หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
27 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
ดอกไม้ไร้นาม : กฤษณา อโศกสิน



เรื่อง : ดอกไม้ไร้นาม
ผู้ประพันธ์ : กฤษณา อโศกสิน
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ปีที่พิมพ์ : 2539
สองเล่มจบ





     กฤษณา อโศกสิน ได้เขียนคำนำครั้งแรกของการตีพิมพ์นวนิยายเรื่องนี้ ว่า... กรอบที่ดีของชีวิตนั้น แม้จะแตกต่างกันบ้าง ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจถ้วนหน้าว่าคืออย่างไร บางคนตีกรอบให้ตนเองเดินไปในวิถีอันเหมาะสมของความเป็นมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตายได้ง่ายดาย ราบรื่นเมื่อตายก็มีแต่ความถูกต้องติดตัวไป... แต่มีผู้คนอีกจำนวนมากที่เกิดมาแล้ว ไม่อาจอดทนเดินดุ่มไปสู่ทิศทางที่รู้ว่าดีได้โดยตลอด ทั้งนี้เนื่องจากชะตากรรมส่วนตนที่เจาะจงกำหนดมาให้เป็นไป โดยสร้างกาย สร้างใจ สร้างวิญญาณให้มากด้วยเคราะห์กรรมกิเลสตัณหาและอำเภอใจกว่าผู้อื่น...

          ชีวิตของแพมาลาหรือแพม ตัวละครเอกในนิยายเรื่องนี้ก็เช่นกัน แพมาลาเป็นหญิงสาววัยทำงาน ที่ต้องเป็นม่ายตั้งแต่วัยสาว เนื่องจากปรารมภ์สามีของเธอเสียชีวิตกะทันหัน กระนั้น ในเวลาต่อมา แพมาลาก็ได้แต่งงานกับ สมาคม วิศวกรหนุ่มใหญ่ ในเวลาต่อมา สมาคมเป็นคนสมถะและไม่สนใจไยดีต่ออารมณ์ความรู้สึกของภรรยาอย่างใด

    “เขาไม่ใช่คนช่างสงสัย สมาคมเป็นเพียง “นักบุกเบิก” เป็นช่างแก้ซ่อม สร้างวัสดุอุปกรณ์ เป็นผู้เข้าใจถ่องแท้ในเทคโนโลยีทั้งเก่าและใหม่ ใครก้าวไปถึงไหน เขาตามไปได้ในความทันสมัยรอบด้าน หากแต่มิใช่ ด้านอารมณ์อันระวิงระไวอย่างนิ้วที่สัมผัสสายพิณเสนาะ...”

          แม้ว่าจะไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง แต่ผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของแพมาลา กลับรู้สึกว่า เธอไม่เคยได้รับการเติมเต็มจากเขาแม้แต่น้อย จนกระทั่งเธอได้มีโอกาสรู้จักกับปาชา เจ้านายที่ทำงานร่วมกันในกรม ปาชามีภรรยาชื่อดัชนี แต่เป็นหญิงสาวเรียบๆ ที่ไม่เคยสนใจความคิดความรู้สึกของสามี ทั้งคู่มีลูกด้วยกันคือเด็กชายปี่พาทย์

       ปาชา วิศวกรหนุ่มใหญ่ที่ทำให้หัวใจของเลขาสาวหวั่นไหว เขามีเสน่ห์และความเข้มข้นทางอารมณ์เท่าทันกับเธอทุกอย่าง รักต้องห้าม ที่ผลิบาน บนความขัดแย้งของศีลธรรม หากแพมาลา ก็มิได้สนใจ เมื่อใช้หัวใจของตัวเองเป็นเครื่องนำทาง แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะเลยเถิดข้ามไปมีความสัมพันธ์กัน นอกเหนือจากเสียงกระซิบเล่าลือในที่ทำงาน จนรู้ไปถึงหูสมาคม เขาโทรศัพท์หาปาชา... 

