ว่างเปล่าไร้จุดยืน
Group Blog
 
All Blogs
 
แม่รับสิ่งที่เราเป็นไม่ได้ และเรารับสิ่งที่เราเป็นไม่ได้



 คุณเคยทำพ่อแม่ผิดหวังกันไหม เวลาที่เค้าตั้งความหวังไว้ และเราทำตามความหวังของเค้าไม่ได้ พ่อแม่ไม่มีความสุข และตัวลูกเองมีความสุขกันบ้างไหม

 

เราไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เราโง่เลขและอังกฤษ ความจำเราไม่ดีเท่าที่ควร เรามารู้ตัวครั้งแรกตอนอายุ13 ปี เราเคยคุยกับคนในครอบครัว ทั้งพ่อแม่ พี่และญาติ ไม่มีใครให้คำตอบ ไม่มีใครสนใจ

 

ครั้งแรกที่เรารู้ว่าเราน่าจะผิดปกติคือ ตอนเลิกเรียน ตอนทำเวรอยู่กับกลุ่มเพื่อน คุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระ อยู่ๆเราก็ลิม ลืมว่าตัวเองเป็นใคร ลืมชื่อเพื่อน ลืมว่าเราอยู่ที่ไหน เรารู้สึกตัว เราพยายามคิดชื่อคนรอบตัวแต่นึกไม่ออก เราปวดฉี่ แต่นึกไม่ออกว่าต้องห้องน้ำที่ไหน เราถามเพื่อนว่าจะเป็นห้องน้ำ เรารู้สึกคุ้นเคยกับเพื่อนคนนึง เราเดินไปหาเค้าและให้เค้าพาเราไปห้องน้ำ เราออกจากห้องน้ำแล้วเดินกอดแขนเพื่อน เราคุ้นๆว่าเราต้องกลับบ้านกับคนนี้ มันมีภาพในอดีตแวปไปมา แต่เรานึกไม่ออก เราาจับแขนเพื่อนไปตลอดทาง และมารู้สึกตัวว่าจำได้แล้วนะตอนอยู่บนรถเมย เพื่อนถามว่าเป็นอะไร เราก็ตอบว่า เราไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆก้แบงค์ไป

 

เรามีอาการแบบนี้ปีละ2-3ครั้ง มาตลอดค่ะ บางครั้งเป็นในห้องเรียน นั่งสอบอยู่ แล้วเราจำได้ว่า เราลุกขึ้นและออกไปอยู่วนเป็นวงกลมอยู่หน้าห้องเรียน บางทีก็เป็นระหว่างทางกลับบ้านคนเดียว เรากำลังจะกลับหอที่มหาลัย เดินอยู่บนสะพานที่อนุเสาวรีย์ กำลังจะลงสะพาน อยู่ดีๆก็นึกอะไรไม่ออก ไม่รู้มาทำอะไรที่นี่ เดินวนรอบสะพานไปเรื่อยๆ

 

เราเคยปรึกษาจิตแพทย์ตอนที่เราเริ่มมีอาการซึมเศร้าตอนปี2 อยู่ๆก็คิดขึ้นมาได้ (เราไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา)  เนื่องจากเราไม่มีเงินพอจะไปโรงพยาบาลเฉพาะทาง เราใช้บัตร30บาทมาตลอด พบแต่จิตแพทย์ เราไม่ค่อยป่วยค่ะ สุขภาพเราดีมาก มีปัญหาแค่เรื่องนอนไม่หลับ และปัญหาของโรคซึมเศร้า เช่นกินข้าวไม่ลง ไมเกรน มือสั่น ใจสั่น แพนิค หัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

เรารักษามาเรื่อยๆเข้าปีที่4  หมอวินิจฉัยเราเป็นไบโพลาร์ เนื่องจากอารมณ์เรารุนแรงขึ้น จากเด็กที่ขี้กลัวมา หัวโบราณ ทำตามกฏระเบียบทุกอย่าง กลายเป็นเด็กที่กร้าวร้าวขึ้น ไม่มากนะ (แค่หงุดหงิดที่เห็นคนทำผิดแล้วอยากเข้าไปกระทืบเค้า //มันเป็นเพียงความคิดค่ะ เราไม่ได้ทำจริง เราคุยกับหมอ ว่าเรามีความคิดไม่ดีตลอดเวลา //เคยอยากทำจริงๆเหมือนกัน)

