<<
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 สิงหาคม 2552
 
 
ละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ตอนที่ 14

ตอนที่ 14
เช้าวันใหม่ มาลินีออกไปกลางทุ่งนา เห็นครอบครัวลีนวัตรกำลังช่วยกันทำหุ่นไล่กา กันนกกา มากินข้าวที่ออกรวงเหลืองอร่าม มาลินีเห็นแล้วนึกสนุก ช่วยพวกเขาทำ ซึ่งแต่ละคนก็ออกแบบหุ่นไล่กาต่างกันไปคนละแบบสองแบบ เป็นที่สนุกสนานเฮฮา ชอบใจในผลงานของตนเอง
ประดิษฐ์เบื่ออยู่บ้าน ขับรถออกไปตลาด แล้วไปเจอปทุมที่เพิ่งออกจากร้านทำผมแถวนี้มาหยกๆ แต่ดันคุยอวดประดิษฐ์ว่าเธอเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ ไปสระผมที่ร้านประจำมา เธอสระผมร้านธรรมดาแถวนี้ไม่ได้ ประดิษฐ์เองก็ใส่หน้ากาก อวดร่ำอวดรวยว่ารถที่ขับมาราคาหกล้าน ซื้อเงินสด เอาไว้ใช้งานสมบุกสมบัน ขับออกต่างจังหวัด
คุยกันไม่นาน ปทุมก็พาประดิษฐ์ไปที่ร้าน...ลูกสาวว่าขี้โอ่แล้ว ตัวพ่อยิ่งกว่า ผู้ใหญ่โหมดคุยน้ำไหลไฟดับเรื่องการค้าที่ ขายได้วันละสี่ห้าล้าน ประดิษฐ์หูตาพองก๋า เรียกผู้ใหญ่ โหมดว่าพ่อเต็มปากเต็มคำ จากนั้นสามคนก็รวมหัวกันวางแผนแยกลีนวัตรกับมาลินีออกจากกัน โดยปทุมเสนอให้จ้างคนไปดักรุมตบมาลินีแล้วก็สาดน้ำกรดซ้ำให้เสียโฉม ขณะที่ประดิษฐ์ก็จะส่งคนไปดักตีหัวแล้วรุมกระทืบผู้ใหญ่ลี เอาให้ ขาเป๋นิดหน่อย แต่คิดไปคิดมาต่างก็ร้องลั่นว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่ยอมให้แฟนของตนเป็นอันตราย ผู้ใหญ่โหมดจึงสรุปว่า ถ้ายังทำอะไรไม่ได้ถนัดตอนนี้ก็ขวางๆมันไปพลางๆก่อน แต่ถ้างานนี้สำเร็จ นอกจากประดิษฐ์จะได้แฟนคืนแล้ว ตนจะแถมรางวัลเป็นโบนัสให้เขาด้วยอย่างงาม
เย็นนี้เอง เหว่ามัดกิ่งมะขามที่ริดใบออกหมดแล้วใส่ถังเพื่อทำต้นกฐินถวายวัด เฉลาช่วยอยู่ด้วยใกล้ๆ สองคนถือโอกาสกุ๊กกิ๊กกันประสาคนรัก...ขณะเดียวกันนี้ จู่ๆวลัยกับสมรโผล่มาที่บ้านมาลินี สองสาวบอกมาลินีว่ากำลังเซ็งชีวิต สมรเบื่องานแอร์โฮสเตสที่ทำอยู่ พอเศรษฐกิจไม่ค่อยดีก็มีกฎระเบียบหยุมหยิม โบนัสงวดนี้ก็ไม่ได้ ส่วนวลัยก็ถูกเพื่อนที่หุ้นทำร้านกาแฟด้วยกันโกงหน้าด้านๆ ตอนนี้เลยตกงาน ทั้งคู่อยากมาพักผ่อนชั่วคราวหรืออาจจะถาวรเลยก็ได้
ประดิษฐ์ขับรถกลับบ้านมาลินี ระหว่างทางเจอฉลวยขี่จักรยานล้มเข่าแตก ประดิษฐ์จำได้ว่าเธอเป็นน้องสาวผู้ใหญ่ลี จึงทำเป็นคนดีมีน้ำใจอาสาพาไปส่งถึงบ้าน ระหว่างทางก็คุยอวดฉลวยว่าตนเป็นผู้ชักนำนางแบบหลายคนที่ดังอยู่เวลานี้เข้าวงการ ฉลวยชื่นชอบวงการนี้อยู่แล้ว จึงออกอาการตื่นเต้นซักถามไม่หยุด ประดิษฐ์จับสังเกต แล้วเอ่ยชมฉลวยขาสวย โครงหน้าเก๋ ถ่ายรูปขึ้นอย่าบอกใคร ฉลวยฟังแล้วฉีกยิ้มกว้าง ความฝันบรรเจิด แต่พอลับหลัง ฉลวยหารู้ไม่ว่า ประดิษฐ์ก็แอบด่าฉลวยว่าทุเรศ อีบ้านนอก...
