Group Blog
 
 
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
ดรุณฆาต : บทที่ 7




เมื่อมาพักที่บ้านเพื่อน แดนรวีไม่ได้อยู่เฉยๆ ในฐานะแขกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรับหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟด้วย เหมือนอย่างวันนี้ที่เขาช่วยแรแขเสิร์ฟโจ๊กตั้งแต่เช้าตรู่

ภาพชื่นมื่นของชายหนุ่มและหญิงสาวอยู่ในสายตาผ่องพรรณ นอกจากขัดตาแล้ว เธอยังขัดหูที่สุดเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของลูกเลี้ยง ดังนั้น พอคนในร้านซาลง เธอจึงเรียกแดนรวีเสียงดุให้ตามไปที่บ้าน และเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

“เมื่อวานเรากับยายหวานไปไหนกันมา”

ผ่องพรรณวางมาดผู้ปกครอง โดยไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายซ่อนความขบขันที่ถูกตั้งคำถามราวกับยังเป็นเด็กนักเรียน

“น้ากุญใช้ไปซื้อของแถวนี้ครับ”

“ไปแค่แถวนี้แล้วทำไมกลับกันตอนมืดค่ำ” น้ำเสียงผู้พูดไม่พอใจ “นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ นะตาขิง ถึงจะได้พาผู้หญิงไปเที่ยวแล้วกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ได้ รู้มั้ยมันจะทำให้หวานเสียหาย ถูกชาวบ้านนินทา” ผ่องพรรณแสดงความหวังดีอย่างไม่แนบเนียนนัก จากนั้นจึงสั่ง “คราวหน้าคราวหลังจะพาหวานไปไหน เราต้องขออนุญาตน้าก่อน”

คิ้วเหนือดวงตาดุเลิกขึ้น ไม่ใช่ดูไม่ออกว่าผ่องพรรณแสร้งแสดงความเป็นห่วง แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงแม่เพื่อนสนิท แดนรวีจึงยังมีความเกรงใจไม่เอ่ยขวานผ่าซากไปว่าที่ต้องขออนุญาต เป็นเพราะผ่องพรรณกลัวอัชฌามาบ้านแล้วไม่พบแรแขแบบเมื่อวานใช่หรือเปล่า

ทว่าไม่ทันตอบแบบหยิกแกหยอกไปว่า “แล้วถ้าเกิดอยากชวนน้ากุญไปเที่ยวต้องขออนุญาตด้วยมั้ย” สมรักษ์ก็เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาโดยไม่เคาะประตู

“จัดการเรื่องเงินเรียบร้อยแล้ว”

สมรักษ์วางบัตรเอทีเอ็มและสลิปลงบนโต๊ะทำงาน แดนรวีจึงได้เลิกคิ้วอีกรอบ เพราะไม่คิดว่าผ่องพรรณจะไว้วางใจคนอื่นนอกจากกุญชรีให้จัดการเรื่องเงิน ฝ่ายผ่องพรรณเมื่อถูกมองก็รีบเก็บสิ่งของใส่ลิ้นชัก เอ่ยตำหนิ

“มาบอกอะไรตอนนี้ ไม่เห็นหรือไงฉันกำลังคุยธุระอยู่”

“มาบอกตอนนี้เพราะตอนอื่นไม่ว่าง”

“จะไปไหนก็ไป”

เจ้าของห้องทำงานโบกมือไล่ แดนรวีเลยฉวยโอกาสนี้ก้าวตามสมรักษ์ออกไปด้วยหน้าตาเฉย จนเจอกับธรรศที่อยู่ตรงทางเดินระหว่างกลับห้องตนเองพอดีก็ทัก

“ทำไมวันนี้ไปทำงานสายล่ะท่านปลัด”

“ข้าจะไปร่วมพิธีตั้งศาลใหม่ของลออนิลก่อน”

“อ้าว ไหนหวานเคยบอกว่าจะรื้อไม่ใช่หรือ”

“ไม่แล้ว” ธรรศสั่นศีรษะ “ตั้งแต่เกิดเรื่องทรายขาวกับชื่นฤทัย ชาวบ้านก็กลัว พวกอบต.เลยคุยกับคุณชัชวาล ได้ข้อสรุปใหม่ว่าไม่รื้อ แต่จะสร้างใหม่ให้สวยกว่าเดิม นักท่องเที่ยวจะได้ไม่กลัว”

