุโรป และ เอเซีย เขียนเป็นหนังสือมากมายกว่า 1,000 เล่ม หนังสือของเขาได้แยกความรู้ออกเป็นหมวดหมู่เพื่อสะดวกในการค้นคว้า และ อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งหนังสือของอาริสโตเติลมีลักษณะคล้ายกับสารานุกรม จึงถือได้ว่าเป็นสารานุกรมเล่มแรกของโลกก็ว่าได้ ทฤษฎีที่อาริสโตเติลตั้งขึ้นนั้น เขาได้รวบรวมความรู้ต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ มาตั้งเป็นทฤษฎี

จากนั้นก็หาเหตุผลมาประกอบทฤษฎีที่เขาตั้งตามหลักตรรกวิทยา โดยไม่ได้ทดสอบจากความเป็นจริง ทำให้ทฤษฎีของเขา มีข้อผิดพลาดอยู่มาก แต่ทฤษฎีของเขาก็มีผู้เชื่อถืออยู่มากเช่นกัน และมีอิทธิพลต่อแนวความคิดได้ยาวนานกว่า 1,500 ปี ด้วยทฤษฎี ของเขาได้พ้องกับหลักศาสนาคริสต์ ทำให้ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ต่างก็เชื่อถือในทฤษฎีของเขาไปด้วย เมื่อนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลัง อย่างนิโคลัส โคเปอร์นิคัส และกาลิเลโอ ได้นำทฤษฎีของอาริสโตเติลมาพิสูจน์และพบข้อผิดพลาด ก็ต้องเผชิญหน้าและต่อสู้กับกลุ่ม คนที่ยึดถือทฤษฎีของอาริสโตเติล ทฤษฎีของอาริสโตเติลที่พิสูจน์แล้วว่าผิดมีหลายทฤษฎีด้วยกัน เช่น ัตถุที่มีน้ำหนักมากกว่าย่อมตก ลงถึงพื้นก่อนวัตถุที่มีน้ำหนักเบากว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และสารต่าง ๆ ในโลกประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และมีสมบัติเบื้องต้นอยู่เพียง 4 ประการ เท่านั้น คือ ร้อน เย็น ชื้น และแห้ง โดยกำหนดว่า ไฟ คือ ร้อนกับแห้ง ดิน คือ แห้งกับเย็น น้ำ คือ ความเย็นกับชื้น ลม คือ ความร้อนกับความชื้น นอกจากนี้เขาได้อธิบายถึงต้นกำเนิดของแมลงว่า มีต้นกำเนิดมาจากน้ำค้าง ส่วนตัวหมัด ตัวไร ก็มีต้นกำหนดมาจากสารที่เนาเปื่อย เป็นต้น

ทฤษฎีที่ผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งของเขาก็คือ ทฤษฎีของเบาที่ตกถึงพื้นก่อนของหนัก ที่เมื่อกาลิเลโอ (Galileo) นักวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ชาวอิตาลี นำไปพิสูจน์และพบว่าวัตถุจะตกถึงพื้นพร้อมกันเสมอไม่ว่าจะมีน้ำหนักหรือรูปร่างต่างกัน ถ้าตกลงมาจาก ที่สูงเท่ากัน และในเวลาเดียวกัน การที่อาริสโตเติลเข้าใจว่าวัตถุที่มีน้ำหนักเบาตกถึงพื้นก่อนวัตถุที่มีน้ำหนักมากกว่า เนื่องจากเขาเห็น ว่าก้อนหินตกถึงพื้นก่อนขนนก แต่การที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะอากาศช่วยพยุงไม่ให้ขนนกตกลงถึงพื้นได้เร็วนั่นเองแม้ว่าจะมี นักวิทยาศาสตร์บางท่านกล่าวหาว่าอาริสโตเติลเป็นผู้ที่ทำให้วิทยาศาสตร์ต้องชะงักไป อีกทั้งยังกล่าวว่าหนังสือที่อาริสโตเติลเขียน ขึ้นมาทำให้ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ต้องถอยหลังไปอีกด้วย


แต่ไม่ใช่ว่าทฤษฎีของอาริสโตเติลจะผิดพลาดไปทั้งหมด โดยเฉพาะ วิชาการด้านชีววิทยา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งสัตววิทยา เนื่องจากเขาเป็นบุคคลแรกในการแบ่งประเภทของสัตว์ นับว่า เป็นทฤษฎีที่มีค่าที่สุดก็ว่าได้ ในระหว่างที่เขาทำงานในราชสำนักของพระเจ้าฟิลิป อาริสโตเติลได้ใช้เวลาศึกษาอยู่นานถึง 2 ปี บนเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนที่จะกลับไปรับตำแหน่งอาจารย์ของอาเล็กซานเดอร์ อาริสโตเติลได้เฝ้าสังเกต ศึกษา และบันทึก การดำรงชีวิตของสัตว์ตั้งแต่อยู่ในไข่ เมื่อออกจากไข่ ระยะเวลาในการเจริญเติบโต และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

นอกจากนี้เขายังผ่าตัดเพื่อศึกษาลักษณะภายในของสัตว์เหล่านี้ด้วย หลังจากที่เขาศึกษามาเป็นระยะเวลาพอสมควร อาริสโตเติล ได้แบ่งสัตว์ออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง (Vertebrates) ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ เลือดสีแดง เช่น คน สัตว์เลี้ยง ลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลาน และ สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrates) มีลักษณะเด่น คือ มีเลือดอื่นที่ไม่ใช่สีแดง เช่น กุ้ง ปู ปลาดาว แมลง และหอย เป็นต้น ซึ่งนับว่าการศึกษาของอาริสโตเติลในเรื่องนี้ถือว่าเป็นการบุกเบิกวิชาชีววิทยาเลยทีเดียว และทฤษฎี ที่สำคัญอีกทฤษฎีหนึ่งก็คือ การสลับกันของพื้นดินและแผ่นน้ำ อาริสโตเติลได้อธิบายว่า พื้นน้ำบางแห่งเกิดจากการสะสมของดิน ตะกอนทำให้เกิดเป็นพื้นดิน และพื้นดินบางแห่งถูกน้ำกัดเซาะจนกลางเป็นพื้นน้ำอาริสโตเติลถือว่าเป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียง และมี ความรู้ความสามารถที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้ ถ้าหากเขาเป็นคนที่ศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ให้จริงจังกว่านี้ วงการวิทยาศาสตร์คงต้องค้นพบ ความลับทางธรรมชาติจากบุคคลผู้นี้เป็นแน่ อาริสโตเติลใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษา บันทึกและรวบรวมความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้คน ทั่วไปได้ศึกษา

ในปี 323 ก่อนคริสต์ศักราช พระเจ้าอาเล็กซานเดอร์มหาราช ทรงถูกปลงพระชนม์ที่บาบิโลเนีย อาริสโตเติลเกรงว่าอาจจะถูก ทำร้ายจากกลุ่มคนที่ไม่ชอบพระเจ้าอาเล็กซานเดอร์มหาราช ซึ่งรวมถึงไม่ชอบอาริสโตเติลด้วย เขาจึงเดินทางออกจากกรุงเอเธนส์ ไปอยู่ที่เมืองคาลซิส (Chalcis) และอยู่ที่เมืองนี้จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 322 ก่อนคริสต์ศักราช








--------------------------------------------------------------------------------
คัดลอกจาก สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศ ว&ท
http://siweb.dss.go.th
แก้ไข/ปรับปรุง : นายธวัฒชัย ใบโสด


Source: http://www.horhook.com/section/
sec3science/scientist/Aristotle.htm



ธีโอฟราสตัส Theophrastus

ต่อมาเมื่อประมาณ 300 ปี ก่อนคริสตกาล มีนักปราชญ์ชาวกรีกชื่อ Theophrastus ได้จำแนกพืชโดยอาศัยรูปทรงของพืชเป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่และยังได้ตั้งข้อสังเกตนิสัยการเจริญเติบโตของพืชเป็นพืชล้มลุก พืชข้ามปี และพืชยืนต้น ตลอดจนได้ให้ความแตกต่างเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของดอก หลังจากนั้นได้มีผู้พยายามจัดหลักเกณฑ์ในการจำแนกให้มีขอบเขตจำกัดมากขึ้น และเรียกหลักเกณฑ์นี้ว่าเป็นระบบ ธรรมชาติ (Natural System)


Source:https://203.158.253.5/wbi/Agriculture/
%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%
8A%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99/unit103.html

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:30:50 น.  

 

Fir

Firs (Abies)
ต้นเฟอร์ (Fir),
fir [N] ต้นสนที่มีใบแหลมยาว
fir [N] ไม้ของต้นสนประเภทหนึ่ง


ต้นสนที่มีใบแหลมยาว ที่ประยุกต์ได้กับต้นไม้ที่เป็ฯต้นสนทั้งหมดยกเว้น ต้นสนจำพวก Cedrus
แต่ถูกจำกัด เฉพาะ พืชสปีชีย์ the genera Abies และ Picea

ความหมายของ siakh ในภาษาฮิบรู คือ ในปฐมกาล Genesis 21:15; D. V. "trees"; cf. Arab., shukh

siakh Hebrew: שיח he(he) (siakh) .
แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า bush = พุ่มไม้


Source:http://en.wiktionary.org/wiki/bush

(ปฐมกาล Genesis 21:15; D. V. "trees"; cf. Arab., shukh).

Latin (Clementine Vulgate)

15 Cumque consumpta esset aqua in utre, abjecit puerum subter unam arborum, qu? ibi erant.

Source:http://www.newadvent.org/bible/
gen021.htm#vrs15

นางฮาการ์และอิชมาเอล
15 เมื่อน้ำในถุงหนังหมด นางปล่อยบุตรไว้ใต้พุ่มไม้

15 When the skin of water was finished she abandoned the child under a bush.

เชิงอรรถยาว


ตำนานเอโลฮิลต์


ตำนานยาห์วิสต์



ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ ต้นสนจำพวก Abies cilicia, Kotsch,และ Picea คือภาษาทางด้านตะวันออก พบได้ ในเลบานอน และ Amanus และทางตอนเหนือ





Cilician fir forest in Akkar Lebanon

Common Name: Cilician Fir
Latin Name: Abies cilicica





Abies cilicica
(Ant. et Kotschy) Carr. 1855



Synonymes
cilicica (Ant. et Kotsch.) Tchihatscheff
Pinus cilicica Ant. et Kotsch. 1853



Abies cilicica is a species of conifer in the Pinaceae family. It is found in Lebanon Syria
.

Source:http://outdoors.webshots.com/
photo/1157307822051906235MNStyN

http://www.plantplaces.com/perl/
viewplantdetails.pl?filter=plant&plant_ID=1&Region=
&fullname=Abies%20cilicica%20%
20Cilician%20Fir

http://membres.lycos.fr/helardot/
page_sapins/abies_cilicica.htm

Picea abies



Cone





A Pineapple gall 'pseudocone' caused by Adelges abietis on a Sitka Spruce, also found commonly on Norway Spruce.





Norway Spruce (Picea abies) is a species of spruce native to Europe. It is a large evergreen coniferous tree

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Norway_spruce
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:0:13:47 น.  

 
Fitches.

Fitches. ภาษาฮิบรู คือ kussemeth ใน(เอเซเคียล Ezekiel 4:9),
เป็นไปได้มากคือ Vicia ervilia,



compare version

เอเซเคียล Ezekiel 4:9
English (Douay-Rheims)

9 And take to thee wheat and barley, and beans, and lentils, and millet, and fitches, and put them in one vessel, and make thee bread thereof according to the number of the days that thou shalt lie upon thy side: three hundred and ninety days shalt thou eat thereof.

New International Version (?1984)
"Take wheat and barley, beans and lentils, millet and spelt; put them in a storage jar and use them to make bread for yourself. You are to eat it during the 390 days you lie on your side.

King James Bible
Take thou also unto thee wheat, and barley, and beans, and lentiles, and millet, and fitches, and put them in one vessel, and make thee bread thereof, according to the number of the days that thou shalt lie upon thy side, three hundred and ninety days shalt thou eat thereof.

King James Translators' Notes

fitches: or, spelt


Source:http://bible.cc/ezekiel/4-9.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

หมายสำคัญแห่งการล้อมนครเยรูซาเล็มไว้
4:9 เจ้าจงเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วยาง และถั่วแดง ข้าวฟ่าง และเทียนแดง มาใส่ในภาชนะลูกเดียวใช้ทำเป็นขนมปังให้เจ้า ระหว่างที่เจ้านอนตะแคงตามกำหนดวันสามร้อยเก้าสิบวันนั้น เจ้าจะรับประทานอาหารนี้
9 'Now take wheat, barley, beans, lentils, millet and spelt; put them all in the same pot and make them into bread for yourself. You are to eat it for as many days as you are lying on your side -- three hundred and ninety days.


compare version

แปลถอดความใน D.V. คือ "gith"

Douay-Rheims Bible

Will he not, when he hath made plain the surface thereof, sow gith, and scatter cummin, and put wheat in order, and barley, and millet, and vetches in their bounds?

แปลถอดความใน A.V. คือ "rye","spelt"

และแปลถอดความใน R.V.(Revised Version)คือ "rye", "spelt"ใน อิสยาห์ Isaiah 28:25.

New International Version (?1984)

When he has leveled the surface, does he not sow caraway and scatter cummin? Does he not plant wheat in its place, barley in its plot, and spelt in its field?

King James Bible
When he hath made plain the face thereof, doth he not cast abroad the fitches, and scatter the cummin, and cast in the principal wheat and the appointed barley and the rie in their place?

King James Translators' Notes
rie: or, spelt

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

อิสยาห์ Isaiah 28:25.
ความหายนะของเอฟราอิมได้ตักเตือนยูดาห์

28:25 เมื่อเขาปราบผิวลงแล้ว เขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถว และข้าวบาร์เลย์ในที่อันเหมาะของมัน และหว่านข้าวไรไว้เป็นคันแดนหรือ
25 Once he has levelled its surface, does he not scatter fennel, sow cummin? Then he puts in wheat, millet, barley and, round the edges, spelt,

Fitches. ภาษาฮิบรู คือ kussemeth เป็นไปได้มากคือ Vicia ervilia, תמונות

Vicia ervilia (L.) Willd.
Blister vetch, Bittervetch

ข้ออิงตาม :The Hebrew University of Jerusalem

http://flora.huji.ac.il/browse.asp?lang
=en&action=specie&specie=VICERV&fileid=16616

พืช Vicia มี 24 ชนิด อะ มีดอกหลายสีด้วย
Genus Vicia (24)
See more:http://flora.huji.ac.il/
browse.asp?action=browse&group=1969


Location: SE Judean Mts. Near Tel Zif

CharactersLife form (Raunkiaer) : annual
Habitat : Batha, Phrygana
Floresence : February, March, April, May, June
Sexuality and Eciousity : Flowers hermaphrodite only
Leaf arrangement : alternate (one leaf per node)
Leaf type : compound, pinnate or bipinnate, pinnate
Leaf or leaflet margin : smooth
Stipule : present
Spinescence : absent
Succulence : non-succulent
Chorotype : Mediterranean
Distribution In Israel : The Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands
Salt resistance : glycophyte
Synanthropy : mostly natural, also synanthropic
Summer shedding : ephemeral
Seed dispersal : autobolus
Sporangia or seed homogeneity : Homogeneous seeds-fruits


Location: Mt. Hermon


Location: Mt. Hermon


The bitter vetch (Vicia ervilia)คือ คือธัญาพืชตะกูลถั่วใช้ทำเป็นอาหารของภูมิภาคเมดิเตอเรเนียน ชื่อภาษา เปอร์เซีย คือ Gavdaneh ภาษาอาราบิก คือ kersannah ภาษาสเปนคือ yero ภาษากรีกคือ rovi และภาษาตุรกีคือ burcak


เนื่องจากความขม(ใช้ทำเป็นยา)ของพืชนี้
มันเป็ฯไปไม่ได้แน่ที่ว่านั้นคือที่บางครั้งเกิดความสับสนโดยบังเอิญระหว่าง bitter vetch กับ red lentils

เกี่ยวกับ Michael Zohary:ผู้แต่งหนังสือ "The plants of the bible".และ Hopf ที่ระบุว่า ชนชั้นที่ยากจน หรือในช่วงเวลาของภาวะเศรษฐกิจที่ข้าวยากหมากแพง ที่บริโภคธัญญาพืชนี้

อย่างไรก็ตาม ปลินี Pliny the Elder ระบุว่า bitter vetch (ervum) มีคุณค่าเอามาทำเป็ฯยารักษาโรค เหมือนกับ สปีชีย์ของ vetch (vicia)

ในจดหมายเหตุของ ออกัสตัส Augustus ที่ซึ่งจักรพรรดิได้ถูกเขียนไว้นั้นคือ พระองค์ ทรงมีร่างกายพลิกฟื้น ได้คืนสติ จากพระองค์ทรงพระเสวย bitter vetch (N.H. 18.38).


ขณะที่วิธีการทรมานทำให้เจ็บปวด ของประชาชนชาวเยรูซาเร็ม คือการยัดบรรจุ bitter vetch เข้าไปในทางผ่านของอวัยวะสืบพันธุ์ ของพวกเหยื่อเหล่านั้น ในช่วงระหว่างที่ โรมันปกครองเมืองเยรูซาเร็มในปีที่ 66 C.E. (J.W. V,428).

เมล็ดเล็กๆ คืออาหารที่ยอดเยี่ยมของพวกฝูงแกะ และวัวควาย มันเป็นที่นิยมชื่นชอบ ของพวกชาวนาในยุคโลกโบราณตั้งแต่มีการเกษตรกรรมเกิดขึ้นและทำให้มีการพัฒนาด้านคุณค่าทางโภชนาการของการใช้เป็นอาหาร

สายพันธุ์ซึ่งไม่ได้ถูกเพาะปลูกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ของbitter vetch คือมันถูกจำกัดแค่ ในพื้นที่ อนาโตเลีย และทางตอนเหนือของอิรัก และขยายออกไปถึงภูเขาที่เป็นสถานที่ตั้งกองกำลังต่อต้านเลบานอน และหลายๆๆพื้นที่ทางโบราณคดีของประเทศตุรกี ซึ่งระบุจากกัมมันตภาพรังสีในรูปของคาร์บอนที่ใช้คำนวนอายุของอินทรีย์วัตถุระบุในช่วงเวลาของ ศตวรรษที่ 7 และ 6 ก่อนคริสตกาล

Source:
http://flora.huji.ac.il/browse.asp?lang=en&action=specie&specie
=VICERV&fileid=16616

http://en.wikipedia.org/wiki/
Bitter_vetch

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:18:50:58 น.  

 
Flag,



Flag,ภาษาฮิบรู akhu (ใน A.V.,ปฐมกาล Genesis 41:2, 18: "meadow ทุ่งหญ้า";และใน D.V. "marshy places สถานที่ซึ่งเป็นหนองเป็นบึง ลุ่มน้ำขังเฉอะแฉะ",

ปฐมกาล Genesis 41:2

Compare Version

English (Douay-Rheims)

2 Out of which came up seven kine, very beautiful and fat: and they fed in marshy places.

Source:http://www.newadvent.org/bible/
gen041.htm


New American Standard Bible (?1995)
And lo, from the Nile there came up seven cows, sleek and fat; and they grazed inthe marsh grass.

King James Bible
And, behold, there came up out of the river seven well favored kine and fatfleshed; and they fed in a meadow.

in a meadow
'achuw (aw'-khoo)
a bulrush or any marshy grass (particularly that along the Nile) -- flag, meadow.

Source:http://bible.cc/genesis/41-2.htm
http://scripturetext.com/genesis/
41-12.htm


Catholic: New Jerusalem Bible Thai-Eng

พระสุบินของพระเจ้าฟาโรห์
2 ทรงเห็นแม่โคลักษณะดีและอ้วนพีเจ็ดตัวขึ้นจากแม่น้ำไนล์มากินหญ้าในพงอ้อ
2 and there, coming up from the Nile, were seven cows, sleek and fat, and they began to feed among the rushes.

Compare Version

ปฐมกาล Genesis 41:18:

English (Douay-Rheims)

18 And seven kine came up out of the river, exceeding beautiful and full of flesh: and they grazed on green places in a marshy pasture

Source:http://www.newadvent.org/bible/
gen041.htm

New American Standard Bible (?1995)
and behold, seven cows, fat and sleek came up out of the Nile, and they grazed in the marsh grass.

King James Bible
And, behold, there came up out of the river seven kine, fatfleshed and well favored; and they fed in a meadow:

Source:http://bible.cc/genesis/41-18.htm
http://scripturetext.com/genesis/
41-18.htm

"green places in a marshy pasture พื้นที่มีหญ้าปกคลุมที่เลี้ยงสัตว์ที่เป็นหนองเป็นบึง "

Catholic: New Jerusalem Bible Thai-Eng


ปฐมกาล Genesis 41:18:
พระสุบินของพระเจ้าฟาโรห์

18 เห็ฯแม่โคลักษณะดีอ้วนพีเจ็ดตัวขึ้นจากแม่น้ำไนล์ มากินหญ้าที่พงอ้อ
18 And there were seven cows, fat and sleek, coming up out of the Nile, and they began to feed among the rushes.

เชิงอรรถ พระสุบินของพระเจ้าฟาโรห์
เรื่องนี้ต่อจากเรื่องราวในบทที่ 40 มาจากตำนานเอโลฮิลต์เช่นเดียวกันกัน ตั้งแต่ ข้อ 33 เป็นต้นไป
ปนกับเรื่องราวจากตำนานยาวิสต์ด้วย

โยบ Job 8:11; D.V. "sedge-bush"
(sedge (เซดจฺ) n. พืชจำพวก Carex ที่ชอบขึ้นในที่เปียกชื้น,หญ้าแห้วหมู,หญ้ากก)

English (Douay-Rheims)
11 Can the rush be green without moisture? or sedge bushgrow without water?

Source:http://www.newadvent.org/
bible/job008.htm#vrs11


New American Standard Bible (?1995)
"Can the papyrus grow up without a marsh? Can the rushes grow without water?

King James Bible
Can the rush grow up without mire? can the flag grow without water?

the flag
'achuw (aw'-khoo)
a bulrush or any marshy grass (particularly that along the Nile) -- flag, meadow.

Source:http://scripturetext.com/
job/8-11.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

บิลดัดว่าโยบเป็นคนหน้าซื่อใจคด
8:11 ต้นกกจะงอกขึ้นในที่ที่ไม่มีตมได้หรือ ต้นอ้อจะงอกงามในที่ที่ไม่มีน้ำได้หรือ
11 'Can papyrus flourish except in marshes? Without water can the rushes grow?




มันคือพืชที่เจริญเติบโตในบึงที่เป็นลุ่มน้ำขังเฉอะแฉะ และมันดีมากเหมาะสำหรับเป็นอาหารสัตว์ เป็ฯไปได้มากคือ Cyperus esculentus.



มีกกอีกหลายชนิดที่ใช้เป็นอาหารได้แต่ไม่มีในเมืองไทย เช่น Cyperus esculentus ภาษาอังกฤษเรียกว่า Chuta earth almond, tiger nut หรือ rush nut



Source: กก - วิกิพีเดีย

Cyperus esculentus (Chufa Sedge, Yellow Nutsedge, Tigernut Sedge, Earthalmond)

มันคือ หัวใต้ดินของพืช ที่ถูกเพาะปลูกในดินแดนอียิปต์โบราณ และใช้ในการค้าขาย ในประเทศสเปน มันถูกแนะนำโดยชาวอาหรับ ส่วนม๊ากพบในภูมิภาค วาเลนเซีย Valencia และยังถูกพบใน แคลิฟอร์เนีย Tiger nuts ยังเพาะปลูกใน กานา ไนจีเรีย เบอร์กินา ฟาโซ และมาลี อีกด้วย




มันถูกใช้สำหรับเป็นอาหาร จากหัวใต้ดิน มีรสชาดหวานเล็กน้อย เป็นที่รู้จักกันในภาษาสเปนคือ "chufa" และมันถูกเอามาทำเป็น น้ำมัน biodiesel





Cyperus esculentus,ในสเปนเรียกว่า Chufas ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากแม่น้ำไนล์ the Nile River Delta in Egypt หัวใต้ดินที่แห้งของมันถูกนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม ที่เรียกกันว่า Horchata





Source:http://www.gourmetsleuth.com/
equivalents_substitutions.asp?
index=H&tid=2415

Source:http://www.horchateriasantacatalina.com/
horchata.htm

Source:http://www.mercadocalabajio.com/
2007/05/como-hacer-horchata
-de-chufas-casera.html
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:25:35 น.  

 
Flax,
פשתה תרבותית
פשתיים Linum usitatissimum L.





