Ride to Raid
Group Blog
 
All Blogs
 

บทที่ 5 เรียกกำลังใจด้วยท่าถือเทียน



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

บทนี้ให้พักการเสียบไว้ก่อนครับ จะนำเสนอท่าง่่ายๆ
ที่ทุกคนน่าจะทำได้ไม่ยาก เพื่อเรียกกำลังใจในการฝึก
นั่นก็คือท่าในกลุ่มถือเทียนครับ

ก่อนอื่นต้องเรียนรู้การจับเคนแบบถือเทียน (Candle grip) ก่อน
ง่ายๆ ก็คือการจับที่หนามนั่นเองครับ



ถ้าถือด้วยมือขวา ก็จับที่หนาม โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วโป้ง
ตั้งเคนขึ้น ก้นถ้วยจะชี้ขึ้นข้างบน ถ้วยใหญ่จะหันออกข้างนอก
เชือกก็จะออกมาทางด้านซ้ายมือของเรา

การจับเคนแบบนี้ จะเสียตำแหน่งหนามไปครับ เล่นได้เฉพาะถ้วย
แล้วจะจับไม่ค่อยถนัดนัก เนื่องจากพื้นที่หนามมันน้อย
ก็ให้เกร็งๆ นิ้วเอาหน่อย



ที่มาของการจับเคนแบบนี้ ก็คือมันเหมือนกับการถือเทียนนั่นเองครับ
สรุปตอนนี้ นับจากบล็อกก่อนๆ ด้วย เราก็จะได้รู้จักการจับเคน 4 แบบแล้ว

1 การจับเคนแบบจับตะหลิว (Ken grip) อันนี้ใช้บ่อยเลย
2 การจับเคนแบบจับปากกา (Sara grip) อันนี้ก็มีใช้พอสมควร
3 การจับเคนแบบคีบบุหรี (Revolver grip) อันนี้มักจะเป็นท่ายาก
4 การจับเคนแบบถือเทียน (Candle grip) อันนี้มีใช้น้อย

ท่าแรกเลยของการจับแบบถือเทียน ก็คือท่าดีดบอลขึ้นก้นถ้วยครับ
ฝรั่งเรียกท่านี้ว่า Candle ตามชือการจับเคนเลย
แต่บังเอิญผมเห็นรูปทรงที่มันออกมา เวลาบอลไปอยู่ที่ก้นถ้วยแล้ว
มันเหมือนกับเราถือไอติมโคน ผมเลยตั้งชื่อไทยให้ว่า ท่าไอติมโคนครับ

ท่านี้จัดว่าง่าย ในตอนที่ผมฝึกใหม่ๆ ก็ทำได้ไม่ยากเลยครับ
ทำได้ทั้งมือซ้ายมือขวาเลย



เพิ่มความยากขึ้นมาอีกนิด ก็จะเป็นการเล่นทั้ง 3 ถ้วยครับ
แต่ก็ไม่ยากครับ เกร็งนิ้วไว้ดีๆ ใช้ประสบการจากการดีดบอลขึ้นถ้วย
และการส่งบอลจากถ้วยต่อถ้วย



ยากขึ้นไปอีกสักหน่อย ก็จะเป็นท่า Swing to candle
จากเดิม คือดีดบอลขึ้นก้นถ้วยธรรมดา ก็ใช้การเหวี่ยงบอลแทน



ในเบื้องต้นผมแนะนำให้ฝึก 3 ท่าข้างบนก่อนนะครับ
ส่วนท่าต่อไปนี้ ให้ดูไว้ก่อน ว่าเป็นอีกท่าที่ใช้การจับเคนแบบถือเทียน
ต่อยอดจากท่า Swing to candle เป็นท่า Candle spike ซึ่งเป็นท่ายาก
ผมเองก็เพิ่งทำได้ไม่นานนี้เองครับ



ในเบื้องต้น ท่าที่มีการจับแบบถือเทียนก็มีประมาณนี้ครับ
ย้ำว่าให้ฝึกเฉพาะ 3 ท่าแรกก่อน โดยเฉพาะท่าแรก จะได้มีกำลังใจ
ส่วนท่าสุดท้ายนั้น เป็นท่าในระดับขั้นสูง จะต้องมีประสอบการ
การควบคุมรู และการเสียบมามากพอสมควรจึงจะทำได้ครับ

