ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
ย้ายวัดหนีเสียงระฆังตีบอกเวลา



วันทอดกฐินของ วัดคลองทุกข์ ที่บ้านทุ่งหาดใหญ่
วัดนี้เป็นวัดที่พ่อแม่ญาติพี่น้องพ่อหลวง
ร่วมกันสร้างวัดขึ้นมาเพื่อเป็นที่ทำบุณย์
กับไว้เป็นสถานที่ให้ลูกหลานได้วิ่งเล่นกับร่ำเรียนวิชา
เพราะมีแต่พ่อหลวงท่านเดียวที่ได้ไปร่ำเรียนที่สงขลา
และปฏิบัติธรรมพอที่จะกลับมาสั่งสอนญาติโยมได้


“ ปีนี้ กฐินได้ราว ๆ 400 บาท
ไม่น่าจะพอสร้างอุโบสถนา “ พ่อหลวง

“ ไม่เป็นไร ค่อย ๆ สร้างทีละนิดทีละหน่อย
สั่งสมไปเรื่อย ๆ น่าจะพอ น่าจะเสร็จสักวัน “ โยมแม่บอก

สักพักใหญ่ มีหนุ่มใหญ่เจ้าของกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง
ในยุคนั้นสินค้าจะนำเข้ามาจากทางปีนัง
บรรทุกทางเรือเข้าทางคลองอู่ตะเภา

ที่ต้นน้ำมาจากไทรบุรีไหลลงมาที่บ้านทุ่งหาดใหญ่

แล้วจอดเทียบเรือตรงหาดทรายใหญ่ใกล้ที่ว่าการอำเภอ
ทางน้ำนี้ล่องลงไปถึงสงขลาได้เส้นทางหนึ่ง ผ่านเกาะยอ
หรือทางรถไฟสายสงขลา หาดใหญ่ ปาดังเบซาร์
หรือทางกองเกวียนคาราวานเทียมด้วยวัว หรือรถยนต์
เส้นทางวิ่งมาตามถนนกาญจนวณิชย์

สินค้านำเข้ามาแบบจ่ายภาษีบ้าง หนีภาษีบ้าง
แบบเมืองชายแดนใช้ของหนีภาษี
ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไป
ถ้าใช้ของเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย
ถือว่าเป็นเรื่องพิเศษผิดแผกจากคนทั่วไป


สินค้าส่วนมากจะเป็นเหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ กระเบื้องปูพื้น
เพราะยุคนั้นสั่งของจากกรุงเทพฯ ก็ยังแพงกว่าของปีนัง
ส่งมาก็ช้ามาก รวมทั้งคุณภาพด้อยกว่ามาก
เพราะของจากปีนังมักจะเป็นของอังกฤษ


“ พ่อหลวง ต้องการอะไรบอกได้เลย
ถ้าจะสร้างอุโบสถให้แล้วเสร็จ “ หลวง


หลวง เป็นคำเรียกสามัญประจำถิ่น
หมายถึงคนผ่านการบวชเรียนมาแล้ว
ไม่ใช่ยศช้างขุนนางพระแต่อย่างใด
มักจะเรียกคนที่อาวุโสกว่า หรือมีฐานะดี

เณร ก็เป็นคำเรียกสามัญประจำถิ่น
หมายถึงคนผ่านการบวชเรียนมาแล้วเช่นกัน
แต่มีอายุน้อยกว่าคนพูด หรือมีฐานะด้อยกว่า


“ ดีเลย โยมใจบุณย์มากเรื่องนี้
งั้นช่วยส่งปูนกับเหล็กมาเรื่อย ๆ เลย

คนงานก่อสร้างกับญาติโยมจะได้ช่วยกันสร้าง
ทรายไม่ต้อง เดี๋ยวไปขนที่คลองหวะก็แล้วกัน “ พ่อหลวง

