Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
ดรุณฆาต : บทที่ 11






“เอ็งคิดว่าวันพรุ่งนี้ข้าชวนหวานไปผาแสงงามแล้วขอหวานเป็นแฟนที่นั่นดีมั้ย”

“เอ็งช่วยทำเหมือนข้าเป็นพี่ชายหวานจะดีกว่า”

ธรรศส่งเสียงเข้ม มองดุไปยังคนทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และยังทำเหมือนไม่ได้ยิน

“เอ็งคิดว่าข้าควรชวนหวานไปตอนพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกดี”

“ไอ้ขิง” หนนี้คนหวงน้องคำราม “ถ้ายังไม่หยุดพล่ามเรื่องหวาน ข้าจะไล่เอ็งกลับกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้!”

“ว่าที่พี่เขยดุชะมัด” แดนรวีพึมพำ ชูมือขึ้นสองข้างเสมือนยอมแพ้เมื่ออีกฝ่ายกำหมัด “ล้อเล่นน่า เห็นเอ็งหน้าดำคร่ำเครียด ข้าเลยแหย่เล่นสนุกๆ เท่านั้นเอง”

ไม่ทันบอกไม่สนุกด้วย แรแขก็ออกมาจากทางห้องครัวเสียก่อน เธอวางของหวานลงบนโต๊ะอาหารภายในบ้านหลังจากทุกคนรับประทานอาหารเย็นเสร็จ

“กำลังคุยอะไรกันอยู่หรือคะ ท่าทางสนุกเชียว”

“พี่กำลังปรึกษากับธรรศว่าจะขอหวานเป็นแฟนที่ผาแสงงามตอนพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกดี” แดนรวีเอ่ยเหมือนขอคำปรึกษา เท้าแขนกับโต๊ะแล้วยื่นตัวไปทางคนที่เพิ่งนั่งลงตรงกลางระหว่างเขากับธรรศ “หวานชอบตอนไหนจ๊ะ”

“เป็นตอนอยู่บนเรือยอร์ช ดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันก็ดีนะคะ” แรแขตอบเสียงเรียบ แดนรวีมองเลยไปยังเพื่อน

“น้องเอ็งเล่นของแพงว่ะ”

“อยากได้ของดีก็ต้องลงทุนหน่อยสิครับไอ้คุณขิง” ธรรศเข้าข้างน้อง

“แต่ข้าดันตกงานกระเป๋าแฟบพอดีน่ะสิ เอางี้ เอ็งมีเงินให้ข้ายืมมั้ย ข้าจะได้ไปเช่าเรือยอร์ช”

“ถ้าไม่ยอมลงทุนแบบนี้ คงต้องให้เอ็งยืมเงินไปทำไร่แห้วมากกว่า”

“ไม่ก็ฟาร์มนก” คำพูดแรแขมีความหมายเดียวกับคำพูดพี่ชาย เธอขยับนิ้วเลียนแบบท่านกบิน หัวเราะคิกคัก

“สนุกกันใหญ่”

ทำหน้าบึ้งเอ่ยประชด แต่ความจริงแดนรวีพอใจที่ทำให้คนฟังยิ้มได้ เพราะรู้สองพี่น้องต่างยังมีเรื่องไม่สบายใจ ทั้งเรื่องนนทรีกับอัชฌา และพอเสียงหัวเราะเบาลง ธรรศก็พูด

“อยากสั่งลาอะไรมั้ย”

“พูดอย่างกับข้าจะไปตาย” แดนรวีแสร้งหัวเสียให้สองพี่น้องชอบใจอีกรอบ เขามองภาพตรงหน้า แว่บหนึ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปอยู่ชั้นมัธยมปลาย ที่มีธรรศและแรแขนั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารด้วยกันเหมือนวันนี้ ผิดแผกตรงสถานที่ซึ่งคราวนั้นเป็นบ้านของพลตรีมาริษที่กรุงเทพฯ

“ขอบใจที่เลี้ยงส่ง ไว้เอ็งกับหวานไปบ้านข้าเมื่อไหร่ ข้าจะจัดให้จุกยิ่งกว่ามื้อนี้”

“เออ ข้าจะล้างท้องรอ” ธรรศตอบรับคำชวน “แต่คงอีกนานกว่าข้าจะไป แต่คนนี้สิ” ผู้พูดบุ้ยหน้าไปทางน้องสาว “ไม่ถึงปีก็จะหมดสัญญากับแม่ข้าแล้ว หวานคงลงไปกรุงเทพฯ ก่อน”

