ลู่หมิน ซีรีส์ The writer 1/ Feel you, Feel me (ในเสน่หา)























" ผมส่งลิสต์ของที่ต้องซื้อไปแล้วนะครับ ระวังเรื่องชุดชั้นในนิดนึงยี่ห้อมันคล้ายๆกัน นอกนั้นก็เป็นพวกของกินแล้วก็เครื่องปรุงอาหารคุณถนัดอยู่แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา สงสัยอะไรติดต่อผมได้ตลอดเวลานะครับไม่ต้องเกรงใจ "

" ขอบคุณมากครับคุณเลขาจอง "

วางสายจากคู่สนทนาแล้วมินซอกก็กดเข้าไปดูลิสต์ของที่ต้องซื้อ พอเห็นยี่ห้อชุดชั้นในก็ถอนใจนิดๆ เขารู้จักดี มันแพงกว่าเสื้อผ้าทั้งชุดที่เขาใส่อยู่ตอนนี้อีก













" ขอ...โทษครับ พอดีผมทั้งกดกริ่งทั้งเคาะประตูแล้ว แต่...ก็เลยเปิดเข้ามาครับ "

" ไม่เป็นไร กริ่งมันเสีย แล้วฉันอาบน้ำอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงเธอเคาะประตู เอาของไปเก็บในครัวสิ "

ชายหนุ่มชี้มือไปด้านหลังในขณะที่อีกมือก็ง่วนอยู่กับการเช็ดผม ร่างกายค่อนข้างผอมแต่มีกล้ามเนื้อท่อนบนเปลือยเปล่า ผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ห่มคลุมท่อนล่างไว้ก็หมิ่นเหม่เกินกว่าจะมั่นใจว่าถ้าเคลื่อนไหวร่างกายแรงอีกนิดมันจะไม่หลุดลงไปกองกับพื้น

" ชื่ออะไรน่ะเรา "

" มินซอกครับ " ตอบพลางแยกประเภทของเก็บเข้าที่ ส่วนใหญ่เป็นของสดที่ต้องเก็บในตู้เย็นและพวกเครื่องปรุงไม่กี่ชนิด

" เต็มๆสิ "


" เรียกมินซอกก็พอครับ "

" อืม ก็ตามใจ งั้นฉันคงไม่ถามอะไรเพิ่มล่ะเดี๋ยวจะขัดใจเธอเข้า " น้ำเสียงไม่ได้มีแววประชดประชัน มันเป็นนิสัยของเขาเองที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นพอๆกับไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งเรื่องตัวเอง

" ผมลาล่ะครับ " เด็กหนุ่มเดินมายื่นถุงใส่ชุดชั้นในให้แล้วโค้งอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินก้าวยาวๆลงเท้าเบาพอกับแมวย่อง เปิดและปิดประตูอย่างเบามือ




นักเขียนคลื่นลูกใหม่ของวงการมองประตูที่ปิดสนิทไปแล้ว สีฟ้าครามไม่ต่างจากเชิ๊ตผ้าบางๆที่เด็กคนนั้นใส่ มันเข้ากันได้ดีกับกางเกงขาสั้นสีขาวและถุงเท้าแค่ข้อสีเทาอ่อน ดูจากการแต่งตัวเขาก็พอจะสบายใจว่าเด็กคนนี้น่าจะเป็นคนสะอาดสะอ้านพอที่จะวางใจให้คอยซื้อของให้ และต่อไปก็ต้องมาทำกับข้าวมื้อเย็นให้เขาแทนแม่บ้านที่ขอลาออกไปอยู่ต่างจังหวัดกับลูกในสองสามวันนี้แล้ว

เขายืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

" มินซอกเอาของไปส่งรึยังครับ "

" เพิ่งกลับไปเมื่อกี๊เอง "

" คุณลู่หานโอเคมั๊ยครับ "


" ก็คิดว่าไม่มีอะไรที่ไม่โอเคนะ เรื่องซื้อของตามลิสต์คงไม่มีอะไรยาก ว่าแต่เด็กนั้นทำกับข้าวได้จริงๆเหรอ "

" ครับ พ่อเด็กเป็นเชฟมีฝีมือนะครับแต่เสียไปแล้ว เด็กนั่นก็เรียนที่สถาบันสอนทำอาหารมีชื่อเพิ่งลาออก2-3เดือนก่อนเพราะปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย อาจารย์ที่สถาบันที่ผมรู้จักก็บอกว่าไว้ใจได้ ผมเลยมั่นใจครับ "

" ถ้าเรขาจองมั่นใจผมก็โอเค ขอบคุณมากนะครับ "

" งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ สวัสดีครับ "












บ้านชั้นเดียวแต่มีบริเวณบ้านกว้างขวางเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ร่มรื่น ภายในมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่ก็เป็นของแบรนด์ระดับไฮ-เอ็นด์ทั้งสิ้น เหมาะกับคนที่ต้องการใช้ชีวิตแบบเรียบหรูและห่างไกลจากความวุ่ยวายอย่างที่นักเขียนชื่อดังแบบลู่หานต้องการ

เขาซื้อบ้านนี้มาด้วยราคาสูงลิบแต่หกเดือนที่ผ่านมาเขาก็คิดว่ามันคุ้มค่าและคิดถูกแล้ว เพราะมันทำให้เขามีสมาธิกับการงานเขียนของตัวเองมากทั้งที่อยู่ในตัวเมืองที่ทันสมัยแต่เมื่อเข้าเขตที่พักก็มีแต่ความเงียบสงบ