ภาษาฮิบรู เรียกกว่า pistah (อพยพ Exodus 9:31;เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 22:11; "linen ป่าน ลินิน ";สุภาษิต Proverbs 31:13)

มันคือ Linum usitatissimum ในยุคแรก มันถูกเพาะปลูกใน อียิปต์ และ ดินแดนปาเลสไตน์



อพยพ Exodus 9:31
ภัยพิบัติประการที่เจ็ด ลูกเห็บ

31 ต้นป่านและต้นข้าวบาร์เลย์ถูกทำลายหมด เนื่องจากเวลานั้นข้าวบาร์เลย์กำลังออกรวง และต้นป่านกำลังออกดอก
31 The flax and the barley were ruined, since the barley was in the ear and the flax in bud,

เฉลยธรรมบัญญัติ Deuteronomy 22:11
ข้อกำหนดต่างๆ

11 ท่านจะต้องไม่สวมเสื้อผ้าที่ทอจากขนแกะและป่านปนกัน
11 'You must not wear clothing woven part of wool, part of linen.
เชิงอรรถ
ข้อห้ามในข้อ 10-11 เป็นส่วนที่หลงเหลือมาจากสิ่งต้องห้าม (taboo)ดั้งเดิม

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล
สุภาษิต Proverbs 31:13
ภรรยาที่ดี

31:13 เธอแสวงหาขนแกะและป่าน และทำงานด้วยมืออย่างเต็มใจ
13 She selects wool and flax, she does her work with eager hands.



ผ้าลินินLinen คือวัตถุดิบที่นำมาทำเป็ฯสิ่งทอจาก เส้นใยของ ต้นthe flax plant (ต้นป่านลินิน), Linum usitatissimum.

ในการผลิต ผ้าลินินมีการใช้แรงงานที่ ละเอียดอย่างถี่ถ้วน แต่เมื่อมันถูกทำให้กลายมาเป็ฯเสื้อผ้าคุณค่าของมันถูกยอมรับว่ายอดเยี่ยม อย่างพิเศษ และมีความสดชื่นเหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนและได้รับความนิยม




วัตถุดิบที่นำมาทำเป็นสิ่งทอในเนื้อผ้ารูปแบบการทอของผ้าลินิน แม้ว่าเมื่อถูกทำด้วยผ้าฝ้าย(cotton) hemp (ปอ) และ ลักษณะที่สำคัญของเส้นใยต้นป่านอาจจะยุ่ยแตกละเอียดได้ง่าย ถ้า อย่างไม่เหมาะสม หมายความว่าทั้งๆ ที่ "ผ้าลินิน" โครงสร้างเช่นนี้โดยทั่วไปมีชื่อที่เป็นลักษณะโดยเฉพาะตัว
นอกจากผ้าลินิน ยังมีตัวอย่างเช่น fine cotton (ผ้าด้ายดิบ) ในลักษณะรูปแบบการทอแบบผ้าลินิน ที่เรียกกันว่า Madapolam



กลุ่มของผ้าลินิน ยังคงถูกใช้โดยทั่วไปอย่างบ่อยๆที่อธิบายถึงหมวดหมู่ ผ้าใยสังเคราะห์ และแม้แต่ ไหมพรม ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูโต๊ะ และสิ่งทอสำหรับใช้ในครัวเรือน ผ้าลินินยังถูกใช้เรียกกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งยังคงถูกใช้ในธรรมเนียมนิยม


ในอดีต คำว่า "linensลินิน"ยังถูกใช้ว่าหมายถึง เสื้อกางเกงในที่เบา ได้แก่ เสื้อเชิ๊ด เสื้อตัวหลวมๆไม่มีแขน ชุดชั้นในสตรี lingerie (คำนี้ซึ่งมาจากภาษาเดียวกันกับ Linen) และ คอปกเสื้อเชิ๊ตที่ถอดออกได้ และ ข้อมือเสื้อ ซึ่งในประวัติศาสตร์ส่วนมากเกือบทั้งหมด ทำจากผ้าลินิน



วัตถุดิบที่นำมาทำสิ่งทอผ้าลินินปรากฏในบางส่วนของโลกโบราณ ถอยกลับไปสู่ประวัติศาสตร์เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ส่วนที่แตกแยกออกมาของ ฟางข้าว เมล็ด เส้นใย เส้นด้าย และความหลากหลายของชนิดสิ่งทอ ซึ่งระบุย้อนกลับไปได้ 8000 B.C.E. ปีก่อนคริสตกาล มันเคยถูกพบในทะเลสาปที่ประเทศสวิชบริเวณที่พักอาศัย

บางครั้งผ้าลินินถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลักฐานทางโบราณคดีของประเทศอียิปต์ ชาวอียิปต์ห่อมัมมี่ด้วยผ้าลินิน เพราะ มันคือสัญญาลักษณ์ของ ความสว่างไสว และความบริสุทธิ์ และ แสดงถึงมูลค่าของสมบัติทรัพย์สิน ผ้าลินินในสมัยปัจจุบัน คือโดยปกติวัตถุดิบที่นำมาทำเป็นสิ่งทอมีราคาแพง

ข้อมูลของ
The Hebrew University of Jerusalem



CharactersLife form (Raunkiaer) : annual
Habitat : Disturbed habitats
Floresence : March, April
Sexuality and Eciousity : Flowers hermaphrodite only
Petal or tepal color : light blue
Leaf arrangement : alternate (one leaf per node)
Leaf type : entire
Leaf or leaflet margin : smooth
Stipule : absent
Spinescence : absent
Succulence : non-succulent
Chorotype : Mediterranean
Distribution In Israel : The Mediterranean Woodlands and Shrublands
Salt resistance : glycophyte
Synanthropy : obligate natural
Summer shedding : ephemeral
Sporangia or seed homogeneity : Homogeneous seeds-fruits
NamesGerman: Flachs o. Echter Lein
Hebrew with Vowels: פִּשְׁתָּה תַּרְבּוּתִית



Source: http://flora.huji.ac.il/browse.asp?lang=en&action=specie&specie=
LINUSI&fileid=7636

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:35:43 น.  

 
Flower of the field,
ดอกไม้ในทุ่ง, ทุ่งดอกไม้

ภาษาฮิบรู khabba??eth ในIsaiah Chapter 40:6

English (Douay-Rheims)

6 The voice of one, saying: Cry. And I said: What shall I cry? All flesh is grass, and all the glory thereof as the flower of the field.

Source:http://www.newadvent.org/
bible/isa040.htm

อิสยาห์Isaiah 40:6
ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและความอ่อนแอของมนุษย์ (อสย 40:6--41:29)

40:6 เสียงหนึ่งร้องว่า "ร้องซิ" และเขาว่า "ข้าจะร้องว่ากระไร" บรรดาเนื้อหนังก็เป็นเสมือนต้นหญ้า และความงามทั้งสิ้นของมันก็เป็นเสมือนดอกไม้แห่งทุ่งนา
6 A voice said, 'Cry aloud!' and I said, 'What shall I cry?' -'All humanity is grass and all its beauty like the wild flower's.

คาทอลิก ใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

kh. sharon ในบทเพลงโซโลมอน Cant., ii, 1
การไตร่ตรองของเจ้าสาว

2:1 ดิฉันเหมือนดอกกุหลาบในทุ่งชาโรน เหมือนดอกลิลลีในหุบเขา
1 -I am the rose of Sharon, the lily of the valleys.

ซึ่งเหมือนกับภาษาอาหรับคือคำว่า b?seil,
คือพืช จำพวกต้น(นาซีซัส มีกลีบด้านนอกสีขาว และตรงกลางมีสีเหลือง)Narcissus tazetta คือชื่อที่ถูกตั้งโดยชาวปาเลสไตน์

Chinese sacred lily



Narcissus tazetta in the Judean hills, west of Jerusalem

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Narcissus_tazetta



Narcissus tazetta
Common name Common Narcissus
Hebrew name נרקיס מצוי
أللّغة آلعربيّة نرجس شائع

Family Amaryllidaceae

Petals Connate

Leaf form Linear
Leaf margin Entire
Habitat Heavy soils

Life form Geophyte

Source: http://www.wildflowers.co.il/
russian/plant.asp?ID=249

ในภาษาไทย คือ

กลุ่มที่เป็นพิษเมื่อบริโภคหรือหายใจเข้าไป
พืชกลุ่มนี้จะทำให้คนหรือสัตว์ที่บริโภคหรือหายใจเอาสารพิษเข้าไปเกิดอาการวิงเวียน อาเจียน ระคายคอ ลิ้นชา ปวดท้อง ท้องเดิน ฯลฯ ถ้าแก้ไขไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ พืชดังกล่าว ได้แก่

1.วงศ์Amaryllidaceae

1.1 Narcissus tazetta L.



ชื่อพื้นเมืองเรียก จุ๊ยเซียน เป็นพืชล้มลุกมีหัวคล้ายหัวหอม นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อปลูกเป็นพืชประดับและไม้ดอก ใบเดี่ยวเรียวแคบชี้ตั้งขึ้นและจีบเป็นรูปรางน้ำ ดอกโตสีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกดอกเดี่ยวบนปลายก้านช่อที่ยาวยื่นพ้นปลายใบขึ้นมา

ส่วนที่เป็นพิษ คือหัวของพืชนี้ ถ้ากินเข้าไปจะเกิดอาการชัก ท้องเดินและม่านตาขยายกว้าง

โดย จำลอง เพ็งคล้าย

ราชบัณฑิตในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์,

ราชบัณฑิตสถาน, กทม. ๑๐๒๐๐

Source:http://webdb.dmsc.moph.go.th/
ifc_toxic/a_tx_1_001c.asp?info_id=87


หรืออาจจะเป็ฯ N. serotinus,หรือ fall Narcissus,ซึ่งบางครั้งจากการอนุมาน คาดคะเนว่า มีความหมายคือ the meadow-saffron (Colchicum variegatum, C. steveni),ซึ่งมันถูกขึ้นอย่างมากมายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

หรืออาจจะเป็ฯ N. serotinus







Narcissus serotinus

Common name Late-flowering Narcissus
Hebrew name נרקיס סתווי
أللّغة آلعربيّة قهد

Family Amaryllidaceae

Petals Connate

Leaf form Linear
Leaf margin Entire
Habitat Maquis

Life form Geophyte


Source:http://www.wildflowers.co.il/
russian/plant.asp?ID=360


ซึ่งบางครั้งจากการอนุมาน คาดคะเนว่า มีความหมายคือ the meadow-saffron (Colchicum variegatum, C. steveni),ซึ่งมันถูกขึ้นอย่างมากมายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์


Colchicum variegatum






Source:http://www.hillkeep.ca/
bulbs%20colchicum.htm

http://www.theantiquarium.com/
catalog/index.php?cPath=3_303

http://www.lavanta.com/deutsch/
umg_landschaften.html

Colchicum steveni

Colchicum stevenii, Steven's Meadow saffron,
סתוונית היורה




Scientific name: Colchicum stevenii
Common name: Steven's Meadow saffron
Hebrew name: סתוונית היורה
Family: Liliaceae, שושניים



Life form: Geophyte
Leaves: Rosette, entire
Flowers: Pink
Flowering Period: October, November, December
Habitat: Batha, Phrygana
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands
Chorotype, טיפוס התפוצה: Mediterranean
Summer shedding: Ephemeral



Steven's Meadow saffron, in Hebrew: Stavanit HaYoreh,סתוונית היורה (Hayoreh = first rain in season), It is a geophyte that belongs to the Lily family (Liliaceae) along with the Lilies, Tulips, and Hyacinths.

Source:http://www.flowersinisrael.com/
Colchicumstevenii_page.htm

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์





โดย: Bernadette วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:47:20 น.  

 
Forest
ป่า ป่าไม้
และถอดความในภาษาฮิบรูได้ 5 อย่างคือ
(1) Ya’ar, forest proper;
(2) horesh, "wooded height";
(3) çebak, a clump of trees;
(4) ‘abhim, thicket;
(5) pardeç, orchard.

ท่ามกลาง ป่าไม้อย่างมากมายที่ได้ถูกระบุในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล คือ

ป่า Forest of Ephraim ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของพี่น้องชาวคานาอัน มันได้แผ่ขยาย จาก Bethelไปจนถึง Bethsan นั้นคือระหว่าง เบธเอล Bethelและใน จอร์แดน


the Hill of Bethshan



the Mound and Plain of Bethel
Source:http://www.gutenberg.org/
files/17324/17324-h/v4b.htm

2 พงค์กษัตริย์ Kings 2:24
เอลีชาทำอัศจรรย์


24 เอลีชาเหลียวไปมองเด็กเหล่านั้นและสาปแช่งเขาในพระนามพระยาห์เวห์ ทันใดนั้น หมีเพศเมียสองตัวออกมาจากป่าเข้าขย้ำเด็กทั้งสี่สิบสองคน
24 He turned round and looked at them; and he cursed them in the name of Yahweh. And two bears came out of the forest and savaged forty-two of the boys.
เชิงอรรถ
เรื่องนี้คล้ายกับเรื่องที่เล่าในบทที่ 4 เอลีชาได้รับอำนาจจากพระเจ้าเพื่อจะช่วยให้รอดพ้นหรือทำลายผู้ใดยอมรับภารกิจของเขา ผู้นั้นจะได้รับประโยชน์ แต่ผู้ใดล้อเลียนคนของพระเจ้า ผู้นั้นจะต้องเสียใจ




ป่า Forest of Hareth อยู่บนพื้นที่ลาดเอียงทางตะวันตกของเนินเขา Judean: ป่าForest of Aialon อยู่ทางตะวันตกของ Bethoron:ป่าForests of Kiriath Yearim:เป็ฯป่าไม้สถานที่ซึ่ง King Joatham กษัตริย์ โยธาม สร้าง ป้อมปราการและ หอคอย

2 พงศาวดาร Chronicles 27:4
รัชสมัยของกษัตริย์โยราม

4 พระองค์ยังทรงสร้างเมืองต่างๆ ในแถบภูเขาแห่งยูดาห์ ทรงสร้างป้อมปราการ และหอคอยไว้ตามป่าไม้
4 He also built towns in the highlands of Judah and built forts and towers in the wooded areas.



Kiriath Jearim From the Air
Source:http://www.bibleplaces.com/
kiriathjearim.htm


ในภูเขา the mountains of Juda; ที่นั้นเป็นเขตแดนของ ทะเลทราย Judean desert ซึ่งใกล้กับ Ziph ถิ่นทุรกันดาร ศิฟ

1 ซามูเอล Samuel 23:15
ดาวิดที่เมืองโฮเรธ โยนาธานมาเยี่ยม

15 ดาวิดทราบว่า กษัตริย์ซาอูลทรงยกำลังจะมาฆ่าตน ดาวิดอยู่ที่เมืองโฮเรชในถิ่นทุรกันดารศิฟ
15 David was aware that Saul had mounted an expedition to take his life. David was then at Horesh in the desert of Ziph.

เชิงอรรถยาววว ดาวิดที่เมืองโฮเรธ โยนาธานมาเยี่ยม
ข้อ15-18 เป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมประเพณีที่เล่าถึงมิตรภาพของดาวิดกับโยนาธาน ดู 20:11-17 ข้อความนี้กล่าวล่วงหน้าอย่างชัดเจนว่า ดาวิดจะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ส่วนโยนาธานพอใจที่จะมีตำแหน่งรองเท่านั้น ข้อ 17 แต่ไม่ได้หมายความว่า ทั้งสองคนกำลังวางแผนการกบฎต่อซาอูล ดู20:23:,22:28 เรื่องนี้เล่าโดยคำนึงเหุตการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง


Source:http://www.bibleplaces.com/
judeanwilderness.htm

ขอยืม KJVไบเบิ้ล

Forest of the South ป่าแห่งทางใต้
เอเซเคียล Ezekiel 20:46, 47

คำอุปมาเรื่องถิ่นใต้

20:46 "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงมุ่งหน้าไปทางทิศใต้และเทศนากล่าวโทษพวกถิ่นใต้ จงพยากรณ์ต่อแดนป่าไม้ที่ในถิ่นใต้
20:47 จงกล่าวแก่ป่าไม้แห่งถิ่นใต้ว่า จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะก่อไฟไว้ในเจ้า มันจะเผาผลาญต้นไม้เขียวและต้นไม้แห้งทุกต้นที่อยู่ในเจ้าเสีย จะดับเปลวเพลิงอันลุกโพลงนั้นไม่ได้ และดวงหน้าทุกหน้าตั้งแต่ทิศใต้จนทิศเหนือจะถูกไฟลวก

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
เอเซเคียล Ezekiel 21:2-3


2 'Son of man, turn to the right; utter your word towards the south, prophesy against the forest land of the Negeb.
3 Say to the forest of Negeb, "Hear the word of Yahweh! The Lord Yahweh says this: Listen; I am about to kindle a fire in you which will burn up every green tree in you as well as every dry one; it will be an unquenchable blaze and every face will be scorched by it from the Negeb to the north.


และที่บาซาน Basan อิสยาห์Isaiah 2:13
ต้องให้การลงโทษสำเร็จก่อนรับพระพรได้

2:13 สู้ต้นสนสีดาร์ทั้งสิ้นของเลบานอนที่สูงและที่ถูกยกขึ้น และสู้ต้นโอ๊กทั้งสิ้นของบาชาน
13 for all the cedars of Lebanon, high and proud, and for all the oaks of Bashan;


และที่ ป่าเอฟราริม Ephraim
ใน 2ซามูเอล Samuel 18:6 ในเลบานอน ภูเขาคาร์เมล ที่หุบเขา เฮอร์มอน มันถูกครอบคลุมเป็ฯป่าไม้ที่อุดมสมบรูณ์ด้วยเช่นกัน


2ซามูเอล Samuel 18:6
อับซาโลมพ่ายแพ้

6 กองทัพจึงออกไปรบกับชาวอิสราเอลในสมรภูมิ มีการปะทะกันขึ้นในป่าเอฟราอิม
6 So the troops marched out into the open to engage Israel, and the battle took place in the Forest of Ephraim.

เชิงอรรถ
ไม่เป็ฯที่ทราบแน่นอนว่าเป็ฯสถานที่ใด

อันนี้ของพี่น้องคริสเตียน เค้าหาจากgoogleearthงะ
Mount Gaash was the name of a hill in ancient Israel. It is in the mountainous region of Ephraim.



Ephraim Mountain region located northwest of Ephraim, northeast of Bethel and southwest of Nabulus.

Source:http://www.guidedbiblestudies.com/
topics/mount_gaash.htm
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์






โดย: Bernadette วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:01:20 น.  

 
Frankincense

frankincense [N] ยางสนที่มีกลิ่นหอม (ชื่อในภาษาละตินคือ Boswellia sacra),
frankincense (แฟรง'คินเซินซฺ) n. ยางไม้หอม (gum-resin) จากต้นไม้จำพวก Boswellia



Frankincense ในภาษาฮิบรูคือ lebonah ซึ่งไม่ควรเป็นที่สับสนกับ incense(กำยาน ,เครื่องหอมเพื่อบูชา)ในภาษาฮิบรูคือ qetorah

ซึ่งความสับสนนี้ถูกเกิดขึ้นในหลายๆข้อความของพระคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับภาษาอังกฤษ the English Bibles Isaiah 43:23; 60:6 (A.V.); Jeremiah 6:20.


ใน อิสยาห์ Isaiah 43:23; (A.V.)

English (Douay-Rheims)

23 Thou hast not offered me the ram of thy holocaust, nor hast thou glorified me with thy victims: I have not caused thee to serve with oblations, nor wearied thee with incense.

New American Standard Bible (?1995)
"You have not brought to Me the sheep of your burnt offerings, Nor have you honored Me with your sacrifices. I have not burdened you with offerings, Nor wearied you with incense.


King James Bible
Thou hast not brought me the small cattle of thy burnt offerings; neither hast thou honoured me with thy sacrifices. I have not caused thee to serve with an offering, nor wearied thee with incense.

Source:http://scripturetext.com/
isaiah/43-23.htm

คาทอลิกใช้
New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

23 You have not brought me lambs as your burnt offerings and have not honoured me with your sacrifices. I have not subjected you to cereal offering, I have not wearied you by demanding incense.

พระสัญญาอันประเสริฐแก่อิสราเอล
43:23 เจ้ามิได้นำแพะแกะของเจ้ามาเป็นเครื่องเผาบูชาแก่เรา หรือให้เกียรติเราด้วยเครื่องสักการบูชาของเจ้า เรามิได้ให้เป็นภาระแก่เจ้าด้วยเรื่องเครื่องบูชา หรือให้เจ้าเหน็ดเหนื่อยด้วยเรื่องกำยาน

ใน อิสยาห์ Isaiah 60:6 (A.V.)
English (Douay-Rheims)

6 The multitude of camels shall cover thee, the dromedaries of Madian and Epha: all they from Saba shall come, bringing gold and frankincense: and showing forth praise to the Lord.


New American Standard Bible (?1995)
"A multitude of camels will cover you, The young camels of Midian and Ephah; All those from Sheba will come; They will bring gold and frankincense, And will bear good news of the praises of the LORD.


King James Bible
The multitude of camels shall cover thee, the dromedaries of Midian and Ephah; all they from Sheba shall come: they shall bring gold and incense; and they shall shew forth the praises of the LORD.

Source:http://scripturetext.com/
isaiah/60-6.htm

คาทอลิกใช้
New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

New Jerusalem Bible
6 camels in throngs will fill your streets, the young camels of Midian and Ephah; everyone in Saba will come, bringing gold and incense and proclaiming Yahweh's praises.

สง่าราศีของศิโยนในอนาคต
60:6 มวลอูฐจะมาห้อมล้อมเจ้า อูฐหนุ่มจากมีเดียนและเอฟาห์ บรรดาเหล่านั้นจากเชบาจะมา เขาจะนำทองคำและกำยาน และจะบอกข่าวดีถึงกิจการอันน่าสรรเสริญของพระยาห์เวห์


ใน เยเรมีย์ Jeremiah 6:20.
English (Douay-Rheims)

20 To what purpose do you bring me frankincense from Saba, and the sweet smelling cane from a far country? your holocausts are not acceptable, nor are your sacrifices pleasing to me.

New American Standard Bible (?1995)
"For what purpose does frankincense come to Me from Sheba And the sweet cane from a distant land? Your burnt offerings are not acceptable And your sacrifices are not pleasing to Me."

King James Bible
To what purpose cometh there to me incense from Sheba, and the sweet cane from a far country? your burnt offerings are not acceptable, nor your sacrifices sweet unto me.

Source:http://scripturetext.com/
jeremiah/6-20.htm

คาทอลิกใช้
New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

New Jerusalem Bible
20 What do I care about incense imported from Sheba, or fragrant cane from a distant country? Your burnt offerings are not acceptable, your sacrifices do not please me.'

การทำลายยูดาห์
6:20 มีกำยานมาถึงเราจากเมืองเชบา มีตะไคร้ส่งมาจากเมืองไกล เพื่ออะไรเล่า เครื่องเผาบูชาของเจ้าก็ยังไม่เป็นที่รับได้ หรือเครื่องสักการบูชาของเจ้าก็ไม่เป็นที่พอใจเรา"

กำยาน เป็นส่วนผสมของยางสนที่มีกลิ่นหอม และเครื่องเทศอื่นๆ
ใน อพยพ Exodus 30:34-5

กำยาน

34 พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า "ท่านจงนำเครื่องหอมต่อไปนี้ปริมาณเท่าๆ กัน คือ กำยาน ชะมดเชียง มหาหิงคุ์ และกำยานบริสุทธิ์
35 ท่านจะต้องปรุงเครื่องหอมเหล่านี้จะบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์
34 Yahweh then said to Moses, 'Take sweet spices: storax, onycha, galbanum, sweet spices and pure frankincense in equal parts,
35 and compound an incense, such a blend as the perfumer might make, salted, pure, and holy.



Arabian frankincense,มีความเป็ฯเลิศอย่างธรรมชาติในด้านกลิ่นหอม มันคือ สารสังเคราะห์ ของ Boswellia sacra เป็นต้นไม้ซึ่งเติบโตทางตอนใต้ของแถบอารเบีย (Arab. luban)













Source :http://en.wikipedia.org/
wiki/Boswellia_sacra

B. papyrifera of Abyssinia เป็นยางสนกลิ่นหอมของชาวอาฟริกัน
ซึ่งมันมีกลิ่นหอมอีกด้วยเช่นกัน











Source:www.fao.org
http://wysinger.homestead.com/
punt.html

Source:http://www.guidedbiblestudies.com/
topics/mount_gaash.htm
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:15:43 น.  

 
Galbanum



ชื่อ Galbanum (ในภาษา ลาติน Gal’ba*num) มีรากศัพย์มาจากภาษากรีก chalban? หรืออาจเป็นไปได้มาจากภาษาฮิบรูคือ chelbanah (Klekb’nah).