“หวังว่านักท่องเที่ยวคงไม่เซลฟี่กับศาลลออนิล” แดนรวีเอ่ยติดตลก “จริงสิ ที่เอ็งพูดเรื่องชื่นฤทัยเมื่อกี๊ เมื่อคืนเป็นงานสวดศพวันสุดท้ายไม่ใช่หรือ”

ธรรศพยักหน้า นึกถึงงานสวดอภิธรรมคืนสุดท้ายซึ่งแขกค่อนข้างบางตา เนื่องจากคนกลัวอาถรรพ์เรื่องลออนิล ขณะแดนรวีสังเกตเห็นใบหน้าเครียดก็พูด

“เอ็งเป็นอะไรหรือเปล่า”

“มีแต่เรื่องไม่ดี ข้าเลยไม่สบายใจเท่าไหร่” ปลัดหนุ่มระบายลมหายใจยาว แตะบ่าเพื่อน “ดูสิ ข้าเป็นคนชวนเอ็งมาพักผ่อนแท้ๆ และยังโฆษณาไว้เยอะว่าตำบลข้าสวยสงบน่าอยู่แค่ไหน กลับมีแต่เรื่อง” ธรรศบีบบ่า “หรือเอ็งเป็นตัวซวยวะ พอมาถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวาย”

“พูดจาน่าคิด” แดนรวีกัดฟันกรอด ธรรศหัวเราะ เอามือลงแล้วชวน

“ไปร่วมพิธีตั้งศาลใหม่กับข้ามั้ยล่ะ”

แดนรวีหยุดคิดนิดหนึ่ง ความจริงเขาอยากอ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้ แต่เกรงว่าจะถูกผ่องพรรณเรียกไปอบรมอีกเลยพยักหน้าตกลง และบอกว่าจะขอติดรถเพื่อนไปลงในอำเภอเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัวด้วย



“ชื่อที่ติดอยู่บนตุ๊กตาคือชื่อของเด็กๆ ในตำบลค่ะ”

แรแขบอกเมื่อแดนรวีสงสัยว่าชื่อที่เขียนลงบนแผ่นผ้าเล็กๆ ที่ติดบนอกตุ๊กตาคือชื่อใคร ชายหนุ่มจึงมองตุ๊กตาเด็กหญิงและเด็กชายที่ส่วนใหญ่เป็นตุ๊กตาพลาสติกอีกรอบ คะเนดูก็มีประมาณเกือบยี่สิบตัว

“ใช้ตุ๊กตาเป็นตัวแทนเด็กเพื่อไม่ให้ลออนิลมาเอาตัวเด็กจริงๆ ไปอย่างนั้นสิ”

“ใช่ค่ะ ตั้งแต่ทรายขาวตาย ชาวบ้านลือกันว่าเป็นเพราะลออนิลไม่พอใจเรื่องวิบูลย์ และยังเรื่องที่จู่ๆ ทรายขาวขึ้นไปบนคุ้มโดยไม่มีใครรู้เห็นอีก ชาวบ้านเลยยิ่งเชื่อว่าลออนิลพรางทรายขาวไม่ให้ใครเห็นแล้วผลักตกลงมา เขาเลยกลัวว่าลออนิลจะมาลักลูกตัวเองไปด้วย ถึงได้เอาตุ๊กตามาไว้ที่ศาล”

หญิงสาวกระซิบตอบ มองพี่ชายซึ่งกำลังวางของเล่นตรงพื้นกระเบื้องหน้าศาลลออนิลหลังใหม่ ซึ่งเป็นเรือนไทยหลังใหญ่โอ่อ่า สร้างจากไม้ทั้งหลัง โดยถัดออกมาพอสมควรมีกำแพงสีขาวสูงเกือบเท่าเข่าล้อมรอบสามด้านยกเว้นด้านหน้าเพื่อกันไม่ให้ถูกรถชนพังอีก แรแขได้ยินจากกุญชรีว่าชัชวาลได้เร่งสั่งทำศาลขึ้นเป็นพิเศษในราคาแพงลิบ

