Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
ตอนที่ ๙ You’re my destiny. (2)





เปมิการีบเข้ามาหาสองหนุ่มสาวและกล่าวขอโทษขอโพยเกษตรอำเภอคนใหม่ค่าที่ปล่อยให้เขาต้องรับหน้าคนที่มาติดต่อขอข้อมูลด้วยตัวเอง

“ไม่เป็นไร นี่ก็เป็นหน้าที่ผมเหมือนกัน”ยศวินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ อย่างไม่ถือสา ส่งให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลานั้นชวนมองยิ่งขึ้นไปอีกแล้วเขาก็พูดต่อว่า “งั้นให้คุณ...”

ชายหนุ่มมองหน้าธารารินแทนคำถามหญิงสาวจึงแนะนำตัวด้วยชื่อเล่น

“เชิญคุณแธมไปคุยต่อในห้องทำงานผมก็แล้วกันครับเดี๋ยวผมมีข้อมูลให้ คุณลองเอาไปศึกษาดูก่อนสนใจจะทำอะไรเป็นพิเศษค่อยว่ากันอีกที”

ยศวินผายมือเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้นธารารินตามเขาไปเพราะอยากได้ข้อมูลไปศึกษาไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังเป็นที่สนใจของเกษตรอำเภอหนุ่ม แต่เปมิกาเห็นชัดเต็มสองตา

เมื่อคล้อยหลังหัวหน้างานกับอดีตดาราสาวไปแล้วจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นแชทไลน์กลุ่มกระจายข่าวให้ทราบโดยทั่วกันว่าเกษตรอำเภอคนใหม่ที่สาวๆ หลายคนหมายตาไว้บัดนี้ทำท่าจะมีเจ้าของหัวใจซะแล้วเพียงไม่นานเพื่อนในกลุ่มก็อ่านและกรีดร้องในแชทไลน์อย่างเสียดาย พร้อมแสดงความอยากรู้อยากเห็นว่าสาวคนนั้นเป็นใคร

เปมิกายังไม่ทันตอบก็มีใครบางคนส่งข้อความมาหาในกล่องข้อความของเฟซบุ๊กเธอเปิดอ่านแล้วก็ต้องยกมือขึ้นอุดปากด้วยความตื่นเต้น

‘สวัสดีครับคุณ pemee ผมชื่อวิทยานะครับเป็นนักข่าว ผมเห็นสเตตัสของคุณ คุณยืนยันรึเปล่าครับว่าเห็นแธม ธารารินที่จังหวัดเลยจริงๆ ผมกำลังตามข่าวเธออยู่ ถ้าคุณช่วยผมได้ ผมจะมีรางวัลตอบแทนให้กรุณาตอบกลับด้วยนะครับ วิทยา’

หญิงสาวมองซ้ายมองขวาว่ามีใครกำลังมองตนอยู่หรือไม่เมื่อปลอดสายตาคนรอบข้างจึงรีบวิ่งกลับมานั่งหลังโต๊ะทำงาน และตั้งหน้าตั้งตาตอบแชทนักข่าวคนแรกที่ติดต่อเธอมา




ธารารินได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมกลับไปเพียบเธอต้องศึกษาและตัดสินใจอีกทีว่าจะปลูกอะไรในพื้นที่บ้าง ส่วนไม้ใหญ่ที่ตั้งใจปลูกสักสิบไร่ก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะลงไม้พะยูงตามคำแนะนำของเกษตรอำเภอเขาสามารถหาต้นกล้าให้เธอได้ พร้อมจะทำเมื่อไหร่ก็ติดต่อมาชายหนุ่มยินดีให้คำแนะนำและจะแวะไปดูพื้นที่ทำการเกษตรของเธอด้วยเผื่อจะมีอะไรที่เขาสามารถแนะนำเพิ่มเติมได้

ชายหนุ่มเดินออกมาส่งหญิงสาวที่ด้านหน้าอาคารได้เจอกับบุษบาจึงทำความรู้จักและทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนเธอจะขึ้นรถไปเขายังขอเบอร์ติดต่อไว้ด้วย