Galbanum ในภาษาฮิบรูคือ khelbenah ในอพยพ Exodus 30:34; บุตรสิรา Sirach 24:21

ยางไม้ที่ให้ผลผลิตโดย พืชชนิด Ferula galbaniflua, Boiss. และ จัดอยู่ในพืชของตะกูล the family Umbelliferae อีกด้วยเช่นกัน

กลิ่นของมันออกฉุนฉุน และอาจเป็นไปได้ที่ใช้มันผสมกับกำยาน เพื่อที่จะขับไล่แมลง ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ในอพยพ Exodus 30:34

กำยาน

34 พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า "ท่านจงนำเครื่องหอมต่อไปนี้ปริมาณเท่าๆ กัน คือ กำยาน ชะมดเชียง มหาหิงคุ์ และกำยานบริสุทธิ์
34 Yahweh then said to Moses, 'Take sweet spices: storax, onycha, galbanum, sweet spices and pure frankincense in equal parts,


Compare-Version

บุตรสิรา Sirach Chapter 24:21

English (Douay-Rheims)

21 And I perfumed my dwelling as storax, and galbanum, and onyx, and aloes, and as the frankincense not cut, and my odour is as the purest balm.

Source:http://www.newadvent.org/bible/
sir024.htm#vrs21

New Jerusalem Bible Thai-Eng
บุตรสิรา Ecclesiasticus - Chapter 24:15

ปรีชาญาณยกย่องตนเอง

24:15 ข้าพเจ้าส่งกลิ่นหอมเหมือนอบเชยและกระถินเทศ
ให้กลิ่นหอมเหมือนมดยอบชนิดเยี่ยม
เหมือนมหาหิงคุ์ ชะมดเชียงและกำยาน
เหมือนควันกำยานในกระโจม
15 Like cinnamon and acanthus, I have yielded a perfume, like choice myrrh, have breathed out a scent, like galbanum, onycha, labdanum, like the smoke of incense in the tent.

เชิงอรรถ ปรีชาญาณยกย่องตนเอง


ควันในกระโจม
ปรีชาญาณมีบทบาทในพิธีกรรมของพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม (24:10 เชิงอรรถ d) หลังจากกล่าวถึงเครื่องหอมตามธรรมชาติชนิดต่างๆแล้ว บุตรสิราก็เปรียบปรีชาญาณกับควันกำยานที่ใช้ในพิธีกรรม "ชื่อเครื่องหอมเหล่านี้ยากที่จะแปลให้ถูกต้องได้ จึงเป็ฯการแปลโดยคาดคะเน"



Galbanum
Ferula galbaniflua, F. rubricaulis (Umbelliferae)





galbanum คือยางไม้หอมที่เป็นผลิตผลจากยางไม้ของพืชชนิดหนึ่งของชาวเปอร์เซีย คือchiefly Ferula gummosa,syn มีความหมายเดียวกันกับgalbaniflua และ Ferula rubricaulis
Galbanum มันเจริญเติบโตอย่างมากมาย บนพื้นที่ลาดเอียงทางเทือกเขาตอนเหนือของอิหร่าน

คุณสมบัติของ Galbanum คือหนึ่งในโอสถ (ยา)ที่เก่าแก่โบราณที่สุด มันถูกระบุใน หนังสืออพยพExodus 30:34 เพื่อใช้ทำให้มีกลิ่นหอมในสถานที่ประกอบเครื่องบูชา

Rashi of the 1100s comments (รับไบผู้เขียนข้อคิดเห็ฯพระคัมภีร์ของพี่น้องชาวยิว)แสดงความคิดเห็ฯเกี่ยวกับ galabanum คือ เป็นยาขม และรวมถึงอยู่ในกลุ่มของกำยาน เพื่อเตือนใจถึงการไตร่ตรองความคิดรอบคอบ และ ความไม่รู้สึกสำนึกผิดของคนบาปทั้งหลาย





ในปัจจุบันบางครั้งคราวมันถูกใช้มาทำเป็ฯส่วนผสมของน้ำหอมซึ่งมีกลิ่นแรงที่เด่นม๊าก ของแบรนด์เนมCartier ชื่อ "Must"

Hippocrates ฮิปโปเครตีส บิดาแห่งการแพทย์(ชาวกรีก)ได้ใช้มันเอามาทำเป็นยา
และ ปลินี่ Pliny (Nat. Hist. xxiv. 13)ให้ความเห็นสันนิฐานว่า มันเป็นยาบำบัดซึ่งมีผลในการรักษาโรค ให้ประสิทธิภาพอย่างเกินธรรมดา


Source:http://en.wikipedia.org/
wiki/Galbanum

Source:http://www.guidedbiblestudies.com/
topics/mount_gaash.htm
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:20:42 น.  

 
Gall แปลถอดความเป็ฯภาษาฮิบรูได้สองอย่างคือ

(1) mererah,ใช้ในความหมายว่า น้ำดี ;

(2) rosh, a bitter plantเป็นพืชมีรสขมอยู่ในกลุ่มของ พืชไม้พุ่มหรือพืชลำต้นอ่อนจำพวก Artemesia และเติบโตในร่องรอยไถที่ในทุ่งนา

โฮเชยา Hosea 10:4 ใน D. V. "bitterness ต้นดีหมี"

English (Douay-Rheims)

4 You speak words of an unprofitable vision, and you shall make a covenant: and judgment shall spring up as bitterness in the furrows of the field.

source:http://www.newadvent.org/
bible/hos010.htm#vrs4



และมันถูกระบุชื่อว่าคือ poison hemlock ใน A. V., Hos โอเชยา , x, 4 )

King James Bible

They have spoken words, swearing falsely in making a covenant: thus judgment springeth up as hemlock in the furrows of the field.


New American Standard Bible (?1995)
They speak mere words, With worthless oaths they make covenants; And judgment sprouts like poisonous weeds in the furrows of the field.

Source:http://scripturetext.com/hosea/10-4.htm

คาทอลิกใช้New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJVไบเบิ้ล

โฮเชยา Hosea 10:4

4 Speeches are made, oaths sworn to no purpose, agreements concluded, and so-called justice spreads like a poisonous weed along the furrows of the fields!

การลงโทษอิสราเอล
10:4 เขาพูดพล่อยๆ เขาทำพันธสัญญาด้วยคำปฏิญาณลมๆแล้งๆ การพิพากษาจึงงอกงามขึ้นมาเหมือนดีหมีอยู่ในร่องรอยไถที่ในทุ่งนา

เป็นพืชจำพวก Conium maculatum (เป็นพืชมีพิษชนิดหนึ่งใช้เป็นยากดประสาท)

Conium maculatum, Poison hemlock, Herb bennet, Mother Die,
רוש עקוד



Scientific name: Conium maculatum
Common name: Poison hemlock, Herb bennet, Mother Die
Dutch name: Gevlekte Scheerling
Hebrew name: רוש עקוד
Family: Umbelliferae / Apiaceae, סוככים








Life form: Hemicryptophyte
Leaves: Alternate, rosette, dissected, bipinnate, dentate or serrate
Flowers: White
Flowering Period: April, May, June
Habitat: Nutrient-rich soils, ruderal
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands
Chorotype, טיפוס התפוצה: Euro-Siberian - Med - Irano-Turanian
Summer shedding: Ephemeral


hemlock
[N]พืชจำพวก Conium maculatum เป็นพืชมีพิษชนิดหนึ่งใช้เป็นยากดประสาท
hemlock[ syn: poison hemlock]





Socrates (โซเครติส) นักปรัชญาชาวกรีกที่ผู้คนรู้จักกันอย่างดีก็ถูกประหารชีวิตด้วยการให้ดื่มสารสกัดจากต้น hemlock ที่มีสาร alkaloids ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า coiine เป็นส่วนประกอบอยู่



Coiine สกัดได้จากพืช Conium maculatum คุณสมบัติ เป็นพิษอย่างรุนแรง ทำลายระบบประสาท เป็นสารที่ใช้ประหารชีวิต Socrates

Source:http://www.vcharkarn.com/
varticle/1078

http://flora.huji.ac.il/
browse.asp?action=specie&specie
=CONMAC&fileid=6270

http://www.flowersinisrael.com/
Coniummaculatum_page.htm

และ ที่ไม่ได้เติบโตในทุ่งนาคือ พืชจำพวก colocynth,พืชจำพวก Citrullus colocynthis,





Colocynth

The colocynth เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ bitter apple, bitter cucumber, egusi,หรือ vine of Sodom ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ the Mediterranean Basin และเอเซีย โดยเฉพาะในที่ตุรกี ในภูมิภาค ?zmir Nubia,และ Trieste. ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Colocynthis citrullus, ในปัจจุบันใช้ชื่อว่า Citrullus colocynthis.

Source :http://en.wikipedia.org/
wiki/Colocynth


มันไม่ถูกพบใน พื้นดินที่ไถเพาะปลุกได้ และ darnel หรือ cockle , Lolium temulentum (ข้าวละมาน) ,มันไม่ใช่ bitter



It usually grows in the same production zones as wheat and is considered a weed

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Lolium_temulentum


อาจเป็นไปได้คือ the poppy , Papaver rheas,







Papaver rhoeas คือพืชในตะกูล Papaveraceae.ชื่อสามัญ the Corn Poppy, Field Poppy, Flanders Poppy,หรือ Red Poppy, มีหลากหลายสปีชีย์ และเรียกกันทั่วไปว่า poppy


Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Papaver_rhoeas

หรืออาจเป็น P. somniferum (ต้นฝิ่น)
และในภาษาอาหรับ ras elhishhash ที่ถูกให้ความหมาย






ชื่อสมุนไพรอื่น : ฝิ่น (ทั่วไป)

ชื่อสามัญ : -

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Papavev somniferum Linn.

วงศ์ : PAPAVERACEAE


ส่วนที่ใช้ : เปลือกลำต้น ยางฝิ่น

สรรพคุณของสมุนไพร : เปลือกลำต้น นำมาใช้เป็นยาแก้ลงแดง เป็นยาคุมธาตุหรือเป็นยาแก้ปวดเมื่อย เป็นต้นยางฝิ่น ใช้ยางฝิ่นหลังจากที่ได้ผ่านกรรมวิธี โดยการนำเอายางสดที่กรีดมา แล้วเอามา ต้มเคี่ยวให้สุก จะมีกลิ่นหอมนำมาสูบ ฉีด หรือนำมาผสมเป็นยา แก้บิดเรื้อรัง แก้ลงแดง แก้ปวดท้อง แก้ปวดเมื่อย ทำให้จิตใจเป็นปกติ และทำให้นอนหลับ เป็นต้น

ข้อห้ามใช้ : ห้ามใช้ กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

อื่น ๆ : ฝิ่นเคยเป็นพรรณไม้ดอกที่หลายประเทศได้อนุญาติให้ปลูกขึ้นได้ตามบริเวณสวน หรือบ้านได้ แต่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ต้องห้ามแล้ว เพราะฝิ่นเป็นสิ่ง หรือเป็นยาเสพติด ถ้ามีการใช้กันบ่อยครั้งก็จะทำให้ติดยาได้

ถิ่นที่อยู่ : ฝิ่น เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน

Source:http://www.ladythai.co.cc/?p=765

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:18:02 น.  

 
Garlic,

Allium sativum, ในภาษาฮิบรูคือ shum (cf. Arab. thum)



ชื่อพื้นเมือง : กระเทียมขาว หอมขาว (อุดรธานี), กระเทียม กระเทียมจีน (ภาคกลาง), เทียม หัวเทียม (ภาคใต้), หอมเทียม (ภาคเหนือ), ปะเซ้วา (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Allium sativum L.


ชื่อวงศ์ : LILIACEAE (ALLIACEAE)


ชื่อสามัญ : Garlic, Common Garlic





ลักษณะ : ไม้ล้มลุก มีกลิ่นแรง มีหัวใต้ดิน ลักษณะกลมแป้น ใบเดี่ยวขึ้นมาจากดิน เรียงซ้อนสลับ แบนเป็นแถบแคบ ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม ประกอบด้วยตะเกียงรูปไข่เล็กๆ จำนวนมากอยู่ปะปนกับดอกขนาดเล็กซึ่งมีจำนวนน้อย มีใบประดับใหญ่ 1 ใบ ลักษณะบางใส แห้ง เป็นจะงอยแหลมหุ้มช่อดอกขณะที่ยังตูมอยู่ ก้านช่อดอกเป็นก้านโดด เรียบ รูปทรงกระบอกตัน ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบรวม 6 กลีบ สีขาวหรือขาวอมชมพู ผลเล็กเป็นกระเปาะสั้นๆ รูปไข่หรือค่อนข้างกลม มี 3 พู เมล็ดเล็ก สีดำ



ประโยชน์ : เป็นอาหารหรือเครื่องเทศ โดยใช้ทั้งต้นเป็นอาหาร หัวกระเทียมสด แห้ง และน้ำมันกระเทียมใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหาร เป็นอาหารเสริมสุขภาพ ใช้บำบัดอาการไอ หวัด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ปวดฟัน ปวดหู ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย โรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดเปราะ ขับลม ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ขับประจำเดือน ขับพยาธิไส้เดือน ลดอาการอักเสบบวม ฆ่าเชื้อ แก้โรคผิวหนัง เป็นยาฆ่าแมลง น้ำมันกระเทียมใช้ทาแก้แมลงกัดต่อย

Source:http://www.rspg.thaigov.net/
plants_data/plantdat/
liliacea/asativ_1.htm

http://www.uniprot.org/
taxonomy/4682

และใช้ทำเป็นอาหารและเป็ฯที่ชื่นชอบในทางตะวันออก ส่วนมากสปีชีย์ที่ใช้ทำการเพาะปลูกอย่างทั่วไปส่วนใหญ่คือthe shallot [N] พืชจำพวก Allium ascalonicum คล้ายหัวหอม

ชื่อพ้อง : Allium cepa L.
ชื่อสามัญ : Shallot;
ชื่ออื่น : หอมหัว; หอมบัว (ภาคเหนือ); หอมไทย (ภาคกลาง); หอมแดง (ภาคกลาง-ภาคใต้); ปะเซอก่อ (กะเหรี่ยง-ตาก); ปะเซ้ส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ตังชัง; ชัง (จีน);



Source:เอกสารอ้างอิง 1. พจนานุกรมสมุนไพรไทย
ISBN : 974-9556-82-8 พิมพ์ครั้งที่ 6 2548
http://thaiherb.most.go.th/
plantdetail.php?id=20





หอมแดง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Allium ascalonicum) เป็นพืชในวงศ์ Alliaceae โดยยึดเอา French grey challot หรือ griselle เป็นหอมที่แท้จริง จัดอยู่ในสปีชีย์นี้ มีการเพาะปลูกในเอเชียกลางและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนความหลากหลายอื่นที่มีคือ Allium cepa var. aggregatum (หอมแบ่ง:multiplier onions) หรือที่รู้จักกันในชื่อ A. ascalonicum

Source:wiki-หอมแดง

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:06:54 น.  

 
Gith



Gith,ในภาษาฮิบรูคือ queçath อิสยาห์ Isaiah 28:25, 27 Nigella sativa;


อิสยาห์ Isaiah 28:25, 27

English (Douay-Rheims)

25 Will he not, when he hath made plain the surface thereof, sow gith, and scatter cummin, and put wheat in order, and barley, and millet, and vetches in their bounds?

27 For gith shall not be thrashed with saws, neither shall the cart wheel turn about upon cummin: but gith shall be beaten out with a rod, and cumin with a staff.

Source:http://www.newadvent.org/bible/
isa028.htm#vrs25

New American Standard Bible (?1995)
25 Does he not level its surface And sow dill and scatter cummin And plant wheat in rows, Barley in its place and rye within its area?

27 For dill is not threshed with a threshing sledge, Nor is the cartwheel driven over cummin; But dill is beaten out with a rod, and cummin with a club.

ขอยืมKJV ไบเบิ้ล

ความหายนะของเอฟราอิมได้ตักเตือนยูดาห์
28:25 เมื่อเขาปราบผิวลงแล้ว เขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถว และข้าวบาร์เลย์ในที่อันเหมาะของมัน และหว่านข้าวไรไว้เป็นคันแดนหรือ

28:27 เขาไม่นวดเทียนแดงด้วยเลื่อนนวดข้าว และเขาไม่เอาล้อเกวียนกลิ้งทับยี่หร่า แต่เขาเอาไม้พลองตีเทียนแดงให้หลุดออก และเอาตะบองตียี่หร่า

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible


25 Once he has levelled its surface, does he not scatter fennel, sow cummin? Then he puts in wheat, millet, barley and, round the edges, spelt,

27 Fennel must not be crushed with a sledge, nor cart-wheels driven over cummin; fennel must be beaten with a stick, and cummin with a flail.


ในขณะที่คำว่า Cumin หรือ Cummin หมายถึงพืชอีกชนิดหนึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า เทียนขาว หรือ ยี่หร่า (Cuminum cyminum Linn.) อยู่ในวงศ์ Umbelliferae

ในภาษาไทยก็ใช้คำว่าเทียนแดงเช่นกัน

เทียนดำ : น. ชื่อเรียกเมล็ดแก่แห้งของไม้ล้มลุกชนิด Nigella sativa L. ในวงศ์ Ranunculaceae.







Source :http://www.thaitux.info/dict/
?words=%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94&wstart=1501&wend=3194&lang=roydict

ฤทธิ์ของเทียนดำต่อกระเพาะอาหาร
จากการทดลองเมื่อให้น้ำมันจากเมล็ดเทียนดำ ( Nigella sativa Linn. ) แก่หนูขาวปกติพบว่า จะทำให้เพิ่มปริมาณการหลั่งของสารเมือก , glutathione และลดปริมาณhistamine ของเยื่อเมือกในกระเพาะอาหาร และจากการทดลองในสัตว์ทดลองที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดเทียนดำก่อนที่จะถูกชักนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วยเอธานอลพบว่า น้ำมันจากเมล็ดเทียนดำสามารถป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ 53.56% เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดเทียนดำ


J Ethnopharmacol 2000 ; 72 : 299-304

Source:http://www.medplant.mahidol.ac.th
/active/shownews.asp?id=48






หมวดสมุนไพร :
ชื่อสมุนไพร : เทียนดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nigella sativa Linn.
วงศ์ : Ranunculaceae
ชื่ออื่น : Black Cumin
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เทียนดำเป็นพืชขนาดเล็กอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง สูงราว 45 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปสามเหลี่ยม ขอบใบหยักลึกเป็นแฉกแบบขนนก 1-3 ชั้น แต่ละแฉก มีลักษณะแคบยาว ดอกเดี่ยว สีขาวหรือสีฟ้าอ่อนอมม่วง ขนาดใหญ่ กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ ขนาดใหญ่กว่ากลีบดอกมาก กลีบดอกมีหลายกลีบ ขนาดเล็ก สีม่วง เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ ภายในมีหลายเมล็ด รูปไข่ถึงรูปใบหอก สีดำด้าน ทรงสามเหลี่ยม กว้าง 1.4-1.8 มม. ยาว 2.5-3.0 มม.
เทียนดำ





ส่วนที่ใช้ : เมล็ด
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา :
สรรพคุณ : มีรสเผ็ด ขม ใช้เป็นยาขับเสมหะ ขับลมในลำไส้ แก้อาเจียน บางตำราว่า เป็นยาถ่ายพยาธิลำไส้ แก้โรคดีซ่าน เป็นยาขับปัสสาวะ และขับน้ำนม
วิธีใช้/ข้อควรระวัง : เมล็ด
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ : มีองค์ประกอบทางเคมีหลายอย่าง เช่น อนุพันธ์ควิโนน มี thymoquinone, thymohydroquinone, polythymohydroquinone, อัลคาลอยด์ เช่น nigellimine, nigellimine N-oxide, nigellicine
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสมุนไพร :

Source:http://makok.pharmacy.cmu.ac.th/
northherb/herbdetail.php?id=7


ใน A.V.ใช้คำว่า "fitches" คือความหมายที่ผิดพลาด

อิสยาห์ Isaiah 28:25, 27

King James Bible

25 When he hath made plain the face thereof, doth he not cast abroad the fitches, and scatter the cummin, and cast in the principal wheat and the appointed barley and the rie in their place?

For the fitches are not threshed with a threshing instrument, neither is a cart wheel turned about upon the cummin; but the fitches are beaten out with a staff, and the cummin with a rod.

Source:http://scripturetext.com/
isaiah/28-27.htm

และไม่ใช่ queçakh ที่เป็ฯชื่อของ the nutmeg flower( ดอกจันทน์เทศ ) ที่ G.E. Post suggests.



จันทน์เทศ ( Nutmeg ; Myristica fragrans )

จันทน์เทศ เป็นพืชพื้นเมืองของหมู่เกาะโมลุกกะ เป็นที่รู้จักของชาวยุโรปทีหลังกานพลู ในอดีตเป็นพืชที่มีราคาสูงมาก อย่างเช่นในเยอรมัน ลูกจันทน์เทศหนึ่งปอนด์มีราคาเท่ากับวัวอ้วนพี 7 ตัว ส่วนดอกจันทน์เทศยิ่งมีราคาแพงกว่าลูกจันทน์เทศและเป็นที่ต้องการของตลาดยุโรปมาก ทางยุโรปใช้ทั้งลูกและดอกจันทน์เทศในอาหารหวานและตำรับยา จันทน์เทศเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีกิ่งก้านสาขามาก ใบดก ทรงพุ่มหนาทึบ ลูกจันทน์เทศมีขนาดเท่าลูกหมาก เมื่อแก่จัดจะแตกออกเห็นรกที่หุ้มเมล็ดเป็นสีแดงสด ส่วนรกนี้เองที่เรียกว่าดอกจันทน์เทศ หรือ mace เมล็ดจันทน์เทศเป็นเมล็ดเดี่ยวสีน้ำตาลเปลือกแข็ง เมื่อกระเทาะเปลือกออก จะได้เนื้อในเมล็ดที่มีกลิ่นหอม ส่วนนี้เรียกว่า ลูกจันทน์เทศ หรือ Nutmeg ดอกจันทน์เทศ มีราคาแพงกว่าลูกจันทน์ ปัจจุบันมีการปลูกทั่วไปในอินโดนีเซีย ศรีลังกา หมู่เกาะเวสต์อินดีส โดยเฉพาะเกรนาดา รวมทั้งทางภาคใต้ของไทย

คนไทยใช้ลูกและดอกของจันทน์เทศดับกลิ่นคาวเนื้อ โดยนำไปคั่วให้หอมก่อนโขลกให้ป่น ใส่อาหารจำพวกแกงเนื้อ ต้มเนื้อ ขณะที่ทางยุโรปมักใช้แต่งกลิ่นอาหารหวาน อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ตลอดจนแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง เช่น สบู่ ครีม ในลูกจันทน์เทศมีน้ำมันหอมระเหยมากกว่าดอกหรือรก น้ำมันหอมระเหยใช้ผสมขี้ผึ้งระงับความเจ็บปวด เป็นยาขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการคลื่นไส้ แม้แต่บำบัดโรคมะเร็งก็ยังเคยมีรายงาน

Source:http://www.thummada.com/
cgi-bin/iB315/ikonboard.pl?act
=Print;f=7;t=253



โดย: Bernadette วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:45:03 น.  

 
Gopher wood




A painting of Noah's Ark, said to be constructed from gopher wood.

(ปฐมกาล Genesis 6:14;ใน D.V. "timber planks"),
เป็นต้นไม้ที่เหมาะสำหรับต่อเรือ ได้แก่ ต้นสนไซปรัส ต้นสนซีดาร์ และ ต้นไม้อื่นซึ่งมียางเรซิน แต่การเปลี่ยนแปลงผันแปรของผู้ตีความก็ยังคงอยู่

คาทอลิก ใช้ New Jerusalem Bible Thai-Eng

ปฐมกาล Genesis 6:14
การเตรียมรับน้ำวินาศ

14 ท่านจงเอาไม้สนมาต่อเรือใหญ่ลำหนึ่ง ให้มีหลายห้อง เอาชันยาทั้งด้านในและด้านนอก
14 Make yourself an ark out of resinous wood. Make it of reeds and caulk it with pitch inside and out.
เชิงอรรถ
เราใช้คำว่า "เรือ" ต้นฉบับภาษาละตินว่า arca แปลว่า "หีบ" "กล่อง" คำว่าไม้สน "ไม้สน" เป็นการแปล โดยประมาณ "ให้มีหลายห้อง"ตามตัวบทภาษาฮีบรู

Compare versions

ใน D.V. "timber planks"

Douay-Rheims Bible

Make thee an ark of timber planks: thou shalt make little rooms in the ark, and thou shalt pitch it within and without.

New American Standard Bible (?1995)

"Make for yourself an ark of gopher wood; you shall make the ark with rooms, and shall cover it inside and out with pitch.


