วิธีเล่นกับลูก วัย 1 2 ขวบ
นอกจากการหาของเล่นตามพัฒนาการให้ลูกเล่นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องให้ความใส่ใจในการเล่นกับลูกด้วยนะคะ เพราะจะเป็นการช่วยเสริมจินตนาการของลูกให้ลูกรู้สึกสนุกสนานเพราะมีคนเล่นด้วย ทั้งยังให้เขารู้สึกอบอุ่นที่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ชิดกับเขา ซึ่งก็มีวิธีง่ายๆ แบบไม่ต้องลงทุนมากเพียงแต่อาศัยจินตนาการของคุณพ่อคุณแม่เท่านี้ก็สามารถเล่นกับลูกได้อย่างสนุกกับทั้งครอบครัวเลยเชียวค่ะลองมาดูวิธีเล่นกับลูกของกันต์นัทธ์สิค่ะ แล้วลองเอาไปใช้ดู ส่วนใครมีไอเดียเด็ดๆ ในการเล่นกับลูกที่นอกเหนือจากนี้อีกก็ช่วยแนะนำด้วยนะคะ บอกตามตรงค่ะว่าบางทีก็เล่นจนหมดมุขแล้วเหมือนกัน 1. เล่นจ๊ะเอ๋ อันนี้เบสิกค่ะ การจ๊ะเอ๋แบบธรรมดาๆ ที่เอามือปิดตาแล้วผายมือจ๊ะเอ๋ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็คงจะเคยเล่นกับลูกกันอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนโดยที่เอามือปิดแล้วพูด จ๊ะ ดังๆ แล้วปิดอยู่อย่างนั้นรอดูอาการของลูก เพราะเขาจะคิดว่าอีกไม่นานเดี๋ยวแม่ก็จะเปิดตามา เมื่อเห็นว่าแม่ไม่เปิดตาสักทีเขาก็จะเป็นคนเอามือมาเปิดเอง ทีนี้ให้คุณแม่เปิดมือและพูดว่า เอ๋ ดังๆ และหากจะเล่นกันต่อ ทีนี้ตอนปิดตาก็แกล้งปิดไม่มิดแบบให้มีช่องว่างเหลือแต่ลูกตา แล้วก็ส่ายหัวไปมา บอก จ๊ะ แล้วก็รีบยื่นหน้าไปใกล้ๆ ลูก มองตาเขา เปิดมือออก แล้วบอก เอ๋ เท่านี้ก็เรียกเสียงหัวเราะจากลูกได้แล้วค่ะ2. เล่นซ่อนแอบ & วิ่งไล่จับกันต์นัทธ์จะชอบเล่นกับลูกโดยวิ่งให้มีเสียงดัง ตับ ตับ ตับ แต่ไม่ใช่กระทืบเท้านะคะ วิ่งให้เท้ากระทบกับพื้นแล้วมีเสียงดังกว่าปกติเท่านั้นค่ะ เป็นการปลุกเร้าให้ลูกตื่นตัว (ไม่ใช่ตื่นกลัวนะคะ) ทำให้เขาวิ่งหนีเรา และเราก็วิ่งไล่เขา แต่หากเขาวิ่งโผเข้าหาเรา เราก็ต้องแกล้งวิ่งหนีเขา แล้ววิ่งให้เป็นวงกลม ผลัดกันไล่ เราไล่ลูกบ้าง ให้ลูกไล่เราบ้าง วิ่งวนสักพักพอเริ่มมึนก็วิ่งไปตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน ให้คุณแม่วิ่งไปหลบตามมุมเสา รอให้ลูกวิ่งมาถึงก็ จ๊ะเอ๋ ใส่ลูกเลย แล้วอย่าเพิ่งหยุด วิ่งต่อไปที่ห้องอื่น ให้ลูกวิ่งไล่หาเรา หรือถ้าในบ้านมีเสากลางบ้านก็วิ่งวนรอบเสา หลบตามมุมเสาแล้ว จ๊ะเอ๋ ลูก เล่นจนว่าจะเหนื่อยหรือลูกหยุดเล่นไปเองค่ะขอบอกว่ากันต์นัทธ์เล่นแบบนี้กับลูกแล้วสนุกมากและก็เหนื่อยมากด้วย เพราะเราทำเป็นวิ่งเร็วๆ และฉวัดเฉวียนไปมา ให้ลูกเห็นแล้วตลก ลูกของกันต์นัทธ์ก็จะหัวเราะตลอดเลย เราเองก็หัวเราะ พูดไปหัวเราะไปวิ่งไป โอย...