“ ได้เลยครับ อาทิตย์หน้าของมา จะส่งให้ครับ “ หลวง

งานก่อสร้างก็สร้างไปเรื่อย ๆ จนอุโบสถแล้วเสร็จ
เพราะปูนซีเมนต์กับเหล็กส่งมาไม่ขาดมือ
ทรายก่อสร้าง ชาวบ้านก็ช่วยกันไปขนมาจากคลองหวะ
หรือไปขนจากท่าทรายใหญ่ที่คลองอู่ตะเภา
ส่วนแรงงานก่อสร้างก็ทำกันแบบลงแขกกัน
หลังจากเสร็จจากการทำยางแผ่นแล้ว
ไม้ก็ไปตัดจากเขาคอหงส์ หรือควนมดแดง
ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ตอนนี้
เพราะในยุคนั้น ยังมีต้นไม้งาม ๆ อยู่หลายต้น






วันฉลองอุโบสถใกล้เสร็จแล้ว
นัดหมายว่าจะเป็นวันแรมหกค่ำ เดือนหก ปีฉ้อศก
มีการออกปากเชิญญาติโยมมาร่วมงาน
ที่ขาดไม่ได้คือ หลวงฯ ที่เอาของมาส่งวัด


ก่อนวันงานหนึ่งวันที่จะเป็นวันทอดกฐินด้วย


“ พ่อหลวง ข้าวของทั้งหมด 40,000 บาท
ช่วยจ่ายให้ผมด้วย ตอนนี้ผมร้อนเงินมาก “ หลวง

“ อะไรนะ ไม่ใช่ทำบุณย์ถวายเหรอ “ พ่อหลวง

“ พ่อหลวงเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
ปูนซีเมนต์ กระเบื้องปูพื้น เหล็กเส้นที่ส่งมา
ผมก็ระบุราคาและมีคนเซ็นรับของทุกครั้ง
ล้อเล่นกันหรือเปล่า “ หลวง


“ เอ้า คิดว่าถวายให้วัด เลยสั่งพักเดียว
แล้วจะทำอย่างไรกันละ “ พ่อหลวง


“ ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าตนไม่จ่ายให้ผม
ผมก็ต้องแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน
หรือฟ้องศาลให้ตนจ่ายเงินก็แล้วกัน
ผมให้เวลาตนคิดสักหนึ่งเดือน
เพราะปกติผมให้เครดิตผู้รับเหมา
หรือปล่อยกู้ชาวบ้านทั่วไป
คิดดอกร้อยละห้าร้อยละสิบต่อเดือน
มีที่ดินขายฝากเป็นประกันด้วย
นี่ผมก็ไม่ได้คิดดอกเบี้ยตนสักบาทเลย “ หลวง


ตน เติน แทนคำว่า มึง
มักจะใช้แทนสรรพนามฝ่ายตรงข้าม
เวลาหวิบขึ้นมาในตอนพูดคุย
หวิบ ไม่พอใจ/ไม่สบอารมณ์


เงิน 40,000 บาทในยุคนั้น
ราคาทองคำบาทละ 100 บาท
คิดเป็นมูลค่าเป็นทองคำราว ๆ 400 บาท
ถ้าราคาปัจจุบันก็ราว ๆ 8,000,000 บาท
ทองคำบาทละ 20,000 บาท ณ ราคาปัจจุบัน







เก๊ง ๆ ๆ เสียงระฆังตีบอกเวลา
แถวกงสีตัดยางดังแว่วขึ้นมา
กระตุ้นเตือนให้หลวงพ่อคิดตัดใจได้ว่า
ที่ดินเป็นทรัพย์สมบัติของนอกกาย
พึงสละทรัพย์เพื่อใช้หนี้คืนเขาไป
เพราะถ้ามีเรื่องราวแบบนี้ขึ้นมา
เสียชื่อเสียงกับอับอายขายหน้าชาวพารา


