ชั้นมันก็แค่ ... ผู้หญิงขี้ขลาดคนนึง (สุขสันต์วันเกิดนะคะ)

วันนี้เป็นวันเกิดของพี่ ... มีเรื่องอยากจะบอกเยอะแยะไปหมดเลย แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงก่อนดี??
ชั้น ... ชอบพี่มาตลอดเลยนะคะ ตั้งแต่วันที่เห็นหน้าครั้งแรกมาจนถึงตอนนี้ ก็ประมาณ 6 ปีได้แล้วล่ะค่ะ (นานจังเลย ^^)
ถึงแม้ว่าทั้งๆที่รู้ว่าพี่คงไม่ได้คิดแบบเดียวกับชั้น แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังจะ "ชอบ" อยู่ดี
ถึงแม้ว่าทั้งชั้นและพี่เองต่างก็มีใครๆเข้ามาในชีวิตตลอดเวลา แต่ตัวชั้นเองก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดคิดถึงพี่ได้เลย ...

วันที่พี่บอกว่าคบกับเพื่อนของฉัน คนที่พี่ใฝ่ฝันถึงมาตลอด คนที่แม้แต่ตอนเจอหน้ากันกับชั้นครั้งแรกก็ยังเอาแต่ชำเลืองมองเค้า ...
ตัวชั้นเองนั้นได้แต่ยิ้มแล้วบอกว่า "ดีใจด้วย" ... ทั้งๆที่

หัวใจของชั้นกำลังร้องไห้
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนนั้นไม่สามารถที่จะข้ามพ้นคำว่า "พี่-น้อง" ไปได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว ... ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว แต่หัวใจของชั้นมันก็ยังเจ็บปวด ร่างกายเหมือนไม่ใช่ของตัวเอง
น้ำตา ... ไม่ไหลออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว จนกระทั่งถึงบ้าน ... ในวันนั้นเป็นวันที่พี่โกรธชั้นเป็นครั้งแรก ที่ไม่ยอมรับโทรศัพท์พี่ ...
ชั้นไม่รู้ว่านี่คือ "ความรัก" หรือไม่ ... แต่สิ่งเดียวที่ชั้นได้เรียนรู้เป็นครั้งแรกก็คือความรู้สึกที่ "เจ็บลึกๆ" อยู่ภายในสิ่งที่เรียกว่า "หัวใจ"


วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ... เรายังคงโทร.คุยกันอย่างสม่ำเสมอ จนชั้นลืมไปว่าพีคบกับเพื่อนของชั้นอยู่ กระทั้งถึงวันที่พี่กับเพื่อนของชั้นเลิกกัน ...
วันนั้นเป็นครั้งแรกที่ชั้นเห็นพี่เศร้า ... ชั้นไม่สามารถทำอะไรให้พี่ได้นอกจากนั่งอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ... หัวใจของชั้นเริ่มเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ... เรายังคงโทร.คุยกันอย่างสม่ำเสมอ
ชั้นไม่รู้ว่าพี่ร้องไห้รึเปล่า ... พี่เหม่อลอยอยู่หลายวัน จนในที่สุดก็เป็นปกติ ... เราทั้งสองคนยังคงมีความสัมพันธ์อย่างเดิม

ชั้นคิดว่า "เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว" และเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ ... และตั้งใจไว้ว่า "เราจะเป็นพี่-น้องที่รักกันมากเท่านั้น"


