ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
8 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
ประเด็นเรื่องข้อกล่าวหาเรือดำน้ำและการชี้แจง กรณีศึกษาที่ดีของงานกิจการพลเรือนสมัยใหม่

นำประเด็นนี้มาให้ดูเป็นกรณีศึกษากันครับ ผมอยากให้เหล่าทัพเวลาชี้แจง ควรชี้แจงด้วยข้อมูลทางวิชาการให้ได้แบบนี้ อย่าเงียบ หรืออย่าบอกแค่ว่าให้มั่นใจว่าเหล่าทัพทำถูก หรือว่านี่คือเรื่องของทหารคนอื่นอย่ายุ่ง เพราะการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เป็นการจัดซื้อโดยใช้เงินภาษีของประชาชน ประชาชนมีสิทธิที่จะสอบถามหรือตรวจสอบได้แน่นอน แต่ถ้าข้อมูลไหนถูกหรือผิดอย่างไรเหล่าทัพก็ควรชี้แจงด้วยหลักวิชาการตามความเป็นจริง โดยไม่ต้องโต้แย้งด้วยคำพูดรุนแรงหรือกล่าวหากลับไป อยากส่งเสริมให้เหล่าทัพมีการชี้แจงลักษณะนี้กันมาก ๆ ครับ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเหล่าทัพบนพื้นฐานของความเป็นจริงครับ




วันที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 34 ฉบับที่ 12233 มติชนรายวัน

ตั้ง'จงศักดิ์'คุมซื้อเรือดำน้ำ ปูด4ลำต้องซ่อม4.4พันล.

รม ว.กลาโหมตั้ง''จงศักดิ์ พานิชกุล' คุมแผนศึกษาจัดซื้อเรือดำน้ำ"ยู-260" มือสองจากเยอรมนี งบฯ 7.6 พันล้าน เตรียมสำรวจความเห็น 'อดีต ผบ.ทร.-ทหารผู้ใหญ่' ประกอบพิจารณา ถ้า ครม.ไฟเขียว ทร.เตรียมเงินมัดจำ 500 ล้านบาท เผยซื้อ 6 ใช้ได้แค่ 4 อีก 2 ลำเป็นอะไหล่ ระบุรูปทรงเหมาะใช้ในทะเลบอลติกที่หนาวเย็น แต่อ่าวไทยอากาศร้อนกว่า ถ้าติดตั้งแอร์ทำให้เรือเสียงดัง ศัตรูจับทางได้หวั่นลูกเรือมีอันตราย

แหล่ง ข่าวระดับสูงกระทรวงกลาโหม เผยว่า โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำมือสองรุ่นยู-206 (u-206) จำนวน 6 ลำวงเงินงบประมาณ 7,600 ล้านบาท จากประเทศเยอรมนี ที่กองทัพเรือเสนอขึ้นมานั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและตรวจสอบเรือดำน้ำเยอรมนี โดยมี พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เพื่อศึกษาและตรวจสอบเนื่องจากเรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมากใน เรื่องประเทศไทยควรซื้อหรือไม่ซื้อเรือดำน้ำ พร้อมทั้งสำรวจสอบถามอดีตผู้บังคับบัญชาและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วถึงข้อดีข้อเสียเพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้ทำงาน ด้วยความรอบคอบ

"ผลของคณะกรรมการชุดนี้จะตัดสินว่าควรอนุมัติจัด ซื้อเรือดำน้ำยู-206 หรือไม่ ก่อนยื่น ข้อสรุปเข้าคณะรัฐมนตรีให้ทันก่อนวันที่ 30 กันยายน เป็นวันสุดท้ายที่เยอรมนีขอคำตอบ ว่ากองทัพเรือไทยจะซื้อหรือไม่ซื้อ" แหล่งข่าวระบุ

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำมือสองรุ่นยู-206 กองทัพเรือ โดย พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสนับสนุนโครงการดังกล่าว และนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันปีงบประมาณ 2554-2558 ที่เยอรมนีระบุจัดซื้อวันที่ 30 กันยายนเป็นวันสุดท้าย กองทัพเรือเตรียมเงินมัดจำกว่า 500 ล้านบาทเพื่อทำสัญญาทันทีหากรัฐบาลอนุมัติ