“ โยม หลวงพ่อจะเอาที่ดินสวนยาง
ที่ได้รับจากพ่อแม่และญาติโยม
มอบให้เป็นกัลปานาวัด
ตีใช้หนี้โยม พอรับไหวไหม “ หลวงพ่อ

“ ไม่ไหวนา ผมต้องการเงินสดมากกว่า “ หลวง



“ หลวงพ่อไม่มีหนทางแล้วจริง ๆ
โยมรับไว้เถอะ นึกว่าช่วยกัน “ หลวงพ่อ

“ ผมขอคิดดูก่อน เงินสดไม่ค่อยมีด้วย “ หลวง


หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ที่ดินสวนยางร่วม 100 กว่าไร่
ยางพาราพร้อมตัดแล้วด้วย
ประเมินกันไร่ละ 400 บาท
หรือเป็นเงิน 40,000 บาท
ก็โอนเปลี่ยนมือให้หลวง


ญาติโยมพ่อแม่พี่น้องหลวงพ่อ พอรู้ข่าวเรื่องนี้
ต่างร้องห่มร้องไห้และสาปแช่งหลวง
ที่มาหลอกต้มกันแบบเนียน ๆ ในเรื่องนี้
เนียน ๆ รายละเอียดสุด ๆ

แต่ต้องทำใจกับเรื่องนี้
เพราะยิ่งรื้อคิด ยิ่งรื้อแค้น
ละม้ายแม้นห่าสังหาร
เสียตนซิทนทาน
ไม่อาจต้านคนใจพาล/หน้าด้าน

หรือภาษิตจีน/หนังสือกำลังภายใน

คนที่รับมือ/ต่อกรยากที่สุด คือ คนหน้าด้านใจดำ

ใจดำมั่งมี ใจดีซิบหาย







ที่ดินแปลงนี้ต่อมาภายหลัง
มีการตัดขายเป็นแปลง ๆ
มีการพัฒนาต่อเป็นบ้านจัดสรรค์
ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่

มีที่ดินส่วนหนึ่งบริจาคให้กับโรงเรียน
แบบทำบุณย์เอาหน้า ภาวนากันตาย
เผื่อว่าผลบุณย์คงหนุนช่วยบรรพบุรุษ
ให้หลุดพ้นไม่ตกนรกหมกไหม้/ลงอเวจี


บุณย์คงจะได้มากกว่าบาป
เหมือนเงินฝากในธนาคารยิ่งมีมากยิ่งดี
เหมือนคนทั่ว ๆ ไป คิด ๆ กัน


คนทำบุณย์ด้วยจิตใจ/เงินสกปรก
พระเยซูคริสต์เจ้าเคยเทศน์ว่า
ตัวอูฐจะรอดรูเข็มยังง่ายกว่า
คนมั่งมีจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้า


ส่วนลูกชายที่เกิดตอนหลวง
เป็นตาแก่อยากมีเมียสาว
ถือไม้เท้ายักแย่ยักยัน
หลงรักลูกชายตอนแก่เฒ่า
คิดว่าจะได้ทายาทอสูรสืบทอดวิชามาร
ก็ได้สืบทอดวิชาอธรรมในกาลต่อมา
แต่โรคหัวใจพร่าชีวิตไปในวัยกลางคน


ที่ดินแปลงบาปนี้ก็ตกทอดถึงหลานชาย
แต่พอหลานชายบรรลุนิติภาวะ
ก็ทะยอยขายบางส่วน 
ขายไป ๆ
ขายไปเกือบหมดแล้วเหลือเก็บไว้แปลงเดียว

เพราะชอบเงินสดมากกว่าไปประกอบอาชีพอื่น


แบบภาษิตคนใต้ กินอยู่อย่าอาย ตายเป็นเหม็ด







เก๊ง ๆ ๆ เสียงตีระฆังบอกเวลา
แว่วมาอีกแล้ว เสียงนี้มันช่างเสียดแทงหัวใจ
กับตอกย้ำความผิดพลาดในอดีตของหลวงพ่อ

