พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 พฤษภาคม 2551
 

10 กรรมวิธี ถ่ายภาพให้คมชัด

10 กรรมวิธี ถ่ายภาพให้คมชัด
http://www.camerartmagazine.com/index.php?option=com_content&task=view&id=116&Itemid=39

เรื่องการถ่ายรูปไม่ชัด ถือว่าเป็นปัญหาเบื้องต้นบันไดขั้นที่หนึ่งเลยก็ว่าได้ที่คนถ่ายรูปจะต้องฝ่าด่านนี้ให้ได้ หลายครั้งที่ตอนถ่ายรูปแล้วเปิดดูรูปบนจอ LCD ดูก็ชัดดีใช่ไหมครับ แต่พอกลับมาส่งรูปไปอัดขยายหรือนำมาขยายรูปดูบนจอคอมพิวเตอร์รูปที่แต่แรกคิดว่าชัดดี กลับไม่ชัดอย่างที่ตั้งใจ ผมเชื่อว่าหลายต่อหลายท่านต้องเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้างละครับ

ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นมานานตั้งแต่เมื่อครั้งกล้องถ่ายรูปใช้ฟิล์มและเป็นกล้องปรับระยะชัดด้วยมือ ต่อมาเมื่อกล้องพัฒนามาใช้ระบบปรับระยะชัดอัตโนมัติซึ่งก็น่าจะได้ภาพที่ชัด แต่ก็มีที่ถ่ายมาแล้วไม่ชัดอีก จนเวลานี้กล้องเป็นระบบดิจิตอล เรื่องถ่ายรูปไม่ชัดก็ยังคงเป็นเรื่องที่เจอะเจอกันเป็นประจำ จนเป็นคำถามที่เจออยู่บ่อยๆ จนเป็นเรื่องธรรมดาๆ

แล้วทำไมอีกหลายต่อหลายๆ คนจึงถ่ายภาพออกมาได้คมชัด ภาพชัดแจ๋วแหว๋วได้สะใจจริงๆเขาทำกันอย่างไรกันเนี่ยมันต้องมีวิธีซิคุณ เมื่อเขาสามารถถ่ายภาพให้ชัดได้ ทำมั๊ยทำไมเราจะถ่ายไม่ได้ จริงไหมครับ เพื่อให้พวกเราถ่ายภาพได้ชัดอย่างที่ตั้งใจ เลยขอชวนเพื่อนๆ มาเสวนาเรื่องทำอย่างไรจึงจะถ่ายภาพได้ชัดกะเขาเสียที

ความจริงเรื่องถ่ายภาพให้ชัดนั้นไม่ใช่เรื่องลึกลับ และก็ไม่ใช่เทคนิคที่ยุ่งยากหรือซับซ้อน เพียงแต่ใช้ความสังเกตสักนิด ผมเชื่อว่าทุกท่านก็สามารถแก้ปัญหาได้ไม่ยากนัก สิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับนักถ่ายภาพที่เจอกับปัญหานี้ก็คือ ส่วนใหญ่มักจะลืมสิ่งปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งถ้าเพียงแต่นึกได้ก่อนถ่ายรูปเท่านั้น ผมเชื่อว่าทุกท่านก็จะได้ภาพที่คมชัดตามต้องการ

เรามาสร้างเป็นคัมภีร์ย่อยๆ ไว้ใช้งานกันดีกว่า ผมขอประมวลเอากรรมวิธีต่างๆ ที่ทำให้ได้ภาพที่คมชัดรวมๆ กันได้ กรรมวิธีที่จะทำให้ถ่ายภาพได้ชัดนำมาฝากไว้ให้พวกเราได้ลองใช้แก้ปัญหาดูครับ

