Day 1&2 ออกเดินทางสู่โตเกียวกันเถอะ
           สวัสดีค่ะ เนื่องจากช่วงวันที่ 5-13ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็เป็นการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกด้วยค่ะ ทริปนี้ไปกันสามสาวเนื่องจากงานค่อนข้างยุ่ง กว่าจะได้วันว่างมาก็ช่วงต้น ก.ค. ค่ะ ...แหม่หน้าร้อนของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

อันดับแรกที่ต้องพูดถึงเลยคือ เรื่องเตรียมตัวค่ะ

1. Passportขาวสะอาดใสค่ะ เพิ่งทำไปเมื่อต้นปีนี้ค่ะ แหะๆ

2. ตั๋วเครื่องบิน เราจองป้าม่วงช่วงโปรครบรอบปี ได้ตั๋วไปกลับ CNX-BKK BKK-NRT รวม ประมาณ 25,000ค่ะ(เพื่อนสาวอีกสองคนจองไปก่อนหลายเดือนด้วยตั๋ว Cathey ค่ะตอนตัดสินใจว่าจะไปด้วยก็จองตั๋ว Cathey ไม่ได้ซะงั้น เลยจองป้าม่วงแทนค่ะ)

3. จองโรงแรม ผ่านทางเว็บค่ะ

4. วางแผนการท่องเที่ยวด้วยความที่เพื่อนวางแผนไว้ก่อนว่าจะไปเที่ยวนางก็ได้คิดไว้ก่อนแล้วว่านางจะไปโตเกียวก่อนสองวัน ต่อด้วยฮอกไกโดห้าวันแล้วกลับมาโตเกียวอีกหนึ่งวันเพื่อขึ้นเครื่องจากโตเกียวกลับไทย โอเคค่ะ จัดไปหาซื้อทั้งหนังสือ อ่านรีวิวในพันทิป เปิด Hyperdia, google map …

5.จัดกระเป๋า เสื้อผ้าเอาไปพอดีวันเลยค่ะ(แต่รู้สึกจะเทรนด์หน้าร้อนบ้านเราไปหน่อยค่ะ) เครื่องสำอางเท่าที่ใช้ ยา ร่ม

6. ประกันเดินทางคือจริงๆจะไม่ทำก็ได้แต่คุยกับเพื่อนแล้วเกิดจิตตกว่าถ้าเป็นไส้ติ่งตอนไปญี่ปุ่นทำไงดีฟะทำไปก่อนแล้วกัน ทำไว้ไม่เสียหาย ไม่ทำอาจเสียหลาย

                7.Pocketwifi  เราเช่าไปจากไทยค่ะ ของ Wise โอเคดีค่ะชอบ

                8. Sim เราซื้อ Sim2 fly ของ AIS ไว้โทรหาแม่กะเผื่อฉุกเฉินค่ะ เป็นแบบเติมเงินไม่ต้องกังวลเรื่องเผลอเปิดโรมมิ่งจนตังหมดค่ะ

                9. เอกสารอื่นๆเช่น เอกสารรับรองการทำงาน ตารางเที่ยว ตารางเวลารถไฟ ตั๋ว JR Hokkaido 5 วัน 

วันเดินทาง [05/07/2014]ตื่นเต้นมากค่ะอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ตอนบ่ายไปรอขึ้นเครื่องที่สนามบินเชียงใหม่ ขอ Check troughจากเชียงใหม่ไปนาริตะเลยค่ะ ออกจากเชียงใหม่ทุ่มนิดๆ ถึงสุวรรณภูมิสองทุ่มกว่าค่ะ

ตอนแรกจองไฟลท์ ออกจากกรุงเทพสี่ทุ่มกะถึงนาริตะหกโมงเช้า แต่ป้าม่วงทำร้ายหนู ยกเลิกไฟลท์เดิมเปลี่ยนเป็นออกเที่ยงคืนถึงแปดโมงเช้า (Cathey ของเพื่อนถึงหกโมงครึ่งค่ะ เพื่อนเลยได้นั่งรอเลย)

