«-(¯`v´¯)«-- โอ้ เย่ ..·.¸¸·´¯`·.¸¸.ஐ
 
กันยายน 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
9 กันยายน 2553

BE ALIVE : 1 ALIVE !!

บทที่ 1 ALIVE !!

--การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง จะทำลายล้างสิ่งมีชีวิตเดิมจนหมดสิ้น--

มนุษย์ชาติในปัจจุบันได้หลงลืมกฏแห่งธรรมชาติหลาย ๆ สิ่งไป ปิดบังความแข็งแกร่งในอดีตมาสู่ความซิวิไลซ์ หากแต่วันใดที่มีภัย มนุษย์จะเปิดเผยความแข็งแกร่งออกมา
และพร้อมจะปกป้องสิ่งที่เขาต้องการอย่างสุดพลังไม่ว่าเขาจะต้องปกป้องสิ่งนั้นจากอะไร

กรุงเทพ 8.00 น
เช้าวันหนึ่งของนายอรุณยังคงดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น อรุณเป็นพนักงานบริษัทอายุ 25 ปี ชีวิตที่เขาต้องการก็เป็นเหมือนกับมนุษย์ปถุชนทั่วไป มีบ้าน มีครอบครัวที่อบอุ่น
มีลูกที่น่ารัก อรุณอยู่บ้านชานเมืองแต่ต้องนั่งรถไปทำงานในตัวเมือง ซึ่งใช้เวลาเดินทางกว่า สองชั่วโมงขึ้นไป แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของอรุณ รวมถึงมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ในกรุงเทพ เมืองฟ้าอมรแห่งนี้

"ไง วันนี้มาเช้าเหมือนเดิมนะ บ้านก็ไกล ทุกคนดูเป็นตัวอย่างไว้นะ ผมอยากให้ทุกคนมีความรับผิดชอบแบบนี้" หัวหน้าจอมเคี่ยว กล่าวชมอรุณอย่างหน้าชื่อตาบาน หัวหน้ามาเช้าที่สุดในออฟฟิส นั่นเป็นเพราะ
เขามีคอนโดอยู่ในตัวเมือง แทบจะเดินมาถึงออฟฟิสได้ภายในสิบห้านาที อรุณไม่เคยชอบที่หัวหน้าชมเขาเพราะนั่นเป็นเหตุผลให้บางคนเล่นการเมืองในออฟฟิส อรุณไม่ได้แคร์อะไรเท่าไหร่นัก
เขารับผิดชอบในสิ่งที่เขาต้องทำ ใครจะคิดอะไร นั่นไม่ใช่สิทธิ์ที่อรุณจะเข้าไปยุ่งกับความคิดของคนอื่น และเขาไม่ชอบเช่นกันที่จะให้คนอื่นมายุ่งวุ่นวายกับเขามากเกินไป

การทำงานในออฟฟิสชั้นสิบยังคงดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น ชีวิตหน้าคอมพิวเตอร์ไม่มีอะไรหน้าพิศวงนัก มีเพียงนักศึกษาฝึกงานที่เป็นเหมือนกับดอกไม้ในดงอึ เป็นเหมือนบ่อโอเอซิสในทะเลทราย
"สวัสดีค่ะพี่อรุณ นกมาช้ากว่าพี่อีกแล้ว โชคดีนะที่ไม่โดนหัวหน้าดุ พี่มาถึงนานแล้วหรอค่ะ" นก น้องนักศึกษาฝึกงานกล่าวทักอรุณในยามเช้า ด้วยความสดใสของเธอ โลกนี้ช่างสวยงาม ชุดนักศึกษาสีขาว กระโปรงแคบสีดำ ช่วยเพิ่มเติมพลังให้กับหนุ่ม ๆ ในออฟฟิส
"ครับเช่นกันครับ" ฟอร์มรุ่นพี่จำเป็นสำหรับการไม่ตกเป็นขี้ปากมากที่สุด และแน่นอน อรุณรู้ข้อนี้ดี
"น้องนกวันนี้ไปกินข้าวกับพี่นะ พี่เลี้ยงเอง" นิกกี้ เพื่อนร่วมงานอรุณที่มีชื่อออกแนวฝรั่ง แต่หน้าจีนแท้ เพื่อน ๆ เรียกสั้น ๆ ว่านิก มันคงตลกถ้าต้องเรียกเพื่อนร่วมงานว่านิกกี้ นิกเป็นหนุ่มรูปหล่อที่คิดว่าสาวสวยทั้งประเทศ
ต่างหมายปองในตัวเขา สำหรับอรุณนั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะอรุณเป็นผู้ชาย
"ไม่หล่ะค่ะพี่ วันนี้นุ๋ไอเดทอ่ะ" น้องนกมักจะกินข้าวกลางวันแบบวันเว้นวัน นกคิดว่านี่เป็นวิธีการที่ทำให้รักษาหุ่นตัวเองได้ดีที่สุด