 

เราแจ้งคุณหมอว่าความจริงเรารู้สึกป่วยมาตั้งแต่อายุ11ล้ว ครอบครัวเราพ่อแม่เรา ญาติเรา เค้าตั้งความหวังกับเราไว้สูง เค้าอยากให้เราเก่งเหมือนพี่สาว // แต่เราทำไม่ได้ พ่อเกลียดเรามาก เพราะเราทำให้ครอบครัวมีรายจ่ายมากขึ้น แต่ดันสร้างประโยชน์ไม่ได้ //เค้าด่าเราหนักมาก แทบจะตลอดเวลา ทุกครั้งที่เดินสวนกัน หรือเจอหน้ากัน ผพ่อเราปากจัดมากค่ะ เก่งเรื่องขุดคำหยาบที่จิกกัดชนิดเลอดซิบเก่งมาก และเป็นคนเจ้าอารมณ์ ชอบตะคอก ตวาด) เค้าทำกับเราตั้งแต่ที่เจอหน้ากันครั้งแรก (เราโตบ้านป้า)เค้าอาละวาทใส่เรา ตบหน้าเรา(เวลาที่เราทำสิ่งที่เค้าสั่งให้ทำไม่เหมือนสิ่งที่เค้าต้องการ) เออะอะไรก็เงื้อมมือตลอด (จนเราเป็นโรคแพนิคกลัวคนที่ขึ้นเสียง ลามไปยันแค่คนชักสีหน้าใส่เราก็กลัวแล้ว)

 

ตอนปี4 เราป่วยหนักมากค่ะ จิตแพทย์มหาลัยขอให้เข้าโรงบาลแต่อยากคุยกับผู้ปกครองก่อน เพราะเราไม่เคยบอกใครว่าเราไม่สบาย เราทำเหมือนเราไม่ได้มีปีญหาอะมาตลอด พอพ่อแม่รู้ว่าเราป่วย พอเราอาละวาทหนักมากค่ะ เค้าบอกว่าเราบ้า (คนบ้าห้ามออกจากบ้าน ห้ามคบคนอื่น ห้ามพูดห้ามคุย) แม่เราบอกว่าเราเป็นความอัปยศของวงศ์ตระกลู 

 

เราเรียนด้วยทำงานด้วยค่ะ เวลาเรานอนไม่หลับ ซึ่งปกติประมาณ3วัน หลับทีนึง เราจะเอาเวลาที่นอนไม่หลับมารับจ๊อบงานจัดบูธตอนกลางคืน การเซ็ทฉากเรือร่องเจ้าพระยา งานเซ็ทบูธตามห้าง(เราพยายามทำงานที่ต้องใช้เเรงค่ะ เราอยากให้ตัวเองเหนื่อย)

 

เจ้านายเรารู้ค่ะว่าเราป่วย ต้องกินยา ต้องพบจิตแพทย์ แกก็ให้ทำงานค่ะ แกบอกว่าเราเป็นคนป่วยที่โคตรเป็นประโยชน์เลย คนบ้าอะไรทำงานข้ามคืนได้โดยไม่นั่งพักเลย (เค้าบอกว่าอยากได้คนงานแบบเรา) งานตัวเองเสร็จก็ไปรับงานเพิ่ม ทั้งที่เรามีปัญหาเรื่องบางช่วงที่เราเออเรอไป คือเข้าประชุม แต่สมองหลับค่ะ เค้าพูด20คำ เราจับได้แค่3  (เจ้านายจะบ่นๆว่าโง่ แล้วไล่ให้ไปนอน)

 

เรามีช่วงชีวิตตกต่ำที่สุดคือช่วงก่อนจบมหาลัย เราเครียดจากภาวะกดดันรอบตัว พ่อเราเป็นปัญหาในชีวิตเรามาตลอด3ปี แรก เค้าคอยก่อกวนชีวิตเรา ทั้งที่เราอยู่หอ จนเราเริ่มมีปัญหากับเพื่อน เพราะต้องทำเกรดให้พ่อพอใจ ปี4 พ่อเราพยายามอย่างมากที่จะเอาเราออกจากมหาลัย ทุกวิถีทาง