“เรื่องไม้พะยูงน่ะครับเผื่อมีอะไรคืบหน้า ผมจะได้โทรบอกคุณแธม”

หญิงสาวจึงให้เบอร์ติดต่อกับเขาไว้และบอกชื่อหมู่บ้านของคุณตาเผื่อว่าชายหนุ่มลงพื้นที่แถวนั้นแล้วอยากจะแวะเข้าไปดู

“ดีเลยครับผมว่าจะลงพื้นที่แถวนั้นในวันสองวันนี้แหละ ถ้าผมเข้าไปเมื่อไหร่จะโทรบอกก่อนนะครับ”

“ได้ค่ะ ขอบคุณคุณยศมากนะคะแธมคงต้องรบกวนเรื่องขอข้อมูลอีกเยอะเลย”

“ด้วยความยินดีครับเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว อ้อ ถ้าคุณแธมอยากไปดูศูนย์สาธิตการเกษตรที่เราคุยกันไว้บอกผมได้เสมอเลยนะครับ ผมพาทัวร์เอง”

“ขอบคุณมากค่ะ แธมขอจัดการอะไรหลายๆอย่างให้เสร็จก่อน สะดวกเมื่อไหร่จะโทรมาปรึกษาและขอข้อมูลเพิ่มแน่นอนรบกวนด้วยนะคะ”

ชายหนุ่มยิ้มรับมองเธออย่างชื่นชมและเปิดเผย หลายอย่างที่เขาแสดงออกบ่งบอกถึงความพิเศษในการบริการและหวังให้หญิงสาวรับรู้ข้อนั้นด้วย

แต่คนไร้ประสบการณ์เรื่องความสัมพันธ์กลับไม่ทันเอะใจธารารินคิดว่าเขาเป็นเกษตรอำเภอ การบริการและให้คำแนะนำแก่เกษตรกรถือเป็นหน้าที่สำคัญเธอชื่นชมเขาที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีและเข้าถึงง่ายอีกทั้งหญิงสาวก็สนใจแต่เรื่องเกษตรกรรมจึงมองไม่เห็นท่าทีอื่นของชายหนุ่ม

“หัวหน้าคะ มีโทรศัพท์จากข้างบนค่ะ”เปมิกาวิ่งออกมาส่งข่าว

“งั้นเราก็ไปกันเถอะค่ะยังต้องไปธุระที่อื่นต่อ สวัสดีนะคะคุณยศวิน” บุษบาตัดบท ชวนหญิงสาวกลับอย่างไม่อิดออด

เธอดูออกว่าเกษตรอำเภอหนุ่มคนนี้สนใจธารารินเขาดูเป็นมิตร อัธยาศัยดี มารยาทน่าพึงใจอย่างคนที่ได้รับการอบรมมาดี รูปร่างหน้าตาก็เกลี้ยงเกลาชวนมองดูแล้วไม่มีอะไรน่ารังเกียจ แต่เธอก็ยังไม่ค่อยสบายใจเนื่องจากธารารินไม่ใช่ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเมื่อก่อนแถมยังมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่ว หากชายหนุ่มจริงใจก็ถือว่าโชคดีแต่เรื่องแบบนี้ไม่แน่ไม่นอน เขาอาจมาติดพันเพราะเห็นว่าหญิงสาวเคยเป็นดาราดังรูปร่างหน้าตาสะสวย จึงฉวยโอกาสยามตกต่ำมาเชยชมแล้วทิ้งขว้างภายหลังก็ได้จะให้เธอไว้ใจคนแปลกหน้าแปลกถิ่นง่ายๆ ไม่ได้หรอก ต้องระวังไว้ก่อนดีที่สุด

“งั้นไว้เจอกันคราวหน้านะคะ”ธารารินบอกลาแล้วเดินไปกับพี่เลี้ยง

ยศวินอมยิ้ม ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับเข้าไปด้านใน

เปมิกาละล้าละลังรอให้หัวหน้าไปก่อนค่อยวิ่งตามสองสาวออกไป

“รอก่อนค่ะคุณพอดีเป้ต้องลงบันทึกข้อมูลคนที่มาติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอของเรารบกวนขอข้อมูลเล็กน้อยนะคะ ต้องทำรายงานส่งเบื้องบนน่ะค่ะเป็นการประเมินการทำงานของเจ้าหน้าที่”

