ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
22 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
ตำนานเสี่ยโรงเหล้า-ปฐมบท (ทวิภาค)



เสี่ยเริญเจ้าของโรงเหล้าในศยมกุก
หลงจู้ (พ่อตาเสี่ยเริญ)
ที่ยกลูกสาวให้เริญเลย
เพราะเชื่อโหงวเฮ้ง
กับความขยันสุภาพอ่อนน้อม
โอวหมักกุ้ย หรือ ผีตาดำ
คือ กุนซือจอมเก่ง
โอวหมักกุ้ยที่ร่วมงานกับเริญ
ในการพิชิตชัยครั้งยิ่งใหญ่ตลอด

ตำนานคนจีนมักจะเล่าว่า
ผีทั่วไปมักตาขาว หรือไม่มีตา
จึงมักจะมองอะไรไม่เห็น
หรือมองเห็นไม่ชัด
แต่ผีตาดำ มักจะมองอะไรชัดเจน

กับเป็นคำหยอกเย้าเด็ก ๆ
ที่มีผิวค่อนข้างคล้ำหรือดำ = โอว
มัก = ดวงตา กุ้ย = ผี
แต่เวลาผสมกับอีกคำต้องผันเสียงเป็น โอวหมัก
เพราะคนจีนส่วนมากตาสีน้ำตาล
ที่ตาสีดำชัด ๆ มีน้อยมาก





หลังจากเสี่ยเริญประมูลโรงเหล้าแม่ของได้แล้ว
ทั้งยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารกรุงเทพฯกิจการค้า
พร้อมทั้งตั้งอดีตอธิบดีโรงเหล้าเข้ามาเป็นที่ปรึกษาบริษัท
กินเงินเดือนค่าที่ปรึกษาตลอดชีพจนกว่าจะตายไป
พร้อมกับจ่ายเบี้ยใบ้รายทางให้กับข้ารัฏฐการที่เกี่ยวข้อง
เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานด้านต่าง ๆ

(เบี้ยใบ้ เงินอุดปากจนทำให้พูดไม่ออกบอกไม่ถูก)




เช้าวันหนึ่งมีข่าวว่ารัฐบาลจะขึ้นภาษีสุรา
เพราะเป็นสิ่งมีนเมา/มอมเมาประชาชน
การขึ้นภาษีแพง ๆ คนก็จะดื่มสุราน้อยลง

ทั้งยังถูกหลักศาสนาพุทธนิกายเถรวาท
ที่ห้ามดื่มสุราในศีลห้าตามคำสอนพระบรมศาสดา
ทุกครั้งคือ วาทกรรมของชนชั้นปกครอง



แต่ข้อเท็จจริงของพวกนี้
แพงเท่าไรก็ยังมีคนยอมซื้อ
เพราะลองเหล้าเข้าปากความยากก็หายไป

ห้วงน้ำเสมอด้วยตัณหาเป็นไม่มี

เหมือนพวกยิวมักบอกว่า
ให้เอาเหล้าดีมาเลี้ยงฉลอง
พอเมาได้ที่แล้วเอาเหล้าเลวมาเลี้ยงก็ยังได้

“ ใครๆ ก็เอาเหล้าองุ่นชั้นดีมาให้ดื่มก่อน
พอแขกเหรื่อดื่มกันมากแล้ว
จึงค่อยเอาเหล้าองุ่นราคาถูกกว่ามาให้
แต่ท่านเก็บเหล้าองุ่นที่ดีที่สุดไว้จนถึงบัดนี้ ” ที่มา https://goo.gl/LOhcgD





ที่มา https://goo.gl/VwYaEK






แม้แต่การอาราธนาศึลมีว่า
สุราเมระยะ มัชชะ ประมาทัฏฐานา เวระ มณี สิกขาประทัง สมาธิ ยามิ

หรือ สุราต้องกินเป็นระยะ ๆ
กินแล้วอย่าประมาทนะจ๊ะ
จะได้ไม่เสียสมาธิ

สุราเมระยะ คือ อันสุราเมรัยทั้งหลาย
มัชชะ คือ มัชฌิมา หรือทางสายกลาง
ปะมาทัฏฐานา คือ ปริมาณตามฐานะ
เวระ คือ เวลาไปเข้าเวร หรืออยู่เวร
มะณี คือแก้วที่เป็นใบ ๆ ใส ๆ นี่แหล่ะ
สิกขาปะทัง คือ สี่ขาประทังนั่นเอง
สมาธิ คือ การมีสมาธิ
ยามิ คือ ยาไม่ต้อง หรือไม่จำเป็นต้องใช้ยานั่นเอง

