Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
ตอนที่ ๑ เด็กดีของแม่



“ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ”ธารทองเค้นเสียงจากลำคออย่างยากเย็น อกเธอจวนระเบิดอยู่รอมร่อ เข้าสู่วันที่ห้าแล้วนับแต่ลูกสาวคนเดียวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือเบาะแสไว้เพียงกระดาษโน้ตแผ่นเดียวบนผ้าปูเตียงเรียบกริบชนิดที่โรงแรมห้าดาวยังต้องยกนิ้วให้กับข้อความสั้นๆ ที่บีบคั้นจิตใจเธอเหลือแสน

‘คุณแม่คะแธมขอเวลาอยู่กับตัวเองซักพักนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ แธมจะกลับมาเอง’

ห้าวันที่ธารารินหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ธารทองแทบจะบ้าตาย เพราะลูกสาวคนเดียวของเธอเป็นเด็กดี ไม่เคยเกเรเหลวไหลแบบนี้มาก่อน

“งั้นเราไปแจ้งความดีไหมคะคุณนี่ก็หลายวันแล้ว” บุษบา พี่เลี้ยงของธารารินเสนอแนะติดประชดเนียนๆ ไป

หล่อนเองก็ไม่รู้ว่าธารารินหายไปไหนไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า นอกจากอาการปวดหัวเรื้อรังของหญิงสาวที่กำเริบขึ้น ทำให้ธารทองที่เป็นทั้งมารดาและผู้จัดการส่วนตัวของลูกต้องแคนเซิลงานที่รับเอาไว้และได้อนุมัติวันพักผ่อนให้ธารารินสามวันอย่างใจป้ำ

แต่ใครจะนึกว่าได้วันพักปุ๊บธารารินก็หายตัวไปปั๊บ หายไปอย่างไร้ร่องรอยข้ามวันข้ามคืนแถมยังปิดโทรศัพท์หนีอีกด้วย นี่ไม่ใช่แค่ ‘เกเร’ ธรรมดา ต้องเรียกว่าธาราริน ‘ก่อกบฏ’ เลยด้วยซ้ำ

บุษบาช่วยธารทองดูแลธารารินมาตั้งแต่อายุสามขวบรู้เห็นแทบทุกสิ่งในชีวิตของเด็กน้อยจนกระทั่งเติบใหญ่เป็นหญิงสาวที่งามพร้อมธารทองนั้นเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวคุณผู้ชายซึ่งรับราชการทหารในขณะเสียชีวิตได้ทิ้งสมบัติไว้ให้ลูกเมียพอควร แม้ยศไม่สูงนักเพราะเสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่มแน่นแต่พื้นเพครอบครัวคุณผู้ชายรับราชการมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดจึงพอมีสมบัติพัสถานจากคนรุ่นก่อนตกทอดมาถึงลูกเมียเขาทว่าคุณนายไม่เคยทำงาน นอกจากดูแลสามีและควบคุมคนรับใช้ดูแลบ้าน พอสามีจากไปจึงอยู่บ้านเลี้ยงลูกไปวันๆสมบัติที่มีจึงนับวันยิ่งร่อยหรอ แต่โชคยังดีที่ธารทองค้นพบทางออกในที่สุด

ธารทองพาลูกเข้าวงการบันเทิงตอนสี่ขวบด้วยผลงานโฆษณาผงซักฟอกสำหรับเด็กยี่ห้อหนึ่งเหตุเพราะเด็กหญิงมีหน้าตาน่ารัก เพราะปู่ย่าตายายมีหลายเชื้อชาติผสมผสานกันมาทั้งไทย จีน มอญ และแขกขาว ใครเห็นก็มักจะคิดว่าเป็นลูกครึ่งฝรั่งไทย ทำให้ธารทองคิดได้ว่าถ้าลูกเป็นดาราก็จะหาเงินได้เยอะกว่าอาชีพอื่นดวงของธารารินคงมาทางนี้ด้วย เพราะหลังงานชิ้นแรกก็มีงานโฆษณาอื่นเข้ามาเรื่อยๆจนอายุหกขวบมีผู้จัดละครฉกตัวไปเป็นดาราเด็ก มีงานละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง

เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นธารารินก็ได้รับโอกาสเล่นเป็นนางเอกมิวสิกวีดีโอของนักร้องดังเนื่องจากธารารินมีใบหน้าที่สวยเด่นและเปล่งประกายจับตากอปรกับรูปร่างสะโอดสะองสมส่วนทำให้ดูเหมือนโตเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว อีกทั้งหญิงสาวเข้าสู่วงการแสดงก่อนที่สีผิวขาวโอโม่แบบไอดอลเกาหลีจะเป็นที่นิยมในปัจจุบันผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดของเธอจึงไม่เป็นอุปสรรคกับงาน จากเพลงแรกก็เริ่มมีงานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสมัยนั้นเรียกได้ว่าธารารินคือเจ้าแม่เอ็มวีตัวจริง

จากเจ้าแม่เอ็มวีธารารินก็ก้าวเข้าสู่การเป็นนางเอกดาวรุ่งด้วยภาพลักษณ์นางเอกที่เรียบร้อย ประพฤติตัวดี ไม่มีข่าวฉาว และการแสดงที่สมบทบาท ปัจจุบันหญิงสาวจึงยังเป็นนางเอกแม่เหล็กที่ขายดีกระแสไม่มีตก แม้จะมีนางเอกรุ่นใหม่เกิดขึ้นอีกมากมาย แต่ชื่อ ‘ธาราริน กุลวงศ์’ ก็ยังจัดอยู่ในทำเนียบนางเอกตัวแม่ของวงการยิ่งไปกว่านั้นธารารินยังเคยได้รับรางวัลลูกกตัญญูแห่งปีและส่งผลให้ธารทองได้รับรางวัลแม่ดีเด่นในปีถัดมาอีกด้วย

เส้นทางชีวิตของธารารินได้ถูกผู้เป็นแม่ขีดเขียนไว้ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันและน่าจะรวมถึงอนาคตที่เหลือของหญิงสาวด้วย

“นี่เธอจะบ้าเหรอบุษบาลูกสาวฉันเป็นใคร นางเอกดีเด่นเชียวนะเกิดใครรู้เข้าว่ายายแธมหายตัวไปข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ ลูกสาวฉันก็ป่นปี้หมดน่ะสิพูดอะไรไม่คิด” ธารทองตวาดพี่เลี้ยงของลูกสาว ค่าที่แนะนำอะไรอย่างคนไร้หัวคิด

“ขอโทษค่ะคุณก็บุษเป็นห่วงคุณแธมนี่คะ” บุษบาหน้าเจื่อนลง ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับคุณนายอย่างโจ่งแจ้งเพราะรู้ฤทธิ์ฝีปากกันดีขืนพูดให้ขัดเคืองใจเข้า มีหวังต้องฟังธารทองเฉ่งจนกว่าหัวจะถึงหมอน

“พูดแบบนี้เธอหาว่าฉันไม่ห่วงลูกงั้นรึบุษบาเธอก็เห็นข้อความที่ยายแธมทิ้งไว้นี่ แล้วเธอยังกล้าพูดกับฉันถึงขนาดนี้เชียวหรือ อยากถูกหักเงินเดือนใช่ไหมฉันเป็นเจ้านายเธอนะ ไม่ใช่เพื่อนเล่น ฉันละแปลกใจตัวเองจริงๆที่ไม่ไล่เธอออกไปซะตั้งนานแล้ว”