 (เค้าคิดว่าเราบ้า คนบ้าเรียนไม่ได้)

เราเรียนได้เกรด3มาตลอด ตอนจบก็เกรด3 ทั้งที่ตอนเรียนปี2มีอาจารย์เเนะนำให้เราดรอปค่ะ เราป่วยจนเหมือนวิญญาณลอยไปลอยมาในมหาลัย เรามาเรียนครบ ไม่เคยเข้าสาย ทำงานเสร็จตรงเวลา ไม่เคยติดเอฟ วิชาเดียวที่ได้D คืออังกฤษ นอกนั้นจะเป็นA-B มีCบ้างประปรายในวิชาที่เราไม่ถนัด

ตอนปี1เราหนัก56ค่ะ ตอนเรียนจบมหาลัย เราหนัก42โล  ผอมชนิดที่โดนลมพัดแล้วปลิว

 

เราจบออกมาทำงานได้ครึ่งปีค่ะ จากนั้นเข้ารับการรักษาแบบที่ครอบครัวไม่เข้าใจ เค้าไม่คิดว่าซึมเศร้า และไบโพลาร์เป็นโรคทางสมอง (เค้าคิดว่าเราออเซาะ)

 

เราไม่ได้ทำงานสายที่จบมาค่ะ เพราะว่าเป็นงานที่ไม่ตรงเวลาเอามากๆ ต้องโต้รุ่งบ่อย แต่ร่างกายเรามันไม่ไหวค่ะ เราทำงานได้เเหมือนพนังงานทั่วไปคือ 12ชม. แล้วตายค่ะ

เราเก็บเรื่องเครียดไม่ได้เลย ทั้งที่เจ้านายตอนมหาลัยแก้นิสัยขี้กลัวของเราไปได้แล้ว เรากลายเป็นคนที่เหมือนคนทั่วไป คือไม่เครียด ไม่จิตตกกับเรื่องไร้สาระ  แต่ตอนกลับมาอู่บ้านทำงานที่บ้าน สภาพแวดล้อมในครอบครัว ทำให้เรากลับมามีปัญหาเครียดง่ายอีกครั้ง

 

เราพยายามออกไปหางานทำค่ะ เรามีปัญหกับที่บ้านตลอด เค้าคอยกรอกหูว่าเราเป็นหลุมดำในสังคม เราเจอเรื่องเครียดที่ทำงานกลับมาก็โดนพ่อแม่ถล่มยับใส่อีก ตลอดทุกวัน จนเราสติแตกค่ะ

 

เมื่อปีที่แล้วเราโดนแม่ด่าชุดใหญ่หลังจากที่เราเก็บตัวในห้องนอนไม่คุยกับใครเลยมา8เดือน เราออกจากห้องและไปสมัครงาน แม่ด่าเราค่ะ(ด่าแรงมาก) เราตัดสินใจออกจากบ้านค่ะ

 

เจ้านายคนใหม่ของเรา เคยอ่านเรื่องของเราในบล็อกของเรา เค้ารับเราเข้าทำงาน และบอกว่า เค้าจะไม่ทำกับเราเหมือนที่พ่อแม่ทำกับเรา เราทำงาน1ปีกว่า เจ้านายไม่เคยดุเราเลย เค้าอนุญาติให้เราใช้ความคิดได้ทุกอย่าง พูดในสิ่งที่เราอยากพูด ให้เราถามสิ่งที่เราสงสัย เวลาที่เรากลัว เค้าจะบอกให้เราทำ ทำไปเถอะ ทำไม่ได้ ค่อยมาหาวิธีแก้ (พ่อแม่ไม่ให้เราคิด ไม่ให้เราพูดไม่ให้เราทำ เมื่อเราทำไม่ถูกใจ เค้าจะฟาดงาฟาดงวงใส่เรา) จนเราเป็นโรคขี้กลัวทุกอย่างเลยค่ะ