การสนทนาภาษาออฟฟิสดำเนินไปอย่างเรื่อย ๆ ระหว่างทำงาน นั้นทำให้การทำงานไม่เครียดจนเกินไป อรุณมองเป็นที่นอกหน้าต่าง รถรายังคงคับขั้ง แต่สิ่งที่อรุณเห็นคือ ผู้คนต่างวิ่งหนี้จากบางอย่าง
บางคนออกจากรถและวิ่งสุดชีวิต อะไรบางอย่างนั้น อรุณเห็นไม่ชัดว่ามันคืออะไร มันเดินสี่เท้าและรวมเร็วจนแทบจะมองไม่ทัน อรุณสังเกตุอยู่นานจนได้สติ เขาเรียกให้นิกดู
"นั่นมันตัวอะไรว่ะ" นิกอุทานออกมา
สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งกระโดนขย้ำผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังวิ่งอยู่ พวกเขาสังเกตุได้ไม่ชัด ว่ามันกำลังทำอะไร
"มันทำอะไรว่ะ ๆ" ทุกคนในออฟฟิสเริ่มมามุงดูที่กระจกเพื่อมองไปทางด้านล่าง ภายในออฟฟิสเริ่มแตกตื่น
อรุณทำได้เพียงแค่มองผู้หญิงคนนั้นโดนเจ้าสับประหลาดสีขาสีดำขว้ำอย่างน่าหวาดกลัว ไม่นาน มันก็ไปหาเหยือรายใหม่ มีพวกมันวิ่งออกมาจากอีก จากที่ไหน ไม่มีใครรู้ รู้แต่เพียงพวกมันเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จากหนึ่งเป็นสิบ เป็นร้อย
ทุกคนในออฟฟิสเห็นสิ่งเดียวกัน ทุกคนต่างวิ่งไปที่ไปเก็บของที่โต๊ะของตัวเอง และรีบวิ่งออกจากออฟฟิสไปโดยไม่มีใครสนใจใคร ความโกลาหนในออฟฟิสเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว
อรุณเองก็สับสน เขาสังเกตุเห็นนิกรีบวิ่งไปเก็บของที่โต๊ะเหมือนกัน เขารีบจับแขนนิกไว้ "ผมคิดว่าเรายังไม่ควรออกไปจากที่นี่ มันจะปลอดภัยกว่าถ้าเราอยู่รวมกันที่ออฟฟิส"
"จะบ้าหรอ ขืนอยู่ก็โดนมันแดรกสิวะ เมิงไม่เห็นหรอไง" นิกกระชากแขนออกจากอรุณและรีบวิ่งไปเก็บของ คนเริ่มทยอยออกจากออฟฟิสไปเรื่อย ๆ จนเหลืออรุณเพียงคนเดียว
ไม่มีใครสนใจว่าเขายังอยู่ที่เดิมที่ริมหน้าต่าง อรุณสังเกตุว่ามีคนในตึกวิ่งเหมือนผึ้งแตกรังกันออกไปอย่างบ้าคลั่ง สิ่งมีชีวิตสีดำนั้นรีบกรูกันเขามาหา และดูเหมือนมันมีจะมากขึ้นกว่าที่เขาเห็นในตอนแรก
"พี่อรุณค่ะ พี่ ๆ เขาไปไหนกันหรอค่ะ ทำไมไม่มีใครอยู่เลยหล่ะ" เสียงนกออกมาจากทางด้านหลัง เธอดูงงงวยกับออฟฟิสที่เมื่อสักครู่ยังมีคนอยู่เต็ม "หนู่เพิ่งออกจากห้องน้ำมา มันเกิดอะไรขึ้นกันค่ะพี่"
ด้วยสันชาติญาณ อรุณคิดว่ายังไงก็ต้องช่วยนกน้อยตัวนี้ให้ หากบอกสิ่งที่เขาเห็น นกคงสติแตกแน่ ๆ "ไม่มีอะไรนก พอดี เอ่อ... มีปัญหานิดหน่อย พวกพี่เขาเลยกำลังไปประชุมลับกันอยู่หน่ะ"
"ค่ะพี่ แล้วหนูต้องช่วยอะไรไหมค่ะ" นกยังคงสงสัยในเหตุการณ์นี้อยู่
"ไม่เป็นไรนก นกรออยู่ที่ออฟฟิสนี่แหละ พวกพี่เขาไปกันไม่นานหรอก"

อรุณครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ขั้นแรกเขาจะต้องล็อกประตูออฟฟิสก่อน แต่นกอาจจะสงสัยได้ แต่นกอาจจะเข้าใจผิดว่าเขาอาจจะทำมิดีมิร้ายกับนก เขาค่อย ๆ เดินไปอย่างปกติเพื่อล็อกประตูออฟฟิส

เพล้ง !! เสียงกระจกออฟฟิสแตกกระจาย เสียงนกร้องกรี๊ดด ตัวอะไรสักอย่างสีดำ มีปีก ตัวใหญ่เท่ากับคน พุ่งตรงเข้ามาหาอรุณ เขารีบหมอบลงกับพื้น มันพุ่งตรงเลยเขาชนกับประตูจนประตูกระจกแตกเล็บมันเกี่ยวเสื้อนอกเขาไปด้วย
มันพุ่งกลับมา อรุณเห็นแล้วว่ามันคืออะไร มันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่มันไม่ใช่มนุษย์แน่นอน มันมีปีกขนาดใหญ่สีดำ ปากที่เหมือนมด ถึงตอนนี้นกสลบไปแล้ว อรุณตั้งสติได้ เขารีบวิ่งหลบมันไปอีกทาง ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่าที่เป้าหมายของมันเป็นเขา
ไม่ใช่นก เขาวิ่งไปทางห้องครัว มันร้องเสียงแหลม โต๊ะในออฟฟิสทำให้มันเคลื่อนไหวไม่สะดวกนัก เขาหยิบมีดทำควรมาได้ชิ้นหนึ่ง มันพุ่งตรงเข้ามาหาเขาอีกครั้ง อรุณคว้าทุกอย่างที่เขาคว้าได้ไปที่มัน มันผงะ พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องเสียงแหลม
มีดเล่มหนึ่งปักอยู่ที่ตาของมัน อรุณอยากจะวิ่งหนีออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้ แต่ถ้าเขาหนี มันคงเปลี่ยนเป้าหมายไปหานกแน่ ๆ เขาหยิบมีดหันผลไม้มากำไว้แน่น พร้อมกับวิ่งเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต มันสยายปีกกว้างอย่างน่ากลัว แต่นั่นไม่ทำให้อรุณกลัวอะไรแล้ว
เขาเมหือนคนขาดสติที่วิ่งไปหาความตาย จังหวะนั้นขณะที่อรุณกำลังจะถึงตัวมัน มันก็ล้มลง เผยให้เห็นร่างนกที่ยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมกับที่ช็อตไฟฟ้า อรุณเข่าอ่อนทันทีเหมือนคนหมดเรี้ยวแรง
"พี่คิดว่านกเป็นลมไปแล้วซะอีก" อรุณยังอุตส่าเป็นห่วงนก
"หนูแค่หมอบลง ให้มันเบียงความสนใจไปทางอื่น พี่ไม่เป็นอะไรนะ" อรุณรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่ดูถูกผู้หญิง เธอดูแกร่งกว่าที่เขาคิด ไม่มีท่าทีตกใจอยู่บนสีหน้าเธอ ต่างจากอรุณที่ยังรู้สึกผวาอยู่
"นกไม่กลัวมันหรอไง"
"หนูก็กลัวเหมือนกันตอนแรก" นกเดินมาในชุดนักศึกษาสีขาวสดใส เธอเอาเท้าค่อย ๆ พลิกดูหน้ามัน "ยี้ หน้าเกลียดจัง ไม่ใช่สเป็กหนูหล่ะ" นกหยิบเสื้อกันหนาวที่อยู่บนเก้าอี้อันหนึ่งมา พร้อมกับหยิบมีดที่ตกอยู่เสียบเข้าไปที่คอหอย เลือดสีแดงพวยพุ่ง
เป็นน้ำพุ นกเอาเสื้อกันหนาวกันเสื้อตัวเองไว้ ไม่ให้เปลอะเลือด อรุณได้แต่มองค้าง ในสิ่งที่ผู้ชายอย่างเขายังไม่กล้าทำ นก นักศึกษาฝึกงานที่ดูเหมือนจะเป็นนกน้อย น่ารัก น่าทนุถนอม แต่ตอนนี้ น้องนกที่อรุณรู้น่ากลัวไม่แพ้
ไอ่ตัวเมื่อกี้ "เรารีบไปกันเถอะค่ะ เมื่อกี้มันร้อง มันอาจจะเรียกพวกมันมาอีกก็ได้"
"เราจะไปไหนกันหล่ะ ข้างล่างยังมีพวกมันอยู่อีกเพียบ"
