space
space
space
 
พฤศจิกายน 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
space
space
24 พฤศจิกายน 2558
space
space
space

ระลึกถึง "วันเพื่อน้ำ" ในปีนั้น

เรื่องของเรื่องเริ่มมาจากที่ว่า เราเป็นเด็กกิจกรรม  ที่จับพลัดจับพลูมาทำงานกิจกรรมอย่างไม่ตั้งใจมาแต่ตั้งใจทำงานเรามีส่วนรวมในการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอยู่หลายโครงการประสบการณ์จากการทำงานกิจกรรมมหาวิทยาลัย เราพบว่า หลายๆ กิจกรรมทำซ้ำเดิมๆๆ ทุกๆๆปี จนไม่เกิดสิ่งอะไรใหม่ และไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ที่เป็นปัญหาเรื้อรังเลยรวมถึงไม่ได้สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ สู่สังคมด้วย บางครั้งเรากลุ่มนักจัดกิจกรรมก็เกิดคำถามว่า “บางงานนี้ เราจัดไปทำไม? บ่อยมากๆ แล้วบางงานก็จัดกันไปๆตามสูตรที่บอกเล่าก้าวสิบกันมาในหมู่รุ่นพี่รุ่นน้องหรือแม้กระทั้งเป็นใบสั่งจากอาจารย์ให้จัดตามนี้

ในปีที่เราได้มีส่วนรวมในการจัดกิจกรรมกลุ่มกิจกรรมเรา แสนจะเบื่อหน่ายมากที่สุดคือ งานลอยกระทง เราไม่รู้ว่า ทำไมมันต้องจัด? โดยเฉพาะในสถานศึกษาซึ่งเป็นแหล่งสำหรับศึกษาหาความรู้ มีแอ่งน้ำที่ไม่ใช่แม่น้ำอยู่หน้ามหาวิทยาลัยซึ่งก็มีขนาดอ่างเล็กกว่าสนามฟุตบอลอีก กระทงก็ลอยไปลอยมาไม่ได้ไปไหน รบกวนปลาเต่าให้ตายเป็นเบือ หลังจบงานก็เก็บขยะเป็นกองเนิน หรือจะจัดเพื่อออกร้านเพื่อนให้นิสิตทดลองหารายได้เป็นทุกการศึกษารึ?มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านค้าที่มาจากชาวบ้านโดยละแวกๆๆ หาทุนเข้ามหาวิทยาลัยรึ?? มหาวิทยาลัยก็มีรายได้จากค่าเช่าที่บริเวณโดยรอบอยู่แล้วค่าเก็บขยะค่าจัดเตรียมสถานที่กับค่าเช่าร้านที่ได้ ขาดทุนทุกปี สร้างความบันเทิงคงเป็นคำตอบเดียว

ถ้าโยนคำถามเหล่านี้กลับไปจะมีคำตอบเดิมกลับมาว่า เป็นประเพณี เป็นวัฒนธรรม เราต้องทำ !!!

เมื่อเราต้องทำในงานที่มีสูตรอยู่แล้วเราปล่อยเวลาล่วงเลยไปจนเหลือเวลาอีกไม่เกินหนึ่งเดือนที่จะต้องเตรียมงาน และงานก็เป็นงานตามสูตรหาชื่อเก๋ไก๋ จัดคนเข้าระบบงานเดิมที่เคยทำมาทุกปี ทำตามใบงาน ติดประกาศ ออกร้านทุกอย่างจบ ออกร้านอาหาร จัดขายกระทงแปลกๆ จัดลอยกระทง ประกวดนางนพมาศจัดงานแสดงแสงสีแล้วงานก็จะจบ

