Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
17 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
ตอนที่ ๑๒ ค่อยๆ ใกล้




ยศวินมองหนุ่มต่างชาติหน้าตาดีสลับกับธารารินแทนคำถามว่ารู้จักหรือไม่หญิงสาวจึงแนะนำให้เกษตรอำเภอหนุ่มรู้จักฌอนอย่างไม่มีทางเลือก

“ฌอนค่ะ” หญิงสาวพูดภาษาไทย เธอไม่รู้จะแนะนำเขาในฐานะอะไรจึงไม่ขยายความมากกว่านั้น

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อยศวินคุณมาจากไหน มาเที่ยวหรือมาธุระ หรือว่ามาทำงาน”เกษตรอำเภอหนุ่มแนะนำตัวเองกับฌอนด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันชัดแจ๋วและชวนคุยอย่างมีไมตรีพลางยื่นมือให้อีกฝ่ายสัมผัสตามธรรมเนียม

ฌอนยิ้มกริ่ม ดีใจที่ผู้ชายอีกคนพูดภาษาอังกฤษได้คล่องเขาจะได้สื่อสารกับอีกฝ่ายตรงๆ ไม่ต้องผ่านตัวกลาง ขณะที่ ‘ตัวกลาง’ ได้แต่หลับตา ครางในใจ

‘ซวยแล้ว...’

ธารารินคิดว่ายศวินคงพอสื่อสารกับชาวต่างชาติได้แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะคุยจ้อและคล่องภาษาอังกฤษขนาดนี้

ฌอนยื่นมือไปสัมผัสกับชายหนุ่มอีกคน “ผมมาจากอเมริกาครับมาตามหา...” เขาเหล่มองหญิงสาวเล็กน้อยแล้วอมยิ้ม “เนื้อคู่มั้ง ผมชอบผู้หญิงไทยอ่อนหวานและมีเสน่ห์ แล้วคุณเป็นคนรู้จักของแธมเหรอครับ”

หญิงสาวกัดริมฝีปาก แต่เธอไม่อยากเครียดเพราะกลัวจะมีผลกระทบต่อลูกในท้องจึงพยายามปล่อยวางอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คิดได้ดังนั้นจึงขอตัวไปดูอาหารว่าใกล้เสร็จหรือยังส่วนฌอนอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป สองหนุ่มจึงคุยกันต่อโดยมีบุษบานั่งฟังแต่ไม่เข้าใจสักคำ

“ผมเป็นเกษตรอำเภอครับคุณแธมมาปรึกษาเรื่องการทำเกษตรกรรม เราเลยรู้จักกัน”

ยศวินมัวแต่คิดว่าฌอนเป็นชาวต่างชาติ คงมาอยู่ที่เลยไม่นานอีกทั้งหญิงสาวก็เพิ่งหนีข่าวฉาวมาที่นี่ แถมยังท้องตั้งหกเจ็ดเดือนเข้าไปแล้วโดยปกติผู้ชายทั่วไปจะไม่จีบผู้หญิงท้อง เว้นแต่จะรู้ว่าเธอยังโสด และเขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะเล่าเรื่องส่วนตัวขนาดนี้ให้คนต่างชาติที่เพิ่งรู้จักกันฟังจึงไม่ทันฉุกใจคิดว่าหนุ่มอเมริกันหน้าตาดีผู้นี้จะกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเขาจนกระทั่งฌอนพูดต่อ

“อ้อ งั้นก็แปลว่าคุณรู้จักแธมทีหลังผม” คนพูดยิ้มทั้งปากทั้งตาบ่งบอกความพึงพอใจอย่างเปิดเผย

เกษตรอำเภอหนุ่มสะดุดหูกับคำพูดคล้ายจะเกทับนั้นเขามองอีกฝ่ายอย่างประเมิน ฌอนไม่ได้ปิดบังความรู้สึกที่มีต่อธาราริน อีกทั้งยังมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของที่อีกฝ่ายมีต่อหญิงสาวไม่ใช่ด้วยคำพูดหรือการกระทำ แต่เป็นบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้ ทว่ารู้สึกได้ชัดเจนและเมื่อมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นก็เหมือนจะได้ยินคำพูดของฌอนก้องดังออกมา

‘ถ้าอยากจีบแธม ต้องข้ามศพผมไปก่อน’

ตอนนี้เขาก็มีคู่แข่งแล้วสินะ...