พี่ยังปฏิบัติกับชั้นอย่างสม่ำเสมอถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงปิดเทอม เราสองคนก็ยังคงไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ... แต่ชั้นก็รู้ดีว่า พี่ไม่เคยลืมเพื่อนคนนั้นของชั้นเลย .........
เปิดเทอมได้สักพัก ... พี่ก็มี "พี่สะใภ้คนใหม่"
เธอเป็นคนน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เวลาไปเที่ยวที่ไหนก็มักจะมีของฝากมาให้ชั้นด้วยเสมอ ... ชั้นคิดว่าคงจะเข้ากับเธอได้ไม่ยาก ส่วนชั้นกับพี่ก็ยังคงความสัมพันธ์ไว้เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าเราจะโทร.คุยกันน้อยลงก็ตาม ...
หัวใจ .... เริ่มจะเจ็บปวดอีกครั้งเมื่อคิดว่า พี่ไม่ใช่ของชั้นคนเดียวอีกต่อไป ... แต่ชั้นก็ไม่สามารถทำอะไรกับความรู้สึกนี้ได้ เพราะว่าตัวชั้นนั้นมันเป็นแค่ผู้หญิงขี้ขลาดคนนึงเท่านั้น ........

ที่โรงเรียน ... เราอยู่ด้วยกันสามคนบ้างเป็นบางครั้ง ชั้นไม่เคยเห็นพี่ทะเลาะกับเธอเลย ....
จนถึงวันที่พี่บอกกับชั้นว่า เธอได้เดินจากพี่ไปแล้ว ... ชั้นไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร และก็ไม่ได้ใส่ใจอยากจะรู้นัก ... สิ่งที่ชั้นอยากจะรู้นั่นคือ พี่จะเจ็บปวดมากมั๊ย กับการจากไปของเธอ .... พี่เจ็บน้อยกว่าครั้งที่แล้ว ชั้นรู้สึกได้ ... แต่ก็ไม่ได้คิดอยากจะเซ้าซี้อะไรกับความรู้สึกของพี่มากนัก เพราะพี่คงจัดการกับมันได้ไม่ยาก เหมือนกับครั้งนั้น ...

ความสัมพันธ์ของพวกเรากลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน ... โทร.คุยกันเกือบทุกๆวัน ถึงวันหยุดหรือวันที่อยากเดินเที่ยวก็ไปด้วยกัน ... ในตอนนั้นฉันมีความสุขมากจริงๆ มากจนไม่อยากจะนึกถึงวันที่พี่ต้องไปอยู่มหาวิทยาลัย ... มากจนไม่อยากรับรู้ถึงความเป็นจริงที่

ว่า "เราเป็นพี่-น้องกัน"
จนกระทั่งถึงวันที่ต้องตื่นจากความฝันซักที ... พี่เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง .... ชั้นก็ถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวสอบแล้วเหมือนกัน .... แต่โรงเรียนที่ไม่มีพี่ มันช่างเหงาเหลือเกิน ... สิ่งเดียวที่ทำให้อยากมาโรงเรียนในตอนนั้นคือ เพื่อน .... เพื่อนเท่านั้น มันอาจจะเป็นเหตุผลที่คนที่ยังไม่เคยผ่านชีวิตช่วงมัธยมอาจจะไม่เข้าใจ แต่อยากจะให้รู้ว่ามันมีค่ามากมายเหลือเกิน


แต่ในความห่างไกลนั้น ... ความสัมพันธ์ของพวกเราก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ... จนชั้นคิดว่า ถ้าเป็นแบบนี้ตลอดไป ... ตัวชั้นนั้นก็คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้วในชีวิตนี้ ... ขอแค่มีพี่อยู่ด้วยกันกับชั้น แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว กับชีวิตที่ได้เกิดมาบนโลกที่เต็มไปด้วยความโสมมของมนุษย์ร้อยพ่อพันแม่ ... แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ...... จริงๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่เป็นอย่างนั้น ... สังคมมหาลัยที่เปิดกว้างทำให้พี่เปลี่ยนไป ... พี่มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น(จากที่มีอยู่บ้างแล้ว) จนบางทีชั้นเองก็เริ่มจะสับสนตัวเองเหมือนกัน .... แต่ชั้นก็ไม่ได้สนใจว่าพี่จะเป็นทอมหรือเป็นผู้หญิง ... เพราะสิ่งที่ชั้นชอบนั่นคือ ตัวของพี่ ไม่ใช่ความเป็นแมนสุดห้าวหรือเป็นผู้หญิงหวานจ๋อย ... และแล้ววันนึงพี่ก็บอกกับชั้นว่าพี่แอบชอบ

