|
|
|
วิธีหย่านมลูกง่ายๆ ...ไม่หักดิบ
เคยได้ยินมาหลายคนแล้วค่ะว่าหากให้ลูกกินนมแม่นานๆ แล้วลูกจะติดนม เวลาให้หย่านม เด็กจะเลิกยาก จนแม่บางคนต้องใช้บอระเพ็ดทาที่หัวนมแล้วให้ลูกดูด พอลูกดูดแล้วขม ก็จะเข็ดไม่มาดูดอีก แต่บางคนบอระเพ็ดเอาไม่อยู่เขาใช้อะไรรู้ไหมคะ พริกค่ะ ! โอ้ มายก๊อด เราเป็นผู้ใหญ่ กินพริก ยังซี๊ดซ๊าด ปากร้อนเป็นไฟเลย คิดดูสิว่าเด็กเล็กๆ จะเป็นยังไง มันน่าสงสารมากๆ เลยค่ะ กันต์นัทธ์คิดว่าเด็กที่ติดนมแม่บางทีเขาก็ไม่ได้ดูดด้วยความหิว แต่เพราะว่าเขาต้องการความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่มากกว่า จากประสบการณ์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มานานถึง 1 ปี 2 เดือน กันต์นัทธ์ได้สังเกตดูในช่วงที่ลูกอายุได้ประมาณ 12 เดือน น้ำนมของกันต์นัทธ์เริ่มน้อยลง ลองบีบดูก็ไม่ค่อยมี ถ้ามีก็จะเป็นน้ำใสเหมือนน้ำซาวข้าว ลูกก็ยังอยากจะดูด บางทีเคยเห็นลูกแอบมองเราเวลาที่เขาดูดนมอยู่ในอ้อมอก ปากไม่ได้ดูดหรอก แค่งับงับไว้เฉยๆ พอเราก้มดู เห็นเขากำลังมองเราอยู่ เขาเห็นเราเขาก็ยิ้มแฉ่งเลย เพราะฉะนั้นถ้าลูกอยากดูดนมแม่ก็ให้ดูดไปเถอะค่ะ เหมือนเพลงอิ่มอุ่นในท่อนที่ว่า
ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรัก อุ่นละมุ่น ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน
ลองมาดูวิธีหย่านมแบบละมุ่นละม่อมของกันต์นัทธ์ดีกว่าค่ะ ไม่ทำร้ายจิตใจลูก และช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องทนระบมเจ็บนมจากการที่ลูกไม่ได้ดูดนมด้วย
1. ตั้งเป้าหมายในการให้นมแม่ คุณแม่ควรตั้งเป้าหมายในการให้นมลูกและควรทำให้ได้ตามนั้น กันต์นัทธ์เคยได้ยินมาว่า นมแม่สามารถให้ได้จนลูกอายุ 2 ขวบ แต่บางคนก็ว่าน้ำนมแม่จะมีคุณค่ามากในช่วง 6 เดือนแรกเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว และลูกควรจะได้รับอาหารหยาบเป็นการทดแทน ใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ โดยส่วนตัวแล้ว กันต์นัทธ์ตั้งใจจะลูกกินนมประมาณ 1 ปี เหตุผลหลักใหญ่เลยก็คือ ประหยัดค่ะ แล้วน้องธัญลูกชายกันต์นัทธ์เขาไม่ชอบดูดนมจากขวด ก็เลยให้เขากินนมแม่ของเราไปเรื่อยๆ ใน 4 เดือนแรกก็ให้กินแต่นมแม่อย่างเดียว พอเดือนที่ 5 ก็เริ่มให้อาหารอื่นเสริมบ้าง แล้วพอเข้าเดือนที่ 6 ก็ให้นมเป็นอาหารเสริมค่ะ