กรรมวิธีที่ 1
กดชัตเตอร์ในนิ่มนวลในการถ่ายภาพ เริ่มต้นหลายคนอาจจะบอกว่าง่ายราวกับปลอกกล้วยหอมเข้าปากเลยนะครับ แต่ผมอยากจะขอบอกไว้สักนิดว่าหลายครั้งการกดชัตเตอร์ด้วยความรวดเร็วหรือหนักเกินไปจะทำให้กล้องไหวได้ง่ายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกล้องคอมแพคที่ขนาดเล็กและเบารวมทั้งกล้อง D-SLR ที่เป็นกล้องขนาดเล็กทั้งหลายที่มีน้ำหนักเบา การกดชัตเตอร์ที่หนักเกินไปหรือรวดเร็วเกินไปมีส่วนทำให้กล้องไหวได้ง่ายนี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพถ่ายขาดความคมชัดครับ ด้วยเหตุนี้กล้องในระดับโปรทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในตลาดส่วนใหญ่เชื่อขนมกินได้เลยครับว่าไม่มีกล้องที่มีน้ำหนักเบาส่วนใหญ่แล้วจะมีน้ำหนักที่ค่อนไปทางหนักเสียละมากกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะด้วยน้ำหนักของกล้องนั่นเองทำให้การกดชัตเตอร์มีความเสถียรมากกว่าการกดชัตเตอร์ของกล้องที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบาทำให้ได้ภาพที่คมชัดกว่าในการใช้งานดังนั้นการกดชัตเตอร์ที่นิ่มนวลจะช่วยลดปัญหานี้ได้ครับ

กรรมวิธีที่ 2
โฟกัสให้ชัดก่อนกดชัตเตอร์ ปัญหาถ่ายรูปไม่ชัดส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุนี้ครับ ถ้าคุณโฟกัสภาพด้วยมือต้องระลึกเสมอว่าต้องปรับระยะชัดให้ดีก่อนกดชัตเตอร์ ดังนั้นถ้าโฟกัสเองแล้วไม่ชัดก็ไม่ต้องไปโทษใครหรอก ข้าพเจ้าเองแหละครับ แต่ถ้าเป็นระบบออโต้โฟกัส สิ่งที่คุณต้องเข้าใจมี 2 เรื่อง หนึ่งคือเรื่องจุดโฟกัสของกล้อง การเลือกจุดโฟกัสถ้ากล้องมีหลายจุดจะทำให้คุณโฟกัสในตำแหน่งที่ต้องการได้อีกเรื่องหนึ่งก็คือการยืนยันโฟกัสของกล้อง ซึ่งกล้องมักจะมีสัญญาณเตือนให้ทราบ เช่นสัญญาณที่เป็นจุดเขียวในแถบข้อมูลของช่องมองภาพ หรือสัญญาณเสียงก็ตามนั่นหมายความว่ากล้องยืนยันการโฟกัสเมื่อกดชัตเตอร์จะทำให้ได้ภาพที่คมชัด แต่ถ้ากดชัตเตอร์ทันทีทันใดให้เข้าใจไว้ก่อนว่าอาจจะได้ภาพที่ชัดหรือไม่ชัดก็ได้ ซึ่งขึ้นกับสมรรถนะความเร็วในการโฟกัสภาพและความแม่นยำในการอ่านระยะโฟกัสของกล้อง ยิ่งถ้าเป็นกล้องคอมแพคด้วยแล้วให้ระมัดระวังไว้ว่าความเร็วในการโฟกัสและความสามารถในการอ่านจุดโฟกัสจะช้ากว่ากล้องในระดับ D-SLR ครับ

กรรมวิธีที่ 3
เลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นป้องกันการสั่นไหวของกล้องปัญหาหลักอีกอย่างหนึ่งที่ทำได้รูปถ่ายไม่ชัดก็คือ ภาพที่ถ่ายออกมาไหว ปัญหานี้เกิดจากการถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่ง อีกสาเหตุหนึ่งก็คือการถือกดชัตเตอร์แล้วกล้องไหว แก้ได้ไม่ยากครับ เรื่องแรกก็คือถ้าคุณถือกล้องถ่ายรูปต้องถือให้มั่น กดชัตเตอร์ให้นุ่มนวลขึ้นก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกล้องไหวได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือการเลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นเพื่อลดการไหวของกล้อง เท่านี้คุณก็จะเพิ่มโอกาสให้ถ่ายรูปได้ภาพที่นิ่งมีความคมชัดมากขึ้นแล้วครับ