นกชะโงกหน้าไปดู พบแต่รถที่จอดไว้ ไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียว พบแต่กองเลือดเป็นจุด ๆ "ท่าทางพวกมันจะไปกันหมดแล้วนะค่ะ"
"มันอาจจะแอบอยู่ที่ไหนซักแห่งก็ได้ เราไม่ควรจะออกไปตอนนี้นะ" อรุณซึ่งเริ่มจะตั้งสติได้แล้ว
นกเดินไปหยิบกะเป๋า พร้อมกับเดินออกไป โดยไม่สนใจคำพูดของอรุณ "นก เดี๋ยว รอพี่ด้วย" อรุณรีบวิ่งตามไป อย่างน้อย นกก็พึ่งได้มากกว่าที่คิด
"เราจะลงไปข้างล่าง หรือขึ้นข้างบนดีน้า" นก ยังคงน่ารักอยู่เสมอ ถ้าหากอรุณไม่เห็นภาพเมื่อสักครู่ "เราต้องหาอาวุธก่อน ตอนนี้หนูมี Glock 17 อยู่กระบอก" เธอชูปืนพกสีดำขึ้นมา
"นกพกมันตลอดเลยหรอ" อรุณเริ่มคิดว่านกไม่น่าจะเป็นนักษาธรรมดา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป
"นู๋ไว้ป้องกันตัวค่ะพี่" นกพูดแบบอาย ๆ
อรุณสังเกตุเห็นขวานดับเพลิง เขากำลังจะถีบกระจกให้แตก นกเบรคเขาไว้ "หนูไม่รู้ว่าพวกมันมีหูไหม แต่เราไม่ควรทำเสียงดังนะค่ะ" เธอหยิบสก๊อตแทบออกมากจากกระเป๋า แล้วแปะมันบนบานกระจกใส่ขวานสำหรับไฟไหม้
จากนั้นเธอทุบด้วยด้ามปืน เสียงกริ๊ก เบา ๆ ทำให้กระจกแตก เธอหยิบขวานมาให้อรุณ "น่าจะมีคนที่ยังอยู่ในตึกนี้อยู่อีก เราลงไปหาข้างล่างดีกว่านะ"
อรุณเดินไปที่ลิป "ลงลิปน่าจะปลอดภัยกว่านะ"
"แล้วเราจะเจอคนที่รอดอยู่ไหมหล่ะค่ะพี่" นกพูดประชด "แต่ถ้ามีคนอยู่ น่าจะได้ยินเสียงไรบ้างน้า เรายังไม่เห็นใครเลย"
"นั่นไง คนพวกนั้นบางทีอาจจะไปกันหมดแล้วก็ได้ เราน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ที่นี่" ใจจริงอรุณกลัวจะเจอพวกสับประหลาดตามชั้นมากกว่า
อรุณกดลิปลงไปชั้นสองซึ่งเป็นชั้นลอย "ชั้นหนึ่งอาจจะมีพวกมันอยู่" อรุณแสดงไหวพริบ
"ฉลาดมากค่ะ" นกพูดชมแกมกระเนะกระแหน๋
กี้ง เสียบลิปแสดงว่าถึงชั้นที่เรียกแล้ว เมื่อลิปเปิดออกมา ที่พื้นมีชิ้นสวนแขน ขา มนุษอยู่กระจัดกระจาย ชายคนหนึ่งที่คุ้นหน้ายืนจังก้าอยู่ที่หน้าประตูลิป
"นิก !! กุนึกว่าเมิงตายห่าไปแล้ว เป็นไ...." ยังไม่ทันที่อรุณจะพูดจบ ปีกสีดำ พุ่งฉีกเนื้อออกมาจากทางด้านหลัง หน้าเริ่มฉีกขาดออกจากกัน เผยให้เห็นหน้าภายในอันสุดยอง ผิวกายของมันยังชุมด้วยเลือดจากการฉีกขาดของเนื้อหนัง ผิวค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ
อรุณได้แต่มองเพื่อนกลายเป็นตัวประหลาดไปด้วยความตกตะลึง นกจับไหล่เขา "เราต้องฆ่ามัน ตอนนี้" อรุณหันไปมองหน้านก "แต่ ..." อรุณรู้อยู่เต็มอก ถ้าไม่ฆ่านิกที่เริ่มกลายเป็นสัปหลาดตอนนี้ อีกไม่กี่นาที เขาจะต้องกลายเป็นฝ่ายที่โดนฆ่าซะเองก็ได้ .....
อรุณเหวียงขวานขึ้นมาจากทางด้านล่างสับเข้าไปที่คางผ่าไปจนสุดที่หน้านิกที่ตอนนี้กลายเป็นสัปหลาดไปแล้วจนหน้าแยกออกจากกัน เขาจัดการซ้ำที่หัวเลือดกระฉูดออกมาเปลอะเสื้อของเขา
"นู๋เคยดูหนังมา เลือดมันอาจจะติดเชื้อได้" นกแซว