อันสุราเมรัยทั้งหลาย ท่านให้ดื่มแต่พอดีหรือยึดทางสายกลางเข้าไว้
นั่นก็คือให้ดูฐานะของตนเองด้วย มีเงินหน่อยก็ดื่มเหล้าราคาสูงหน่อย
ถ้าฐานะไม่ค่อยดีก็ดื่มเหล้าในราคาที่ต่ำลงมา
โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปเข้าเวรหรือไปอยู่เวร
ก็ควรจะมีแก้วติดมือไปสักใบนึง เอาไว้รินเหล้าดื่มได้
และถ้าดื่มจนได้ที่แล้วไม่สามารถใช้ขาประทังไปได้
ก็ให้ใช้สี่ขาประทังไป (หมายถึงมือหรือขาหน้าอีก 2 ข้างนั่นเอง)
การดื่มสุราเมรัยทำให้มีสมาธิ จิตใจมั่นคง ร่างกายแข็งแรง
ไม่ต้องพึ่งพายาใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกับตับซึ่งจะแข็งก่อนที่อื่น
สาธุ สาธุ สาธุ ที่มา https://goo.gl/mVggEf



แต่จริง ๆ แล้วภาษีของฟุ่มเฟือยและสิ่งมึนเมา เช่น เหล้า บุหรี่
คือ สิ่งชั่วร้ายที่จำเป็น สำหรับคนที่ชื่นชอบ
รวมทั้งใช้ในงานรื่นเริงสโมสร ปลดปล่อยอารมณ์ ได้ดีนักแล

ไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายที่ทำอันตรายกับคนรอบข้างมากเหมือน การพนัน การค้าคน


มาเฟียกลุ่มอิตาลีในสหรัฐยอมรับในธุรกิจนี้
ตามคำสอนของ Don Vito Corleone ที่สอนลูก
และเริ่มทำธุรกิจขนเหล้าเถื่อนมาขายให้กับชาวบ้าน
ก่อนจะผันตัวเองมาทำธุรกิจใหญ่ในลาสเวกัส
แต่รับไม่ได้กับการค้ายาเสพติด และการโสเภณีเด็ก









หลังจากเริญได้ทราบข่าวว่า
รัฐบาลจะขึ้นภาษีเหล้าแล้ว

เริญได้เรียกประชุมทันที
 กลุ่มสาม มี พ่อตา โอวหมักกุ้ย และเริญ

“ รัฐบาลจะขึ้นภาษีเหล้าแล้ว

พวกเราจะทำอย่างไรกันบ้าง
เพื่อจะเตรียมรับมือกับเรื่องนี้ “ เริญถามนำ


“ อาป๊าว่าเราส่งคนไปลอบบี้แกนนำรัฐบาล
และนักข่าวให้ออกข่าวถล่มคนเสนอเรื่องนี้ไปก่อน
เอาข่าวคาวอื้อฉาวคาวโลกีย์ จริงปนเท็จ เท็จปนจริง

ทำลายความน่าเชื่อถือและความชอบธรรมมันไปก่อน

เพื่อซื้อเวลาไปก่อนแล้วค่อยวางแผนว่าจะทำอย่างไรดี “ พ่อตา


“ ผมคิดว่าพวกเราน่าจะเพิ่มกำลังการผลิตให้เต็มที่

และเก็บไว้ในโกดังให้มากที่สุดไปก่อน

ถ้าโกดังไม่พอก็ขอเช่าโกดังที่อื่นก่อน

เงินลงทุนใช้ธนาคารที่พวกเราถือหุ้น
ให้สนับสนุนเงินกู้พวกเราไปก่อน

ถ้าไม่พออีกก็ขอกู้จากสถาบันการเงินอื่น


ตั้งเก็บไว้ว่าให้พอขายได้ถึง 5 ปี
ซึ่งน่าจะเพียงพอกับรายได้/ยอดขายที่รับ
คาดว่าจะ
ชำระเงินกู้กับดอกเบี้ยแล้ว
ยังมีกำไรมหาศาลรอเราอยู่

เพราะพอรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีเหล้า
แต่พวกเราไม่เกี่ยวเพราะจ่ายภาษีเหล้าไปก่อนแล้ว
เป็นโอกาสของพวกเราที่จะพ่วง
ขึ้นราคาเหล้าไปด้วยเลย
แบบเห็บหมา/เหาฉลาม
ที่ตามติด/ตามน้ำตลอด “ โอวหมักกุ้ย

“ ผมเห็นด้วยกับอาป๊าและโอวหมักกุ้ย

ขอบคุณมากครับ

โอวหมักกุ้ย ผมขอให้เป็นธุระทั้งสองเรื่องนี้นะครับ “
เริญสรุปแล้วปิดการประชุม

NB. พวกคนรวยมักมองหาวิกฤติคือโอกาส
มากกว่ามองว่าวิกฤติเป็นอุปสรรค





ที่มา  https://goo.gl/OnppMQ






ขุดแลน








วันรุ่งขึ้น ทุกสำนักข่าวตีพิมพ์หัวข่าวหน้าหนึ่ง
นักการเมืองที่ชื่อย่อว่า ส. (เผือก)
เลี่ยงคำหยาบ/คำกรองใน Pantip
คนที่เสนอขึ้นภาษีเหล้า

มีกิ๊กเด็กหน้าประถม นมมัธยม
ขี้เหล้าเมายา ขี้หลี มีหนี้ไม่จ่าย
เบื้องหลังเลวสุด ๆ ๆ ขนาด แลน เรียกว่าพี่ ก็แล้วกัน

ชาวบ้านต่างฮือฮาเดากันใหญ่ว่า ไผสิเป็นไผ พู่ใด๋ พู่ใด๋
งานนี้เป็น Talk of the towns ไปหลายวัน
แบบข่าวอื้อฉาวคาวโลกีย์มีประเด็นพูดมันปากกว่า

ข่าวคนดีศรีแผ่นดิน คนดีสร้างความดีให้แผ่นดิน
ข่าวเด็กศยมกุกชนะประกวดรางวัลระดับโลก
า

ประเด็นการขึ้นภาษีเหล้าก็เงียบหายไประยะหนึ่ง
ในขณะเดียวกันโอวหมักกุ้ยเดินตามแผนสองทันที
ไปขอพบกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯกิจการค้า

ซึ่งอดีตเป็นอธิบดีกรมโรงเหล้าตัวแทนของเสี่ยเริญ
ขอให้นำเรื่องอนุมัติเงินกู้จำนวนมหาศาลกับทางโรงเหล้า
และให้แน่ใจว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

Conflict of Interest https://goo.gl/ra8GWZ
ที่จะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน/ทางการจะจับตามอง

โดยทางฝ่ายเริญจะแก้ไขรายชื่อ
กรรมการผู้จัดการบริษัทโรงเหล้า

และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทออกมา
อยู่ในมือนอมินี Nominee ให้มากที่สุด

หรือใส่ชื่อลูกหลานของผู้ถือหุ้นใหญ่ไว้ให้มากที่สุด

แล้วให้ลูกหลานที่ถือหุ้นแทนผู้ถือหุ้นใหญ่
ทำสัญญากู้ยืมเงินจากผู้ถือหุ้นใหญ่ (ไม่ปิดอากรแสตมป์)
โดยทำเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินปิดอากรแสตมป์เพียงห้าไพ
ถ้าเป็นสัญญากู้เงินต้องปิดอากรแสตมป์หมื่นละห้าไพ
ถ้าหลักหมื่นล้านไพ จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ห้าแสนไพ
เอาเงินเสียภาษีค่าอากรแสตมป์ไปกินไปเที่ยวยังมันส์ส์ส์กว่า

แล้วให้นอมินีลงลายมือชื่อสลักหลังใบหุ้น
พร้อมกับแนบสำเนาบัตรประจำตัวไพร่
การมีเลขประจำตัวติดตัวตลอดชีวิต
ไม่ต่างจากไพร่ต้องสักเลขติดมือตลอดชีพ
ในยุคอตีตกาลนานมาเหมือนเริ่มต้นนิทาน
แต่ก่อนคนเรายังโง่ ด้อยการศึกษา