         และนั่นทำให้ปาชา เริ่มรู้สึกผิด เขาตีตัวออกห่าง รักษาระยะความสัมพันธ์กับดอกไม้แสนสวยอย่างแพมาลาเอาไว้ หากก็มีเหตุการณ์พลิกผัน เมื่อดัชนีภรรยาคู่ยากของเขา เกิดเป็นมะเร็งขึ้นมา หล่อนจากไปในที่สุด ในจังหวะที่แพมาลา ก็มีปัญหากับสมาคม และความน้อยใจกับท่าทีปาชา ที่ไม่ตัดสินใจเด็ดขาด หล่อนขอย้ายที่ทำงาน และมีโอกาสรู้จัก กับชายคนใหม่ ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจกว่า

 เพียงตาพบตา หญิงสาวก็ได้แต่รู้สึกว่า ความเบื่อหน่ายที่นอนก้นเกือบข้นเป็นตะกอนนั้น เริ่มแตกกระจายออกจากกันด้วยความไหวสะเทือนที่พลุ่งขึ้นโดยแรง
        “คุณวันโชคเป็นนายอำเภอ... มาราชการเมื่อเช้า พี่ก็เลยชวนมาลอยกระทงด้วยกัน” 

 นายอำเภอหนุ่มใหญ่ ผู้นี้ ไม่ปฏิเสธว่าเขามีภรรยาและลูกชายอยู่แล้วทั้งคน ซ้ำยังมี ภรรยาน้อย ที่อยู่อีกบ้านหนึ่ง ที่กรุงเทพฯ อีกด้วย เขาเป็นหนุ่มใหญ่ที่เปี่ยมเสน่ห์ รู้วิธีในการเอาใจ และเล่าปัญหาชีวิตครอบครัวให้หล่อนฟัง

วันโชคสุภาพดีเหมือนกัน... แพมาลานึกในใจพร้อมกับพิจารณาเขา เป็นชายหนุ่มเฉลียวฉลาด พูดจาดี มีจังหวะจะโคน ที่จริงก็ไม่น่าแปลก หากเขาจะมีผู้หญิงอีกหลายคน... นอกจากภรรยา ด้วยว่าสตรีเพศทั้งนั้น ย่อมพึงใจความรอบรู้และเข้าถึงของเพศชาย ที่มีต่ออารมณ์และเรื่องราวของพวกตน มากกว่าจะพึงประสงค์ชายผู้เมินเฉย ไม่รู้ร้อนหนาวต่อสิ่งต่างๆรอบตัว... เช่นสามีหล่อน
         แม้จะเป็นคนดีก็ตามทีเถิด
       จริงซีนะ... แพมาลานึกในใจ ชีวิตหล่อนนั้น หากจะนำมาเรียงประหนึ่งไพ่เอโพแดง อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความแพรวพรายของมนุษย์ ผู้ปรารถนารสรักหวานละมุน อบอุ่นอยู่ในอ้อมแขนแห่งความเอิบอิ่มจากชายที่หล่อนฝันหานั้น... ไม่เคยมี
          คล้ายกับว่า ไพ่รูปดวงใจใบหนึ่ง หายไปจากกองของมันโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งหล่อนต้องลุกขึ้นค้นหา


         แม้จะรู้ว่า สิ่งที่ตนเองหวามไหวอยู่นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ตาม ผู้เขียนได้บรรยายอารมณ์ความรู้สึกของแพมาลา ที่ต่อสู้กับมโนธรรมและสิ่งที่เข้ามาท้าทายอารมณ์ของตัวเธอเองในหลายต่อหลายครั้ง แต่ในที่สุด ประการหลังก็เป็นฝ่ายชนะ