“ได้ค่ะ ต้องการข้อมูลอะไรบ้างคะ”ธารารินให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ

เปมิกาจึงยิ้มกว้างควักกระดาษกับปากกาออกมาเตรียมจดสิ่งที่ต้องการ




“เกษตรอำเภอที่นี่เขาดูเป็นมิตรกับประชาชนดีนะคะคุณหนู”บุษบาหยั่งเสียงเมื่อขึ้นมานั่งในรถกับธาราริน อยากรู้ว่าหญิงสาวคิดอย่างไรกับชายหนุ่ม

“จริงค่ะ ให้คำแนะนำดีมาก ไม่มีกั๊กเลยแล้วดูเขาเต็มใจช่วยเหลือด้วยนะคะ แบบนี้แธมก็สบายใจไปอีกเปลาะ มีคนช่วยงานมีคนช่วยให้คำแนะนำและข้อมูล เราต้องไปรอดแน่ๆ เลยค่ะ”หญิงสาวยิ้มกว้างกว่าทุกครั้ง มีความเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมาอีกมาก

“ดูเขายังหนุ่มแน่นแล้วก็หน้าตาดีด้วยนะคะฟังจากสำเนียงคงไม่ใช่คนพื้นที่ ไม่รู้ว่ามีครอบครัวรึยัง”บุษบาเปรยต่อเหมือนไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษ แต่หูเงี่ยฟังการตอบโต้อย่างตั้งใจ

“น่าจะไม่ใช่คนท้องถิ่นค่ะส่วนเรื่องครอบครัวไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเรา พี่บุษสนใจไปทำไมคะ” ธารารินถามไปอย่างนั้นเองไม่มีเจตนาอยากได้คำตอบจริงจังนัก

“แค่สงสัยค่ะ เห็นเขาหล่อดี ยังหนุ่มด้วยถ้าไม่มีครอบครัวก็คงมีสาวๆ ติดตรึม”

“เหรอคะ แธมไม่ทันสังเกต”หญิงสาวตอบซื่อๆ สนใจมองถนนมากกว่าหัวข้อที่คุยกับบุษบาเสียอีก

เธอต้องเอารถไปขายแต่ไม่เคยซื้อและขายเองจึงคิดว่าจะไปติดต่อสอบถามที่โชว์รูมรถยนต์ในตัวจังหวัดโดยเลือกโชว์รูมรถยี่ห้อที่เธอจะซื้อคันใหม่ เพราะเขาคงอยากขายของดังนั้นก็น่าจะเต็มใจให้ข้อมูลและมีคำแนะนำน่าสนใจให้เธอได้

บุษบาถอนใจแผ่วเบาก่อนจะโคลงศีรษะพร้อมหัวเราะน้อยๆ เธอคงวิตกจริตมากไป ดูแล้วธารารินไม่สนใจอะไรนอกจากทำตามแผนชีวิตที่วางไว้ให้ครบทุกสิ่งอัน

“แล้วคุณหนูคิดรึยังคะว่าจะซื้อรถยี่ห้ออะไร”

คนเป็นพี่เลี้ยงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาในที่สุดและธารารินก็คล้อยตามโดยไม่ติดใจอะไร

“คิดว่าจะซื้อรถกระบะของโตโยต้านะคะแต่เดี๋ยวลองเข้าไปถามที่โชว์รูมก่อนแล้วกัน”




เปมิกาเดินเข้ามาในห้องทำงานของเกษตรอำเภออย่างไม่มั่นใจเพราะไม่รู้ว่าชายหนุ่มต้องการอะไรจึงเรียกเธอเข้าพบในห้องหลังไปออกพื้นที่กลับมาในช่วงบ่ายเกือบเย็น

หญิงสาวรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเมื่อเห็นเขานั่งก้มหน้าอ่านเอกสารบนโต๊ะอย่างตั้งใจ“หัวหน้าเรียกเป้มาพบเพราะมีธุระจะไหว้วาน หรือเป้ทำผิดอะไรรึเปล่าคะ”