นกลากขาของนิกออกมาให้พ้นลิป "ไปกันเถอะค่ะ" ลิปค่อย ๆ ปิด อรุณได้แต่มองเพื่อนของเขาที่เขาเป็นคนลงมือฆ่า จนลิปค่อย ๆ ปิดลง

........
"เงียบจังเลยน้าาา" นกพูดทำลายความเงียบ ขณะที่ลิปกำลังลงไปชั้นที่ห้า
อรุณยังคงนิ่งเงียบ เขาคิดว่าถ้านี่เป็นความฝัน เขาก็อยากจะตื่นได้แล้ว ในความเงียบเพียงไม่นาน ความคิดของอรุณฟุ้งซ่านจนแทบจะอยุดมันไว้ไม่ได้ กรุงเทพจะเป็นยังไง จะมีใครมาช่วยไหม รัฐบาลหล่ะ ทหาร จะมีใครรอดไหม
แล้วไอ่ตัวบ้านี่มันตัวอะไร มันมาจากไหน เขาคิดว่าถ้าประตูลิปเปิดแล้วเขาลืมตาขึ้นมาเจอฝ้าเพดานที่คุ้นเคย นั่นจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการที่สุดในชีวิตตอนนี้
นกจับแขนอรุณเบา ๆ ไม่จำเป็นต้องมีคำพูด อรุณเข้าใจถึงความรู้สึกและรู้สึกขอบคุณมือน้อย ๆ นั้นด้วยใจจริง

