Group Blog
 
 
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
9 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
โหราศาสตร์ และการพยากรณ์

โหราศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการใช้กรรมวิธีหรือขั้นตอนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง อาทิ ทางสมาธิจิตหรือ ฌาณ หรือ การคำนวณ ความสัมพันธ์ระหว่าง เวลาเกิดของบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ กับการเคลื่อนตัวของดวงดาว ในระบบสุริยะจักรวาล การพยากรณ์จากสถิติ ลายมือ ลายเท้า ใบหน้า ไพ่ยิปซี ฮวงจุ้ย กราฟชีวิต เซียมซี อี้จิง ฯลฯ ร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการบอกกล่าวถึงเรื่องราวหรือเหตุการณ์ ความเป็นไปของ บุคคล เหตุการณ์ที่ เคยเกิดขึ้นในอดีต หรือเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

การเกิดศาสตร์แห่งการพยากรณ์ มีมานานไม่น้อยกว่า 3,000 ปี เป็นความน่าพิศวง ของคนโบราณ ที่สามารถสร้างหลักเกณฑ์การพยากรณ์ ที่
สามารถพยากรณ์ได้อย่างถูกต้อง และไม่อาจปฏิเสธได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคำนวณการโคจรของดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาล เสมือนหนึ่งขึ้นไปลอยอยู่ในห้วงอวกาศดั่งตาเห็น




เรื่องเด่น..พยากรณ์

*สนามหลวงพยากรณ์รายสัปดาห์โดยทักษาพยากรณ์ (14 ธ.ค.57 - 20 ธ.ค.57)




สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์

H O M E





Create Date : 09 ตุลาคม 2551
Last Update : 15 ธันวาคม 2557 21:49:18 น. 2 comments
Counter : 1292 Pageviews.

 
เพชฌฆาตฤกษ์-เดือนดุ 'ตุลาอาถรรพณ์' ซ้ำ ๆ 'เซ่นด้วยเลือด!'


สมใจ “สาแก่ใจ” ใคร-ฝ่ายใด ? หรือเป็นไปตามเกมที่ “มีประชา ชนเป็นหมาก” ของใคร-ฝ่ายใด ? หรือไม่-อย่างไร...ก็ไม่รู้ล่ะ ที่รู้แน่ ๆ คือ...ในที่สุดเหตุไม่พึงประสงค์อันเนื่องมาจากเรื่องการเมืองก็เกิดขึ้นอีก ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนบาดเจ็บ “เสีย เลือด-เสียเนื้อ-เสียชีวิต” อีกหลายคน นิ้ว มือ เท้า ขา บ้างก็ร่องแร่ง-บ้างก็ขาด !! แล้วมาถึงวันนี้สถานการณ์ต่อเนื่องเป็นเช่นไร ? ก็ดังที่ทราบ ๆ กัน...

เหตุบ้านชะตาเมืองของประเทศไทย...น่าสลดใจอีก

และก็ยิ่งน่ากลัว...กับเหตุร้าย ๆ เหตุบานปลาย ?!?

“...อีกช่วงที่ต้องระมัดระวังมาก เพราะอาจกระทบกระทั่งกันรุน แรงชนิดที่หนักมาก ๆ ก็คือระหว่างวันที่ 8 กันยายน-9 พฤศจิกายน 2551 ไม่ว่าเหตุจะมาจากฝ่ายใด รวมถึงจากการเดินเกมของฝ่ายรัฐบาลเอง...” ...ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย อ.ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ชี้ถึง “ดวงเมืองประเทศไทย” เอาไว้ ตั้งแต่หลังเกิดเหตุม็อบไล่รัฐบาลปะทะม็อบหนุนรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 ซึ่งครั้งนั้นแม้จะไม่รุนแรงมาก แต่ก็เป็นการ “ปะทะถึงเลือด” มิใช่แค่กระทบกระทั่งเล็กน้อย

ขณะที่ อ.เก่งกาจ จงใจพระ อีกหนึ่งหมอดู ก็เคยมีทำนาย ดวงเมืองประเทศไทย ปี 2551 เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งว่า... “...ตั้งแต่เดือนกันยายน, ตุลาคม, พฤศจิกายน ดาวอังคาร ทหาร โคจรอยู่ ในตำแหน่งเด่น ทหารจะมีบทบาทออกมาจัดการให้การเมืองเข้ารูปเข้ารอย” “เดือนกันยายนทหารอาจจะใช้พลังแฝงสร้างแรงกดดันอยู่เบื้องหลังเพื่อแก้ไข สถานการณ์ความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดขึ้น...”

