ที่เก็บรูปของคนบ้าเที่ยว ...
Group Blog
 
All blogs
 
~~ 27 - 28 ตุลาคม 2550 ปาย ~~

อ.ปาย...
อำเภอเล็กๆ ที่เดินได้ทั่วในวันเดียว.....แต่คนก็มักอยากจะมาอยู่หลายๆ วัน
อำเภอเล็กๆ ที่ไม่มีจุดท่องเที่ยวในอำเภอที่เด่นๆ.....แต่กลับกลายเป็นอำเภอที่โด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยว
อำเภอเล็กๆ ที่กว่าจะเข้ามาถึงต้องผ่านโค้งกันอ๊วกแตกอ๊วกแตน.....แต่คนก็มาเยี่ยมเยียนกันไม่ขาดสายตลอดทั้งปี
อำเภอเล็กๆ ที่ไม่มีอะไร.....แต่คิดว่าทุกคนที่มา ก็เพราะไม่อยากจะทำอะไร.....นอกจากพักผ่อน...



ผมมีโอกาสได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกมาเชียงใหม่....สิ่งที่ผมต้องมาก็ไม่พ้นปาย (ก็เพราะผ.บ.บังคับน่ะสิ แหะๆๆๆ)
เรา เริ่มเดินทางโดยเครื่องบินรอบเช้าสุดของวันเสาร์ โดยต้องรีบไปเช็คอินตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าที่สนาบบินสุวรรณภูมิ (เป็นครั้งแรกที่ได้มาเหยียบสนามบินนานาชาติแห่งนี้เลยนะเนี่ย)
เมื่อ เราเดินทางถึงสนามบินเชียงใหม่ เราก็ขึ้นรถแดงมาลงที่อาเขต(สถานีบขส.เชียงใหม่นั่นแหละ เพิ่งรู้วุ้ย) ด้วยราคาคนละ 40 บาท จัดแจงหามื้อเช้ากินกัน แล้วจึงไปหาคิวรถตู้ไปที่ปาย
แต่เมื่อไปถึงคิวรถส้มขาวตรงข้าม 7-11 ก็พบว่ารถเที่ยวถัดไปเต็มเสียแล้ว รอบถัดไปก็รออีกเกือบชม.
ดังนั้นผมจึงเปลี่ยนมาขึ้ยรถตู้อีกคิวที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณนั้น เมื่อไปถึง คนยังไม่เต็ม แต่รถก็พร้อมที่จะออก

เรา เริ่มเดินทางออกจาเชียงใหม่ราวๆ 9 โมงครึ่ง พี่คนขับควบคุมรถตู้ผ่านทางคดเคี้ยวหลายร้อยโค้งได้อย่างชำนาญ จนเมื่อผ่านไปครบ 3 ชม. รถตู้ก็พาเรามาถึงอ.ปายได้ตรงเวลาแป๊ะ อย่างที่คุยไว้ (นี่ระหว่างทางจอดให้เข้าห้องน้ำตั้งนานแล้วด้วยนะเนี่ย)

รถตู้ระหว่างทางที่นั่งไปปาย


เมื่อ มาถึงเราจ่ายค่าเดินทางให้พี่เขาคนละ 150 บาท จากนั้นก็เดินไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ aYa โดยสนนราคาที่คันละ 100 บาท พร้อมน้ำมัน 1 ลิตรโดยประมาณ
จากนั้นเราก็ไปกันที่พักของเรา ที่เลือกไว้ก็คือ บ้านปายวิลเลจ เป็นบ้านพักที่อยู่ในเมือง สะดวกสำหรับคนที่ชอบเดินช้อปปิ้งในเมือง แต่ด้วยราคาที่พัก คืนละ 650 ก็จัดว่าแพงเมื่อเทียบกับที่พักอื่นๆ ในอำเภอปายนี้

หลังจากเราเก็บ ข้าวของเรียบร้อยแล้ว ด้วยความที่ไม่มีโปรแกรมอะไรล่วงหน้า (หรือใครมาปายแล้วมี หืมมม) เราออกมาหน้าที่พัก ก็พบกับร้าน Pai Body Magic อยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นร้านที่ให้บริการนวดตัว นวดเท้า นวดหน้า(ไม่ใช่ด้วยฝ่าเท้านะ) ฯลฯ เป็นการนวดแผนไทยฉบับวัดโพธิ์ ซึ่งหลังจากเรานั่งรถตู้เอียงไปเอียงมาเมื่อยๆ แล้ว (หลายๆ คน คงมีแถมอาการวิงเวียนและคายของเก่าร่วมด้วย) ผมจึงคิดว่าให้ ผ.บ.ไปลองนวดดูคงจะทำให้ Relax มากขึ้น และอารมณ์ดีมากขึ้นได้ ก็เลยจัดให้สักหน่อยดีกว่า