“แล้วหวานคิดหรือยังว่าจะทำอะไร” แดนรวีถามด้วยความสนใจ

“หวานอยากทำร้านอาหารเหนือค่ะพี่ขิง เพราะมีประสบการณ์ทางนี้อยู่แล้ว อีกอย่างน้ากุญแอบให้สูตรหวานมาหลายสูตร”

“งั้นพี่จะช่วยดูที่ดูทางที่จะเปิดร้านให้ ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องห่วง”

“ไม่ต้องห่วงอะไร” ธรรศหรี่ตา พูดอย่างรู้ทัน “อย่าบอกจะให้หวานไปอยู่บ้านเอ็ง บอกก่อนถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าไม่ยอม”

“หวงน้องเป็นแมวหวงลูกไปได้ ข้ากำลังคิดว่าควรให้หวานเช่าบ้านอยู่ต่างหาก แล้วอีกหน่อยพอแต่งงานค่อยย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านข้า จริงมั้ยจ๊ะหวาน”

แดนรวีทำตาวิบวับใส่แรแขที่ย่นจมูกใส่เขา เธอเชิดหน้าแล้วบอก

“เพราะใช้วิธีแบบนี้จีบสาวนั่นเองถึงได้โสดมาหลายปี”

ธรรศหัวเราะเสียงดังลั่น ชอบใจกับคำพูดน้อง เขาเอ่ยกับคนที่นิ่งอึ้ง

“เป็นไงล่ะไอ้แดนราวี ถึงกับไปไม่ถูกเลยเหรอ”

ยอมรับด้วยการเกาศีรษะแกรก ขณะสองพี่น้องหัวเราะชอบใจ แล้วแดนรวีจึงพูด “ไม่เอาล่ะ ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว คุยเรื่องร้านหวานดีกว่า”

ต่อจากนั้นทั้งหมดจึงพูดคุยถึงโครงการเปิดร้านอาหารเหนือของแรแข โดยชายหนุ่มทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าควรเปิดเป็นร้านเล็กๆ ก่อน ซึ่งพอกลับถึงกรุงเทพฯ ในวันมะรืน แดนรวีจะให้แม่สอบถามว่ามีเพื่อนคนไหนปล่อยตึกให้เช่าบ้าง และธรรศเห็นว่าแรแขควรทาบทามพนักงานในร้านครัวผ่องพรรณสักคนไปเป็นผู้ช่วยที่กรุงเทพฯ

“อีกหน่อยที่นี่คงเงียบน่าดู”

ธรรศเอ่ยขึ้น สบตาน้องและเพื่อนอย่างใจหาย แรแขจับมือพี่ชาย รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเหงาที่แผ่ซ่านออกมาทางแววตา

“พี่ธรรศก็ลงไปเยี่ยมหวานบ่อยๆ สิคะ”

“พี่จะพยายาม แต่ไม่รู้แม่จะยอมหรือเปล่า” ธรรศเอ่ยถึงแม่ ที่คงไม่ชอบใจนักถ้าหากในอนาคตเขาไปเยี่ยมน้องสาวต่างแม่บ่อยๆ แดนรวีจึงบอก

“หรือจะขอย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ”

ปลัดหนุ่มส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก ยังไงข้าก็ห่วงแม่”

แดนรวีพยักหน้าเข้าใจ เอ่ยติดตลก

“ถ้าไม่ติดเรื่องห่วงแม่ ข้าจะให้เอ็งทำตัวเกเรแบบตอนเด็กๆ คุณน้าจะได้ไล่ตะเพิดเอ็งไปดัดสันดานเหมือนตอนนั้น”

แดนรวีหมายถึงตอนธรรศถูกส่งไปเรียนชั้นมัธยมปลายยังกรุงเทพฯ ซึ่งเขาเคยสอบถามถึงสาเหตุ ธรรศเลยตอบว่าถูกพ่อกับแม่ส่งมาอยู่บ้านแม่เลี้ยงเพื่อดัดนิสัย

ขณะธรรศเผลอจับรอยช้ำข้างริมฝีปากที่ถูกนนทรีชกเมื่อวานโดยไม่รู้ตัว หวนนึกถึงอดีตที่นำพาตนออกจากตำบลภูพระยา

“แล้วหวานรู้มั้ย ธรรศเคยพูดกับพี่ว่ากลัวเข้ากับแม่เข้ากับหวานไม่ได้ แล้วดูตอนนี้สิ”