 วันโชคเข้าใจ “จุดอ่อน”ของผู้หญิง รู้จักอารมณ์และจิตวิญญาณของพวกหล่อนในยามอ่อนแอบอบบางเป็นอย่างดี ด้วยว่าคลุกคลีกับสตรีเพศมาหลายคน แต่ละคนไม่เหมือนกัน
        ภรรยาที่เป็น “บ้านใหญ่”ของเขานั้น เป็นคนแข็งค่อนข้างดุแกมกระด้าง ไม่เหมาะกับอารมณ์ของเขาที่ชอบสิ่งสุนทรีย์ แต่เนื่องจากพูนลาภเป็นคนเก่ง ทำงานคู่คี่กับเขามาในระยะต้น ตอนเขาหนุ่มและหล่อนสาว ความใกล้ชิดชื่นชมที่เขามีต่อหล่อนจึงกลายเป็นการร่วมชีวิต 
         ครั้นอยู่ต่อมาเขาถูกย้ายไปประจำอีกจังหวัดหนึ่ง ได้พบปะถูกใจกับหญิงสาวอีกผู้หนึ่งก็ด้วยความใกล้ชิดเหมือนเช่นเคย ทำให้มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งอยู่พักใหญ่ จนหล่อนเลิกราไป วันโชคเลยบ่ายหน้าไปคว้าเอาแม่ม่ายลูกติดสอง คือพันทิพา ผู้ยังพัวพันกันมาอยู่จนทุกวันนี้ พันทิพา มีเสน่ห์อย่างที่เขาชอบ หากก็เป็นเสน่ห์อันเกินเลย เนื่องด้วยหล่อนขี้หึง ทั้งพยายามแสดงตัว ดังนั้น ไม่นาน พูนลาภก็รู้ว่าเขามีผู้หญิงใหม่
       จนกระทั่งเขามาพบกับแพมาลา

     และในที่สุด เมื่อศีลธรรม และความถูกต้อง ถูกบังตา ทุกอย่างก็เดินทางมาถึง...

  หล่อนไม่ถามสักคำขณะตามเข้าห้อง... หล่อนมีผัว เขามีเมีย ไม่มีเสียมีได้แต่อย่างใด
        ประตูปิดแล้ว... แพมาลายังคงยืนนิ่ง มองหน้ามองตาชายหนุ่มผู้กำลังยิ้มนิดๆ พร้อมกับก้าวเข้ามาอย่างช้าเนิบ... ราวกับละเลียด โดยมิได้ลวกร้อนลุกลนแต่อย่างใด
   มิได้โผผวา ถลาพรวดหรือกระชากร่างเข้าไปจูบกอดเพราะโหยหิว... ด้วยต่างก็กำลังตั้งสติ...หวังใช้ชั่วโมงนาทีในห้องนี้อย่างเต็มอิ่ม
      เหลือจะยับยั้งอีกต่อไปแล้วใช่ไหม... ฟ้าดิน... เหลือจะดึงแขนดึงขา... ดึงชีวิตจิตใจให้คืนกลับ ดึงกิเลสรุ่มร้อนให้จางลง...ดับความคลั่งให้คลี่คลาย ไม่สามารถแล้วใช่ไหม ฟ้าดิน
ใช่! ไม่สามารถอีกแล้ว
          วันโชคกอดหล่อนเข้าไว้แน่น ค่อยๆจุมพิตบนใบหน้า ไล่จากริมฝีปาก ลาดแก้มและเปลือกตา ขณะที่แพมาลารู้สึกถึงความแรงของอารมณ์อันค่อยๆ สูงขึ้นประหนึ่งโน้ตเพลง... เสียงต่ำเมื่อครู่ไต่ขึ้นรวดเร็วราวกับพายุ จนที่สุดของที่สุดนั้น ทุกอย่างระหว่างหล่อนและเขาก็เลื่อนลั่น สะท้านสะเทือน แทบจะหวีดและกรีดโหยหวนไปทั่วห้อง
         สนองความปรารถนาอันค้างอยู่... นานหลายปี... ให้จบสิ้น
ไม่พึ่งพิงฟ้าดินอีกต่อไป