มินซอกปิดหนังสือวางไว้แนบอก น้ำตาเอ่ออยู่ที่ปลายตา ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องยังไม่หายไปไหน เขาอ่านนิยายเล่มนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วแต่ก็ยังมีความรู้สึกรุนแรงทุกครั้งเมื่ออ่านถึงหน้าสุดท้าย ตัวเลขที่ระบุไว้ว่าเป็นพาร์ทที่1ทำให้การรอคอยพาร์ทต่อไปเป็นความทรมานอย่างยิ่ง เวลาอีกสามเดือนก่อนที่นิยายในพาร์ทที่2จะตีพิมพ์จำหน่าย หลังจากที่รอมาแล้วหนึ่งปีเต็มเขาแทบจะนับมันทุกชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ


มือขาวจัดหยิบหนังสือเอื้อมไปวางที่โต๊ะข้างหัวเตียงแล้วหันมาคว้าหมอนใบใหญ่เกือบเท่าครึ่งตัวของเขามากอดไว้ ปลายจมูกเล็กมนถูกับหมอนเบาๆแล้วกดจนจมหาย พักใหญ่จึงผงะเงยหน้าขึ้นเพราะเริ่มขาดอากาศหายใจ


ภาพของชายหนุ่มเจ้าของนามปากกาหนังสือที่เพิ่งอ่านไปชัดเจนในห้วงความคิดจนแทบจะอดใจเอื้อมมือไปสัมผัสไม่ไหว มินซอกกอดหมอนแน่นขึ้นอีกความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกภายในสงบลง ตรงข้ามมันกลับทำให้ความรู้สึกที่ไม่ตัวตนชัดเจนจนเหมือนมีรูปร่างที่สัมผัสได้......




.............ทรมานเหลือเกิน

















หลายวันแล้วแต่กริ่งยังคงใช้การไม่ได้ มินซอกใช้วิธีเคาะประตูและเปิดเข้ามาด้วยกุญแจที่เรขาจองทำเพิ่มให้ในวันที่เจ้าของบ้านล็อคประตูด้านใน อย่างที่ควรทำ


เขาจัดของเข้าที่อย่างเป็นระเบียบก่อนจะทิ้งถุงลงในถังแยกขยะที่มุมห้องครัว เดินกลับออกมาผ่านโต๊ะทำงานเจ้าของบ้านก็ยังคงฟุบนิ่งอยู่ที่โต๊ะ อดใจไม่ไหวจริงๆที่จะไม่เดินเข้าไปดู ข้างผนังที่เรียงรายด้วยหนังสือแน่นขนัดจนได้กลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ มินซอกสูดลมหายใจช้าๆราวกับต้องการซึมซับความรู้สึกทั้งหมดของตัวละครในหนังสือให้เป็นหนึ่งเดียวกับความรู้สึกของตัวเอง

นิ้วมือระไปตามสันปกหนังสือก่อนจะเหนี่ยวขอบหนังสือด้านบนออกมาหนึ่งเล่ม แต่ความที่หนังสือเบียดตัวกันแน่นเมื่อดึงเล่มนึ่งออกมาเล่มที่อยู่ข้างๆกันก็ร่วงลงจากชั้นด้วย มันใกล้พอที่จะทำให้คนที่ฟุบอยู่ที่โต๊ะได้ยินเสียงแล้วดันตัวขึ้นจากโต๊ะ


ดวงตาที่เปิดได้ครึ่งเดียวหันตามเสียงแล้วพยายามกระพริบตาให้สติตื่นเต็มที่ ก่อนจะลุกขึ้นเซนิดๆ ก้าวเท้าเพียงสองสามก้าวก็ประชิดตัวคนที่ทำเสียงปลุกอย่างไม่ตั้งใจ

" อยากอ่านหนังสือเหรอ " ถามเหมือนไม่ต้องการคำตอบ ดวงตาโตสวยจ้องไปที่ปกหนังสือที่อีกคนกดไว้กับอกตัวเองแล้วมองหน้า

" อายุถึงสิบแปดรึยัง ริจะอ่านนิยายอีโรติก " ถามเหมือนไม่ต้องการคำตอบอีกครั้งก่อนที่จะขยับเข้าไปอีกก้าวจนอีกคนผงะถอยจนหลังติดชั้นหนังสือ

เจ้าของบ้างเขย่งสุดปลายเท้าเอื้อมมือไปชั้นบนสุด ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเบียดพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นอยู่


ต้องยืดตัวเขย่งปลายเท้าอยู่หลายจังหวะกว่าที่จะดึงหนังสือเล่มที่ต้องการออกมาจับไว้อย่างถนัดมือ เสร็จแล้วดึงหนังสือที่เด็กหนุ่มถือแนบอกไว้ยัดเล่มใหม่ลงไปแทน

" เล่มนี้สนุกกว่า "

มินซอกขยับแผ่นหลังที่แนบอยู่กับชั้นหนังสือขึ้น มองตามคนที่ใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะจุดบุหรี่สูบ กลิ่นเดียวกับร่างที่แนบเขาอยู่เมื่อครู่

" ผม... "


" รบกวนหน่อยนะ ก่อนไปช่วยชงกาแฟให้สักถ้วยถือว่าเป็นค่าเช่าหนังสือละกัน " สั่งแล้วก็จ่อบุหรี่เข้าปากอีกรอบ เอียงหน้าพ่นควันไปข้างๆแล้วกดแป้นคีย์บอร์ดโดยที่ยังคีบบุหรี่เอาไว้