ขณะแดนรวีฟังเรื่องตุ๊กตาตัวแทนอย่างไม่เชื่อนัก แต่ก็ไม่พูดแย้งลบหลู่ เพราะสิ่งที่คนในตำบลภูพระยาทำไม่ใช่เรื่องเสียหาย ทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ไม่ให้หวาดผวากับเรื่องร้าย

“เอ๋? พี่รักษ์ก็มาด้วย”

ชายหนุ่มมองตามคนด้านข้าง เห็นสมรักษ์เดินฝ่าชาวบ้านที่ยืนออตรงด้านหน้าศาลมาวางตุ๊กตาเด็กผู้หญิงตัวหนึ่งแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นธรรศก็เดินกลับมาสมทบตรงที่เขากับน้องยืนอยู่

“เสร็จพิธีแล้ว จะไปกันหรือยัง”

“หวานไปในอำเภอด้วยกันมั้ย” แทนที่จะตอบเพื่อน แดนรวีกลับถามคนด้านข้าง

“หวานไปไม่ได้หรอกค่ะ ต้องอยู่ช่วยงานคุณน้า”

“อย่างนี้พี่ก็รอแกร่วคนเดียวเลยสิ” ส่งเสียงอ่อยไม่พอ แดนรวียังส่งสายตาอ้อนวอนแบบไม่เกรงใจใคร เพราะกว่าเขาจะกลับจากอำเภอได้ก็ต้องรอให้เพื่อนเลิกงานเสียก่อน ธรรศเลยพูดด้วยความหมั่นไส้

“ไม่อยากแกร่ว เอ็งก็ชวนสาวๆ แถวนั้นคุยสิ ถนัดไม่ใช่เหรอ เรื่องคุยกับผู้หญิงน่ะ”

“พูดจาเลอะเทอะ” นัยน์ตาดุเหล่มองคนกล่าวหา “ถึงเป็นพี่ชาย แต่หวานอย่าเชื่อล่ะ เรื่องสาวๆ อะไรนั่น พี่เข้าไปชวนคุยแทนธรรศทั้งนั้น หมอนี่มันกล้าจีบสาวที่ไหน ต้องให้พี่ออกหน้าตลอด ไม่งั้นจะอยู่เป็นโสดแบบนี้หรือ”

“ข้าโสดเพราะไม่มีเวลาเลือกต่างหาก ไม่ใช่จีบสาวไม่เป็น” ธรรศแย้ง

“จีบไม่เป็น? งั้นข้าจะสอนให้ เอ็งดูข้าจีบหวานเป็นตัวอย่างให้ดีล่ะ”

แดนรวีเอ่ยหน้าตาย แต่สองพี่น้องกลับไม่ขบขัน ทั้งยังไม่เล่นด้วย ชายหนุ่มเลยยักไหล่

“เกิดเส้นลึกขึ้นมากะทันหันทั้งคู่ เอ้า แยกย้ายก็แยกย้าย ไว้เจอกันนะหวาน”

พูดไม่พอ คนหน้าดุยังส่งยิ้มหวานจนธรรศกำมือเสียงดังกรอบ แต่ทว่าไม่ทันที่ต่างฝ่ายจะไปทำธุระของตนเอง ผู้เป็นประธานในพิธีตั้งศาลใหม่ของลออนิลก็เอ่ยทักกลุ่มหนุ่มสาว

“จะกลับกันแล้วหรือครับ” ชัชวาลรับไหว้ ธรรศตอบแทนทุกคนว่ากำลังจะไปที่ไหน

“งั้นหรือครับ” ผู้พูดก้มมองนาฬิกาข้อมือ แดนรวีที่ดูออกว่าชัชวาลต้องการเอ่ยอะไรบางอย่างจึงบอก

“อันที่จริงพวกผมก็ไม่รีบเท่าไหร่หรอกครับ”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น ทายาทคุ้มผารังษีจึงเอ่ย

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอรบกวนเวลาคุณแดนรวีสักครู่หนึ่ง” ชัชวาลกวักมือเรียกผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับแรแขให้เข้ามาสมทบ “นี่วรพลครับ ทำงานอยู่ในอบต.ภูพระยา วันก่อนผมกับทางอบต.คุยกันว่าอยากทำบทความท่องเที่ยวลงในแฟนเพจกับเว็บไซต์ เลยอยากขอคำแนะนำจากคุณแดนรวีเรื่องการเขียนบทความ”