King James Bible
Make thee an ark of gopher wood; rooms shalt thou make in the ark, and shalt pitch it within and without with pitch.

Source:http://scripturetext.com
/genesis/6-14.htm


พระคัมภีร์กรีก ฉบับSeptuagint (3rd–1st centuries BC) แปลถอดความว่า xylon tetragonon, "squared timber"

เหมือนกันกับพระคัมภีร์ภาษาลาตินฉบับ Vulgate (5th century AD) lignis levigatis (l?vigatis,
ในของ the Clementine Vulgate),อาจเป็นไปได้คือ "smoothedwood".

ของThe Jewish Encyclopedia เชื่อว่าเกือบทั้งหมดแปลถอดความเหมือนกันกับของชาวบาบิโลน "gushure i? erini" (cedar-beams),หรือของชาวอัสซีเรียน "giparu" (reed)

Source:http://en.wikipedia.org/
wiki/Gopher_wood



Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์


โดย: Bernadette วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:09:31 น.  

 
Grape. See Vine.



grape [N] องุ่น, See also: ผลองุ่น, Syn. wine

vine (n) เดิมทีแปลว่าต้นองุ่น แต่ในปัจจุบัน(โดยเฉพาะภาษาอเมริกัน)ความหมายสามัญได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น ไม้ที่มีเถา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นองุ่นเสมอไป, R. grapevine

vine [N] ต้นองุ่น, See also: พืชองุ่น

อันนี้มี 2 ความหมาย
grapevine [N] ต้นองุ่น, See also: เถาองุ่น, Syn. creeper
grapevine [N] ข่าวลือ, See also: การปล่อยข่าวลือ, Syn. rumor, hearsay








โดยปรกติ ต้นองุ่น ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ภาษาลาติน Vitis vinifera ซึ่งมีหลากหลายพันธุ์ และเพาะปลูกเจริญเติบโตในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ในช่วงเวลาของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า เหล้าไวน์มีความสำคัญและเป็นที่นิยมได้ถูกระบุ พาดพึงถึงอย่างสม่ำเสมอ และโดยส่วนมากใช้เป็ฯการเปรียบเทียบกับระบบสัญลักษณ์ที่ไม่ใช่ภาษาแต่ใช้ในการสื่อสารของผู้ที่ศรัทธาได้อย่างชัดเจนกับความหลากหลายของต้นไม้และผลิตผล

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

ในเอเซเคียล Ezekiel 15:6
เยรูซาเล็มถูกทำลายเหมือนต้นองุ่นที่ถูกไฟเผาเสีย

15:6 เพราะฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า ต้นเถาองุ่นซึ่งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ในป่า เราทิ้งให้มันเป็นฟืนใส่ไฟเสียฉันใด เราจะทิ้งชาวเยรูซาเล็มฉันนั้น
6 So, the Lord Yahweh says this: As the wood of the vine among the forest trees, which I have thrown on the fire for fuel, so shall I treat the inhabitants of Jerusalem.






ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vitis vinifera L.
วงศ์ : VITIDACEAE
ชื่อสามัญ : Grape vine
ลักษณะทางพฤกศาสตร์ ลำต้น ไม้พุ่มเลื้อย ยาว 2-8 เมตร มีมือสำหรับยึดเกาะ ปลายแยกเป็น 2 แฉก เปลือกต้นแก่แตกเป็นแผ่นหลุดล่อน
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปคล้ายโล่ ขอบเว้าเป็นพู 3-5 พู กว้างและยาว 10-16 เซนติเมตร โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบหยักซี่ฟันหยาบ
ดอก เป็นดอกช่อแยกแขนง ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเขียว ฐานดอกเชื่อมติดกับรังไข่
ผล เป็นผลสด มีรูปร่าง ขนาด สี แลละรสหลายแบบ
สารออกฤทธิ์ที่พบ Chemiebase


Source:http://thaiherb.most.go.th/
plantdetail.php?id=519




ในภาษาฮิบรู ?af?afah แปลถอดความว่า "vine"


Source:http://www.flowersinisrael.com/
Vitisvinifera_page.htm
http://www.wildflowers.co.il/
russian/plant.asp?ID=727

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์






โดย: Bernadette วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:05:41 น.  

 
Grass

grass [N] หญ้า, See also: บริเวณที่มีหญ้า, ทุ่งหญ้า,

Grass แปลถอดความได้สี่คำในภาษาฮิบรู :

(1) deshe’, pasture(ทุ่งเลี้ยงสัตว์) หรือ หญ้าที่อ่อนนุ่มยังไม่เติบโตเต็มที่โดยส่วนใหญ่เป็นพืชใช้เป็ฯอาหารปศุสัตว์



(2) yerek,ธรรมดาโดยทั่วไปเป็น verdure (พืชสีเขียว (โดยเฉพาะหญ้าหรือผัก))






(3) khaçir, มีความหมายเดียวกันกับหญ้า




(4) ’esebh, herbage ([N] พืชที่มีลำต้นอ่อน เช่น หญ้า),รวมถึงผักที่เหมาะใช้สำหรับเป็นอาหารของมนุษย์





เป็นคำที่เกิดขึ้นบ่อยๆใน คัมภีร์ไบเบิ้ล

ในปฐมกาล Genesis 47:4;กันดารวิถี Numbers 22:4; โยป Job 6:5; 30:4 (ดู Mallows); 40:15;มัทธิว Matthew 6:30; etc.


ในปฐมกาล Genesis 47:4
โยแซฟทูลขอที่ดินให้บิดาและครอบครัว

4 เขายังทูลเสริมว่า "พวกเรามาอาศัยอยู่อย่างคนต่างถิ่นในแผ่นดินนี้ เพราะในแผ่นดินคานาอันอันเกิดความกันดารอาหารอย่างมาก จนไม่มีหญ้าสำหรับฝูงแพะแกะของบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ขอพระองค์ทรงพระกรุณาให้ผู้รับใช้ของพระองค์อาศัยอยู่ในแคว้นโกเซนเถิด"
4 They went on to tell Pharaoh, 'We have come to stay in this country for the time being, since there is no pasturage for your servants' flocks, Canaan being stricken with famine. So now please allow your servants to settle in the region of Goshen.'


กันดารวิถี Numbers 22:4
กษัตริย์แห่งโมอับทรงเรียกบาลาอัม

4จึงบอกผู้อาวุโสชาวมีเดียนว่า "ในไม่ช้าคนจำนวนมากนี้จะทำลายทุกสิ่งที่อยู่รอบพวกเรา ประดุจโคที่กินหญ้าในทุ่ง" บาลาค โอรสของคิปโปร์ทรงเป็ฯกษัตริย์แห่งโมอับในขณะนั้น
4 he said to the elders of Midian, 'This horde will soon have cropped everything round us as closely as an ox crops grass in the countryside.' Now Balak son of Zippor was king of Moab at the time.

เชิงอรรถยาว
กษัตริย์แห่งโมอับทรงเรียกบาลาอัม


โยป Job 6:5
ผู้มีความทุกข์เท่านั้นรู้จักความทุกข์ของตน

5 ลาป่าย่อมไม่ร้องเมื่อมีหญ้ากิน
โคเพศผู้ย่อมไม่ร้องที่กองหญ้าของมัน
5 Does a wild donkey bray when it has grass, or an ox low when its fodder is within reach?


โยป Job 30:4 (ดู Mallows); 40:15;มัทธิว Matthew 6:30; etc.
ข.ความทุกข์ของโยปในปัจจุบัน

4 เขาเก็บผักขมจากพงหนาม
เอารากต้นไม้กวาดมาเป็ฯอาหาร
4 they used to pick saltwort among the scrub, making their meals off roots of broom.


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:02:32 น.  

 
Grove,



Tamarix aphylla ซึ่งพบในธรรมชาติ แถบประเทศอิสราเอล

grove (โกรฟว) n. บริเวณป่าเล็ก ๆ ,สวนผลไม้., S. . groved adj. ., S. wood

Grove, ในภาษาอังกฤษแปลถอดความเป็นภาษาฮิบรูได้สองคำคือ
(1) asherah,เสาศักดิ์สิทธิ์ของเทพีอาเชราห์(2 พงค์กษัตริย์ king 22:6)
หรือ raised stone in a temple enclosure, ซึ่ง "groves" ในที่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรา



2) ’eshel,เป็นไปได้มากคือ ต้น the tamarisk tree (q.v.; cf. Arab. ’athl),แต่แปลถอดความว่าคือ "groves"ในปฐมกาล Genesis 21:33, และแปลเป็นอย่างอื่นอีกว่าคือ "wood",ใน 1 ซามูเอล Samuel 22:6และ 31:13

ปฐมกาล Genesis 21:33
อับราฮัมกับอาบีเมเลคที่เบเออร์เชบา

33 แล้วอับราฮัมก็ปลูกต้นมะขามต้นหนึ่งไว้ที่เบเออร์เชบา และที่นั่นเขาขานพระนามของพระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้ทรงพระชมน์อยู่ตลอดไป
33 And Abraham planted a tamarisk at Beersheba and there he invoked the name of Yahweh.

เชิงอรรถยาว


และแปลเป็นอย่างอื่นอีกว่าคือ "wood",ใน 1 ซามูเอล Samuel 22:6และ 31:13

English (Douay-Rheims)
6 And Saul heard that David was seen, and the men that were with him. Now whilst Saul abode in Gabaa, and was in the wood, which is by Rama, having his spear in his hand, and all his servants were standing about him,

Source:http://www.newadvent.org/
bible/1sa022.htm


New Jerusalem Bible Thai-Eng

1 ซามูเอล Samuel 22:6
การสังหารหมู่สมณะ

6 กษัตริย์ซาอูลทราบว่า ดาวิดและพรรคพวกอยู่ที่ไหนดังนี้ ขณะนั้นซาอูลอยู่ที่เมืองกิเบอาห์ กำลังประทับอยู่ใต้ต้นมะขามบนเนินเขา
6 When Saul heard that David and the men with him had been discovered, Saul was at Gibeah, seated under the tamarisk on the high place, spear in hand, with all his staff standing round him.



1 ซามูเอล Samuel 31:13

English (Douay-Rheims)

13 And they took their bones, and buried them in the wood of Jabes: and fasted seven days.

Source : http://www.newadvent.org/bible/
1sa031.htm#vrs13

New Jerusalem Bible Thai-Eng

การรบที่ภูเขากิลโบอา กษัตริย์ซาอูลสิ้นพระชมน์
13 เขาอันเชิญพระอัฐิไปฝังไว้ใต้ต้นมะขามที่เมืองยาเบช แล้วจำศีลอดอหารไว้ทุกข์เป็นเวลาเจ็ดวัน
13 They then took their bones and buried them under the tamarisk of Jabesh, and fasted for seven days.

เชิงอรรถ
เกี่ยวกับการจำศีลอดอาหารไว้ทุกข์ผู้ตาย ดู 2ซมอ 1:12 3:35 2 ซมอ 12:23 เป็นกรณีพิเศษ เกี่ยวกับการไว้ทุกข์เจ็ดวัน ดู ปฐก 50:10 ยดธ 16:24 บสร 22:12


เชิงอรรถ เรื่องราวในบทนี้ต่อจากบทที่ 28



the tamarisk tree ทามาริสก์





Tamarix aphylla, Tamarix articulate, Athel tree, Athel tamarisk,
אשל הפרקים
Abraham planted a tamarisk tree in Beersheba, and there he called on the name of the LORD, the Eternal God.
Genesis 21:33
Then they took their bones and buried them under a tamarisk tree at Jabesh, and they fasted seven days.
1 Samuel 31:13


Scientific name: Tamarix aphylla
Synonym name: Tamarix articulate
Common name: Athel tree, Athel tamarisk
Hebrew name: אשל הפרקים
Family: Tamaricaceae, אשליים

Life form: Tree
Leaves: Alternate, scale
Flowers: Pink, white
Flowering Period: July, August, September, October, November
Habitat: Desert, Thermophilous plants
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands, Shrub-steppes, Deserts and extreme deserts
Chorotype, טיפוס התפוצה: Sudanian
Summer shedding: Perenating
Protected Flower, צמח מוגן: Yes


การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร Plantae
ส่วน Magnoliophyta
ชั้น Magnoliopsida

อันดับ Caryophyllales
วงศ์ Tamaricaceae

สกุล Tamarix L.







Species

See textทามาริสก์ (อังกฤษ: Tamarix ,tamarisk, salt cedar; ) มี 50- 60 สายพันธ์เป็นพืชในตระกูล Tamaricaceae เป็นพืชท้องถิ่นในเขตแห้งแล้งของทวีปยุโรป และแอฟริกา ทามาริสก์จะเขียวชอุ่มตลอดปี เป็นพืชผลัดใบและเป็นไม้พุ่ม มีความสูงตั้งแต่ 1-18 เมตร Tamarix aphylla จะเขียวชอุ่มอยู่เสมอและอาจสูงถึง 8 เมตร โดยปกติจะเจริญเติบโตในดินเค็ม มีความอดทนต่อภาวะเป็นพิษของความเค็มถึง 15000 ppm และยังอดทนต่อความเป็นด่าง มีลักษณะแผ่กิ่งก้านเรียวยาว มีใบเขียวอมเทา เปลือกของกิ่งในขณะเป็นต้นอ่อนมีลักษณะเกลี้ยงเรียบ สีน้ำตาลแดง เมื่อตอนมีอายุช่วงสุดท้าย เปลือกไม้จะเป็นร่องมีรอยย่น และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลม่วง มีใบขนาดเท่า ๆ กัน ยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตร และใบจะทับซ้อนกันตามความยาวของก้าน มักจะมีน้ำเกลือไหลออกมาห่อหุ้มลำต้นอยู่เสมอ จะออกดอกอย่างหนาแน่นตรงปลายรวงของกิ่งยาว 5-10 เซนติเมตร ซึ่งจะออกดอกในเดือนมีนาคม ถึง กันยายน แต่บางสายพันธ์มีแนวโน้มจะออกดอกในช่วงฤดูหนาว





การใช้ประโยชน์
ทามาริสก์ใช้เป็นพุ่มไม้ประดับ เป็นสิ่งป้องกันลม และใช้เป็นร่มเงาบังแดด ในประเทศจีน มีโครงการปลูกทามาริสก์ เพื่อทำให้พื้นที่เขตทะเลทรายเขียวชอุ่ม ใช้ในการทำปุ๋ยหมัก



Source : http://en.wikipedia.org/
wiki/Tamarix

The Hebrew University of Jerusalem
http://flora.huji.ac.il/browse.asp?lang=en&action=specie&specie=TAMAPH

http://www.flowersinisrael.com/
Tamarixaphylla_page.htm

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:11:35:39 น.  

 
Hay,

ภาษาฮิบรู hasas

สุภาษิต Proverbs 27:25
คือต้นไม้ที่มีลำต้นอ่อน (ไม่เป็นเนื้อไม้)ใช้สำหรับเป็ฯอาหารสัตว์

V. สุภาษิตชุดที่สองซึ่งอาจเป็นผลงานของกษัตริย์โซโลมอน
25 เมื่อเก็บฟางไปแล้ว หญ้าอ่อนก็งอกขึ้นมาใหม่
หญ็าที่เป็ฯอาหารสัตว์ก็ถูกเก็บเกี่ยวตามภูเขา
25 The grass once gone, the aftergrowth appearing, the hay gathered in from the mountains,

dried herb for cattle


Hay making in Weardale
Hay is grass or herbs cut, dried, stored and used for animal feed, particularly for grazing animals e.g. cattle, horses, goats, and sheep.

Source :http://www.bbc.co.uk/wear/content/
image_galleries/
weardale_hay_making_062008_gallery.shtml?2



"Stubble โคนต้นที่เหลืออยู่หลังเก็บเกี่ยว, ต่อต้นข้าว" ในอิสยาห์ Isaiah 5:24; 33:11,ก็แปลถอดความว่า hasas ด้วยเช่นกัน

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

อิสยาห์ Isaiah 5:24;

วิบัติหกอย่างแก่คนอิสราเอล

5:24 ดังนั้นเปลวเพลิงกลืนตอข้าวฉันใด และเพลิงเผาผลาญหญ้าแห้งฉันใด รากของเขาก็จะเป็นเหมือนความเปื่อยเน่า และดอกบานของเขาจะฟุ้งไปเหมือนผงคลีฉันนั้น เพราะเขาทั้งหลายทอดทิ้งพระราชบัญญัติของพระเยโฮวาห์จอมโยธา และได้ดูหมิ่นพระวจนะขององค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล
24 Yes, as the flame devours the stubble, as the straw flares up and disappears, their root will be like decay and their shoot be carried off like dust, for having rejected the law of Yahweh Sabaoth, for having despised the word of the Holy One of Israel.

Compare Versions

อิสยาห์ Isaiah 33:11

พระสัญญาและคำตักเตือนต่างๆ

33:11 เจ้าจะอุ้มท้องแต่แกลบ เจ้าจะคลอดแต่ตอ ลมหายใจของเจ้าเป็นไฟที่จะเผาผลาญเจ้า
11 You conceive chaff, you give birth to straw: like fire, my breath will devour you.

straw [N] ฟางข้าว, See also: กองฟาง, Syn. hay

English (Douay-Rheims)
11 You shall conceive heat, you shall bring forth stubble : your breath as fire shall devour you

Source:http://www.newadvent.org/bible/
isa033.htm#vrs11

New American Standard Bible (?1995)
"You have conceived chaff, you will give birth to stubble ; My breath will consume you like a fire.

King James Bible
Ye shall conceive chaff, ye shall bring forth stubble : your breath, as fire, shall devour you.

Source:http://scripturetext.com/
isaiah/33-11.htm

"Stubble โคนต้นที่เหลืออยู่หลังเก็บเกี่ยว, ต่อต้นข้าว"


Source:http://www.tristate.wsu.edu
/_borders/stubble.jpg


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:17:17:22 น.  

 
Heath, พุ่มไม้ในทะเลทราย หรือในถิ่นทุรกันดาร

ในภาษาฮิบรู ’ar’ ar’ aro’er (ใน A.V.,เยเรมีย์ Jeremiah 17:6; 48:6;ใน D. V. ความหมาย "tamaric ", "heath"),


เยเรมีย์ Jeremiah 17:6

ใน A.V.English (Douay-Rheims)

6 For he shall be like tamaric in the desert, and he shall not see when good shall come: but he shall dwell in dryness in the desert in a salt land, and not inhabited.

Tamaric... A barren shrub that grows in the driest parts of the wilderness.

Source:http://www.newadvent.org/bible/
jer017.htm#vrs6

Compare Versions

New American Standard Bible (?1995)

"For he will be like a bush in the desert And will not see when prosperity comes, But will live in stony wastes in the wilderness, A land of salt without inhabitant.

King James Bible
For he shall be like the heath in the desert, and shall not see when good cometh; but shall inhabit the parched places in the wilderness, in a salt land and not inhabited.


Source :http://scripturetext.com/
jeremiah/17-6.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
Source:www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

จิตใจอันหลอกลวงของยูดาห์
17:6 เขาจะเป็นเหมือนพุ่มไม้ที่อยู่ในทะเลทราย และจะไม่เห็นความดีอันใดมาถึงเลย เขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่แตกระแหงที่ในถิ่นทุรกันดาร ในแผ่นดินเค็มที่ไม่มีคนอาศัย
6 Such a person is like scrub in the wastelands: when good comes, it does not affect him since he lives in the parched places of the desert, uninhabited, salt land.


เยเรมีย์ Jeremiah 48:6

ใน A.V.English (Douay-Rheims)

6 Flee, save your lives: and be as heath in the wilderness.

Source:http://www.newadvent.org/
bible/jer048.htm#vrs6

Compare Versions

New American Standard Bible (?1995)

"Flee, save your lives, That you may be like a juniper in the wilderness.

King James Bible
Flee, save your lives, and be like the heath in the wilderness.

Source:http://scripturetext.com/
jeremiah/48-6.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
Source:www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

โมอับจะถูกทำลาย
48:6 หนีเถิด เอาตัวรอดเถิด จงเป็นเหมือนพุ่มไม้ที่ในถิ่นทุรกันดาร
6 'Away! Flee for your lives like the wild donkey into the desert!'


พุ่มไม้เขียวเขียว ที่ออกรวงเป็นดอกไม้สีแดงหรือสีชมพู และมีถิ่นกำเนิดที่แหลมกู๊ดโฮป





Erica hirtiflora bush

Source:http://www.plantzafrica.com/
plantefg/ericahirtiflora.htm





ในดินแดนปาเลสไตน์ มีเพียงแค่สปีชีย์ the Erica verticillata,
Forskal.

Source:http://www.krca.co.za/information
/project/Ericaverticillata.asp






และ The E. multiflora ที่มีอย่างมากมาย ในภูมิภาคเมดิเตอเรเนียน


Source:http://botany.cs.tamu.edu/
FLORA/perdeck/tun_005.jpg

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:19:48:38 น.  

 
Holm

แดเนียล Daniel 13:58;อิสยาห์ Isaiah 44:14;ในฉบับ A.V. "cypress")
เป็นไปได้ในภาษาฮิบรูคือ tirzah,เป็นชนิดหนึ่งของต้นโอ๊กที่เขียวชะอุ่มตลอดปี


ดาเนียล Daniel 13:58

English (Douay-Rheims)


58 Now, therefore, tell me, under what tree didst thou take them conversing together. And he answered: Under a holm tree.

Source :http://www.newadvent.org/
bible/dan013.htm

the New American Bible
58
Now, then, tell me under what tree you surprised them together."
59
"Under an oak," he said. "Your fine lie has cost you also your head," said Daniel; "for the angel of God waits with a sword to cut you in two so as to make an end of you both."

Source:www.usccb.org/nab/bible


New Jerusalem Bible Thai-ENG
ดาเนียลพิพากษาคดีของนางสุสันนา

58 บัดนี้ จงบอกมาซิ ท่านพบเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้อะไร" เขาตอบว่า "ใต้ต้นโอ๊ก"

58 Now then, tell me what sort of tree you surprised them under.' He replied, 'Under an aspen tree.'

aspen (แอส'เพิน) n. ชื่อต้นไม้จำพวก poplars

เชิงอรรถ ดาเนียล บทที่ 13-14

เรื่องราวในบทที่ 13 และ 14 ไม่พบในต้นฉบับภาษาฮิบรู พบได้แต่ในต้นฉบับภาษากรีกเท่านั้น นอกจากนั้นตัวบทของสองบทนี้ สำเนาโบราณภาษากรีกยังมีอยู่ถึง 2 สำนวน คือสำนวนสั้นของฉบับLXX และสำนวนยาวของเทโอโดซีโอน ในที่นี้เราแปลตามสำนวนยาว




อิสยาห์ Isaiah 44:14ใน A.V. คือ ต้นสนไซปรัส "cypress"

King James Bible

He heweth him down cedars, and taketh the cypress and the oak, which he strengtheneth for himself among the trees of the forest: he planteth an ash, and the rain doth nourish it.


New American Standard Bible (?1995)
Surely he cuts cedars for himself, and takes a cypress or an oak and raises it for himself among the trees of the forest. He plants a fir, and the rain makes it grow.

Source:http://scripturetext.com/
isaiah/44-14.htm

English (Douay-Rheims)

14 He hath cut down cedars, taken the holm, and the oak that stood among the trees of the forest: he hath planted the pine tree, which the rain hath nourished.

Source:http://www.newadvent.org/bible/
isa044.htm#vrs14

New Jerusalem Bible
14 He has cut down cedars, has selected an oak and a terebinth which he has grown for himself among the trees in the forest and has planted a pine tree which the rain has nourished.

ขอยืม KJV ไบเบิ้ล
พระสัญญาเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์

44:14 เขาตัดต้นสนสีดาร์ลง เขาเลือกต้นสนจีนและต้นโอ๊ก และปล่อยให้มันงอกขึ้นอย่างแข็งแรงท่ามกลางต้นไม้ในป่า เขาปลูกต้นแอชและฝนก็เลี้ยงมัน


อาจเป็นไปได้ในภาษาฮิบรูคือ tirzah,เป็นชนิดหนึ่งของต้นโอ๊กที่เขียวชะอุ่มตลอดปี

HOLM-TREE [ISBE]
HOLM-TREE - hom'-tre:
(1) tirzah (อิสยาห์ Isa 44:14,ของไบเบิ้ล ฉบับ the King James Version คือต้นสนไซปรัส "cypress"):

เป็นชื่อมาจาก(เปรียบเทียบกับภาษาอารบิก taraza) ความหมาย "to be hard,"
เป็นที่เข้าใจว่า คือไม้เนื้อแข็ง พระคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับ Vulgate(ของนักบุญเยโรมี Jerome เป็ฯภาษาลาติน ในปีที่ 390-405 A.D.)มีคำว่า ilex ( holm oak) ซึ่งในภาษาลาติน มันคือต้น holm oak เป็นชื่อมาจาก ต้น holly ([N] ต้นฮอลลิ เป็นพืชที่มีผลสีแดง และอยู่ในตระกูล Ilex ) (คำว่า hollen คือคำในภาษาอังกฤษในยุคแรก ="holly")



(2) prinos, Susanna verse 58.(ดาเนียล 13:58 ดาเนียลพิพากษาคดีของนางสุสันนา )

นี้หรือต้น ilex หรือ holm oak.กับคำเหล่านี้ prinos และ prisai (แปลตามตัวอักษรอย่างแท้จริงคือ "saw") ในวลีที่ 58 และ 59 (ดู SUSANNA).