          แต่ความชื่นฉ่ำแห่งรสรักรสใหม่นั้น ก็เป็นเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แพมาลาที่หลงวันโชค และเฝ้ารอคอยให้เขา “หย่าภรรยา” จึงตัดสินใจ ขอหย่าขาดจาก สมาคม สามี ที่หล่อนเบื่อหน่ายและไม่สนใจอีกต่อไป ท่ามกลางเสียงตำหนิของคุณบุปผา มารดาของเธอและญาติๆทั้งหลาย แพมาลายังคงดื้อดึง และเมื่อความหวานชื่นแห่งรักเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหึงหวง หวั่นระแวง เมื่อวันโชค ย้ายไปรับราชการที่สามจังหวัดชายแดน ทำให้แพมาลา ทนไม่ไหว หล่อนตั้งใจจะไปเซอร์ไพรซ์เขาและตรวจสอบชายหนุ่มไปในตัว

         วันโชค อาจจะเป็นผู้ชายที่อ่อนหวาน เอาอกเอาใจ ในเวลาที่เขาทุ่มเทให้เธอ แต่ในเวลาที่เขาอยู่กับงาน ที่เรื่องหน้าตาเป็นเรื่องสำคัญ เขาเริ่มไม่พอใจและทำให้แพมาลายิ่งรู้สึก...และที่สำคัญ พูนลาภ กำลังเดินทางมาพร้อมคณะผู้ตรวจการในเช้าวันรุ่งขึ้นพอดี

          แต่หล่อนเองสิ ผู้เคยประณามหยามหมิ่นคู่รักของน้อง บัดนี้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความอัปยศใหญ่หลวงเสียเอง เป็นได้แค่ผู้หญิงที่      “นายอำเภอเอามานอน”

 วันนี้ “คุณนาย”จะมากับคณะผู้ตรวจฯ ใช่ไหมครับ คำถามของผู้ชายคนนั้นยังก้องอยู่ เจ็บกระไร จึงมากมายเพียงนี้เล่าหนอ
หล่อนได้แต่นั่งนิ่งขึง คอแข็งเกร็งทั้งตัวด้วยความรวดร้าว... พลางถามตนเอง นี่ไปอย่างไรมาอย่างไร แพมาลาจึงได้กลายสภาพมาเป็นเมียน้อยชายนี้ ร่วมกับผู้หญิงบางนาง กระเหี้ยนกระหือรือตามหาเขาทุกขณะ... ประดุจคนสิ้นคิด แล้วอาจจะถึงยามหนึ่งยามใดที่ความคลั่งไคล้ในตัวเขาอาจจะผลักดันให้หล่อนกลายรูปเปลี่ยนรร่างเป็นนางยักษ์นางมาร ตามแย่งตามหึง เพื่อดึงเอาเขามาเป็นของตน
          แพมาลาเอ๋ย... เธอเคยเป็นเช่นนี้หรือ เคยคิดว่าจะตกอยู่ในสภาพนี้หรืออย่างไร

   เมื่อนั้น หล่อนเกิดความอัปยศอดสูตัวเอง จนต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่แล้วก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อได้เผชิญหน้ากับปาชา พ่อม่ายที่เคยหลงใหลมาก่อนหน้าที่สนามบินและคนรักใหม่ของเขาโดยบังเอิญ และยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดยิ่งมากกว่าเดิม แพมาลากลับมาถึงบ้านในสภาพหมดอาลัยตายอยาก เมื่อจะหันกลับไปหาของตาย อย่างสมาคม บัดนี้ อดีตสามีของเธอก็ค้นพบหญิงสาวคนใหม่ ที่มีอัธยาศัยเข้ากับธรรมชาติของเขาได้แล้วทั้งคู่กำลังจะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้จึงเหลือหล่อนเพียงคนเดียว!!