              

 ระหว่างรอที่สุวรรณภูมิเลยขอใช้สิทธิจากบัตรเครดิตไปนั่งในLounge ของป้าหน่อยค่ะ เข้าไปของกินเยอะดีค่ะแต่เข้าไปกินแต่น้ำผลไม้กะแซนวิชค่ะ แซนวิชแข็งเชียว T T นั่งกลิ้งไปกลิ้งมาจนได้เวลาขึ้นเครื่องค่ะ

เครื่องที่นั่งเป็น Boeing 747 ค่ะนั่งติดหน้าต่างแถว A ค่ะช่วงขึ้นเครื่องก็มีของว่างเสิร์ฟเล็กน้อยก่อนจะได้ปล่อยให้นอนอย่างสงบค่ะ

นอนหลับๆตื่นๆไม่รู้เพราะตื่นเต้นหรือเมื่อยคอรู้ตัวอีกทีก็เริ่มสว่างค่ะ แอร์ก็เริ่มเข้ามาแจกผ้าอุ่นๆ น้ำแล้วก็ให้เลือกอาหารเช้าค่ะ เลือกออมเล็ทกะไส้กรอกมาค่ะ ก็โอเคนะคะสำหรับเราแต่ไม่ได้กินผลไม้กะมันค่ะ

 

กินเสร็จก็มองหาฟูจิซังค่ะอ่านรีวิวมาเค้าบอกว่าอาจเห็นจากที่นั่งฝั่งนี้ แล้วก็…แล้วก็… นั่นนนนนใช่มั้ยอ่ะ ถามใครดี ไม่เคยเห็น กัปตันไม่บอกอะไรหนูหน่อยเหรอคะ ใช่มั้ง ถ่ายก่อนแชะๆ ไม่แน่ใจจนกระทั่งฝรั่งข้างหน้าชี้ให้เด็กๆดูว่า ฟูจิๆ ….เย้!!


แล้วก็มาตั้งหน้าตั้งตากรอกใบ Immigrationค่ะคือ มัวแต่เวิ่นเว้อตอนอยู่ไทย ลืมวิธีกรอกค่าต้องขอความช่วยเหลือจากคุณพี่สาวข้างๆช่วยกรอกค่ะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

พอถึงสนามบิน….. โอ้วววตื่นเต้น เค้าบอกกันมาว่า ตม น่ากลัว ใจสั่นเลยค่ะเตรียมกระเปาใส่เอกสารขึ้นมายืนถือเลยค่ะ เป็นปึกทีเดียวพอถึงเจ้าหน้าที่ปุ๊บยื่นพาสปอร์ตกะเอกสารรับรองการทำงานไปด้วยกันเลยค่ะ แหะๆเจ้าหน้าที่ไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากพาสปอร์ตเลยค่ะ ได้แสกนนิ้วถ่ายรูป แต่แอบเห็นแกวุ่นวายกะพาสปอร์ตซะนานมาเปิดดูทีหลังเห็นมีแปะผิดเกือบได้ 90 วัน แต่เค้าแก้ให้แล้ว ….เกือบไปละ รอดจากด่านก็มาเอากระเป๋ากับผ่านศุลกากรค่ะเจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มดีค่ะ 

ภารกิจต่อมาหาเพื่อนค่ะ มาคนละไฟลท์นัดกันไว้ดิบดีที่ Starbuck วิ่งไปเลยค่ะ ชั้น 4 ถามทางเจ้าหน้าที่พอเจอร้าน มองเข้าไป อ้าว..เพื่อนช้านมีไหน ยืนเงิบอยู่พักนึงก็เลยเปิด wifiส่งline หาเพื่อนค่ะ ดีว่านางเปิดเน็ตเล่นแล้ว นางบอกว่าอยู่ชั้นล่างค่าอ่านะมีสองที่เหรอ 

เมื่อเราสามรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนก็ไปซื้อตั๋วรถ Keisei skyliner ค่ะ ซื้อแบบ Roundtrip + Two day metro  