ชายหนุ่มยังงุนงงเบาๆ แต่ก็รับคำท้าด้วยการตอบว่า“ก็อาจจะนะครับ แต่ผมกับคุณแธมมีเรื่องต้องพูดคุยปรึกษากันอีกเยอะ คุณอย่าแปลกใจก็แล้วกันถ้าเราสนิทสนมกันเร็วมาก”

ฌอนยิ้มกว้างจนเห็นรอยข้างตาแต่กลับยิ่งทำให้ใบหน้าเขาชวนมอง “คุณต้องแปลกใจมากกว่าที่ความสัมพันธ์คงไม่ได้คืบหน้าไปมากกว่านี้”

ธารารินกลับมาที่โต๊ะพอดีพร้อมถุงกับข้าวเต็มสองมือบุษบารีบลุกไปช่วยหิ้ว ตั้งใจจะถือเองทั้งหมดแต่หญิงสาวให้เพียงบางส่วนเท่านั้นเธอถือว่าตอนนี้ไม่มีคุณหนู ไม่มีพี่เลี้ยง มีแต่คนในครอบครัวเดียวกันเคยขอให้บุษบาเลิกเรียกตัวเองว่าคุณหนูด้วยซ้ำ แต่พี่เลี้ยงบอกว่ามันติดปากซะแล้วเปลี่ยนตอนนี้ไม่ทันจึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“แธมต้องขอตัวก่อนนะคะคุณยศ ป่านนี้น้าหง่ากับน้าจินคงหิวแย่แล้วถ้าไปช้ากลัวจะไม่ทันมื้อเที่ยงค่ะ”

“เอ่อ...เชิญครับ ผมก็ต้องกลับเข้าสำนักงานเหมือนกันช่วงบ่ายยังต้องออกพื้นที่อีก ไว้เจอกันคราวหน้านะครับแธม”เกษตรหนุ่มพูดกับหญิงสาวเป็นภาษาไทยภาษาที่รู้ว่าคู่แข่งไม่เข้าใจและมันก็ทำให้เขารู้สึกเหนือกว่าหนึ่งแต้มจากนั้นก็หันมาบอกลาฌอนเป็นภาษาอังกฤษ “ไว้เจอกับอีกนะฌอน”

“แน่นอน เราได้เจอกันแน่” ฌอนยิ้มเครียด ไม่ชอบเวลาที่ธารารินคุยกับยศวินเป็นภาษาไทยมันทำให้เขาเป็นคนนอก แต่เขารู้ว่าจะเอาคืนยังไง

ชายหนุ่มรวบถุงกับข้าวจากมือหญิงสาวมาถือไว้เอง“คุณกำลังท้อง ไม่ควรหิ้วของหนักนะแธม ให้ผมช่วยดีกว่า”

จากนั้นก็เดินไปรอที่รถแสดงให้เห็นว่ามาด้วยกันและจะกลับด้วยกัน

“นั่นคุณแธมมากับเขาเหรอครับ” ยศวินถามเพราะเห็นฌอนปลดล็อกประตูและขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยพร้อมถุงกับข้าวของธาราริน

“เขามากับเราค่ะ นั่นรถคุณหนูคุณหนูยังไม่ได้บอกคุณยศเหรอคะ ว่าพ่อฌอนอาศัยอยู่กับนายสง่ากับแม่จินดาที่นาคุณตา”บุษบาถามงงๆ เห็นคุยภาษาปะกิดกันตั้งนาน ไม่ได้บอกเรื่องนี้หรืออย่างไร

“ใช่ค่ะ อย่างที่พี่บุษว่างั้นแธมขอตัวเลยนะคะ สวัสดีค่ะ” ธารารินตัดบทและจูงมือพี่เลี้ยงเดินมาที่รถอย่างไว

“จะรีบเดินทำไมคะคุณหนูเดี๋ยวก็หกล้มหรอก” บุษบาเอ็ดเอา

“เดี๋ยวไปไม่ทันน้าหง่าน้าจินทานมื้อเที่ยงค่ะ”หญิงสาวว่าแบบนั้น

บุษบาบ่นต่ออีกหน่อยว่ารีบยังไงก็ต้องระวังตัวเองให้มากกว่านี้เกิดหกล้มไปจะได้ไม่คุ้มเสีย ธารารินไม่เถียง เรื่องเลยจบได้โดยเร็ว