วลัยกับสมรกำลังซักถามถึงความสัมพันธ์ของมาลินีกับผู้ใหญ่ลี ถามไปก็แซวไปจนมาลินีเขินอาย ทั้งคู่เลยยิ่งหยอกล้อ ประดิษฐ์กลับมาเจอก็หงุดหงิด ขุ่นเคืองใจที่มาลินีไม่แยแสตนเลย
ค่ำนั้นมาลินีชวนเพื่อนทั้งสองไปช่วยครอบครัวลีนวัตรจัดข้าวของทำบุญ และใช้แบงก์พับนกติดต้นกฐินเพื่อถวายพระเช้าพรุ่งนี้ ทุกคนสนุกสนานรุมช่วยกันแขวนตกแต่งต้นกฐิน พอลีนวัตรมีโอกาสใกล้ชิดมาลินี วลัยกับสมรก็แซวซะทั้งคู่ จนเขินอายไปด้วยกัน เสร็จแล้วลีนวัตรเดินไปส่งสาวๆ วลัยกับสมรยังสนุกไม่เลิก แกล้งแหย่ลีนวัตรอีก เพราะชอบใจท่าทีเขินอายของเขา จนมาลินีต้องปรามเพื่อนๆ
รุ่งเช้า หน้าวัดมีขบวนกลองยาวของผู้ใหญ่โหมดร้องรำทำเพลงกันเอิกเกริก ผู้ใหญ่โหมดนำต้นกฐินใส่ท้ายรถกระบะที่ตกแต่งอลังการ แล้วพ่อลูกนั่งประกบ ทำตัวเป็นดาวเด่นโบกมือให้ชาวบ้านที่ยืนดูกันสลอน วลัยกับสมรเห็นแล้วยังว่า นี่แหละเศรษฐีตัวจริง ต้นกฐินติดแต่แบงก์พัน ปื๊ดเองก็เข้าใจประสาเด็กว่า ติดเงินมากคงได้บุญมาก ลีนวัตรจึงสอนปื๊ดว่า บุญน่ะได้มากได้น้อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน มันอยู่ที่ใจ ถ้าปื๊ดทำบุญสิบบาท อาจได้บุญมากกว่าทำเป็นร้อยบาท ถ้าปื๊ดตั้งใจทำบุญจริงๆ
ถึงเวลาถวายต้นกฐิน ปทุมเข้ามานั่งกระแซะลีนวัตร จะให้ลีนวัตรรับปากเป็นหัวคะแนน ถ้าพ่อของเธอลงสมัครสมาชิกสภาจังหวัด ลีนวัตรนึกระอากับความไม่รู้กาลเทศะของปทุม บอกเอาไว้คุยกันทีหลัง พอวลัยกับสมรรู้จากมาลินีว่าปทุมชอบตู่ว่าเป็นแฟนลีนวัตร สองสาวจึงคลานเข้าไปขัดคอ แถมตัดหน้าปทุมที่ชวนลีนวัตรเที่ยวงานวัดคืนนี้ วลัยกับสมรอ้อนอยากนั่งชิงช้ากับลีนวัตร แต่ลีนวัตรบอกว่ามีที่นั่งกระเช้าละสองคน วลัยจึงเสียสละนั่งตักลีนวัตรก็ได้ ปทุมได้ยินแล้วแทบจะกรี๊ดกลางศาลา
ประดิษฐ์นั่งหน้าหงิกอยู่ที่บ้าน พอเห็นทุกคนเริงร่าอารมณ์ดีกลับเข้ามา เขาต่อว่าพวกเธอทิ้งเขาไว้คนเดียว ตั้งแต่ เช้าเขายังไม่ได้กินข้าว มาลินีบอกว่าข้าวอยู่ในครัว แกงก็มี พินทำไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ประดิษฐ์เกี่ยงว่าไม่ชอบกินกับข้าวเก่าๆ มาลินีจึงให้ทอดไข่ที่มีมากมาย ประดิษฐ์ก็ไม่ทำเองอีก