ไว้ผมจะค่อยๆ มาเขียนบล็อกนำเสนอต่อไป
แต่ถ้าใจร้อน ก็แวะไปเยี่ยมผมได้ในเพจ ตำบอลบริการครับ




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2560 12:33:21 น.
Counter : 71 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เคนดามะดียังไง





สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์

บล็อกนี้พักการซ้อมไว้ก่อน ผมจะมาสรุปให้ฟังว่า
เคนดามะ มันมีข้อดียังไงบ้าง เอาข้อเสียด้วย ไม่มีอวยครับ
เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ที่สนใจ ไว้เป็นแนวทาง

เป็นธรรมดาของมนุษย์เรา ต้องมีงานอดิเรก
ที่ทำเพื่อความเพลิดเพลิน ฆ่าเวลา แก้เบื่อ สร้างความท้าทาย
สร้างเป้าหมายให้ตนเอง สร้างสุขภาพ อะไรก็ตามแต่

ทางเลือกมันก็มีมากมายครับ แต่เคนดามะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ที่อาจจะไม่ค่อยเห็นใครเล่นในไทยเรา พอดีกับที่ผมชอบอะไร
ที่เป็นของหายากอยู่แล้วครับ ตั้งแต่จักรยานล้อเดียว
คราวนี้ก็เป็นคิวของเคนดามะ

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ถ้าผมจะไปศึกษา หรือมาเขียนเรื่อง
เช่น การเล่นกีต้าร์ การขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊คไบค์ การปั่นจักรยาน
หรือการวิ่ง เราเองก็ไม่เก่งพอ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้ทำอยู่บ้าง
แล้วคนที่เก่งๆ ก็เยอะมากครับ สามารถหาศึกษาได้มากมาย
จากหลายแหล่งในโลกโซเชี่ยล

แต่กับเคนดามะ เท่าที่ผมดู ยังไม่ค่อยมีคนไทยที่ทำการถ่ายทอด
อย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ที่สนใจ ผมก็เลยลองทำดูครับ
แต่ถ้าเป็นของฝรั่ง หรือญี่ปุ่น ไม่ต้องพูดถึง มีผู้เชียวชาญเยอะมาก

ข้อดีของเคนดามะ มีดังนี้ครับ

1) เป็นของเล่นที่เรียบง่าย
มันก็มีแค่ตัวเคน กับลูกบอลที่มีรู มัดติดกันด้วยเชือก

2) พกพาสะดวก
มันมีขนาดแค่หนึ่งฝ่ามือ น้ำหนักก็เบา นำไปเล่นได้ทุกที่



3) เล่นได้หลากหลาย
แม้จะเรียบง่าย แต่เล่นได้หลากหลาย เป็นพันๆ หมื่นๆ ท่า

4) สร้างความท้าทาย และเป้าหมายให้ตัวเองได้เรื่อยๆ
ก็ด้วยความที่มันมีหลายท่านั่นแหละครับ มีตั้งแต่ง่ายๆ
ไปถึงโคตรยาก ก็เลยต้องเอาชนะ ฝ่าฟัน และฝึกฝนไปเรื่อยๆ

5) ราคาเอื้อมถึงง่าย
อย่างแพงจริงๆ ก็ไม่เกินหลักพันบาทครับ
ตัวมาตรฐานก็ราคาเริ่มที่ 7-800 บาท
ตัวท๊อปๆ ก็อยู่ราวๆ 3-4,000 บาท

6) ใช้ฝึกสมาธิได้
ฝึกความแม่นยำ ฝึกความเบามือ ฝึกการให้น้ำหนัก

7) ใช้ออกกำลังกายได้
อันนี้ไม่ได้อวยครับ ท่ายากๆ ต้องใช้ขาเยอะมาก
ย่อตัวขึ้นลง เพื่อให้มีเวลากลางอากาศในการเล่นเยอะขึ้น
อย่างกับทำท่าลุกนั่ง เหงื่อตกแน่นอนครับ
ดูในคลิปข้างล่างประกอบได้ครับ ว่าผู้เล่นต้องใช้ขาช่วยเสมอ