“ทำไมไม่บอกว่าผมมีคู่แข่ง” ฌอนเอ่ยถามระหว่างทางกลับที่นา

“คู่แข่งอะไร?”ธารารินไม่ทันคิดว่าเขาหมายถึงยศวิน เพราะเธอเองยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกผู้ชายสนใจนอกจากผู้ชายที่นั่งหน้าตึงเบาๆ อยู่ข้างกันในรถตอนนี้

ที่เครียดๆ ก่อนหน้านี้เพราะยังไม่อยากรับมือกับประเด็น‘พ่อของลูก’จากคนใกล้ตัวอย่างบุษบาต่างหาก ขืนรู้ว่าฌอนเป็นพ่อเด็กพี่เลี้ยงของเธอคงสนับสนุนให้รีบยอมรับชายหนุ่มเข้ามาในชีวิตตามความคิดแบบคนหัวเก่าที่มองว่าครอบครัวควรประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก หากผู้ชายยอมรับเสียอย่าง ผู้หญิงก็ต้องรับความรับผิดชอบเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ใครครหานินทาได้ ไม่ว่าผู้ชายจะดีเลวอย่างไรก็ต้องอดทนกันไปจนถึงที่สุด...เพื่อลูก

แต่สำหรับเธอเธอไม่คิดว่าเด็กคนหนึ่งจะต้องการการเสียสละมากมายขนาดนั้นจากคนเป็นพ่อเป็นแม่ ขอแค่ความรักความเข้าใจ การสนับสนุนในบางเรื่อง อยู่เคียงข้างยามอ่อนแอ เป็นกำลังใจให้กันแม้ในวันที่ล้มเหลวผิดพลาดเพียงเท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว

“ก็คุณยศวินอะไรนั่นไง”

อันที่จริงฌอนออกเสียงยศวินไม่ชัดแต่คำว่า ‘วิน’ตัวหลัง กอปรกับบทสนทนาก่อนหน้าทำให้หญิงสาวพอจะเข้าใจว่าเขาเอ่ยถึงเกษตรอำเภอหนุ่ม

“ใครจะมาจีบคนท้องกัน นี่ประเทศไทยไม่ใช่อเมริกา เราไม่เปิดกว้างอย่างพวกคุณหรอก ฉันหมายถึงไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ถึงรับได้ก็ยังมีน้อย อีกอย่างการแต่งงานของคนไทยไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนแต่เป็นเรื่องของทุกคนในครอบครัว ถึงผู้ชายที่มาจีบฉันจะรับได้ แต่ครอบครัวเขาก็อาจรับไม่ได้ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเองหรอก”

ฌอนนิ่วหน้า ไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมที่พ่อแม่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกคู่ครองของลูกแต่เขาตอนนี้ติดใจเรื่องอื่นมากกว่า “แปลว่าหมอนั่นเป็นคนส่วนน้อยที่ยอมรับคุณได้สินะ”

ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวนิด ก็ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดแบบนี้ใบหน้าสวยหวาน เครื่องหน้าคมชัด ปากนิด จมูกหน่อยชวนให้มองเพลินอย่างนี้ ผู้ชายที่ไหนจะไม่สนเขาเองยังหักห้ามใจไม่ได้เมื่อเธอยื่นข้อเสนอสุดเหลือเชื่อนั่นมาให้แล้วดูผลของมันสิ วันนี้เขาก็ต้องมาจีบแม่ของลูกตัวเองยังไงล่ะ!

