sansook
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โค้ดนี้เป็นภาพพื้นหลังนำไปวางที่ช่อง Script Area ค่ะ
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add sansook's blog to your web]
Links
 

 
สรุปพรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534- ปัจจุบัน

พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534- ปัจจุบัน
มีผลบังคับใช้ในวันถัดไปหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2534
แก้ไขมาแล้ว 6 ฉบับ จนถึงปัจจุบัน
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินดังนี้ 1. ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง 2. ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค 3. ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
การบริหารราชการส่วนกลาง ประกอบไปด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการอื่นที่ไม่สังกัด
การจัดตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการ ให้ตราเป็น พรบ. แต่ถ้าไม่การกำหนดตำแหน่งข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มให้ตราเป็น พรฎ.
ให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงบประมาณ มีหน้าที่ตรวจสอบดูแลมิให้กำหนดตำแหน่งข้าราชการลูกจ้างขึ้นใหม่ จนกว่าจะครบกำหนด 3 ปี นับจากวันที่ พรฎ.มีผลบังคับใช้
การยุบส่วนราชการตราเป็น พรฎ.
การรับโอนข้าราชการให้กระทำได้ภายใน 30 วัน นับจาก พรฎ. บังคับใช้
สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ให้แก้ไขเป็นสำนักงานรัฐมนตรี
สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา ให้เลขาธิการและรองเลขาธิการฝ่ายการเมือง เป็นข้าราชการการเมือง และให้รองเลขาธิการนายกฝ่ายบริหาร และผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือน
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองเลขาฯคณะรัฐมนตรี และผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญรวมถึงปลัดสำนักนายก รองปลัดสำนักนายก และผู้ช่วยปลัดสำนักนายก
เลขานุการรัฐมนตรีเป็นข้าราชการการเมือง
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารของคณะรัฐมนตรีและราชการในพระองค์
ก่อนคณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบในร่าง พรฎ. จัดตั้งส่วนราชการ ให้นายกรัฐมนตรีส่งร่าง พรฎ. ต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อทราบ
การปฏิบัติราชการแทน ให้มีการมอบอำนาจเป็นหนังสือ การมอบอำนาจให้ผู้ว่า เป็นการยกเว้น สามารถกระทำได้ทุกกรณีแทนทุกคน
เมื่อมีการมอบอำนาจแล้วผู้รับมอบอำนาจนั้นจะมอบอำนาจนั้นให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นมิได้ เว้นแต่มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายต่อ
นายกจะมอบหมายให้รองนายกปฏิบัติราชการแทนในส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกได้
การรักษาราชการแทน ให้กระทำได้เมื่อเจ้าของเรื่องไม่อยู่และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
การบริหารราชการในต่างประเทศ คณะผู้แทน คือข้าราชการ ทหารประจำการในต่างประเทศ ณ สถานเอกอัคราชทูต กงสุล หรือส่วนราชการในต่างประเทศ
การสั่ง และการปฏิบัติราชการของกระทรวง ทบวง กรม ต่อบุคคลในคณะผู้แมนให้เป็นไปตามระเบียบคณะรัฐมนตรีกำหนด
กรมหนึ่งมีอธิบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของกรมโดยการใช้อำนาจให้คำนึงถึงนโยบายคณะรัฐมนตรี
การบริหารส่วนกลาง เป็นการบริหารแบบรวมอำนาจ
การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ประกอบไปด้วย จังหวัด และอำเภอ
การตั้งยุบ เปลี่ยนแปลง เขตจังหวัดให้ตราเป็น พรบ. มีฐานะเป็นนิติบุคคล
ในจังหวัดหนึ่งๆ ให้มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติให้เหมาะสมกับพื้นที่
การยกเว้น จำกัด ตัดตอนอำนาจของผู้ว่าให้ตราเป็น พรบ.
คณะกรรมการจังหวัด ประกอบไปด้วยผู้ว่า เป็นประธาน / รองผู้ว่า ปลัดจังหวัด ผู้บังคับบัญชาตำรวจจังหวัด อัยการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอื่นๆ เป็นคณะกรรมการ / ให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เป็นเลขานุการ และกรรมการ
การยุบ และการเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอให้ตราเป็น พรฎ. ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ให้มีนายอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชา
การบริหารราชการส่วนภูมิภาค เป็นการบริหารแบบแบ่งอำนาจ
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย อบจ. เทศบาล อบต. และราชการอื่นที่กำหนด สุขาภิบาลได้ยกฐานะเปลี่ยนเป็นเทศบาล ปัจจุบันไม่มีสุขาภิบาล
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐมนตรี 1 คน ที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน บุคคลที่คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 10 คน รวมทั้งสิ้น 13 คน
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 คน ต้องทำงานเต็มเวลา ให้จ่ายเงินตาม พรฎ.
เลขาธิการ กพร. เป็นกรรมการและเลขาธิการโดยตำแหน่ง เป็นข้าราชการพลเรือน
กรรมการมีวาระ 4 ปี เป็นได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ถ้าตำแหน่งว่างลงให้แต่งตั้งภายใน 30 วัน
สำนักงาน ก.พ.ร.เป็นส่วนราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีฐานะเป็นกรม ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น เป็นการบริหารแบบกระจายอำนาจ
พรฎ. แบ่งส่วนราชการภายในกระทรวง ทบวง กรม ให้แก้ไขให้เสร็จภายใน 2 ปี