8) เล่นคนเดียวได้ ไม่ต้องรอใคร

9) เล่นเพื่อความสนุกสนานได้
ต้องค่อยๆ ฝึกจากท่าง่าย ไปท่ายาก และฝึกอย่างถูกวิธี
หลายคน รวมทั้งผม ครั้งที่เคยได้มาครั้งแรก แล้วไม่รู้เล่นยังไง
ก็ไม่สนุกครับ มันยากไปหมด หวังว่าบล็อกผมจะช่วยให้
คนที่อยากหัดเคนดามะ สนุกกับมันได้มากขึ้น

10) เล่นเพื่อความเป็นเลิศได้
มีการแข่งขันชิงแชมป์โลกทุกปีครับ เรียกรายการนี้ว่า
Kendama World Cup ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น
สัก 6 เดือน เขาจะออกตารางรายชื่อท่า รวมทั้งวิดีโอของท่า
ที่จะนำมาใช้ในการแข่งขัน มีตั้งแต่ง่าย ไปยาก
ใครที่ทำท่ายากๆ ได้เยอะ และทำในเวลาที่กำหนด
ก็ได้แชมป์ไปครับ ตัวอย่างวิดีโอข้างล่างที่ผมเอามา
ก็เป็น KWC 2015 ท่าในระดับ Level 3
มีวิดีโอให้ดู ก็เพื่อให้ผู้เล่นเข้าใจตรงกันเวลาไปแข่งครับ
ถ้าทำตามวิดีโอได้ก็คือผ่าน ท่าง่ายคะแนนก็น้อย
ท่ายากคะแนนก็มาก สำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว
ท่าในระดับ Level 3 ถือว่ายากแล้วครับ ผมเองตอนนี้
ก็ทำได้แค่บางท่า

11) ใช้เป็นของสะสมได้
เนื่องจากวัสดุที่นำมาทำเคนดามะ มีเนื้อไม้หลายชนิด
ทำสี ทำลวดลายหลากหลาย ถ้าคนที่ชอบ ก็เก็บสะสม
ให้เต็มตู้โชว์เลยก็ได้



แต่ผมก็ไม่ใช่สายสะสมหรอกครับ เลือกตัวที่ได้มาตรฐาน สีที่ชอบ
ลายที่ชอบ มีสักสองสามอันก็พอแล้ว

12) เล่นได้ทุกเพศทุกวัย
หลายคนจะเข้าใจผิดว่าเป็นของเด็กเล่น จริงๆ แล้วเด็กก็เล่นได้
ผู้ใหญ่ก็เล่นดีครับ คนเก่งๆ ก็ผู้ใหญ่ทั้งนั้นครับ
ผู้หญิงเล่นก็น่ารักใช่ย่อย ดังตัวอย่างคลิปที่ผมยกมาให้ดู
ดูเพลินเลย



ด้วย 12 ข้อดีที่ผมกล่าวมา ถ้านำเครื่องดนตรี หรือกีฬาอื่นๆ
มาลองเปรียบเทียบกัน เคนดามะก็จะโดดเด่นในเรื่องของ
ความเรียบง่าย ราคาย่อมเยา พกสะดวก เล่นได้ทุกเพศทุกวัย

ทีนี้มาดูข้อเสียกันบ้างครับ

1) เสียงป๊อกแป๊กของมัน เวลาเล่น อาจก่อความรำคาญให้คน
ที่ไม่ได้เล่นได้ รวมไปถึงการทำหลุดมือตกพื้นแข็งๆ ก็ต้องระวัง
ในเรื่องของการรบกวนผู้อื่น

2) ท่าจำพวกโยนๆ เหวี่ยงๆ ที่มีการปล่อยให้เคน และบอล
ลอยอิสระออกจากมือของเรา ต้องเล่นนอกบ้านเท่านั้น
ไม่งั้นถ้าพลาดขึ้นมา เฟอร์นิเจอร์ในบ้านอาจเสียหายได้

