Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
20 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
ตอนที่ ๒ อุปสรรค



ซาร่าหาทางรู้ได้ในที่สุดว่าหญิงสาวที่ทำให้ฌอนเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ตอนนี้มีนัดกับคลินิกเยียวยาผู้มีบุตรยากเมื่อไหร่ทว่าคำตอบที่ได้ยิ่งทำชายหนุ่มขุ่นเคือง

ด้วยความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่กอปรกับไม่สามารถติดต่อหญิงสาวได้ชั่วคราว ทำให้แธมมาอเมริกาเพื่อพบกับความผิดหวังเพราะนัดของเธอจริงๆ คือวันเดียวกันนั้นในปีหน้า

เขาไม่อาจหาข้อสรุปอื่นใดได้นอกจากถูกเธอหลอกลวงแล้วตีจาก นั่นอาจฟังดูดีเกินไป ความจริงคือเธอทำให้เขากลายเป็นผู้ชายขายตัวไปแล้วในราคาคืนละห้าพันดอลลาร์สหรัฐคืนเงินไม่ได้เสียด้วยเพราะไม่รู้จะตามหาหญิงสาวได้ยังไงเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย นอกจากชื่อ ‘แธม’ และชื่อที่สะกดด้วยภาษาอังกฤษ ‘Tararin Kulwong’

“มีเพื่อนคนไทยบ้างไหมซาร่า”เขาเอ่ยถามพี่สะใภ้หลังจากหมดหวังอยู่นาน

“กินพายข้าวโพดที่ฉันทำก่อนแล้วจะบอก”ซาร่าต่อรองอย่างไม่ทุกข์ร้อนด้วยเธอพึงพอใจเสียด้วยซ้ำที่ได้เห็นชายหนุ่มมีท่าทีจนตรอกแบบนี้ผู้ชายอย่างฌอนแทบไม่เคยผิดหวังกับอะไรในชีวิต เขาต้องเรียนรู้มันบ้างจะได้มีภูมิคุ้มกันหัวใจ

ฌอนมองพี่สะใภ้อย่างเหลือเชื่อ“นี่พูดเล่นใช่มั้ย?”

หญิงสาวส่ายหน้าจนผมสีบลอนด์ประบ่าแกว่งไปมา“กินๆ เข้าไปเถอะน่า อย่าพูดมาก”

ชายหนุ่มถอนใจพลางโคลงศีรษะอ่อนระอา“ชิ้นเดียวนะ”

แล้วเขาก็ต้องยัดพายข้าวโพดเข้าปากจนได้รสชาติไม่ได้แย่ ออกจะถูกปากด้วยซ้ำแต่ฌอนไม่อยู่ในอารมณ์อยากดื่มด่ำกับรสชาติอาหารจึงไม่ยอมเอ่ยปากชม

“กินแล้วทีนี้ก็บอกมา”

ซาร่าถอนใจพลางชักหน้าบึ้ง“ชมซักคำก็ไม่มี ความใจดีหายไปไหนหมดเนี่ย”

“ผมไม่อยู่ในอารมณ์นั้นนะซาร่าผมต้องการคำตอบ เดี๋ยวนี้”

“ก็ได้ฉันไม่มีเพื่อนคนไทย” หญิงสาวตอบหน้าตาเฉย

ฌอนสูดลมหายใจลึกก่อนระบายออกเชื่องช้าอย่างใช้ความอดทน

“ถ้าอยากมีเพื่อนเป็นคนไทยฉันแนะนำว่าควรไปเรียนภาษาไทยนะ น่าจะพอหาได้ อย่างน้อยก็ครูที่สอนละคนหนึ่ง”

“ขอบคุณมากงั้นผมกลับละ ฝากสวัสดีจอห์นกับหลานๆ ด้วย”

“นี่มาเพราะเรื่องนี้เท่านั้นเหรอฌอนไม่อยู่กินมื้อเย็นด้วยกันก่อนล่ะ อีกเดี๋ยวจอนห์นก็กลับมาแล้ว”

ซาร่าทักท้วงทันก่อนที่ชายหนุ่มจะหมุนตัวจากไป

“โทษทีซาร่าผมมีงานใหม่เข้ามา ต้องรีบสะสาง”

ฌอนหาข้ออ้างปฏิเสธแต่ไม่ทันจะเดินพ้นประตูบ้านจอห์นกับสองสาวฝาแฝดก็กำลังก้าวลงจากรถพอดี