มินซอกเม้มปากเก็บคำพูดกลับไปไว้ในความคิดเช่นเดิม เขาแค่อยากจะบอกว่าตัวเองอายุยี่สิบแล้วมีสิทธิที่จะอ่านอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่เมื่อเห็นท่าทีไม่ใส่ใจของอีกฝ่ายเขาก็เลือกที่จะทำตามคำสั่งของคนที่เป็นนายจ้างไปแบบเงียบๆ

















ตั้งแต่ช่วงสายที่ได้หนังสือมาเขาก็จมอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นทั้งวันจนเลยเวลาข้าวเที่ยง และจนถึงเวลาเกือบห้าโมงเย็นเจ้าตัวจึงยอมปิดหนังสือเพราะถึงเวลาต้องไปทำอาหารเย็นให้เจ้าของหนังสือแล้ว
















ลู่หานไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ กลิ่นอาหารทำให้เขาไขว้เขวจากตัวหนังสือบนจอสี่เหลี่ยม แต่ก็อดใจรอจนร่างเล็กสมส่วนเดินมาบอกว่าอาหารพร้อมแล้ว เขาจึงกดบุหรี่ลงกับภาชนะแก้วใสหนาที่มีบุหรี่ที่ดับไปก่อนหน้านี้เกือบเต็มความจุ

มินซอกมองตามเจ้าของบ้านที่ยังใส่บ็อกเซอร์ตัวเดิมจากเมื่อเช้าแต่ท่อนบนสวมเสื้อยืดสีขาวเพิ่มเข้ามาเดินผ่านหน้าเข้าครัวไป

" ผมขอตัวเลยนะครับ "


" อืม ขอบใจนะ "

คนที่บอกว่าจะกลับ แต่กลับยั้งฝีเท้าตัวเอง ถูมือกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินแล้วกำที่ชายกางเกงแน่นทั้งสองมือ ลังเลบางอย่างอยู่อึดใจแต่สุดท้ายก็เดินออกไปเปิดและปิดประตูอย่างเบามือเหมือนทุกครั้ง
















วันนี้ เรขาจองโทรมาบอกลูกจ้างชั่วคราวแต่เช้าว่าไม่มีลิสต์ของที่ต้องซื้อ และตอนเย็นก็ไม่ต้องไปเตรียมอาหารเพราะคุณลู่หานมีนัดกับเพื่อน มินซอกจึงยังนอนกลิ้งไปมาอยู่บนที่นอนแม้ว่าจะเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว จนท้องร้องจนทนไม่ไหวนั่นแหละเจ้าตัวถึงดึงตัวเองออกจากที่นอนได้

ของกินที่กลบเสียงท้องร้องก็มีแค่กาแฟกับพิซซ่าเหลือจากเมื่อวานสองชิ้น อิ่มท้องแล้วก็หย่อนตัวลงที่โซฟาจมไปกับเรื่องราวในนิยายอีกครั้งหลังจากที่อ่านจบไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน


เรื่องราวของอัจฉริยะด้านการทำอาหารที่สามารถทำให้ผู้ลิ้มรสเกิดอารมณ์ความรู้สึกเดียวกับเขาในขณะทำอาหารได้ ทุกบทเต็มไปด้วยบทรักที่ร้อนแรงและสอดแทรกเมนูอาหารที่น่าสนใจไว้อย่างลงตัว มันสนุกมากอย่างที่ลู่หานบอก



ดวงตาโตรูปทรงเดียวกับเม็ดอัลมอนด์เพ่งกับตัวหนังสืออยู่หลายชั่วโมง ล้าจนต้องเอานิ้วกดหัวตาไว้ ก่อนจะลุกเข้าครัวไปเปิดตู้เย็นคว้านมกล่องลิตรมาดื่มด้วยความหิว น้ำนมไหลเป็นทางจากมุมปากเจ้าตัวก็ใช้แขนเสื้อเช็ดลวกๆแล้วเอามือปัดๆคราบนมที่ไหลเลอะที่อกเสื้อ

จู่ๆน้ำตาก็เอ่อขึ้นมา นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือของพ่อ นานแค่ไหนแล้วที่รอบตัวมีแต่เสียงความคิดของตัวเอง

ไม่มีใครเหงาตายก็จริงแต่ความเหงาก็ทำให้คนรู้สึกเจ็บเจียนตายได้ หนังสือคือสิ่งเดียวที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด เขาคิดว่าถ้าได้อยู่ใกล้ๆคนที่สร้างสิ่งที่เป็นเครื่องบรรเทาความเจ็บปวดนี้ มันคงจะเป็นเรื่องที่ดี ความเจ็บปวดน่าจะเบาบางลง




แต่...แบบนี้เรียกว่าหนีเสือปะจระเข้รึเปล่า ความรู้สึกที่กดทับหัวใจอยู่นี่ มันไม่ได้เจ็บปวดแต่มันปั่นป่วนจนเกือบจะเป็นความทรมานด้วยซ้ำ

















มือเล็กอูมกำลูกกุญแจแน่น ความเงียบและความมืดภายในบ้านทำให้เขามั่นใจว่าเจ้าของบ้านยังไม่กลับ ลูกกุญแจถูกเสียบเข้ารูที่พอดีกับรอยเว้าอย่างเบามือไม่มีเสียงคลิ๊ก หมายถึงว่าเจ้าของบ้านไม่ได้ล็อคประตูอีกแล้ว

ในบ้านไม่ได้มืดขนาดที่มองอะไรไม่เห็น ม่านหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ทำให้แสงไฟจากบริเวณสวนรอบบ้านส่องเข้ามาพอมองทางเดินลางๆได้