“ได้สิครับ ความจริงผมเขียนให้เลยก็ได้” อดีตนักข่าวอาสาเพราะเบื่อที่จะอยู่ว่างๆ และอยากขัดเกลาทักษะการเขียนที่ร้างไปนาน

“ดีเลยครับ” ชัชวาลขอบคุณ “ถ้าอย่างนั้นผมจะให้วรพลประสานงานกับคุณแดนรวี”

เจ้าของคุ้มผารังษีหันไปทางวรพล แต่เจ้าตัวกลับเอ่ยเสียงเรียบ

“จะดีหรือครับ”

ประโยคนั้นทำทุกคนมองวรพลเป็นตาเดียว

“คุยกันตรงๆ เลยนะครับ ผมกลัวพอคนอ่านเห็นชื่อคนเขียนบทความว่าเป็นใครก็เกรงจะ...” ผู้พูดหยุดเพื่อให้คนฟังคิดต่อเอง ขณะชัชวาลมองวรพลด้วยสายตาตำหนิ แต่ไม่ทันเอ่ยอะไร แรแขก็แทรกเสียก่อน

“คุณวรพลไม่ต้องกลัวไม่มีใครอ่านหรอกค่ะ เพราะถึงตอนนี้พี่ขิงจะไม่ได้เป็นนักข่าวแล้ว แต่คนยังรู้จักมากอยู่ดี ฐานแฟนคลับก็ยังมีอยู่ ซึ่งคงจะดึงดูดให้คนเข้ามาอ่านมากกว่าคนในอบต.เขียน” หญิงสาวตอกกลับ “แล้วพี่ขิงเขียนหนังสือดี รู้จักคนดังเยอะแยะ ถ้าพี่ขิงจะรบกวนให้พวกเค้าช่วยประชาสัมพันธ์ แชร์บทความกระจายออกไปเยอะๆ ก็ทำได้ใช่มั้ยคะ”

แรแขหันไปทางเพื่อนพี่ชายซึ่งซ่อนรอยยิ้มอยู่ภายใต้สีหน้าดุ แดนรวีนึกถึงเด็กหญิงคนหนึ่งที่เคยปะทะคารมกับคนอื่นที่เคยต่อว่าเขาตอนสมัยยังเรียนชั้นมัธยมปลาย และแม้เวลาผ่านล่วงเลยมาแล้วหลายปี แต่เด็กหญิงคนนั้นก็ไม่เคยเปลี่ยน พร้อมออกโรงปกป้องคนที่ว่าร้ายเขาเสมอ

แดนรวีละสายตาจากแรแขไปยังวรพลที่เสหลบดวงตาดุดัน แล้วหันไปทางชัชวาล ทว่าไม่ทันบอกให้ทางอบต.เลือกตามความสบายใจว่าต้องการให้เขาเขียนหรือไม่ก็เกิดเสียงเอะอะเสียก่อน

วิบูลย์ที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ตั้งแต่เริ่มพิธีตั้งศาลใหม่กำลังชกต่อยกับใครคนหนึ่ง ชัชวาลกับวรพลจึงขอตัวผละไปช่วยห้าม

“เค้าชกกันเรื่องอะไร” ธรรศถามชาวบ้านคนหนึ่งที่อุ้มลูกผละออกมา

“ก็ไอ้นั่นมันดันไปถามวิบูลย์ว่าจริงมั้ยเรื่องทรายขาวไม่ใช่ลูกวิบูลย์น่ะสิคุณปลัดเลยถูกชกปากแตกอย่างนั้น สมน้ำหน้ามัน แส่ไม่รู้กาลเทศะ”

“แล้วใครเป็นคนปล่อยข่าวลือบ้าๆ นั่น” ธรรศขมวดคิ้ว มองชายฉกรรจ์สามคนที่ต้องช่วยกันจับวิบูลย์ให้สงบลง

“ไม่รู้หรอกคุณปลัด เพราะเค้าลือกันมาตั้งนานแล้ว คุณปลัดรู้แล้วก็เงียบไว้ล่ะ อย่าไปถามวิบูลย์เชียว ถ้าไม่อยากตาปูดปากแตกเหมือนไอ้คนนั้น”