ยศวินไปออกพื้นที่กับนักวิชาการสหกรณ์หลายคนเพื่อให้ความรู้และคำแนะนำกับชาวบ้านตามโครงการต่างๆ ของรัฐชายหนุ่มลงพื้นที่เองโดยไม่หวั่นเกรงต่อแสงแดดและความร้อน เขาทำเพราะมันคือหน้าที่และเพื่อพิสูจน์ว่าข้าราชการไม่ได้มีแต่พวกที่ทำงานเช้าชามเย็นชามอย่างที่หลายคนเข้าใจและดูหมิ่นทำให้ชาวบ้านเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตาเขาและเรียกยศวินว่า ‘หัวหน้า’ อย่างที่เคยเรียกเกษตรอำเภอคนก่อนดังนั้นลูกน้องในปกครองจึงเรียกชายหนุ่มว่าหัวหน้าจนติดปาก

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้ลูกน้องวัยเดียวกับน้องสาวของเขาอย่างอบอุ่น“เชิญนั่งก่อนครับคุณเป้ ผมมีเรื่องจะถามนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ต้องตกใจไปหรอก”

เธอลอบถอนใจนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานชายหนุ่มอย่างสงบเสงี่ยม“หัวหน้ามีอะไรจะถามเป้ก็ว่ามาเลยค่ะ ถ้ารู้ เป้จะตอบแบบไม่หมกเม็ดเลย”

เขามีสีหน้าครุ่นคิด“ผมยังสงสัยอยู่ว่าคุณจะรู้รึเปล่า แต่ลองถามดูก็ไม่เสียหาย คุณแธมผู้หญิงที่มาขอข้อมูลเรื่องการทำไร่นาสวนผสมเมื่อเช้าน่ะ คุณเป้รู้จักไหมครับเธอเป็นใคร ไม่น่าจะใช่คนท้องถิ่น สำเนียงไม่เหมือน”

พอเห็นว่าอีกฝ่ายอมยิ้มแปลกๆเขาก็รีบปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นอีกระดับ เอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการว่า“ผมทำข้อมูลติดต่อของเธอหาย ว่าจะติดต่อไปเรื่องต้นกล้าไม้พะยูงทีนี้เลยไม่รู้จะติดต่อได้ยังไง ก็เลยลองถามคุณดู เผื่อคุณรู้จัก”

หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงักสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งประหลาดใจ “นี่หัวหน้าไม่เคยดูละครทีวีเลยเหรอคะ”

ใจอยากจะถามต่อว่าพ่อแม่พี่น้องที่บ้านก็ไม่เคยดูเลยหรือถึงไม่รู้จักดาราสาวที่ทั้งโด่งดังในด้านความดีงามและสุดฉาวโฉ่แห่งปีในขณะนี้แต่ก็สู้เก็บปากเก็บคำไว้ ถามเฉพาะที่จำเป็นเกษตรอำเภอคนนี้เพิ่งมาประจำที่นี่ราวสามเดือน ส่วนเธอก็เป็นพนักงานใหม่ อ่อนทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิไม่ควรที่จะพูดจาตีซี้หรือทะลึ่งตึงตังกับเขาเหมือนเป็นเพื่อนกัน

คิ้วหนาขมวดมุ่น“เกี่ยวอะไรกับละครทีวีล่ะ ผมไม่ค่อยได้ดูหรอก ช่วงนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีเวลา”

ยศวินไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กทั้งเยอรมัน อเมริกา ฝรั่งเศสก็ยังอุตส่าห์ดั้นด้นไปลงซัมเมอร์อยู่ตั้งเทอมมีโอกาสไปไหนได้ เขาไปหมด ไม่เคยปฏิเสธโอกาสในชีวิตแม้แต่ครั้งเดียวเพราะเชื่อมั่นว่าโอกาสไม่ได้พุ่งเข้าหาเราทุกวันถ้ามันมาแล้วต้องคว้าไว้ให้อยู่มือ ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยดูโทรทัศน์ถ้าดูก็มักดูข่าวภาษาอังกฤษมากกว่า ยกเว้นรายการหรือสารคดีเกี่ยวกับการเกษตรภายในประเทศฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะไม่รู้จักธาราริน