Create Date : 15 ธันวาคม 2548
Last Update : 15 ธันวาคม 2548 14:45:20 น. 30 comments
Counter : Pageviews.

 


โดย: กิจ IP: 203.150.118.107 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:23:29:45 น.  

 
DD._.


โดย: ._." IP: 125.25.201.134 วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:31:48 น.  

 
ขอบคุณท ให้ความรู้จ๊ะ


โดย: งุงิ IP: 125.25.201.134 วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:31:51 น.  

 
น้องอ้อม


โดย: งุงิ IP: 125.25.201.134 วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:34:10 น.  

 
น่ารัก น่าฟัด จิงๆ


โดย: wat IP: 61.7.175.145 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:32:29 น.  

 
ขอบคุณจากใจริงเจ้าค่ะ


โดย: หนูพร IP: 203.144.180.65 วันที่: 13 เมษายน 2552 เวลา:12:28:30 น.  

 
ขอบคุณมาก รักเธอที่สุด


โดย: พิม IP: 118.174.163.104 วันที่: 16 เมษายน 2552 เวลา:14:38:55 น.  

 
ขอบคุณจริงๆ ได้ความรู้มากๆๆเลย
ปล.จะสอบพอดี


โดย: นายพนม IP: 125.26.8.56 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:8:54:55 น.  

 
ขอบคุณมากจะสอบพอดีเลย ขอบคุณหลายๆเด้อ


โดย: aa IP: 114.128.127.167 วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:14:29:08 น.  

 
กะลังต้องการเลยคับ เป็นพระคุณอย่างยิ่งคับ


โดย: Jo IP: 10.7.2.67, 203.151.46.130 วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:21:29:06 น.  

 
ฉบันแรก บังคับใช้ 5 กันยายน 2534
ฉบับล่าสุด(17)บังคับใช้ 16 กันยายน 2550
ใช่ป๊ะ........


โดย: mint IP: 118.172.59.238 วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:14:21:16 น.  

 
สำหรับประเด็นการปรับเปลี่ยนที่สำคัญใน พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 ได้แก่

ประเด็นที่ 1 : รองปลัดกระทรวง และกลุ่มภารกิจ

กำหนดให้มีรองปลัดกระทรวงเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษได้ ในกรณีที่กระทรวงมีภารกิจเพิ่มขึ้นและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

โดยให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณาเรื่องดังกล่าว

ร่วมกัน

ประเด็นดังกล่าว เป็นการปลดล็อคในเรื่องของจำนวนรองปลัดกระทรวง ในกรณีที่มีภารกิจเพิ่มขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้

กระทรวงมีรองปลัดกระทรวงหนึ่งคน ซึ่งหากกระทรวงใดไม่มีกลุ่มภารกิจแต่มีปริมาณงานมาก ก็สามารถมีรองปลัดกระทรวง

เพิ่มได้อีก 1 คน สำหรับกระทรวงที่มีกลุ่มภารกิจนั้น สามารถมีรองปลัดกระทรวงได้ตามจำนวนของกลุ่มภารกิจที่มีอยู่ใน

กระทรวง

ประเด็นที่ 2 : การมอบอำนาจ

กำหนดให้การมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน สามารถมอบอำนาจได้กว้างขวางขึ้น และให้มีการมอบอำนาจต่อได้

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ได้รับการบริการด้วยความรวดเร็ว

ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกตำแหน่งงานมีทั้งหน้าที่ ความรับผิดชอบ และอำนาจในการตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง เพื่อให้ชั้นการ

บังคับบัญชาสั้นลง และทำให้การบริหารราชการแผ่นดินมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับจะ

ใช้ความตั้งใจ จริงจัง กับการมอบอำนาจและการตรวจสอบการใช้อำนาจ ต้องคิดไตร่ตรอง และทำให้การมองอำนาจเป็นสิ่งที่มี