ผู้ สื่อข่าวข่าวรายงานว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำจำนวน 6 ลำใช้แบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) จากประเทศเยอรมนี พร้อมทั้งจ้างกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทโฮวัลส์เวิร์ก ดอยซ์ เวิร์ฟและบริษัทมารีน ฟอร์ซ อินเตอร์เนชั่นแนล ซ่อมทำเรือดำน้ำ จำนวน 4 ลำเป็นเงิน 4,400 ล้านบาท โดยใช้อะไหล่จากเรือดำน้ำอีก 2 ลำ สำหรับซ่อมทำเรือ แต่ยังไม่ได้เสนอ ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีแนวคิดซื้อเรือดำน้ำประเทศเกาหลี ใต้แทนเรือยู-206 จากเยอรมนี แต่เนื่องจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยุบสภาก่อน ทำให้เรื่องถูกตีกลับเพื่อให้กองทัพเรือทบทวนถึงความเหมาะสมและความจำเป็น ต่อมากองทัพเรือเสนอเรื่องกลับไปกระทรวงกลาโหมอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เรือดำน้ำมือสองยู-206 ประเทศเยอรมนีจอดไว้ที่ท่าเรือ ไม่ใช้งานมานานพอสมควรแล้ว หากมีประเทศใดที่สนใจขอซื้อจะปรับปรุงเรือดำน้ำ แต่ถ้าไม่มีผู้ใดขอซื้อจะปลด ประจำการ นอกจากนี้ เรือดำน้ำยู-206 มีรูปทรงหัวเรือคล้ายหัววาฬ ออกแบบปฏิบัติภารกิจในสภาพภูมิศาสตร์ทะเลบอลติก ที่มีอุณหภูมิเย็นยะเยือกโดยเฉพาะ ดังนั้น การนำเรือดำน้ำมาใช้ในทะเลไทยที่มีอุณหภูมิร้อนอาจส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของ เรือดำน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากนำเรือดำน้ำยู-206 มาติดตั้งเพิ่มแบตเตอรี่และเพิ่มระบบปรับอากาศเพื่อลดอุณหภูมิ ต้องปรับพื้นที่ในตัวเรือลดน้อย ลงและเรือจะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น เวลาปฏิบัติภารกิจอาจไม่คล่องตัว รวมทั้งการเพิ่มระบบปรับอากาศทำให้เรือดำน้ำมีเสียงดังมากขึ้น อาจส่งผลเสียต่อการปฏิบัติภารกิจ ฝ่ายตรงข้ามอาจรู้ที่ตั้งของเรือดำน้ำจะเป็นอันตรายต่อลูกเรือ

หน้า 1

http://www.matichon.co.th/daily/view_news.php?newsid=01p0115070954§ionid=0101&selday=2011-09-07




ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ สืบเนื่องจาก นสพ.มติชน รายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา

by Submarine Squadron (กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ) on Thursday, September 8, 2011 at 9:00am

สืบเนื่องจาก นสพ.มติชน รายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า “เป็นการจัดซื้อเรือดำน้ำ 6 ลำ แต่ใช้ได้แค่ 4 ลำ อีก 2 ลำเป็นอะไหล่ รูปทรงเหมาะใช้ในทะเลบอลติกที่หนาวเย็น แต่อ่าวไทยอากาศร้อนกว่า ถ้าติดตั้งแอร์ทำให้เรือเสียงดัง ศัตรูจับทางได้หวั่นลูกเรือมีอันตราย” กองเรือดำน้ำ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและอธิบายทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนชาวไทยในประเด็นต่างๆ ดังนี้