งานลอยกระทงแค่คืนเดียวก็จัดให้ผ่านไป

แต่แล้วจู่ๆในค่ำคืนที่แสนจะอยากให้ผ่านไปเร็วๆ เพราะเราก็คิดการเตรียงงานลอยกระทงตามสูตรใกล้เสร็จแล้วเพื่อนคนหนึ่งในทีม ซึ่งเป็นสาวอักษร ก็ถามขึ้นในกลุ่มอย่างกระตืนรือร้นน้ำเสียงปลุกระดมสุดๆ ว่า “ใครรู้บ้างว่างานลอยกระทงจัดเพื่ออะไร และทำไปทำไมใครเป็นคนคิดคนแรก แล้วคิดเพราะอะไร???” ถามมาซะขนาดนี้ น้ำเสียงแบบนี้เล่าเลยเถอะแม่คุณ...เธอจึงเริ่มเล่าว่า...
“ก็อย่างที่เรารู้ๆกันใช่มั้ยเธอ ว่างานลอยกระทงเริ่มต้นในสมัยพระร่วง ยุคสุโขทัย งานลอยกระทงนะเธอเกิดจากนางสนมคนหนึ่งที่ไม่มีชื่อมีเสียงอะไร ไม่สวยโดดเด่นอะไรพ่อและแม่เป็นพราหมณ์ ที่คิดเห็นกาลไกลว่า น่าจะเอาลูกสาวซึ่งชื่อว่า ศรีจุฬาลักษณ์ไปถวาย เผื่อว่าจะเป็นที่สนใจกับพระร่วงบ้าง ครอบครัวก็จะได้ก้าวหน้า ได้เลื่อยยศเลื่อนศักดิ์คิดได้เช่นนั้นก็จับนางมา สอนสั่งกิริยามารยาทอันงดงามให้เหมาะสมกับการจะไปเป็นสนมพระร่วงสอนเสร็จสรรพทั้งกิริยา และความรู้ศาสนา นางก็เป็นคนเก่ง จดจำสิ่งที่พ่อและแม่สอนอย่างดีแต่ไม่ว่าจะวางจริตจะก้านอย่างไร ชะมดชะม้อยชายตาเช่นไร ก็ไม่อาจเทียบสู่บรรดาสนมที่งดงามเหลือคณาอีกมากมายหลายคนเรียกได้ว่า ความงามของนาง ยากเกินจะฉายแสงทะลุเข้าสู่ตาของพระร่วงเจ้าท่านได้นั่นก็คือ แทบว่าสองตาของพระร่วงก็ไม่เคยเหลียวแลเลย ไม่ว่านางจะเสนอตัวเช่นไรนางก็ท้อใจ ครอบครัวก็ท้อใจ ชีวิตสนมปลายแถว มีแต่เหี่ยวเฉาไร้ค่า จะหาชายใดก็ไม่ได้แล้ว

จนกระทั้งค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงในช่วงน้ำนองตลิ่ง เดือนสิบสอง นางก็เกิดความคิดบรรเจิดกับบิดามารดาและบริวาร ว่าควรจัดพิธีบูชาพระแม่คงคา อันเป็นความเชื่อในคัมภีร์พราหมณ์แต่โบราณกาล

ครั้นแล้วน้องนางก็จัดแจ้งจับดอกบัวมาสยายกลีบ ปักเทียนไว้ตรงกลางเกสร ปล่อยลอยละล่องเต็มลำน้ำ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจสร้างความงดงามแก่ผู้ได้พบเห็นในค่ำคืนนั้นอย่างมาก ถึงกับทำให้พระร่วงเจ้าท่านที่เสด็จมาทรงสำราญใจริมฝังแม่น้ำยม ก็ตื่นตาตื่นใจในความงดงามของสายน้ำ ออกปากชื่นชมเรียกหา ผู้ที่คิดค้น นางน้อยเราได้เวลาเปิดตัวจึงจัดแจงจัดช่อพานพุ่มดอกไม้เป็นกระทงประดับประทีปงดงาม เทินเหนือหัวเดินก้าวย่างเข้าสู่กลางใจพระร่วง เป็นสนมเอกที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักว่า คือ นางน้อยทองเก้าชั่งนามว่า นพมาศ ขึ้นมาทันใดนั้นเอง...จบ! “

เพื่อนๆพาจะคว้าข้าวโพดคั่ว นั่งพับเพียบฟังกันอย่างตาปอย เรื่องเล่าแสนจะโรแม๊นมากเรียกน้ำตา ดราม่า แต่จบอย่างแฮบปี้เอ็นดิ้ง กำลังจะกลิ้งตัวลงนอน... นี่มันน้ำเน่าชัดๆๆ

ทันใดเพื่อนคนที่เล่า ตบโต๊ะ ดัง ป้าง....
สรุป เธอคิดว่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นนางนพมาศเพราะอะไร
!