บอกว่าเกลียดกลิ่นอาหารติดตัว วลัยเลยไล่ส่งให้ไปกินที่วัด ประดิษฐ์ จำใจออกไป เดินเตร่วางฟอร์มผ่านมาถึงมุมตั้งอาหารเลี้ยงชาวบ้าน เขาแอบกลืนน้ำลาย แต่จะออกปากขอกินก็กลัวเสียเชิง กระทั่งฉลวยหันมาเห็น ชวนเขากินข้าวด้วยกัน ประดิษฐ์ไว้เชิงว่ากินมาแล้ว แต่ถ้าน้องจะกิน พี่ก็นั่งกินเป็นเพื่อนได้ ฉลวย รู้สึกว่าตัวเองได้รับเกียรติอย่างสูง รีบเชิญเขานั่ง เดี๋ยวจะตักข้าวมาให้
"ไม่ต้องเยอะนะครับน้อง เอานิดเดียว พี่กลัวอ้วน แล้ว ก็เผ็ดๆพี่กินไม่ได้นะครับ ขมๆด้วย ไม่เอาต้นหอม ผักชี ผักเหม็นๆ อย่าใส่มานะครับ"
ไม่ถึงอึดใจ ฉลวยก็หันกลับมาพร้อมข้าวราดแกงพูนจาน "คุณบอกช้าไปหน่อยเดียวเองจ้ะ แต่แกงนี่ไม่เผ็ดเท่าไหร่ หรอก คุณลองกินดูก่อนนะจ๊ะ"
ประดิษฐ์รับจานข้าวมาตักกิน ทีแรกเขาฟอร์มจัด บอกว่ารสชาติแค่พอกินได้ แต่พอฉลวยคล้อยหลังไปเอาน้ำ เขาก็หมดฟอร์ม ตักข้าวใส่ปากราวกับตายอดตายอยากมาแรมปี

ooooooo

ตกกลางคืนทุกคนมาเที่ยวงานวัด วลัยกับสมรท่าทางจะสนุกสนานกว่าใคร เพราะงานนี้มีของกินแสนอร่อยหลายอย่าง มีเกมต่างๆให้เล่น และมีหนังกลางแปลงให้ดู แต่คนที่หงุดหงิดผิดหวังเห็นจะเป็นพิน พินอ้อนทองใบขึ้นชิงช้าสวรรค์ด้วยกัน แต่ทองใบกลับวิ่งหนีไปดื้อๆ พินเลยฮึ่มฮั่มจะเอาเงินคืนทั้งต้นทั้งดอกจากทองใบ
ส่วนบนศาลา ผู้ใหญ่ลีและกรรมการวัดกำลังนับเงินทำบุญของญาติโยมต่อหน้าหลวงพ่อ แต่แล้วเกิดสิ่งไม่
คาดคิด เงินของผู้ใหญ่โหมดที่ติดต้นกฐินล้วนเป็นแบงก์ปลอม หลวงพ่อจึงให้ผู้ใหญ่ลีลงไปตามผู้ใหญ่โหมดขึ้นมาพบ แล้วหลวงพ่อกับลีนวัตรก็พูดคุยกับผู้ใหญ่โหมดอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่โหมดต้องอับอายขายหน้า แต่ถึงกระนั้นผู้ใหญ่ โหมดก็รู้สึกเสียหน้าอย่างมาก หงุดหงิดกลับออกไปพร้อมแบงก์ปลอม ปทุมที่ยังอยากอยู่เที่ยวงานต่อ ก็จำใจตามพ่อกลับบ้านไปด้วย
อีกมุมหนึ่งมีการประกวดดาวรุ่งแห่งคลองหมาหอน ปรากฏว่าฉลวยที่เข้าประกวดกับเขาด้วยได้รางวัลชนะเลิศ ครั้นกลับถึงบ้านฉลวยก็เริ่มฝันเฟื่องอยากไปประกวดเวทีใหญ่ๆ ด้านลีนวัตรนึกเป็นห่วงเฉลาที่หายไปตั้งแต่สามทุ่ม จนคนอื่นเขากลับบ้านกันหมด เฉลาก็ยังไม่เห็นโผล่