“อ้าวฌอนไม่เห็นบอกว่าจะมา” จอห์นตะโกนทักน้องชาย

“อาฌอนสวัสดีค่ะ”ซอนย่ากับเซลด้าวิ่งเข้ามาเกาะแขนคุณอาหนุ่มอย่างคุ้นเคย

ฌอนถอนใจเบาๆแล้วสีหน้าก็กระจ่างด้วยรอยยิ้ม ก้มลงจูบแก้มเด็กหญิงวัยย่างสี่ขวบคู่นี้คนละสองทีอย่างมันเขี้ยว“สวัสดีค่ะสาวน้อยของอา เรียนว่ายน้ำวันนี้เป็นไงมั่ง”

“ซอนย่าแกล้งวิดน้ำใส่หน้าหนูค่ะอาฌอนกลืนน้ำไปหลายอึกเลย” เซลด้าฟ้องก่อน

“ไม่จริงนะคะเซลด้าเริ่มก่อนต่างหาก”

“แน่จริงก็บอกอาฌอนสิว่ามันเริ่มยังไง”เซลด้าท้าอย่างไม่กลัว

ซอนย่ากัดริมฝีปากแก้มแดงเรื่อ เอื้อมมือไปหยิกแขนน้องสาวอย่างโมโห เซลด้าก็หยิกกลับเด็กสองคนเริ่มดึงทึ้งผมของอีกฝ่ายจนฌอนต้องจับแยก

“เฮ้ๆสาวน้อย ทำแบบนี้ไม่ได้นะ เราไม่แก้ปัญหาด้วยกำลัง อย่าลืมสิ”

ฌอนมองพี่ชายคล้ายจะถามว่านี่มันเรื่องอะไรกันจอห์นยักไหล่

“เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่สระแล้ว”

“ตกลงมันเรื่องอะไรล่ะ?”

“นายก็รู้ว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์มีหนุ่มน้อยคนนึงเอากุหลาบแดงมาให้ สองสาวเลยทะเลาะกันว่าเขามอบให้ตัวเองนายต้องเข้าใจนะ ก็หน้าตาเหมือนกันซะขนาดนี้แถมเจ้าหนุ่มน้อยแก่แดดนั่นยังตอบไม่ได้ด้วยว่าจะให้ซอนย่าหรือเซลด้ากันแน่”

จอห์นว่ายิ้มๆเห็นเป็นเรื่องขบขันมากกว่า ขณะที่น้องชายกำลังทึ่ง

เด็กสามสี่ขวบนี่รู้จักวันวาเลนไทน์ด้วยแฮะ!

แล้วพี่ชายก็อุ้มหนึ่งในสองแฝดเข้าบ้านไปก่อนแต่ไม่ลืมหันมาบอกน้องชายว่า “นายมาก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องอยากคุยอยู่กินมื้อเย็นด้วยกันก่อน ไม่ว่าติดอะไร ยกเลิกไปซะ นี่เรื่องสำคัญมาก”

ไม่บ่อยนักที่พี่ชายจะรั้งเขาไว้ด้วยหัวข้อ‘เรื่องสำคัญ’ ฌอนจำต้องอยู่ต่อข้ออ้างเรื่องงานเป็นอันตกไป

ดูเหมือนซาร่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าน้องสามีจะอยู่กินมื้อเย็นด้วยเธอจึงจัดอาหารไว้สำหรับผู้ใหญ่สามและเด็กอีกสองคนได้อย่างลงตัวหญิงสาวจัดการให้ลูกๆ กินอาหารแล้วพาเข้านอนในระหว่างที่สามีคุยกับน้องชายตรงระเบียงบ้าน

ฌอนรู้สึกจริงจังว่าซาร่าจงใจปลีกตัวให้เขากับพี่ชายได้คุยกันสองคน“พี่มีเรื่องอะไรกันแน่จอห์น ทำไมคุยระหว่างมื้อเย็นไม่ได้”

จอห์นจิบเครื่องดื่มในมือให้ลำคอชุ่มก่อนถอนใจยาวแล้วค่อยเริ่ม “นายได้คุยกับพ่อบ้างไหมช่วงนี้”

ชายหนุ่มเริ่มสังหรณ์ใจว่าเป็นเรื่องไม่ดี“ไม่ โทรไปทีไรแม่ก็รับสาย พ่อมีเรื่องอะไรจอห์น ทำไมแม่ไม่บอกอะไรผมเลย”