แล้วประกวดนางนพมาศทำไม!

(ประกวดนางนพมาศคำๆ นี้ก็สะท้อนถึงความหมายว่า การคัดเลือกหญิงสาวไปบูชาประทีปนั่นแหล่ะ...มองตาก็รู้ใจกันว่าในการจัดงานลอยกระทงนี่ สิ่งที่อยากให้ยกเลิกที่สุดคือ การจัดประกวดนางนพมาศนี่แหล่ะเพราะหลังมากนี้ การจัดนางนพมาศเป็นงานที่ต่างพากันสรรหาหญิงสาวที่มีความสวยมาประกวดประชันกันจะจัดกันทำไม ในสถานศึกษานิสิตมาเดินประกวดบนเวที เอาความสวยเข้ายั่วกิเลสมนุษย์ให้ลงในกามไม่จบไม่สิ้นรึแข่งชิงดีชิงเด่นกันทางความสวยรึ จะเกิดอะไรขึ้น คุณค่าของผู้หญิงมีแค่ที่มีรูปสวยรึสุขภาพดีและมีปัญญา ทั้งที่ความสวยเป็นสิ่งซึ่งจะหมดลงไปได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก และเพราะเราก็เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนเกิดมามีความงามในแบบของตัวเอง ไม่ควรต้องมีการประกวดประขันให้ต้องเกิดความริษยา ชิงดีชิงเด่นกัน และความสวยนั้นก็แค่เกิดจากเกณฑ์ตัดสินของใครคนใดคนหนึ่งด้วยหรือกลุ่มหนึ่งด้วยจิ)

กลับมาที่คำถามจะตอบอย่างไงอ่ะ

มีคำตอบมาว่า...“ฉลาดมั้ง”“ฉวยโอกาสเก่ง” “สร้างสถานการณ์เป็น” “ไม่ได้คิด บังเอิญ” “คงรู้หล่ะมั้งว่าพระร่วงจะเสด็จ”.....

เออคำตอบมานี่ สุดๆๆ ก่อนที่คำตอบจะพาสู่ห้วงเหว... เหลวไหล ไปเรื่อยนั้น

เพื่อนนางนั่นก็ตอบเสียงเข้มว่า “เพราะข้าตระหนักถึงคุณค่าของพระแม่คงคาอันเป็นประหนึ่งสายเลือดของธรรมชาติที่ไหลริน ล่อเลี้ยงผู้คน นำพาความอุดมสมบูรณ์แก่อณาประชาราษฎ์ให้ได้ปลูกพืชผักเลี้ยงชีพ ใช้ชำระร่างกายและสิ่งของ นำพาความร่มเย็นและเป็นเส้นทางนำพาผู้คนให้สัญจรไปมาหาสู่กัน ในครานั้นผู้คนต่างไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งสายน้ำ ต่างกันทิ้งสิ่งของเน่าเสียลงสู่พระแม่คงคาข้าจึงอยากให้รู้จักการบูชาพระแม่คงคา เพื่อระลึกถึงคุณแห่งพระแม่ และข้าอยากให้การอันนี้สืบต่อไปสู่ลูกหลานให้ตระหนักถึงการดูแลรักษาแม่น้ำให้ใสสะอาด ข้าเคยขอไว้ว่า แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปอดกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน ข้าทำเพื่อบูชาพระพุทธศาสนา ข้าทำเพื่อบูชาพระแม่คงคงผู้ปราณีแก่เราเข้าใจข้ารึยัง!”