 

เราเคยอยู่บ้านสวนตอนเด็ก เคยปลอกมะพร้าวอ่อน แก่ เคยทำงานขึ้นนั่งล้านสูง5เมตร เราเป็นเด็กผญทรงพลังที่เจ้านายมักพูดว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงแน่ๆ ไม่รู้ว่าจ้างผู้หญิงมาจริงรึเปล่า(ผู้ชายชัดๆ)

ตอนเราอยู่ที่ทำงานเราไม่กล้าใช้ที่เปิดกระป๋องเปิดกระป๋องนมค่ะ เราชอบข้ามไปฝั่งตรงข้ามให้ป้าในตลอาดเปิดกระป๋องนมให้ เเต่เวลารีบๆ คือมันไม่ได้ค่ะ เจ้านายเราบอกว่า กลัวอะไร ทำไมไม่ลองทำเอง เรายืนตัวสั่น กลัวโดนด่าซ้ำ เจ้านายบอกว่าลองทำดูก่อน ไม่ต้้องกลัว ผมไม่กินคุณหรอก เวลาเช็ดกระจกร้าน เจ้านายให้เราปีนบันไดเตี้ยๆ เราก้ไม่กล้าค่ะ (เจ้านายบอกว่ากลับบ้านครั้งนึง กลับมากี่ทีก็เหมือนจิตหลุดนะ(เป็นอะไรทำไมขี้กลัวขี้นมาซะงั้น)

 

เรามีอาการเบลอความจำเสื่อมเป็นระยะ แต่ไม่บ่อยค่ะ เวลายืนเอ๋อ เจ้านายจะรู้และทำงานแทนเรา (ในสมองมันไม่มีอะไรเลย) เค้าคอยบอกเราว่า เวลาที่ไม่ไหว ให้บอกว่าไม่ไหว เวลาทีไม่สบายให้บอกว่าไม่สบาย (คือมันเป็นงานเกี่ยวกับชีวิตสัตว์ค่ะ ทำงานอันตรายต่อชีวิต ไม่ควรเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกันได้ หรือปิดบัง)

 

แต่สุดท้ายเราก็เครียดเหมือนเดิมค่ะ แม่เราต้องทำบายพาส พ่อพี่ ญาติ บังคับให้เรากลับมาบ้านตลอด (มีคำพุดแรงๆจิกกัดเรื่อยๆ)

 

สุดท้ายเราสติแตกพยายามฆ่าตัวตายอีกครั้ง (ทั้งที่ชีวิตการทำงานเรามีความสุขดีค่ะ เจ้านายรู้ว่าป่วย สามารถเบิกเงินล่วงหน้าไปหาหมอได้ กินยาในคลีนิคได้โดยไม่ต้องขออนุญาติ ลูกค้ารู้ว่าเราป่วย ต้องกินยานะ เวลากินยาไปแล้วจะมีผลข้างเคียงนิดๆตอนทำงาน ถ้ารู้สึกไม่ไหว เจ้านายจะให้ไปพัก ถ้าเครียดก็ป่วยให้ออกจากเวลางานได้โดยไม่หักเงินเดือน(เจ้านายไม่ได้รวยนะคะ) เพื่อนบ้าน ลูกค้า คนรอบตัวเราทุกคนใจดีมากค่ะ (เราได้ขนมกินฟรีบ่อยๆ มีข้าวให้กินฟรีในโรงอาหารหมู่บ้านตอนเช้า ป้าแม่ค้าแกกินข้าวรวมกันแล้วเรียกเราไปทานด้วย)  

 

เรากลับมาอยู่บ้านตามที่พ่อแม่ต้องการ เค้าคิดว่าชีวิตเราพังอีกแล้ว เพราะเราดื้อดึงออกไปทำงานนอกบ้าน

เราอายุ31แล้วค่ะ

เราอยู่กับเค้ามา1ปี เราขายของให้เค้า เค้าไม่ให้เราคุยกับคนแถวบ้าน ไม่ให้เราออกจากบ้าน ไม่ให้เที่ยว ไม่ให้เงิน เราไม่ได้ไปหาหมอไม่ได้กินยา เพราะว่าเราไปไม่ไหว เวลาเราออกจากบ้าน เราจะโดนเค้าด่า เราเครียดมากค่ะ แล้ววันนี้