คนเป็นพี่ถอนใจอีกรอบเหม่อมองขึ้นไปบนท้องผ้าสีนิลกาฬที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา“พ่อจะขายบ้านแล้วออกเดินทางรอบโลก”

“นึกว่าเรื่องอะไรพ่อเกษียณมาหลายปีแล้วนะจอห์น แล้วพ่อก็เป็นผู้ใหญ่พอที่จะตัดสินใจเรื่องนี้เอง”

ข่าวนี้ไม่ทำให้ฌอนแปลกใจพ่อเคยพูดบ่อยๆ ว่าอยากเดินทางรอบโลกสักครั้งก่อนตาย หากพ่อต้องการมันจริงๆเขาก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว

“มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ”

“แม่ไม่เอาด้วยเหรอ?”ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ปกติแล้วพ่อว่ายังไงแม่ก็ว่าตามกัน ทั้งคู่อาจมีความเห็นไม่ลงรอยกันบ้างแต่สุดท้ายพวกท่านจะตกลงกันได้ในที่สุดชีวิตคู่ถึงได้ยืนยาวจนแก่เฒ่าแบบนี้อย่างไรเล่า

จอห์นส่ายหน้า“ก็ไม่เชิง แม่ไม่เคยขัดพ่อได้นาน นายก็รู้ แต่เรื่องนี้...”

ฌอนรอคอยอย่างใจเย็นรู้สึกว่าต้องมีเหตุผลสำคัญบางอย่างที่ทำให้พี่ชายพูดได้ไม่ตรงประเด็นเสียทีเขาจึงไม่อยากเร่งเร้า

“พ่อเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายแล้วฌอนพ่อไม่ควรเดินทางตอนนี้”

คำตอบนั้นทำให้ฌอนเงียบงันไปนานไม่คิดฝันว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ในครอบตัวตน แน่นอนว่าเขารู้ทุกคนเกิดมาย่อมหนีไม่พ้นความตาย แต่มะเร็งตับระยะสุดท้ายไม่เคยมีอยู่ในความคิดเขามาก่อน

“รู้ได้ยังไงเมื่อไหร่กัน” เนิ่นนานกว่าชายหนุ่มจะเอ่ยคำถามออกมาได้

“ตอนนายไปญี่ปุ่นพ่อคันตามตัวไม่หายเลยไปหาหมอ”

ริมฝีปากหยักลึกขบกันแน่นขึ้นชื่อว่ามะเร็ง แค่เริ่มเป็นก็ใจหาย มะเร็งระยะสุดท้ายไม่มีทางรอดยิ่งมะเร็งตับเป็นโรคที่พัฒนาไปเร็วมาก

จอห์นเอื้อมมือบีบไหล่น้องชายอย่างให้กำลังใจ“ไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอกฌอน พ่อไม่พบสัญญาณเตือน ไม่มีใครดูออก แม้แต่แม่ก็ไม่รู้เราทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใครทำได้”

“หมอว่ายังไงบ้าง”กว่าจะเค้นถามได้แต่ละคำช่างยากเย็น

ฌอนเข้าใจดีว่าทำไมแม่ถึงไม่ยอมบอกตรงๆและทำไมพ่อไม่ยอมพูดสายกับเขาเอง ทุกคนในครอบครัวรู้ว่าเขาสนิทกับพ่อมากที่สุดทั้งคู่เหมือนกันมากทั้งนิสัยใจคอและรูปร่างหน้าตาฌอนถอดแบบมาจากพ่อแทบทุกกระเบียดนิ้ว แม้ไม่ได้พูดคุยกันทุกวันอยู่ห่างกันหลายไมล์ แต่สายใยพ่อลูกยังเหนียวแน่นคงเดิม

“สามเดือนอย่างมากก็หก โรคนี้มัน...ชั่วร้ายมักพรากคนที่เรารักไปเร็วมากจนเราตั้งตัวไม่ทัน”

สองพี่น้องเงียบงันอยู่ในภวังค์ของตัวเองหลายอึดใจก่อนที่จอห์นจะทำลายความวังเวงนี้ลง

“ฉันคุยกับแม่แล้วเราปรึกษากัน อยากให้นายเกลี้ยกล่อมพ่อ อย่าให้ท่านเดินทางตอนนี้เลย อย่าโกรธแม่นะแม่ลำบากใจที่ต้องบอกนาย เราทุกคนรู้ดี มีแต่นายที่เปลี่ยนใจพ่อได้”