กิ๊ง ! ลิปเปิดที่ชั้นสอง ทางเดินแทบจะเต็มไปด้วยเลือด
"ตอนนี้ที่เรารู้คือ พวกมันมีทั้งแบบสีขาคล้ายหมา และแบบที่บินได้ และพวกมันทำให้เรากลายเป็นแบบมันได้ จากหนังที่พี่เคยดูคงคล้าย ๆ พวกซอมบี้" อรุณนำหน้านกไปแสดงความเป็นผู้ชายที่เขาต้องทำ
นกเดินถือกระเป๋าแฮร์รอทของเธอ เหมือนมาเดินช็อปปิ้ง "ไม่มีศพเลยน้า แล้วพวกมันไปไหนหมด"
"นั่นเป็นข่าวดีของวันนี้เลย" อรุณหันควับไปเล่นมุขหนึ่งดอก "เราจะไปทางบันใดหนีไฟกัน" อรุณชี้ไปที่ป้ายติดว่า ทางหนีไฟ
แอ๊ดดดดด เสียงประตูกระจกลั่น อรุณหันไปมอง แต่นกจับมืออรุณ "วิ่งค่ะ" เงาสีดำกระโจนออกมาอย่างรวดเร็ว อรุณแทบจะไม่ได้หันไปมองว่ามันมีจำนวนเท่าไหร่ พวกเขาวิ่งสุดชีวิตไปที่ประตูหนีไฟ
ปัง !! นกปิดประตูเหล็กได้ทัน พวกมันกระโจนชนประตูเสียดังอยู่สองสามที "โชคดีที่มันเปิดประตูไม่เป็นนะค่ะพี"
อรุณที่ตอนนี้เมหือนวิ่งผ่าสมอรภูมิเวียดนาม นั่งหอบแบบหมดท่า "เอาไงต่อ ขึ้นไปข้างล่าง ตายหยังเขียดแน่"
"ข้างล่างเป็นลานจอดรถ ไปกันเถอะค่ะ" นกเดินนำลงไป
"แต่เราไม่มีรถ เราจะใช้มันได้ยังไง" อรุณถามกันพลาด
"เชื่อมือหนูได้เลย" นกพูดอย่างมั่นใจ นกทำให้อรุณอึ้งได้เสมอจริง ๆ บางทีเธออาจจะเป็นหน่วยจารกรรมข้ามชาติของไทยก็ได้
เดินลงมาเพียงชั้นเดียว ก็ถึงประตู "หนูเปิดหล่ะนะค่ะพี่" นกที่ตอนนี้หยิบปืนพกคู่ในในท่าพร้อมยิง ค่อย ๆ เปิดประตู
ลาดจอดรถมีสภาพเหมือนโดนรถแทรกเตอร์ไถรถที่จอด บ่งบอกให้รู้ว่าความพยายามหนีเอาตัวรอดของมนุษย์ช่างน่ากลัวนัก รถชนกันอย่างสะเปะสะปะ
นกกวาดตามอง เธอกวักมือเรียกเขาชี้ไปทางด้านขวา พร้อมกับทำทำมือบอกให้เงียบไว้ พวกเขาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ ผ่านทางหลังรถที่จอดไว้ อรุณไม่รู้เลยว่านกจะพาเขาไปไหน แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นอรุณไม่มีข้อโต้แย้งอะไรที่จะต้องไม่เชื่อใจเธอ
นกทำมือแบ หมายความว่า หยุด อรุณเห็นพวกมันชัด ๆ คราวนี้ ตัวสีขาผิวมันสีเลือดดำ มีหน้าเป็นคนแต่มีปลายคล้ายมด พวกมันมีอยู่ประมาณสี่ห้าตัว อรุณไม่ได้สนใจจะนับ เพราะตอนนี้เขานั่งเกรงทำตัวให้เงียบที่สุด นกกำปืนพกไว้แน่น