ต้น holm oak ที่เขียวชะอุ่มตลอดปี มี 2 สปีชีย์ในดินแดนปาเลซสไตน์
คือ Quercus ilex และ Q. coccifera.



E. W. G. Masterman

Source:http: /net.bible.org/
dictionary.php?word=HOLM-TREE

Quercus ilex (Holm Oak)
Common name: Holm Oak
Species: Quercus ilex








Source:http://www.barcham.co.uk/
node/292

Quercus coccifera











Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:19:29:53 น.  

 
Hyssop



Hyssop ในภาษาฮิบรู คือ ’ezob ภาษาอาหรับ zufa และคือพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเป็น ไม้พุ่ม The Hysoppus officinalis, Linn?

อพยพ Exodus 12:22;เลวีนิติ Leviticus 14:4, 6, 49, 51-52; กันดารวิถี Numbers 19:6;บทเพลงสดุดี Psalm 51:7;ฮิบรู Hebrews 9:19),

อพยพ Exodus 12:22
โมเสสสั่งประชาชนให้ฉลองปัสกา

22 จงเอากิ่งหุสบ จุ่มลงในชามเลือดของสัตว์นั้น พรมที่กรอบประตูด้านข้างและด้านบน อย่าให้ผู้ใดออกนอกบ้านจนกระทั้งเช้า
22 Then take a bunch of hyssop, dip it in the blood that is in the basin, and with the blood from the basin touch the lintel and both door-posts; then let none of you venture out of the house till morning.

เชิงอรรถ
ต้นหุสบเป็นพืชที่มีกลิ่นหอมที่ใช้ในพิธีชำระ (กดว 19:6 สดด 51:7 ฮบ 9:19) มีกิ่งตรง มีดอกสีฟ้า หรือชมพู






เลวีนิติ Leviticus 14:4,6
พิธีชำระมลทิลเมื่อหายจากโรคผิวหนังติดต่อได้

4 สมณะจะสั่งผู้รับพิธีชำระมลทินให้นำนกไม่มีมลทินสองตัว ไม้สนสีดาร์ ผ้าแดงเข้ม กิ่งหุสบ มาด้วย
6 สมณะจะนำนกอีกตัวหนึ่งที่ยังเป็ฯอยู่พร้อมกับไม้สนสีดาห์ ผ้าสีแดงเข้ม และกิ่งหุสบ มาจุ่มลงไปในน้ำที่ปนเลือดนกที่ถูกฆ่า
4 he will order the following to be brought for his purification: two live birds that are clean, some cedar wood, scarlet material and hyssop.
6 He will then take the live bird, the cedar wood, the scarlet material and the hyssop and dip all this (including the live bird) into the blood of the bird slaughtered over running water.

เชิงอรรถ พิธีชำระมลทิลเมื่อหายจากโรคผิวหนังติดต่อได้ ยาววว



เลวีนิติ Leviticus 14:51-52
เชื้อราตามบ้าน

51 เขาจะเอาไม้สนสีดาร์ กิ่งหุสบ ผ้าสีแดงเข้มและนกที่ยังเป็นอยู่ จุ่มลงในน้ำที่ปนเลือดนกที่ถูกฆ่า ประพรมบ้านเจ็ดครั้ง
52 ผ้าสีแดงเข้ม เพื่อชำระบ้านให้พ้นมลทินแล้ว
51 He will then take the cedar wood, the hyssop, the scarlet material and the live bird, dip them into the blood of the slaughtered bird and into the running water and sprinkle the house seven times;
52 and after offering the sacrifice for the defilement of the house with the blood of the bird, the running water, the live bird, the cedar wood, the hyssop and the scarlet material,


กันดารวิถี Numbers 19:6
เถ้าของโคตัวเมียสีแดง

6 สมณะจะนำไม้สนสีดาร์ กิ่งหุสบกับผ้าม่วงแดง โยนลงไปในกองไฟที่เผาโคตัวนั้น
6 The priest will then take some cedar wood, hyssop and scarlet material and throw them on the fire where the heifer is burning.

เชิงอรรถ เถ้าของโคตัวเมียสีแดง ยาววว


บทเพลงสดุดี Psalm 51:7



สำหรับหัวหน้านักขับร้อง เพลงสดุดีของกษัตริย์ดาวิด เมื่อประกาศกนาธันเข้าเฝ้า หลังจากที่ทรงทำบาปกับนางบัชเชบา


7 โปรดทรงชำระข้าพเจ้าด้วยกิ่งหุสบ แล้วข้าพเจ้าจะบริสุทธิ์
โปรดทรงล้างข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะขาวกว่าหิมะ
7 Purify me with hyssop till I am clean, wash me till I am whiter than snow.

เชิงอรรถ
ส่วนลึกจิตใจข้าพเจ้า
คำที่ใช้ในข้อนี้แสดงถึงส่วนลึกในจิตใจของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงเห็นและเปลี่ยนแปลงได้ (เทียบ สดด 7:9 16:7 33:15)

"หุสบ" เป็นไม้พุ่มเตี้ย ๆ มักจะใช้จุ่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ประพรมในพิธีชำระมลทิน







Herb Hyssop (Hyssopus officinalis)คือพืชสมุนไพร อยู่ในตะกูล Hyssopusถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป ตะวันออกลาง และภูมิภาคทะเลแคสเปียน สรรพคุณใช้เป็นยารักษาโรค อาการไอ และเป็ฯพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม

ฝรั่งชอบใช้ดอกไม้ทำสลัด แต่มักจะใช้ร่วมกับผักต่าง ๆ เป็นทำนองว่าใช้เป็นเครื่องประดับให้สลัดมีสีสันสวยงามขึ้น แต่บางทีก็มีความมุ่งหมายที่จะใช้ กลิ่น รส ของดอกไม้บางชนิดเป็นตัวชูโรง ดอกไม้ที่ใช้ทำสลัดนี้ เช่นเดียวกับผัก จะใช้ในสภาพดอกไม้สด ไม่ลวกหรือทำให้สุกเสียก่อนนอกจากจะ สวยงามแล้ว ยังจะได้วิตามินและสารที่เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่อีกด้วย ดอกไม้ที่นิยมใช้ทำสลัด ได้แก่ แนสเตอร์เตี่ยม (nasturtium) ฮีสซอป (hyssop) เจอเรเนียม (geranium) เฟนเนล (fennel) กุหลาบ ดาวเรือง (คงจะต้องเลือกพันธุ์ เพราะบางพันธุ์เหม็นจะตายไป) ไดแอนทัส (dianthus) และรักเร่ เป็นต้น


Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Hyssopus_officinalis
http://www.ku.ac.th/e-magazine/january45/agri/flower.html






ฮิบรู Hebrews 9:19
พระคริสตเจ้าทรงหลั่งพระโลหิต รับรองพันธสัญญาใหม่

19 เมื่อโมเสสประกาศข้อกำหนดทุกข้อแห่งธรรมบัญญัติให้ประชากรรู้โดยทั่วกันแล้ว เขาผสมเลือดลูกโคและเลือดแพะกับน้ำ ใช้ขนแกะสีแดงและกิ่งไม้หุสบจุ่มเลือดที่ผสมน้ำนั้นประพรมหนังสือธรรมบัญญัติและประชาชน
19 and why, after Moses had promulgated all the commandments of the Law to the people, he took the calves' blood, the goats' blood and some water, and with these he sprinkled the book itself and all the people, using scarlet wool and hyssop;

เชิงอรรถ พระคริสตเจ้าทรงหลั่งพระโลหิต รับรองพันธสัญญาใหม่ ยาวว


กิ่งไม้หุสบมันถูกใช้ในการประพรม



และ ใน 1 พงค์กษัตริย์ Kings 4:33 กล่าวเปรียบเทียบถึง

สติปัญญาของซาโลมอนมาจากพระเจ้า

4:33 พระองค์ตรัสถึงต้นไม้ตั้งแต่ต้นสนสีดาร์ซึ่งอยู่ในเลบานอน จนถึงต้นหุสบซึ่งงอกออกมาจากกำแพง พระองค์ตรัสถึงสัตว์ป่าด้วย ทั้งบรรดานก สัตว์เลื้อยคลานและปลา


New Jerusalem Bible Thai-Eng คือ

1 พงค์กษัตริย์ Kings 5:13
กิตติศัพย์ของกษัตริย์ซาโลมอน

13 พระองค์ตรัสเรื่องต้นไม้ได้ตั้งแต่ต้นสนสีดาร์ในเลบานอนไปจนถึงต้นหุสบที่ขึ้นตามกำแพง พระองค์ตรัสเรื่องสัตว์ นก สัตว์เลื้อยคลานและปลาต่างๆได้
13 He could discourse on plants from the cedar in Lebanon to the hyssop growing on the wall; and he could discourse on animals and birds and reptiles and fish.

เชิงอรรถ ยาววว



ที่กล่าวถึงใน พงค์กษัตริย์นี้ คือต้นหุสบ เป็นสปีชีย์ของ พืชจำพวกมอส moss (Orthotricum saxatile; Pottia trunculata) คือการเปรียบเทียบความยิ่งใหญ่ของต้นสนสีดาร์


Orthotricum





Source:http://www.geog.ubc.ca/richmond/
city/bryophytesphotos.html

Pottia truncata - Pottiaceae






Source:http://www.kuleuven-kortrijk.be/
bioweb/?lang=fr&detail=651

หุสบ "hyssop" ระบุใน ยอร์น John 19:29
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

29 ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวเต็มวางอยู่ ทหารจึงใช้ฟองน้ำซับน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุสบ
29 A jar full of sour wine stood there; so, putting a sponge soaked in the wine on a hyssop stick, they held it up to his mouth.

เชิงอรรถ
ไม้หุสบเป็ฯไม้เลื้อย ชาวยิวใช้กิ่งของมันในการประพรม (ลนต 14:4 สดด 51:9) บางคนคิดว่าไม้นี้ไม่แข็งพอที่จะส่งฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวให้พระเยซูเจ้าได้ จึงแก้คำนี้เป็ฯ "หอก" (เทียบ มธ 27:48)


คือถูกเขียนอยู่ในคำว่า "reed ไม้อ้อ" ใน มัทธิว Matthew 27:48 และ มะระโก Mark 15:36


มัทธิว Matthew 27:48
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

48 ทันใดนั้นชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยว เสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย
48 and one of them quickly ran to get a sponge which he filled with vinegar and, putting it on a reed, gave it him to drink.

เชิงอรรถ องุ่นเปรี้ยว
เหล้าองุ่นเปรี้ยวเป็ฯเครื่องดื่มรสเปรี้ยวของทหารโรมัน การส่งเหล้าองุ่นเปรี้ยวให้พระเยซูเจ้าอาจแสดงว่าทหารผู้นั้นมีความสงสารพระเยซูเจ้า คำจาก สดด 69:21 เล่าถึงเหตุการณ์นี้

มะระโก Mark 15:36
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

36 ชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย กล่าวว่า "เราคอยดูซิว่า เอลียาห์จะมาปลดเขาลงหรือไม่"
36 Someone ran and soaked a sponge in vinegar and, putting it on a reed, gave it to him to drink saying, 'Wait! And see if Elijah will come to take him down.'


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:9:11:46 น.  

 
Hyssop หุสบ


( Septuagint hyssopos ).
Source:http://www.newadvent.org/
cathen/07612a.htm

เป็นพืขต้นไม้ซึ่งกล่าวถึงเล็กน้อยของข้อความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล และซึ่งไม่สามารถระบุให้แน่ใจได้ในปัจจุบันนี้

มันคือพืชต้นไม้ที่มีอยู่จริง ซึ่งตรวจสอบพิสูจน์ได้ ใน อพยพ Ex., xii, 22 เกี่ยวกับเรื่องของประกาศกโมเสสนั้นคือ เป็นสัญญาลักษณ์ของ

อพยพ Exodus 12:22
โมเสสสั่งประชาชนให้ฉลองปัสกา

22 จงเอากิ่งหุสบ จุ่มลงในชามเลือดของสัตว์นั้น พรมที่กรอบประตูด้านข้างและด้านบน อย่าให้ผู้ใดออกนอกบ้านจนกระทั้งเช้า
22 Then take a bunch of hyssop, dip it in the blood that is in the basin, and with the blood from the basin touch the lintel and both door-posts; then let none of you venture out of the house till morning.

เชิงอรรถ
ต้นหุสบเป็นพืชที่มีกลิ่นหอมที่ใช้ในพิธีชำระ (กดว 19:6 สดด 51:7 ฮบ 9:19) มีกิ่งตรง มีดอกสีฟ้า หรือชมพู


หุสบก็ขึ้นอยู่ในถิ่นทุรกันดารอีกด้วย และอนุมานได้จาก อพยพ Ex., xxiv, 8

อพยพ Exodus 24: 8
พิธีรับรองพันธสัญญา

8 โมเสสนำเลือด ในชามประพรมประชาการพูดว่า "นี้คือโลหิตแห่งพันธสัญญาที่พระยาห์เวห์ทรงกระทำกับท่าน ตามพระวาจาเหล่านี้ทั้งหมด"
8 Moses then took the blood and sprinkled it over the people, saying, 'This is the blood of the covenant which Yahweh has made with you, entailing all these stipulations.'

เชิงอรรถยาว
พิธีรับรองพันธสัญญา


โมเสสนำเลือด


อย่างสมบรูณ์แบบที่สุดใน ฮิบรู Heb., ix, 19

ฮิบรู Hebrews 9:19

พระคริสตเจ้าทรงหลั่งพระโลหิต รับรองพันธสัญญาใหม่

19 เมื่อโมเสสประกาศข้อกำหนดทุกข้อแห่งธรรมบัญญัติให้ประชากรรู้โดยทั่วกันแล้ว เขาผสมเลือดลูกโคและเลือดแพะกับน้ำ ใช้ขนแกะสีแดงและกิ่งไม้หุสบจุ่มเลือดที่ผสมน้ำนั้นประพรมหนังสือธรรมบัญญัติและประชาชน
19 and why, after Moses had promulgated all the commandments of the Law to the people, he took the calves' blood, the goats' blood and some water, and with these he sprinkled the book itself and all the people, using scarlet wool and hyssop;

เชิงอรรถ พระคริสตเจ้าทรงหลั่งพระโลหิต รับรองพันธสัญญาใหม่ ยาวว



การอ้างอิง ถึงhyssop ที่มีอยู่ใน ใน the Mosaic ritual(เดา “กฎหมายพระบัญญัติหรือกฎหมายโมเสส ใน พิธีกรรมทางศาสนา)นั้นคือ มันคือพืชทั่วไปที่เพาะปลูกในคาบสมุทธซีนาย และดินแดนคานาอัน และเป็นส่วนใหญ่ ถูกใช้ในหมู่ของชาวฮิบรู ดังเช่น


เลวินิติ Leviticus 14:4-6,

พิธีชำระมลทิลเมื่อหายจากโรคผิวหนังติดต่อได้

4 สมณะจะสั่งผู้รับพิธีชำระมลทินให้นำนกไม่มีมลทินสองตัว ไม้สนสีดาร์ ผ้าแดงเข้ม กิ่งหุสบ มาด้วย
6 สมณะจะนำนกอีกตัวหนึ่งที่ยังเป็ฯอยู่พร้อมกับไม้สนสีดาห์ ผ้าสีแดงเข้ม และกิ่งหุสบ มาจุ่มลงไปในน้ำที่ปนเลือดนกที่ถูกฆ่า
4 he will order the following to be brought for his purification: two live birds that are clean, some cedar wood, scarlet material and hyssop.
6 He will then take the live bird, the cedar wood, the scarlet material and the hyssop and dip all this (including the live bird) into the blood of the bird slaughtered over running water.

เชิงอรรถ พิธีชำระมลทิลเมื่อหายจากโรคผิวหนังติดต่อได้ ยาววว


เลวีนิติ Leviticus 14:49-51
เชื้อราตามบ้าน

49 สำหรับพิธีชำระบ้านให้พ้นมลทิน สมณะจะเอานกสองตัว ไม้สนสีดาร์ ผ้าสีแดงเข้ม และกิ่งหุสบ
50 เขาจะฆ่านกตัวหนึ่งเอาหม้อดินใส่น้ำจากลำธารรองรับเลือด
51 เขาจะเอาไม้สนสีดาร์ กิ่งหุสบ ผ้าสีแดงเข้มและนกที่ยังเป็นอยู่ จุ่มลงในน้ำที่ปนเลือดนกที่ถูกฆ่า ประพรมบ้านเจ็ดครั้ง
49 'As a sacrifice for the defilement of the house, he will take two birds, some cedar wood, scarlet material and hyssop.
50 He will slaughter one of the birds in an earthenware pot over running water.
51 He will then take the cedar wood, the hyssop, the scarlet material and the live bird, dip them into the blood of the slaughtered bird and into the running water and sprinkle the house seven times;

เชิงอรรถ สำหรับพิธีชำระบ้านให้พ้นมลทิน
"มลทิน"ของบ้านหมายถึงความบกพร่องทางศีลธรรม ถึงกระนั้นก็ยังเปรียบได้กับบาปของมนุษย์ซึ่งจะพ้นมลทินได้โดยถวายเครื่องบูชาขออภัยบาป พิธีการนี้คล้ายกับพิธีโบราณสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคผิวหนังร้ายแรง (ข้อ 4-7)


กันดารวิถี Numbers 19:8
เถ้าของโคตัวเมียสีแดง

8 ผู้ที่เผาโคตัวนั้นจะต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำชำระร่างกายด้วย และจะมีมลทินจนถึงเวลาเย็น

กันดารวิถี Numbers 19:6
เถ้าของโคตัวเมียสีแดง

6 สมณะจะนำไม้สนสีดาร์ กิ่งหุสบกับผ้าม่วงแดง โยนลงไปในกองไฟที่เผาโคตัวนั้น
6 The priest will then take some cedar wood, hyssop and scarlet material and throw them on the fire where the heifer is burning.

เชิงอรรถ เถ้าของโคตัวเมียสีแดง ยาววว



ด้วยเหตุนี้ หุสบ มันไม่ไช่สิ่งที่หน้าประหลาดใจที่ถูกพบอย่างมากมาย
และแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ของหุสบกับความหลากหลายของ การชำระทำให้บริสุทธิ์ ของ
the Old Law (Mosaic Legislationบัญญัติกฎหมายของโมเสส ในยุคแรกของดาวิด (เดาอะ)source:http://www.newadvent.org/cathen/10582c.htm )

the Old Law led the Psalmist (Ps. 1 [ Hebrew li] 9)
ที่เกียวกับการพรมด้วยหุสบ และเป็นสัญญาลักษณ์ของ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์

บทเพลงสดุดี Psalm 51:7



สำหรับหัวหน้านักขับร้อง เพลงสดุดีของกษัตริย์ดาวิด เมื่อประกาศกนาธันเข้าเฝ้า หลังจากที่ทรงทำบาปกับนางบัชเชบา

7 โปรดทรงชำระข้าพเจ้าด้วยกิ่งหุสบ แล้วข้าพเจ้าจะบริสุทธิ์
โปรดทรงล้างข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะขาวกว่าหิมะ
7 Purify me with hyssop till I am clean, wash me till I am whiter than snow.

เชิงอรรถ
ส่วนลึกจิตใจข้าพเจ้า
คำที่ใช้ในข้อนี้แสดงถึงส่วนลึกในจิตใจของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงเห็นและเปลี่ยนแปลงได้ (เทียบ สดด 7:9 16:7 33:15)


ในมุมมองหรือมิติของพระศาสนจักรคาทอลิก ที่มีพระสันตปาปาเป็นประมุข ในพิธีพรมน้ำมนต์โดยปรกติ ของการเริ่มต้นเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาการบูชาภาคพิธีมิสซา

มันไม่เป็ฯที่ประหลาดใจที่ถูกพบ ในความสัมพันธ์ของหุสบ กับความหลากหลายการชำระให้บริสุทธิ์ของกฏของโมเสสthe Mosaic กับข้อเสนอแนะของ นักประพันธ์หลายๆท่านที่วินิจฉัยว่า นั้นคือพืชต้นไม้ชนิด the Hyssopus officinalis หรือหุสบธรรมดาทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งนักประพันธ์ ได้แนะนำว่ามันมีสรรพคุณในการชำระล้าง ซึ่งมันไม่ใช่อย่างธรรมดาของพวกเขาในการมีความคิดจูงใจ ของผู้บัญญัติกฎหมายชาวยิว ที่เลือกหุสบอย่างเป็ฯพิเศษให้สอดคล้องสำหรับใน การชำระล้าง การทำให้บริสุทธิ์ ในอิสราเอล







the Hyssopus officinalis

อย่างไรก็ตามการแพร่หลายที่ยอมรับกันมาในอดีต เช่นเดียวกันกับการวินิจฉัยในปัจจุบัน อย่างทั่วไปที่ยอมรับสำหรับเหตุผล ท่ามกลางที่อื่นๆ the Hyssopus officinalis ปรากฎว่าเคยไม่เป็นที่รู้จักในหลักฐานทางโบราณคดีของซีเรีย และอียิปต์


ต้นไม้ซึ่งในปัจจุบันนี้ พิจารณาว่าและเป็นไปได้มากกว่า ต้นหุสบของ the Mosaic ritual(เดา “กฎหมายพระบัญญัติหรือกฎหมายโมเสส ใน พิธีกรรมทางศาสนา) คือ the Origanum maru .












the Origanum maru Syrian Oregano

Source:http://74.125.153.132/search?q=cache:sYA8ucC8PXkJ:
www.mountainvalleygrowers.com/
orimaru.htm+the+Origanum+maru&cd=
1&hl=th&ct=clnk&gl=th


เหมือนกับ the Hyssopus officinalis มันจัดอยู่ในประเภทตะกูล
the labiat? มันเป็ฯพืชที่มีกลิ่นหอมและมีสรรพคุณเป็นสิ่งที่ใช้ชำระล้าง และมันง่ายที่ทำเป็ฯจับทำเป็นช่อใช้ในการปะพรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อ้างถึงหุสบในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า

ในแต่เริ่มแรกมันคือ the Origanum มันไม่ใช่the Hyssopus officinalis ทั้งหมดนั้นจากประเด็ฯธรรมเนียมประเพณีโบราณ เมื่อกล่าวถึงหุสบในพระคัมภีร์ และในถิ่นที่อยู่ถัดไป ชื่อในหุสบภาษาอียิปต์ คือ supho อย่างชัดเจนมันมาจากแหล่งกำเนิดเดียวกับกับของ the Aramaic zufo และ ซึ่งมันมีความหมายเช่นเดียวกับภาษาฮิบรู โดยสรุป the Origanum maru มันเติบโตบนกำแพงของชานเรือนระเบียง โดยตลอด ในดินแดนปาเลสไตน์และซีเรียย

ที่ผ่านมาอ้างถึงในการสนับสนุนจากหลักฐานในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่า กับ the Origanum maru อย่างชัดเจนที่แตกต่างกันของหุสบในความสอดคล้องเหมาะสมกับ

และ ใน 1 พงค์กษัตริย์ Kings 4:33 กล่าวเปรียบเทียบถึง

สติปัญญาของซาโลมอนมาจากพระเจ้า

4:33 พระองค์ตรัสถึงต้นไม้ตั้งแต่ต้นสนสีดาร์ซึ่งอยู่ในเลบานอน จนถึงต้นหุสบซึ่งงอกออกมาจากกำแพง พระองค์ตรัสถึงสัตว์ป่าด้วย ทั้งบรรดานก สัตว์เลื้อยคลานและปลา


New Jerusalem Bible Thai-Eng คือ

1 พงค์กษัตริย์ Kings 5:13
กิตติศัพย์ของกษัตริย์ซาโลมอน

13 พระองค์ตรัสเรื่องต้นไม้ได้ตั้งแต่ต้นสนสีดาร์ในเลบานอนไปจนถึงต้นหุสบที่ขึ้นตามกำแพง พระองค์ตรัสเรื่องสัตว์ นก สัตว์เลื้อยคลานและปลาต่างๆได้
13 He could discourse on plants from the cedar in Lebanon to the hyssop growing on the wall; and he could discourse on animals and birds and reptiles and fish.