ชีวิตชีวา

โดยแต่เดิมนั้น การมอบอำนาจได้ถูกกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดมาก กล่าวคือ จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นนอกเหนือจากที่

กฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้ และผู้รับมอบอำนาจนั้น จะมอบอำนาจต่อไปไม่ได้ เว้นแต่การมอบอำนาจให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด

เท่านั้น แต่พระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ได้ผ่อนกลายเรื่องการมอบอำนาจ ให้สามารถมอบอำนาจได้ทุกเรื่องและทุกตำแหน่ง

โดยผู้มอบอำนาจสามารถมอบอำนาจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องนั้นโดยตรง ทั้งในส่วนราชการเดียวกัน ส่วนราชการอื่น หรือ ผู้

ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนได้ การดำเนินการดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนการทลายกำแพงระหว่างหน่วย

งาน โดยมองภาพใหญ่และภาพของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพราะทุกคนอยู่ในภาคราชการเช่นเดียวกันจึงเหมือนกับอยู่ในองค์กร

เดียวกัน

ประเด็นที่ 3 และ 4 : จังหวัด และ อำเภอ

เป็นการให้ความสำคัญกับการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนภูมิภาค โดยให้จังหวัดและอำเภอเป็นตัวตั้งในพื้นที่ โดย

สร้างความเข้มแข็งและระบุหน้าที่รับผิดชอบไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน และประเด็นสำคัญคือ การให้จังหวัดตั้งงบประมาณเอง

ได้ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนการบริหารราชการแผ่นดินอย่างใหญ่หลวง เป็นการทลายขั้วอำนาจ และแสดงถึง

ความโปร่งใสในกลไกการตัดสินใจ การกระจายอำนาจในเรื่องงบประมาณ เพราะงบประมาณของกระทรวงจะลดลง โดยจะ

ถูกกระจายไปตั้งที่จังหวัด ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการบริหารในพื้นที่

ในส่วนของจังหวัดนั้น มีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

1. ให้มีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และการกำหนดให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดเป็นส่วนราชการตาม

กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

กำหนดให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด พร้อมทั้งให้จังหวัดและกลุ่ม

จังหวัดยื่นคำขอต่อสำนักงบประมาณได้โดยตรง

แผนพัฒนาและงบประมาณจังหวัด/กลุ่มจังหวัดนั้น จะมีกลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ ภาค

ประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชนเข้ามาร่วมจัดทำ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนา

จังหวัดและกลุ่มจังหวัด และเป็นเสมือนสัญญาประชาคมของจังหวัดว่าจะพัฒนาอย่างไร เพื่อประโยชน์ของพื้นที่นั้น ๆฃ

2. กำหนดให้จังหวัดมีอำนาจหน้าที่ภายในเขตจังหวัดชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่

ประชาชน

นำภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์

ดูแลให้มีการปฎิบัติและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและเป็นธรรมในสังคม

จัดให้มีการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริม และช่วยเหลือประชาชนและชุมชนที่ด้อยโอกาส เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง

จัดให้มีการบริการภาครัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอหน้า รวดเร็วและมีคุณภาพ

3. กำหนดให้มี “คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด” โดยมี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อีกทั้ง

ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารราชการของจังหวัดอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งการมีคณะกรรมการธรรมาภิบาล

จังหวัดนั้น จะเป็นการถ่วงดุลอำนาจ สร้างความโปร่งใส และมีส่วนช่วยให้การทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัด มีประสิทธิภาพ

มากยิ่งขึ้น

เพิ่มบทบาทการตรวจสอบจากภาคประชาชนในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการ การใช้จ่ายงบประมาณของจังหวัด

สอดส่องดูแล และเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการบริหารราชการที่ยึด

ประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งเพื่อให้การบริหารราชการของจังหวัด เป็นการบริหารโดยยึดหลักธรรมาภิบาล

สำหรับประเด็นสำคัญในส่วนของอำเภอ ได้แก่ การกำหนดอำนาจหน้าที่ของอำเภอไว้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้

อำเภอมีอำนาจหน้าที่ในเขตอำเภอในลักษณะเช่นเดียวกับของจังหวัด ซึ่งเดิมไม่เคยมีกำหนดไว้ รวมทั้งกำหนดให้อำเภอมี

อำนาจหน้าที่ไกล่เกลี่ยหรือจัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททั้งคดีแพ่งและคดีอาญา

ดังนั้น จึงนับได้ว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีส่วนวางรากฐานที่สำคัญ ให้การพัฒนาในระดับฐานราก (อำเภอและจังหวัด)