พวกมันเดินมาทางที่อรุณอยู่ ทำท่าดมเหมือนหมา มันดูตลกที่คนทำท่านี้เหมือนหมา แต่ในขณะนี้ทั้งสองคนตลกไม่ออก พวกมันสี่ห้าตัวค่อย ๆ ดมมาจนถึงหน้ารถที่พวกเขาอยู่
บรื่นนน เสียงสตาทรถที่อีกด้านหนึ่งของลานจอดรถดังขึ้น พวกมันหันควับพร้อมกับวิ่งกระโจนไปจนสายตามนุษแทบจะมองไม่ทัน นกจับไหลอรุณ "ตอนนี้แหละ" สัญญานออกวิ่งเริ่มขึ้นแล้ว พวกเขาวิ่งร้อยเมตรที่เร็วที่สุดในชีวิต ลาดจอดรถทางด้านขวา นั่นโล่งพอที่จะออกไป
สู่ถนนใหญ่ได้ รถกระบะวีโก้ตำรวจจอดอยู่คันนึง นกจัดการยิงไปที่กระจกหนึ่งนัด "พี่ค่ะ ต่อเลย" ขวานในมือที่แทบจะลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่ ทุบอย่างสุดแรง กระจกแตกกระจายพอจะยืนมือขวา ๆ ของนกเข้าไปปลดล็อกได้ นกจัดการอยู่ไม่ถึงสิบวินาที รถสตาทติด
อรุณที่ขึ้นไปรอที่นั่งด้านข้างอยู่แล้ว อรุณไม่แปลกใจอะไรอีกแล้ว กะอีแค่ขโมยรถมันเด็กสำหรับเธอ เธอเหยียบคันเร่งสุดแรกรถวีโก้พุ่งไปจนหลังติดเบาะ รถคันนึงพุ่งออกมาเลี้ยวอย่างไม่คิดชีวิตจนตูดปัดไปโดนรถที่จอดอยู่ริมด้านขวา ขับตรงไปก็ถึงทางออกลาดจอดรถแล้ว
ฝูงสับประหลาดกระโจนตามรถคันนั้นมา นกหักพวงมาลัยหลบรถคันนั้นได้อย่างฉิวเฉียด พร้อมกับชนพวกสับประหลาดกระเด็นไป รถพุ่งทะยานออกมาจากโรงจอดรถ เลี้ยวซ้ายพุ่งไปตามถนนใหญ่ วิ่งไปตามทางออกนอกเมือง ถนนค่อนข้างโล่งตรงข้ามกับถนนฝั่งขาเข้า
ที่เต็มไปด้วยรถชนกัน
"ทำไมต้องเป็นรถตำรวจหล่ะ" อรุณอดสงสัยไม่่ได้ ว่าทำไมถึงอุตส่าวิ่งร้อยเมตรมาเพื่อมัน
"วีโก้มันขโมยง่ายนะพี่ แล้วรถตำรวจก็ไม่ค่อยมีพวกอุปกรณ์นิรภัยกันหายเท่าไหร่ โจรมันไม่กล้าขโมยอยู่แล้ว"
เธอขับตรงมาตามทางออกสู่ถนนใหญ่ "เรากำลังจะไปไหนกัน" อรุณตั้งคำถามถึงจุดหมาย
"ไปค่ายทหาร อาจจะยังมีทหารอยู่ที่นั่น แง่ร้ายที่สุดก็น่าจะมีอาวุธที่เราพอจะใช้ได้" นกพูดพลางมองไปทางด้านหน้า รถชลอลง
"พี่ !! ดูนั่น" สภาพตึกใบหยกสองที่เหมือนโดนลาดด้วยสีเลือดดำ มีรังคล้ายรังดักแด้ขนาดใหญ่อยู่ตามผนังตึก "นั่นอาจจะเป็นรังของพวกมัน ถึงว่าสิ เราถึงไม่เห็นมันตามถนน" อรุณจ้องมองตึกที่สูงที่สุดในประเทศกลายเป็นรังของสับประหลาดไปซะแล้ว
สับประหลาดที่ครึ่งคนครึ่งตัวอะไรซักอย่างที่มีปีก บินเป็นฝูงเหมือนทหารป้องกันปราสาทที่เป็นรังของพวกมัน
"ไปกันไหมค่ะพี่" นกเล่นตลกร้ายพอดู พอให้อรุณหันควับมาหยิบแหย๋ ๆ

สองข้างทางที่เขาขับผ่านนั้นมีแต่ความเงียบ ผู้คนที่เคยเดินกันควักไขว่ในกรุงเทพ บัดนี้หายไปหมด มีแต่เพียงกองเลือดที่ทิ้งไว้เป็นหย่อม ๆ ร้านค้ายังคงเปิดเหมือนปรกติ แต่กลับไม่มีผู้คนอยู่เลย พวกเขาจะเป็นเพียงสองคนเชียวหรือที่รอดชีวิตอยู่ในเมืองฟ้าอมรที่บัดนี้
ได้แปรเปลี่ยนไปกลายเป็นนรก มนุษย์ผู้ครองโลกกลับเป็นผู้ถูกล่าโดยสิ่งที่มีอำนาจมากกว่า ชีวิตถูกนับเป็นวินาที อะไรที่จะช่วยเปิดทางสู่การมีชีวิตรอด




 

Create Date : 09 กันยายน 2553
0 comments
Last Update : 9 กันยายน 2553 0:34:50 น.
Counter : 1281 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


RadXlll
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add RadXlll's blog to your web]