“ฉันไม่ทราบหรอกค่ะ เขาไม่เคยพูดอะไรทำนองนั้น”หญิงสาวตัดบทเพราะเห็นเป็นเรื่องไม่มีสาระคิดเพียงว่าเกษตรอำเภอคือที่พึ่งของเกษตรกรการที่เธอขอความช่วยเหลือจากเขาจึงไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรเธอก็ทำเหมือนที่ชาวบ้านคนอื่นเขาทำกัน และจะไม่เก็บมาคิดมากด้วย

หากผู้หญิงอื่นตอบแบบนี้ฌอนคงคิดว่าเธอจงใจตัดบทและปิดบังความจริง แต่เมื่อเป็นธาราริน มันต่างออกไปหญิงสาวไม่มีเหตุผลที่ต้องปิดบังเรื่องนี้กับเขาถ้าเธอสนใจยศวินก็คงบอกให้เขารู้ตรงๆ เพื่อที่เขาจะได้ตัดใจและถอยไปเร็วๆไม่มาตามตื๊อ เป็นอุปสรรคความรักของเธออยู่แบบนี้

แต่ก็ไม่แน่นัก เขาไม่มั่นใจซะแล้วว่ายังเป็นคนที่ตัวเองเคยเป็นคนที่จะยอมถอยอย่างลูกผู้ชาย หากรู้ว่าผู้หญิงไม่รักใคร่ชอบพอในตัวเขา ธารารินไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่นแต่เป็นแม่ของลูกเขา และเป็นผู้หญิงที่เขาอยากจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจเธอให้ได้

เขามองเธออีกครั้ง มองหน้าท้องนูนที่เป็นเสมือนสายใยเชื่อมโยงเขาไว้กับหญิงสาวความขุ่นเคืองค่อยๆ มลาย

ชายหนุ่มอมยิ้มสบายใจและอารมณ์ดีขึ้นทันตา ถึงกับผิวปากเป็นท่วงทำนองเพลงที่ชอบออกมาทำให้คนนั่งข้างกันต้องหันมองด้วยความสงสัย

เขายิ้มกว้างและเอ่ยว่า “ขอให้สองคนนั้นอย่าเพิ่งกินมื้อเที่ยงไปก่อนเลยไม่งั้นอาหารที่คุณซื้อมาคงกินกันไม่หมดแน่ ปลาเผาต้องกินตอนร้อนๆ ถึงจะอร่อยคุณว่าไหม”

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับงงๆแต่ก็ไม่ถามว่าทำไมเขาถึงอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เร็วจัง ให้เขาอารมณ์ดีก็ดีแล้วเธอจะได้ไม่ต้องเครียดไปด้วย

“คุยเรื่องอะไรกันคะคุณหนูขอพี่บุษรู้ด้วยคน” บุษบาที่นั่งเงียบๆ ในตอนหลังมาพักหนึ่ง ชะโงกหน้ามาถาม

ธารารินเล่าคร่าวๆ ว่าพูดถึงยศวิน โดยบิดเบือนความจริงไปเล็กน้อยว่า...ฌอนชมว่าเขาเป็นเกษตรอำเภอที่ดี

ตอนมาถึงที่นา นายสง่ากับจินดากำลังจะกินมื้อเที่ยงกันอาหารกลางวันของสองผัวเมียเป็นส้มตำทำเองกับลวกหอยขมที่นายสง่ากับลูกชายงมได้จากลำห้วยตั้งแต่เมื่อเย็นวาน

บุษบากุลีกุจอแบ่งปลาเผาใส่จานแปลใบใหญ่ที่เอามาจากห้องพักด้วยตั้งแต่ตอนเช้าเพราะรู้ว่าที่นี่ไม่ค่อยมีของใช้อะไรมากนัก ธารารินช่วยแกะส้มตำอีกสองถุงใส่จานเป็นตำไทยกับตำลาวอย่างละถุง เธอกับบุษบากินตำไทยรสไม่จัด ส่วนตำลาวรสเด็ดนั้นสำหรับสองสามีภรรยาขณะที่ฌอนกินได้แค่ปลาเผาจิ้มเกลือ

“ทานได้มั้ยคะ”ธารารินอดถามฝรั่งตัวโตที่นั่งข้างกันไม่ได้เธอบอกให้เขาแวะหาของกินที่ร้านสะดวกซื้อแล้ว แต่ฌอนยืนยันว่าจะกินเหมือนพวกเธอ

“ได้สิ อร่อยดีออก” ชายหนุ่มยิ้มแฉ่งปั้นข้าวเหนียวจิ้มเกลือบนเกล็ดปลาเผาแล้วจิ้มเอาเนื้อปลาติดไปด้วยก่อนส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ท่าทางเอร็ดอร่อยอย่างที่บอกจริงๆ