ขณะลีนวัตรลงมาดูควายที่คอก เขาตกใจแทบไม่เชื่อสายตา เหว่ากับเฉลากำลังจับมือถือแขนออดอ้อนกันอย่าง
คนรัก ความตกใจของลีนวัตรกลายเป็นความโกรธ เขาพุ่งเข้าชกหน้าเหว่าเต็มหมัด และประกาศไล่เหว่าออก พรุ่งนี้เช้าอย่าได้มาให้เขาเห็นหน้าอีก ไม่งั้นมึงตายแน่ ส่วนเฉลาก็
ถูกลีนวัตรดุไปมากเหมือนกัน เฉลาเอาแต่ร้องไห้เสียใจที่
พี่ชายไม่ยอมเข้าใจ แม่ปุยรู้เรื่องเข้าก็พลอยไม่สบายใจไปด้วยอีกคน
ลีนวัตรอารมณ์เสียตั้งแต่เมื่อคืน เช้าขึ้นก็ยังขุ่นมัวไม่ค่อยพูดกับใครแม้แต่มาลินี พอเหว่าโผล่มาให้เห็น เหว่าอยากจะอธิบายให้ลีนวัตรเข้าใจ แต่ลีนวัตรไม่ฟัง แถมดุด่าทำท่าจะเอาเรื่องเหว่าอีก มาลินีตกใจไม่เคยเห็นลีนวัตรอารมณ์รุนแรงแบบนี้ ถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลีนวัตรไม่ยอมพูดอะไรกับเธอสักคำ
เมื่อไม่ได้คำตอบจากลีนวัตร มาลินีจึงขึ้นเรือนไปถามแม่ปุยที่นั่งกอดเข่าหน้าเศร้าหมอง
"เด็กมันไม่รักดีค่ะคุณ ส่งเสียให้มันได้เรียนหนังสือ มันกลับไม่เห็นค่า แถมยังทำลายศักดิ์ศรีของตัวเองซะอีก
พูดก็แล้วสอนก็แล้ว ว่าเกิดเป็นลูกผู้หญิงอย่าได้ชิงสุกก่อนห่าม มันก็ไม่ฟัง มันเจ็บกระดองใจจริงๆ เด็กสมัยนี้เรียนสูงกัน
ซะเปล่า แต่ปัญญามันไม่ได้สูงตามไปด้วยเลย"
"คุณป้าคะ อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยค่ะ จะว่าไปมันก็เป็นธรรมชาติของเด็กวัยรุ่น อารมณ์ความรู้สึกมันมักจะอยู่เหนือเหตุผลเสมอค่ะ"
"แต่รู้ถึงไหนมันก็อายเขาไปถึงนั่นนะคะคุณ"
"หนูว่ายังไงมันก็ยังไม่สายเกินไปหน่อยค่ะ เราน่าจะยังมีทางออกสำหรับเรื่องนี้อยู่"
จากนั้นมาลินีเข้าไปหาเฉลาที่ร้องไห้อยู่ในห้อง เฉลารำพันว่าเธอเกลียดพี่ลี พี่ลีใจดำไม่มีเหตุผล เธอกับพี่เหว่ารักกันแล้วมันผิดตรงไหน
"ผู้ใหญ่เขาก็แค่เป็นห่วงเท่านั้นเองจ้ะ" มาลินีปลอบ
"บังคับกันขนาดนี้ คอยดูเหลาจะหนีออกจากบ้าน เหลาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว"
"ใจเย็นๆ อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาด เพราะมันจะยิ่งทำให้อะไรๆแย่ลงไปอีก ปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้ทั้งนั้น ใจเย็นๆนะเหลา ฉันจะช่วยเหลาเอง"