ผู้ชายคนเดียวกับเพื่อน ... แต่พี่ก็แค่บอก ไม่ได้ต้องการคำปรึกษาใดๆ ... ชั้นก็เลยได้แต่ฟังสิ่งที่พี่พูดเกี่ยวกับเขาคนนั้นพร้อมๆกับหัวใจของฉันที่มันสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา ... ในตอนนี้ชั้นจึงได้รู้ตัวดีว่า ความรู้สึกของชั้นมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ...
ตลอดเวลา 1 ปีที่พี่อยู่ในสังคมใหม่ ... ความสัมพันธ์ของเราก็ยังคงไม่คืบคลานไปไหน ... ชั้นรู้ตัวดีว่า ชั้นยังคงยิ้มและหัวเราะอยู่ข้างๆตัวของพี่ได้ ตราบใดที่ความลับในหัวใจของชั้นยังไม่ถูกเปิดเผยออกไป ... หัวใจของชั้นยังคงเจ็บปวดอยู่เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าชั้นจะรู้ว่าพี่คงไม่สามารถมองชั้นได้มากกว่าคำว่า "น้อง" อีกแล้ว .... พี่ของชั้นเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ....


แต่ทั้งๆที่ชั้นคิดว่า ... "ถึงพี่จะเปลี่ยนไปก็ไม่เป็นไร ขอแค่เรายังเป็นเหมือนเดิมก็พอ" .... ทั้งๆที่ชั้นคิดว่า "ขอแค่นั้น แค่อย่างเดียวก็พอแล้ว" จริงๆ ...
แต่ก็เหมือนโดนแกล้ง ... ความสัมพันธ์ที่ชั้นสู้อุส่าห์เฝ้าถนอมมันมา กลับต้องพังทลายลงเพียงเพราะความโมโหของพี่ และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชั้น ...
เป็นครั้งที่สอง ... และครั้งสุดท้ายที่พี่โมโหชั้น ... โมโหมากจนไม่ยอมรับโทรศัพท์ของชั้น ... ไม่ว่าจะโทรไปง้อสักเท่าไหร่ก็ตาม จนชั้นท้อใจ และตัดสินใจว่าจะไม่โทร.ไปอีกในที่สุด ...
ชั้นได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่า จะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเรามันค้างคาไปอย่างนี้น่ะหรอ? ... แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ ตอบกลับมา ... ภายในหัวใจมันว่างเปล่า เมื่อคิดถึงเรื่องของพี่ ... หลายครั้งที่ตัดสินใจว่าจะโทร.ไป ... แต่ก็ไม่รู้

ว่ากลัวอะไรเหมือนกัน ทำให้ต้องวางหูก่อนที่จะกดหมายเลขครบด้วยซ้ำ ... วันนี้เป็นเกิดของพี่ ... พี่คนแรก พี่คนที่สำคัญที่สุด แต่ไม่ว่ายังไงก็อยากจะขอบคุณ ...
ขอบคุณนะคะ ... ที่เกิดมาแล้วทำให้ชั้นได้เรียนรู้ว่าความรักมันเป็นยังไง
ขอบคุณนะคะ ... ที่เกิดมาแล้วทำให้ชั้นได้เรียนรู้ว่าความลับนั้นก็มีในโลก
ขอบคุณนะคะ ... ที่เกิดมาแล้วทำให้ชั้นได้เรียนรู้ว่าความกลัวมันทำให้สิ่งสำคัญของเราหลุดลอยหายไปได้เหมือนกัน

ถ้าเป็นไปได้ ... ก็อยากจะคุย อยากจะเที่ยวด้วยกันเหมือนเดิม ........
มันพอจะมีทางเป็นไปได้มั๊ยคะ? ... พี่สาว











 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 19:37:02 น.
Counter : 516 Pageviews.  