มินซอกเดินไปด้านในสุดเยื้องห้องครัวไปทางซ้าย ส่วนที่ยังไม่เคยล่วงล้ำเข้าไป เขาเลื่อนบานประตูที่เป็นกระจกขุ่นออกแค่พอให้แทรกตัวเข้าไปได้ กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้หลายชนิดกับเครื่องเทศผสมกันลอยเอื่อยมาเข้าจมูก การเป็นคนชอบทำอาหารทำให้เขาแยกแยะกลิ่นได้ดีแต่มันก็ยังเป็นความหอมในแบบที่อธิบายไม่ถูก

เขาเดินมาหยุดที่เตียงกว้างก้มลงเอามือสัมผัสเนื้อผ้าสีน้ำตาลเข้มของผ้านวมก่อนจะดึงออกแล้วแทรกตัวลงไปนอน กดหน้าลงกับหมอนหลับตาพริ้มให้ประสาทสัมผัสรับรู้กลิ่นทำงานเต็มที่.....กลิ่นของลู่หาน







ผู้บุกรุกออกจากห้องนอนเดินมาที่โต๊ะทำงาน ใช้ไฟจากมือถือช่วยให้อ่านตัวหนังสือได้ถนัดๆ....
in - between / ระหว่างรัก / part 2 คือตัวอักษรที่อ่านได้บนปึกกระดาษที่วางกองอยู่ ดวงตาชั้นเดียวที่รูปตาโตอยู่แล้วเบ่งโตขึ้นไปอีก ในจังหวะที่จะลองเปิดอ่านเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ร่างในเงามืดสะดุ้งเฮือกจนโทรศัพท์ร่วงไถลไปกับพื้นไกลเกินกว่าจะเอื้อมหยิบได้ทัน เขารีบมุมเข้าไปนั่งขดตัวอยู่ใต้โต๊ะ







เสียงหัวเราะหยอกล้อดังใกล้เข้ามา ไฟที่ถูกเปิดเพียงดวงเดียวตรงประตูสว่างพอที่จะทำให้เห็นคนสองคนที่เดินประคองกอดกันเข้ามาได้ชัดเจน มินซอกมองลอดช่องว่างของแผ่นไม้ที่กั้นระหว่างขาโต๊ะ

ชายหนุ่มผิวขาวร่างเล็กยืนพิงชั้นหนังสือตำแหน่งเดียวกับที่เขาแอบหยิบหนังสือเมื่อวาน ผิวหน้าแดงจัดกับดวงตาเยิ้มวาวจากเครื่องดื่มมึนเมาเต็มไปด้วยความยั่วยวน

" คุณลู่หานใจ...ใจร้าย ร้ายมากๆ จะไม่พาผมไปที่เตียงเหรอ...ครับ " เสียงหวานขาดห้วงร้องประท้วงแต่กลับดึงอีกร่างเข้ามาหาจนสองร่างแนบชิดกัน

เสียงที่คุ้นเคยหัวเราะเบาๆไม่พูดอะไรแต่กดจูบลงอย่างรวดเร็ว เสียงริมฝีปากที่บดเบียดกัน เสียงหายใจรุนแรงไม่เป็นจังหวะ เสียงเสียดสีของเสื้อผ้าผสมปนเปอยู่ในความเงียบของบรรยากาศรอบข้าง








มินซอกรู้ดีว่าสามารถใช้โอกาสนี้หลบออกไปได้แต่ความรู้สึกที่รุนแรงกว่านั้นคือความปรารถนาลึกๆภายในที่ถูกกระตุ้นและต้องการได้รับการตอบสนอง ร่างกายจึงไม่ยอมขยับเคลื่อนที่ไปไหน

ลู่หานถอนปากออกใช้นิ้วโป้งเช็ดขอบปากแดงที่ฉ่ำเบาๆก่อนจะกดจูบที่ผ่อนแรงลงกว่าเดิม ลากริมฝีปากลงไปที่ลำคอ สองมือก็ดึงชายเสื้อถลกขึ้นจนเห็นผิวเนื้อขาวกระจ่างรวมถึงจุดกระสันต์สองข้างที่เต่งล่อตา

ชายหนุ่มย่อเข่าลง ปลายเท้าสัมผัสกับสิ่งที่บางคนทำตกไว้จนมันไถลไปอยู่ข้างกระถางต้นไม้อีกด้านของห้อง มินซอกผ่อนลมหายใจยาวกลัวว่าจะโดนจับได้ แต่สองตาก็ไม่อาจละไปจากภาพตรงหน้า

ริมฝีปากที่ดูดเม้มสองจุดที่อกเล่นเอาเจ้าของแทบยืนไม่อยู่ เสียงร้องครางของความสุขสมดังขึ้นเรื่อยๆ ลู่หานยืนขึ้นประคองร่างอ่อนปวกเปียกพลิกให้หันหน้าเข้าหาชั้นหนังสือ

" เธอมีความสุขขนาดนี้ยังหาว่าฉันใจร้ายอยู่รึเปล่า "

อีกฝ่ายมีแต่เสียงครางตอบกลับมาเพราะมือซุกซนของคนถามล้วงลึกเข้าไปตรงส่วนที่อ่อนไหวที่สุดแล้ว ชายหนุ่มขยับมือช้าๆ อีกมือก็ปลดกระดุมกางเกงดึงลงต่ำกว่าเนินเนื้อแก้มก้น แล้วเอาด้านหน้าของตัวเองที่ยังมีเนื้อผ้าของกางเกงยีนส์ตัวหนากั้นไว้บดเบียดลงไป