ออกจากห้องเฉลา มาลินีกลับลงไปคุยกับลีนวัตร เธออยากให้เขาเลิกกีดกันเหว่ากับเฉลา เพราะเหว่าเป็นคนดี นิสัยดี และขยันทำมาหากิน แต่ลีนวัตรแย้งว่า น้องของตนยังเรียนหนังสืออยู่
"เรียนก็เรียนไปสิคะ อีกปีเดียวก็จะจบแล้ว ฉันว่าคุณใช้วิธีกีดกันแกออกจากกันอย่างนี้มันไม่ถูก คุยกับแกดีๆ ฉันว่าแกก็ต้องเข้าใจ"
"คนอย่างไอ้เหว่ามันกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา"
"คุณมีอคติกับนายเหว่าเกินไป ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน"
"คุณจะใช้วิธีอย่างคนกรุงเทพฯมาตัดสินเรื่องนี้ไม่ได้"
"จะคนกรุงเทพฯหรือที่ไหนปัญหามันก็เหมือนกันทั้งนั้น โลกสมัยนี้มันไร้พรมแดนแล้วนะคะผู้ใหญ่ลี คุณจะมามัวปิดตาตัวเองอยู่อย่างนี้มันก็ใจแคบเกินไปแล้ว ถ้าขืนคุณยังใช้ วิธีเผด็จการทุกอย่างโดยไม่แคร์ความรู้สึกของน้องสาวคุณเลย คุณอาจจะต้องเสียใจกว่านี้ ถ้าแกเกิดตัดสินใจทำอะไรๆที่คุณ คาดไม่ถึงขึ้นมา"
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องภายในบ้านผม ผมจะจัดการยังไงมันก็เป็นเรื่องของผม"
"ฉันได้รู้จักคุณดีขึ้นก็วันนี้เอง ผู้ใหญ่ลี" มาลินีเสียความรู้สึก เดินลิ่วๆอารมณ์บูดกลับบ้าน ระหว่างทางเจอเหว่า นั่งคอตกกอดกระเป๋าเสื้อผ้า เหว่าบอกมาลินีว่า ตนแค่อยากจะเห็นหน้าเฉลาเป็นครั้งสุดท้าย แต่คงไม่มีโอกาส เพราะผู้ใหญ่ลีไล่ตนออกจากงานแล้ว มาลินีเห็นใจและอยากให้เหว่าสู้เพื่อความรัก...มาลินีตัดสินใจชวนเหว่ามาพักที่บ้านชั่วคราว ให้ อยู่ห้องที่พินเคยอยู่ เพราะพินเพิ่งไปอยู่กินกับทองใบ แต่พินยังมาทำงานบ้านที่นี่เหมือนเดิม
แม่ปุยเสียใจเรื่องเฉลาจนไม่ยอมกินข้าวกินปลา เฉลาคะยั้นคะยอก็ไม่เป็นผล เฉลาเลยพูดประชดประชันว่าจะเลิกเรียนหนังสือ ยิ่งทำให้แม่ปุยกลุ้มหนัก...เช้าขึ้นเห็นลูกๆเตรียมตัวออกไปเรียน แม่ปุยกำชับให้เฉลาตั้งใจเรียน เรื่องอื่นอย่าเพิ่งไปคิดถึงมัน เฉลาไม่พูดอะไร เดินออกมาเจอลีนวัตรยืนมองอยู่
"เอ็งคิดจะทำอะไรก็นึกถึงแม่เอาไว้บ้าง เรื่องแค่นี้ถ้าเอ็งไม่รู้จักอดทน วันข้างหน้าเอ็งจะลำบากกว่านี้"