เจริญเติบโตขึ้นมาได้อย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง






ในช่วงท้ายของการบรรยาย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสรุปถึง สาระสำคัญของ พระราชบัญญัติ

ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 ไว้ ดังนี้

1. เป็นการสร้างความเข้มแข็งในการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดขึ้นจากฐานรากคือ อำเภอ และจังหวัด โดยมี

กลไกอยู่ในอำเภอและจังหวัด ในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่การมีส่วนร่วม และสร้าง

ศักยภาพในการบริหารจัดการในจังหวัด โดยกลไกดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในจังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด

ทำแผนพัฒนาจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องสร้างความเป็นปึกแผ่น ความรู้สึกรักและหวงแหนจังหวัดของตน ใน

กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดให้ได้

สำหรับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผน

พัฒนาจังหวัด การตั้งงบประมาณของจังหวัด

2. การมอบอำนาจไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งภายในหน่วยงาน และระหว่างหน่วยงานจะก่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดี

เพื่อให้งานบริการประชาชนสะดวก รวดเร็ว สนองตอบต่อความต้องการของประชาชน และปัญหาในพื้นที่ได้เร็วขึ้น ประหยัดงบ

ประมาณและเวลา เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล

3. เป็นการผ่อนคลายในเรื่องการแต่งตั้งรองปลัดกระทรวง

4. สร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมโดยการมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด โดยมีแนวความคิดในเรื่องการมี

คณะกรรมการภาคประชาชนเข้ามา เพื่อให้ผู้ที่ไม่ใช่ภาคราชการเข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเสนอแนะการบริหารราชการแผ่น

ดินของผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่อย่างแท้จริง





โดย: EBOLA IP: 125.27.170.54 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:23:07:06 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ


โดย: แขก IP: 61.7.235.19 วันที่: 17 ธันวาคม 2552 เวลา:14:43:32 น.  

 
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ


โดย: sam_sim_@hotmail.com IP: 117.47.10.231 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:50:16 น.  

 
ขอบคุงมากครับสำหรับข้อมูลใหม่ ที่ผมได้อ่านเป็นครั้งแรก และจะนำไปใช้ในการสอบ อบต ด้วยครับ


โดย: ฟิวส์ IP: 124.122.151.6 วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:4:50:40 น.  

 
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีๆนะครับผม

ความรู้ไม่มีทางหายมีแต่เพิ่มพูนแต่ถ้าเราไม่รู้จักขวนขวายหาความรู้ก็จะมีแต่ตามคนไม่ทัน

-0-

บายจ้า


โดย: จ้า IP: 180.180.188.68 วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:55:04 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆ แล้วมีข้อมูลใหม่กว่านี้ไหมจ๊ะ


โดย: ปุ๋ม IP: 192.168.12.232, 58.9.183.34 วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:11:17:05 น.  

 
Well done !!!



โดย: Natalie IP: 60.242.85.243 วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:4:52:33 น.  

 
ขอบคุร


โดย: kk IP: 58.11.228.234 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:53:25 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ


โดย: เมธา IP: 119.42.73.183 วันที่: 17 สิงหาคม 2554 เวลา:17:27:41 น.  

 
เยี่ยมจริงๆ


โดย: ว่าที่ บุคลากรฯ IP: 118.175.6.57 วันที่: 30 สิงหาคม 2554 เวลา:20:18:40 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ออย IP: 118.172.200.19 วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:23:05:13 น.  

 
ขอบคุณมากครับ


โดย: รุ่ง IP: 180.183.61.56 วันที่: 4 กันยายน 2554 เวลา:9:51:30 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: ลม IP: 101.109.2.11 วันที่: 20 กันยายน 2554 เวลา:14:05:21 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ...


โดย: ต้นน้ำที่ปลายฟ้า IP: 171.4.122.168 วันที่: 1 ธันวาคม 2554 เวลา:17:44:28 น.  

 
ขอบคุนจร้า


โดย: วุ้น IP: 182.232.114.145 วันที่: 4 ธันวาคม 2554 เวลา:14:03:31 น.  

 
ขอขอบคุณในเนื้อหาน่ะค่ะ


โดย: นุชจ้า IP: 202.143.190.131 วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:12:48:55 น.  

 
ขอขอบคุณในเนื้อหาน่ะค่ะ


โดย: นุชจ้า IP: 202.143.190.131 วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:12:49:10 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆๆเลยนะคะ


โดย: ออย IP: 203.172.199.254 วันที่: 12 กันยายน 2555 เวลา:12:53:27 น.  

 
คุมาซึมิดะ ซอนซังนีีม


โดย: นาชิตะ IP: 171.5.199.208 วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:13:19:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.