ถูกแล้วค่ะ ... ชั้นมันเป็นคนน่ารังเกียจ ^__^

เวลาที่รู้สึกไม่ดีหรือว่าอคติกับใครแล้วเรามักจะ .... แบบว่า
กันตัวเองให้ออกห่างจากคนๆนั้นอย่างเห็นได้ชัด
ประมาณว่า
- สร้างกำแพงหรือเกราะเหล็กระหว่างเรากับคนนั้นขึ้นมาทันที
- พยายามไม่อยู่ตามลำพัง (ไม่ว่าหญิงหรือชายก้ตาม)
- พูดโต้ตอบได้ ... แต่เราจะพยายามไม่สบตา (ชั้นเป็นกระสือค่ะ ^_^")
- เค้าถามคำนึง เราตอบคำนึง
- ใช้คำพูดห้วน ... จนเกินไป
มันจะเป็นขึ้นมาแบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ทันจะรู้ตัวด้วยซ้ำ
แล้วก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้นอีกต่างหาก (เหมือนโลกต้องหมุนรอบตัวชั้น)
ทุเรศตัวเองชะมัดยาด!!
ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะมีข้อดีอย่างมากมายขนาดไหนก็ตาม แต่เราก็ยังไม่สน

เพิ่งจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มฝึกงานแฮะ
ก็ตั้งแต่คนงานหญิงคนนั้นทักพี่คุมงานน่ะแหละ -*-

คนงาน(พูดแบบกระซิบข้างๆรั้ว ซึ่งเราไม่ได้ยินหรอกแต่เดาจากคนตอบได้): แฟนหรอ?
พี่คุมงาน: เฮ้ย! บ้า! ไม่ช่ายยยย น้องเค้ามาฝึกงาน (นี่ก้ตอบซะได้ยินเชียว)

เป็นใครได้ยินคำตอบแบบนี้ก็ต้องเดาคำถามถูกอยู่แล้ว ...
แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งซะอีก (ถ้าหากว่าไม่เป็นปัญญาอ่อน หรือ EQ พุ่งทะลุปรอท)
มันทำให้เราคิดว่า
'นี่กูหน้าตาอัปลัษณ์พอที่จะคู่ควรกับพี่เค้าขนาดนั้นเลยหรอ?'
ป่าวนะ ... เราก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองหน้าตาสวยอะไรมากมาย
แต่คือแบบว่า ... เราเป็นคนขาว แล้วก็หน้าตาบอกยี่ห้อ "เจ็ก" ซะขนาดนี้
คนงานมันยังสามารถคิดได้ ...
เออ แม่ม ... -*-
คิดดู ทั้งดำ ทั้งเหยิน แถมยังแก่คราวอา, น้า, ลุงยังได้เลย
มันคิดได้ยังไงว่าเราเลือกพี่เค้าอ่ะ ... ฟังแล้ว สวยเซ็ง!!
ก็เลยคิดว่านี่เราตามเค้าติดมากเกินไปรึป่าว? ไม่ได้ๆ ภาพพจน์เสียหมด
เราก็เลยต้องทำกิริยาเหมือนด้านบน

นี่เป็นประเด็นแรก ... อันที่สอง
พี่คุมงานเค้าคงเห็นว่าเราเป็นผู้หญิงละมั้ง?
ก็เลยชอบพูดอวดอย่างโน้นอย่างนี้
"ตอนนี้ก็เหลือแต่แถบๆยุโรปที่ยังไม่เคยไป ... " <<< คือจำได้แค่นี้อ่ะนะ
(หรือบางทีเค้าอาจจะไม่ได้ตั้งใจ ... แต่ก็ไม่รู้ล่ะ!! ก็ชั้น Feel Bad กับเค้าไปแล้ว อย่างที่บอก)
บางทีอันนี้อาจจะเป็นประเด็นสำคัญก็ได้นะ