“หมอยืนยันแล้วใช่ไหมว่าสามถึงหกเดือนไม่ได้แนะนำให้พ่อไปหาหมอเฉพาะทางคนอื่นนะ ผมหมายถึง...พี่ก็รู้”ฌอนไม่อยากเอ่ยคำว่า ‘หมดหวัง’ ออกมาแต่จอห์นคงเข้าใจ

พี่ชายพยักหน้า“เราคุยกับหมอแล้ว นายก็รู้ว่าฉันกับแม่ต้องทำทุกวิถีทางแล้วก่อนมาขอให้นายช่วยเกลี้ยกล่อมพ่อ เรา...ไม่มีหวังเลย”

“งั้นผมก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะห้ามพ่อ”

น้องชายว่าเล่นเอาคนเป็นพี่อึ้งไปอึดใจใหญ่

“นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่พ่ออยากทำ”

“ฉันเข้าใจประเด็นของนายนะแต่พ่อไม่...” จอห์นแบมือ ไม่พูดต่อ รู้ว่าน้องจะเข้าใจที่เขาอยากสื่อ

“ผมรู้ร่างกายพ่อไม่พร้อมสำหรับการเดินทาง และแม่คนเดียวก็รับมือกับเรื่องนี้ไม่ไหวไม่เป็นไรจอห์น ผมจะไปด้วย นี่อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำเพื่อพ่อได้”

“นั่นคงมีความหมายกับพ่อมากฌอนฉันไม่รู้จะพูดยังไง เราทุกคนเป็นหนี้นาย”จอห์นโอบไหล่น้องชายเข้ามากอดแน่นและตบบ่าแข็งแกร่งของฌอนสองสามครั้งเป็นวิธีขอบคุณที่เขารู้ว่าน้องชายต้องเข้าใจ

เมื่อผละออกจากอ้อมกอดพี่ชายและสบตากันก็เห็นว่าจอห์นกำลังน้ำตาซึมฌอนยิ้ม ทั้งขันและเอ็นดูพี่ชาย “อย่าห่วงไปเลยน่า พี่ก็รู้นี่ว่าต่อให้ผมหยุดงานซักสองสามปีก็ไม่มีทางอดตายหรอกตราบใดที่พี่ยังจ่ายเงินเดือนให้ผมเท่าเดิม นี่เป็นวิธีที่พี่จะชดใช้ผมได้รู้ใช่ไหมว่าผมต้องการโบนัสก้อนโตตอนสิ้นปีด้วย”

จอห์นหัวเราะเบาๆรู้สึกโล่งใจขึ้นมากที่น้องชายได้ฟังข่าวร้ายแล้วยังเหลืออารมณ์ขันเขารู้ว่าพ่อต้องการแบบนี้และคงไม่อาจยอมให้ความปรารถนาสุดท้ายของพ่อสมหวังหากฌอนไม่ไปด้วย ตัวเขาเองก็ไม่สามารถจากไปไหนนานๆได้เพราะต้องดูแลกิจการของครอบครัวไหนจะลูกที่ยังเล็กและเมียที่กำลังตั้งท้องอ่อนๆ อยู่ตอนนี้อีก

“อยากฟังข่าวดีบ้างไหม”พี่ชายเปลี่ยนเรื่อง

ฌอนมองหน้าคนเป็นพี่อย่างใคร่รู้

“ซาร่ากำลังท้องท้องเองตามธรรมชาติ นายว่าแปลกไหมล่ะ ท้องแรกเราพยายามกันแทบตาย แต่จู่ๆซาร่าก็...” เขาถอนใจพร้อมรอยยิ้มอ่อนบาง

“ผมดีใจกับพี่จริงๆจอห์น”

จอห์นสวมกอดน้องชายอีกครั้งอย่างรักใคร่“ฉันก็ดีใจและขอบใจนายมากจริงๆ”

“ผมจะไปดีซีไฟลต์แรกของพรุ่งนี้เลยต้องวางแผนการเดินทางให้ดี พี่โทรบอกแม่ให้หน่อยนะ ผมโทรไปเองแม่ต้องร้องไห้หนักแน่”

“ได้ฉันจะให้เลขาจัดการเรื่องตั๋วให้ด้วย พรุ่งนี้นายไปรอที่สนามบินได้เลย”



ฌอนแวะแสดงความยินดีกับพี่สะใภ้และบอกลาสำหรับการเดินทางครั้งใหม่

“ขอบคุณมากนะฌอนพี่คุณคิดหนักมากทีเดียวกับเรื่องนี้ เขาพยายามแล้วทุกทางก่อนจะบอกคุณฉัน...ฉันเสียใจด้วยจริงๆ เรื่องพ่อคุณ” ซาร่าสวมกอดชายหนุ่มอย่างสนิทใจ

เขาพยักหน้ารับ“ผมรู้ ขอบคุณมากซาร่า ฝากดูแลพี่ผมด้วยนะ”

หญิงสาวถอนใจยาวและมองเขาอย่างลังเลจนชายหนุ่มรู้สึกได้

“มีอะไร?”