เออยังกะนางโดนท้าวศรีจุฬาลักษณ์เข้าสิงเน้อ แต่ก็ทำให้ทีมเราได้ข้อสรุปว่างานลอยกระทง เกิดจากคนๆ หนึ่งที่เห็นคุณค่าแห่งสายน้ำ อยากทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อน้ำตอบแทนสิ่งที่น้ำรับใช้เรา และควรเป็นอะไรที่มากกว่า จุดเทียนลอยน้ำหรือมานั่งถกกันว่าควรลอยหรือไม่ลอยกระทงดี กันอีกอยู่ดี

เอาอยากลอยก็ลอยแต่... แต่อยากให้วันลอยกระทงมีความหมายที่ชัดเจนของตัวเอง

และทีมเราก็นึกเกรียนอยากเปลี่ยนชื่อวันลอยกระทงให้ตรงกับเจตนาของพระสนมนางนี้ ให้เป็น “วันเพื่อน้ำ”และเราก็เริ่มพากันเรียกวันลอยกระทงเสียใหม่ในปีนั้นของเราว่า“เราจะจัดงานวันเพื่อน้ำ” ประกาศยกเลิกการแห่เสลียงนางนพมาศ ที่คล้ายกระทำอย่างพิธีบูชายันต์(ถึงเขาจะบอกว่าเป็นการให้เกรียติก็เถอะ ก็ต้องดูที่ไปว่า แห่ไปทำอะไรถ้าแห่ไปเพื่อประกอบพิธีสำคัญ เราก็เรียก แห่เพื่อสรรเสริญแต่ถ้าแห่เพื่อประกอบกิจอันเป็นการสังเวยบางอย่างเราเรียก บูชายันต์นะ)

แล้วเกิดอะไรขึ้น!

การยกเลิกการแห่เสลียงและประกวดนางนพมาศเท่ากับท้าทายอำนาจมืดบางอย่าง เสียงสบถ เสียงแก่นแดกดันเสียงรังเกียจรังงอน...มาเป็นระลอก ไม่เป็นไร เราขาดการสื่อสาร เราปลอบใจตนเอง

ทีมของเราถูกอาจารย์เรียกเข้าพบเราเจอคำถามมากมายว่า ทำไปทำไม เปลี่ยนชื่อทำไม กล้าดีอย่างไรมาลบล้างพิธีอันงดงามที่เขาทำมาเป็นร้อยๆ ปี คำถามเดิมๆ อื่นๆๆ อีกมากมาย...จดกระทั่งลือว่าจะปลดทีมงานเรา

เรื่องใหญ่จนอาจารย์เรียกประชุมนิสิตที่คิดค้นกิจกรรมบ้าบอนี้...เข้าพบ ในเย็นวันหนึ่ง

เรียกได้ว่าจัดประชุม ก็ไม่เชิง จะบอกว่าเรียกทีมเรามาชำระความเลยหล่ะกัน ท่ามกลางอาจารย์เกือบสามสิบท่านทีมเราประหม่า ทีมเรากลัวโดยด่า แต่ทีมเรากลัวที่จะไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจมากกว่า

และก็คิดว่า...แต่นั่นก็เป็นโอกาสที่จะให้ทีมเราก็จัดแจงแถลงไขในสิ่งที่พวกเราคิด

ทีมเราแถลงการณ์ว่าพวกเราอยากจัดวันเพื่อน้ำ เพื่อให้เป็นวันที่จะทำให้ทุกๆ คนหันมาตระหนักถึงคุณค่าแห่งสายน้ำให้มากยิ่งขึ้นอยากให้งานประกวดนพมาศไม่ได้ถูกเลือกเพราะความสวยแต่ถูกเลือกจากความฉลาดในการบูชาน้ำ อนุรักษ์น้ำ และความงดงามของจิตใจเราจะยังคงให้มีการประกวดนางนพมาศอยู่แต่ในรูปแบบใหม่ การตัดสินใหม่ด้วยมุมมองใหม่อย่าตัดสินคนเพียงรูปลักษณ์เลย เราอยากให้นิสิตแต่ละคณะมีส่วนร่วมกับการจัดงานอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ออกร้าน เราอยากให้ผู้คนที่มาในวันนั้น ได้แรงบันดาลใจในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สายน้ำให้ใสสะอาด เห็นถึงคุณค่าของแม่น้ำตระหนักอย่างลึกซึ้งในการมีส่วนรวมในการรักษาความใสสะอาดของแม่น้ำ อย่างที่จะจดจำไปนานเท่านานและส่งต่อสิ่งเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่น เช่นความตั้งใจของการสืบสานประเพณีนี้ของบรรพบุรุษ