ระหว่างเขานวดผ.บ. ผมก็ถ่ายร้านเขาเล่นๆ ไปเรื่อย ตามภาษาคนถือกล้องในมือแล้วว่างๆ ร้านเขาก็จัดสวยดี
นั่ง รอผ.บ.นวดเสร็จอยู่นาน ก็ได้คุยกับพี่ส้มเจ้าของร้าน(ตีสนิทไว้กะให้ลดราคา เหอๆๆๆ) ก็ได้รู้ว่าแกมาจากกทม.นั่นแหละ แต่รักการนวด แล้วก็ชอบปายมากๆ ก็เลยไปเรียนการนวดจากวัดโพธิ์ เพื่อมาเปิดร้านที่นี่ มาอยู่นี่ก็เปิดสอนการนวดให้ด้วยนะ (อีกวันเห็นมีฝรั่งมาเรียนเยอะเชียว) แล้วก็มีร้านอยู่ 2 สาขาอีกต่างหาก แล้วก็คุยกับแกเรื่องที่เที่ยวในเมืองด้วยเลย จนก็ผ.บ.นวดเสร็จนั่นแหละ แกก็อาสาเดินพาไปซือตั๋วรถขากลับ (ก็ผ่านอีกสาขาของแกก็เลยแวะเก็บรูปมาให้ดู) (หลังจากนวด ผ.บ.บอกว่านวดสบายเสียจนทำเอาเพลินจนหลับไปเลยล่ะ)

ร้านนี้ล่ะ


ในม่านอ่ะ ผ.บ.ผมกำลังโดนนวด


เก้าอี้ไว้นวดฝ่าเท้ามั้ง


เดินผ่านอีกสาขาระหว่างไปจองตั๋วกลับ


ข้างใน


เตียงอีกล่ะ



จากนั้นเราก็ เริ่มเที่ยวโดยเอาคำแนะนำของพี่ส้มเป็นหลัก โดยจุดหมายแรกก็คือ พระธาตุแม่เย็น โดยขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ราวๆ 800 เมตร ก็จะถึงทางขึ้น ซึ่งเราสามารถขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปได้
เมื่อขึ้นไปถึง เราก็นมัสการพระธาตุกัน แล้วก็ถ่ายรูปกับวิวมุมสูงของเมืองปายสวยๆ กัน

แม่น้ำปายยามเย็น


พระธาตุแม่เย็น


วิวสวยๆ กับดอกไม้


เก็บวิวแบบพานอรามาหน่อยนึง คลิ๊กที่รูปดูแบบเต็มๆ นะ




หลัง จากนั้น เราก็ลงจากพระธาตุ แล้วขับต่อไปทางเหนือเรื่อยๆ เพื่อมุ่งหน้าสู่ Spa Exotic เป็นรีสอร์ทที่ให้บริการแช่น้ำร้อนที่มาจากน้ำพุร้อนธรรมาชาติ ในราคาคนละ 100 บาท
......แต่น่าเสียดายนัก ที่เมื่อไปถึงก็พบว่า ตรงต้นทางน้ำแร่เขาหยุดปล่อย เพื่อทำความสะอาด ดังนั้นเขาจึงหยุดบริการ และผมก็ไม่ได้มีภาพมาฝากด้วย (เซ็งแล้วลืมอ่ะ เหอๆ) ได้แต่เก็บภาพวิวสองข้างทางระหว่างกลับมาให้ดู

เก็บวิวสองข้างทางระหว่างกลับ






จากนั้น ด้วยเป็นเวลาเริ่มค่ำ ท้องจึงเริ่มร้อง เรายังคงติดใจวิวมุมสูงอยู่ จึงเดินทางไปกินมื้อเย็นที่ร้านปายลานนา ซึ่งก็เก็บแต่วิวมาฝากนะ อาหารก็อร่อยเลยล่ะ แนะนำเมนูหมูย่างลานนานะ หอมและอร่อยมากๆ

พระอาทิตย์ลับของฟ้าแล้ว ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี


ม่วงแบบนี้ไม่ได้แต้งสีนะเลยเน้อ ถ่ายตอนเริ่มมืดแล้ว




หลัง กินข้าวมื้อเย็นเสร็จ เราก็เอารถกลับมาเก็บที่พัก เพื่อไปเดินถนน ดูบรรยากาศร้านขายของยามค่ำคืนเสียหน่อย (ไม่ได้เก็บรูปมา เพราะช๊อปปิ้งเพลิน (เป็นคนหิ้วของนี่นา))

ถนนหน้าที่พัก ประดับสวยดี


ร้านพี่ส้มแกก็ทำแสงสวยเหมือนกัน




จากนั้น ก็ลองเที่ยวกลางคืนกับเขาเสียหน่อย ก็เลือกร้านบรรยากาศกลางแจ้งโปร่งๆ โล่งๆ อย่างร้าน Don't Cry ตรงข้างสะพานข้ามแม่น้ำปาย
ร้าน นี้เป็นบาร์ที่เป็นเพลงออกแนวฮิปฮอปสักหน่อย ทำนองก็เต้นชวนขากระตุก มีโต๊ะพูลให้เล่น มีบอลให้ดู เสียงสีใช้ได้ แถมมีก่อกองไฟให้บรรยากาศแค๊มป์อีกต่างหาก และคืนที่ไป ก็มีการแสดงโชว์ควงไฟให้ดู สนุกทีเดียวล่ะ ได้ลองชิมค๊อกเทล(กะมอมผ.บ. แต่ตัวเองดูท่าจะโดนมอมซะเอง) ก็รถชาติดีเลยล่ะ (ยังเก็บภาพมาให้ดูได้แสดงว่าสติยังอยู่) แถมมีบาบีคิวให้กินฟรีเสียด้วย

หลังจากที่เริ่มไม่ไหว ก็ได้เวลากลับที่พักราวๆ เกือบเที่ยงคืน (แต่ร้านนี้เปิดถึงเช้าเลยนะเนี่ย)

อย่าร้องไห้นา...