มีเหตุการณ์ตอนขึ้นรถไปแล้วค่ะคุณเพื่อนลืมเป้ไว้ที่เก้าอี้ตรงสถานีที่สนามบินค่ะ ตอนแรกกะโทรไปหา Callcenter ของ Keisei โทรไปลุงแกพูดญี่ปุ่นใส่คุยกันไม่รู้เรื่องเลยค่ะโชคดีว่ามีเจ้าหน้าที่รถไฟเดินผ่านมาพอดี เค้าเลยช่วยติดต่อจนกระเป๋าจะตามมากับรถเที่ยวถัดไปค่ะซึ้งค่ะ

นั่งรถไปลงที่ Ueno ค่ะลากกระเป๋าไปขึ้น Metro สาย Ginza ไปลงที่สถานี Inaricho สถานีเดียวค่ะ [ไม่ควรแบกกระเป๋าลากหนักๆลงmetro นะคะ ยกกันมันค่ะ บอกเลย] ไปเชคอินที่โรงแรม Mystays Ueno Inarichoค่ะยังไม่ถึงเวลาเชคอินเลยฝากกระเป๋าไว้ก่อนแล้วไปเที่ยวกันค่ะ ในรูปเป็นถนนแถวโรงแรมค่ะอากาศสบายๆ ไร้มลพิษ

ที่แรกก็นี่เลย…วัดอาซากุสะค่ะคนเยอะมากค่ะ แต่เนื่องจากหิวแล้ว เลยเดินไปหาอะไรกินก่อนตอนแรกตั้งใจจะไปกินข้าวที่ร้านข้าวหน้าปลาไหลย่าง Irokawa แต่ร้านปิด TT ยืนไว้อาลัยหน้าร้านสามนาทีแล้วเดินไปกินพุดดิ้งนมที่ร้าน  TestarRosta café ซื้อมาชิมกันสี่รสค่ะ มีรสคาราเมล(มั้ง) รสชาเขียว รส originalแล้วก็รสมะม่วงค่ะ

 

แต่ความหิวยังไม่หมดเมื่อร้านที่เฝ้ารอว่าจะมากินไม่เปิด ก็หาร้านแถวรอบๆวัดเอาค่ะเดินไปเดินมาก็เจอร้านทงคัตสึดูเก่าแก่ค่ะ สั่งทงคัตสึไส้ชีสไปค่ะเห็นเป็นเมนูแนะนำ อร่อยค่ะหมูไม่แห้งเพื่อนที่ไปด้วยกันเลือกไส้มิโซะกับไส้ผักอะไรสักอย่าง เห็นบ่นว่าเลี่ยนๆค่ะ (ลืมถ่ายหน้าร้านค่ะ แต่เหมือนจะซอยเดียวกับร้านพุดดิ้งค่ะ)


หลังจากอิ่มกันแล้วก็มาเดินเที่ยววัดอาซากุสะค่ะสองข้างทางเดินเข้าสู่ตัววัดมีร้านรวงเต็มไปหมดค่ะ คนเยอะมาก มีทั้งของฝาก ของกินก่อนถึงตัววัดเลยแวะชิมซาลาเปาทอดเจ้าดัง แต่ด้วยความที่กินมาเยอะมากจึงชิมรสชาเขียวไปชิ้นเดียว รสชาติเฉยๆค่ะ ไม่รู้เพราะกินมาอิ่มด้วยรึป่าวนะคะ

                ที่วัดอาซากุสะเรากับเพื่อนค่อนข้างจะเดินเที่ยวกันอย่างสะเปะสะปะอุตส่าห์อ่านวิธีการตอนเข้าวัดมา ไม่ได้ทำเลยค่ะเดินไปเรื่อยตั้งแต่ถ่ายรูปตรงประตู เดินขึ้นไปโยนเหรียญ (มีเหรียญอะไรโยนหมด)เห็นเค้าตบมือ ก็ตบด้วยค่ะ แล้วก็เดินลงมาปัดควันธูปเข้าตัว จบด้วยล้างมือ …คือจริงๆต้องบ้วนปากด้วยแต่หันไปเห็นลุงข้างๆแกซดน้ำจากกระบวยกลั้วปากแล้วบ้วนเลยชะงักไปค่ะ สรุปคือมั่วมากให้อภัยด้วยนะคะ แหะๆ