เชิงอรรถ ยาววว



ความยากที่สำคัญที่สุดในรูปแบบนี้ ในการวินิจฉัยงานเขียนของนักบุญยอร์น

John 19:29
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

29 ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวเต็มวางอยู่ ทหารจึงใช้ฟองน้ำซับน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุสบ
29 A jar full of sour wine stood there; so, putting a sponge soaked in the wine on a hyssop stick, they held it up to his mouth.

เชิงอรรถ
ไม้หุสบเป็ฯไม้เลื้อย ชาวยิวใช้กิ่งของมันในการประพรม (ลนต 14:4 สดด 51:9) บางคนคิดว่าไม้นี้ไม่แข็งพอที่จะส่งฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวให้พระเยซูเจ้าได้ จึงแก้คำนี้เป็ฯ "หอก" (เทียบ มธ 27:48)


สถานที่ซึ่งพระคริสตเจ้าทรงพระมหาทรมาน บ่อยครั้งที่มันถูกอนุมานว่าคือก้านของ the Origanum maru มีความคิดว่ามีข้อจำกัดอย่างเล็กน้อยที่อธิบายในข้อเขียน และพืชอีกชนิดที่แตกต่างกันกับความยาวของมันที่ยาวกว่า และก้านของมันทรงตัวแข็งแรง สำหรับในกรณีนี้ the caper-plant (capparis spinosa)คือหนึ่งในความหมายที่ให้โดย the Fourth Evangelist(ผู้เขียนพระคัมภีร์คริสตศาสนา ศัพย์เดาศัพย์อะ)








the caper-plant (capparis spinosa)

ข้อสมมุติฐานนี้ อย่างไรก็ตามมันดูเหมือนว่ามันไม่มีความจำเป็น สำหรับผู้วิจารณ์ผู้อธิบายหลายๆคน พวกเขาเข้าใจว่า บนที่ตั้ง ไม้กางเขน ของพระเยซูเจ้าทรงไม่สูงตะหง่านอย่างในสิ่งที่เข้าใจและยอมรับ โดยในทางตรงกันข้ามกับข้อวินิจฉัยหลักฐาน และผลสรุปนั้นคือ the Origanum maru ความยาวประมาณ 40-50 ซม และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ใกล้กับ Calvary เนินเขาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน (ตั้งอยู่ใกล้เมืองเยรูซาเล็ม),อีกอันหนึ่ง ในจำนวนสองซึ่งถูกใช้โดยลำพัง หรือใช้ด้วยกันนั้นคือ reed



(ดู cf. Matthew 26:29 ; Mark 15:36 )

มัทธิว Matthew 26:29
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

29 ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวเต็มวางอยู่ ทหารจึงใช้ฟองน้ำซับน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุสบ
29 A jar full of sour wine stood there; so, putting a sponge soaked in the wine on a hyssop stick, they held it up to his mouth.

เชิงอรรถ
ไม้หุสบเป็ฯไม้เลื้อย ชาวยิวใช้กิ่งของมันในการประพรม (ลนต 14:4 สดด 51:9) บางคนคิดว่าไม้นี้ไม่แข็งพอที่จะส่งฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวให้พระเยซูเจ้าได้ จึงแก้คำนี้เป็ฯ "หอก" (เทียบ มธ 27:48)


คือถูกเขียนอยู่ในคำว่า "reed ไม้อ้อ" ใน มัทธิว Matthew 27:48 และ มะระโก Mark 15:36


มัทธิว Matthew 27:48
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

48 ทันใดนั้นชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยว เสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย
48 and one of them quickly ran to get a sponge which he filled with vinegar and, putting it on a reed, gave it him to drink.

เชิงอรรถ องุ่นเปรี้ยว
เหล้าองุ่นเปรี้ยวเป็ฯเครื่องดื่มรสเปรี้ยวของทหารโรมัน การส่งเหล้าองุ่นเปรี้ยวให้พระเยซูเจ้าอาจแสดงว่าทหารผู้นั้นมีความสงสารพระเยซูเจ้า คำจาก สดด 69:21 เล่าถึงเหตุการณ์นี้

มะระโก Mark 15:36
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชมน์

36 ชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย กล่าวว่า "เราคอยดูซิว่า เอลียาห์จะมาปลดเขาลงหรือไม่"
36 Someone ran and soaked a sponge in vinegar and, putting it on a reed, gave it to him to drink saying, 'Wait! And see if Elijah will come to take him down.'

อย่างมากมาย ของต้นไม้อื่นๆ ไม่มากก็น้อยที่เกี่ยวดองเป็นพืชตะกูลเดียวกัน กับ the Origanum maru คือถือว่าเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน และความเป็นจริงกับบางสิ่งที่เป็ฯไปได้ อย่างไม่เฉพาะเจาะจง ของต้นหุสบ Hyssopถูกพูดถึงอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล



Source:http://www.catholic.org/
encyclopedia/view.php?id=6006

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:0:39:12 น.  

 
Ivy
ivy (ไอ'วี) n. ไม้เลื้อยจำพวก Hedera helix -pl. ivies



קיסוס החורש
קיסוסייםHedera helix L. Araliaceae

NamesEnglish: Ivy
German: Efeu
Hebrew with Vowels: קִיסוֹס הַחֹרֶשׁ

Source: Picture
The Hebrew University of Jerusalem
http://flora.huji.ac.il/browse.asp?action=specie&specie=HEDHEL&fileid=24165

ตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy ชื่อพฤกษศาสตร์ Hedera helix)

ตีนตุ๊กแกฝรั่งเป็นไม้เลื้อย เกาะอาศัยตามต้นไม้ใหญ่ ไม้ชนิดนี้ดูดสารเบนซีนได้ดีมาก (การทดลองของ Wolverton พบว่า ดูดสารเบนซีนได้ถึง 90%) อย่างไรก็ตามในประเทศตะวันตก ไม้ชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะในตะวันตกไม้นี้จะโตเร็วจนเป็นวัชพืช และประการที่สองคือ ใบและผลมีสารไกลโคไซด์ที่เป็นพิษซึ่งถ้ากินเข้าไปทำให้ท้องเสีย ถ่ายท้อง ตื่นเต้น กระสับกระส่าย หายใจไม่ออก เป็นไข้ จนอาจถึงโคม่า และเนื่องจากยังมีไม้ต้นอื่น ๆที่ดูดสารเบนซีนได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องใช้ต้นไม้นี้ก็ได้ และในบ้านเราไม้ต้นนี้ยังเป็นไม้นำเข้าและมีราคาแพง

Source:http://www.vcharkarn.com/
varticle/38376




(โยนาห์ Jonah 4:6-10; ดู Gourd) ชื่อวิทยาศาสตร์ the Hedera helix, (2มัคคาบี Maccabees 6:7),ซึ่งมันเติบโตในป่าของดินแดนปาเลสไตน์






โยนาห์ Jonah 4:6-10

Compare Versions

English (Douay-Rheims)


6 And the Lord God prepared an ivy, and it came up over the head of Jonas, to be a shadow over his head, and to cover him (for he was fatigued): and Jonas was exceeding glad of the ivy. The Lord God prepared an ivy... Hederam. In the Hebrew it is Kikajon, which some render a gourd: others a palmerist, or palma Christi.
7 But God prepared a worm, when the morning arose on the following day: and it struck the ivy and it withered.
8 And when the sun was risen, the Lord commanded a hot and burning wind: and the sun beat upon the head of Jonas, and he broiled with the heat: and he desired for his soul that he might die, and said: It is better for me to die than to live.
9 And the Lord said to Jonas: Dost thou think thou hast reason to be angry, for the ivy? And he said: I am angry with reason even unto death.
10 And the Lord said: Thou art grieved for the ivy, for which thou hast not laboured, nor made it to grow, which in one night came up, and in one night perished.

Source:http://www.newadvent.org/bible/
jon004.htm#vrs6






New American Standard Bible (?1995)

6 So the LORD God appointed a plant and it grew up over Jonah to be a shade over his head to deliver him from his discomfort. And Jonah was extremely happy about the plant.
7 But God appointed a worm when dawn came the next day and it attacked the plant and it withered.
8 When the sun came up God appointed a scorching east wind, and the sun beat down on Jonah's head so that he became faint and begged with all his soul to die, saying, "Death is better to me than life."
9 Then God said to Jonah, "Do you have good reason to be angry about the plant?" And he said, "I have good reason to be angry, even to death."
10 Then the LORD said, "You had compassion on the plant for which you did not work and which you did not cause to grow, which came up overnight and perished overnight.

โยนาห์ Jonah 4:6-10; ดู Gourd

King James Bible

6 And the LORD God prepared a gourd, and made it to come up over Jonah, that it might be a shadow over his head, to deliver him from his grief. So Jonah was exceeding glad of the gourd.
7 But God prepared a worm when the morning rose the next day, and it smote the gourd that it withered.
8 And it came to pass, when the sun did arise, that God prepared a vehement east wind; and the sun beat upon the head of Jonah, that he fainted, and wished in himself to die, and said, It is better for me to die than to live.
9 And God said to Jonah, Doest thou well to be angry for the gourd? And he said, I do well to be angry, even unto death.
10 Then said the LORD, Thou hast had pity on the gourd, for the which thou hast not laboured, neither madest it grow; which came up in a night, and perished in a night:

Source:http://scripturetext.com/
jonah/4-6.htm




The plant in its natural habitat.
Location: Upper Galillee, Near Beit-Djan
Date Picture Taken: 10/04/2008 11:05
Leora KerretPictures

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
Source:www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

โยนาห์ Jonah 4:6-10

พระเจ้าทรงสอนและว่ากล่าวโยนาห์


4:6 และพระยาเวห์พระเจ้าทรงกำหนดให้ ต้นละหุ่ง ต้นหนึ่งงอกขึ้นมาเหนือโยนาห์ ให้เป็นที่กำบังศีรษะของท่าน เพื่อให้บรรเทาความร้อนรุ่มกลุ้มใจในเรื่องนี้ เพราะเหตุต้นละหุ่งต้นนี้โยนาห์จึงมีความยินดียิ่งนัก
4:7 แต่ในเวลาเช้าวันรุ่งขึ้น พระเจ้าทรงกำหนดให้หนอนตัวหนึ่งมากัดกิน ต้นละหุ่ง ต้นนั้นจนมันเหี่ยวไป
4:8 ต่อมาเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว พระเจ้าทรงกำหนดให้ลมตะวันออกที่ร้อนผากพัดมา และแสงแดดก็แผดลงบนศีรษะของโยนาห์จนท่านอ่อนเพลียไป และท่านนึกปรารถนาในใจที่จะตายเสีย จึงทูลขอว่า "ให้ข้าพระองค์ตายเสียก็ดีกว่าอยู่"
4:9 แต่พระเจ้าตรัสกับโยนาห์ว่า "ที่เจ้าโกรธเพราะ ต้นละหุ่ง นั้นดีอยู่แล้วหรือ" ท่านทูลว่า "ที่ข้าพระองค์โกรธถึงอยากตายนี้ดีแล้ว พระเจ้าข้า"
4:10 และพระเยโฮวาห์ตรัสว่า "เจ้าสงสาร ต้นละหุ่ง นั้น ซึ่งเจ้ามิได้ลงแรงปลูก หรือมิได้กระทำให้มันเจริญ มันงอกเจริญขึ้นในคืนเดียว แล้วก็ตายไปในคืนเดียวดุจกัน

New Jerusalem Bible



ต้นละหุ่ง : the castor-oil plant,ชื่อวิทยาศาสตร์ Ricinus communis


6 Yahweh God then ordained that a castor-oil plant should grow up over Jonah to give shade for his head and soothe his ill-humour; Jonah was delighted with the castor-oil plant.
7 But at dawn the next day, God ordained that a worm should attack the castor-oil plant -- and it withered.
8 Next, when the sun rose, God ordained that there should be a scorching east wind; the sun beat down so hard on Jonah's head that he was overcome and begged for death, saying, 'I might as well be dead as go on living.'
9 God said to Jonah, 'Are you right to be angry about the castor-oil plant?' He replied, 'I have every right to be angry, mortally angry!'
10 Yahweh replied, 'You are concerned for the castor-oil plant which has not cost you any effort and which you did not grow, which came up in a night and has perished in a night.


2 มัคคาบี Maccabees 6:7
ชาวยิวถูกบังคับให้ร่วมศาสนพิธีของชาวกรีก

7 ในวันฉลองคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาทุกเดือน ทุกคนถูกบังคับให้กินเนื้อจากเครื่องบูชา และเมื่อถึงวันฉลองเทพดีโอนีซัส ทุกคนต้องสวมมงกุฎใบไอวี่ร่วมเดินขบวนแห่เป็ฯเกียรติแด่เทพดิโอนีซัสด้วย
7 People were driven by harsh compulsion to take part in the monthly ritual meal commemorating the king's birthday; and when a feast of Dionysus occurred, they were forced to wear ivy wreaths and walk in the Dionysiac procession.


IVY ของ ฉบับ [ISBE]

IVY - i'-vi (kissos):ระบุเพียงแค่ ใน 2 มัคคาบี Macc 6:7ในเรื่องเกี่ยวกับชาวยิวถูกบังคับให้ร่วมพิธีศาสนาของข้อเขียนทั้งหมด โดย King Antiochus Epiphanes กษัตริย์ อันทิโอคัส เอปีฟาเนส

กษัตริย์ อันทิโอคัส ดู IV การเบียดเบียนในรัชสมัย พระเจ้า อันทิโอคัส เอปีฟาเนส
ดู 2 มัคคาบี Macc 4-7:42


ซึ่งมีสมญานามว่า "เอปีฟาเนส Epiphanes "(2 ,มัคคาบี Macc 4:7) เชิงอรรถ:"เอปีฟาเนส" คือกษัตริย์อันทิโอคัสที่ 4 (175-164 ก.ค.ส.) พระอนุชาของกษัตริย์เซเลวคัสที่ 4

เชิงอรรถของ 2 ,มัคคาบี Macc 5:1 พระเจ้า อันทิโอคัส เอปีฟาเนส



2 มัคคาบี Maccabees 6:7
ชาวยิวถูกบังคับให้ร่วมศาสนพิธีของชาวกรีก

7 ในวันฉลองคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาทุกเดือน ทุกคนถูกบังคับให้กินเนื้อจากเครื่องบูชา และเมื่อถึงวันฉลองเทพดีโอนีซัส ทุกคนต้องสวมมงกุฎใบไอวี่ร่วมเดินขบวนแห่เป็ฯเกียรติแด่เทพดิโอนีซัสด้วย
7 People were driven by harsh compulsion to take part in the monthly ritual meal commemorating the king's birthday; and when a feast of Dionysus occurred, they were forced to wear ivy wreaths and walk in the Dionysiac procession.

มันคือไม้เลื้อยจำพวก ivy ( Hedera helix)หรือใบสน นั้นคือ มงกุฎใบไม้ที่ร่วงโรยที่เสื่อมสลายลงได้ ของ the famous Isthmian games ที่ทำมันขึ้นมา

Isthmian games คือ หนึ่งของสี่เทศกาลประจำชาติสำคัญของประเทศกรีซ เฉลิมฉลองของชาวโครินทธ์ ในฤดูใบไม้ผลิ ของทุกๆปี กีฬาประกอบไปด้วย มวยปล้ำ ชกมวย เดินแข่งขัน และ แข่งรถม้าสองล้อ และมีการแข่งขันด้านดนตรี และการประพันธ์บทกวีอีกด้วย

1 โครินทธ์ Cor 9:25
แบบอย่างนักบุญเปาโล

25 นักกีฬาทุกคนที่แข่งขันย่อมบังคับตนเองอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้รับมงกุฎใบไม้ที่ร่วงโรยได้ แต่เราทำเช่นนี้เพื่อจะได้รับมงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรย
25 Every athlete concentrates completely on training, and this is to win a wreath that will wither, whereas ours will never wither.

เชิงอรรถ แบบอย่างนักบุญเปาโล
เปาโลได้ชี้ให้เห็ฯแล้ว่า แม้คริสตชนจะมีอิสรภาพที่จะกินหรือไม่กินเนื้อที่ถวายแด่รูปเคารพแล้วก็ได้ แต่เขาควรใช้ความรักมาช่วยตัดสินว่าจะกินหรือไม่ ในบทนี้เปาโลจึงบรรยายค่อนข้างยืดยาวเกี่ยวกับตนเองว่า ได้สละสิทธิพิเศษในฐานะอัครสาวกเพราะเห็นแก่ผู้อื่น

J. Hutchison

Source:http://net.bible.org/
dictionary.php?word=Ivy
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 18 สิงหาคม 2552 เวลา:20:55:50 น.  

 
Lens culinaris Medik.
Ervum Lens L. / Lens caulinaris Medic / Lens esculata / Lens esculenta Moench.



Source:http://www.liberherbarum.com/
pn0798.HTM


Lentils,ภาษาฮิบรู ’adashim (ปฐมกาล Genesis 25:34; 2 ซามูเอล Samuel 17:28; เอเซเคียล Ezekiel 4:9),มันคือ Arabic adas, Ervum lens, หรือ Lens esculenta, Moench.,และมันมีความสำคัญในด้านโภชนาการ


Lens Mill. (lentil)



Lens culinaris Medik.
Armenia: cult.
Refer:"Flora of Armenia",v.4
Synonyms: Lentil esculenta Moench
Red Data Book: No

Source:http://www.cac-biodiversity.org/plants/plants_lens1.htm




Lenticchia - Lens esculenta Moench.
Atlante delle coltivazioni erbacee - Leguminose da granella
Origine e diffusione
Source:http://www.anticasosta.com/
I%20nostri%20prodotti/Lenticchia.htm




ปฐมกาล Genesis 25:34
เอซาวสละสิทธิบุตรคนแรกให้ยาโคบ

34 ยาโคบจึงให้ขนมปังและแกงถั่วเอซาว เอซาวกิน ดื่ม แล้วก็ลุกออกไป ไม่สนใจสิทธิบุตรคนแรกของตนเลย
34 Then Jacob gave him some bread and lentil stew; he ate, drank, got up and went away. That was all Esau cared about his birthright.


2 ซามูเอล Samuel 17:28
อับซาโลมข้ามแม่น้ำจอร์แดน กษัตริย์ดาวิดที่เมืองมาหะนาอิม

28 นำเครื่องนอน ถ้วยชาม หม้อดิน ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ แป้งสาลี ข้าวคั่ว ถั่วแดง ถั่วเหลือง
28 brought bedding, rugs, bowls and crockery; and wheat, barley, meal, roasted grain, beans, lentils,
เชิงอรรถ
"เครื่องนอน"ตามต้นฉบับ Gk ต้นฉบับ Hebr. มีคำว่า "เตียง" ส่วนคำว่า"ผ้า" เป็นการแปลตามต้นฉบับ Gk ไม่มีพูดถึงในต้นฉบับ Hebr.

ถั่วเหลือง :ต้นฉบับตอนนี้ไม่แน่นอน


เอเซเคียล ezekiel4:9
หมายสำคัญแห่งการล้อมนครเยรูซาเล็มไว้

4:9 เจ้าจงเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วยาง และถั่วแดง ข้าวฟ่าง และเทียนแดง มาใส่ในภาชนะลูกเดียวใช้ทำเป็นขนมปังให้เจ้า ระหว่างที่เจ้านอนตะแคงตามกำหนดวันสามร้อยเก้าสิบวันนั้น เจ้าจะรับประทานอาหารนี้
9 And if the prophet is seduced into saying something, I, Yahweh, shall have seduced that prophet; I shall point my finger at him and rid my people Israel of him.

Source:http://net.bible.org/
dictionary.php?word=Ivy
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:15:29:30 น.  

 
Lily.

(1)ภาษาฮิบรู shushan Arab. susan คือชื่อประยุกทั่วไปอย่างแพร่หลายไม่เพียงแค่ พืชวงค์ Liliaceæ

lily family

วงศ์ ลิลิเอซี LILIACEAE


วงศ์ Liliaceae (ลำดับ Liliales)
ซึ่งเป็นไม้ล้มลุกและไม้พุ่มมีดอก ประมาณ 4,000 ชนิด ใน 280 สกุล


แต่ของ iris family วงศ์ไอริส

วงศ์ Iridaceae

ประกอบด้วยไม้ล้มลุกหลายปีราว 1,700 ชนิด เช่นเดียวกับไม้พุ่มเล็กจำนวนน้อย ในราว 80 สกุล


Source:http://www.concise.thai.britannica.com/
article/article.php?page=2&article=l&category=8


พืชในวงศ์ Amaryllidaceae วงศ์พลับพลึง

ส่วนใหญ่ เป็นพืชที่เป็นไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก มีลักษณะเด่น คือ อวบน้ำ มีดอกคล้าย ดอกลิลลี่ แต่แตกต่างจากพืชวงศ์ Liliaceae คือจะมีรังไข่อยู่ใต้ดอก ตัวอย่างพืช ในวงศ์ Amaryllidaceae ที่มีใน สวนอัญมณี ได้แก่ อากาเว่ เป็นต้น และแน่นอนที่สุด พืชดังกล่าวมีลักษณะ เป็นพืชด่างที่หายาก ไม่สามารถ พบเห็นได้ทั่วไป

Source:http://sthanes.50megs.com/
f-amar.htm

และอื่นๆๆ ได้แก่

พืชสกุล Lilium candidum คือถูกเพาะปลูกในทุกๆที่








Madonna Lily (Lilium candidum)
Madonna Lily มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่แถบภาคตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป เรื่อยไปจนถึงริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน


Koch, G. septum, Gawl, G. atroviolaceus, Boiss.,
คือ พืชท้องถิ่น ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์




ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gladiolus hybrida
วงศ์ : Iridaceae
ชื่อสามัญ : Gladiolus
ชื่ออื่น ๆ : แกลดดิโอลัส , sword lilly, ซ่อนกลิ่นฝรั่ง






ข้อมูลทั่วไปและประวัติ
แกลดดิโอลัสมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาใต้ คนไทยรู้จักมานานกว่า 20 ปีแล้ว แหล่งปลูกใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียวงใหม่และเชียวราย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
แกลดิโอลัสเป็นพืชหลายฤดู มีหัวเป็นลำต้นสะสมอาหารพองอยู่ใต้ดิน หัวนี้มีใบแห้งติดอยู่ 4-5 ใบ โคนใบมีตาอยู่ด้วย เมื่อเติบโตขึ้นจะมีใบ 6-7 ใบ และแทงช่อดอกโผล่ขึ้นมาที่ส่วนยอด โดยที่ดอกล่างสุดของช่อจะบานก่อน แล้วค่อย ๆ ทยอยบานไล่จากล่างสุดขึ้นมา ดอกมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์

การขยายพันธุ์
-การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
-เพาะเมล็ดหัวย่อย (cormel)
-เพาะเมล็ดหัวใหญ่ (corm) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมที่สุด

พันธุ์ที่ใช้ปลูก
พันธุ์ดอกสีแดง ได้แก่ Oscar, San Soul, Red Beauty
พันธุ์ดอกสีเหลืองได้แก่ Junior Prom
พันธุ์ดอกสีส้ม ได้แก่ Orange Gold
พันธุ์ดอกสีขาว ได้แก่ Snow Princess
พันธุ์ดอกสีม่วง ได้แก่ Bovery Ann, Big Time

การปลูกและการดูแลรักษา
-แกลดดิโอลัสต้องการแสงแดดจัด และอุณหภูมิกลางคืนต่ำ หลายจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เหมาะอย่างยิ่งที่จะปลูกแกลดดิโอลัส
-เนื่องจากแกลดดิโอลัสเป็นพืชประเภทหัว จึงควรจัดหาดินร่วนหรือดินปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุมาก ๆ ระบายน้ำได้ดี และกักเก็บความชุ่มชื้นดีด้วย
-การปลูกควรปลูกลึกประมาณ 3-6 นิ้ว
-นำหัวมาปลูกโดยวางไว้ที่ก้นหลุม ก่อนปลูกอาจจะแกะเอาเปลือก หุ้มหัวออกบ้าง ไม่จำเป็นต้องกลบดินทั้งนี้ เพราะเวลารดน้ำ ดินข้าง ๆ จะร่วงหล่นไปทีละเล็กละน้อย ถ้ากลบดินทันทีจนเต็มร่อง จะเกิดปัญหา หลายประการ เช่น หัวอาจจะเน่าได้ และ การงอกต้น

Source:http://us.geocities.com/flowerthai/
flower/content/f11.htm

Iris sari, Schott, I. palestina, Baker, I. lorteti, Barb., I. helen?,คือพืชที่เกิดตามทุ่งเลี้ยงสัตว์และตามหนองน้ำอย่างมากมาย
[เป็น]นอกจากนั้นมากมาย(อยู่)ในทุ่งเลี้ยงสัตว์และใช่ไหม ที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นหนองน้ำ

Iris sari



Familia: Iridaceae
Subfamilia: Iridoideae
Tribus: Irideae
Genus: Iris
Subgenus: I. subg. Iris
Sectio: I. sect. Oncocyclus
Species: Iris sari


Schott





Scientific Name: Agave schottii
Common Name: Schott's Century Plant, Schott's Agave, Shindagger
Flower Color: Yellow
Plant Type: Subshrub, Shrub, Herb, Perennial
Height: To 16 inches (41 cm) tall, flower spike to 9 feet (2.7 m) tall
Date Observed: May 29, 2004
Notes: The 6-segmented flowers are 1 inch (2.5 cm) wide, 2.5 inches (6.4 cm) long, and on tall flower spikes. The linear, spine-tipped, green leaves are in a basal rosette and have curling fibers at the margins.