เปมิกาไม่กล้าถามว่าเขาไม่อ่านหนังสือพิมพ์บ้างเลยหรือจึงกระแอมในลำคอและตอบเท่าที่ชายหนุ่มถาม “คุณแธมเป็นดาราค่ะ ดังมากด้วยเข้าวงการตั้งแต่เด็กแล้ว ช่วงนี้ยิ่งดังใหญ่ ข่าวเธอขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับขอโทษนะคะ” ว่าแล้วก็ลุกออกไปหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเข้ามาส่งให้หัวหน้า

“นี่ค่ะ ถึงจะบอกว่าเธอออกจากวงการไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าใครเป็นพ่อเด็ก”

ชายหนุ่มหลุบตามองตามปลายนิ้วของเปมิกามีรูปธารารินในกรอบไม่ใหญ่นักพร้อมหัวข้อข่าวและรายละเอียดนิดหน่อยที่ยั่วให้คนอ่านอยากเปิดเข้าไปดูด้านในจนตัวสั่นเขาย่นคิ้ว พึมพำอย่างงุนงง “ท้อง?”

“ใช่ค่ะ คุณแธมเป็นคนรูปร่างสูงเพรียวถ้าไม่สังเกตดีๆ คงไม่เห็นหน้าท้องที่นูนขึ้นเธอถึงปิดบังใครต่อใครได้ตั้งห้าหกเดือนไงคะกว่าจะมีคนจับได้ว่าท้องแต่เธอไม่ยอมออกสื่อตั้งแต่โดนจับได้แล้วค่ะ ไม่พูดเลยว่าใครเป็นพ่อเด็ก เหมือนจะหนีหายมาเงียบๆแล้วก็มาโผล่ที่เลยนี่แหละค่ะ เห็นว่าคุณตาเป็นคนแถวนี้ทิ้งที่ดินมรดกไว้ให้สี่สิบไร่ ก็เลยตั้งใจจะมาเป็นเกษตรกรมั้งคะ”

เปมิกาได้ข้อมูลมาตอนที่วิ่งตามออกไปถามธารารินเมื่อเช้าพอมีคนถามเลยเจื้อยแจ้วออกไปอย่างเมามันในอารมณ์

“นี่คนเขาก็เดาๆกันอยู่นะคะว่าใครเป็นพ่อเด็ก สงสัยผู้ชายไม่รับผิดชอบก็เลยไม่ยอมพูดถึงจะว่าไปคุณแธมนี่ก็ใจเด็ดจริงๆ ไม่พาดพิงใครเลย เป็นเป้หน่อยไม่ได้งานนี้มีแฉแหลก”

“ขอบคุณมากครับคุณเป้ ผมหมดธุระแล้วถ้าใครโทรหาผม ฝากบอกด้วยว่าพรุ่งนี้ค่อยโทรใหม่ ขอตัวนะครับ”

ชายหนุ่มตัดบทและลุกออกไปจากห้องทำงานอย่างหงุดหงิดโมโหตัวเองที่ตาถั่วจนมองไม่เห็นว่าผู้หญิงเขาท้องตั้งหกเดือนแล้ว

ทีนี้จะทำยังไง ชอบเธอไปแล้วด้วย ให้ตาย!




ฌอนรีบแต่งตัวออกไปพบพลและนักสืบที่ร้านกาแฟเมื่ออีกฝ่ายโทรศัพท์มาแจ้งความคืบหน้าเรื่องการตามหาธารารินอันที่จริงมีข่าวลือกระหึ่มในโลกโซเชียลว่านางเอกสาวหลบไปเลียแผลใจที่จังหวัดเลยแต่เป็นเพราะฌอนอ่านภาษาไทยไม่ออก ฟังไม่รู้เรื่อง เพื่อนสักคนก็ไม่มีดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องพึ่งพาไกด์และนักสืบอยู่ดี

พลกับวิทยา นักสืบเอกชนที่หลอกถามข้อมูลจากเปมิกาด้วยการอ้างว่าตนคือนักข่าวรออยู่แล้วที่โต๊ะติดกระจกมุมห้อง ชายหนุ่มเร่งเข้าไปสมทบและถามอย่างร้อนใจ“ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง เจอแล้วใช่ไหม?”