แล้วเรารู้สึกเหมือนว่าเค้าชอบพูดกันคนอื่น เวลาเราถามว่าคนๆนั้นเป็นยังไง
วันนั้นออกไปดูงานที่อีกไซด์นึง ก็ไปเจอช่างเหล็กคนนึง(คงสนิทกะพี่เค้าแหละ เห็นพูดเล่นกันได้)
เค้าเป็นคนทำงานคล่อง ว่องไว เหมือนกับว่าเจนในงานของตัวเองอ่ะ
เราก็คิดในใจว่า 'คนนี้ต้องเก่งแน่ๆ'
แล้วก็ถามพี่เค้าว่า เออ ... คนนี้ดูเหมือนเก่งนะคะ ดูคล่องดี
พี่เค้าบอกว่า โห้ย(ทำเสียงสะบัดหน่อย) .... มันมั่ว!!!! (ไม่ใช่เรื่องนั้นนะ)
ไอเราก็ไม่รู้หรอกว่าคนงานคนนั้นมั่วจริงมั่วเล่น แต่ตามธรรมดาแล้ว
คนที่เค้ารู้จักกันก็ต้องตอบแบบให้ credit กันหน่อยไม่ใช่หรอ?
เราฟังแล้วแบบว่า สวยเซ็ง เลยอ่ะ ... แต่ก็ต้องจำใจทำหน้า เออออห่อหมกไปตามๆเขา
แต่ในใจก็คิดว่า "อ่อ ... เค้าเป็นคนแบบนี้นี่เอง"

ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็หลีกเลี่ยงที่จะตามเค้า ...
แต่คืองานมันก็เหมือนๆเดิมอ่ะ ... ลงเข็ม หาเข็ม เทFooting ทำคาน
มันก้วนๆกันต่อๆไป

เพิ่งมีเมื่อวานนี้ที่เค้าพาไป ม.ทักษิณ ไปดูแบบอาคารเรียน ...
ซึ่งในตอนที่เรายังเฉยๆกับพี่เค้า
เราเคยบอกว่าเราชอบอะไรที่เป็นโดมๆ (ไม่ใช่โดม ปกรณ์ลัมนะ)
ก็เข้าไปแล้วก็ไปบอกเค้าว่าสนใจ น่าเรียน เลยได้นั่งคุยกับอาจารย์อะไรซักอย่างนี่แหละ (ในตึกที่เป็นโดมด้วย!!!)

อาจารย์เค้าบอกว่า
- บนยอดโดมใช้(อะไรสักอย่าง)ทำ แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาได้ มีความสว่างมากพอ
- ถ้าไปยืนตรงกลางแล้วทำเสียง, ปรบมือ เสียมันจะก้องสะท้อน, ได้ยินทั่วตึก
- ห้องสมุดสามารถยืม-คืนโดยไม่ต้องผ่าน Counter ได้


ซึ่งเราก็คิดว่าก็งั้นๆอ่ะ
- ยอดโดม ... เดี๋ยวนี้เค้าก็ทำได้กันหมดแล้ว ... ไม่เห็นแปลกอะไร
- เสียงเซอราวน์ ... ก็งั้นๆอ่ะ เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วเสียงมันมีการสะท้อนกลับหมด ...
ยิ่งอาคารเป็นทรงโดมอีกด้วย การสะท้อนก็ยิ่งดี เรื่องง่ายๆตามหลักฟิสิกส์ ไปถามเด็ก ม.5-6 ก็ยังได้เลย (ว่าแต่ ... เราอธิบายถูกป่าวว่ะ?)
- ยิ่งห้องสมุด ... ถุย!! กากหว่ะ ... ห้องสมุดมอเราเค้าก้ยืม-คืนไม่ผ่าน Counter ได้ทำมาตั้งหลายปีแล้วด้วย
พูดหยั่งงั้นพูดหยั่งงี้ แต่เราก็ต้องพยักหน้า+ปั้นหน้าชื่นชมมหาวิทยาลัยเค้า