ฌอนรู้วิธีปั้นข้าวเหนียวกินกับอาหารตั้งแต่เมื่อคืนสามคนพ่อแม่ลูกพยายามช่วยกันสอนเขาโดยใช้ภาษามือและสาธิตวิธีกินให้ดู เพราะต้องเข้าใจภาษาอังกฤษเพียงบางคำที่เป็นคำศัพท์สั้นๆอย่างคำว่า กิน นอน นั่ง และพวกคำถามพื้นฐาน กับคำทักทาย เนื่องจากห่างตำรามานาน ไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาก็มักลืมอีกทั้งการเรียนการสอนในโรงเรียนชนบทก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเต็มที่นัก ทำให้เด็กชายไม่สามารถสื่อสารกับฌอนเป็นประโยคยาวๆได้

“ลองกินตำบักหุ่งบ่ แซบถึงใจแท้ๆ”นายสง่าชวนพลางเลื่อนจานส้มตำลาวรสเด็ดไปตรงหน้าชายหนุ่ม

ไม่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษฌอนก็เข้าใจคำชวนนั้น เขาพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นแม้จะได้กลิ่นกระเทียมกับปลาร้าลอยหึ่ง แต่ชายหนุ่มถือคติต้องลองทำดูก่อนถึงจะรู้ว่าตัวเองทำได้หรือไม่ได้ เรื่องกินก็เช่นกัน

“เผ็ดนะคะฌอน” ธารารินเตือน

“ไม่เป็นไร ผมอยากลอง” เขายืนยัน

เธอไม่ว่าอะไร แต่ก็มีน้ำใจหันไปคีบน้ำแข็งใส่แก้วและรินน้ำดื่มลงไปจนเกือบเต็มไว้รอท่า

ผลเป็นอย่างที่หญิงสาวคาดไว้ ทันทีที่เส้นมะละกอรสจัดจ้านสัมผัสลิ้นเขาแทบอยากคายออก แต่ก็ฝืนกลืนมันลงคอไปจนได้ แล้วใบหน้าที่ถูกบ่มด้วยไอแดดจนแดงเรื่อเนื่องจากเป็นคนที่เกิดและโตในเมืองหนาวก็ยิ่งแดงก่ำเข้าไปอีก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก แทบจะวิ่งไปกระโดดลงห้วยให้รู้แล้วรู้รอด

ธารารินรีบส่งน้ำเย็นให้เขาชายหนุ่มรับไปดื่มอึกๆ และขอเติมอีก ทุกคนในวงหัวเราะขำระคนสงสารฝรั่งไม่เคยกินเผ็ด

“อีกคำนะคะ ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง”

บุษบาแหย่เป็นภาษาไทย ฌอนไม่เข้าใจ ธารารินจึงแปลให้ฟัง

เมื่อรู้ความหมายชายหนุ่มก็หน้าจ๋อยลงเล็กน้อยอ้อมแอ้มบอกว่า “ลองอีกก็ได้ครับ แต่ขอเผ็ดน้อยกว่านี้หน่อย”

ธารารินส่งจานตำไทยให้เขา บอกว่า “จานนี้พริกสามเม็ดเผ็ดน้อยกว่ามากค่ะ จะลองไหม”

ความจริงเขาไม่อยากลองสักนิดตอนนี้ยังแสบลิ้นแสบคอไม่หาย แสบลงไปถึงกระเพาะเลยก็ว่าได้ แต่เพื่อเอาใจสาวไม่ใช่สาวธรรมดาเสียด้วย แต่เป็นแม่ของลูกเขา ชายหนุ่มก็จำใจต้องลองดูอีกคำเขายอมรับว่าจานนี้รสชาติพอทนกว่าจานแรก แต่ถามว่าชอบไหม คงต้องบอกตามตรงว่าไม่ปลื้มกลิ่นกระเทียมเลยหากตัดออกไปได้อาจจะดี และคงดีกว่านี้มากหากลดปริมาณพริกลงอีกสักสองเม็ด!