คนเล่าผละไปเมื่อพูดจบ ธรรศหันมาทางน้องสาวและเพื่อน ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้ากับเรื่องวุ่นวายที่ดูเหมือนยังไม่จบลงง่ายๆ แม้ว่าเจ้าของคุ้มผารังษีจะลงทุนสร้างศาลลออนิลใหม่เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่คนในตำบลแล้วก็ตาม



ผู้อยู่ในชุดเครื่องแบบพนักงานโรงแรมหมุนตัวอยู่หน้ากระจก ครั้นพอดูว่าผมเผ้า หน้าตา และชุดที่ใส่อยู่เรียบร้อยดีแล้วจึงคว้ากระเป๋าสะพายและหยิบกุญแจรถที่วางอยู่ข้างโทรทัศน์เพื่อเตรียมออกจากบ้านไปทำงานยังโรงแรมที่ตั้งอยู่ในตัวอำเภอผารังษี

“แม่ไปทำงานก่อนนะเพกา อย่าดื้อ อย่าซนกับยายล่ะ” ลาวัลย์ย่อตัวลง จูบหน้าผากลูกสาวที่ป่วยจนไม่ได้ไปโรงเรียน “หายป่วยแล้วใช่มั้ยเรา ถึงได้ลุกมานั่งเล่นอย่างนี้ได้”

เด็กหญิงวัยห้าขวบพยักหน้าขณะจัดจานชามของเล่น ผู้เป็นแม่จึงลูบเส้นผมยุ่งพลางเอ่ย

“งั้นพรุ่งนี้ไปโรงเรียนแล้วเนอะ”

“ไม่ไป” เพกาตอบ

“ทำไมล่ะ”

“เพื่อนแกล้ง หนูกลัว”

ลาวัลย์ถอนใจ รู้ว่าเพราะลูกสาวตัวเล็กและยังอ่อนแอขี้โรคจึงโดนเพื่อนล้อแกล้งบ่อยๆ ผิดกันกับพี่ชายที่ตัวโต แข็งแรง ทั้งยังฝีปากกล้าจึงเป็นหัวโจกของเพื่อนๆ

“แล้วนี่หนูกำลังทำอะไร” หญิงสาวชวนคุยเมื่อลูกสาวดันจานไปด้านหน้า

“ทำไข่ดาวให้เพื่อนกินค่ะ”

ผู้เป็นแม่มองไปทางฝั่งตรงข้ามลูกสาวที่มีเพียงบ้านตุ๊กตาหลังใหญ่วางชิดกับผนัง นึกถึงเรื่องเพื่อนในจินตนาการที่เคยอ่านจากในนิตยสาร ซึ่งกุมารแพทย์บอกว่ามักเกิดกับเด็กในวัยเดียวกับเพกา และยังแนะนำว่าอย่าตำหนิลูกเรื่องนี้ แต่ให้ชวนลูกพูดคุย

“ทำให้หนุงหนิงกินหรือคะ”

“เปล่า” เพกาสั่นศีรษะ “ไม่ใช่หนุงหนิง แต่เป็นเพื่อนใหม่ค่ะ”

“เพื่อนใหม่ ใครหรือคะ แนะนำให้แม่รู้จักได้มั้ย” ลาวัลย์เอ่ยอย่างเอ็นดู มองไปทางที่ว่างเปล่าเสมือนว่าเห็นเพื่อนลูก เพกาเงยหน้ามองแม่แว่บหนึ่งแล้วขยับไปด้านหน้า ทำท่าป้องหูเหมือนกำลังซุบซิบ หัวเราะคิกคัก

“เพื่อนไม่ให้บอกค่ะ”

“อ้าว ไม่ให้บอก แม่ก็ไม่รู้จักเพื่อนหนูสิ” ลาวัลย์หยิกแก้มลูกสาวที่แกล้งตน “เอางี้ ไม่บอกชื่อก็ได้ งั้นบอกได้มั้ยว่าเพื่อนหนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ผู้หญิงค่ะ”

เพกามองไปทางบ้านตุ๊กตา

“เป็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดกระโปรงสีแดง”