หลวงพ่อทนฟังเสียงไม่ได้แล้ว

“ ชู ตนอยู่รักษาการเจ้าอาวาสก่อนนะ

พ่อหลวงจะขอปลีกวิเวกก่อน “ หลวงพ่อ

“ พ่อหลวงจะไปไหน “ หลวงพ่อชา


“ ไปไหนก็ได้ ไปที่ไกล ๆ แถวนี้แหละ
ที่ไม่ได้ยินเสียงระฆัง “ หลวงพ่อ

“ ได้ครับ พ่อหลวงคงไปไม่นานนะ “ หลวงพ่อชา

“ เออ “ หลวงพ่อ






จำเนียรกาลต่อมา
หลวงพ่อก็เจอที่พักสงฆ์ร้างที่โคกแห่งหนึ่ง
มีร่องรอยว่าเคยมีพระภิกษุมาปักกลดเวลาธุดงค์
โคก คือ ที่ดอนที่น้ำมักจะท่วมไม่ถึง

สมัยเดิมเป็นที่เปลี่ยวกับเป็นที่เปรว (ป่าช้า)
ไม่มีชาวบ้านกล้ามาบุกรุกหรือมาทำนา
เพราะกลัวผีหลอกส่วนหนึ่ง
กับเป็นที่เผาศพเครือญาติบรรพบุรุษ
โคกนี้อยู่ห่างไกลจากวัดเดิมร่วมสิบกว่ากิโลเมตร
ไม่ได้ยินเสียงระฆังอีกแล้ว


แต่ตอนนี้เจริญมาก
มีโรงเรียนสองแห่งอยู่ในพื้นที่วัด
จัดว่าเป็น Amazing บ้านทุ่งหาดใหญ่
ชื่อก็คล้าย ๆ กันด้วย
โรงเรียนหนึ่งเป็นของวัด
ยกให้ราชการบริหารจัดการ
อีกโรงเรียนหนึ่งเป็นของเอกชนเช่าที่วัด
แล้วรับเด็กนักเรียนเข้าเรียนทั้งสองแห่ง


เสียงระฆังก็ดังไม่ถึงแถวนี้ด้วย
นาน ๆ ก็ได้ยินเสียงรถไฟ
กับหวูดรถไฟส่งเสียงประสานกัน
เพราะย่านนี้ทำนากันมากในอดีต
ที่ว่าการอำเภอก็ไม่ไกลกันมาก
ห่างกันราว ๆ 2 กิโลเมตร
แต่ต้องเดินตัดทุ่งนาและป่ายางพาราไป
เดินพลางต้องดูทางด้านล่างไปพลาง
เพราะหลุมร่องงูเงี้ยวเขี้ยวขอยังมากอยู่






ต่อมา มีการย้ายโรงพักมาอยู่ใกล้ ๆ วัด
บ้านเรือนต่าง ๆ ก็ตามมา ตามความเจริญ
ที่เปรวเดิมบางส่วน ก็มีคนกล้าบุกรุกยึดเป็นของตนเอง
แบบผีไม่กลัว กลัวไม่ได้ที่ดิน ได้ที่ทำมาหากิน


มีโรงพยาบาลมิชชั่นของคริศตศาสนาโปรแตสแต้นท์
มาเปิดให้บริการแบบอยากแย่งชิงมวลชน
หรือให้คนนับถือศาสนาคริสต์มากขึ้นตรงข้ามวัด
แต่ก็ล้มเหลวในที่สุดเพราะไม่มีหมอไทยมาประจำ
รวมทั้งราชการกีดกั้นหมอต่างชาติมากขึ้น
ไม่เหมือนยุคแรก ๆ ที่หมอมักจะเป็นฝรั่งสอนศาสนา
ตอนนี้รื้อโรงพยาบาลทิ้งเหลือเป็นบ้านพักส่วนหนึ่ง
กับที่สอนศาสนาคริสต์ไปส่วนหนึ่งแล้ว