แต่บุษบาไม่แปลกใจเธอรู้ดีว่าเหตุใดจึงอยู่รับใช้ธารทองมายาวนานขนาดนี้หนึ่งเพราะธารทองจ้างใครก็อยู่ไม่ทน เจ้าตัวเองก็พอจะรู้ข้อนี้ดีจึงไม่ยอมไล่บุษบาออกสักทีเอาแต่ขู่จะหักเงินเดือนอยู่นั่น สองเพราะบุษบาเป็นห่วงธารารินเด็กสาวแสนสวยแต่ชีวิตช่างอาภัพนัก พ่อก็ไม่มี มีแม่ก็คุ้มดีคุ้มร้าย เจ้าอารมณ์เอาแต่ใจ แถมยังเป็นจอมบงการที่เลือดเย็นสุดๆ ในสายตาเธออีกด้วย

ธารารินออกจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่งสอนของมารดา บอกให้ทำอะไรก็ทำตามอย่างว่าง่าย ไม่เคยงอแงไม่เคยร้องขอตุ๊กตาหรือของเล่นอย่างเด็กในวัยเดียวกัน เป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายจนน่าทึ่งใครมีลูกเป็นเด็กดีขนาดนี้คงปลื้มตาย แต่คุณนายธารทองไม่เคยพอใจกับอะไรง่ายๆเอาแต่สร้างกฎเกณฑ์และข้อบังคับมากมายมาตีกรอบลูกสาว

เด็กหญิงไม่เคยมีวันหยุดเหมือนเด็กคนอื่นนอกเวลาเรียนคือเวลางาน ที่เหลือจากนั้นถึงจะเป็นเวลาพักผ่อน ธารารินไม่เคยมีเพื่อนเล่นในวัยเดียวกันมีแต่พี่เลี้ยงที่อยู่ด้วยเกือบตลอดเวลา ซึ่งถ้าไม่รักกันจริงก็คงจะลาออกไปนานแล้ว

ก่อนหน้าจะมาอยู่กับธารทองบุษบาเป็นพี่เลี้ยงเด็กมาสามคน แต่ไม่เคยเจอเด็กคนไหนจะเรียบร้อย น่ารักและเชื่อฟังผู้ใหญ่ทุกคำอย่างธารารินมาก่อน ครั้งหนึ่งที่เธอทนคุณนายไม่ไหวเก็บข้าวของยัดลงกระเป๋า หมายจะหนีไปให้พ้นจากความจู้จี้จุกจิกน่ารำคาญใจเกินระดับที่คนทั่วไปจะรับไหวแต่พอเห็นธารารินในวัยเจ็ดขวบยืนเกาะประตูมองตรงมาด้วยสายตาละห้อยพร้อมคำถามไร้เดียงสา

‘พี่บุษจะไปจริงๆเหรอคะ’

เท่านั้นน้ำตาก็ไหลพรากด้วยตระหนักดีกว่าเธอคือเพื่อนคนเดียวของเด็กน้อย ลุกไปคว้าเอาตัวธารารินมากอดและร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เป็นนานสุดท้ายก็ตัดใจทิ้งไปไม่ลง เลยต้องอยู่ดูแลกันมาจนป่านนี้

น่าแปลกที่ตอนนั้นบุษบาไม่ได้สังเกตว่าตนร้องไห้ปานจะขาดใจแต่เด็กน้อยในอ้อมแขนกลับไม่มีน้ำตาสักหยดมีเพียงแววตาซึมเศร้าละห้อยหาคู่นั้นที่บอกให้รู้ว่าแกก็เสียใจไม่อยากให้เธอจากไปเช่นกัน

มานึกดูตอนนี้เพิ่งจะคิดได้อีกอย่าง...เธอไม่เคยเห็นธารารินร้องไห้เลยสักครั้งนอกจากในจอโทรทัศน์ที่หญิงสาวต้องเล่นไปตามบทบาทที่ได้รับทั้งที่ในชีวิตจริงดูจะรันทดหดหู่ยิ่งกว่านางเอกละครหลายๆ เรื่องเสียอีกแม้ธารารินจะไม่เคยบ่นหรือตัดพ้อมารดาให้เธอได้ยินสักครั้ง แต่ในรอยยิ้มอ่อนละมุนที่เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งความยินยอมในทุกเรื่องเธอกลับรู้สึกเศร้าสร้อยทุกครั้งยามต้องเห็น