“นินทาให้น้อยๆ หน่อยไอ้ขิง”

ธรรศรีบปรามก่อนจะโดนเพื่อนรักขุดคุ้ยวีรกรรมตนมากกว่านี้ แต่ทว่าไปๆ มาๆ เมื่อได้ระลึกถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต ธรรศกลับเป็นฝ่ายแย่งพูดถึงเรื่องราวของแดนรวีให้น้องสาวฟังอย่างออกรสชาติ ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกคนบนโต๊ะอาหารที่สนุกสนานกับวันในวัยเยาว์



ร่างที่เข้ามาประชิดในความสลัวทำให้หญิงสาวที่เพิ่งลงจากรถเกือบหวีดร้องถ้าหากไม่เห็นว่าเป็นใครเสียก่อน

“ไอ้เงิน! ไอ้บ้า! แกมาทำอะไรมืดๆ ตรงนี้” ดาริกาตวาดใส่ผู้ที่โผล่มาตรงโรงรถโดยไม่ให้สุ้มเสียง ขณะนนทรีไม่มีท่าทีเกรงกลัว เขาเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่พอใจนัก

“โทรตั้งหลายรอบ ทำไมไม่รับ”

“แล้วทำไมชั้นต้องรับสายแกด้วย” หญิงสาวเอ่ยอย่างถือตัวก่อนนึกอะไรออก “หรือมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับฌา อย่าบอกนะฌาไปหานังหวานอีกแล้ว”

เอ่ยด้วยความโกรธ ดาริกาควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายเพื่อโทรถึงคนรัก แต่กลับต้องชะงักเมื่อคนตรงหน้าแสดงท่าหัวเสีย

“ใช่เรื่องบ้านั่นที่ไหน”

“อย่ามาพูดจาลามปามกับชั้นแบบนี้นะ” ดาริกาถลึงตา ก่อนเอะใจเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนคนมีเรื่องร้อนใจ เธอจึงถาม

“มีเรื่องอะไร”

เจ้าของบ้านลดเสียงลง รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ นนทรีตอบเบาราวกระซิบ

“เมื่อวานผมไปตรงฐานทัพลับ เด็กนั่นไม่อยู่แล้ว”

เด็กนั่นของนนทรีคือใครดาริการู้ดี ใจจึงหายวาบ

“แล้วมันหายไปได้ยังไง! หายไปตอนไหน!” น้ำเสียงหญิงสาวกระวนกระวาย

“ผมไม่รู้ แต่ต้นไม้นั่นถูกฟ้าผ่าจนหักโค่น รากเลยหลุดออกมาด้วย และพอผมมองเข้าไป ที่เราซ่อนไว้ก็หายไปแล้ว ...และถ้าให้ผมเดา ไอ้คนไหนที่รู้ความลับของเรา นั่นแหละคือคนที่ขโมยไป”

“แล้วมันจะขโมยไปทำไม”

“อาจเพื่อแบล็คเมล์ก็ได้”

ดาริกากัดริมฝีปาก สบตานนทรีอย่างไม่ไว้ใจนัก

“แน่ใจว่าเรื่องที่แกเล่าคือความจริง ไม่ใช่กุเพื่อแบล็กเมล์ชั้นเอง”

“คุณแกรนด์จะไปดูด้วยตาตัวเองกับผมมั้ยล่ะ”

นนทรีท้าทันควัน นัยน์ตาวาววาบเป็นประกาย เขาไม่ปกปิดความรู้สึกทางสีหน้าที่แสดงว่าไม่ชอบใจที่ถูกหาว่าโกหก ขณะดาริกาจดจ้องมองตอบ เธอไม่พบท่าทีหลุกหลิก พบแต่ความร้อนรนจึงเชื่อ จากนั้นนนทรีก็เอ่ยก่อน

“คุณแกรนด์จะเอายังไง จะให้ผมไปจัดการไอ้คนขโมยหรือเปล่า”

“ยังไม่ต้อง” ผู้พูดห้าม หยุดคิดนิดหนึ่ง “รอดูท่าทีก่อน”

“แต่ถ้ามันเอาไปบอกคนอื่น”