เมื่อทีมเราได้เล่าความคิดให้คณาจารย์ได้ฟังจากที่หน้าขมวดคิ้วเข้มชวนนึกถึงยักษ์หน้าวัดแจ้ง อาจารย์ท่านก็คล้อยตาม อย่างเข้าใจมากขึ้นเราบรรยายภาพงานอย่างบรรเจิด และหวังให้เลิศหรู อาจารย์หน้ายิ้มแย้มขึ้นงานเราผ่านจัดได้...

พวกเราก็เริ่มดำเนินการจัดประชุมนายกสโมสรจากคณะต่างๆเราขอว่าให้มีส่วนรวมในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

ด้วยโจทย์ว่า “คณะของท่านเกี่ยวอะไรกับน้ำบ้างคณะท่านผูกพันกับน้ำมากแค่ไหน?”

นอกจากนี้แล้วในปีนั้น มีจอที่เหลือจากการจัดงานสำคัญของมหาวิทยาลัย เราไปขอเช่าจอต่อเพื่อจะจัดฉายหนังสั้นที่แสดงถึงความสำคัญของน้ำที่มีต่อมนุษย์เรา จากไอน้ำ สู่สายน้ำ และจากสายน้ำ สู่ไอน้ำ วงจรชีวิตง่ายๆ ของน้ำที่ล่อเลี้ยงโลกนี้ มาอย่างยั่งยืนและจัดทำเป็นเวทีแสดงกิจกรรมต่างๆ เจ้าของจอปีที่มาตั้งใจดีมากและเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเราเพราะเห็นความตั้งใจดีของพวกเรา จึงให้เราใช้ฟรีโดยไม่เสียค่าเช่า เราทีมงานจัดงานลอยกระทงในรูปแบบใหม่ช่วงสุดท้ายเจ็ดคืนก่อนวันลอยกระทงและใช้เวลาจัดเตรียมหนังสั้นเพียงสามวัน เราแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนตาแข็งมากๆ

งานลอยกระทงปีนั้นผ่านไปด้วยดียังคงสนุกสนานเช่นเคย ด้วยบรรยากาศที่แปลกไป เราได้เห็นงานประกวดนางนพมาศที่แต่ละนางนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำ บางก็มีสิ่งประดิษฐ์มาโชว์และแน่นอนสุดท้ายแล้ว คณะวิศวกรรมศาสตร์ก็แห่นางนพมาศของเขา ตามธรรมเนียมดั่งเดิมด้วยเหตุผลใหม่ว่า ไม่ได้แห่นางมาบูชายันต์ แต่แห่เพราะบูชาเธอ... ข่าวว่าเพราะเธอเป็นคนที่เรียนเก่งมาก และเป็นต้นฉบับแล็กเชอร์ที่ทำให้เพื่อนๆ ได้อ่านจนสอบผ่านกันมาหลายร้อยคน

บรรยากาศแปลกตาความรู้สึกแปลกใจ และความตื่นใหม่ในเนื้อหาของวันนั้น ความบันเทิงในมุมต่างๆดำเนินไปอย่างสนุกสนานเช่นเคย

เรายอมรับว่าเราวิ่งวุ่นดูเวที 4 เวที เตรียมงานด้านต่างๆโดยที่ไม่ได้ไปแวะเวียนเยี่ยมแต่ละคณะ ในเวลาต้นงานเลย แต่เราเชื่อมั่นไปเองว่าเหล่าเพื่อนที่มาประชุมวันนั้น เข้าใจในสิ่งที่เราอยากสื่อสารกันแต่ได้ยินเสียงเล่าเสียงลือจากผู้คนที่มาร่วม ที่ต่างพูดคุยกันสนุกสนานถึงการได้เยี่ยมชมคณะต่างๆ