แล้วตั้งแต่เช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เมืองไทยก็ล่อแหลมอีก

เป็นความล่อแหลมที่สอดคล้องกับคำทายทักดวงเมือง !?!

ทั้งนี้ เมื่อลองตรวจสอบล่าสุดอีกครั้งไปยัง อ.เก่งกาจ ประธานชมรมโหรเลขศาสตร์ ทาง อ.เก่งกาจก็ตรวจดวงเมืองซ้ำ โดยย้อนยึดโยงกับดวง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน แล้วบอกว่า... นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯคนที่ 26 อยู่ใต้อิทธิพลเลข 8 ราหูและเนปจูน และเลข 26 เป็นเลขกำลังสองของเลข 13 ต้องระวังเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่จะเกิดขึ้นให้มาก ความล้มเหลวของนายกฯอาจเกิดได้อย่างไม่คาดฝัน จากการ “ได้รับคำแนะนำอย่างผิด ๆ” และยังจะมีเคราะห์กรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายคือการถูกกลั่นแกล้งด้วย

ตามหลักเลขศาสตร์ ชื่อ “สมชาย” อยู่ใต้อิทธิพลเลข 23 ส่งอิทธิพลให้อ่อนนอก-แข็งใน ท่าทีภายนอกดูเป็นคนอ่อน นุ่มนวล แต่ท่าทีภายใน “แข็งกร้าว” ไม่ยอมให้ใครกดหัวง่าย ๆ มักคิดจะเอาชนะคนอื่น

นอกจากนี้ บุคคลใต้อิทธิพลเลข 23 แม้จะได้รับความเกื้อหนุนคุ้มครองจากผู้มีอำนาจ ส่งผลให้โครงงานบางอย่างประสบความสำเร็จอย่างดี แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวังการตกจากตำแหน่งหน้าที่แบบฉับพลัน มีศัตรูปองร้ายอยู่เบื้องหลัง ระวังอันตรายจากอุบัติเหตุ และระวังสตรีจูงชีวิตให้ตกต่ำ

อ.เก่งกาจระบุต่อไปว่า... นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เกิดวันที่ 31 สิงหาคม 2490 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 ปีกุน ได้รับการโหวตจากสภาให้เป็นนายกฯคนที่ 26 ของไทยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2551 ตรงกับวันพุธ แรม 3 ค่ำ เดือน 10 ปีชวด จุลศักราช 1370 เวลา 11.00 น. ซึ่งเป็น “เพชฌฆาตฤกษ์” ลัคนาอยู่ราศีตุล

ดูตามเกณฑ์ชะตาของนายสมชาย พุธเป็นบริวาร จะได้ลาภเพราะลูกเมีย แต่ขณะเดียวกันดาวพุธบริวารสถิตอยู่ในราศีกันย์ภพวินาศของราศี ตุล บริวารจะทำให้วินาศ, เสาร์เป็นอายุ อยู่ในราศีสิงห์ภพลาภะ ทำให้ลาภยศตำแหน่งที่ได้มามีอุปสรรคปัญหา อยู่ได้ไม่นาน, พฤหัสบดีเป็นเดช ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนฝูงที่เป็นข้าราชการ, ราหูเป็นศรี คุมรัฐบาลก็จะมีปัญหาทั้งภายในและภายนอก, ศุกร์เป็นมูละ อยู่ในภพวินาศ ตำแหน่งหน้าที่การงานไม่มั่นคง, อาทิตย์อุตสาหะ อยู่ในภพวินาศ ความขยันอุตสาหะไม่เป็นผล ล้มเหลว, อังคารกาลกิณี มิตรสหายเป็นศัตรู หามิตรแท้ได้ยาก “จากชื่อและดวง ชะตาเกิด ดูแล้วนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อยู่ใต้อิทธิพลดาวพุธ บ่งชี้ถึงความไม่แน่นอน ขึ้นเร็ว-ลงเร็ว” ...อ.เก่งกาจระบุอย่างนี้