ใบหุ้นสลักเสร็จแล้วมอบไว้กับผู้ถือหุ้นตัวจริง
เก็บใส่ตู้นิรภัยธนาคารไว้อย่างมั่นคงแข็งแรง
ป้องกันคนถือหุ้นแทนทรยศเอาไปขายเข้ากระเป๋า
เพราะเงิน ๆ ทอง ๆ ไว้ใจใครไม่ค่อยได้

ตัวอย่าง ที่ดินที่เป็นข่าวติดทะเลในศยมกุก
ที่ต่างชาติคือเจ้าของที่แท้จริง
แต่ให้คนพื้นเมืองถือครองแทนแบบนอมินี
มีนักการเมืองศยมกุกแกนนำ กุ๊ก ไก่ ปราบ เสือ
ไปเจ๋อหน้าเสนอเพราะอยากขายที่ดินข้างเคียงที่ติดกัน
ที่หม่าต๋า ฟารังจี เจ้าของสโมสรฟุตบอล/ร้านค้าไร้ภาษี
นัดเจอกันที่ที่ดินชายหาดแห่งหนึ่งแถวปักษ์ใต้


หรือแบบบริษัทต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจในศยมกุก
ถือหุ้นไม่เกินสิทธิ์ตามกฎหมายเกินกว่า 50%
ก็จะใช้วิชามารแบบนี้ในการถือหุ้น
ใครจะทำอะไรได้ คนศยมกุก/ข้ารัฏฐการ
อยากโฮ่กันเอง ดีแต่ปาก วาทกรรมเก่ง
สงสารประเทศ....เฮ่อ ๆ ๆ ๆ
ก็มักจะทำกันแบบนี้เองหละหว่า (ปักษ์ใต้)


วิธีการแบบนี้ทำตามทนายโจร
นักกฎหมายฝ่ายโจรชื่อดัง บรรลัย อาลัยใต้ถุน
ที่ทำก่อนคดีซุกหุ้นของอดีตเสนาบดีศยมกุก
ก่อนที่ตุลาการรัฏฐประหารตัดสินว่า
เจ้าบ่ผิด ใครมาคิด มล้าง ให้วายวอด
เลยรอดตัวไปแล้วขายหุ้นให้ซิงลี่
ได้รับกำไร/ส่วนต่างอย่างมหาศาล

ถ้าเงียบ ๆ ไม่เป็นเรื่อง แต่พอดังแล้วได้เรื่อง

แบบคนจีนชอบพูดว่า

รวยไปเพื่อนบ้านก็เกลียด  จนไปเพื่อนบ้านก็ดูถูก


จริง ๆ ตามหลักกฎหมายทั้งเทศทั้งศยมกุก
การซื้อขายหุ้นในท้องตลาดไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
เพราะขาดทุนรัฏฐก็ไม่เข้ามาช่วยเหลือ

กำไรรัฏฐ์ก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว

เพราะธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์
ทำรายได้และเสียภาษีให้รัฐถูกต้อง
มากกว่าธุรกิจรายย่อยหรือ SMEs ทั่ว ๆ ไป

เพราะตรวจสอบได้ง่ายกว่าและโทษหนักกว่า

รวมทั้งเป็นการสร้างงานสร้างรายได้มากกว่า

การขายหุ้นก็เหมือนการตีเหล็กกำลังร้อน
คั่วเกาลัด กะทะต้องร้อน ทรายกับผงกาแฟต้องร้อน ๆ
จึงจะได้เกาลัดคั่ว หวาน ๆ เค็ม ๆ มัน ๆ
เหมือนการขายนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

บอลกัลโซ่ซีรี่ บอลละตินอเมริกา บอลสเปญ บอลศยมกุก

ต้องขายตอนนักฟุตบอลระดับ Top Form
จึงจะได้ราคาสูงสุดแพงสุด
ดีกว่าขายตอนหมดสภาพหรือไร้ความเก่งแล้ว
ให้ฟรียังโกรธกันเคืองกันได้เรื่องแบบนี้