มื้อเที่ยงผ่านไปอย่างเฮฮา ทุกคนอิ่มหนำและสำราญใจเป็นพิเศษเมื่อมีหนุ่มต่างชาติมาสร้างเสียงหัวเราะให้แม้จะสื่อสารกันไม่ค่อยคล่องแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเป็นภาษาสากลที่คนทั้งโลกเข้าใจดีคนที่นี่ยินดีต้อนรับฌอน แม้แต่ธารารินก็ไม่ได้แสดงท่าทีผลักไสเขาเหมือนวันแรกที่มาถึง

หลังพักให้อาหารย่อยสักครึ่งชั่วโมงสองผัวเมียก็ตั้งท่าจะไปขุดหลุมต่อ ปกติก็ไม่ทำงานกลางแดดจ้าแบบนี้ เพราะแดดเที่ยงวันร้อนมากจึงหาอะไรอย่างอื่นทำแทนเช่น เหลาไม้ไผ่ สานกระบุง กระด้ง หารายได้เสริมไปจนแดดร่มลมตกค่อยไปทำงานกลางแจ้งต่อแต่เพราะธารารินเป็นเจ้าของที่ดินที่พวกเขาอาศัยอยู่ กินอิ่มแล้วจะไม่ทำงานก็เกรงใจทว่าหญิงสาวก็มาทัดทานไว้

“รอให้แดดอ่อนลงหน่อยค่อยไปขุดต่อเถอะค่ะอย่าหักโหมกันเกินไปเลย เดี๋ยวจะไม่สบายเปล่าๆ มาช่วยแธมขนของก่อนดีกว่า”

วันนี้หญิงสาวตั้งใจไปซื้อของใช้จำเป็นมาให้สองสามีภรรยาพวกตู้เย็น ตู้กับข้าว หม้อ ทัพพี จานชาม ช้อน และยังได้เกาแก๊สเพิ่มมาด้วยอีกอย่างเพื่อความสะดวกในการประกอบอาหาร เพราะต่อไปเธอก็ต้องมาอยู่ที่นี่ประจำควรทำกับข้าวกินด้วยกันเลย

หญิงสาวต้องการอยู่กันแบบครอบครัวมากกว่านายจ้างกับลูกจ้างตั้งใจไว้ว่าเมื่อมีกำไรจากผลผลิตก็จะแบ่งให้สองสามีภรรยาแบบครึ่งต่อครึ่ง ไม่ใช่จ้างเป็นรายเดือนถือว่าเธอลงทุน พวกเขาลงแรง และต่อไปเมื่อคลอดลูกแล้ว เธอก็จะลงมาลุยด้วยตัวเองเธออยากทำเหมือนกับที่ชาวนาชาวสวนคนอื่นเขาทำกันเพราะเธอตั้งใจจะเป็นเกษตรกรเต็มตัว

“ของพวกนั้นคุณแธมสิเอาไว้นี่บ่ค่า”จินดาถามอย่างไม่ถึง

“ใช่จ้ะ เอาไว้ที่นี่แหละเดี๋ยวเราใช้ด้วยกัน”

นายสง่าเห็นแล้วว่าหญิงสาวมีของมากับท้ายกระบะด้วยแต่นึกว่าธารารินจะเอากลับไปที่บ้านพักจึงไม่ได้ขันอาสาช่วยยกช่วยขนตั้งแต่แรก เขาแทบไม่เคยมีของใช้พวกนี้เป็นของตัวเองเห็นแล้วก็ตื้อในอกด้วยความตื้นตันกับน้ำใจและความเมตตาที่เจ้าของที่ดินผืนนี้มีให้เขาและครอบครัวเขาพูดอะไรไม่ออก แต่กุลีกุจอเข้าไปช่วยในทันที

โชคดีที่มีผู้ชายสองคน สองหนุ่มซึ่งเป็นคนต่างชาติต่างภาษาจึงช่วยกันขนของหนักและจัดวางตามตำแหน่งที่ธารารินเป็นผู้กำกับโดยถามความเห็นจินดาไปด้วยงานเสร็จในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เพราะของเบาๆ ที่พอยกเองได้ พวกสาวๆ ก็ช่วยกันยกเอง ของชิ้นสุดท้ายที่ฌอนหิ้วมาคือพัดลมสองตัว

“ให้ผมวางตรงไหน” ชายหนุ่มถาม

“ตัวหนึ่งให้น้าหง่ากับน้าจินค่ะ วางข้างประตูก็ได้เดี๋ยวฉันบอกพวกเขาเอง ส่วนอีกตัวน่ะของคุณ”

หญิงสาวตอบตามธรรมดาแต่คนฟังชะงักไปเล็กน้อย มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนและขอบคุณก่อนจะทำตามที่ธารารินบอก