“มันไม่กล้าหรอกน่า เพราะถ้าจะทำ มันคงทำไปนานแล้ว” ดาริกาค่อนข้างมั่นใจ “ตอนนี้แกอยู่เฉยๆ ก่อน อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามให้เกิดเรื่องเกิดราวจนคนอื่นสงสัย และคอยจับตาดูมันไว้” หญิงสาวสั่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีพิรุธ แกค่อยจัดการมัน แล้วที่เหลือชั้นจะเก็บกวาดเอง”

นนทรีพยักหน้า แต่ไม่ทันตอบรับก็ชะงัก

“มีอะไร”

“คุณชัชวาลมองมาครับ”

พอได้คำตอบ หญิงสาวก็หันไปทางตัวบ้าน เห็นพ่อยืนอยู่ก็ยักไหล่

“พ่อไม่รู้หรอกว่าเป็นแก” ผู้พูดเงยมองดวงไฟที่ไม่สว่างนักตรงโรงรถแล้วถาม “ว่าแต่นึกยังไงถึงไปตรงฐานทัพลับ”

ดาริกาซัก ทว่านนทรีไม่ทันตอบ จู่ๆ ไฟเหนือศีรษะก็กระพริบสองสามทีก่อนดับลงเสียก่อน



“ไฟดับ”

ทั้งหมดเอ่ยพร้อมกัน จากนั้นแรแขก็เอ่ยขึ้น

“หวานไปหยิบเทียนเองค่ะ”

แดนรวีได้ยินเสียงเลื่อนเก้าอี้ และพอนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้มือจึงหยิบขึ้นมาใช้แทนไฟฉายในจังหวะเดียวกันกับที่ธรรศเองก็หยิบโทรศัพท์มือถือมาใช้เช่นกัน

“โทรแจ้งไฟฟ้าหรือไง”

“เปล่า โทรหาแม่ข้าน่ะ” ธรรศหมายถึงแม่และน้าสาวที่ออกไปงานเลี้ยงรุ่นยังโรงแรมในอำเภอโดยมีสมรักษ์เป็นคนขับรถ “บอกเสียหน่อยว่าไฟดับ เผื่อพี่รักษ์ขับกลับมาใกล้แถวนี้แล้วจะได้ระวัง”

“มาแล้วค่ะ”

แรแขวางเทียนไขลงบนโต๊ะ โดยมีพี่ชายหันมาบอกหลังจากวางโทรศัพท์

“แม่บอกยังร้องคาราโอเกะติดลมอยู่ กว่าจะกลับก็อีกนาน” ปลัดหนุ่มมองตัวเลขนาฬิกาบนโทรศัพท์มือถือที่บอกเวลาใกล้สองทุ่ม “ป่านนี้พี่รักษ์คงเซ็งอยากกลับบ้านเต็มแก่ เพราะปกติแกไม่ค่อยชอบขับรถให้แม่อยู่แล้ว” ธรรศพูดเพราะเกรงว่าสมรักษ์จะหงุดหงิดจนขับรถเร็วตอนขากลับ

“ไม่เซ็งหรอกค่ะ” แรแขนั่งลงตรงตำแหน่งเดิม “พี่รักษ์เป็นคนบอกหวานว่าวันนี้จะเป็นคนขับรถพาคุณน้าไปเอง หวานถึงได้บอกให้พี่ธรรศเลี้ยงส่งพี่ขิงวันนี้ เพราะจังหวะเหมาะ ไม่มีใครอยู่พอดี อีกอย่างหวานเคยได้ยินจากเด็กในร้านว่าแกมีบ้านอยู่ในอำเภอด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แกคงนอนตีพุงคอยคุณน้าที่บ้านนั่นแหละ ไม่ได้แกร่วรอที่โรงแรมหรอก”

“พี่รักษ์มีบ้านอยู่ในอำเภอ? หวานฟังผิดหรือเปล่า” ธรรศขมวดคิ้ว ไม่อยากเชื่อสิ่งที่น้องสาวถ่ายทอด

“ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ แต่คนเล่าเข้าใจถูกหรือเปล่าหวานไม่รู้” แรแขบอกแล้วหันมาทางแดนรวี “พี่ขิงง่วงหรือยังคะ”

“ยังหรอก ปกติพี่นอนดึกกว่านี้”

“ถ้างั้นก็ดีเลยค่ะ”

แดนรวีกับธรรศขมวดคิ้วพร้อมกัน หญิงสาวคนเดียวในห้องกินข้าวเลยบอก

“เบื่อคุยเรื่องตอนเด็กๆ แล้ว มาเล่าเรื่องผีกันดีกว่า แบบตอนนั้นไงคะที่ไฟดับ”