นักสืบหนุ่มส่งซองสีน้ำตาลขนาดเอสี่ไปให้หนุ่มอเมริกันพลช่วยอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้

“นี่เป็นรูปถ่ายและที่อยู่ของเธอครับใช่คุณที่คุณกำลังตามหารึเปล่า”

ฌอนรีบเปิดซองออกดูทันทีที่เห็นรูปผู้หญิงที่เขาดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาทั้งที่แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย หัวใจก็พลันอุ่นซ่าน ความยินดีท่วมท้นและเหนืออื่นใดหน้าท้องที่นูนขึ้นภายใต้ชุดคลุมท้องสีอ่อนนั่นทำให้เขารู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าวจนต้องกะพริบถี่

ชายหนุ่มพยักหน้า ตื้นตันจนแทบพูดไม่ออกนัยน์ตาสีน้ำตาลอุ่นยังจับนิ่งที่ผู้หญิงในรูปถ่าย “ใช่ นี่แหละคนที่ผมตามหาเป็นเธอจริงๆ”

“งั้นงานผมก็เสร็จแล้วใช่ไหม” วิทยาเอ่ยถามพลช่วยแปลให้อีกที

ฌอนพยายามดึงสายตาจากคนในรูปถ่าย หันมาสบตากับคู่สนทนา“มีที่อยู่ของเธอด้วยใช่ไหม?”

“ทุกอย่างอยู่ในซองแล้วครับพร้อมทั้งวิธีเดินทางด้วย” พลตอบให้

“ดีมาก”ชายหนุ่มว่าพลางล้วงเอาซองสีน้ำตาลขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อแจ๊คเก็ตส่งให้นักสืบและบอกว่า “ค่าจ้างส่วนที่เหลือของคุณ จะนับก่อนก็ได้”

นักสืบหนุ่มยิ้มกริ่ม “ขอบคุณมากครับ ผมเชื่อใจคุณถ้ามีอะไรจะเรียกใช้ผมอีกก็ติดต่อมาได้เสมอ ขอตัวนะครับ”

พลแปลให้อีกตามเคย วิทยาจากไปแล้วฌอนก็ล้วงเอาค่าตอบแทนให้พลด้วยส่วนหนึ่ง

“ของคุณ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ”

พลเปิดซองดูเงินที่อีกฝ่ายมอบให้มันมากพอให้เขาอยู่สบายโดยไม่ต้องทำงานพิเศษไปได้สองสามเดือนทีเดียว

“ขอบคุณมากครับแต่ผมเกรงว่าคุณจะยังสลัดผมไม่ได้ในตอนนี้ คุณต้องการไกด์สำหรับนำทางไปที่เลยนะ”

ฌอนมองสบตาหนุ่มรุ่นน้องเขาหลายปีด้วยแววตาที่เป็นมิตรและจริงใจ“คุณเขียนบอกจุดหมายปลายทางของผมเป็นภาษาไทยก็ได้ ถึงสนามบินเลยแล้วผมก็เอากระดาษให้ชาวบ้านอ่านเขาคงช่วยบอกทางผมได้”

พลไหวไหล่ “ถ้าคุณต้องการแค่นั้นแต่เตือนก่อนนะว่าคุณอาจสื่อสารกับชาวบ้านไม่รู้เรื่องแต่ถ้าเจอคนพูดภาษาอังกฤษได้ก็ถือว่าโชคดีไป เลยเป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนกันไม่แน่คุณอาจโชคดี”

หนุ่มอเมริกันยิ้มกว้างจนรอยข้างตาแวะมาทักทายแต่มันไม่เคยทำร้ายใบหน้าที่สว่างชวนมองเพราะรอยยิ้มได้เลย “ผมจะไปหาเธอจนได้ผมไปถูกแน่ ผมรู้ว่าผมจะได้พบเธออีกครั้ง”




ปกติฌอนมักแบกเป้เที่ยวคนเดียวงานนี้ถ้าไม่ติดว่าร้อนใจอยากไปพบธารารินเร็วๆเขาคงขึ้นรถทัวร์หรือรถไฟแล้วก็หาทางไปพบเธอด้วยวิธีของเขาเองจนได้แต่นี่เขาปล่อยให้เธอรอนานเกินไปแล้ว ไม่ว่าธารารินจะรอเขาอยู่หรือไม่ก็ตามทีเอาเป็นว่าเขาปล่อยให้หญิงสาวรอนานกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วเขาต้องรีบไปหาพรหมลิขิตของเขา!