มือเล็กอูมขาวซีดที่กำเสื้อยืดของตัวเองตรงหน้าอกจนยับย่นเปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปทั่ว แล้วค่อยๆเลื่อนต่ำลง ความปั่นป่วนตรงท้องน้อยทำให้เขาแทบอยากร้องออกมา

ขาที่ยกชันเข่าอยู่ลดลงกดแนบลงไปกับพื้น หัวเข่าแยกออกเพื่อให้มือลงต่ำไปถึงจุดระหว่างต้นขาได้สะดวก มือเล็กขยับตามจังหวะที่โดนกำกับโดยอารมณ์อันพลุ่งพล่านของลู่หาน

" เธอต้องรอฉันก่อนนะ " เสียงพร่าพูดที่ข้างหูของคนใต้ร่างแต่ก็ดังพอที่คนที่อยู่ใต๊ะจะได้ยิน ชายนุ่มปลดกางเกงของตัวเองลงมืออีกข้างก็ยังไม่หยุดขยับ เขาออกแรงบดเบียดส่วนหน้าของตัวเองเข้ากับช่องทางเบื้องหลังของอีกคนมากขึ้น







เสียงของความสุขสมที่กลั้นไว้ของลู่หานระเบิดออกมา มินซอกยิ่งแทบระงับอารมณ์ไม่ไหว ริมฝีปากเม้มแน่นเผลอเอาฟันขบจนเริ่มมีเลือดซิบ พยายามขืนมือไม่เร่งจังหวะ มองบั้นท้ายของลู่หานที่ขยับไปมาแล้วทำไปตามจังหวะนั้น ยิ่งห้วงอารมณ์เหมือนจะประสานเป็นหนึ่งเดียวกันไหล่ก็ห่อเข้าหากันเนื้อตัวสั่นเกร็งไปหมด

มินซอกจ้องใบหน้าด้านข้างของลู่หานที่เริ่มแดงสลับกับอวัยวะกลางลำตัวที่ขยับเข้าออกเป็นจังหวะถี่ขึ้นเรื่อยๆ มือของเขาก็ขยับตามเร็วขึ้นเรื่อยๆจนถึงจังหวะที่ลู่หานกดกระแทกย้ำๆแรงถี่ อารมณ์ของมินซอกก็มาถึงจุดเดียวกัน

ร่างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะกระตุกเกร็งในขณะที่ลู่หานรีบดึงอวัยวะที่แข็งตึงของตัวเองออก ใช้มือทำให้ของเหลวทั้งหมดทะลักออกมา เสียงครางที่ลอดออกจากริมฝีปากห้อเลือดดังพอที่จะทำให้คนแถวนั้นได้ยินแน่ๆถ้ายังมีสติเหลือพอ


ลู่หานกลับไปช่วยให้อีกฝ่ายเสร็จตามตัวเองแล้วจับตัวหันกลับมาจูบเอาใจ มือที่เลอะของเหลวสีขุ่นทั้งสองข้างละเลงลงไปที่หน้าท้องแน่นเนื้อแล้วหัวเราะชอบใจ อีกฝ่ายทุบอกลงโทษเบาๆก่อนต่างคนต่างดึงกางเกงขึ้นพากันเดินไปทางห้องนอน







มินซอกพยายามผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติเช็ดคราบเลอะเทอะกับชายเสื้อ รีบมุมออกจากใต้โต๊ะ เดินย่องเบาราวแมวขโมยไปหยิบโทรศัพท์แล้วออกจากบ้านไป















วันนี้ลู่หานไม่ได้รอจนอาหารเสร็จ เขาเดินเข้ามาในครัวแล้วนั่งมองคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจปรุงอาหารอยู่ อีกคนเหมือนจะยังไม่รู้ตัวชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินไปดูสิ่งที่ดึงสมาธิทั้งหมดของพ่อครัวจำเป็นเอาไว้

" ชิมก่อนได้มั๊ย "

คนโดนทำสมาธิกระเจิงเพราะเสียงที่ข้างหูผงะถอยไปนิดนึง แต่ทำเหมือนไม่มีอะไรแล้วดึงลิ้นชักหยิบช้อนมาตักน้ำซุบในหม้อ ตั้งใจจะส่งปลายช้อนให้แต่โดนจับมือไว้บังคับให้ป้อนกลายๆ

" อร่อยมาก " พูดด้วยน้ำเสียงโทนปกติแล้วก็กลับมานั่งที่หัวโต๊ะ

มินซอกหันมามองแปลกใจนิดๆที่วันนี้ไม่นั่งทำงานแต่มารอในครัวแบบนี้

" บทที่สามใช่มั๊ย "

" ครับ ? " มือยังค้างอยู่ที่หม้อขณะเอี้ยวตัวมามองคนถาม

" สูตรซุปมันฝรั่งนี่อยู่ในบทที่สาม ตอนที่ตัวเอกรู้สึกผิดและอยากจะขอโทษคนรักของเขา "






มินซอกหลบตา พยักหน้า แล้วหันกลับไปค้นซุบต่อ

" อยากจะขอโทษอะไรฉันรึเปล่า "


" ผม...ผมก็แค่เห็นสูตรมันน่าสนใจเลยอยากลองทำให้คุณลู่หานทานครับ "

" ไม่ใช่ว่าทำตัวเป็นแมวขโมยย่องเข้าบ้านคนอื่น แอบดู....เรื่องส่วนตัวแล้วรู้สึกผิดเหรอ "







มือที่ถือช้อนค้นซุปหยุดนิ่ง

" ถ้าอยากจะขอโทษจริงๆก็เลิกค้นซุปซะที "