หลังจากแก้ไขปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเสร็จแล้ว
ทางเสี่ยเริญก็กู้เงินจากธนาคารร่วม 10,000 กว่าล้านไพ
ลงมือผลิตเหล้าสีตุนไว้ทันทีในโกดัง
ขณะเดียวกันเสาะหาโกดังเพื่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง





แสงระวี อัศวรักษ์ : แมงมุม อัลบั้ม : แมงมุมขยุ้มหัวใจ






ปรากฏว่ามีสายมารายงานว่า
โกดังข้าวท่าข้าวกำนันซ้ง
ที่ตลาดค้าข้าวกลางกับพรรคพวก
ตอนนี้แมงมุม ๆ ขยุ้มหัวใจเต็มไปหมด
หรือ แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมันอยู่บนหลังคา
วันหนึ่งมันไต่ขึ้นฟ้า หันหลังมาทำตาลุกวาว ๆ ๆ

โกดังข้าวที่เจ๊งไปแล้วเพราะรัฏฐบาลเลิกโควต้าข้าว
ทำให้ผูกขาดค้าข้าวแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว
มีพื้นที่ให้เช่าเหลือเฟือ
ราคาถูกยิ่งกว่าทรายในท้องมหาสมุทร


เสี่ยเริญส่งพนักงานไปติดต่อ
และขอทำสัญญาเช่าทันที

โดยเสนอ Options ให้
จะแถมเป็นยีปั้วเหล้าเพิ่มอีกคนในท้องที่

พร้อมตกแต่งบานประตูเข้าออก ทางหนีทีไล่
ระบบป้องกันไฟเพิ่มเติม พร้อมกับยามรักษาพื้นที่
เรียกว่ามูลค่าที่ได้รับข้อเสนอมาทั้งหมดนี้
คุ้มเกินคุ้ม คุ้มยิ่งกว่าแฟลตปลาทอง

ใครไม่ยอมรับข้อเสนอแบบนี้ควรไปเป็นฤาษีชีไพร
สละโลกไปอยู่ทางธรรมตลอดชีวิตซะดีกว่า
อย่ามาทำตัวหรือดำรงตนเป็นคฤหัสถ์
ผู้ถือของหนัก ลำบากกว่าพระภิกษุทำไม
พระอาจารย์เทศน์ตอนผมขอลาสิกขาบท





แมงมุมลายตัวนั้น







เมื่อโกดังพร้อม เงินพร้อม โรงงานพร้อม
พร้อมทั้งสามด้านก็ลงมือผลิตเหล้าสี
ไม่อั้นทันที ไม่ต้องรอฤกษ์ยามงามดี


" ประโยชน์ย่อมล่วงเลยเปล่า
เพราะคนเขลามัวแต่รอฤกษ์ยามอยู่ "
เสฐียรพงษ์ วรรณปก


แต่เงินทุนหมุนเวียนเริ่มไม่เพียงพอทำอย่างไรดี
โอวหมักกุ้ยเสนอให้ขอกู้แบบ Syndicated Loan
คือ หลายสถาบันการเงินปล่อยกู้ร่วมกัน
แบบร่วมด้วยรวยกัน หรือร่วมด้วยซวยกัน


วงเงินกู้รวมแค่ 50,000 ล้านไพ
หลักประกันใช้เหล้าสีในโกดังเป็นประกัน
ถ้าขายออกหมดในราคาบวกค่าโสหุ้ยต่าง ๆ
หักแล้วขอกำไรสุทธิแค่หนึ่งไพต่อขวดคิดหยาบ ๆ
มีแค่ 1,000 ล้านขวดเอง
มูลค่าเหล้าสีรวมเพียงแค่ 100,000 ล้านไพ
หรือคิดเป็น 2 เท่าของหลักประกัน
คุ้มเกินคุ้มยิ่งกว่าปล่อยกู้บ้านที่ให้ถึง 90%
โดยมีเงื่อนไขที่น่าจูงใจยิ่งนัก