กรรมวิธีที่ 4
ใช้ขาตั้งกล้องช่วยป้องกันการไหวของกล้อง หลายครั้งที่การถ่ายภาพจำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำในการถ่ายภาพซึ่งจะทำให้การถือกล้องให้นิ่งไม่ให้สั่นไหวทำได้ยาก อย่าฝืนควรเลือกการใช้ขาตั้งกล้องช่วยจะทำให้สามารถถ่ายรูปได้โดยกล้องไม่ไหว ภาพที่ได้ก็จะเพิ่มโอกาสให้มีความคมชัดมากขึ้น อีกประการหนึ่งการเลือกใช้ขาตั้งกล้องก็ควรมีความสมดุลกับกล้องที่ใช้งาน ถ้ากล้องเล็กขาตั้งกล้องเล็กก็ถือว่าใช้งานสมน้ำสมเนื้อ แต่ถ้าคุณใช้กล้อง D-SLR ติดเลนส์ที่ใหญ่ขึ้นการใช้ขาตั้งกล้องที่เล็กเกินไปก็อาจจะมีโอกาสทำให้กล้องสั่นไหวได้เหมือนกันครับ ยิ่งถ้าเป็นกล้อง D-SLR การกระดกของกระจกการลั่นชัตเตอร์ซึ่งแม้เพียงเล็กน้อยก็มีโอกาสทำให้กล้องสั่นได้เช่นกัน

กรรมวิธีที่ 5
เลือกรูรับแสงที่แคบเพื่อเพิ่มความชัดลึกการเลือกรูรับแสงที่แคบเล็กหน่อยจะทำให้วัตถุมีความชัดลึกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้าการโฟกัสภาพคลาดเคลื่อนเล็กน้อยการควบคุมภาพให้มีความชัดลึกก็สามารถช่วยให้วัตถุยังมีความคมชัดอยู่ได้ส่วนหนึ่งอีกประการหนึ่งการถ่ายภาพที่มีความชัดลึกไว้หน่อยจะทำให้การมองภาพเสมือนมีความชัดมากขึ้นครับ

กรรมวิธีที่ 6
เลือกทิศทางแสงในการถ่ายภาพเพื่อให้มีมิติ ในการดูภาพเราจะพบว่าถ้าวัตถุที่เราถ่ายภาพมีมิติจะทำให้ภาพดูมีความคมชัดมากขึ้น ทิศทางของแสงเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ภาพมีมิติ แสงด้านข้างจะทำให้เกิดเงาซึ่งจะช่วยให้วัตถุที่เราถ่ายภาพมีมิติมากขึ้น การเลือกทิศทางแสงด้านข้างจะช่วยเรื่องมิติภาพได้เป็นอย่างดีทำให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น

กรรมวิธีที่ 7
เลือกถ่ายภาพวัตถุให้มีความเปรียบต่างมากขึ้น ความเปรียบต่างของวัตถุที่เราถ่ายภาพจะช่วยให้การดูภาพเสมือนหนึ่งมีความคมชัดทีดี เพราะความเปรียบต่าง (CONTRAST) จะทำให้การดูภาพมีความตัดกันในด้านของโทนภาพ หรือสีสันของภาพที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ภาพดูมีความคมชัดได้มากขึ้น

กรรมวิธีที่ 8
เลือกถ่ายภาพวัตถุที่มีรายละเอียดมากขึ้น โดยปกติเมื่อเราดูภาพวัตถุที่มีรายละเอียดมากเปรียบเทียบกับวัตถุที่มีรายละเอียดที่น้อยกว่า เราจะรู้สึกว่า ภาพที่มีรายละเอียดที่มากกว่านั้นจะมีความคมชัดที่ดีกว่าภาพของวัตถุที่ไม่มีรายละเอียดทั้งที่ความจริงแล้วความคมชัดนั้นเท่ากัน แต่ที่เห็นต่างกันก็คือความรู้สึก ดังนั้นการสร้างสรรค์ภาพด้วยการเลือกถ่ายภาพที่มีรายละเอียดมากกว่าจึงทำให้รู้สึกว่าภาพมีความคมชัดที่ดีกว่า

กรรมวิธีที่ 9
เลือกเวลาถ่ายภาพในยามที่ลมสงบ ถ้าคุณถ่ายภาพวัตถุที่บางเบา หรือวิวทิวทัศน์ที่มีกิ่งไม้ใบหญ้าคุณควรระลึกเสมอว่า กระแสลมที่แรงนั้นมีส่วนที่ทำให้วัตถุที่คุณกำลังจะถ่ายภาพมีการเคลื่อนไหวได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำด้วยแล้วแม้ว่าจะมีขาตั้งกล้องก็ตาม แต่การที่วัตถุมีการสั่นไหวด้วยแรงลมก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วัตถุขาดความคมชัดได้ ดังนั้นการรอเวลาให้ลมสงบก่อนการกดชัตเตอร์จะเป็นการลดการไหวของวัตถุจากแรงลมได้เป็นอย่างดีเพื่อทำให้ได้ภาพที่คมชัดครับ