ฌอนเช็กเอาต์จากโรงแรมทันทีและจับเที่ยวบินไปเลยได้ในอีกสามชั่วโมงถัดมากว่าจะถึงท่าอากาศยานเลยก็สี่โมงเย็นเข้าไปแล้ว เขาคุ้นเคยกับการเดินทางคนเดียวและรู้ว่าต้องถามใครถึงจะได้คำตอบ

ชายหนุ่มส่งกระดาษที่พลเขียนให้ให้กับเจ้าหน้าที่ในสนามบินและบอกว่าเขาจะไปที่นี่ต้องเดินทางอย่างไร เวลานี้ถือว่าเย็นแล้วในต่างจังหวัด รถโดยสารประจำทางหมดตั้งแต่บ่ายสามโมงครึ่งเห็นจะได้เจ้าหน้าที่บอกว่าสามารถนั่งแท็กซี่หรือเหมาสามล้อเครื่องไปได้ ฌอนชอบนั่งสามล้อเครื่องเขาชอบสูดอากาศบริสุทธิ์มากกว่านั่งตากแอร์ แต่เมื่อสอบถามระยะทางแล้วชายหนุ่มก็ตัดสินใจใช้บริการแท็กซี่เพื่อจะได้ไปถึงก่อนมืด

ฌอนขอบคุณเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นรถพลได้คุยกับนักสืบและอธิบายให้เขาฟังว่าธารารินได้รับที่ดินสี่สิบไร่จากคุณตาเป็นมรดกดูเหมือนหญิงสาวตั้งใจจะเป็นเกษตรกรเต็มตัวตอนนี้เธอกำลังมองหาช่างเพื่อซ่อมแซมบ้านคุณตาและปลูกบ้านหลังเล็กๆในที่นาเพื่อความสะดวกในการดูแลพืชผล ที่ดินผืนนั้นอยู่ท้ายหมู่บ้าน น้ำไฟเข้าถึงแถมยังมีด้านหนึ่งติดกับลำห้วยธรรมชาติ จัดว่าทำเลดีเหมาะแก่การทำเกษตรกรรมและปลูกสร้างที่อยู่อาศัยไม่น้อยเลย

วิทยายังบอกอีกด้วยว่าหญิงสาวกำลังเจอปัญหาไม่สามารถหาช่างมาซ่อมแซมบ้านคุณตาและปลูกบ้านหลังใหม่ได้ในช่วงนี้ชายหนุ่มอมยิ้มกรุ้มกริ่มไปตลอดทาง แม้ต้องผ่านถนนที่เป็นทางลูกรังและขรุขระ จนนั่งรถไปก็หัวสั่นหัวคลอนไปด้วยแต่เขามีความสุขจนอะไรก็ทำลายไม่ได้ เขากำลังจะได้พบเธอแล้ว

โชคเป็นของฌอน หรืออาจเพราะธารารินเป็นพรหมลิขิตของเขาจริงๆเมื่อแท็กซี่จอดลงตรงหน้าทางเข้าที่ดินของธารารินรถกระบะโตโยต้าสีดำคันโตก็กำลังจะเลี้ยวออกมาพอดี หญิงสาวเหยียบเบรก รอให้รถอีกคันเคลื่อนผ่านไปก่อนแต่ลุงคนขับแท็กซี่กลับลงจากรถเข้ามาหานายสง่าที่ยืนคอยยกไม้กั้นทางเข้าออกให้เธอดูท่าคงจะมาถามทาง