เหนื่อยค่ะ แต่ก็สนุกดี3. เล่นผ้าห่มเล่นแบบนี้ต้องเล่นบนที่นอนค่ะ เพราะเผื่อหกล้มหกลุกไปลูกจะได้ไม่บาดเจ็บค่ะ วิธีเล่นไม่มีอะไรยากค่ะ แค่เอาผ้าห่มมาคลุมตัวลูก ผ้าห่มก็จะปิดหน้าปิดตาเขา เขาก็จะเดินโซซัดโซเซล้มลุกคลุกคลานหาทางออก ลูกชายกันต์นัทธ์เล่นแบบนี้แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเลย (ไม่รู้ตลกอะไรเหมือนกัน) แต่เด็กบางคนอาจไม่ชอบก็ไม่ต้องไปเล่นกันเขานะคะ สำหรับกันต์นัทธ์พอเล่นแบบนี้ชักเบื่อ กันต์นัทธ์ก็เอาผ้าห่มมาคลุมตัวเองโดยที่ไม่ให้ลูกเห็นตัว แล้วก็เอามือที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มไปจับตัวเขา โดยที่เขายังไม่เห็นตัวเรา เขาก็หัวเราะ และพยายามจะเปิดผ้าห่มหาเราให้เจอ เราก็นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น รอให้ลูกเปิดผ้าห่มให้ค่ะ บางทีก็แกล้งพูดว่า ช่วยด้วย น้องธันช่วยแม่ด้วย ให้ลูกมาช่วยเราค่ะ (แต่ขอบอกบางทีลูกก็ไม่ช่วยค่ะ แถมยังนั่งทับที่ตัวซ้ำเข้าไปอีก บางทีเดินเหยียบตัวไปเฉยเลย)4. เล่นวาดรูปอันนี้กันต์นัทธ์ชอบเล่นกับลูกมาก เพราะเราเป็นคนชอบวาดรูป วาดไม่ค่อยสวยหรอกค่ะ แต่ด้วยใจรักก็ชอบวาดโน้นวาดนี่ให้ลูกทายว่าเป็นอะไร อย่างช่วงแรกๆ ก็จะวาดรูปสัตว์ให้ลูกทายว่าเป็นตัวอะไร ต่อมาก็วาดรูปสิ่งของ อย่างเสื้อ กางเกง โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ ให้ลูกตอบว่าเป็นอะไร ลูกตอบได้ก็ปลื้มเลยค่ะ เพราะว่าเด็กในช่วงอายุ 1-2 ขวบ เขายังพูดไม่เก่งเท่าไหร่ เขาต้องประมวลผลจากรูปที่เราวาดไม่ค่อยสวย แต่พอดูรู้เรื่อง ไปเป็นคำศัพท์ในคลังสมองน้อยๆ ของเขา บางทียังวาดไม่ทันเสร็จแค่วาดเป็นโครงๆ เขาก็ตอบได้แล้ว เราก็ดีใจค่ะ อย่างรูปที่วาดบ่อยๆ ก็จะเป็นโดเรม่อน พอเริ่มวาดวงกลมเป็นหัว วาดวงกลมเป็นตา ลูกตอบได้แล้วว่าเป็น ม่อน คือลูกเขาเรียนรู้ลักษณะลายเส้นและจำการวาดของเราได้ เป็นการฝึกให้เขาใช้ความคิดค่ะ นอกจากการวาดรูปแบบธรรมดาที่ใช้ดินสอ ปากกา สีไม้ สีเทียน เขียนลงบนกระดาษแล้ว ทีนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจไม่ชอบนักที่เห็นลูกน้อยเริ่มเอาอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณให้ไปเขียนตามพื้น ผนังบ้าน หรือสิ่งของต่างๆ ที่คุณหวงแหน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มโปรด โต๊ะทำงาน เตียงนอน โซฟา และอะไรอีกหลายอย่างที่เจ้าตัวน้อยจินตนาการอยากจะให้มีลวดลาย พ่อแม่หลายคนคงเคยดุ และทำโทษลูกในเรื่องนี้มาบ้าง บางคนอาจเก็บอุปกรณ์ขีดเขียนทุกอย่างให้พ้นมือเด็ก