คลิกเพื่อเลือกบทที่ต้องการอ่าน
บทที่ 1 / บทที่ 2 / บทที่ 3 / บทที่ 4 / บทที่ 5 / บทที่ 6 / บทที่ 7 / บทที่ 8 / บทที่ 9 / บทที่ 10 / บทที่ 11


-------------


ชมบุหลันขอสวัสดีปีใหม่ 2560 ล่วงหน้านะคะ
ขอให้ทุกท่านสุขกาย สบายใจ
ร่ำรวยรอยยิ้ม ร่ำรวยกัลยาณมิตร
สิ่งใดดีๆที่ตั้งใจทำไว้ก็ขอให้สำเร็จลุล่วงค่ะ

HAPPY NEW YEAR :)



Create Date : 27 ธันวาคม 2559
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2560 20:55:01 น. 3 comments
Counter : 360 Pageviews.

 
พี่หมูน้อย : ขอบคุณค่าที่ช่วยพิสูจน์อักษร ท่าทางคำนี้จะหลุดเยอะเลย แหะๆ

เห็นข่าวจอร์จ ไมเคิล แล้วค่ะ แต่ไม่ได้ติดตามว่าอะไรยังไง ปีใหม่นี้พี่เดินทางไปไหนหรือเปล่าคะ ยังไงก็ Happy New Year ล่วงหน้าค่า


โดย: ชมบุหลัน (ratta ) วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:11:22:45 น.  

 
ไม่นะ เพกาต้องอยู่ ม่ายยยยยยยยยยย

อิพี่ขิงไม่เกรงใจพี่ชายเลยนะยะ จัดไปเพ่

ปีใหม่ไม่ไปไหนค่ะ (แต่ที่บ้านไปเขาค้อกัน) วางแผนว่าจะไปประชุมที่กรีซเดือนกค เพื่อนญี่ปุ่นชวนไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย ยังไม่ตอบรับเลย (คือไปญี่ปุ่นทุกปีบางทีก็ขี้เกียจไปนะญี่ปุ่นน่ะ) พี่สาวชวนไปสแกนช่วงหยุดยาวเมษาก็ไม่ไปค่ะ พี่สาวเที่ยวเหนื่อยด้วย (เน้นเดินร้านกระจุกกระจิกน่ะ) ช่วงนั้นกลางเทอมด้วย เที่ยวแบบเหนื่อย ๆ ไม่ดีต่อสุขภาพจิตไงไม่รุ

มีนานี้จะไปประชุมที่กุ้ยหลินหรือเปล่ายังไม่รู้เลย คือที่จีนเขาเชิญมาให้ไปพูด ให้เราบินไปถึงที่ก็พอ แบบว่าไม่รู้สินะ ไม่อยากไป ขี้เกียจเดินทางอย่างมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปพูด ไม่อยากพูดเลย กรีซยังไม่อยากพูดเลย แต่ต้องไปพูดเพื่อเงิน 555

คือถ้าไปฟังเฉย ๆ เขาไม่จ่ายให้ไป เราต้องจ่ายเองอ่ะ แต่ถ้าไปพูดด้วยเบิกได้น่ะ



โดย: พี่หมูน้อย IP: 223.207.47.175 วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:14:48:43 น.  

 
ไม่นะ กระโปรงแดงมาอีกแล้วว


โดย: sakeena IP: 180.183.99.118 วันที่: 28 ธันวาคม 2559 เวลา:9:04:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ratta
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




บล็อกนี้ไม่รับทิปนะคะ

สวัสดีค่ะ :)
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จะไม่ค่อยเข้า Bloggang เท่าไหร่ หากต้องการติดต่อพูดคุยกันได้ที่ Fanpage 'ชมบุหลัน' นะ

ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดของ Blog นี้ไปเผยแพร่หรือใช้ทุกกรณี จนกว่าจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ratta (รัตตะ) ก่อนนะจ๊ะ

ผลงานนิยาย รางรักพรางใจ อุ่นรักฉบับอนุบาล อุบัติร้ายอุบัติรัก แปลงใจสีคราม ใยกัลยา มีแค่รัก รักของมิถุนา มนตร์กาลบันดาลรัก

Friends' blogs
[Add ratta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.