          นิยายเรื่องนี้ จบลงโดยไม่ได้สรุปคำตอบของแพมาลาว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร หลังจากนั้น นอกจากบันทึกความเจ็บปวดของเธอ ผ่านการพูดของคุณบุปผา ที่เห็นอาการเพียบหนักของบุตรสาว...

  “เธอเป็นดอกไม้มีสกุลนะแพม” คุณบุปผาก้าวเข้ามาหลังจากรวบรวมถ้อยคำ “ต้องวางตัวเองไว้ในที่สูง อย่าลดลงมาวางกับพื้น เดี๋ยวคนมันจะเตะกระเด็น เธอคงไม่ชอบที่แม่พูดหรอก แต่ขอให้รู้ไว้... แม่ด่า ยังดีกว่าคนอื่นดูถูก”
       เท่านั้นเอง... แพมาลา สุดจะกลั้นความสะเทือนใจ หล่อนฟุบหน้าลงกับหมอน... รวบเอาปลายเท้าสองข้างเข้ามา โอบเอาดวงหน้าไว้แน่น
    แม่คงไม่มีวันรู้
       ดอกไม้มีสกุลของบ้าน... ที่เคยจัดวางไว้บนหิ้ง บัดนี้... แต่ละกลีบ แต่ละก้านบอบช้ำ... ความหอมอันชวนชื่นก็เหือดสิ้น...เหลือแต่ไหม้คล้ำดำหมอง นามอันน่ารัก... เลือนไปไป ไม่มีใครจำได้ว่า... ครั้งหนึ่ง...
          เคยเป็นดอกไม้มีสกุล


           สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ ผมยอมรับว่าลำบากใจในการเขียนรีวิวเป็นอย่างมาก งานของกฤษณา อโศกสิน เหมือนกับพลอตเรื่องที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ในรายละเอียด การสะท้อนความคิด ทัศนคติรวมถึงพฤติกรรมของตัวละคร ที่เป็นมนุษย์ มีความรู้สึกทั้งบวกและลบ ทั้งโลภ โกรธ หลง รวมถึงมโนธรรมต่อสู้กันเอง อย่างแพมาลา เป็นอะไรที่เขียนอธิบายลงรายละเอียดได้ยากเหลือเกิน แต่สำหรับนักอ่านที่ชื่นชอบ ผมว่านิยายเรื่องนี้สะท้อนแก่นแท้ความเป็นมนุษย์ได้สะเทือนใจเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวครับ

                    ***************



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2560 9:01:53 น. 2 comments
Counter : 487 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณชบาหลอด


 
นิยายของกฤษณา อโศกสินสะท้อนความเป็นมนุษย์ได้ดีจริงๆ ค่ะ ตีแผ่บางมุมที่บางคนอาจไม่เคยรู้ว่ามีก็มี... แต่สำหรับสำนวนบางช่วงบางตอน (ของเรื่องอื่นนะคะ) อ่านแล้วชวนหลับก็มี 555 เหมือนจะเนือยๆ ไปบ้าง แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านค่ะ ถ้ามีโอกาสจะหามาอ่านค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 15 มีนาคม 2560 เวลา:14:21:52 น.  

 
น้องชบาหลอด : บางเรื่อง อ่านไม่จบสักทีก็มีครับ อย่าง เรื่องล่าสุดที่มีโอกาสได้อ่านคือเรื่อง "ข้ามบรรพกาล" ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ แต่คิดว่าต้องใช้เวลาในการอ่าน ซึ่งบางทีโอกาสก็ไม่อำนวยเหมือนกันครับ
สำหรับแนวของท่านในสามยุค คือ พาฝัน สร้างสรรค์สังคม กับ งมเข็มในมหาสมุทร ผมชอบเรื่องในยุคแรก กับ ยุคหลัง มากกว่าครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 16 มีนาคม 2560 เวลา:19:02:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.