“นี่แม่นที่นาพ่อตู้เทียนบ่” ลุงขับแท็กซี่ถาม

เนื่องจากเลยเป็นจังหวัดหนึ่งที่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวชมเยอะเพราะบรรยากาศดี ทิวทัศน์สวยงาม และมีแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อหลายแห่ง คนขับแท็กซี่ซึ่งต้องบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่บ่อยหนจึงคุยกับฌอนรู้เรื่องโดยไม่ต้องมีล่ามแปลให้ก่อนมาถึงที่นา เขาพาฌอนไปที่บ้านตาเทียนแต่ป้าข้างบ้านบอกว่าไม่มีคนอยู่หลานสาวตาเทียนก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นเพราะบ้านทรุดโทรมเกินไปต้องซ่อมแซมใหม่ถึงจะเข้าอยู่ได้ เมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน ฌอนจึงขอให้ลุงคนขับรถถามทางมายังที่นาแทน

“แม่นแล้วลุง ลุงมาหาผู้ใดล่ะ”

ขณะที่นายสง่ากับคนขับแท็กซี่คุยกันอยู่ธารารินก็ลดกระจกลงเพื่อจะถามไถ่ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแต่แล้วก็ต้องนิ่งงันตัวแข็งเป็นหิน เมื่อถูกผู้ชายร่างสูงที่ก้าวลงมายืนข้างรถแท็กซี่ดึงดูดความสนใจของเธอไปเสียก่อน

ฌอนยิ้ม อบอุ่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอย่างวันแรกที่ได้พบกัน ยิ้มแบบนั้นที่ธารารินไม่เคยลืมแต่ไม่อนุญาตให้ตัวเองคิดถึงเขา

ชายหนุ่มมุ่งตรงเข้ามาหาสายตาบอกชัดว่าเขามาหาใคร

“ฌอน” ธารารินหายใจติดขัดพึมพำชื่อเขาโดยไม่มีเสียงผ่านริมฝีปากซึ่งแทบขยับไม่ได้ เมื่อเขามาหยุดตรงหน้าเธอ

เขายิ้มกว้าง “คุณคือพรหมลิขิตของผมผมรู้ว่าต้องเป็นคุณ”

+++++++++++++++++++++++++++

หมายเหตุแก้ไขการเดินทางของฌอนจากสามล้อเครื่องเป็นแท็กซี่ค่ะเนื่องจากคนพื้นที่บอกว่าใช้เวลาเดินทางนานพอสมควรถ้าใช้สามล้อคงมืดก่อนถึงที่นาตาเทียน แต่มันก็ต้องขึ้นเขาลงห้วยเยอะอยู่เดี๋ยวสามล้อไปไม่ไหว 5555 ขอบคุณคุao__ao มากค่ะที่ให้ข้อมูลมาทางหลังไมค์ จุ๊บบบ

ใครอ่านไปแล้วต้องขออภัยด้วยนะคะจำเป็นต้องแก้ให้เข้าใจตรงกันก่อนเนาะ ไม่งั้นตอนหน้าจะสับสนงุนงง แฮ่ :P









Create Date : 07 มีนาคม 2560
Last Update : 7 มีนาคม 2560 20:52:47 น. 2 comments
Counter : 269 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ท่าทางคู่แข่งฌอนจะถอยซะแล้ว พอรู้ว่าท้อง แถมฌอนตามมาเร็วขนาดนี้ แล้วแธมก็ไม่สนเกษตรอำเภอซะด้วย
ฌอนโชคดี มาถึงก่อนแธมคลอด แล้วแธมก็โชคดีที่ฌอนตามมาเจอ มีคนช่วยดูแลตอนคลอดแล้ว อยู่ที่แธมจะยอมรึเปล่า


โดย: goldensun IP: 61.91.4.3 วันที่: 7 มีนาคม 2560 เวลา:20:55:42 น.  

 
เจอตัวแล้ว ที่เหลือแค่ทำให้แธมยอม สู้ๆๆนะฌอน


โดย: sakeena IP: 49.228.197.243 วันที่: 8 มีนาคม 2560 เวลา:8:59:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ระตา
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




รู้สึกอยู่เสมอว่าการได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้คือความมหัศจรรย์...และการอ่านออกเขียนได้คือรางวัลของชีวิต...
Friends' blogs
[Add ระตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.