“คุณหนูกลับมาแล้วครับคุณนาย”

เสียงร้องอย่างตื่นเต้นยินดีของลุงสมคิดดังเข้ามาก่อนตัวบุษบาหลุดจากภวังค์ หันไปเห็นลุงคนสวนซึ่งพ่วงหน้าที่คนขับรถเข้าไปด้วย หิ้วกระเป๋าเดินทางใบเขื่องของธารารินเข้าบ้านมาส่วนหญิงสาวเพิ่งจ่ายค่าโดยสารแท็กซี่เสร็จ

“คุณหนูกลับมาแล้วโถ...พี่บุษเป็นห่วงแทบแย่” พี่เลี้ยงวัยอ่อนกว่ามารดาของธารารินสองปีโผเข้ามากอดหญิงสาวด้วยความดีใจพร้อมอาการน้ำตารื้น

“แธมขอโทษนะคะที่ทำให้พี่บุษเป็นห่วง”หญิงสาวกอดตอบด้วยความรู้สึกเต็มตื้นและอบอุ่นใจทุกครั้งยามอยู่ในอ้อมแขนของพี่เลี้ยง

“แธม...ตามแม่ขึ้นมาบนห้อง”ธารทองยืนกอด สั่งด้วยสุ้มเสียงเรียบเย็นที่หน้าประตูบ้านก่อนจะเดินเชิดหน้าขึ้นชั้นบนไป

ตอนนี้นอกจากลุงสมคิดยังมีดาวที่เป็นคนทำความสะอาดบ้านกับป้าดวงแม่ครัวมารวมตัวกันอยู่ตอนได้ยินลุงสมคิดตะโกนว่าคุณหนูกลับมาแล้วแม้ไม่มีใครพูดออกมาตรงๆ แต่คนในบ้านล้วนเข้าใจว่าธารารินหายตัวไปเพราะหญิงสาวไม่อยู่บ้านทั้งที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ไปค้างอ้างแรมที่ไหนหากธารทองไม่ไปด้วยกอปรกับบรรยากาศเคร่งเครียด อึมครึม และสีหน้าผู้เป็นนายยามออกคำสั่ง

‘ถ้ามีใครถามให้บอกว่าคุณแธมไม่สบาย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล อะไรที่ไม่ได้สั่ง ห้ามพูดเด็ดขาดใครพูดมาก รู้นะว่าจะเป็นยังไง’

ด้วยธารารินเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงคุณนายจึงขู่ไว้ว่าเรื่องทุกอย่างในบ้านต้องเก็บเงียบ ห้ามแพร่งพรายไม่ว่าเรื่องดีหรือร้าย ใครทำตามนี้ไม่ได้จะถูกไล่ออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีใครอยากขัดใจคุณนายไม่ว่าเรื่องไหนธารทองอาจไม่รู้ตัว แต่เธอเป็นคนที่อยู่ด้วยยากเจ้าอารมณ์และฉุนเฉียวแม้กับเรื่องเล็กน้อย อย่างผ้าปูโต๊ะยาวไม่เสมอกันใครที่ปูโต๊ะในเช้าวันนั้นจะถูกอบรมอย่างหนักและสร้างบรรยากาศอึมครึมให้คนทั้งบ้านไปยันตะวันตกดิน