กุญแจโกดังถือกัน 3 ฝ่าย

1. ฝายเสี่ยเริญ

2. ฝ่ายเจ้าหนี้สถาบันการเงิน

3. ฝ่ายเจ้าหน้าที่กรมโรงเหล้า


ในการเปิดโกดังแต่ละครั้ง


1. ต้องไม่มีหนี้สินคงค้างกับรัฏฐบาล

2. ต้องมีคำสั่งซื้อพร้อมชำระเงินแล้ว

3. ต้องชำระดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งหมดก่อน

4. ต้องชำระเงินต้นบางส่วน


5. ต้องพาไปเลี้ยงเสเพล ดื่มสุราเคล้านารี
พาชีบัตร 
อัปรีย์กันเต็มที่
(อันนี้ขอเติมเอง แต่ในวงการธุรกิจมักจะเป็นเช่นนี้เอง
เป็นเรื่องธรรมชาติ ธรรมดา ตถตา (ขอขมาถ้าบาปกรรม)



สรุปงานนี้ธนาคารทิดพาไนเป็นแกนนำ
มีสถาบันการเงินอื่นร่วมมือกันอีก 14 แห่ง
เรียกว่าลงขันกันปล่อยกู้กะว่ารวย ๆ ๆ ถ้าได้คืน
ซวย ๆ ๆ ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายคนบาป

คนปล่อยเงินกู้ คือ คนบาป
คริศตศาสนากับอิสลาม
ห้ามหากินกับดอกเบี้ย
ทางศาสนายิวประนามว่า
พวกหากินกับดอกเบี้ยเป็นพวกไซตอน
ทำตัวเป็นปรปักษ์กับพระเจ้า
ต้องข้อหาบาปต่อหน้าพระเจ้า
เหมือนพระเยซูเคยขับไล่พวกปล่อยเงินกู้ในโบสถ์
ศาสนาอิสลามก็ประนามเรื่องดอกเบี้ยเช่นกัน
คนจีนรุ่นเก่าก็บอกว่าคนหากินกับดอกเบี้ยเป็นคนบาป








จิตร ภูมิศักดิ์-คาราวาน




ปี 2540 เศรษฐกิจล่มสลาย
IMF เข้าครอบครองศยมกุก

ธุรกิจ Chip หายกันมากมาย
Hardware ก็มีปัญหาไม่ทำงาน
อาการคนทั้งประเทศศยมกุก
เหมือนตายในชายป่า
เลือดแดงทาดินเข็ญ
ยากเย็นค่นแค้นอับจน


รัฐบาลจนปัญญาต้องขึ้นภาษีเหล้า
ด้วยวาทกรรมไม่อยากให้คนจน
หมกมุ่นกับสิ่งมึนเมาจนไม่ทำงานทำการ
เพราะเหล้าแพงคนจะซื้อน้อยลง

เงินกู้สถาบันการเงินก็ปล่อยไปแล้ว
สถาบันการเงินต่างกุมขมับ
กลัวว่าเงินต้นจะไม่ได้คืน
แถมดอกเบี้ยจะสูญไปอีก
ต้องตั้งสำรอง NPL กันแน่ ๆ

NPL = Non Perfoming Loan
หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้
หรือชำระดอกเบี้ยไม่ได้ 3 เดือน
ต้องตั้งสำรองหนี้เสียทั้งจำนวนทันที
ถ้าสถาบันการเงินมีหนี้แบบนี้มาก ๆ
ต้องระดมเงินฝาก หรือ เพิ่มทุน
ไม่เจ๊งก็ต้องเซ้งในที่สุด

เพราะคนร้อนเบี้ยหาคนช่วยเหลือยาก
คนยังเบี้ยมีแต่คนกางร่มให้ก่อนแดดออก
แต่พอคนยังเบี้ยร้อนเบี้ยขึ้นมา
พวกนายธนาคารจะรีบดึงร่มคืนทันที
นี่คือ สันดานนายธนาคาร Tom Sawyer







เสี่ยเริญเรียกประชุมกลุ่มสามทันที

“ ไม่ต้องตกใจ หนี้ชำระได้เร็วกว่าเดิมแน่
เพราะคนยิ่งจนจะยิ่งมีอาการ
จน เครียด กินเหล้า
เครียด จน กินเหล้า
รับรองเหล้าขายดีแน่ ๆ “ โอวหมักกุ้ย