3) คนเล่นน้อยในไทย อาจจะหาเพื่อนเล่นยาก เล่นแบบเหงาๆ

4) เคนดามะเป็นของเล่นที่ต้องใช้ทักษะ ผู้เล่นต้องมุ่งมั่นจริงๆ
จึงจะเล่นได้ ถ้าแค่อยากจะจับๆ ลองๆ แล้วหวังจะเล่นเป็น
ก็อาจจะเบื่อในที่สุดครับ

หวังว่าข้อมูลที่ผมสรุปมาจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย
เพื่อช่วยในการตัดสินใจของนักเคนดามะหน้าใหม่ ที่อยากจะลอง

แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าครับ




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2560 13:23:58 น.
Counter : 134 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 4 เสียบแรกมาแล้ว



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์ บนเส้นทางสู่การเป็นยอดนักเสียบ

วันนึ้ถึงคิวของท่าเสียบแล้วครับ หลังจากฝึกพื้นฐานการเล่นด้วยถ้วย
และการควบคุมรูในบทก่อนหน้ามาแล้ว

ท่าเสียบท่าแรกของนักเคนดามะ ก็คือท่าเสียบลูกชิ้น
ผมให้ชื่อภาษาไทยชื่อนี้ ก็เพราะมันเหมือนกับการเสียบลูกชิ้นจริงๆ
คือเสียบเข้าไปใต้ลูก เหมือนเราจะไปปิ้งลูกชิ้นขายเลย
ท่านี้ฝรั้งจะเรียกหลายอย่างครับ Spike เฉยๆ ก็เรียก
Pull spike ก็เรียก Pull up in ก็เรียก แต่ก็คือท่าเดียวกัน

ท่าที่สองที่เป็นท่าง่าย ก็คือท่าทัวร์รอบหมู่บ้าน
ฝรั่งจะเรียกท่านี้ว่า Around village ก็คือการดีดบอลขึ้นถ้วยใหญ่
แล้วก็เสียบ

และท่าที่สามที่ยากขึ้นมาหน่อย ก็คือท่าทัวร์ญี่ปุ่น
หรือ Around Japan นั่นเองครับ เป็นการดีดบอลขึ้นถ้วยเล็ก
แล้วส่งมาที่ถ้วยใหญ่ แล้วก็เสียบ

รายละเอียดการฝึก ดูตามคลิปได้เลยครับ


สำหรับการทำท่าเสียบลูกชิ้นนั้น การวางตัวแหน่งเคนแบบตั้งเคนขึ้น
ตั้งหนามรอ ก่อนดีดลูกขึ้นมาจะง่ายที่สุดครับ เพราะในอดีตที่ผมฝึกแรกๆ
ผมวางเคนในแนวระนาบ ซึ่งก็ไม่ถือว่าผิด แต่แบบวางเคนในแนวระนาบ
มันก็จะเสียเวลาขยับมือ เอาหนามมาจ้วงที่ใต้ลูก ซึ่งการตั้งเคนรอเลย
จะง่ายกว่า เท่าที่ผมลองดูมาแล้ว

คลิปนี้เป็นเสียบแรกของผมครับ สมัยหัดใหม่ๆ แล้วก็ตัดสินใจลองทำคลิป
ไว้เป็นที่ระลึก


การที่ผมทำ 3 ซ้ำ ก็เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้ฟลุ๊ค มันสามารถฝึกได้
สามารถชำนาญได้ โดยเฉพาะท่าในกลุ่มท่าพื้นฐาน
ไปจนถึงขั้นลองฝึกให้มือซ้ายด้วยครับ เพื่อยืนยันเทคนิคที่เราเรียนรู้
ถ้ามันเวิร์ค มือซ้ายก็ต้องทำตามได้



ส่วนท่าทัวร์รอบหมู่บ้าน หรือ Around village ตอนโน้น
ผมยังไม่รู้จักชื่อภาษาอังกฤษของมันเลยให้ชื่อไทยว่า
ท่า 1 คัพ 1 เสียบ ลองย้อนดูเป็นตัวอย่างได้ครับ
ว่าคนฝึกใหม่ๆ จะท่าทางเป็นยังไง เงอะงะแค่ไหน