มินซอกลอบถอนหายใจเบาๆ หันมาประจันหน้ากับคนที่นั่งอยู่ แววตาไม่ได้น่ากลัวแต่ก็ต้องใช้ความพยายามที่จะสามารถจ้องมองได้แบบตรงๆ

" เมื่อคืนเธอทำอะไรบ้าง "

" ผม...ผมก็แค่อยากรู้ว่านิยายตอนต่อไปจะเป็นยังไงแต่...ยังไม่ได้อ่านนะครับ " มินซอกตอบละล่ำละลัก

" ฉันไม่สนเรื่องนั้นหรอก ฉันอยากรู้ว่าตอนแอบอยู่ใต้โต๊ะเธอทำอะไรบ้าง "







เมื่อเห็นว่าอีกคนยังเอาแต่ยืนนิ่งขมวดคิ้วหน้าเสีย เจ้าของบ้านจึงเสียงแข็งขึ้นอีกนิด

" ทำผิดก็ต้องยอมรับผิดและยอมรับบทลงโทษ เรืองแค่นี้เธอน่าจะรู้ดี "






ลู่หานกอดออกรอ พยักหน้าเป็นสัญญาณให้เริ่มเสียที มือขาวจัดกำชายเสื้อตัวเองแน่นปิดไปมาอย่างสะกดอารมณ์

สุดท้ายก็ตัดสินใจนั่งลงกับพื้นท่าเดียวกับเมื่อคืน ยกมือเก้ๆกังๆสัมผัสร่างกายตัวเองช้าๆ ดวงตาปิดสนิทไล่เรียงภาพเหตุการณ์ที่ตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมแบบไม่ได้รับเชิญ







อารมณ์ค่อยๆถูกกระตุ้นทีละน้อยความเก้ๆกังๆค่อยๆหายไปร่างกายเริ่มเคลื่อนไหวไปตามแรงปารถนา นิ้วมือแทรกเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อตรงช่องว่างของสาปเสื้อ สัมผัสตรงจุดเต่งจนเนื้อส่วนนั้นแข็งตึง ความรุนแรงของการสัมผัสมากขึ้นเรื่อยๆจนเมื่อเลื่อนมือลงมากอบกุมที่หว่างขา คนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้จึงออกคำสั่งอีกครั้ง

" มองฉันแบบเมื่อคืนสิ "

มินซอกเปิดเปลือกตาจ้องกลับสายตาที่มองเขม็งมาที่เขา ลู่หานมีรอยยิ้มที่มุมปากนิดๆเขาเริ่มไล่สายตาไปตามร่างกายที่มีอาการกระตุกสั่นเพราะอารมณ์ที่ถูกกระตุ้น มือเล็กที่ขยับขึ้นลงอยู่ตรงหว่างขาเริ่มเร่งจังหวะจนริมฝีปากที่เม้มเอาไว้เปิดเผยอส่งเสียงร้องออกมา จนเข้าใกล้จุดสูงสุดของอารมณ์ เสียงสั่งตามอำเภอใจก็ดังขึ้นอีก


" พอได้แล้ว "

มือที่หยุดการเคลื่อนไหวกะทันหัน ทำให้หลังไหล่งองุ้มขดตัวเพราะต้องพยายามสะกดอารมณ์ที่กำลังจะแตกกระเจิง







" รู้ใช่มั๊ยว่าบทที่สามต้อง ' ทำ ' ยังไงบ้าง "  พูดจบก็ตีที่หน้าขาตัวเอง

มินซอกพยายามหายใจเข้าออกให้เป็นปกติแล้วลุกเดินไปหา นั่งลงที่หน้าขาของลู่หาน สองมือที่ปล่อยไว้ข้างลำตัวถูกจับให้ไปวางไว้ที่บ่าที่มีแค่สายของเสื้อกล้ามสีดำปิดผิวเนื้อ

มือใหญ่ไล้ที่แก้มที่เริ่มอุ่นเบาๆ พอจะละออกเจ้าของแก้มกลับรั้งข้อมือเอาไว้กดแก้มตัวเองลงไปแล้วค่อยๆดึงมือให้ลูบผ่านจนนิ้วโป้งมาอยู่ตรงตำแหน่งของริมฝีปากที่เผยอรอ ดูดนิ้วเข้าไปจนถึงโคนแล้วดึงออก ทำซ้ำๆเหมือนเด็กที่ได้ดูดกินไอติมแท่งหวานเย็น

ลู่หานอมยิ้ม แต่ยกไหล่เป็นเชิงถาม....ในหนังสือต้องทำยังไงต่อนะ








ใบหน้าค่อนข้างกลมแต่มีส่วนประกอบของคางเล็กแหลมได้รูปยื่นเข้าไปจนปลายจมูกเกือบสัมผัสอีกฝ่าย มือที่ไหล่กดแน่น ริมฝีปากที่จ่อใกล้กันไม่ต่างจากจมูกก็ยังถูกเว้นระยะไม่ให้สัมผัส

แต่กลับดันลิ้นออกมาลากเลียริมฝีปากที่มีรสชาติของบุหรีติดอยู่ ดึงกลับแล้วลากเลียอีกครั้งก่อนจะดันลิ้นผ่านริมฝีปากเข้าไปแตะฟันเบาๆแล้วดึงกลับอีกครั้ง

" เธอจะยั่วให้ฉันโกรธเหรอ "

" คุณลู่หานไม่มีสิทธิ์โกรธเพราะผมทำตามในหนังสือทุกอย่าง "

