มิถุนายน 2558

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
ก็ไม่ได้อยากจะเป็นอย่างนี้นะ
สองวันมานี้ได้รับข่าวร้าย ว่าบริษัทที่เคยทำงานอยู่ปลดพนักงาน เพราะว่าบริษัทขาดทุน
ตอนแรกๆ ที่ได้ทำงานที่นี่ก็ดีใจ เพราะว่าเป็นบริษัทใหญ่ ต่างชาติ ดูมั่นคง ตั้งมาหลายปี
แต่พอมาถึงวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย จากบริษัทที่เกือบล้มละลาย มีบริษัทใหญ่มาซื้อ
ควบรวมกิจการ สุดท้ายก็ยังไปไม่รอด มีพี่ที่รู้จักโดนปลด จริงๆ ก็ส่อแววไม่ค่อยดีแล้ว
ตอนที่มีการปรับเงินเดือน บางคนก็ได้ขึ้นเยอะ บางคนได้น้อย บางคนไม่ได้เลย
โดยให้เหตุผลว่าคนนั้นไม่ทำกำไรให้บริษัท เพราะโปรเจคที่พี่เค้ารับผิดชอบอยู่
อย่างนี้ก็มีคำถามกลับ อ้าว แล้วเค้าเลือกได้เหรอว่าจะไปทำโปรเจคที่กำไรเยอะๆ
เค้าผิดใช่มั้ยที่มาทำโปรเจคนี้ อยากลดต้นทุนก็บอกมา คงหวังว่าพี่เค้าจะลาออก
แต่สุดท้ายเค้าก็ยังอยู่ ก็เลยหาทางไล่ออกเอาดื้อๆ ยังดีที่ได้ชดเชยหลายเดือน


วันนี้ที่บริษัทเราก็มีการให้เกรด ประเมินผลงาน โปรเจคที่เราทำ ผลงานไม่ดีเท่าไหร่
ในภาพรวมมันก็เลยออกมาไม่ดี โบนัสได้เท่าทุน เหมือนตอนที่การันตีเข้าทำงาน
ถือว่าไม่ผิดคาดสักเท่าไหร่ จริงๆ ก็เฟลนิดหน่อย เพราะว่าเหนื่อยกับโปรเจคนี้มาก
ตัวโปรแกรม requirement มันก็ยากอยู่แล้ว แล้วคนเก่าๆ ที่โค้ดมา ก็ไม่รู้จะเขียนให้มันยาก
ให้มันซับซ้อนไปทำไม ทั้งๆ ที่ทำง่ายๆ ก็ได้ ตอนแรกโปรเจคนี้ทำกันอยู่ 4 คน
ทำไปสัก 3 เดือน ก็ลาออกไปหนึ่ง รับคนเพิ่มมาก็ดึงไปโปรเจคอื่น กลายเป็นโปรเจคพันล้าน
ทำกันอยู่ 3 คน เวรกรรม โปรเจคลากยาวเป็นปี ผ่านความยากลำบาก ผ่านหยดน้ำตา
ผ่านความเจ็บช้ำน้ำใจ จากสมาชิกทุกคน บางคนต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ
จากคนที่ไม่เข้าใจระบบการทำงานของฝ่ายไอที คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย คิดว่าอยากได้แบบไหน
ก็ทำได้แบบนั้น ยังกับว่างานโปรแกรมเมอร์เป็นการ copy แล้ว paste ยังกับ word อะไรทำนองนั้น


ถึงเวลาของการดีใจ และการปลดปล่อย เมื่อเจ้านายบอกว่า โปรเจคนี้ไม่ต้องทำแล้ว
เหมือนกับการหลุดพ้นจากอะไรบางอย่าง ในความรู้สึกมีทั้งดีใจและเสียใจระคนกัน
ดีใจที่ไม่ต้องทำอีกแล้ว โปรเจคบ้าๆ บอๆ มีโปรแกรมเมอร์อยู่สองคน กับงานที่ requirement
แบบ transformer เสียใจที่ความเหน็ดเหนื่อยของเรา มันก็เท่านั้นเอง สุดท้ายมันก็ถูกตีออกมาเป็นเงิน 
ใช่แล้ว เราทำงานก็เพื่อเงิน แต่สิ่งที่มากกว่านั้น เราอยากจะตอบตัวเองได้ว่า
งานที่เราทำสามารถทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้นได้ยังไง และตีค่าของมันยังไง


วันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปสัมมนางาน code mania 10 ไม่ได้อยู่จนจบ
แต่ก็หา youtube ย้อนหลังฟัง หัวข้อวิกฤตโปรแกรมเมอร์ มีอยู่ช่วงนึงที่ได้คิด
ถ้าคุณทำงานเป็น 10 ปี ปีแรกเป็นปีแห่งการเรียนรู้ ส่วน 9 ปีที่เหลือคุณก็ทำแบบปีแรกที่ได้เรียนรู้มา
มันก็เท่ากับว่าคุณมีประสบการณ์แค่ 1 ปี ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย และไม่เพิ่มคุณค่าของตัวเองด้วย
ทางวิทยากรแนะนำว่า ควรหาบริษัทที่เห็นคุณค่าของเรา ใช้งานเราแบบพัฒนาไปข้างหน้า
ซึ่งเท่าที่ผ่านการทำงานมาพบว่า มันมีน้อยจริงๆ 10 บริษัทจะเจอสักหนึ่ง แล้วคนเรา
ก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่เลือกได้ตลอดเวลา ตกงาน ร้อนเงิน แม่ป่วย อะไรก็เกิดขึ้นได้
หวังว่าสักวันตัวเองจะได้พัฒนาไปมากกว่านี้นะครับ อยากจะสามารถกำหนดชีวิตได้ด้วยตัวเอง
สร้างคุณค่าของงานขึ้นมาเอง ไม่ใช่ให้ใครมาตีราคาการทำงาน ออกมาเป็นเงินโง่ๆ



Create Date : 29 มิถุนายน 2558
Last Update : 29 มิถุนายน 2558 21:06:03 น.
Counter : 145 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
ร่มแห่งความหวัง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



หมูน้อยๆ