Source:http://www.fireflyforest.com/
flowers/yellows/yellow60.html


(2) The "lilies of the field ทุ่งดอกลิลลี่"ที่ขึ้นอย่างมากมาย









glory lily ดองดึง หรือบางที่เรียกว่า ดอกก้ามปูนา มีชื่อวิยาศาสตร์ว่า Gloriosa superba (ชื่อวิทยาศาตร์ต้องเขียนด้วยตัวเอียงหรือขีดเส้นใต้เท่านั้น) ไม่จำเป็นที่จะ อนุมานอย่างโดยไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็ฯดอกไม้ป่าในดินแดนปาเลสไตน์ ที่ให้นั้นคือความหมาย

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 30 สิงหาคม 2552 เวลา:13:33:38 น.  

 
ประเด็นของ Lily และ water-lilies (ชื่อไทย บัวผัน บัวเผื่อน ) หรือ Lotus

ลองดู Lily ในความหมายของฉบับ [EBD]


ชื่อในภาษาฮิบรูคือ shushan หรือ shoshan, i.e., ความหมายคือ "whiteness ความขาว ",

คือถูกใช้เป็นชื่อสามัญทั่วไปของต้นไม้มากมายในซีเรียที่ใช้เรียกชื่อ ได้แก่ the tulip ทิวลิป , iris ไอริส , anemone ดอกบัวเงิน,(ดอกไม้ทะเล) , gladiolus (ต้นแกลดิโอลัส ลำต้นสูงและมีใบยาว), ranunculus รานันคุลัส , etc. บางส่วนที่ตีความกับมัน


กับความหน้าจะเป็นไปได้ และความหมายตรง (ทางภาษาศาสตร์) ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่าคือ the water-lily (ดู Bible ฉบับ KJV,New American Standard Bible,Douay-Rheims Bible) บัวผัน บัวเผื่อน (Nymphoea lotus of Linn.) หรือ Lotus บัว


บทเพลงโซโลมอน The Song of Songs
Cant. 2:1, 2; 2:16; 4:5; 5:13; 6:2, 3; 7:2

บทเพลงโซโลมอน The Song of Songs 2:1-2


1 ดิฉันเป็นเหมือนดอกไม้ในที่ราบซาโรน
เป็นเหมือนดอกลิลลี่ในหุบเขา

2 ดอกลิล่ลี่ที่อยู่ในกอหนามฉันใด
ที่รักของฉันก็โดดเด่นในหมู่หญิงสาวฉันนั้น
1 -I am the rose of Sharon, the lily of the valleys.
2 -As a lily among the thistles, so is my beloved among girls.

เชิงอรรถ


บทเพลงโซโลมอน The Song of Songs 2:16

16 ทีรักของดิฉันเป็ฯของดิฉัน และดิฉันเป็นของเขา
เขากำลังเลี้ยงฝูงสัตว์อยู่ในหมู่ต้นลิลลี่
16 My love is mine and I am his. He pastures his flock among the lilies.

เชิงอรรถ


บทเพลงโซโลมอน The Song of Songs 4:5

5 ถันของเธอเหมือนลูกกวางสองตัว
เหมือนลูกละมั่งฝาแฝด
ที่กำลังหากินในหมู่กอลิลลี่
5 Your two breasts are two fawns, twins of a gazelle, that feed among the lilies.

บทเพลงโซโลมอน The Song of Songs 5:13

13 แก้มของเขาเป็นเหมือนแปลงปลูกสมุนไพร
ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
ริมฝีปากของเขาเป็นเหมือนดอกลิลลี่
หยาดมดยอบ
13 His cheeks are beds of spices, banks sweetly scented. His lips are lilies, distilling pure myrrh.

เชิงอรรถ
แก้ม -ซึ่งมีเครา(เหมือนแปลงปลูกผัก) ที่ชะโลมน้ำมันหอม ดู สดด 133:2

บทเพลงโซโลมอน The Song of Songs 6:2-3

2 ที่รักของดิฉันลงไปในสวนของเขา
ไปที่แปลงปลูกสมุนไพร
เพื่อไปเลี้ยงฝูงสัตว์ในสวน
และเก็บดอกลิลลี่

3 ดิฉันเป็นของที่รักของดิฉัน
และที่รักของดิฉันเป็นของดิฉัน
เขากำลังเลี้ยงฝูงสัตว์ในหมู่กอลิลลี่
2 BELOVED: My love went down to his garden, to the beds of spices, to pasture his flock on the grass and gather lilies.
3 I belong to my love, and my love to me. He pastures his flock among the lilies.

บทเพลงโซโลมอน The Song of Songs 7:3
7 สะดือของเธอเป็นเหมือนถ้วยกลม
ที่ไม่เคยขาดเหล้าองุ่นผสมเครื่องหอม
ท้องของเธอเป็นเหมือนกองข้าวสาลี
ที่มีดอกลิลลี่ล้อมอยู่โดยรอบ
3 Your navel is a bowl well rounded with no lack of wine, your belly a heap of wheat surrounded with lilies.

1 พงค์กษัตริย์ Kings 7:19, 22, 26; 2 พงศวดาร Chr. 4:5

1 พงค์กษัตริย์ Kings 7:19,22,26
เสาทองสัมฤทธิ์

19 หัวเสาที่วางบนยอดเสามีรูปเหมือนดอกลิลลี่ สูงสองเมตร
22 แล้วงานก่อสร้างเสาก็สำเร็จ
19 The capitals surrounding the pillars were lily-shaped.
22 Thus, the work on the pillars was completed.

เชิงอรรถ
22 ต้นฉบับภาษาฮิบรูซ้ำข้อความในข้อ 19 ว่า "บนหัวเสามีรูปดอกลิลลี่"

อ่างทองสัมฤทธิ์
26 อ่างมีความหนาหนึ่งฝ่ามือ คล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทรงดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณแปดหมื่นลิตร
26 It was a hand's breadth in thickness, and its rim was shaped like the rim of a cup, lily-shaped. It could hold two thousand measures.

2 พงศวดาร Chr. 4:5
กษัตริย์ซาโลมอนทรงสร้างพระวิหาร

5 หนาหนึ่งฝ่ามือคล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทรงดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นลิตร
5 It was a hand's breadth in thickness, and its rim was shaped like the rim of a cup-lily-shaped. It could hold three thousand bat.

กับข้อถกเถียงอย่างรุนแรง เกี่ยวกับ คำนั้น the word ที่ปรากฎในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่าทั้งคู่ นั้นคือหมายถึง ต้น liliaceous plants ทีเพาะปลูกกันโดยทั่วไป หรือ ถ้าหนึ่งในนั้น genus(ตะกูลพืช) ได้ถูกเลือก นั้นคือ ต้องเป็นพืชตะกูล the genus Iris ซึ่งมันคือ เกิดขึ้นอย่างมากมาย,เจริญเติบโตได้ดี และงดงาม ในรูปแบบของความคิด และความสวยงามในรูปแบบของการปรากฎสีสัน


The lilies (Gr. krinia)ที่ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่
มัทธิว Matt. 6:28;ลูกา Luke 12:27

มัทธิว Matt. 6:28

Compare Versions

New American Standard Bible (?1995)

"And why are you worried about clothing? Observe how the lilies of the field grow; they do not toil nor do they spin,

King James Bible
And why take ye thought for raiment? Consider the lilies of the field, how they grow; they toil not, neither do they spin:

Douay-Rheims Bible
And for raiment why are you solicitous? Consider the lilies of the field, how they grow: they labour not, neither do they spin.

Source:http://scripturetext.com/
matthew/6-28.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
www.catholic.org/bible

ความวางใจในพระเจ้า
28 ท่านจะกังวลถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม จงพิจารณาดอกไม้ในทุ่งนาเถิด มันเจริญงอกงามขึ้นได้อย่างไร มันไม่ทำงาน มันไม่ปั่นด้าย
28 And why worry about clothing? Think of the flowers growing in the fields; they never have to work or spin;

ลูกา Luke 12:27

Compare Versions

New American Standard Bible (?1995)

"Consider the lilies, how they grow: they neither toil nor spin; but I tell you, not even Solomon in all his glory clothed himself like one of these.

King James Bible
Consider the lilies how they grow: they toil not, they spin not; and yet I say unto you, that Solomon in all his glory was not arrayed like one of these.

Douay-Rheims Bible
Consider the lilies, how they grow: they labour not, neither do they spin. But I say to you, not even Solomon in all his glory was clothed like one of these.

Source:http://scripturetext.com/
luke/12-27.htm

คาทอลิกใช้New Jerusalem Bible Thai-Eng
www.catholic.org/bible

ความวางใจในพระเจ้า
27 จงสังเกตดูดอกไม้ในทุ่งนาเถิด ดอกไม้ปั่นด้ายหรือทอผ้า แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่ากษัตริย์ซาโลมอนเมื่อทรงเครื่องอย่างหรูหราก็ยังไม่งดงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง
27 Think how the flowers grow; they never have to spin or weave; yet, I assure you, not even Solomon in all his royal robes was clothed like one of them.

เชิงอรรถ
สำเนาโบราณบางฉบับว่า "ดอกไม้ไม่ทำงานหรือปั่นด้าย"(เทียบ ,มธ ุ6:28)

the scarlet martagon (Lilium Chalcedonicum) หรือ "red Turk's-cap lily"






อย่างน่าเป็นไปได้ คือต้น the scarlet martagon (Lilium Chalcedonicum) หรือ "red Turk's-cap lily" ซึ่งเป็นดอกไม้ตามฤดูกาลของทุกปีที่เกิดขึ้น เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเทศนาบนภูเขา นั้นคือข้อสมมุติฐาน ที่พระองค์เคยมาแสดงธรรมที่นี้

มันเกิดขึ้นอย่างมากมายในบริเวณกาลิลี และมันเป็นดอกที่บางสีม่วง ที่เห็นอย่างเด่นชัด ดูแล้วมีความน่าประทับใจ ซึ่งธรรมชาติได้ดูแลอย่างเอาใจใส่ (Balfour's Plants of the Bible).


ของความเป็นจริง "floral glories of Palestine"
the pheasant's eye (Adonis Palestina), the ranunuculus (R. Asiaticus), และ the anemone (A coronaria), คือชื่อสุดท้าย อย่างไรก็ตาม กับความน่าจะเป็นไปได้ เกี่ยวกับ "lily of the field ทุ่งดอกลิลลี่ " ซึ่งที่พระเยซูเจ้าของเรากล่าวถึง


the pheasant's eye (Adonis Palestina)




the



the anemone (A coronaria)
Anemone coronaria, Crown Anemone, כלנית מצויה
Flowers seen in: Tel Baruch Samaritan Burial Site (North Tel-Aviv)






Source:http://www.flowersinisrael.com/
Anemonecoronaria_page.htm

"Certainly อย่างไม่ต้องสงสัย ,"Tristram กล่าวไว้ใน (Nat. Hist. of the Bible),
ถ้าในความอัศจรรย์ ของการออกดอกอันเป็ฯที่ชื่นชมซึ่งหมายถึงลักษณะพิเศษของดินแดนอิสราเอล ในฤดูใบไม้ผลิ ในจำนวนหนึ่งของต้นไม้ที่อ้างอิงถึง ในความที่เหนือกว่า มันคือพืชจำพวก (anemone) มันคือสุดยอดแห่งความธรรมดาของดอกไม้สำหรับพระเยซูเจ้าของเรา การให้ตัวอย่าง ประกอบ ขณะกำลังเดินไปในทุ่งหญ้าหรือนั่งบนเนินเขา


"The white water-lily (Nymphcea alba) และ the yellow water-lily (Nuphar lutea) ทั้งสองชนิดคือถูกขึ้นอย่างมากมายในบึงทางตอนเหนือของจอร์แดน แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับ lily ของในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล


Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:15:02:59 น.  

 
ประเด็นของ Lily และ water-lilies (ชื่อไทย บัวผัน บัวเผื่อน ) หรือ Lotus... ต่อ

ลองดูของ LILY ฉบับ [ISBE]



LILY - lil'-i ความหมาย

shushan
1 พงค์กษัตริย์ Ki 7:19

shoshannah
2พงศวดาร Ch 4:5; บทเพลงโซโลมอน Song 2:1 f; โฮเชยา Hos 14:5

plural
บทเพลงโซโลมอน Song 2:16;4:5; 5:13; 6:2 f; 7:2; บุตรสิรา Ecclesiasticus 39:14; 50:8

krinon
มัทธิว Mt 6:28; ลูกา Lk 12:27


ในภาษาฮิบรู คือเป็นไปได้มากที่ขอยืมคำมาจาก ชาวอียิปต์ กับคำต้นฉบับโดยดั้งเดิม
s-sh-n ความหมายตรง (ทางภาษาศาสตร์) คือ the lotus-flower, Nymphaea lotus(ดอกบัว)

อย่างหน้าจะเป็ฯไปได้นี้ คือลวดลายแบบโครงสร้างที่ประดับประดาของสถาปัตยกรรม ที่ถูกแปลถอดความว่า "lily-work,"


หัวเสาที่วางบนยอดเสามีรูปเหมือนดอกลิลลี่ (1 พงค์กษัตริย์ Ki 7:19)

แล้วงานก่อสร้างเสาก็สำเร็จ(1พงค์กษัตริย์ Ki 7:22)

อ่างมีความหนาหนึ่งฝ่ามือ คล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทรงดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณแปดหมื่นลิตร(1 พงค์กษัตริย์ Ki 7:26).

Compare Versions
หัวเสาที่วางบนยอดเสามีรูปเหมือนดอกลิลลี่ (1 พงค์กษัตริย์ Ki 7:19)

New American Standard Bible (?1995)

The capitals which were on the top of the pillars in the porch were of lily design, four cubits.

King James Bible
And the chapiters that were upon the top of the pillars were of lily work in the porch, four cubits.

Douay-Rheims Bible
And the chapiters that were upon the top of the pillars, were of lily work in the porch, of four cubits.

คาทอลิกใช้ คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
www.catholic.org/bible

1 พงค์กษัตริย์ Kings 7:19,
เสาทองสัมฤทธิ์

19 หัวเสาที่วางบนยอดเสามีรูปเหมือนดอกลิลลี่ สูงสองเมตร
19 The capitals surrounding the pillars were lily-shaped.

Source:http://scripturetext.com/
1_kings/7-19.htm


Compare Versions

แล้วงานก่อสร้างเสาก็สำเร็จ(1พงค์กษัตริย์ Ki 7:22)

New American Standard Bible (?1995)

On the top of the pillars was lily design. So the work of the pillars was finished.

King James Bible
And upon the top of the pillars was lily work: so was the work of the pillars finished.

Darby Bible Translation
And upon the top of the pillars was lily-work; and the work of the pillars was finished.

Source:http://scripturetext.com/
1_kings/7-22.htm

คาทอลิกใช้ คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
www.catholic.org/bible

เสาทองสัมฤทธิ์
22 แล้วงานก่อสร้างเสาก็สำเร็จ
22 Thus, the work on the pillars was completed.

เชิงอรรถ
22 ต้นฉบับภาษาฮิบรูซ้ำข้อความในข้อ 19 ว่า "บนหัวเสามีรูปดอกลิลลี่"

Compare Versions

อ่างมีความหนาหนึ่งฝ่ามือ คล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทรงดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณแปดหมื่นลิตร(1 พงค์กษัตริย์ Ki 7:26).

New American Standard Bible (?1995)

It was a handbreadth thick, and its brim was made like the brim of a cup, as a lily blossom; it could hold two thousand baths.


King James Bible
And it was an hand breadth thick, and the brim thereof was wrought like the brim of a cup, with flowers of lilies: it contained two thousand baths.

Douay-Rheims Bible
And the laver was a handbreadth thick: and the brim thereof was like the brim of a cup, or the leaf of a crisped lily: it contained two thousand bates.


เชิงอรรถ of lilies
shuwshan (shoo-shan')
a lily (from its whiteness), as a flower of arch. ornament; also a (straight) trumpet (from the tubular shape): lily, Shoshannim.

Source :http://scripturetext.com/
1_kings/7-26.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
www.catholic.org/bible

อ่างทองสัมฤทธิ์
26 อ่างมีความหนาหนึ่งฝ่ามือ คล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทรงดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณแปดหมื่นลิตร
26 It was a hand's breadth in thickness, and its rim was shaped like the rim of a cup, lily-shaped. It could hold two thousand measures.



คำในชื่อพฤษศาสตร์ คือ shoshannah,เหมือนและคล้ายคลึงกับ คำของภาษาอารบิกในสมัยปัจจุบัน คือ Susan รวมถึงในทั้งหมดเป็นไปได้มากที่คือดอกไม้หลายๆชนิดอย่างหลากหลาย และมันถูกใช้อย่างเล็กน้อยในคำที่เป็นภาษาอังกฤษ


"lily."

สำนวน "lily of the valleys ดอกลิลลี่ในหุบเขา" (บทเพลงโซโลมอน Song 2:1)มันมิได้เกี่ยวข้องอะไรกับชื่อของต้นไม้นั้น


ดอกไม้ที่กล่าวถึงที่ปรากฎมีความสัมพันธ์กับ

ที่กำลังหากินในหมู่กอลิลลี่the rank herbage of the valley bottoms (บทเพลงโซโลมอน Song 4:5);


สำนวน "His lips are as liliesริมฝีปากของเขาเป็นเหมือนดอกลิลลี่" (บทเพลงโซโลมอน Song 5:13)

บอกเป็นนัยถึง ดอก scarlet flower แต่เป็นไปได้มากกว่านั้นในทางตะวันออกมีความหมายที่อุปมาอุปมัยถึง ดอก sweet-scented flower

ความหวานชื่นของกลิ่นดอกลิลลี่ได้ถูกอ้างอิงใน
บุตรสิรา Ecclesiasticus 39:14
การสรรเสริญพระเจ้า

14 จงส่งกลิ่นหอมให้กระจายไปเหมือนกำยาน
จงผลิดอกเหมือนต้นลิลลี่
จงร้องเพลงสรรเสริญประดุจกลิ่นหอมที่กระจายไป
จงถวายพระพรแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระราชกิจทั้งปวง
ของพระองค์
14 Give off a sweet smell like incense, flower like the lily, spread your fragrance abroad, sing a song of praise blessing the Lord for all his works.

และใน บุตรสิรา Ecclesiasticus 50:8
ซีโมนมหาสมณะ

เป็นเหมือนดอกกุหลาบในฤดูใบไม้ผลิ
เป็นเหมือนดอกลิลลี่ที่ริมลำธาร
เป็นเหมือนหน่อต้นสนเลบานอนในฤดูร้อน
8 like a rose in springtime, like a lily by a spring, like a branch of the incense tree in summer,

เชิงอรรถ
ดอกกุหลาบในฤดูใบไม้ผลิ -ต้นฉบับภาษาฮิบรูว่า "เหมือนดอกไม้ที่อยู่บนกิ่งในวันฉลอง"

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible
www.catholic.org/bible
ขอยืม KJV ไบเบิ้ล

เราได้อ่านวลี"lilies by the rivers of water."ใน
โฮเชยา Hos 14:5

การสารภาพและการกลับใจนำพระพรมา

14:5 เราจะเป็นเหมือนน้ำค้างแก่อิสราเอล เขาจะเบิกบานอย่างดอกลิลลี เขาจะหยั่งรากเหมือนเลบานอน
6 I shall fall like dew on Israel, he will bloom like the lily and thrust out roots like the cedar of Lebanon;

คือในที่ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงสัญญานั้น ชาวอิสราเอลได้เสียใจสำนึกผิดบาป ขณะที่ดอกลิลลี่ได้ออกดอกที่กำลังเบ่งบาน


" A "heap of wheat set about with lilies ที่มีดอกลิลลี่ล้อมอยู่โดยรอบ" (บทเพลงโซโลมอน Song 7:3)
เป็นไปได้อย่างมากที่อ้างอิงถึงthe smoothed-out piles การนวดฟาดข้าวสาลีใหม่ๆ ที่พื้น ประดับเป็นวงกลมลอบๆด้วยดอกไม้

การอ้างอิงถึง พระเยซูเจ้าของเราที่ไปถึง "lilies of the field ทุ่งดอกลิลลี่" คือเป็นไปได้มาก เหมือนกับพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่าที่กล่าวถึงเช่นกัน

ในภาษาฮิบรู และภาษากรีก มีความเหมือนคล้ายคลึงกันมากรวมถึงไม่เพียงแค่ พืชพันธุ์ชนิดของ Liliaceae ที่เติบโตในดินแดนปาเลสไตน์ ,e.g. asphodel, squill, hyacinth, ornithogalum ("Star of Bethlehem"), fritillaria, tulip and colocynth, แต่ เช่นกันดอกไอริส showy irises ("Tabor lilies " "purple irises,ดอกไอริสสีม่วง " etc.)และความสวยงามของ gladioli of the Natural Order. Irideae and the familiar narcissi of the Natural Order Amaryllideae.









ในภายหลัง นักอักษรศาสตร์ชาวยิว ที่ให้ความหมายของดอกลิลลี่ไปจนถึงสัญญาลักษณ์อยู่บ่อยๆๆนั้น และที่พบเห็นอีกได้โดยทั่วไป คือ ดอกบัวหรือ ดอกลิลลี่ ในภาพบนเหรียญของชาวยิวอย่างหลากหลาย
E. W. G. Masterman


Source:http://net.bible.org/
dictionary.php?word=Lily

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์




โดย: Bernadette วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:16:07:51 น.  

 
Lotus.บัว


(1) พืชน้ำ ประเภทอยู่ในวงค์ Nymphaeaceae คือสปีชีย์ที่มีดอกสีขาว Nymphaea Lotus ถูกเรียกในภาษาอียิปต์ว่า seshni, sushin, เหมือนกับภาษาฮิบรู ใช้คำว่า
shushan ซึ่งคือคำที่ประยุกต์มาจากคำว่า water-lilies

ลองดู ในความหมายของฉบับ [EBD]

กับความหน้าจะเป็นไปได้ และความหมายตรง (ทางภาษาศาสตร์) ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่าคือ the water-lily (ดู Bible ฉบับ KJV,New American Standard Bible,Douay-Rheims Bible) บัวผัน บัวเผื่อน (Nymphoea lotus of Linn.) หรือ Lotus บัว

ลองดูขอ ฉบับ [ISBE]
shushan


ในภาษาฮิบรู คือเป็นไปได้มากที่ขอยืมคำมาจาก ชาวอียิปต์ กับคำต้นฉบับโดยดั้งเดิม
s-sh-n ความหมายตรง (ทางภาษาศาสตร์) คือ the lotus-flower, Nymphaea lotus(ดอกบัว)

อย่างหน้าจะเป็ฯไปได้นี้ คือลวดลายแบบโครงสร้างที่ประดับประดาของสถาปัตยกรรม ที่ถูกแปลถอดความว่า "lily-work,"

แต่ดอกบัว เป็นไปได้มากที่ระบุใน

Compare Versions

หัวเสาที่วางบนยอดเสามีรูปเหมือนดอกลิลลี่ (1 พงค์กษัตริย์ Ki 7:19)

New American Standard Bible (?1995)

The capitals which were on the top of the pillars in the porch were of lily design, four cubits.

King James Bible
And the chapiters that were upon the top of the pillars were of lily work in the porch, four cubits.

Douay-Rheims Bible
And the chapiters that were upon the top of the pillars, were of lily work in the porch, of four cubits.

คาทอลิกใช้ คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
www.catholic.org/bible

1 พงค์กษัตริย์ Kings 7:19,
เสาทองสัมฤทธิ์

19 หัวเสาที่วางบนยอดเสามีรูปเหมือนดอกลิลลี่ สูงสองเมตร
19 The capitals surrounding the pillars were lily-shaped.

Source:http://scripturetext.com/
1_kings/7-19.htm


Compare Versions

แล้วงานก่อสร้างเสาก็สำเร็จ(1พงค์กษัตริย์ Ki 7:22)

New American Standard Bible (?1995)

On the top of the pillars was lily design. So the work of the pillars was finished.