พร้อมทั้งทายทักล่วงหน้าไปถึงช่วงปลายปี 2551 นี้ โดยบอกว่า... อีกช่วงที่ต้องจับตามองคือหลังวันที่ 4 ธันวาคม ดาวพฤหัสบดีจะย้ายเข้าราศีมังกรเป็นนิจอ่อนกำลัง ต่อให้รัฐบาลสมชายยังอยู่ก็จะเจอดาวราหูทำให้ยิ่งอ่อนแอ-เปลี่ยนแปลงง่าย ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามที่ต่อต้านเมื่อถึงตอนนั้นก็จะเป็นช่วงดิ้นเฮือกสุดท้าย ก่อนสลาย

“ส่วนการเมืองไทยในอนาคต ตั้งแต่ปี 2552 จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบถอนรากถอนโคน ก้าวสู่การเมืองยุคใหม่ เพราะอิทธิพลของดวงดาวใหญ่ที่จะมีการเคลื่อนย้ายในปี 2552”

...อ.เก่งกาจพยากรณ์ไปถึงอนาคต อย่างไรก็ตาม กับข้อสังเกตที่ว่าในอดีต “เดือนตุลาคม” เมืองไทยเคยเกิดเหตุ “นองเลือด (ของประชาชน) เพราะเรื่องการเมือง” ครั้งใหญ่มาแล้ว 2 ครั้ง คือ 14 ตุลาฯ 2516 และ 6 ตุลาฯ 2519 ซึ่งมีคนไทยบาดเจ็บ-ล้มตาย-สูญหายจำนวนมาก และมาถึงเดือนตุลาฯ 2551 นี้ก็มีเหตุที่คนไทยต้อง “เสียเลือด-เสียเนื้อ-เสียชีวิต” เกิดขึ้นอีก ในจุดนี้ อ.เก่งกาจก็เคยทายทักเป็นดวงเมืองปี 2551 ไว้ คือ... “ที่ต้องระวังคือเดือนตุลาคม จะเกิด ‘ตุลาฯอาถรรพณ์’ เป็นจุดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีก”

แล้วเดือนตุลาฯปีนี้ “เลือดไทย” ก็สาดกระเซ็นอีก

ก็ต้อง “เซ่นตุลาฯอาถรรพณ์” กันอีก...จนได้ !!!!!.
From: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=64183&NewsType=2&Template=1


โดย: 8070 IP: 58.9.138.159 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:7:41:39 น.  

 
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11173 มติชนรายวัน


การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ ดอกไม้พยากรณ์

โดย สุทธาสินี จิตรกรรมไทย




"บอกกับทุกคนเสมอว่าไม่ใช่หมอดูนะคะ เป็นเพียงคนอ่านไพ่" *การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์* บอกอย่างถ่อมตน

หญิง สาววัย 38 คนนี้เกิดที่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เป็นลูกคนแรกในจำนวน 2 คนของมารดา แต่เป็นลูกคนที่ 6 ของบิดา ซึ่งเป็น "ปู่จารย์" ประจำหมู่บ้าน

เติบ โตขึ้นมาในหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยภูเขา มีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลผ่าน ในอาณาเขตของบ้านปลูกต้นไม้มากมาย ทั้งยังมีเรือนไม้ไว้สำหรับเก็บไม้สมุนไพรของบิดา ส่งให้การะเกต์ ที่เรียกตัวเองว่า "เด็กบ้านสวน" เป็นคนรักธรรมชาติ

หลังจบ ป.6 ใช้ชีวิตวัยเด็กด้วยการทำงาน พอมีเวลาว่างจึงเรียนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จากนั้นไปต่อคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

"...เป็นชีวิตที่อยู่นอกห้องเรียนมาเกือบตลอด" เธอบอกกลั้วหัวเราะ

ความ ที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก พออายุได้ 19 ปี มีโอกาสเข้าทำงานในกองบรรณาธิการนิตยสารวัยรุ่นอย่าง "วัยหวาน" แล้วย้ายตัวเองไปทำงานตำแหน่งบรรณาธิการที่สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น