“เอ่อ...เรื่องผู้หญิงคนนั้นน่ะคุณ...”

เธอไม่พูดต่อแต่ฌอนก็เข้าใจ

“ผมไม่มีทางเลือกแต่ผมจะหาทาง เชื่อสิ ผมไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอก นั่นไม่ใช่ผม คุณก็รู้นี่”

ซาร่ายิ้มให้เขา“นั่นแหละฌอนที่ฉันรู้จัก”




เช้าวันรุ่งขึ้นฌอนเดินทางไปวอชิงตันดีซีเมืองที่พ่อกับแม่ของเขาอาศัยอยู่ในปัจจุบัน พ่อว่าอยู่ใกล้ประธานาธิบดีแล้วอุ่นใจนั่นเขารู้ว่าพ่อล้อเล่น เหตุที่พ่อกับแม่ต้องย้ายมาอยู่เมืองนี้ก็เพราะแม่เป็นอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ซึ่งอยู่ในวอชิงตันดีซีนั่นเอง ตามกำหนดแล้วแม่จะเกษียณปีนี้ แต่เขาคิดว่าท่านคงยินดีลาออกและพร้อมเดินทางไปกับพ่ออย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเขาไปถึงหน้าประตูบ้านแม่ก็รออยู่แล้วด้วยอาการน้ำตาปริ่มชายหนุ่มส่งยิ้มให้ท่านและเป็นฝ่ายอ้าแขนรับร่างระหงแสนอบอุ่นนั้นเข้ามากอดปลอบเสียเอง

“จอห์นบอกแม่แล้วแม่...ไม่รู้จะพูดยังไงดีฌอน พ่อคงซาบซึ้งมาก แม่...” แคโรไลน์ไม่อาจพูดอะไรต่อได้อีกก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่ลำคอ

“ผมรู้ครับแม่แม่ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น อย่าร้องไห้นะครับ พ่อคงรู้สึกแย่ที่เห็นแม่เป็นทุกข์”

“แม่รู้”ผู้เป็นแม่พยายามจะพูดอะไรมากกว่านั้น แต่ที่สุดก็ยอมแพ้ ตั้งสติและบอกเบาๆ ว่า“พ่ออยู่ในห้องหนังสือแน่ะ เขารอลูกอยู่ ถึงพ่อไม่พูดแต่แม่ก็รู้ ไปหาพ่อซะสิ”

ชายหนุ่มพยักหน้าและหิ้วกระเป๋าเดินทางไปที่ห้องหนังสือประตูไม่ได้ปิดแต่เขาก็เคาะเบาๆ ให้สัญญาณ

รอนเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือพอเห็นลูกชายคนเล็กก็ยิ้มกว้าง แต่แววตาเคลือบรอยกังวลอย่างปิดไม่มิด

“ฌอน...ไม่เห็นมีใครบอกพ่อว่าลูกจะมา”

เขาวางกระเป๋าลงข้างประตู“หวัดดีครับพ่อ นี่เป็นเซอร์ไพรส์ และนี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นผมยังมีเรื่องให้พ่อแปลกใจอีกมาก”

ลูกชายว่ายิ้มๆพร้อมเดินเข้าไปสวมกอดบิดาอย่างแนบแน่น ซบหน้าลงกับไหล่กว้างพลางกลั้นน้ำตาไว้สุดกำลัง




Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2560 8:57:05 น. 1 comments
Counter : 310 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
พ่อจะบังเอิญอยากมาเที่ยวไทยไหมหน่า...


โดย: sakeena IP: 49.228.197.77 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:05:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ระตา
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




รู้สึกอยู่เสมอว่าการได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้คือความมหัศจรรย์...และการอ่านออกเขียนได้คือรางวัลของชีวิต...
Friends' blogs
[Add ระตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.