แรแขเท้าความถึงในวันที่แม่ไม่อยู่บ้าน พี่ชายจึงชวนแดนรวีมาค้าง และวันนั้นเกิดไฟดับพอดี ซึ่งพออินเตอร์เน็ตกับโทรทัศน์ใช้งานไม่ได้ ทั้งหมดเลยไม่รู้จะทำอะไร แดนรวีจึงเป็นคนเสนอว่าให้สลับกันเล่าเรื่องผีที่น่ากลัวที่สุด แล้วจากนั้นแรแขก็เป็นคนเริ่มต้นเล่าก่อน แต่แทนที่คนฟังสองคนจะกลัว กลับสนุกกับเรื่องราวชวนขนลุกที่ได้ฟัง



“แม่ๆ”

เพกาในชุดนอนตื่นขึ้นมาเขย่าตัวคนที่อยู่ข้างกันบนที่นอน ทว่าปลุกอย่างไรแม่กลับไม่ลุก เด็กหญิงหันรีหันขวางในความมืด ไม่กล้าลงจากเตียง

“ยาย พี่ต้นไทร”

หลังจากปลุกแม่ไม่เป็นผล เพกาจึงตะโกนเรียกพี่ชายกับยายที่นอนอยู่อีกห้อง แต่ไม่มีเสียงตอบรับอยู่ดี จนครู่หนึ่งเด็กหญิงจึงเริ่มรู้สึกร้อนเพราะพัดลมไม่ทำงาน

มือเล็กปัดป่ายอยู่บนเตียงอย่างทำอะไรไม่ถูก เหงื่อซึมไหลตามตีนผม จนกระทั่งครู่เพกาก็เริ่มปวดปัสสาวะ

ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวถูกพ่อตีเหมือนคราวปัสสาวะราดหนก่อน เพกาคงปล่อยปัสสาวะบนเตียงแล้ว แต่เนื่องจากความกลัวไม้เรียวมีมากกว่ากลัวความมืด ร่างน้อยจึงค่อยๆ คลานลงจากเตียง อาศัยความเคยชินเดินคลำทางไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก

แต่ทว่าพอก้าวออกจากห้องนอนของบ้านชั้นเดียวสู่ห้องรับแขก เพกาก็ต้องประหลาดใจ

ท่ามกลางความมืดมิด บ้านตุ๊กตาหลังใหญ่ที่พ่อกับพี่ชายนำมาให้ซึ่งตั้งวางอยู่กับพื้นกระดานกลับมีแสงส่องสว่าง ทุกบานหน้าต่างมีแสงหลากสีสัน อย่างหน้าต่างชั้นบนมีแสงสีชมพู สีเหลือง ชั้นล่างมีสีฟ้ากับสีม่วง และถ้าหูไม่ฝาด เพกายังได้ยินเสียงเพลงไพเราะเหมือนเสียงเปียโนดังแว่วมาอีกด้วย

เจ้าของร่างน้อยในชุดนอนจึงลืมอาการปวดปัสสาวะ เดินไปใกล้บ้านตุ๊กตา และพอชะโงกหน้าดูว่าเสียงเพลงมาจากไหน เด็กหญิงผมยาวประบ่าในชุดกระโปรงสีแดง...เพื่อนคนใหม่ก็โผล่มาทักจากด้านหลัง

“ไฟดับเหรอ”

เพกาพยักหน้า ถามเพื่อนใหม่กลับ

“ทำไมบ้านเธอไฟไม่ดับล่ะ”

“เพราะมันเป็นบ้านวิเศษ”

พอได้ยินคำว่า “วิเศษ” นัยน์ตากลมก็ทอแสงแวววาว ตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนที่มือน้อยจะแตะสัมผัสตรงท้อง

“เราไม่กล้าเข้าห้องน้ำคนเดียว” เพกาบอก และไม่ทันเอ่ยชวนเด็กหญิงวัยเดียวกันเพื่อขอให้เดินไปหน้าห้องน้ำเป็นเพื่อน อีกฝ่ายก็พูด

“เข้าห้องน้ำที่บ้านเราสิ แล้วพอเข้าเสร็จ เราจะได้เล่นด้วยกันในบ้านวิเศษไง”

เด็กหญิงชุดแดงส่งยิ้มกว้างและยื่นมือมาด้านหน้า เพกาจึงวางมือลงบนมือเย็นเฉียบของเพื่อนใหม่ แล้วต่อจากนั้น...ทั้งคู่ก็จับจูงเดินเข้าไปในบ้านตุ๊กตาแสนสวย





