Group Blog
 
All blogs
 
Pray for Thailand

ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะเขียนอะไรแล้ว
เพราะเห็นหายนะกำลังจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินเกิด
ถึงฉันจะจากแผ่นดินไทยมา และตั้งใจว่าจะไม่กลับไปอยู่ถาวร
ก็ไม่ได้แปลว่า ฉันเกลียดชังประเทศนี้เลยนะ
ที่ชิงชัง คือ ความอยุติธรรมของสังคม
ผู้คนไม่เคารพในสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของกันและกัน
เวลานี้ นอกจากการเมืองแล้วยังลามมาเรื่องศาสนา
กล่าวหาว่าผู้คนที่นับถือศรัทธาวัดธรรมกาย
เป็นพวกเลวร้ายที่ต้องเร่งกำจัดกวาดล้าง
คนคิดต่างคือศรัตรู เป็นภัยอัตราย

นี่ประเทศไทยที่รักของฉันจะเป็น ระวันดา แล้วหรือ
ทุกคนต่างกระเหี้ยนกระหือรือที่จะทำลายล้างกัน
เพราะความเชื่อที่ขัดแย้งกันทั้งการเมืองและศาสนา

นี่ไม่ใช่การ แช่ง แต่เป็นความเศร้าและความกลัวจากใจ
ที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง
อยากเรียกร้องให้ ยุติการทำลายล้างกันเสียที
ก่อนที่ประเทศไทยของเราจะต้องล่มสลายเหมือน ระวันดา

ฉันไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ชั่วขนาดอยากเห็นประเทศชาติล่มจมหรอกนะ


อืมมม... การออกมาแสดงตัว เรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับผู้คน
กลายเป็นเรื่องของ คนโง่ ความขี้ขลาดกลายเป็นเรื่องของ คนฉลาด
ก็เข้าใจนะที่ญาติเตือนให้อยู่เงียบๆ นั้นเพราะหวังดีจริง
แต่เพราะ เป็นกันอย่างนี้ไง เอาแต่รักตัวกลัวตาย
ตลบตะแลงอยู่กันไปวันๆ ประเทศมันถึงไปเป็นอยู่อย่างนี้









Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2560 16:29:53 น. 0 comments
Counter : 360 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Free-Lance Journalist
Location :
Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]




ชีวิตไม่สวยใส โปรไฟล์ไม่เริ่ดหรู แต่ถ้าคุณอยากรู้ ก็จะบอก
ฉันเป็นคนบ้านนอก เกิดที่จังหวัดสระบุรี(เลี้ยวซ้าย) เกิดกับหมอตำแย ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ปัจจุบัน จมอยู่ใต้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
พ่อแม่มีอาชีพทำไร่ทำนา ได้รับการศึกษาแค่ชั้นประถม 4 จากโรงเรียนที่มีครูสอนแค่ 2 คน เด็กนักเรียนมี 70-80 คน จบชั้น ป.4 ก็ต้องไปเรียนต่อชั้น ป.5 กับโรงเรียนที่ใหญ่กว่า ไกลขึ้น ต้องนั่งรถสองแถวที่นานๆ มีสักคัน วิ่งฝ่าถนนลูกรัง กว่าจะถึงโรงเรียน ชุดนักเรียนของฉันก็มอมแมมไปด้วยฝุ่นแดงๆ
แต่ฉันก็ได้เรียนแค่ชั้น ป.5 เพราะ ผู้ใหญ่บอกว่า ลูกผู้หญิงเรียนไปทำไมเดี๋ยวก็ได้ผัว แต่ไม่เดี๋ยวสิ กว่าฉันจะได้ผัว อายุปาเข้าไปเกือบ 30 ซึ่งแต่ออกจากโรงเรียนกว่าจะได้ผัวก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงิน ระหว่างนี้ก็หาทางเรียนเอง โดยทางลัดที่เรียกว่า การศึกษาผู้ใหญ่ ตั้งแต่ระดับมัธยมต้น และมัธยมปลาย และสุดท้ายสูงสุดแค่ประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา สู่เส้นทางการทำงานออฟฟิศตำแหน่ง staff ทั้งฝ่ายบุคคล ธุรการทั่วไป การเงิน การธนาคาร ผู้จัดการร้านค้าปลีก หลังแต่งงาน 2 ปีชีวิตคู่ล้มเหลว ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียวซึ่งเป็นโรคทาลัสซีเมียต้องรักษาโดยให้เลือดมาตั้งแต่อายุ 4-5 เดือน จนกระทั่งมีฝรั่งมาขอแต่งงาน ตอนลูกฉันอายุ 12 ปี ปัจจุบันนี้ทั้งฉันและลูกอาศัยอยู่ประเทศเยอรมัน ถ้ายังอยากรู้ว่าชีวิตในปัจจุบันเป็นยังไง ก็ไปดูได้ที่เฟส อัพเดทตลอด เดี๋ยวจะหาว่าฉัน มโน
"ที่นี่
ขอบคุณ ผู้สนใจติดตาม
Friends' blogs
[Add Free-Lance Journalist's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.