ถึง ปัจจุบัน การะเกต์ก็คลุกคลีอยู่กับแวดวงหนังสือและตัวอักษรมาตลอด ทั้งยังได้เป็นนักเขียนอย่างที่เคยฝันไว้ ด้วยการเป็นคอลัมนิสต์ใน "มติชนสุดสัปดาห์" เจ้าของผลงานรวมเล่ม "ปริมณฑลแห่งรัก"

เธอรักและผูกพันกับศาสตร์การ "พยากรณ์" ด้วยการเขียนให้นักท่องอินเตอร์เน็ตได้อ่านกันเพลินๆ ในเว็บไซต์ประชาไท

ล่า สุดมีผลงานด้านการทำนายอันน่าสนใจ "ดอกไม้พยากรณ์ 12 ราศี ประจำปี 2552" ปรากฏอยู่ใน *ศาสตร์แห่งโหร 2552* -หนึ่งในหนังสือเด่นของสำนักพิมพ์มติชน

"เพราะเชื่อว่าศาสตร์แห่งการพยากรณ์เป็นเรื่องลึกซึ้ง...เป็นอีกศาสตร์ทางเลือกในชีวิต" คือความเห็นของการะเกต์

- ความหมายของชื่อ "การะเกต์"?

เป็น นามปากกา มาจากชื่อจริง "การะเกตุ" แต่เบื่อสระอุ (หัวเราะ) เลยหาวิธีตัดทิ้ง แล้วไปเจอคำว่า "เกต์" ในหนังสือเล่มหนึ่ง มีคนแปลความหมายไว้ว่า "สัญลักษณ์" เห็นแล้วชอบมากๆ เลยคิดว่า เออ...เหมาะกับเราเหมือนกันนะ เพราะเพื่อนชอบบอกว่าเราเขียนอะไรเข้าใจยาก บางคนก็ค่อนขอดว่าเขียนเรื่องสั้นและนิยายแล้ว น่าจะทำคู่มือการอ่านออกมาด้วย เพราะสัญลักษณ์เยอะเหลือเกิน

อีกอย่างคำนี้เล่นได้กับคำว่า "เก" หรือ "เกย์" และชื่อภาษาอังกฤษก็สะกดว่า "Garagay" ได้ความหมายในเชิงความนิยมส่วนตัวด้วย

- ชีวิตวัยเด็ก?

พ่อ เป็นปู่จารย์ คือ ผู้มีความรู้ในทางโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ คาถาอาคม เป็นผู้อาวุโสที่ชาวบ้านนับถือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ให้คนในหมู่บ้าน และเป็นหมอเมือง ปรุงยาสมุนไพรด้วย ส่วนแม่ชอบการปลูกต้นไม้และทำอาหารมาก เพราะฉะนั้นชีวิตวัยเด็กจึงแวดล้อมด้วยสมุนไพรต่างๆ และเรื่องการทำนาย

- ได้ความรู้เรื่องการพยากรณ์จากคุณพ่อ?

เป็น เรื่องที่อยู่ในวิถีชีวิตไปเลย ชอบฟังเวลาพ่อดูหมอให้ชาวบ้าน และชอบถามพ่อว่าดูยังไง พ่อก็เปิดสมุดให้ดู อธิบายบ้าง สอนบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นจริงจัง เป็นเหมือนคุยในครอบครัวมากกว่า



ตอน เด็กจะทึ่งอย่างหนึ่ง คือ เวลามีคนเจ็บป่วย จะถามว่า "ตายหรือหาย" ซึ่งคิดว่าเป็นคำถามที่น่ากลัวมาก และในการพยากรณ์จะเป็นข้อห้ามสำคัญ แต่มาเข้าใจเอาตอนโต ว่าชาวบ้านอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับหลักธรรมที่อยู่ในวิถีชีวิตจริงๆ การรู้ว่าจะตายหรือหาย คือการเตรียมรับมืออย่างมีสติ

พ่อบอกเสมอว่า เราใช้การทำนายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อกัน ไม่ใช่เพื่อสร้างโทษสร้างปัญหาต่อกัน

- เชื่อเรื่องการพยากรณ์หรือเปล่า?