พอเดินออกมาจากตึก พี่เค้าก้ถามเราว่า น่าสนใจไหม
เราก็ตอบตาม 3 ข้อข้างบนนั้นแหละ ... (บางทีอาจจะมีคำสบถรุนแรงกว่าด้วยซ้ำ)
พี่เค้าก็ อืมมมมมม ... แล้วก็เงียบไป
ก็งี้แหละ โฟร์แมนนี่หว่า ไหนเลยจะมาสู้ ว่าที่วิศวกรได้ว่ะ ชิส์
5555+ (บ้าไปแล้วกู)


เพิ่งได้เรียนรู้ว่า
- การต้องออกไปอยู่คนเดียว แล้วแถมยังต้องไปเจอกับคนร้อยพ่อพันแม่มากมายนั้น มัน "เหนื่อย" แบบนี้นี่เอง
- การที่ต้องเสแสร้งปั้นหน้าหลอกลวงกันมันน่าอึดอัดขนาดนี้เลยนะเนี่ยะ
- การอยู่โดยปราศจาก "สิ่งสำคัญ" มันน่าเศร้าขนาดนี้เลยนะ
- การที่คิดถึง "บางอย่าง" อย่างรุนแรงมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
เข้าใจหนังสือของ Jimmy Liao เรื่อง โลกเหงาของหินสีฟ้า อย่างทะลุปรุโปร่งเลยแฮะ
ประโยคที่ว่า "ความรู้สึกคนึงหาอย่างแรงกล้า" มันแบบนี้นี่เอง
มันทรมานและเจ็บปวดจนสามารถทำให้ก้อนหินสีฟ้าแตกกระจายออกมาได้
อ่ะ ... งง ล่ะสิว่า Jimmy Liao คือใคร?
เด๋วค่อยไปอัพในส่วน หนังสือให้ฟังแล้วกันนะ
วันนี้ดึกมากแล้ว ... ไปดูหนังโป๊ เอ๊ย!!!! ไปนอนก่อนดีกว่า ^_^


ปล. รู้สึกว่าเหมือนจะรังเกียจเขายังไงก็ไม่รู้ ...
(อันที่จริงแล้วตัวเราที่เป็นแบบนี้ต่างหาก ที่น่ารังเกียจ -*-)




 

Create Date : 10 เมษายน 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 3:20:46 น.
Counter : 240 Pageviews.  

... เราไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น ...

ถูก ไทร์ ... (ยังดีที่เค้าให้ยื่นใบกลับเข้ามาเรียนใหม่ได้)
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง
ใจนึงก็เสียใจ ... ที่เราพยายามมามันไม่มีความหมายอะไรเลย
แต่
ใจนึงก็ดีใจ ... เพราะ Pro ทั้ง 2-3 ครั้งที่แบกมาก็หมดๆไป
จะได้เริ่มทำเกรดใหม่บางตัวที่เราพยายามไม่พอ

ที่พวกแกถามเราว่า "แกไม่เครียดเลยหรอ?"
แต่เราก็ยิ้มให้ ..
ไม่ใช่ว่าเราไม่เครียดนะ เครียดเหมือนกัน

ที่แกบอกว่า "แกเข้มแข็งมากๆอ่ะ ... สู้ๆนะ"
เปล่าหรอก ... เราไม่ได้เข้มแข็งอะไรมาก
ตรงข้ามกันด้วยซ้ำ

การที่คนเราถืออะไรซักอย่างไว้นานๆ ถึงแม้ว่ามันจะเบาเหมือนนุ่น
แต่ถ้าถือนานๆเข้า เราก็รู้สึกว่ามันหนักเอาการอยู่เหมือนกัน

โดนตกออกแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
จะได้ทำเรื่องรีเกรดตัวไม่ดีออก
แปลกแฮะ ... กลับสบายใจ มากกว่า เสียใจ

สังเกตุได้จากผลการเรียนเทอมนี้
เออแฮะ ... ก็ได้ C วิชาทุกตัวเลย
ซึ่งก็เป็นอะไรที่ไม่คาดฝันแฮะ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงได้ แต่ D หรือ D+

คงเพราะมัวแต่เกาะคนเก่งๆ ...
แต่พอแยกตัวออกมา ก็เลยต้องพยายามมากขึ้น
เพราะไม่มีคนเก่งๆคอยช่วย (ทุกเรื่อง) อีกแล้ว
ต้องพยายามด้วยตัวเอง ตั้งใจเรียนมากๆขึ้น
นึกว่าDiaryวันนี้จะเป็นสีดำ
แต่กลับเป็นสีเทาอ่อนๆแฮะ




 

Create Date : 09 เมษายน 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 3:21:03 น.
Counter : 172 Pageviews.  

ทำไม? ต้องให้ความหวังกัน

ปิดเทอมซักที ....
เพิ่งจะรู้สึกว่าปิดเทอมจริงๆก็วันนี้แหละ
อ๊ะ!! แต่เดี๋ยววันที่ 1 เดือนหน้าก็ต้องไปฝึกงานแล้ว เซ็งชะมัด


ทำไม?
นี่เธอรับรู้ถึงความรู้สึกของเรารึป่าวนะ?
(สงสัยจะไม่)
เธอถึงมาทำเป็นให้ความหวังเรา
มันเจ็บปวดมากนะ
เมื่อคนที่เรารัก เค้าไม่ได้รักเรา
แล้วยังจะมาบอกว่าไม่มีใคร ทั้งๆที่มี .....
แบบนี้มันขี้โกงนี่นา
ก็รู้หรอกว่าคนๆนั้นเค้าอยู่ไกล
แต่เราก็ไม่ใช่ผู้หญิงใจกว้างมากพอ
ขนาดที่จะยอมมองคนที่เรารักมีความสุขกับคนอื่นนะ!!!
แต่เราก็ไม่โง่พอที่จะแย่งเธอมา
(ซึ่งก็ดีแล้วหล่ะ ... เพิ่งจะมาคิดได้)

ทำไมเธอต้องให้ความหวังเราด้วย .... ??
เพราะเหงา ... หรอ?
ไม่มีใครคุยด้วยในวันที่พวกเธอทะเลาะกัน ... หรอ?
หรือเพราะคนๆนั้นอยู่ไกลใช่มั๊ย?

เค้าคนนั้นคือตัวจริง ... แล้วเราล่ะ?
เราเป็นตัวอะไรสำหรับเธอ!!
เรา .... อยู่ตรงส่วนไหนในหัวใจของเธอกันแน่?
หรือว่าไม่มีเลย ... แค่ตัวคั่นเวลาแบบในเพลงกัน?

สับสน
ทั้งๆที่เราตัดใจจากเธอไปแล้ว
แต่เธอก็ยังจะมา ......... "ให้ความหวังกับเราอีก"

พอกันที!!!!

ต่อจากนี้ไป
เราจะไม่หวั่นไหวไปกับการกระทำและคำพูดของเธออีก
เราจะเข้มแข็งขึ้น *ต้องสวยขึ้นให้ได้* (เกี่ยวมั๊ย? อาจจะเกี่ยวนะ)

ต่อจากนี้ไป
ไม่มีผู้หญิงคนนี้คนเดิมให้เธอล้อเล่นกับความรู้สึกอีกแล้ว
และขอให้รู้ไว้ว่า
"ผู้หญิงสวย ไม่จำเป็นต้องโง่ทุกคน"




 

Create Date : 19 มีนาคม 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 3:21:23 น.
Counter : 412 Pageviews.  


หมวยเล็กเด็กดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หมวยเล็กเด็กดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.