 

ตอนขายของอยู่ๆเราก็เบลอค่ะ ลืมลืมว่ากำลังทำอะไร นึกไม่ออกว่าขายอะไรอยู่ บวกเลขไม่ได้ค่ะ แม่เราอยู่เราก็บอกแม่ว่า คิดไม่ออก คิดเงินให้หน่อยได้ไหม ลุกค้ามองหน้าเรา

แม่ : อะไร คิดแค่นี้ คิดไม่ได้ เมิงเป็นควายเหรอ

ลค : เรียนตั้งสูง คิดเลขแค่นี้ คิดไม่ได้ เรียนอะไรมาเนี่ย

เรา : (แต่ละคนปากหรือนั่น) ยังคงคิดเลขไม่ออกต่อไป เสียงหัวใจดังมาก เริ่มสั่น

แม่ : คนมันไม่มีสมองไง มันถึงคิดไม่ได้ วันๆสนใจแต่หน้าจอคอม สมองมันไม่มีแล้ว มันโง่ โง่ดักดานแบบนี้ชีวิตมันถึงได้พังพินาจ

เรา : (สมองเบลอมากค่ะ คิดช้า) ตอบคำถามลุกค้าก่อน เราบอกว่าเราเรียนมหาลัยที่ไม่มีเลข 4ปี เราไม่เจอคณิตเลย

ลค : นึกว่าเป็นแม่ค้าจะเรียนบัณชีซะอีก ขนาดผมจบบัญชียังทำมาหากินอะไรไม่ได้เลย มานั่งวิ่งวินไปวันๆ

พ่อ : วันๆคิดแต่เรื่องไร้สาระไง ถึงได้เครียด

แม่ : คนเครียดน่ะคือคนไม่มีสมอง คนมีสมองเค้าไม่เเครียดกันหรอก

เรา : (คิดเงินให้ลูกค้าอีก2คนที่มายืนรอตั้งแต่เราคิดเงินให้คนแรกไม่ได้ สมองกลับมาแล้วคิด)

เราก็คิดเงินให้ลูกค้าไป แม่ก็ด่าไม่หยุด(ด่าเรื่องโง่เนี่ยแหละ)

เรา : พลาดไม่ได้เลยใช่ไหม พลาดแล้วต้องเหยียบซ้ำใช่มั้ย ต้องเหยียบให้ตายไปเลยใช่ไหม (พูดออกมาค่ะ ทนไม่ไหวแล้ว)

แม่ : กูเป็นแม่มึง พุดนิดพูดหน่อยไม่ได้ใช่ไหม แตะนิด แตะหน่อยจะตายใช่ไหม

เรา : ถ้าคนมีสมองไม่เครียดไม่ขายของไปคนเดียวล่ะ เอาคนไม่มีสมองมาทำงานด้วยทำไม

แม่ : กูไเป็นแม่มึงกูต้องทำงานหาเลี้ยงมึงจนตายใช่ไหม ไม่มีพ่อแม่แล้วจะรู้สึก คนอย่างมึงอยู่ที่ไหนก็ไม่รอด มีแค่พ่อแม่มึงเท่านั้นแหละที่ทนคนอย่างมึงได้

เรา :  (เก็บของขึ้นห้อง) ร้องไห้

แม่ ; มึงจะไปไหน กูยังทำธุระไม่่เสร็จเลย อีลูกเทวดา แตะนิดแตะหน่อยทำเป็นจะตาย

 

แม่รับลูกที่ทำให้แม่ภูมิใจไม่ได้ หนูก็รับตัวเองที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจไม่ได้เช่นกันค่ะ เราต้องอยู่กับความปวดร้าวไปอีกเท่าไหร่ถึงเค้าจะเข้าใจเรา

 

เราเขียนบล้อกครั้งเดียว เจ้านายเราที่ไม่รู้จักเราเลย เข้าใจเรา ดูแลเรา อย่างดีมากกว่าคนในครอบครัว คนนอกบ้านเราเข้าใจเราดี ไม่รังเกียจที่เราป่วยต้องพบจิตแพทย์ เพื่อนเราเป็นที่ปปรึกาาที่ดีกับเราได้ ทั้งๆที่อยู่กันคนละซีกโลก