หมอฝรั่งคนแรกที่มาประจำโรงพยาบาลมิชชั่นแห่งนี้
มีตำนานที่ได้รับการยอมรับและให้เกียรติกันอย่างมาก
นอกเหนือจากการรักษาคนไข้แบบดูแลเอาใจใส่
คือ ตอนไฟไหม้ห้องแถวไม้หลังสายสามบ้านทุ่งหาดใหญ่


เดิมมีห้องแถวบ้านไม้ขวางกั้นเส้นทางตัดตรง
จากสถานีรถไฟโคกเสม็ดชุน(ชุมทางทุ่งหาดใหญ่)
ที่ตอนนี้ตัดตรงไปจนถึงมหาวิทยาลัย
ที่มีดอกศรีตรังเป็นตัวแทนสัญญลักษณ์
ไฟไหม้ลุกลามติดไปทีละหลัง ๆ
ไหม้ไปเรื่อย ๆ ชาวบ้านก็ดับไปตามเรื่อง
น้ำก็ต้องหาบหรือตักจากบ่อน้ำขุดมาราดดับไฟ

ตอนช่วงบ่ายวันนั้น ท่านเพิ่งกลับจากธุระ
นั่งรถไฟมาถึงบ้านทุ่งหาดใหญ่
ไฟได้ไหม้บ้านห้องแถวไม้ไปหลายหลังแล้ว
ท่านสั่งการให้พังบ้านหลังหนึ่ง
ที่ไฟยังไหม้ไปไม่ถึงลงทันที
เพื่อทำเป็นร่องดักไฟไหม้บ้านหลังอื่น ๆ ที่อยู่ติดกัน
ทำให้ไฟไหม้บ้านครั้งนั้นดับลงอย่างเร็ว
ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิทยาการของฝรั่ง

ชุมชนจีนและไทยที่อยู่ฝั่งบ้านทุ่งหาดใหญ่เพิ่งจะรู้กัน
ต่อมามีการนำไปใช้ตามสวนยางพารา
ที่ต้องขุดร่อง/ทำร่องดักไฟตอนหน้าแล้ง
ป้องกันพวกคนเปรตมักชอบทิ้งบุหรี่ลงเรี่ยราด
เวลาเดินผ่านหรือขับรถผ่านตามถนนหนทาง

บ้านทุ่งหาดใหญ่เลยพ้นหายนะจากไฟไหม้ในครั้งนั้น
ทำให้ท่านมีชื่อเสียงและได้การยอมรับอย่างมาก
จึงมีเงินทุนเงินรอนที่คนช่วยกันบริจาค
ไปสร้างโรงพยาบาลมิชชั่นในเวลาต่อมา


มีตำนานว่าคลีนิคของท่าน
ก็ตั้งอยู่แถวบ้านไฟไหม้ด้วย
บางคนก็ประมาณการ/เดา ๆ เอาว่า
ที่ตั้งคลินิคเก่าท่านที่รื้อทิ้งไปร่วม 100 ปี
ตอนนี้เป็นคลีนิคหมอแผนปัจจุบันอีกด้วย
เรียกว่าช่างบังเอิ้น บังเอิญ เสียเหลือเกิน






ต่อมา หลวงพ่อ ญาติโยม ข้าราชการบ้านทุ่งหาดใหญ่
แขกทมิฬนับถือศาสนาฮินดูที่เลี้ยงวัวไว้เป็นคาราวานขนสินค้า
แขกซิกห์ขายผ้าชอบตักบาตรให้พระทุกเช้า
มีศาสนสถาน/ชุมชนอยู่กันที่หลังโรงพักบ้านทุ่งหาดใหญ่ใน
คนไทยมุสลิมนิกายสุหนี่/แขกปากีนิกายชีอะห์
ที่อยู่ในบ้านทุ่งหาดใหญ่มาช่วยกันลงแขกในบางวัน
เพราะส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน
ไม่มีการถือเขาถือเราเหมือนยุคปัตยุบัน