ตอบกลับอย่างท้าทายนิดๆแล้วขยับตัวจนจุดอ่อนไหวกลางลำตัวสัมผัสกัน กดน้ำหนักตัวลงไปแล้วขยับไปมาซ้ำๆ


ลู่หานหัวเราะ รู้สึกถูกใจกับการท้าทายเล็กๆของอีกฝ่าย เขาจับเอวคอดไว้แน่นช่วยย้ำจังหวะให้หนักหน่วงขึ้นอีกจนคนด้านบนเผลอร้องออกมา ชายหนุ่มจึงรุกหนักขึ้น เขาลอดมือลงไปใต้เนื้อผ้าตรงช่องว่างระหว่างเอวกับขอบกางเกง สอดลึกลงไปตรงร่องอุ่นแล้วดันนิ้วกลางเข้าไป






ผิวเนื้อของร่างกายที่โดนกระตุ้นมาก่อนหน้านี้แล้วยิ่งอ่อนไหวต่อการสัมผัสจึงเริ่มกระตุกอย่างรวดเร็ว ลู่หานกดริมฝีปากลงกับผ้าเสื้อเชิ้ตตัวบางที่จุดเร้าอารมณ์ดันตัวนูนออกมาจากเนื้อผ้า บั้นท้ายที่ขยับตามจังหวะบุกรุกของนิ้วมือทำให้อวัยวะด้านหน้ายิ่งสัมผัสกันจนเริ่มแข็งตัว





" คุณ...คุณลู่หานครับ..."

ลู่หานหยุดมือปล่อยให้อีกคนได้ผ่อนอารมณ์ลง

" ยกตัวขึ้นสิ "

มินซอกขยับตัวลุก ลู่หานถกบ็อกเซอร์ของตัวเองออกแล้วดึงกางเกงของอีกคนลงบ้าง ก่อนจะรั้งเอวให้ลงนั่งเหมือนเดิม บั้นท้ายเปลือยเปล่าถูกสองมือขย้ำแล้วดันให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม

อีกคนก็รู้หน้าที่ขยับบั้นท้ายที่เริ่มมีรอยแดงถูไถแท่งเนื้อที่อยู่ระหว่างร่องอุ่นที่ถูกดันแทรกลึกเข้าไปแต่ไม่ได้ล่วงล้ำถึงภายใน

รู้สึกได้ถึงขนาดที่เริ่มขยายมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำหนักมือที่จิกลงหัวไหล่ทำให้ลู่หานรู้ดีว่าคนบนหน้าขาของเขารู้สึกปั่นป่วนแค่ไหน








จู่ๆชายหนุ่มก็จับเอวคนด้านบนให้หยุดการเคลื่อนไหว เงยหน้าจ้องมองสายตาเว้าวอนเหมือนร้องขอ ริมฝีปากแดงเผยอสั่นนิดๆเพราะความต้องการที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้

" ฉันยกโทษให้เธอแล้วนะ เธอจะให้ฉันหยุดแค่นี้ก็ได้ "

" แต่...แต่..."

" ทำไมล่ะ รึว่าไม่พอใจ "

" ผม...อยากให้ทำต่อ ..."

ลู่หานยกยิ้มมุมปาก ดึงท้ายทอยอีกฝ่ายเข้ามาแล้วกดจูบอย่างรวดเร็วมินซอกตอบสนองได้เร็วไม่แพ้กัน ริมฝีปากที่บดเบียดแทบจะหลอมเข้าด้วยกัน ภายในโพรงปากไม่ต่างจากแกนกลางของผลไม้หวานฉ่ำ ที่ต่างดูดกลืนลิ้มรสกันละกันอย่างไม่ลดละ








ชายหนุ่มเริ่มการกระตุ้นตรงส่วนหน้าอีกครั้งเขากอบกุมของตัวเองขยับดึงรั้งขึ้นลงจนขนาดขยายเต็มที่ แล้วจึงรวมของอีกคนมาไว้ในมือขยับแร็วและแรงขึ้นทั้งที่ยังไม่คลายความรุนแรงของการจูบลง

มินซอกเริ่มคลายริมฝีปากออกเพราะความปั่นป่วนที่กลางลำตัวทำให้ต้องการอากาศในการหายใจมากขึ้น ลู่หานจึงยอมผ่อนแรงจูบลงแต่ยังคงดูดริมฝีปากอิ่มเป็นจังหวะเหมือนไม่ต้องการให้รสชาติที่เขาควรจะได้ตกหล่นไปแม้แต่นิดเดียว

ลิ้นตามมาลากเลียรอบๆปากลงมาจนถึงลำคอขาวตามทางที่น้ำลายไหลปริ่มออกมาจากมุมปากของอีกฝ่ายจนถึงตุ่มแข็งตรงอกที่เนื้อผ้าเริ่มชื้นเป็นรอยแนบผิวเนื้อ เขากดปลายลิ้นลงที่ฐานแล้วตวัดตรงส่วนหัวไปมา เจ้าของร่างกระตุกไปตามจังหวะการตวัดของลิ้น


" คุณลู่หานครับ...ผม..ไม่ไหว ... "








ลู่หานลูบแผ่นหลังแอ่นเกร็งเหมือนให้สัญญาณเตรียมตัวก่อนจะค่อยๆลากมือลงต่ำกดนิ้วมือลงไปในร่องลึกที่เปิดรอ กดกระแทกทั้งสามนิ้วในทันที เจ้าของร่างถึงกับกระตุกร้องเสียงลั่น