เรียก ว่าสนใจดีกว่า เพราะความเชื่อเป็นเรื่องพูดยาก ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ คนเราจะเชื่ออะไรสักอย่างต้องมีหลายอย่างโยงกันทั้งภูมิหลัง พื้นเพ สิ่งที่หล่อหลอม วิธีคิด หรือประสบการณ์ส่วนบุคคล ที่สำคัญ คือ อย่าดูถูกหรือกีดกันความเชื่อของคนอื่น

- สิ่งที่ทำให้สนใจเรื่องการพยากรณ์?

รู้สึก เป็นเรื่องปกติที่มีศาสตร์นี้อยู่ในชีวิต แต่ที่ทำให้สนใจจริงๆ ก็ตอนโตแล้ว...เห็นว่าเป็นเรื่องสนุก มีความลึกซึ้ง ท้าทาย น่าค้นหา

เป็น คนชอบเรียนแบบเล่น เริ่มจากการสงสัยว่าเป็นยังไง ใช้ได้ผลจริงไหม การทำนายบอกอะไรเราได้บ้าง ยิ่งเรียนรู้ยิ่งสนุก เพราะเห็นว่าทุกอย่างโยงกันได้หมด หัดดูไพ่ยิปซีก็น่าจะตอนอายุ 27-28...นานแล้ว (หัวเราะ) ไม่ได้เรียนกับอาจารย์ ใช้วิธีเรียนจากตำราส่วนหนึ่ง ซึ่งขอยืนยันว่าเป็นวิธีการเรียนที่ดีมากๆ เพราะยิ่งทำให้ต้องค้น ต้องคิด ต้องทำการบ้านด้วยตัวเอง และเรียนจากประสบการณ์จริงเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้ก็สนใจเรื่องการดูตัวเลขอยู่

ไม่ รู้ว่าเป็นคนมีเซนส์เรื่องการทำนายไหม ถ้าเรียกสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในความคิดเป็นเซนส์ก็คงได้ อย่างเวลาเปิดไพ่ เราจะรู้ความหมายหลักของไพ่ และเชื่อมโยงกับไพ่ใบอื่นได้ และรู้ว่าจะอ่านไพ่ไปในทิศทางไหน

อ้อ...อีกอย่างที่ทำให้สนใจศาสตร์การพยากรณ์ คือ รู้สึกว่าเวลาคนไปดูหมอ มักได้ทรรศนะจากหมอดู ซึ่งบางทรรศนะเราคิดว่าควรปรับ

สังเกต มั้ยว่าเวลาดูหมอ เขาใช้คำว่า "เพศตรงข้าม" หรือ "เนื้อคู่เพศตรงข้าม" ซึ่งตัวเราเองคิดว่าคนสามารถมีคนรักเพศไหนก็ได้ เวลาคนรักเพศเดียวกันไปปรึกษาหมอดู เขาก็อาจบอกว่าเป็นเรื่องกรรม เป็นเรื่องผิดบาป หรือเป็นคราวเคราะห์ บางครั้งปนความเห็นส่วนตัวของหมอดู แล้วบางทีคนฟังแยกแยะไม่ได้ หรือตามไม่ทัน และเข้าใจไปว่านั่นคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด จากที่ทุกข์อยู่แล้ว ยิ่งทุกข์หนักเข้าไปอีก

- ทำนายให้กับคนที่มีความทุกข์อย่างเดียว?

ถ้า คนที่มีปัญหา มีทุกข์มากๆ ก็เต็มใจ เพราะเป็นเหมือนช่วยเหลือกันและกัน แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ศาสตร์นี้ในเวลาทุกข์เท่านั้น เพราะศาสตร์การพยากรณ์สามารถอยู่ในวิถีชีวิตได้

ยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าทำบ้าน (ที่สันคะยอม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่) เสร็จเรียบร้อย อาจใช้มุมหนึ่งของบ้านทำเป็นสวนเล็กๆ ให้เป็นบรรยากาศ "สบายใจกับไพ่ยิปซี" เหมือนจิบน้ำชาแล้วดูไพ่กัน

การดูไพ่เป็นเหมือนงานอดิเรกมากกว่า เป็นงานที่รักและสนุกกับมันมากๆ เวลาทำในสิ่งที่เรารักเราชอบ ไม่กดดันตัวเอง