บรรยากาศในร้าน




เราเลือกพันซ์ เพราะไม่กินแอลกอฮอล์


แต่ผ.บ.ดันเลือกชาเขียวซะได้


มีโชว์ควงไฟด้วย อ่ะจ๊ากกกก.....


อันนี้คฑาไฟ


อันนี้พ่นไฟ เห็นแล้วนึกถึง เกมสมัยวัยรุ่น


หลายยี่ห้อเลยนะเนี่ย


เก็บไปเรื่อย








พระจันทร์เต็มดวงเชียว




เช้า วันรุ่งขึ้น กว่าจะตื่นก็สาย ด้วยเพราะอากาศที่แสนจะเย็นในตอนเช้า ทำให้อยากซุกในผ้าห่มนานๆ แต่หลังจากอากาศเริ่มหายหนาว เราก็ตื่นมากินมื้อเช้าของที่พักจัดไว้ให้กัน แล้วขึงเริ่มเที่ยวรอบๆ เมือง โดยเริ่มจากที่ใกล้ๆ ที่พักกันก่อน คือตรงสะพานไม้สุดซอยนี่เอง
สะพาน ไม้นี่ พาเราข้ามไปอีกฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักราคาถูกที่ชื่อว่า Family Hut เป็นที่พักที่บรรยากาศดีทีเดียวล่ะ จึงขอเก็บวิวมาให้ได้ชมกัน

สะพานไม้มุมนิยมของเมืองปาย


ที่พักถูกๆ นะเนี่ย






สายๆ หลังจากออกมาจากสะพานไม้สุดซอย เราก็ได้รับคำแนะนำจากพี่ส้มถึงร้านกาแฟร้านหนึ่งที่อยู่นอกอำเภอไปราวๆ 800 เมตรทางตะวันออก ชื่อว่าร้าน Coffee in Love
เมื่อไปถึงร้านนี้ เราก็พบกับร้านที่ดูน่ารัก ร่มรื่น และวิวสวยมากๆ ทีเดียว ทำให้เราตัดสินใจที่จะหยุดดื่มน้ำอยู่ที่ร้านนี้นานๆ จนถึงเที่ยงเลยทีเดียว

ร้านกาแฟบรรยากาศดี


นั่งมุมนี้ดี


หรือมุมนี้ก็ดี


หรือจะนั่งที่เคานเตอร์


หรือจะนั่งตรงหน้าต่าง


หรือจะมานั่งข้างนอก


เก็บวิวทั้งหมด คลิ๊กที่รูปดูแบบเต็มๆ นะ



พบ เริ่มบ่าย เราก็เริ่มหิว จึงกลับเข้าเมืองไปหามื้อเที่ยงกิน ซึ่งผมก็ไปที่ร้านแวะกินตีนไก่ ที่มีเมนูเกี่ยวกับไก่อร่อยๆ หลากหลายเมนู เช่น ปีกไก่น้ำแดง ฯลฯ

ร้านอร่อย


หลังจากอิ่ม ก็ได้เวลาเก็บของกลับกันแล้ว เราก็กลับที่พักเก็บของและมาไว้หน้าที่พัก ระหว่างรอถึงเวลาไปขึ้นรถรอบที่เลือกไว้คือ 14:30 น. ก็ได้เก็บบรรยากาศที่พักมากให้ดูด้วย

หน้าที่พัก


ชื่อบ้านปายวิลเลจนะ











เมื่อถึงเวลา เราก็นั่งรถตู้กลับเส้นทางเดิม ผ่านทางคดโค้งมากมายจนกลับมาถึงเชียงใหม่ เราแวะเดินถนนคนเดินเล็กน้อย (แต่แบกสัมภาระไม่เล็กน้อยไปตลอด) ก่อนจะขึ้นเครื่องเที่ยวบินดึกที่สุดของวันกลับสู่กทม. ถึงประมาณเที่ยงคืน และกว่าจะต่อรถไปที่ลานจอดรถระยะยาวได้ ก็ปาเข้าไปเกือบตี 1 (ทำเอาอารมณ์เสียไม่น้อยทีเดียว)

ก็ขอจบทริปปายแบบสั้นๆ เพียงเท่านี้ค๊าบบบบ





Create Date : 04 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2550 9:06:28 น. 0 comments
Counter : 1845 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Redrum
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สาวกแป้นแตก


Friends' blogs
[Add Redrum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.