คลิกเพื่อเลือกบทที่ต้องการอ่าน
บทที่ 1 / บทที่ 2 / บทที่ 3 / บทที่ 4 / บทที่ 5 / บทที่ 6 / บทที่ 7 / บทที่ 8 / บทที่ 9 / บทที่ 10 / บทที่ 11

------------------------------

E-Book 'ดรุณฆาต' วางจำหน่ายที่ MEB แล้วค่ะ (^^) ในราคา 250 บาท 

ขอฝากผลงานนิยายเรื่องล่าสุดจากชมบุหลันด้วยนะคะ



สนใจสั่งซื้อ https://goo.gl/IrzM2t
ทดลองอ่าน https://goo.gl/SHVaYu


คำโปรย
หลังจากตกเป็นข่าวฉาวจนถูกบีบให้ออกจากงานผู้ประกาศข่าว

แดนรวีก็เดินทางสู่เมืองที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเพื่อหลบลี้จากผู้คน
แล้วการมาเยือนต.ภูพระยาก็ทำให้เขาพบกับน้องสาวของเพื่อนรักอีกครา
แรแข...หญิงสาวนัยน์ตาหวานซึ้ง ผู้เป็นดั่งแสงสว่างที่ทำให้เขาเลิกหลงทางในความมืด


ทว่าวันเวลาแห่งความรักและกำลังใจดำเนินไปได้ไม่ทันไรก็เกิดเหตุร้าย
มีเด็กทยอยหายตัวไปทีละคน สร้างความหวาดผวาไปทั่วเมืองที่เคยสงบสุข
รวมถึงเกิดข่าวลือลี้ลับถึงวิญญาณลออนิล หญิงบ้าที่กลายเป็นผีร้ายลักพาตัวเด็กๆ


ขณะแดนรวีกับแรแขต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งสองร่วมกันตามหาเด็กที่หายไปจนพบกับความลับในอดีต
ความลับของหญิงบ้าที่เป็นดั่งไฟรอการแผดเผา ผลาญพร่าคร่าชีวิตผู้ที่เกี่ยวข้อง
จนแม้แต่ชายหนุ่มกับหญิงสาวเองก็ยากที่จะเอาชีวิตรอดจากอันตราย!


(ยังไม่มีจำหน่ายในรูปแบบหนังสือ)


Smiley



Create Date : 30 มกราคม 2560
Last Update : 31 มีนาคม 2560 20:00:53 น. 4 comments
Counter : 538 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ม่ายน้า เพกาทำไรผิด


โดย: พี่หมูน้อย IP: 223.207.204.102 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:12:16:41 น.  

 
ผิดที่มาเป็นตัวละครของคนเขียนโรคจิตค่ะ :p


โดย: ยุ้ย IP: 124.122.68.115 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:19:35:25 น.  

 
ค้าาาาางงงงจ้า 555
วางเรื่องไว้น่าติดตามมากกเลยค่ะ เดาไม่ถูกเลย ถ้าอยากอ่านต่อต้องไปตามอ่านได้ที่ไหนค่ะ


โดย: เงา IP: 27.55.116.40 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:10:08 น.  

 
คุณเงา : ขออภัยด้วยค่ะ คนแต่งไม่ลงต่อแล้ว เพราะมีแผนว่าอาจจะจัดพิมพ์เองหรือทำเป็น ebook ค่ะ ยังไงติดตามข่าวคราวเรื่องนี้ได้ที่แฟนเพจชมบุหลันนะคะ


โดย: ยุ้ย/ชมบุหลัน IP: 171.100.25.45 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:40:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ratta
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




บล็อกนี้ไม่รับทิปนะคะ

สวัสดีค่ะ :)
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จะไม่ค่อยเข้า Bloggang เท่าไหร่ หากต้องการติดต่อ พูดคุยกันได้ที่ Facebook 'ชมบุหลัน' นะ

ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดของ Blog นี้ไปเผยแพร่หรือใช้ทุกกรณี จนกว่าจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ratta (รัตตะ) ก่อนนะจ๊ะ

ผลงานนิยาย รางรักพรางใจ อุ่นรักฉบับอนุบาล อุบัติร้ายอุบัติรัก แปลงใจสีคราม ใยกัลยา มีแค่รัก รักของมิถุนา มนตร์กาลบันดาลรัก ดรุณฆาต

Friends' blogs
[Add ratta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.