พ่อตากับเสี่ยเริญ พยักหน้าเห็นด้วย
พร้อมกับปิดประชุมทันที





เลิกจน จน เครียด กินเหล้า







ครึ่งปีแรกเหล้าสีกว่า 1 ใน 3 ของโกดัง
นำออกขายไม่ทันต่อความต้องการพลเมือง
ยอดสั่งซื้อ ดีขนาดจ่ายเงินล่วงหน้าเต็มราคา
ยังส่งของให้ไม่ทันต่อความต้องการ
ยังไม่เพียงพอกับความต้องการในท้องตลาด
ทั้งในและต่างประเทศรอบข้าง

เพราะเหล้าศยมกุกราคาถูกกว่าดีกว่าเหล้าขอม
ทำให้บางแคว้นมีข้อมูลว่าขี้เมามากที่สุด
อัตรากินเหล้ามากที่สุดในประเทศ
จริง ๆ มีการลักลอบหรือนำไปขายต่างประเทศ

เหมือนอาหารแหลกด่วนชงน้ำร้อนกินได้เลย
ยี่ห้อดังติดปากติดชื่อเสียงในศยมกุก
ใช้เป็นดัชนีวัดภาวะเศรษฐกิจได้ในยุคหนึ่ง
ที่ ห.ใ ยอดขายวันละ 5 ล้านซองอย่างต่ำ
แต่จริง ๆ คนแขก สยาม จีโน ที่แดนติดกัน
มาซื้อไปขายต่อในประเทศตน
หรือเอาไปกินกับเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อ

งานนี้ยิ้มกันทุกฝ่าย
ทั้งเสี่ยเริญ สถาบันการเงิน เจ้าหน้าที่กรมโรงเหล้า
โดยเฉพาะเสี่ยเริญปลดหนี้ไปได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว
เหลือหนี้เงินกู้ไม่ถึงหนึ่งหมื่นล้านไพ
สถาบันการเงินรีบยื่นข้อเสนอให้กู้ใหม่ Refinance ได้เลย
แต่ทางเสี่ยเริญ ขอ รี ๆ ข้าวสาร สารทะนานข้าวเปลือก
จับได้ตาเหลือก ๆ กลัวมีปัญหาจ่ายดอกเบี้ยฟรี ๆ


แต่ที่แน่ ๆ การขึ้นภาษีเหล้าครั้งนั้น
ทำให้ราคาขายเหล้าแพงกว่าเก่า
ยอดขาย/กำไรก็มากกว่าเก่า
แบบไม่ต้องขึ้นราคาให้ชาวบ้านด่าแม่
เพราะขึ้นตามภาษีที่รัฏฐบาลประกาศ

รวมทั้งต้นทุนการผลิตต่ำมากในตอนแรก
เพราะภาษีเหล้าจ่ายในอัตราเก่า
ปิดอากรแสตมป์กันเป็นขวด
พอรัฏฐบาลขึ้นภาษีก็ไม่กระทบ
เพราะจ่ายไปแล้วเอาออกมาขายในราคาใหม่

เหมือนการกักตุนสินค้าไว้ในโกดัง
ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศให้ขึ้นราคาได้
ก็บวกกำไรเข้าไปมหาศาลในภายหลัง
เช่น ข้าว น้ำมัน ทองคำ น้ำตาล เหล็ก ปูน ฯลฯ
แม้ว่าจะมีวาทกรรม/คำสั่งห้ามกักตุน
ห้ามขายของแพงตามประกาศรัฏฐการ

แต่คำตอบนั้น อยู่ในสายลม
แบบเพลง Blowin' in the Wind
ของ Bob Dylan (Robert Zimmerman)
นักดนตรีรางวัล Nobel Prize





Blowin' in the Wind





https://goo.gl/nOq2hj








แถวบ้านร้านทองก็มักจะรวยกันแบบนี้
ตอนทองขึ้นราคาจากบาทละ 800 ไพ
ขึ้นเป็นบาทละ 1,500-2,000 ไพ
เพราะตุนไว้จำนวนหนึ่งกับสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว
ผู้ขายต้องส่งมอบในราคาเดิม
เพราะการค้าแบบซีโน รับปากแล้วต้องมีสัจจะ
ห้ามเหล่เก๊(หลอกลวง) ไม่ทำตามคำพูด

