กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
สายตายาวแล้วสิเรา
สายตายาวแล้วสิเรา

โดย: พริบพราย

30-40 ยังแจ๋วก็จริง แต่ถึงเวลาเรียกหาแว่นสายตายาวแล้วละ

เอ..หมู่นี้เป็นยังไงไม่รู้ อ่านหนังสือไปได้หน่อยรู้สึกเมื่อยตายังไงชอบกล ทำให้พานขี้เกียจอ่านหนังสือไปเลย ตัวหนังสือเล็กๆ ยิบๆ ก็เริ่มมองไม่ค่อยชัด จะให้ชัดก็ต้องยืดแขนจับหนังสือให้ไกลตาออกไปอีกสักหน่อย หรือว่า...จะสายตายาวเสียแล้วละ
          
ด้วยความร้อนใจจึงรีบไปหาหมอตาหรือจักษุแพทย์ แล้วคุณหมอบอกว่า ต้องตัดแว่นสายตายาวสำหรับอ่านหนังสือ แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย
            
ตอนสายตายังแจ่มแจ๋ว ก็ยังไม่มีความรู้หรอกค่ะว่า สายตายาวมีความหมาย 2 อย่าง อย่างแรก HYPEROPIA เป็นสายตายาวที่เกิดมาจากการหักเหของแสงมาโฟกัสหลังจอรับภาพ คือถ้าสายตาปกติจะตกตรงจอรับภาพพอดี เวลาอ่านหนังสือ คนสายตายาวจะเมื่อยตา จะมองไม่ชัดทั้งไกลและใกล้ เมื่อยล้า ปวดตา น้ำตาไหล และแพ้แสง 
           
ส่วน PRESBYOPIA หรือสายตายาวแบบสูงวัย เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อตาที่ยึดเลนส์นัยน์ตาเริ่มเสื่อมจากที่เคยยืดหยุ่นดีๆ เริ่มเสื่อมลง ความยืดหยุ่นก็น้อย การปรับโฟกัสในตาของเราให้ได้ระยะชัดจึงยากขึ้น โดยเฉพาะการมองในระยะใกล้ๆ ประมาณ 1 ฟุต ท่าทางในการอ่านหนังสือของคนสายตายาวแบบนี้มักถือห่างออกไปไกลๆ เมื่อใช้สายตากับการมองสิ่งใกล้ๆนานๆ จะรู้สึกว่าดวงตาเมื่อยล้า นอกจากนี้ยังรู้สึกว่า อ่านหนังสือตอนเช้าสบายตากว่าช่วงตอนเย็น
           
สายตายาวแบบหลังนี้ ส่วนใหญ่มักจะเริ่มเกิดขึ้นกับคนในวัย 38-40 ปี เกิดเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับว่าใช้สายตามากน้อยแค่ไหนด้วยเหมือนกัน
           
เมื่อถึงเวลาสายตายาวเพราะวัยถามหา ต้องไปตัดแว่นมองระยะใกล้ หรือส่วนใหญ่เรียกว่าแว่นอ่านหนังสือมาใส่แล้วล่ะค่ะ จะได้ขจัดปัญหาสายตาหย่อนยาน เอ๊ย ! สายตายาวไปได้
           
รู้จักแว่นสายตา
         
นอกจากรูปทรงและกรอบแว่นอันสวยงามเก๋ไก๋แล้ว มีจุดสำคัญของแว่นสายตายาวที่เราควรพิจารณาเพื่อเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการด้วย
         
1.แว่นที่มีเลนส์ระดับเดียว จะใช้สำหรับการมองใกล้ๆ เช่น การอ่านหนังสือได้ แต่ไม่เหมาะกับการมองไกลหรือลุกเดินไปไหนมาไหน เวลาเดินควรถอดออก สำหรับคนที่มีสายตาสั้นอยู่ก่อน แล้วมาสายตายาวเอาเมื่อเวลานี้ ถ้าใช้แว่นเลนส์ชั้นเดียว ก็ต้องเปลี่ยนเป็นแว่นสายตาสั้นเพื่อทำกิจกรรมอื่น คนที่ไม่ต้องใช้สายตามองดูระยะใกล้บ่อยๆ ก็สามารถใช้แว่นแบบนี้ได้
         
2.แว่นที่มีเลนส์สองระดับ ใช้ทั้งการดูระยะใกล้ให้ชัดเจน และดูระยะไกลได้ด้วย เวลามองภาพไกลๆ ก็มองส่วนบนของเลนส์ เวลาอ่านหนังสือหรือใช้สายตามองของใกล้ๆ ให้มองผ่านส่วนล่างของเลนส์ เลนส์แบบนี้ต้องฝึกมองปรับสายตาสักระยะจึงจะคุ้นเคย เลนส์แว่นตาแบบนี้ดูแล้วจะเห็นเป็นเลนส์สองแบบอยู่ในชิ้นเดียวกัน
          