จากวัดอาซากุสะก็นั่ง Metro กลับไป Ueno ไปเอากระเปาเป้เพื่อนที่ลืมไว้กันค่ะต่อด้วยนั่งรถไปชิบูย่าเป้าหมายที่ชิบูย่าคือ รูปปั้นฮาจิโกะ ซื้อตัวดิสนีย์ที่จะไปเที่ยวพรุ่งนี้กับ ขนม Pablo ค่ะ

                ไปถึงชิบูย่าตรงดิ่งไปตรงรูปปั้นฮาจิโกะค่ะแล้วก็เจอห้องควัน ….เอ๊ะ ห้องอะไรมีควันโขมงเลย โอ้แม่เจ้าเค้าเข้าไปสูบบุหรี่ในที่สูบบุหรี่กันค่า เยอะมาก ตกใจเลยค่ะ


ต่อด้วยฮาราจูกุค่ะ เริ่มด้วยไปศาลเจ้าเมจิ ชอบบรรยากาศมากค่ะแต่เริ่มเจ็บเท้าค่ะ ไม่ค่อยได้เดินเยอะแบบนี้เท่าไร เท้าบวมตามๆกันค่ะ พอเดินไปถึงตัวศาลเจ้าก็เจอเค้าจัดพิธีแต่งงานกันอยู่ค่ะอยากมีแฟนเป็นหนุ่มญี่ปุ่นขึ้นมาทันทีเลยค่ะ แหม่


เดินชื่นชมความงาม เขียนคำขอพร ซื้อเครื่องรางกันเรียบร้อยก็ไปเดินเที่ยวถนนชอปปิ้งกันต่อค่ะมาถนนนี่เค้าบอกว่าต้องชิมเครป เสื้อผ้ารองเท้าที่นี่ค่อนข้างแพงค่ะเมื่อเทียบกับบ้านเราเลยได้แต่ด้อมๆมองๆค่ะ


มื้อเย็นวันนี้เราเลยทานราเมนกันที่ฮาราจูกุค่ะ ที่ร้าน Kyusyu Jangara ramenอร่อยดีนะคะ แต่ชามใหญ่ กินไม่หมดค่ะ เลี่ยนซะก่อน


กินเสร็จก็หมดแรงกันแล้วค่ะ แผนที่ว่าจะไปชินจูกุต่อเป็นอันล้มไปค่ะกลับไปเปลี่ยน Metro เป็นสาย Ginza ที่ชิบูย่า เลยไปเดินเล่นซื้อเครื่องสำอางกันต่อค่ะกว่าจะกลับถึงโรงแรมก็สองสามทุ่ม

                มาถึงโรงแรมพนักงานเอากระเป๋าพวกเราไปขึ้นไว้ที่ห้องห้องสะอาดดีค่ะ มีอุปกรณ์ให้ครบครันดี ชอบมากค่ะ


ปิดท้ายก่อนนอนวันนี้ด้วยขนมที่ซื้อกลับมาทานค่ะ ไส้ตรงกลางอร่อยดีค่ะแต่เราไม่ชอบรสตรงหน้าเท่าไรค่ะ รสส้มๆหน่อย สงสัยซื้อมานาน มันไม่ร้อนแล้วจัดการขนมไปได้ครึ่งเดียวก็ยอมแพ้ค่ะ ก้อนใหญ่มาก อาบน้ำนอน เตรียมไปทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ในวันพรุ่งนี้ค่ะ





Create Date : 18 กรกฎาคม 2557
Last Update : 18 กรกฎาคม 2557 21:48:35 น.
Counter : 998 Pageviews.

0 comment

Puppyholix
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ ^^