การ อ่านไพ่เป็นการฝึกปฏิบัติธรรมะได้ด้วย สอนให้สุภาพอ่อนน้อม รับฟังอีกฝ่าย ใจเย็น มีเมตตา อุเบกขา และยังสอนให้จับประเด็นเป็น สอนให้ใช้สติ เชื่อมโยงข้อมูลเป็น

ประเด็นสำคัญของการพยากรณ์อาจไม่ใช่ความแม่น หรือไม่แม่น แต่หมายถึงการมีตัวช่วยในการตัดสินใจ ใช้เป็นข้อมูลประกอบ ถ้าออกมาดีก็มักมีความหวัง แต่ถ้ารู้ว่าเคราะห์มาเยือน จะได้คิดหาผ่อนหนักเป็นเบา

ที่สำคัญอย่าเชื่อหมอดูจนไม่คิด เพราะว่าคำพยากรณ์มีไว้ให้ไปคิดต่อและให้ไปตั้งสติ

- เคยดูไพ่ให้ตัวเองไหม?

ดูค่ะ เพราะตัวเองเช็คตัวเองได้ดีที่สุด เราย่อมไม่หลอกตัวเอง

การ ดูให้ตัวเองต่างจากดูให้คนอื่น ตรงที่จะเปิดตำราดูเทียบคำทำนายเยอะมาก เพราะต้องระวังการตีความเข้าข้างตัวเอง เปิดตำราเพื่อดูว่ามีความหมายอะไรได้อีกบ้าง แล้วจดไว้ เพื่อมาดูวันหลังว่าใช่หรือไม่ใช่ แปลว่าอย่างอื่นได้อีกมั้ย บางครั้งนึกว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอสถานการณ์จริงเผยขึ้น กลับมีองศาที่แผกไป

แต่ไม่ค่อยใช้ดูอนาคตตัวเองนะ จะดูเป็นเรื่องเล็กๆ ปลีกย่อย อย่างตอนเริ่มปลูกบ้านก็เอาไพ่มาดู รอบแรกได้ไพ่ "เดอะ ซัน" รอบสองรอบสามก็เหมือนเดิม เลยรีบเชื่อไว้ก่อนว่าจะดี (หัวเราะ) เพราะไพ่ใบนี้หมายถึงความสดใส เบิกบาน

- สนใจเรื่อง "ดอกไม้พยากรณ์" ด้วย?

เกิด จากความสนใจเรื่องต้นไม้ดอกไม้...ทุกวันนี้บ้าต้นไม้ (หัวเราะ) ก็มาคิดว่า น่าจะดึงความหมายของสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติมาโยงเข้ากับไพ่ยิปซีได้ เพราะจริงๆ การเสี่ยงทายด้วยดอกไม้พืชพันธุ์เป็นสิ่งมีมานานแล้ว

เรื่อง นี้เคยเป็นโครงการเล็กๆ ทำร่วมกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อ พรรณี บุญรอด ทำงานที่ประพันธ์สาส์นด้วยกัน วันหนึ่งก็มาคิดว่าน่าจะลองเสี่ยงทายด้วยดอกไม้ดูนะ หาดอกไม้มาเทียบโยงดูว่าดอกไหนเทียบเคียงกับไพ่ใบไหนได้บ้าง ช่วยกันคิด ช่วยกันค้น จนได้ดอกไม้มา 22 ชนิด สมัยโน้นเคยมีสำนักพิมพ์สนใจ แต่ภายหลังยกเลิกไป ต้นฉบับเลยไม่ได้สานต่อ

ใน "ศาสตร์แห่งโหร" เป็นการนำความรู้จากตรงนั้นมาศึกษาต่อค่ะ

- เป็นการเทียบความหมายของดอกไม้เข้ากับไพ่ยิปซี?