1 คัพ 1 เสียบที่ว่า พอลองทำด้วยมือซ้าย ไม่ใช่อะไรหรอกครับ
หาลูกศิษย์ไม่ได้ ก็จับมือซ้ายตัวเองนั่นแหละ เป็นลูกศิษย์
จะได้ลองว่า สิ่งที่เราเรียนรู้มันนำมาฝึกได้จริงไหม
แล้วก็ตัดสินใจทำคลิปสอนคนอื่นไปด้วย แบบ step by step



สำหรับท่าทั่วญี่ปุ่น หรือ Around Japan นั้น เป็นท่าที่ต้องใช้ทั้ง 4 ทักษะ
มารวมกัน คือทักษะการควบคุมรูด้วยเชือก ทักษณะการดีดบอลขึ้นถ้วย
ทักษะการส่งบอลจากถ้วยต่อถ้วย และทักษะการเสียบ

จึงทำให้ผู้ที่ฝึกท่านี้ได้ อย่างผมเองในตอนนั้นก็ดีใจมากครับ
มันเหมือนกับว่า เราเริ่มเล่นเป็นแล้ว เริ่มเข้าท่าเข้าทาง เริ่มต่อท่าได้



ถ้าดูตามคลิปเก่า สมัยผมฝึกใหม่ๆ จะเห็นว่าการควบคุมรูจะยังไม่คล่อง
ยังต้องบิดข้อมือช่วย เวลาที่บอลอยู่บนถ้วย เพื่อช่วยหันรูมายังตำแหน่ง
ที่เรามองเห็น และเสียบได้ง่าย

ก็เป็นข้อแตกต่าง ระหว่างมือโปรมาสอน เขาอาจจะทำคล่องมาก
จนลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรจะอธิบาย
ดูคนไม่คล่องทำ ก็อาจจะได้ไอเดีย ได้รายละเอียดในการฝึกมากขึ้นก็ได้ครับ



ไว้บทต่อๆ ไป ผมจะลองอธิบายการควมคุมรูด้วยถ้วยอีกที
เพราะดูตัวเองตอนหัดใหม่ๆ ต้องตามแก้ตำแหน่งรูตลอด
ส่วนบทนี้ฝากการบ้านให้ไปฝึก 3 ท่านี้ให้ได้ก่อนครับ
ค่อยๆ ฝึก ใจเย็นๆ ครับ




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2560    
Last Update : 29 มิถุนายน 2560 17:19:47 น.
Counter : 159 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 3 เห็นรูแล้วหรือยัง



สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์ บนเส้นทางสู่การเป็นยอดนักเสียบ

เสียบเคนดามะนะครับ ไม่ใช่อย่างอื่น

หลังจากที่เราซ้อมดีดบอลขึ้นถ้วยทุกถ้วย และส่งบอลจากถ้วยต่อถ้วย
เมื่อมีความมั่นใจมากขึ้น ชินกับบอล และเคนมากขึ้นแล้ว
ทีนี้มาลองฝึกการควบคุมรูดูครับ การเล่นเคนดามะจะสำเร็จหรือไม่
อยู่ที่การควบคุมรูนี่แหละครับ

ผมแบ่งการควบคุมรู ออกเป็น 3 ลักษณะ

1. การควบคุมรูด้วยเชือก
2. การควบคุมรูด้วยถ้วย
3. การควบคุมรูด้วยหนาม

บล็อกนี้จะกล่าวเฉพาะข้อ 1 ก่อนครับ มันจะง่ายกว่า
เป็นการดีดบอลขึ้นมาที่ถ้วย โดยให้เราเห็นรูเสมอ
ที่ต้องเห็นรูเสมอ ก็เพราะว่าเราจะได้เสียบง่ายนั่นเองครับ ดูตามคลิปเลย



ยังไม่ต้องรีบเสียบนะครับ บทนี้ อยากให้ฝึกดีดบอลขึ้นมาบนถ้วย
โดยให้เห็นรูก่อน ฝึกแรกๆ รูมันจะยังดื้อครับ ไม่ค่อยเป็นไปตามใจเรา
จนกว่ามือเราเริ่มนิ่ง เริ่มชิน แล้วรูมันจะหันเข้าหาเราได้ตลอด