“ ถ้าผ่านความเจ็บปวดไปได้เธอจะยิ่งรู้สึกดีนะ “ เสียงพร่าที่พยายามสะกดอารมณ์อยู่เช่นกันกระซิบที่ข้างหู

นิ้วที่ย้ำกระแทกด้านหลัง และด้านหน้าที่ถูกรูดรั้งอย่างไม่ยั้งมือ ตุ่มเนื้อที่สัมผัสกับริมฝีปากทีอ้ารอ  เสียงเสียดสีของผิวเนื้อ เสียงเสียดสีของขาเก้าอี้กับพื้นห้อง กลิ่นบุหรี่ กลิ่นกาย ทุกอย่างชัดเจนในความรู้สึกแต่ก็กลับทำให้เหมือนสติแทบหลุดลอย









ห้วงจังหวะสุดท้ายลู่หานครางถี่จนค่อยๆกลายเป็นเสียงหอบหายใจ ในขณะที่มือก็ยังพยายามรูดเค้นให้ของเหลวออกมาให้หมด

ร่างของคนด้านบนก็ยังคงกระตุกเกร็งอย่างบังคับไม่ได้แม้จะผ่านจุดที่อารมณ์กระสันต์อย่างสูงสุดไปแล้ว ใช้เวลาสักพักทีเดียวกว่าที่ร่างกายชุ่มเหงื่อจะสงบลงและการหายใจไม่เหมือนคนเหนื่อยหอบแทบขาดใจ

มินซอกก้มมองหน้าท้องของตัวเองและเสื้อกล้ามของลู่หานที่เต็มไปด้วยคราบของเหลว ก่อนจะฟุบหน้าลงกับไหล่อย่างหมดเรี่ยวแรง








ความอุ่นที่ต้นคอทำให้เขายิ้ม เพราะริมฝีปากที่กดจูบอย่างอ่อนโยนเพื่อแสดงความพึงพอใจมันทำให้เขามีความสุขกว่าบทรักร้อนแรงที่เพิ่งจบไปเสียอีก

















" บทที่สี่ต้องโดน 'ทำ' จนเลือดออก ถ้าเธอไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าทำอัฟโฟกาโต้ให้ฉันกิน "

" แต่ผมซื้อไอศกรีมเอาไว้แล้ว "

" ฉันไม่เคยใส่ไว้ในลิสต์ "

" คุณเรขาจองเคยบอกว่าคุณชอบทานของหวานแบบไม่เลี่ยนครับ ผมเลยคิดว่าอัฟโฟกาโต้น่าจะเหมาะ "

" ฉันเตือนเธอแล้วนะ " ลู่หานเคาะบุหรี่กับขอบที่เขี่ยจนไฟแดงวาบขึ้น ก่อนจะขยับแป้นคีย์บอร์ดให้เข้าที่เตรียมตัวทำงานของตัวเอง

" ผมรู้ครับ แต่ก็อย่างที่คุณลู่หานบอกถ้าผ่านความเจ็บปวดไปได้ ก็จะยิ่งรู้สึกดี "




มินซอกโค้งลาเจ้าของบ้าน นายจ้างและนักเขียนคนโปรด ซึ่งต่อไปจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้อีกเขาไม่ขอคาดหวังและสร้างคำจำกัดความใดๆ เขายินดีเล่นไปตามบทบาทในนิยายถ้าคนที่สวมบทบาทอยู่เคียงข้างกันคือคุณลู่หาน




เด็กหนุ่มเดินลงเท้าเงียบกริบไม่ต่างจากแมวย่อง เปิดและปิดประตูอย่างเบามือเหมือนเคย



















""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""






* ติดแท็กในทวิตเตอร์ #ficW หรือคอมเม้นท์ในบล็อกก็ได้ค่ะ แนะนำติติงได้ทุกอย่าง อ่านเองคิดไปเองบางทีก็มึนๆว่ายังต้องแก้ไขการเขียนตรงไหนบ้าง แต่อยากอ่านเฉยๆก็ไม่เป็นไรนะคะไม่ต้องคิดมาก555555 แวะมาอ่านก็ขอบคุณมากๆแล้วค่ะ =^.^=




//อัฟโฟกาโต้ ( affogato) เป็นการผสมระหว่างของหวานและเครื่องดื่ม ส่วนประกอบคือไอศครีมวนิลลาราดด้วยเอสเปรสโซ่ช็อตลงไปแค่นี้ก็อร่อยแล้ว เพิ่มออฟชั่นอื่นๆตามชอบก็ได้ ราดคาราเมลซ๊อสหรือช็อกโกแล็ตซ๊อส บิชิ้นบิสกิตให้แตกๆโรยตามลงไปอีกทีโอ้ววววววววว หรือจะบีบวิปครีมกับโรยอัลมอนด์อื่มมมมมมม อาหย่อย ^^







กินแล้วก็ไปสำเร็จโทษตัวเองดัวยการสควอทซัก799ครั้ง เบิร์นหมดแน่นอนค่ะ......ถ้าไม่หน้ามืดล้มหัวน็อคพื้นไปซะก่อน 5555555









Create Date : 28 มิถุนายน 2559
Last Update : 11 ตุลาคม 2559 15:20:51 น.
Counter : 715 Pageviews.

1 comments
  
หมินไม่คาดแต่เราคาดนะ 55 สนุกอ่ะ คุณไรท์ ชอบมาก จะรออ่านนะคะ ทั้งสองเรื่อง ถวายตัวเป็นเอฟซี ฮี่ฮี่
โดย: nastylonely IP: 27.55.24.168 วันที่: 11 กันยายน 2559 เวลา:20:52:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2090139
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30