อย่าเช่นนั้นเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่ กันต์นัทธ์คิดว่าการที่ลูกเขาชอบขีดชอบเขียนน่ะดีแล้ว เพราะเป็นการฝึกให้ลูกมีจินตนาการฝึกให้เขามีอิสระในขอบเขตที่กำหนดด้วย อย่างไร? กันต์นัทธ์สังเกตจากลูกชายของตัวเองค่ะ น้องธัน ช่วงแรกๆ ที่กันต์นัทธ์ให้ดินสอหรือปากกาไปเริ่มขีดเขียนก็ให้เขาเขียนกับกระดาษ ก็กระดาษ A4 ธรรมดาที่เหลือใช้ในสำนักงาน เอาให้เขาเขียน ใหม่ๆ เขาก็ดีใจ ก็ขีดเขียนลงกระดาษใหญ่เลย จนเมื่อเขาเขียนเต็มแผ่นแล้วและเขาไม่รู้จะเอากระดาษได้ที่ไหน เขาก็จะเริ่มเขียนบนพื้น พอเราเห็นเราก็สอนว่าที่พื้นไม่ได้นะ ต้องเขียนที่กระดาษ เดี๋ยวแม่ไปเอากระดาษมาให้นะ พยายามบอกกับเขาค่ะ หนังจากนั้นน้องธันก็ไม่เขียนที่พื้นแล้ว แต่ไปเขียนตามผนังแทนค่ะ พอเราเห็นเราก็บอกเขาอีกว่า อย่าเขียน มันเลอะเทอะ เขาก็งอแงนะคะ โกงอยู่พักนึง แต่กันต์นัทธ์ไม่ยอมค่ะ ก็ต้องเบียงเบนหากระดาษมาให้ ทีนี้เอามาให้เยอะๆ เลยค่ะ 4-5 แผ่นเลย และบอกเขาว่า นี่ไงแม่เอากระดาษมาให้แล้วเยอะแยะเลย ไม่ต้องไปเขียนที่ผนังหรอก คอยบอกเขาค่ะ ยังค่ะ น้องธันยังไม่หยุดเขียนผนัง กันต์นัทธ์สังเกตเห็นว่า การเขียนลงบนกระดาษมันมีข้อจำกัดตรงที่มันมีจุดสิ้นสุด คือลากเส้นได้นิดเดียวก็สุดขอบกระดาษแล้ว บางทีลูกอาจจะอยากเขียนอะไรแบบที่ไม่มีขอบเขตก็ได้ พอดีกับเคยเห็นลูกเอาพู่กันทาสีมาเล่น ทีนี้ก็เลยเกิดไอเดีย เอากระป๋องมาใส่น้ำเปล่า เอาพู่กันมาอันนึง ให้เขาออกไปเล่นข้างนอก โดยการเอาพู่กันจุ่มน้ำวาดรูปบนพื้นปูนค่ะ น้องธันชอบใจใหญ่เลยค่ะ ไม่เลอะเทอะด้วย แล้วก็ยังได้เปลี่ยนรูปแบบการวาดรูป ให้เขาสนุกกับการขีดเขียนด้วยค่ะต่อมากันต์นัทธ์เห็นว่าการเล่นเขียนด้วยน้ำมันแห้งเร็ว เขียนลวดลายอะไรไป แป๊ปเดียวก็หายหมดแล้ว จึงไปซื้อสีชอล์คมาเขียนค่ะ เขียนที่พื้นเลย มีสีสันและล้างออกไม่ยากค่ะ ลองดูผลงานสิคะ นี่เป็นรูปที่กันต์นัทธ์วาดเล่นกับน้องธัน ส่วนใหญ่ก็กันต์นัทธ์แหละค่ะที่วาด ส่วนลูกเขาจะทำได้แค่เอาสีมาระบายไปมา และคอยบอกให้เราวาดตามที่เขาต้องการกันต์นัทธ์คิดว่าอย่างไรก็ดีค่ะ ทำให้เรามีกิจกรรมระหว่างกัน และเป็นกิจกรรมที่เสริมทักษะการเรียนรู้ให้กับเขา ฝึกให้เขามีจินตนการและมีสมาธิค่ะ ที่สำคัญหลังจากเล่นแบบนี้แล้วลูกไม่เขียนอะไรซี้ซั้วเลยค่ะ เวลาเขาอยากจะเขียนแล้วไม่มีกระดาษเขาก็จะวิ่งมาขอกระดาษจากเราเองเลยค่ะ ขอยังไงน่ะเหรอค่ะ เขาวิ่งมาหาและบอกว่า แม่ะ..ดาด ดาด
ขอจดข้อมูลไปเล่นด้วยค่ะ^^
กันต์นัทธ์
Location : กรุงเทพฯ Thailand
[Profile ทั้งหมด]