กรรมวิธีที่ 10
ข้อควรระวังเกี่ยวกับเลนส์ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ นั้นต่างก็ถือเลนส์ใช้งานที่แตกต่างกัน บางท่านอาจจะถือเลนส์โปรตัวละหลายหมื่นบาท บางท่านอาจจะถือเลนส์ธรรมดาตัวละไม่ถึงหมื่น ซึ่งคุณภาพเลนส์ที่แตกต่างกันก็มีผลส่วนหนึ่งละครับสำหรับในเรื่องของความคมชัด แต่สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่มากกว่านั้นก็คือ การถ่ายภาพย้อนแสง สำหรับเลนส์คุณภาพสูงนั้นอาการแฟลร์และอาการฟุ้งของเลนส์จะมีน้อยกว่าเลนส์คุณภาพรองลงมา ยิ่งถ้าเป็นเลนส์คุณภาพต่ำด้วยแล้วอาการทั้งแฟลร์และแสงฟุ้งจะมีมากขึ้นอาการเหล่านี้จะลดความคมชัดของภาพลงทันที ดังนั้นการระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่จะต้องย้อนแสงโดยตรงจะช่วยลดอาการฟุ้งไปได้มาก ซึ่งจะทำให้ภาพมีความคมชัดได้ดีขึ้น หรือการใช้ Hood บังแสงที่หน้าเลนส์ก็จะเป็นการช่วยลดอาการดังกล่าวได้มากครับ

ทั้ง 10 กรรมวิธี ที่กล่าวมานี้จะช่วยตอบข้อข้องใจสงสัยในเรื่องการถ่ายภาพอย่างไรให้คมชัด และการหมั่นทดลองทดสอบการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่จะช่วยให้คุณสามารถ่ายภาพได้คมชัด ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาการถ่ายภาพให้มีคุณสูงยิ่งขึ้น

ศิลปะการถ่ายภาพมีทั้งการถ่ายภาพให้ชัดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของคนเริ่มถ่ายภาพทุกคน แต่แน่นอนครับว่าศิลปะเป็นเรื่องไร้ขอบเขต ไม่ได้หมายความว่าการถ่ายภาพให้ชัดอย่างเดียวจะเป็นเครื่องบอกว่าได้ภาพที่ดีที่สุด ทั้งนี้อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของคุณรวมทั้งความคิดของผู้ชมภาพด้วย ภาพที่ไม่ชัด ภาพที่ไหวๆ หรือภาพเคลื่อนไหว ต่างก็มีโอกาสที่จะเป็นภาพที่มีศิลปะได้หรือแม้แต่อาจจะเป็นศิลปะชั้นเลิศก็ว่าได้ แต่สำหรับบุคคลทั่วไปส่วนใหญ่แล้วเราก็คงต้องยอมรับว่าการถ่ายภาพให้คมชัดไว้ก่อนเป็นเรื่องที่จำเป็นแต่การที่จะสร้างสรรค์ให้ผลของภาพเป็นอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2551
9 comments
Last Update : 27 พฤษภาคม 2551 9:32:31 น.
Counter : 798 Pageviews.

 
 
 
 
ว้าว ดีจัง
คราวนี้เราคงถ่ายภาพชัดๆเหมือนกับคนอื่นเค้าบ้างซะที
 
 

โดย: VELEZ วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:15:20 น.  

 
 
 
ขอบคุณมากเลยครับ จะจำใส่กบาลเอาไว้ จะได้ถ่าย ชัดๆกับเขามั่ง
 
 

โดย: พนบ. วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:45:26 น.  

 
 
 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เป็นประโยชน์มากๆจริงๆ สุดยอดๆๆ
 
 

โดย: Picike วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:10:26 น.  

 
 
 
 
 

โดย: โสมรัศมี วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:17:24 น.  

 
 
 
เข้ามาลงชื่ออ่านค่ะ
แต่กำลังสงสัยกล้องตัวใหม่อยู่ ว่า MF ออกมาสวยกว่า AF ทุกที
 
 

โดย: picmee วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:53:47 น.  

 
 
 
ขอบคุณมากๆค่ะ
 
 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:55:00 น.  

 
 
 


ขอบคุณครับบบบบบบ
 
 

โดย: jone500 (max_pressure ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:02:10 น.  