King James Bible
And upon the top of the pillars was lily work: so was the work of the pillars finished.

Darby Bible Translation
And upon the top of the pillars was lily-work; and the work of the pillars was finished.

Source:http://scripturetext.com/
1_kings/7-22.htm

คาทอลิกใช้ คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
www.catholic.org/bible

เสาทองสัมฤทธิ์
22 แล้วงานก่อสร้างเสาก็สำเร็จ
22 Thus, the work on the pillars was completed.

เชิงอรรถ
22 ต้นฉบับภาษาฮิบรูซ้ำข้อความในข้อ 19 ว่า "บนหัวเสามีรูปดอกลิลลี่"

Compare Versions

อ่างมีความหนาหนึ่งฝ่ามือ คล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทรงดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณแปดหมื่นลิตร(1 พงค์กษัตริย์ Ki 7:26).

New American Standard Bible (?1995)

It was a handbreadth thick, and its brim was made like the brim of a cup, as a lily blossom; it could hold two thousand baths.


King James Bible
And it was an hand breadth thick, and the brim thereof was wrought like the brim of a cup, with flowers of lilies: it contained two thousand baths.

Douay-Rheims Bible
And the laver was a handbreadth thick: and the brim thereof was like the brim of a cup, or the leaf of a crisped lily: it contained two thousand bates.


เชิงอรรถ of lilies
shuwshan (shoo-shan')
a lily (from its whiteness), as a flower of arch. ornament; also a (straight) trumpet (from the tubular shape): lily, Shoshannim.

Source :http://scripturetext.com/
1_kings/7-26.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
www.catholic.org/bible

อ่างทองสัมฤทธิ์
26 อ่างมีความหนาหนึ่งฝ่ามือ คล้ายขอบถ้วยที่มีรูปทรงดอกลิลลี่ จุน้ำได้ประมาณแปดหมื่นลิตร
26 It was a hand's breadth in thickness, and its rim was shaped like the rim of a cup, lily-shaped. It could hold two thousand measures.




จงกลนี (Nymphaea lotus var. pubescens) เป็นบัวพันธุ์พื้นเมืองของไทย จัดอยู่ในกลุ่มอุบลชาติ






บัวผัน บัวเผื่อน : ( Nymphacea lotus)ขาวธรรมนูญ

บัวประเภทใบแตะผิวน้ำ ไม่มีหนาม และบานช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย เป็นบัวที่เราเห็นโดยทั่วไป มีลักษณะใบหยัก
บัวใบหยัก เราเรียกว่า บัวผัน บัวเผื่อน ก็ได้ บัวพวกนี้จัดว่าเลี้ยงง่าย มีขอบใบไม่เรียบ แต่เป็นหยัก ๆ โดยรอบ ดอกดกและออกดอกใหม่มาทดแทนกันตลอดเวลา ดอกชูโผล่พ้นน้ำ กลีบดอกจะเรียวยาวแหลม เวลาบานจะแผ่ มักมีกลิ่นหอมมาก ดอกจะมีหลายสี
สีขาว เช่น Mrs. George H. Pring' (ขาวไซง่อน, ขาวหอม), Ted Uber, ขาวธรรมนูญ, นางกวักขาว

ชื่อสามัญ Water Lily
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea lotus Linn.
วงค์ NYMPHAEACEAE
ชนิดของบัวที่นิยมปลูกเป็นไม้มงคล
1. บัวหลวง : ( Nelumbo nucifera)
2. บัวฝรั่ง : ( Zephyranthes rosaw)
3.บัวผัน บัวเผื่อน : ( Nymphacea lotus)
4. บัวสาย บัวจงกลนี : ( Nymphacea lotus)
5. บัวกระด้ง : (Victoria amazonica)

ลักษณะทั่วไป
บัวเป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดิน ใต้น้ำการเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ มีสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายขั้น
ลักษณะดอกคล้ายรูปกรวย เวลาบานคล้ายกับร่ม ดอกมีสีขาว ชมพู เหลือง ผลคือส่วนที่อยู่ตรงกลางดอก
ซึ่งมีเมล็ดประกอบอยู่ภายในจำนวนมาก ลักษณะขนาดสีสรร ของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์

Source:http://www.encyclopediathai.org/
lotus2/tamnoon_white/tamnoon_white.htm


บัว
หรืออุบลชาติ ถูกจัดไว้ในวงศ์ Nymphaeaceae เพราะใบ และดอกชูช่ออยู่เหนือน้ำ และดอกบัวที่เบ่งบานมีความงาม ประดุจหญิงสาว หรือเจ้าสาว คำว่า "Nymph" มีรากศัพท์ภาษาอังกฤษแปลว่า สาวน้อย หรือ "แม่เทพธิดาที่อยู่ในน้ำ" (A Beautiful Young Woman) จากลักษณะเด่นนอกเหนือจากความงามของบัว อันได้แก่ บัวมีหลากสีหลายพันธุ์ ดอกมีสารพัดสี บางพันธุ์มีแม้ดอกสีน้ำเงิน ที่พบยากในไม้ดอกอื่นๆ ในดอกเดียวกันก็อาจมีหลายสี บางพันธุ์มีการเปลี่ยนสีของดอกไปเรื่อยๆ ตามระยะการบานของดอกบัว ดอกบัวบานตามเวลา บานแล้วก็หุบ เมื่อหุบแล้วก็บานใหม่ได้อีก บางพันธุ์มีกลิ่นหอม นอกจากนี้บัวเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย และดูแลง่าย สามารถขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ บัวจึงได้รับสมญาว่า เป็น "ราชินีแห่งไม้น้ำ" ทั้งมวล


Source:http://www.hellomukdahan.com/
whitelotus/thailand-mukdahan-white-lotus-history.php
http://61.19.145.8/student/
m5year2006-2/505/group10/rooms.html

(2) ต้นไม้ในภาษาฮิบรูป A tree, Hebrew çe ’elim (ในฉบับของ A.V.โยป Job 40:16-17: ความหมายคือ "shadow", "shades"),

Compare Versions

ในฉบับของ A.V.โยป Job 40:16-17 ความหมายคือ "shadow", "shades"

English (Douay-Rheims)

16 He sleepeth under the shadow, in the covert of the reed, and in moist places.
17 The shades cover his shadow, the willows of the brook shall compass him about.

Source:http://www.newadvent.org/
bible/job040.htm#vrs16

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-ENG
คือ โยป Job 40:21 -22

เบเฮโมท

21 มันนอนอยู่ใต้กอบัว
ซ่อนตัวอยู่ตามพงอ้อในบึง
22 ใบบัวให้ร่ม
ต้นหลิวตามลำธารล้อมมันไว้
21 Under the lotus he lies, he hides among the reeds in the swamps.
22 The leaves of the lotus give him shade, the willows by the stream shelter him.


เชิงอรรถ
เบโฮโมท


"แม่น้ำไหลเชี่ยว" แปลตามต้นฉบับภาษากรีก -ต้นฉบับภาษาฮิบรูว่า "บีบ"


Zizyphus lotus, คือ ต้นไม้ ทั่วไปที่ขึ้นในริมฝั่งแม่น้ำอาฟริกา Ziziphus lotus เป็ฯต้นไม้พุ่ม ตะกูล family Rhamnaceae ถิ่นกำเนิดที่เมดิเตอเรเนียน
It is closely related to Ziziphus zizyphus (Jujube), and is often regarded as the Lotus tree of Greek mythology.


Source:http://pubs.acs.org/doi/abs/
10.1021/np50118a004
Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์



โดย: Bernadette วันที่: 2 กันยายน 2552 เวลา:22:44:52 น.  

 
Mallows,

คือการแปลที่ผิดพลาด ใน ฉบับ A.V.,โยป Job 30:4

สำหรับ the orache(พืชสมุนไพร the genus Atriplex ) หรือ ea-purslain, Atriplex halimus,มันมาจากภาษาฮิบรู malluakh
กลายมาจาก (ทางภาษาศาสตร์)จากคำว่า melakh, "salt", และคำว่า halimus มาจากคำว่า ’?ls.

เกี่ยวกับ บันทึก Galen ระบุไว้ว่า (กาเลน เป็นแพทย์ชาวกรีกซึ่งมีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์การแพทย์ของตะวันตกมาเป็นเวลานานกว่าพันปี) อาหาร หรือ ของรับประทานได้ที่มีความรุนแรงที่สุด :ในพระคัมภีร์Talmud ได้บอกเราไว้ว่า นั้นคือชาวยิวกำลังทำงานใน การก่อสร้างพระวิหารอีกครั้ง (520-15 B.C.)และ กินมัน (Kiddushim, iii, fol. 66a).


คือการแปลที่ผิดพลาด ใน ฉบับ A.V.,โยป Job 30:4

English (Douay-Rheims)

4 And they ate grass, and barks of trees, and the root of junipers was their food.

Source:http://www.newadvent.org/
bible/job030.htm#vrs4

Compare Versions

New American Standard Bible (?1995)

Who pluck mallow by the bushes, And whose food is the root of the broom shrub.

King James Bible
Who cut up mallows by the bushes, and juniper roots for their meat.

Source:http://scripturetext.com/
job/30-4.htm

คาทอลิกใช้ New Jerusalem Bible Thai-Eng

ความทุกข์ของโยบในปัจจุบัน

4 เขาเก็บผักขมจากพงหนาม
เอารากไม้กวาดมาเป็นอาหาร

4 they used to pick saltwort among the scrub, making their meals off roots of broom.

Atriplex halimus, Sea Purslane, Shrubby Orache,
Shrubby Saltbush, מלוח קיפח
"They pick mallow and the leaves of bushes..."
Job 30:4



Scientific name: Atriplex halimus
Common name: Sea Purslane, Shrubby Orache, Shrubby Saltbush
Dutch name: Melde
Hebrew name: מלוח קיפח
Family: Chenopodiaceae, סלקיים





Highly grazed shrub near the enterance to the Psammomys nest

Location: Negev Highlands, 5 km N of Sde Boker

Life form: Phanerophyte, shrub
Leaves: Alternate, entire
Flowers: Green
Flowering Period: April, May, June, July, August, September, October
Habitat: Salty habitats
Distribution: Mediterranean Woodlands and Shrublands, Semi-steppe shrublands, Shrub-steppes, Deserts and extreme deserts
Chorotype, טיפוס התפוצה: Med - Saharo-Arabian
Summer shedding: Perenating


Location: Pleshet, Ekron, a dry water course in deep clayey soil


Location: Negev Highlands, Machtesh Hazera


Fruits
Location: Negev highlands, wadi boker


Fruits bearing shrub.
Location: Negev highlands, wadi boker

Derivation of the botanical name:
ต้นกำเนิดรากศัพย์ทางพฤษศาสตร์
Atriplex, ατραφαξιϛ, ατραφαξυϛ, αδραφαξυϛ, ανδραφαξιϛ, a pot-herb like spinach, orach (Atriplex hortensis) from which the entire genus gets its name.
halimus, αλιμοϛ, of or belonging to the sea.
The translation of the Hebrew word 'maluach'(מלוח) is 'orache' and not 'mallow'.


The left top stem is the typical galls of this species
Location: Negev Highlands, 10 km west of Mizpe Ramon


Location: Ein Avdat; Date Picture Taken: October 14, 2007

ในภาษาฮิบรู ภาษา Chaldee และในภาษาซีเรีย คำว่า Maluach, מלוח, , ประยุกต์มาจากคำว่า brackish(มีรสเค็ม)หรือ salt-tasted plant.

ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล แปลถอดความได้ว่า ,άλιμα the halimus.
ในรอบๆทะเลทรายอารเบียประกอบไปด้วยอนูของเกลือ ซึ่งให้ความเค็ม และมีพืชเล็กน้อยที่ยังคงมีชีวิตอยู่

ในพระคัมภีร์ Talmud ของพี่น้องชาวยิว ให้ความหมายว่า the orache เป็นอาหารของคนยากจน ในช่วงเวลาของข้าวยากหมากแพง


Dioscoridesไดออสคอรีด (ในยุคศตวรรษแรก ชาวกรีกจะเป็นผู้บุกเบิก
เภสัชตำรับสมัยใหม่และมีอิทธิพลอยู่ในด้านตำรายาสมุนไพร เป็นเวลามากกว่าหนึ่งพันปี ตำราที่ชื่อว่า ‘De Materica Medica‘ ประกอบด้วยพืชยาหลายร้อยชนิดผู้แต่งตำรามีชื่อว่า ‘ Dioscorides ‘บุคคลสำคัญคนหนึ่งในกรีกโบราณยุคสุดท้ายที่ขยายเงา ใหญ่ครอบคลุมการแพทย์สมัยใหม่ ) (lib.i.121)

ได้อธิบายไว้ว่า Atriplex halimus คือพืชชนิดหนึ่งของต้นพุ่มไม้มีหนาม ใบของมันโดยปราศจากหนาม นำมาต้มและใช้รับประทาน


Galen of Pergamum กาแลน แห่ง เปอร์กามัม (Greek: Γαληνός, Galēnos ) (129 – 200/217 CE),กล่าวไว้ว่า ยอดของมันตอนยังอ่อน ยังใช้เป็ฯอาหารได้

Hesychius of Alexandria เฮซิคิอัสแห่งอะเล็กซานเดรีย.῾Ησύχιος ὁ Ἀλεξανδρεύς นักไวยกรณ์ที่รุ่งโรจน์ในก่อนคริสตศตวรรษที่ 5 กล่าวไว้ว่า : มันเติบโตในที่แห้งและ และทะเลทราย

H.B.Tristram นักวิจัยพระคัมภีร์ไบเบิ้ล นักเดินทาง นักศึกษาดูนก (1822-1906) เขียนบันทึกไว้ว่า :

เราพบไม้พุ่มที่หนาแน่ของ(Atriplex halimus) จำนวนมากไม่น้อย ในอาณาเขตทางตะวันตกของทะเล และ ช่วยเราในการเป็นเชื้อเพลิงสำหรับหลายๆวัน มันเติบโตและสูงประมาณ 10 ฟิต หรือมากกว่านั้น บริเวณของมันที่ขึ้นอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน

Source:http://www.flowersinisrael.com/
Atriplexhalimus_page.htm

The Hebrew University of Jerusalem

Source:http://flora.huji.ac.il/browse.asp?action=specie&specie=ATRHAL&fileid=29661

Source :http://www.newadvent.org/cathen/
12149a.htm
http://www.catholic.org/bible/
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปัญจบรรพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม สารบบที่สอง Deuterocanonical Books คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ประวัติศาสตร์ Historical Booksคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
Newtesament พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ Update ครั้งที่ 3 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
เพลงสดุดี Pslams คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ปรีชาญาณ wisdom books
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์






โดย: Bernadette วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:13:51:10 น.  

 
Galen of Pergamum



Aelius Galenus or Claudius Galenus

กาเลน (กรีก: Γαληνός, Galēnos; ละติน: Claudius Galenus; ค.ศ. 129[1] - ประมาณ ค.ศ. 200 หรือ 216) แห่งเพอร์กามอน เป็นแพทย์ชาวกรีกซึ่งมีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์การแพทย์ของตะวันตกมาเป็นเวลานานกว่าพันปี ชื่อหน้า "Claudius" ซึ่งไม่ได้ระบุเอาไว้ในเอกสารภาษากรีก ปรากฏอยู่ในเอกสารในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา



ชีวิต
กาเลนเกิดที่เมืองเพอร์กามอน (Pergamum) , มีเชีย (Mysia) (ปัจจุบันคือเมืองเบอร์กามา (Bergama) , ประเทศตุรกี (Turkey)) [1] เป็นบุตรของสถาปนิกที่มีฐานะชื่อ อียูลิอุส นิคอน (Aeulius Nicon) เขามีความสนใจในหลายๆ ด้าน เช่น เกษตรกรรม, สถาปัตยกรรม, ดาราศาสตร์, โหราศาสตร์, ปรัชญา ก่อนที่สุดท้ายจะสนใจในวิชาการแพทย์

เมื่อเขาอายุ 20 ปี เขาได้ทำงานเป็นผู้ช่วยรักษาโรค (therapeutes) ของเทพเจ้าแอสคลีปิอุส (Asclepius) ในโบสถ์ท้องถิ่นเป็นเวลา 4 ปี แม้ว่ากาเลนจะสนใจศึกษาร่างกายมนุษย์ แต่การชำแหละร่างกายมนุษย์ในสมัยนั้นถือว่าขัดกับกฎหมายของโรมัน เขาจึงศึกษาในหมู เอป และสัตว์อื่นๆ แทน ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้ศึกษาร่างกายมนุษย์ทำให้เขาเข้าใจอวัยวะต่างๆ ของมนุษย์ผิดไป ตัวอย่างเช่นเขาคิดว่า rete mirabile ซึ่งเป็นกลุ่มหลอดเลือดที่อยู่ใกล้ด้านหลังของสมองนั้นพบได้ทั่วไปในมนุษย์ แต่ความเป็นจริงแล้วโครงสร้างนี้พบได้เฉพาะในสัตว์บางชนิดเท่านั้น หลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 148 หรือ ค.ศ. 149 เข้าได้ออกจากเมืองเพอร์กามอนเพื่อไปศึกษาในเมืองสเมอร์นา (Smyrna) , โครินธ์ (Corinth) , และอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เป็นเวลา 12 ปี ในปี ค.ศ. 157 กาเลนได้กลับมาที่เมืองเพอร์กามอน และทำงานเป็นแพทย์ในโรงเรียนสอนการต่อสู้กับคนหรือสัตว์ (กลาดิเอเตอร์) เป็นเวลา 3-4 ปี ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้รับประสบการณ์มากมายในการรักษาอาการบาดเจ็บโดยเฉพาะบาดแผล ซึ่งในเวลาต่อมาเขาเรียกว่าเป็น หน้าต่างที่เปิดเข้าสู่ร่างกาย (windows into the body)

กาเลนเป็นผู้ที่กล้าผ่าตัดในบริเวณที่ไม่มีใครกล้าทำ เช่น การผ่าตัดสมองหรือดวงตา ซึ่งแม้กระทั่งหลังจากยุคกาเลนเป็นเวลากว่าสองพันปีก็ไม่มีใครกล้าทำเช่นเขา ในการผ่าตัดต้อกระจก กาเลนได้ใส่เครื่องมือลักษณะคล้ายเข็มเข้าไปในหลังเลนส์ตา แล้วจึงดึงเครื่องมือไปทางด้านหลังเล็กน้อยเพื่อเอาต้อกระจกออก การดึงเครื่องมือไถลไปแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ตาบอดถาวรได้

กาเลนย้ายไปที่โรมในปี ค.ศ. 162 ซึ่งเป็นที่ที่เขาบรรยาย มีงานเขียน และสาธิตความรู้ทางด้านกายวิภาคศาสตร์อย่างมาก กาเลนเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นในฐานะที่เป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ ทำให้มีนักเรียนมาเรียนกับเขามากมาย ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีกงสุลนามว่า ฟลาวิอุส โบเอธิอุส (Flavius Boethius) ซึ่งได้แนะนำเขาให้เข้าสู่อิมพีเรียล คอร์ท (imperial court) กาเลนได้เป็นแพทย์ประจำพระองค์ของจักรพรรดิมาร์คุส ออเรลิอุส (Marcus Aurelius) แม้กาเลนจะเป็นสมาชิกของอิมพีเรียล คอร์ท แต่กาเลนกลับเลี่ยงที่จะใช้ภาษาละติน แต่พูดและเขียนภาษากรีกซึ่งเป็นภาษาแม่ของเขา กาเลนเป็นแพทย์ที่ถวายการรักษาจักรพรรดิของโรมันหลายพระองค์ เช่น ลูซิอุส เวรุส (Lucius Verus) , คอมโมดุส (Commodus) , และเซพติมิอุส เซเวรุส (Septimius Severus) ในปี ค.ศ. 166 กาเลนได้เดินทางกลับเมืองเพอร์กามอน และอยู่ที่นั่น แล้วเดินกลับมาที่โรมครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 169

กาเลนใช้เวลาที่เหลือของชีวิตในอิมพีเรียล คอร์ท และทำงานเขียนและการทดลอง เขาได้ทดลองชำแหละสัตว์ที่มีชีวิตอยู่หลายชนิดเพื่อศึกษาหน้าที่ของไตและไขสันหลัง

มีรายงานว่ากาเลนใช้เสมียนจำนวน 12 คนในการจดบันทึกงานของเขา ในปี ค.ศ. 191 เกิดเพลิงไหม้ในวิหารแห่งความสงบ (Temple of Peace) เพลิงทำลายงานเขียนของเขาบางส่วน จากเอกสารอ้างอิงในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 10 กล่าวว่ากาเลนน่าจะเสียชีวิตในราว ค.ศ. 200 แต่มีนักวิจัยบางคนแย้งว่ามีหลักฐานงานเขียนของกาเลนที่เขียนในราวปี ค.ศ. 207 ดังนั้นกาเลนน่าจะมีชีวิตหลังจากนี้ ปีที่กาเลนน่าจะเสียชีวิตที่มีการเสนอขึ้นคือในราวปี ค.ศ. 216[2]


มรดกของกาเลน
คอนสแตนติน ดิ แอฟริกัน (Constantine the African) เป็นผู้หนึ่งที่ช่วยนำการแพทย์สมัยกรีกกลับไปยังยุโรป ผลงานการแปลงานของฮิปโปกราเตสและกาเลนของเขา ทำให้ชาวตะวันตกเห็นมุมมองการแพทย์ของกรีกทั้งหมดเป็นครั้งแรก[5]

ต่อมาในยุโรปยุคกลาง งานเขียนของกาเลนเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์กลายมาเป็นตำราหลักของหลักสูตรการเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัย แต่ก็มีอุปสรรคเนื่องจากการหยุดชะงักและความซบเซาของการศึกษา ในทศวรรษที่ 1530 นักกายวิภาคและแพทย์ชาวเบลเยียมชื่อว่า แอนเดรียส เวซาเลียส (Andreas Vesalius) ได้แปลตำราของกาเลนจากภาษากรีกเป็นภาษาละติน งานของเวซาเลียสอันมีชื่อเสียงชื่อว่า De humani corporis fabrica ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากงานเขียนของกาเลน เนื่องจากเวซาเลียสต้องการจะรื้อฟื้นวิธีการและทัศนคติการศึกษาของกาเลน เขาจึงทำการชำแหละร่างกายมนุษย์ถือเป็นการปฏิวัติปรัชญาธรรมชาติของกาเลน เวซาเลียสถือเป็นผู้รือฟื้นงานเขียนของกาเลนและทำให้กาเลนเป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านทางหนังสือและงานสอน ตั้งแต่มีการแปลตำราส่วนใหญ่ของกาเลนเป็นภาษาอาหรับทำให้ชาวตะวันออกกลางรู้จักและเรียกเขาว่า "Jalinos" (จาลินอส) [6] กาเลนเป็นผู้ที่สามารถจำแนกหลอดเลือดดำ (สีแดงเข้ม) ออกจากหลอดเลือดแดง (สีจางกว่าและเล็กกว่า) ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน โดยเชื่อว่าเลือดดำมีต้นกำเนิดมาจากตับ และเลือดแดงมีต้นกำเนิดจากหัวใจ เลือดจะไหลจากอวัยวะเหล่านี้ไปให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้นำไปใช้

การรักษาโรคเกือบทุกโรคของกาเลนโดยการผ่าเอาเลือดออก (bloodletting) มีอิทธิพลอย่างมากและมีการปฏิบัติจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19

Source:http://en.wikipedia.org/wiki/Galen


โดย: Bernadette วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:14:05:38 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
Bernadette
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




In the name of the Father, and of the Son, and of the Holy Spirit

The Ave Maria asks Mary to "pray for us sinners."

Amen

PaPa for all Father W e pray year of priests.



Card Michael Michai Kitbunchu, Archbishop of Bangkok, is the first member of the College of Cardinals from Thailand.

source :http://www.asianews.it/news-en/Michai-Kitbunchu,-first-cardinal-from-Thailand-3038.html

พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู คณะเชนต์ปอล part1

ฺBishop ฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พิธีรับPallium Metropolitans Bangkok Thailand >

สารคดี เทศกาลแห่ดาว สกลนคร Welcome
Sakonnakorn Christmas Thailand
Metropolitans Tarae Sakornakorn Thailand


Orchestra and four vocal Choir - *Latin* Recorded for the Anniversary of the Pope Benedict XVI April 19 This is the Anthem of the Vatican City. The Songs are called Inno e Marcia Pontificale ...

We are Catholic.

หน้าเฟส อัพรูป หาที่อัพรูปใหม่อยู่ http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3


MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add Bernadette's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.