เหล่าคนรับใช้แอบไปซุบซิบกันอย่างเงียบที่สุดว่าบ้านหลังนี้อยู่ยากยิ่งกว่าอยู่ในค่ายกักกันแต่ที่ต้องทนเพราะอยู่กับคุณผู้ชายมานานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ อีกทั้งจะว่าไปแล้วแม้คุณนายจะเข้มงวดกับทุกคนและทุกอย่างชนิดที่ราวกับเอาไม้บรรทัดมาวางเทียบ แต่เรื่องการเลี้ยงคนคุณนายก็เต็มที่ เงินเดือนปรับขึ้นตามยุคสมัย มีโบนัสให้ทุกปี เจ็บไข้ได้ป่วยคุณนายรับผิดชอบหมดเรียกว่าเป็นนายที่คนรับใช้จะฝากผีฝากไข้ได้ในยามแก่ชราด้วยเหตุนี้เองทุกคนนอกจากกลัวเกรงธารทองแล้วก็ยังมีความเคารพอยู่ด้วย



เมื่อธารารินเดินเข้ามาในห้องนอนของมารดาก็เห็นธารทองนั่งอยู่บนเตียงน้ำตาริน ในมือมีผ้าเช็ดหน้าคอยซับหางตาเป็นระยะ

“แธมทำกับแม่แบบนี้ได้ยังไงรู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงใจจะขาด แม่ทำอะไรผิด ทำไมแธมต้องทำกับแม่ถึงขนาดนี้” ผู้เป็นแม่ตัดพ้อลูกสาวเคล้าเสียงสะอื้นอารมณ์ทั้งดีใจเสียใจปนเปกันไปหมด

หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนพื้นแล้วก้มลงกราบแทบเท้ามารดาอย่างสำนึกในความผิด“แธมกราบขอโทษคุณแม่ค่ะที่ทำตัวเหลวไหล และทำให้คุณแม่ทุกข์ใจถึงขนาดนี้ยกโทษให้แธมด้วยนะคะ”

ธารทองร้องไห้โฮทรุดตัวลงมานั่งข้างลูกสาวและโอบกอดลูกไว้ในอ้อมแขนอย่างห่วงแหนดั่งกับหญิงสาวคือสมบัติแสนรักชิ้นเดียวบนโลกนี้“อย่าทำกับแม่แบบนี้อีกนะลูก แม่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแธม แธมก็รู้ว่าแม่อยู่ไม่ได้แธมเป็นทุกอย่างของแม่ คือชีวิตคือลมหายใจ แม่คงตรอมใจตายถ้าไม่มีแธม”

ไม่มีคำถามไม่ต้องการเหตุผล ตลอดมาธารทองคิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้ธารารินไม่มีทางขัดคำสั่งเธอ ไม่มีทางทำอะไรที่เธอไม่รับรู้ ไม่เคยสักครั้งที่จะรู้สึกว่าลูกสาวหลุดลอยจากมือจนกระทั่งวันที่ธารารินหายตัวไป เธอกลัวแทบตายว่าจะไม่ได้ลูกคืน จากนี้ไปเธอจะไม่ปล่อยให้ธารารินคลาดสายตาอีกเด็ดขาดที่สำคัญต้องทำให้หญิงสาวไม่กล้าที่จะทำแบบนี้อีก

“แธมขอโทษค่ะแธมจะไม่ทำแบบนี้อีก” หญิงสาวพึมพำอยู่กับอกมารดา รู้ดีว่าจากนี้ไปจะไม่มีโอกาสหายตัวได้เป็นครั้งที่สองแน่

“แม่ต้องลงโทษแธม”ธารทองคลายอ้อมแขน มองหน้าลูกผ่านม่านน้ำตาบางๆ

ธารารินพยักหน้ารับ“แธมทราบค่ะ แธมรู้ว่าแธมเกเร”

“ดีมากแม่ไม่อยากทำแบบนี้เลย แต่แธมเข้าใจใช่ไหมว่าเรามีกฎที่ต้องรักษาไม่งั้นเราจะมีกฎไว้ทำไม จริงไหม?”