 

ไม่มีใครตีตราผู้ป่วยี่พบจิตแพทย์ว่า เป็นคนไร้สมรรถภาพในการทำงาน ไม่แปลกแยกในการเข้าสังคม (ทำไมครอบครัวไม่เข้าใจ)

 

คนแถวบ้านบอกว่าเราเป็นคนนิ่ง เงียบไม่ค่อยพูด นี่ไม่ใช่ตัวเราสักนิดนะ ที่เราเงียบเพราะบ้านมีกล้องวงจรปิด พ่อนั่งดุตลอดว่าเราคุยกับคนอื่นรึเปล่า(เค้าเคยด่าเราเละไปครั้งนึงตอนเราคุยเล่นกับเด้ก5ขวบแถวบ้าน เค้าไม่อนุญาติให้เราคุยหรือพูดอะไรที่ไม่เกี่ยวการมาซื้อของ)

 

ในขณะที่ตัวเราเป็นคนที่อารมณ์ดีมากค่ะ เจ้านายเราบอกว่าเราทำงานกับเค้า9ชม. เลิกงานก็ไม่น่าจะแรงไปเที่ยวไปสังคมกับใครแล้ว เราเอาเวลาที่ไหนไปมีเพื่อน ทำไมมีคนมาหาที่ทำงาน ทำไมเจอใครใน7-11แถวที่ทำงาน เค้าก็เข้ามาคุยกับเรา แล้วเราก็ดันคุยกับเค้า  เจ้านายบอกว่า อยู่ที่นี่มานานกว่าเรา ทำไมเค้าไม่มีเพื่อนเลย ทำไมไม่มีใครรู้จักเค้าเลย  เราก้าวขาออกนอกที่ทำงานคนครึ่งหมู่บ้านเรารู้จักเค้า เค้ารู้จักเรา

ลุกค้าในที่ทำงานจะติดต่อทุกอย่างผ่านเรา มีคนบอกว่าเราใจดีมาก ถ้ามีปัญหาอะไรไปคุยกับเราเลย ถ้าเราช่วยได้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

 

นี่คือตัวเราค่ะ เรามีชีวิตที่แย่มาก เราเครียดตลอดเวลา เราอยากตายตลอดเวลา แต่มันคือปัญหาของเรา (ที่เราพยายามแก้มาตลอด) ปัญหาของคนอื่น ทำให้เรามีความสุขตอนได้ช่วยเค้า

 

เราเหนื่อยมากเลย เราจะเป้นใบ้อยุ่แล้ว เรายังคงนอนไม่หลับ หนักมาก ชนิดที่ยานอนหลับเอาไม่อยู่ เพราะเราเครียดกับพ่อแม่ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 




Create Date : 27 ธันวาคม 2559
Last Update : 27 ธันวาคม 2559 18:31:40 น. 2 comments
Counter : 593 Pageviews.

 
คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก
พาตัวเองไปอยู่ในที่ๆมีคนเห็นค่านะคะ
ชีวิตจะมีความสุขขึ้นเยอะ เหมือนตอนคุณอยู่ที่ทำงาน


โดย: ปูเป้ IP: 49.229.58.2 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:12:42:27 น.  

 
แวะมาอ่าน เพื่อที่จะได้กลับไปดูแลคนที่เรารักค่ะ ขอบคุณที่ให้คำแนะนำดีๆ


โดย: เสลาสีม่วง วันที่: 27 มีนาคม 2560 เวลา:5:42:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

blackcat'eye'
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทำไมแมวตัวเมียถึงได้ชอบพันแข้งพันขา ม้วนต้วนรอบตัวเรา ดูมันสิ เวลารักใครก็รักจริง เวลารักเล่นก็ รักหลอกหยอกให้สนุก แถมชอบทำตาแป๋ว ใส่ลูกอ้อน กลิ้งไปกลิ้งมา
Friends' blogs
[Add blackcat'eye''s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.