 
 
 
ผมเองก็ถ่ายรูปไม่เก่งนะครับ ชอบ แต่ไม่มีเวลาออกไปถ่ายรูปน่ะครับ พอดีเห็นกระทู้ดีๆ ก็เลยเอามาฝากอีกครับ
จาก http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=13984
เกี่ยวกับเรื่อง ความคมชัดของภาพครับ
==============================
1.ทำความเข้าใจก่อนว่า กล้องดิจิตอลให้ความคมชัดน้อยกว่าฟิล์มอยู่แล้วตามธรรมชาติ

2.ถ้าดูที่ 100% ในจอคอมจะเห็นว่าภาพจะเบลอๆแต่พอไปอัดภาพจาก lab หรือ printด้วย ink jet ออกมาจะคมชัดขึ้น

หลังจากปรับทัศนคติข้างต้นได้แล้ว และลองเอาภาพไปอัดดูคุณภาพที่แท้จริงแล้ว

3. F คือตัวกำหนดระยะชัด จะมีระยะชัดลึกแค่ไหน เช่น 2.8 ก็แคบมากประมาณ ไม่กี่ cm. เป็นต้น ไม่ได้เป็นตัวกำหนดความคมชัดโดยตรง มีผลบ้างเล็กน้อย ความคมชัดอยู่ที่ speed ที่มือถือได้แล้วไม่สั่นมากกว่า

4. เลนส์แต่ละตัวจะมีค่าที่ชัดที่สุด ในค่า F ค่าหนึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ f 8 -14 ยิ่งน้อยยิ่งไม่คมเช่น 2.8 หรือน้อยกว่านี้ก็ยิ่งชัดน้อยลง หรือเปิด F มากๆก็ยิ่งไม่ชัดเช่น F32 จะยิ่งไม่คม ต้องลองดูจะเข้าใจ แต่ส่วนใหญ่ค่า F จะตามมาจากค่าแสงเท่าที่มีในตอนนั้นมากกว่า ควรคำนึงเรื่องการคุมระยะชัดและแสงให้พอมากกว่า

5.ยิ่ง ISO มากก็ยิ่งชัดน้อยลงเพราะ Noise นั่นเอง

6.ถ่ายในที่มืดหรือสิ่งที่เราถ่ายไม่ได้รับแสงมากพอ การโฟกัสในจุดที่ไม่สว่างพอจะไม่แม่นยำ ถึงกล้องบอกว่าโฟกัสแล้วแต่อาจจะไม่โฟกัสก็ได้ ถ้าแสงไม่สว่างพอ เช่นถ่ายใน shade หรือหน้าคนตอนย้อนแสงเป็นต้น

7.ภาพที่คมชัดมากๆส่วนใหญ่จะเกิดแสงตรงขอบ เช่น ริมไลท์ หรือมีแดดช่วยเน้นให้ขอบชัด ถ้าแสงแบนๆทำให้วัตถุแยกจากฉากหลังได้ไม่ชัดเจนภาพจะดูเหมือนไม่คม


8.เลนส์ตัวเดียวกันตรงกลางภาพกับขอบภาพจะมีความชัดไม่เท่ากัน ยิ่งใกล้ขอบมากยิ่งเบลอโดยเฉพาะตรงมุม จะแสดงอาการมากที่ F กว้างๆเลขน้อยๆ ถ้า F แคบลง อาการขอบเบลอก็จะน้อยลง

**** ปล.การ sharpen ด้วยโปรแกรม ไม่ชวยให้ภาพเบลอชัดได้ ยิ่งทำให้ File เสีย ภาพเป็นเม็ด ถ้าถ่ายไม่ชัด อย่าพยายามแก้ด้วยโปรแกรม ให้ถ่ายให้ชัดเสมอ การ Sharpen ช่วยให้ภาพที่ถ่ายชัด มีขอบที่คมมากขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้ภาพที่เบลอและเหลื่อมมาซ้อนกันได้ และถ้า sharpen มากจะเป็นขอบขาวดูไม่เป็นธรรมชาติ ภาพต้นฉบับไม่แต่งอะไรจะดีที่สุด
 
 

โดย: Salaz วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:12:52 น.  

 
 
 
ขอกราบงามๆสำหรับความรู้ดีๆเช่นนี้ค่ะ ชอบบล็อกนี้มากเลย เป็นกำลังใจให้เอาความรู้ดีๆเช่นนี้มาลงอีกนะคะ

เรากำลังหัดถ่ายภาพ... เป็นประโยชน์มากๆเลยอะค่ะ

 
 

โดย: พรายน้ำฟ้า วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:10:10:26 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Salaz
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Salaz's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com