“แล้วก็...นี่ของคุณค่ะ” เธอส่งหมอนผ้าห่ม และที่นอนปิกนิกให้เขา

ฌอนเห็นตอนที่หญิงสาวเลือกซื้อแต่ไม่ได้คิดว่าเธอซื้อให้เขา จึงอดแปลกใจและดีใจไม่ได้

ธารารินเห็นรอยยิ้มดีใจและเปี่ยมด้วยความหวังของเขาก็หน้าแดงเรื่อเพิ่งรู้ตัวว่าแสดงความห่วงใยชายหนุ่มมากเกินจำเป็น จึงรีบบอกเสียงแข็งขึ้นนิดว่า “ฉันจะหักจากเงินห้าพันดอลลาร์ของคุณเพราะฉะนั้นคุณยังเป็นผู้ชายขายตัวอยู่ ไม่ใช่พ่อของลูกฉัน เข้าใจนะคะ”

ฌอนไม่โกรธ กลับหัวเราะเสียงดัง เขาถือว่านี่เป็นความคืบหน้าในความสัมพันธ์ขอเพียงไม่ถูกเธอผลักไสไล่ส่ง ให้เขาเป็นผู้ชายขายตัว เขาก็จะเป็น แต่จะขายให้ธารารินคนเดียวเท่านั้นส่วนหัวใจ ยกให้ฟรี สิทธิพิเศษนี้มอบให้ ‘แม่ของลูก’ คนเดียว

ชายหนุ่มรับของทุกอย่างมากอดไว้ด้วยความหวงแหนก้มศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อยเป็นเชิงยอมรับ “ถ้าคุณว่าอย่างนั้น คุณผู้หญิง”

หญิงสาวเผลอค้อนไปทีโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเดินหนีไปนั่งเล่นหลบร้อนที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นก้ามกรามริมห้วยโดยมีฌอนหัวเราะไล่หลังตามไป แต่พอเก็บของเสร็จก็รีบวิ่งตามหญิงสาวไปทันที

บุษบาคอยสังเกตอยู่ห่างๆ ไม่รู้ว่าคุณหนูของเธอคุยอะไรกับพ่อฝรั่งตัวโตยิ้มเก่งนั่นทว่านัยน์ตาวิบวับของฌอนก็ฟ้องชัดว่าคงชอบธารารินเข้าแล้วแน่ๆ แต่ประเด็นคือเธอไม่เคยเห็นธารารินค้อนใครมาก่อนแถมยังแก้มแดงเรื่อเหมือนกำลังเขินอยู่ด้วย ชักมีกลิ่นทะแม่งๆ แล้วสิ!

__________________________________________

ในที่สุดตอนใหม่ก็มาค่ะหลังจากหายหน้าไปทำตอนพิเศษแจก ก็มาเจอความแปรปรวนของอากาศเล่นงาน ไม่สบายไปวันนึงเต็มๆตอนนี้ดีขึ้นแล้ว กลับมาทำงานต่อ ขอให้หนุกหนานกับนิยายค่า ^__^

ปล.พวกตอนพิเศษอะไรนี่มีให้โหลดที่เมพนะคะ ใครสนใจแวะไปโหลดได้จ้า ^__^





Create Date : 17 มีนาคม 2560
Last Update : 17 มีนาคม 2560 14:38:27 น. 2 comments
Counter : 384 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ว่าแล้ว ว่าแธมยังไม่รู้ตัวว่าโดนยศวินคิดจีบ แต่ฌอนนี่สิ ประกาศตัวชัดเลย
แธมใจดีมากเลยค่ะ น้ำใจได้ต่อด้วยน้ำใจแน่


โดย: goldensun IP: 61.91.4.3 วันที่: 17 มีนาคม 2560 เวลา:21:13:06 น.  

 
สู้ๆๆ เดียวกะใจอ่อน

โหลดตรงไหนหว่าา


โดย: sakeena IP: 49.228.196.157 วันที่: 20 มีนาคม 2560 เวลา:9:01:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ระตา
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




รู้สึกอยู่เสมอว่าการได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้คือความมหัศจรรย์...และการอ่านออกเขียนได้คือรางวัลของชีวิต...
Friends' blogs
[Add ระตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.