“ค่ะ”หญิงสาวตอบรับโดยดีอย่างที่เคยทำมาตลอดทั้งชีวิต

“แม่จะเก็บเงินทั้งหมดของแธมไว้อยากได้อะไรก็บอกแม่ แต่แธมจะถอนเงินไปใช้เองตามใจอย่างคราวนี้ไม่ได้อีกแล้ว”

หลังได้อ่านข้อความที่ลูกสาวทิ้งไว้ธารทองพยายามติดต่อลูกและหาเบาะแสว่าหญิงสาวหายไปไหนเธอเช็กยอดเงินในบัญชีของธารารินซึ่งสามารถทำได้เพราะตอนเปิดบัญชีนั้นธารารินยังเด็กจึงเปิดในชื่อธารทองเพื่อลูกสาวโดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อธารารินบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายจึงจะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆด้วยตนเองได้ โดยธารทองยังสามารถตรวจสอบยอดเงินเข้าออกได้เสมอ

ก่อนนี้ธารทองไม่เคยคิดว่าธารารินจะก่อกบฏจึงไว้วางใจลูกมากพอที่จะให้หญิงสาวถอนเงินเองได้ซึ่งธารารินก็ไม่เคยถอนเงินไปใช้เองโดยที่เธอไม่รับรู้หญิงสาวบอกก่อนทุกครั้งว่าจะถอนเงินไปใช้อะไรและเท่าไหร่ซึ่งเมื่อตรวจสอบดูก็เป็นจำนวนเงินเท่ากับที่ธารารินแจ้งไว้เสมอไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าหญิงสาวจะแอบถอนเงินไปใช้เองเป็นหลักล้าน แม้อยากรู้ใจแทบขาดว่าธารารินเอาเงินไปทำอะไรแต่ธารทองก็สู้อุตส่าห์เก็บงำความอยากรู้เอาไว้สุดใจ ปล่อยให้ลูกเดาใจเธอไม่ออกดีกว่าให้ธารารินอ่านความคิดเธอได้ปรุโปร่งเพื่อมาต่อกรกับเธอในอนาคต

“แธมไม่โกรธแม่ใช่ไหมแม่ไม่มีทางเลือกเพราะแธมทำให้แม่ไม่วางใจก่อน แม่เสียลูกไปไม่ได้ เข้าใจแม่นะ”

ธารทองเกลี่ยไรผมข้างแก้มนวลของลูกสาวไปทัดหลังใบหูให้แล้วลูบแก้มธารารินอย่างแผ่วเบา

“แธมเข้าใจค่ะคุณแม่ทำถูกแล้ว”

ผู้เป็นแม่ยิ้มละมุน“ดีมากแธม เด็กดีของแม่ เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก แม่สัญญาจ้ะลูกรัก”



ธารารินกลับมาที่ห้องเมื่อได้รับอนุญาตจากมารดาบุษบารออยู่แล้วด้วยความร้อนใจ

“คุณหนู...คุณนายดุคุณหนูรึเปล่าคะ”พี่เลี้ยงสาวใหญ่รีบจับจูงมือธารารินมานั่งบนเตียงด้วยกันแววตาคู่นั้นห่วงใยลึกซึ้งจนคนถูกมองสัมผัสได้

“เปล่าค่ะพี่บุษแต่แธมสมควรโดนดุ” หญิงสาวส่งยิ้มละมุนให้พี่เลี้ยงคลายใจ

บุษบาถอนใจยาวโอบหญิงสาวเข้ามากอดอย่างรักใคร่ “กลับมาปลอดภัยก็ดีแล้วทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ พี่บุษเป็นห่วงเหลือเกิน ถ้าจะหนีเที่ยวอีกกระซิบบอกพี่บุษสักคำก็ยังดี”

ธารารินยิ้มบางๆ“แธมไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วค่ะพี่บุษ แธมสัญญา”




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2560 9:35:05 น. 0 comments
Counter : 395 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ระตา
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




รู้สึกอยู่เสมอว่าการได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้คือความมหัศจรรย์...และการอ่านออกเขียนได้คือรางวัลของชีวิต...
Friends' blogs
[Add ระตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.