ต่างช่วยกันสร้างวัดขึ้นมาใหม่แถวบ้านทุ่งหาดใหญ่ใน
ที่ทางรถไฟตัดแยกบ้านนอกแห่งนี้ออกเป็นสองฝั่ง
คือ บ้านทุ่งหาดใหญ่ กับ บ้านทุ่งหาดใหญ่ใน
แล้วตั้งชื่อว่า วัดโคกสมานจิต
เพื่อลบรอยร้าวในใจและสมานจิตใจที่บอบช้ำ
จากเล่ห์กลนายทุนที่ได้ที่ดินไปแบบเนียน ๆ


ส่วน วัดคลองทุกข์ ที่เดิมก็ให้หลวงชูดูแลไป
แล้วท่านก็ไม่ยอมกลับไปจำพรรษาที่วัดคลองทุกข์
ตราบจนมรณภาพที่วัดโคกสมานจิต แห่งนี้
พร้อมทั้งทำพิธีเผาศพบรรจุอัฐิไว้ในเขื่อนที่วัดนี้
ต่อมาวัดราษฏร์แห่งนี้ก็ได้ยกฐานะขึ้นเป็นวัดหลวง


เขื่อน มักจะใช้เรียกสำหรับพระสงฆ์
แบบเขื่อนหลวงพ่อทวดวัดช้างไห้
ที่ขุดพบอัฐิของหลวงพ่อทวดอยู่ในกระปุกเต้าหู้ยี้จีน
ตามคำบอกเล่าหลวงพ่อนองวัดทรายขาว
สหธรรมิกหลวงพ่อทิมวัดช้างไห้
ที่ร่วมกันขุดค้นบูรณะเขื่อนเดิมที่เป็นเพิงมุงสังกะสี
อยู่ใกล้กับทางรถไฟสายโคกโพธิ์ - ยะลา
ตามตำนานและคำบอกเล่าของชาวบ้านแถวนั้น
ที่มักจะไปทำพิธีกรรมสืบต่อกันมานานมากแล้ว


หลังจากชาวบ้านทราบเรื่องราวในอดีต
ความเป็นมาทั้งหมดและหายสงสัยว่า
ทำไมท่านต้องโอนที่ดินให้หลวง
กับย้ายวัดมาที่แห่งนี้เพื่อสร้างวัดใหม่
จึงมีคนเอ่ยวาทกรรมสาปแช่ง/วจีอาฆาต


เพื่อลบรอยคราบน้ำตาพ่อหลวงท่าน

สักพันชาติขอสาปแช่งมันด้วยหฤหรรษ์

แม้นชีพใหม่มีเหมือนฝันอีกครั้งพลัน

ขอจองเวรจองกรรมมัน

ตราบจนสิ้นนิพพานัง


เรื่องนี้เป็นตำนาน เป็นนิทาน นิทาน นิทาน
ไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด ขอยืนยัน นั่งยัน นอนยัน
ว่าทุกเรื่องราวทั้งหมดนี้ คือ นิทาน นิทาน นิทาน



Create Date : 29 มกราคม 2560
Last Update : 29 มกราคม 2560 23:08:25 น. 1 comments
Counter : 338 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณจันทร์ใส


 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อุ้มสี Review Food Blog ดู Blog
เจ้าการะเกด Parenting Blog ดู Blog
บ่งบ๊ง Food Blog ดู Blog
ณ ขณะหนึ่ง Home & Garden Blog ดู Blog
ถปรร Photo Blog ดู Blog
Insignia_Museum Education Blog ดู Blog
secreate Food Blog ดู Blog
chon CH Food Blog ดู Blog
ravio Diarist ดู Blog

แวะมาอ่าน


โดย: จันทร์ใส วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:38:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.