เฉลาเงียบอีกตามเคย เดินผ่านไปโดยไม่สบตาพี่ชาย แม่ปุยรีบเข้ามาหาลีนวัตร
"น้องมันคงไม่คิดทำอะไรโง่ๆหรอกน่ะผู้ใหญ่"
"แม่คิดว่ามันจะทำอะไรล่ะ"
"เมื่อคืนมันพูดเหมือนประชดว่าจะเลิกเรียนหนังสือ"
"ถ้ามันทำอย่างนั้นจริงๆ มันก็คงไม่ใช่น้องของหนูอีกต่อไปแล้วละแม่"
ลีนวัตรออกไปท้องนา เจอมาลินีวางท่าปั้นปึ่งใส่ ลีนวัตร คิดได้ว่าเมื่อวานตนพูดจากับมาลินีแรงเกินไป จึงขอโทษเธอ แต่เธอกลับพูดหยันเขาด้วยความน้อยใจ
"แต่มันก็จริงนี่คะ ฉันมันคนอื่นไม่ใช่คนในครอบครัวคุณซักนิด คุณเป็นหัวหน้าครอบครัว คุณคงเคยชินกับการได้ออกคำสั่ง และทุกคนต้องทำตามคำสั่งของคุณ แต่คุณกีดกันความรัก ของน้องสาวตัวเอง ไม่ใช่เพราะคุณห่วงน้องสาวคุณหรอก คุณกลัวว่าคุณจะต้องอับอายที่มีน้องเขยเป็นแค่คนงานกระจอกๆคนนึงมากกว่า ฉันเข้าใจดีค่ะ" ว่าแล้วมาลินีก็ผละไปทันที...
ส่วนที่ตลาด เฉลากับฉลวยเพิ่งเลิกเรียน สองพี่น้องจะกลับบ้านด้วยกันทุกวัน แต่วันนี้เฉลาเห็นเหว่ามายืนคอย จึงหลอกให้ฉลวยไปรอที่รถก่อน เดี๋ยวพี่จะตามไป แต่ฉลวยรอนานจนรถออก เฉลาก็ยังไม่กลับมา...เฉลาเอาแต่ร้องไห้ และบอกเหว่าว่า เธอไม่อยากกลับบ้าน เหว่าไม่รู้จะทำยังไง จึงพาเฉลาไปที่บ้านมาลินี แต่ขณะที่สองคนเดินจูงมือกันไปนั้น ปทุมเห็นเต็มสองตา เมื่อผู้ใหญ่ลีกับฉลวยออกตามหาเฉลาผ่านมาที่ร้านผู้ใหญ่โหมด ปทุมจึงเล่าให้ลีนวัตรฟัง และว่าเฉลาคงจะหนีตามเหว่าไปแล้ว...
แม่ปุยนั่งไม่ติดที่ เดินวนไปเวียนมาชะเง้อคอยฟังข่าวจากผู้ใหญ่ลีกับฉลวยที่ออกไปตามหาเฉลา ครั้นเห็น
สองพี่น้องหน้าหมองกลับมา แม่ปุยแทบจะถลาไปหา
"เป็นยังไงบ้างผู้ใหญ่ เจอนังเหลามันไหม"
"ไม่เจอหรอกแม่ มันหนีตามไอ้เหว่าไปแล้ว"
"หา!!" แม่ปุยอุทานได้คำเดียวก็เป็นลมล้มทั้งยืน โชคดี ที่ฉลวยกับลีนวัตรรับตัวไว้ได้ทัน

ooooooo

จบตอนที่ 14

เครดิต http://www.thairath.co.th


Create Date : 03 สิงหาคม 2552
Last Update : 5 สิงหาคม 2552 9:47:56 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
Heavenworth
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ
[Add Heavenworth's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com