ต้อง ศึกษาก่อนว่าดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายในเชิงความเชื่อ ความเป็นมงคล พื้นฐานความเป็นมาต่างๆ อย่างไร แล้วนำความหมายของดอกไม้มาผสมผสานเชื่อมโยงเข้ากับรูปแบบของไพ่ยิปซี

อย่างดอก "กาหลา" เป็นไม้ก้านแข็ง ช่อดอกมีน้ำหนักค่อนข้างมาก มีกลิ่นหอมฉุน รสเผ็ดนิดๆ ถ้านำมาปักแจกันถึงไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง ช่อก็ไม่ร่วงโรยเหมือนดอกไม้อื่น ความหมายโดยทั่วไป คือ แสดงถึงคนที่มีความเข้มแข็งในตัวเอง มีความอดทน ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ด้วยตัวเองได้ ไม่ลงให้ใครง่ายๆ แต่ก็ต้องการความนุ่มนวลสดชื่นมาเลี้ยงจิตใจ เทียบกับไพ่ยิปซีแล้วคือไพ่ "สเตรงธ์" (Strength)

สิ่งที่ได้จากการพยากรณ์ด้วยดอกไม้ คือ มุมมองใหม่ๆ ต่อดอกไม้- -ดอกไม้ที่เราเห็นก็บอกอะไรได้มากมายเหมือนกัน

- ทำไมดูเหมือนว่าประเทศไทยฝากความหวังไว้กับหมอดู?

คิดว่าเพราะประเทศไทยในเวลานี้ออกจะลึกลับยิ่งกว่าความลับในวิชาโหราศาสตร์เสียอีก

แต่ โดยทั่วไปคงไม่มีคนทั้งหมดที่จะฝากความหวังไว้กับหมอดู บางคนหรือหลายคน เวลาที่มองอะไรไม่ชัด หาคำตอบอะไรไม่ได้ ใช้เหตุผลก็แล้ว ใช้อะไรไปตั้งมาก ก็เกิดความคิด...ลองดูหมอดีกว่า

มีคนอยู่ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เชื่อหมอดูแบบสุดสุด กลุ่มที่ไม่เชื่อเลย และกลุ่มที่เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง เวลามองดูโลกของการพยากรณ์ ต้องมองลึกลงไป ความหวัง ความกลัว ความปรารถนา สิ่งเหล่านี้อยู่ในมนุษย์ทุกคน เมื่อคนในประเทศไม่มีความสุข ไม่มีหลักประกันที่มั่นคงในหลายๆ ด้าน ไม่รู้จะไปทางไหน จะเอายังไง จะพูดคุยก็ลำบากไปหมด ก็เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ที่จะหันหาโหราศาสตร์

- "กลุ่มสะพาน" ที่ทำงานอยู่คืออะไร?

จุด ประสงค์ของการตั้ง "กลุ่มสะพาน" คือ เพื่อลดอคติและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับสังคมไทยเรื่องความหลากหลายทาง เพศ ทำกิจกรรมผ่านสื่ออย่าง สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ หนัง งานเขียน ซึ่งคนที่มีบทบาทมากๆ คือ คุณฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ และน้องสาวแท้ๆ อีกคน (กาญจน์ ศรีปริญญาศิลป์) ส่วนตัวเองตอนนี้ไม่ค่อยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานอะไรมาก เป็นผู้สนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการเสียมากกว่า (ยิ้ม)

- เป็นเรื่องของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน?

ไม่ ใช่เรื่องผิดปกติที่จะมีคนรักเพศเดียวกัน แล้วถูกมองว่าแปลกแยกจากคนทั่วไปในสังคม เพราะคนชินกับอคติ หรือความรู้ที่ตกทอดกันมาว่าคนที่รักชอบเพศเดียวกันไม่ปกติ ถึงต้องมีองค์กรที่ทำงานเพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้

สิ่ง ที่คิด คือ ทำอย่างไรให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น คนเรามีความรักความชอบต่างกัน มีรสนิยมต่างกัน แต่เราไม่กีดกันกัน ความเป็นเกย์หรือ

เลสเบี้ยนอาจไม่มีอยู่จริงก็ได้ เหมือนความเป็นรักต่างเพศ หรือรักเพศเดียวกันอาจไม่มีอยู่จริงก็ได้ เป็นแค่คำเรียกเท่านั้น

- มุมมองความรัก?

มีมุมมองต่อความรักค่อนข้างละเอียด

คิดว่าในความรักไม่มีเพศ แต่การมีแฟนหรืออยู่กับคนรัก คิดว่าตัวเองสอดคล้องกับผู้หญิงมากกว่า

หน้า 17 From: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01fun01121051§ionid=0140&day=2008-10-12



โดย: 5295 IP: 58.9.138.159 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:12:47:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.