กับถ้วยใหญ่มันก็จะง่ายหน่อย แต่กับถ้วยเล็ก และก้นถ้วยจะยากกว่า
ฉนั้น ฝึกการดีดบอลขึ้นถ้วยแล้วเห็นรูให้ชำนาญทุกถ้วยครับ
เพราะถ้ารูมันอยู่ตำแหน่งสวยๆ แล้ว เราจะเสียบได้ง่าย

ถ้าเราฝืนฝึก ดีดบอลขึ้นถ้วยแล้วเสียบเลย โดยที่ตำแหน่งรูยังมาไม่สวย
จะเสียบยากครับ เดี๋ยวจะท้อเสียก่อน

ค่อยๆ ซ้อมไป ใจเย็นๆ ครับ แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้า




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2560    
Last Update : 24 มิถุนายน 2560 8:48:17 น.
Counter : 155 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บทที่ 2 จากถ้วยสู่ถ้วย





สวัสดีครับ ผมรุต เรเดอร์ บนเส้นทางสู่การเป็นยอดนักเสียบ

หลังจากที่ฝึกดีดบอลขึ้นถ้วยได้ทุกถ้วยแล้ว แบบฝึกหัดต่อไป
ก็จะต้องฝึกการส่งบอลจากถ้วยต่อถ้วยครับ

เนื่องจากเคนดามะมี 3 ถ้วย แต่ละถ้วยอยู่กันคนละทิศละทาง
ความคล่องตัวในการพลิกมือจึงเป็นทักษะที่จำเป็นจะต้องฝึก
เพื่อนำไปสู่ความต่อเนื่องในการแสดงกระบวนท่าต่างๆ

ถ้าจับเคนแบบจับตะหลิว ถ้วยเล็ก กับก้นถ้วยก็จะยากหน่อย
ต้องพลิกมือให้ถ้วยมันได้ระนาบ จึงจะรับบอลให้ติดถ้วยได้

ถ้าจับเคนแบบจับปากกา จะยากเฉพาะถ้วยเล็กครับ
รายละเอียด สามารถดูได้ในคลิปเลย



ด้วยเหตุที่การจับแบบปากกานั้น สามารถเล่นถ้วยใหญ่ กับก้นถ้วยได้ง่าย
จึงทำให้เกิดเป็นท่าเดาะบอลที่ชื่อว่า Moshikame ขึ้นมาครับ
ก็คือการเดาะสลับถ้วยใหญ่ กับก้นถ้วยไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ
คนที่ชำนาญมากก็จะเดาะได้นาน เป็นพันๆ ครั้ง
ใหม่ๆ ทำให้ได้ 10-20 ครั้งก็ดีใจแล้วครับ

ผมมีคลิปสมัยแรกๆ ที่ผมหัด กับท่า Moshikame ทำด้วยมือซ้ายด้วยครับ
ก็ถือว่าเป็นท่าง่าย เอาไว้เรียกกำลังใจ สำหรับมือใหม่ได้ดีเลยทีเดียว



ฝึกส่งบอลไปยังทุกถ้วยให้คล่องนะครับ และเจอกันบล็อกต่อไป
หรือแวะเยี่ยมกันได้ในเพจ ตำบอลบริการครับ




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2560    
Last Update : 22 มิถุนายน 2560 13:09:38 น.
Counter : 159 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  

RouteRaideR
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




จักรยาน มีล้อเดียว มันเสียวล้ม
ต้องเพาะบ่ม หมั่นฝึกฝน จนคล่องแข็ง
จะได้ขี่ กระโดดเด้ง เร่งหลบแซง
แม้หลุมแอ่ง อุปสรรค กล้าเิผชิญ

ขี่เก่งแล้ว ก็ค่อยออก ไปเที่ยวเล่น
ปั่นแล้วเป็น เหมือนบินลิ่ว ปลิวลมเหิน
นั่งตัวตรง ไม่มีแฮนด์ เป็นส่วนเกิน
ชมวิวเพลิน ผจญภัย ไม่เบื่อเลย

by RouteRaideR
Friends' blogs
[Add RouteRaideR's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.