-เธอๆที่คณะอักษรนะมีจัดอ่านนิราศทางชลมารค ด้วยเธอสนุกๆๆ ไพเราะมากมีบอร์ดแสดงคำกลอนที่เกี่ยวกับน้ำด้วยนะ

-เธอๆที่คณะสถาปัตยกรรมเขามีโมเดลเรือนแพริมน้ำมาโชว์ และการแสดง ฮามากกกก

-คุณๆที่คณะวิศวกรรมศาสตร์อ่ะ เขาโชว์เกี่ยวเครื่องสูบน้ำ ที่คิดค้นกัน ผมเพ่งได้ไปดูมาเจ๋งจริงๆ เลย

-นี่ๆที่คณะนิเทศอ่ะ เขาโชว์รูปกะกราฟฟิกเกี่ยวกับน้ำด้วยนะ เพ่งได้เคยไปคณะนั้น ฝั่งโน้นก็มีจัดลอยกระทงบกด้วย สนุกดีเธอ

นี่เป็นคำที่ได้ยินได้ฟัง...

ความบันเทิงดำเนินไปอย่างรื่นเริงจนกระทั้งเสียงและแสงต่างๆ ต้องจางหายไปในเวลาเที่ยงคืน

ก็ถึงเวลาที่นางซินเดอลิร่าต้องทิ้งรองเท้าแก้ว กระโดดก้าวขึ้นรถฝักทองกลับบ้าน

เราเดินเก็บงานเงียบๆ จนกระทั้งตีสองช่วงเวลานี้เราเดินตามคณะต่างๆ ได้เห็นร่องรอยการร่วมแรงร่วมใจสื่อสารความหมายของ“วันเพื่อน้ำ” และน้ำเกี่ยวข้องกับชีวิตเราอย่างไร เพื่อนๆแต่ละคณะสื่อสารได้อย่างดี เราเชื่อว่า น่าจะได้บรรลุเป้าหมายที่จะเป็นสื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้คนที่มาในงานตระหนักถึงความสำคัญของสายน้ำความเกี่ยวข้องของน้ำกับชีวิตของเรา และจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันอนุรักษ์สายน้ำให้ใสสะอาดได้แน่ๆ

ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครเห็นแล้วฉันเดินเที่ยวชมแต่ละคณะเท่าที่จะไปไหว เพราะง่วงและเหนื่อยมากจนก้าวขาได้ยากจริงๆ ทุกคณะที่ได้เดินเที่ยวชมเราปลื้มและซาบซึ้งในการร่วมแรงร่วมใจของพวกเรามาก สายตาที่มองผ่านน้ำตาที่ไหลออกมาจากความยินดีและซาบซึ้งใจ สุขใจดีนะ

หลังจาก“วันเพื่อน้ำ” นั้น เราไม่ได้เจอเพื่อนๆ ที่ร่วมงานในคณะต่างๆ เลยแต่วันนี้ผ่านเลยมาหลายปี ก็ขอใช้พื้นที่นี้...ขอบคุณพวกเราทุกคน ขอบคุณช่วงเวลาดีที่เรามอบให้กันขอบคุณจังหวะต่างๆ ที่พวกเราได้เจอกันได้ร่วมใจร่วมแรงแข็งขันจัดงานวันนั้นขึ้นมา อย่างงดงามและประทับในความทรงจำเราเสมอ

เราอาจจะไม่วันลอยกระทงเหมือนใครในปีนั้นแต่เรามี “วันเพื่อน้ำที่ไม่มีใครเหมือน” ;) เน้อ 




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2558
0 comments
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2558 11:06:32 น.
Counter : 477 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

สมาชิกหมายเลข 2824073
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 2824073's blog to your web]
space
space
space
space
space