ที่รวยหนักก็คือ ตอนญวนแตกพ่าย
ยะแยยะจะพ่ายเป็นคอมมูนิสต์
พวกคอมฯ กินบ้านกินเมืองกินพระกินตับเด็ก
จับราษฏรไปไถนา เลี้ยงควาย แถมอดหยาก
ตามโฆษณาชวนเชื่อในยุคอดีตของศยมกุก

พวกวันนี้จึงมาล่องเรือ กินไม่เหลือเผื่อแผ่กันวันนั้น
ต้องเสกเป่าเวทย์มนตร์พ่นด้วยเงินตราปลิวว่อน
จึงเดินทางออกมาจากที่กักกันคนหลบหนีเข้าเมือง
เข้ามาที่เมืองห.ใ พาทองคำที่หลบซ่อนมาขายในตลาด
แต่ถูกกดราคาจาก 2,000 ไพเหลือ 1,000 ไพ
ร้านทองไม่รวยก็แล้วไป ใครไม่ทัน เป็นคนล้มตาย
รวยกันขนาดน้ำท่วมฟ้า ปลากินดาว
นกเหินหาวสู่สายชล คนดีถูกปล้นกลางถนน
คนชั่วนั่งเหลาเต้งบน ฟ้าฝนจึงไม่ตกมา

บางราย แลน ยังเรียกว่า พ่อง
แบบมันโกงกันหน้าด้าน ๆ หาว่าเป็นทองปลอม
มีแกวคนหนึ่งพาทองคำมาขาย 3 กิโลกรัม
ถูกร้านทองแห่งหนึ่งในห.ใ โกงไปทั้งหมด

บอกว่าทองปลอมแถมยังอ้างว่าจะพาตำรวจ
ไปจับข้อหาหนีเข้าเมืองแบบผิดกฎหมา
เจ้าของร้านรายนี้เลยมีฉายาว่า ไอ้ 3 กิโล

แล้วมันก็นำเงินเลวเงินอาปปรีย์ไปฟอกใหม่ Laundry
ด้วยการสร้างโรงแรมชั้นหนึ่งในหาดทรายใหญ่สองแห่ง
กับโรงแรมในที่เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ 
แหล่งธรรมะ
ใกล้กับศูนย์การค้าขนาดเมกกะโปรเจ็คสองแห่งที่เมืองร้อยเกาะ


ธรรมะสำหรับคนชั่วบางคน
ทำตนไหว้พระ ตักบาตรทุกวันพระ
แต่นิสัยไม่ต่างกับพวกหน้าเนื้อใจเสือ
อสรพิษในคราบวิฬาร์ที่น่ารัก (วิฬาร์=แมว)


อุปมาดั่งคนนั่งใกล้พระบรมศาสดา
ประดุจดังกามนิตไม่รู้ว่าธรรมะคืออะไร
พระพุทธเจ้ามานั่งโปรดสัตว์อยู่ตรงหน้า
ก็ไม่รู้ว่าไผซิเป็นไผ ไม่สนใจฟังธรรม
อยากจะเจอแต่พระพุทธองค์
เพราะคิดว่าเจอพระองค์จะหลุดพ้น

ตอนเช้ามืดรีบวิ่งรี่ออกไป
เพราะได้ข่าวว่าพระศาสดาเสด็จมาที่นี่
รีบบอกพระองค์ว่า จะไปหาพระพุทธองค์
เลยถูกควายบ้าขวิดตายไป
ตายแล้วไปจุติในสวรรค์ชั้นพรหม
แล้วนิพพานในภายหลังพร้อมกับวาสิฏฐี
ชอบความ Romantic เรื่องนี้
กามนิตวาสิฏฐี https://goo.gl/jWMz3L


แต่คนทำชั่วทำกรรมแบบนี้
คงไปเสวยสุขที่มหานรกอเวจี
ร่วมกับบรรดาสมีพรรคพวกเทวทัต


เรื่องนี้ขอยืนยัน นอนยัน นั่งยัน

เรื่องนี้คือ นิทาน นิทาน นิทาน

ห้ามมโนว่าเป็นไผ คือ ไผ

เฮาบ่ฮับฮู้ หรือรับรองด้วยก่า


Create Date : 22 มกราคม 2560
Last Update : 24 มกราคม 2560 22:14:23 น. 0 comments
Counter : 259 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.