3.แว่นที่มีเลนส์ไล่ระดับ จะดูเหมือนแว่นระดับเดียว แต่ที่จริงแล้วเป็นเลนส์ที่ใช้งานได้หลายระยะ ไม่มีรอยต่อเหมือนแบบที่สอง ดูได้ทั้งในระยะใกล้ กลาง และไกล ไม่ต้องถอดเปลี่ยนแว่นไปมาให้วุ่นวาย แต่ก็ต้องใช้เวลาปรับสายตาให้คุ้นเคยกับแว่นสักระยะหนึ่งก่อน เลนส์แบบนี้จะมีราคาแพงที่สุดเมื่อเทียบกับ 2 แบบแรก
           
เคล็ดลับกับการถนอมรักษาสายตา
          
1.บำรุงสายตาด้วยการกินอาหารที่มีวิตามินเอเป็นประจำ เช่น ในตับ ไข่แดง นม เนย ปูทะเล น้ำมันสกัดจากตับปลา ผักใบเขียวจัด ผักผลไม้สีส้มและสีเหลือง เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง ผักตำลึง ผักโขม ผักคะน้า บร็อกโคลี่ แครอต ใบยอ ใบโหระพา ใบบัวบก ชะอม กระถิน พริกขี้หนู มะละกอ มะม่วงสุก
         
2.หลังจากคร่ำเคร่งกับการใช้สายตาเป็นเวลาราว 40-50 นาที ควรพักด้วยการทอดสายตามองไปที่ไกลๆ สักระยะ อย่ามัวหลงเพลินกับการนอนดูวิดีโอ 3 เรื่องซ้อน อ่านหนังสือตั้งแต่เช้าถึงดึก หรือมัวท่องเว็บเพลินจนตาไม่ได้พัก
          
3.เมื่อออกไปผจญกับแสงแดดจัดจ้าบนท้องถนน ควรสวมแว่นกันแดดป้องกันรังสียูวีและแสงเข้าตา ยิ่งคนที่มีปัญหาสายตายิ่งต้องถนอมค่ะ
         
4.เวลาเมื่อยล้าหรือรู้สึกปวดตา ใช้ปลายนิ้วคลึงวนรอบคิ้วและรอบดวงตาก็พอค่ะ ไม่ต้องคลึงกดตรงเปลือกตาหรอกค่ะ เพราะนอกจากไม่ช่วยแล้ว ยังไม่ดีต่อดวงตาด้วยค่ะ
         
5.ถ้าคุณเป็นคนรักการอ่าน เลือกหนังสือที่พิมพ์จากกระดาษสะท้อนแสงน้อย เพื่อการถนอมดวงตา และไม่อ่านหนังสือขณะนั่งรถค่ะ เพราะว่าเราต้องมาปรับระยะโฟกัสอยู่ตลอดเวลาที่รถเคลื่อนไป
          
6.นั่งดูโทรทัศน์ห่างจากจอ 4-5 เท่าของความกว้างโทรทัศน์ แม้ละครเรื่องโปรดจะน่าตื่นเต้นขนาดไหน โปรดถอยออกมาจากจอค่ะ อย่าเผลอตัว
          
7.เมื่อรักจะเป็นเงือกสาวเจ้าสระ ก็ควรสวมแว่นว่ายน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันคลอรีนในสระว่ายน้ำด้วยค่ะ
          
8.การทำงานที่ต้องใช้สายตา ควรอยู่ในจุดที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อสายตาจะได้ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป
          
9.ตรวจวัดสายตาปีละครั้ง เพื่อดูว่าสายตาเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างแล้ว หากสายตาเปลี่ยนจะได้เปลี่ยนเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับสายตาของเราต่อไป
          
ถ้าต้องการให้สายตาดีแจ่มแจ๋วได้นานๆ ต้องถนอมดวงตาไว้ให้ดีนะคะ ใครที่สังเกตตัวเองว่าสายตาเริ่มเปลี่ยนไปแล้วละก็ มามะมาเข้าแว่น ตบเท้าร่วมขบวนการผู้มีสายตาอันยาวไกลค่ะ


จาก: นิตยสาร Life & Family



Create Date : 02 กรกฎาคม 2552
Last Update : 2 กรกฎาคม 2552 9:22:38 น.
Counter : 532 Pageviews.

0 comments

rin
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]