ประเด็นแรก โครงการจัดหาเรือดำน้ำที่ ทร.เสนอนั้น เป็นการจัดซื้อเรือดำน้ำแบบ 206A ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว (Used/Hot Transfer) จำนวน ๖ ลำ พร้อมอาวุธประจำเรือ การฝึกอบรม ส่วนสนับสนุน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนการนำเรือดำน้ำ U 206A ซึ่งถูกออกแบบมาให้ในเขตอากาศหนาวเย็น มาใช้ในทะเลไทยซึ่งเป็นเขตร้อนชื้น จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเรือให้มีความเหมาะสมกับการปฏิบัติการในพื้นที่เขตร้อนชื้นก่อน (Tropricalization) โดยมีการติดตั้งระบบปรับอากาศ ระป้องกันการกัดกร่อน การระบายความร้อนของเครื่องยนต์ดีเซล และ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปในการปรับปรุงเรือดังกล่าว ตามโครงการจะมีการปรับปรุงเรือดำน้ำ จำนวน ๔ ลำ นอกจากนั้นแล้ว ก่อนการส่งมอบเรือพร้อมใช้งาน จำนวน ๔ ลำ จะมีการซ่อมบำรุงใหญ่ระดับโรงงานตามวงรอบ (Overhaul) เพื่อดำรงสภาพความพร้อมของเรือ งานซ่อมหลักๆ คือ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ การตรวจสอบการรับแรงดันของตัวเรือ การผนึกน้ำ และงานซ่อมอื่นๆ เพื่อระบบความปลอดภัยของเรือ ซึ่งเมื่อได้รับการซ่อมบำรุงแล้ว จะสามารถใช้งานต่อไปได้อีกไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี มิได้นำเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ ที่ไม่ได้รับการซ่อมบำรุงมาใช้เป็นอะไหล่ในการซ่อมทำแต่อย่างใด ในทางตรงข้าม เรือจำนวน 2 ลำนี้ จะใช้เป็นอะไหล่สำหรับการซ่อมบำรุงตามระยะเวลาสำหรับเรือดำน้ำที่พร้อมใช้งาน จำนวน 4 ลำ ในอนาคต นอกจากนั้น ยังมีอะไหล่คงคลังที่ ทร.ยม.สำรองไว้สำหรับซ่อมบำรุงเรือให้พร้อมปฏิบัติงานได้จนถึงปี 2015 ซึ่งตามโครงการแล้วอะไหล่คงคลังดังกล่าวจะถูกส่งให้กับ ทร.ด้วย จึงมั่นใจได้ว่า ทร. สามารถปรนิบัติบำรุงรักษาเรือดำน้ำให้มีสถานภาพความพร้อมรบได้อย่างต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี

ประเด็นที่สอง การนำเรือดำน้ำมาใช้ในทะเลไทยที่มีอุณหภูมิร้อนอาจส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของเรือดำน้ำนั้น ความเป็นจริงแล้วก่อนนำเรือดำน้ำมาใช้ในทะเลไทยจะต้องได้รับติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในทะเลเขตร้อนชื้นได้ (Tropicalization) การติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติมจะติดตั้งบริเวณใต้ห้องศูนย์ยุทธการ (Control Room) และใต้ส่วนที่พักอาศัย (Accommodation Area) จึงไม่ทำให้พื้นที่ปฏิบัติงานในตัวเรือลดน้อยลงแต่อย่างใด ในส่วนการติดตั้งเพิ่มเติมจะทำให้เรือจะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น เวลาปฏิบัติภารกิจอาจไม่คล่องตัว นั้น ตามข้อเท็จจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการออกแบบเรือดำน้ำ คือ การคำนึงถึงน้ำหนักของเรือที่เปลี่ยนไป อันเนื่องมาจากการนำสิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำจืด เสบียง สรรพาวุธ เข้ามาในเรือ หรือใช้หมดไป ซึ่งมีผลทำให้เรือเสียสภาพสมดุลได้ ดังนั้นในการออกแบบ จึงจำเป็นต้องมีถังน้ำถ่วงเรือสำหรับชดเชยน้ำหนัก (Compensating Tank) ที่นำเข้ามาหรือนำออกไปจากเรือ เพื่อไม่ต้องการให้น้ำหนักของเรือเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการสูบน้ำเข้าหรือสูบน้ำออกจากถังน้ำถ่วงเรือสำหรับชดเชยน้ำหนักแล้วแต่กรณี ดังนั้นในกรณีติดตั้งระบบอากาศเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องคำนวณมวลของน้ำถ่วงเรือที่ต้องนำออกไป หรือพูดอย่างง่ายๆ คือลดปริมาณของน้ำถ่วงเรือให้น้อยลง เพื่อชดชยน้ำหนักของระบบปรับอากาศที่นำเข้ามาติดตั้งเพิ่มขึ้นนั้นเอง จึงสามารถสรุปได้ว่าการติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติม ไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับเรือ จึงไม่มีผลต่อความคล่องตัวของเรือแต่อย่างใด

ประเด็นที่สาม การเพิ่มระบบปรับอากาศทำให้เรือดำน้ำมีเสียงดังมากขึ้น อาจส่งผลเสียต่อการปฏิบัติภารกิจ ฝ่ายตรงข้ามอาจรู้ที่ตั้งของเรือดำน้ำจะเป็นอันตรายต่อลูกเรือ นั้น ขออธิบายทำความเข้าใจ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการปรับปรุงเรือให้สามารถปฏิบัติงานในทะเลเขตร้อนชื้นได้ (Tropicalization) นั้น เพื่อให้เรือสามารถปฏิบัติงานได้ในทะเลที่มีอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงถึง ๓๒ องศา C และต้องรักษาอุณหภูมิภายในเรือบริเวณห้องศูนย์ยุทธการและส่วนที่พักอาศัยให้ได้ที่ 27 องศา C +5% ห้องเครื่องจักรต้องรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 45 องศา C +10% โดยปกติอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลบริเวณจีนใต้อยู่ที่ 25-28 องศา C ที่ผิวน้ำ และอุณหภูมิจะลดลงตามความลึกของน้ำ ดังนั้นปัญหาหลักของการปรับอุณหภูมิภายในเรือส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อเรืออยู่บนผิวน้ำหรืออยู่ที่ระดับความลึกกล้องตาเรือ (Periscope depth) และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อเรือจอดอยู่ที่ท่าเรือ การปฏิบัติการของเรือดำน้ำ เวลาส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ระดับความลึกปลอดภัย (มากกว่า 40 เมตร) เพื่อป้องกันจากการถูกตรวจจับโดยเรือผิวน้ำ ซึ่งด้วยอุณหภูมิของน้ำทะเลภายนอกตัวเรือที่ต่ำกว่าอุณหภูมิภายใน จึงไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศแต่อย่างใด หรือจำเป็นต้องใช้ก็สามารถเปิด ปิด ปรับแต่งการทำงานของระบบอากาศตามความเย็นที่ต้องการปรับได้โดยผู้ควบคุมระบบ นอกจากนั้นในขั้นตอนของการติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติมได้คำนึงการสั่นสะเทือนของระบบ ซึ่งได้ออกแบบรองรับป้องการกันการแพร่กระจายของเสียงที่ไม่พึ่งประสงค์ไว้ด้วยแล้ว จากที่กล่าวมาข้างต้น การปฏิบัติการทางยุทธวิธีของเรือดำน้ำที่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถปฏิบัติงานในทะเลเขตร้อนชื้นได้นั้น ไม่ได้ทำให้เรือดำน้ำมีเสียงดังมากขึ้น หรือมีก็เพียงน้อยมากไม่มีผลต่อการถูกตรวจจับจากการดักฟังเสียงจากเรือผิวน้ำ บทสรุปการติดตั้งระบบปรับอากาศ เพื่อต้องการดูแลรักษาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ให้ชำรุดเมื่อเรือดำน้ำจอดอยู่ที่ท่าเรือ และเมื่อเรือปฏิบัติการบนผิวน้ำและที่ระดับความกล้องตาเรือ

http://www.facebook.com/notes/submarine-squadron-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B9%86-%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3/248828021821886


Create Date : 08 กันยายน 2554
Last Update : 8 กันยายน 2554 11:38:23 น. 0 comments
Counter : 1566 Pageviews.

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.