2. ค่อยๆ ลดนมแม่ลงทีละมื้อ !!ข้อนี้สำคัญค่ะ กันต์นัทธ์ให้ลูกกินนมแม่ตลอดทุก 2 ชั่วโมง จนลูกอายุได้ 10 เดือน ก็เริ่มลดมื้อที่เป็นอาหารหลักลง คือ มื้อเช้า กลางวัน และเย็น ก็ให้ลูกกินอาหารหลักให้อิ่ม แล้วก็เสริมนมแม่ในช่วง 10 โมงเช้า, บ่าย 3 โมง ช่วงหัวค่ำ และก่อนนอน โดยในระหว่างนี้ถ้าลูกมีอาการงอแง หรือเอาหน้ามามุดๆ ที่หน้าอกเรา กันต์นัทธ์ก็จะให้ดูดนมค่ะ ตามใจเขา เข้าใจว่าเขาอาจต้องการความอบอุ่นจากเรา เพราะสังเกตได้จากการที่เวลาเขาดูดนมเขาจะดูดไปมองหน้าเราไป บางทีก็ยิ้มให้ ส่วนเรื่องน้ำนม พอ 10 เดือนแล้ว น้ำนมก็ออกบ้างไม่ออกบ้างกันต์นัทธ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าสีของน้ำนมเริ่มไม่เข้มข้นเหมือนแต่ก่อน สีมันออกเหมือนน้ำซาวข้าว แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของลูกกันต์นัทธ์ก็หยวนๆ ค่ะ จากนั้นในช่วงเดือนที่ 11 ก็ค่อยๆ ลดการให้นมแม่ในช่วง 10 โมงเช้า และบ่าย 3 ลง ในช่วงนี้อาจทดแทนด้วยการให้เขากินขนมหรือนมกล่อง โดยให้เขาหัดใช้หลอดดูด เชื่อไหมค่ะว่าน้องธัญดูดนมจากขวดไม่เป็น แต่เขาจะดูดจากหลอด และดื่มจากแก้วได้ ส่วนการให้นมแม่ในช่วงหัวค่ำและก่อนนอน หรือในเวลาที่เขาเรียกร้องยังควรให้อยู่นะคะ เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกว่าคุณแม่เปลี่ยนไป จากนั้นในช่วงเดือนที่ 12 ก็ค่อยๆ ลดการให้นมแม่ในช่วงหัวค่ำค่ะ ในช่วงนี้ถ้าคุณแม่ใจแข็งพอและเริ่มไม่รู้สึกคัดนมแล้วก็ลดมื้อก่อนนอนเลยก็ได้ แต่สำหรับกันต์นัทธ์แล้วกันต์นัทธ์ยังอาลัยอาวรแววตาของลูก และการได้กอดลูกก่อนนอนอยู่ก็เลยยังไม่รีบให้อดนมในมื้อก่อนนอนค่ะ
3. ให้ลูกกินอาหารให้อิ่ม การให้ลูกกินอาหารให้อิ่มในมื้อหลัก และให้ลูกได้กินขนมและผลไม้ในระหว่างมื้อจะช่วยให้ลูกไม่หิว และไม่โยโยขอนมคุณแม่ดูด ด้วยความอิ่มมันจะทำให้เขาเล่นเพลินจนลืมหัวนมอันอ่อนนุ่มของคุณแม่ ดังนั้นให้ลูกกินให้เต็มที่เท่าที่เขาต้องการ ซึ่งคุณแม่ควรเลือกอาหารที่ดี มีประโยชน์ มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ไม่หวาน ไม่มัน ไม่มีผงชูรส และไม่ควรเป็นขนมขบเคี้ยว เพื่อให้การหย่านมของคุณแม่เป็นไปได้ง่ายขึ้นค่ะ
4. อย่าให้ลูกเห็นคุณแม่ เมื่อถึงเวลาให้นม หากลูกเป็นเด็กขี้อ้อนเห็นหน้าคุณแม่ก็อยากจะดูดนม หรือ ต้องดูดนมก่อนนอนถึงจะหลับได้ กรณีอย่างนี้น้องธัญก็เป็นเหมือนกันค่ะ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ลูกใกล้จะนอน คุณแม่ต้องหายตัวไป อย่าให้ลูกเห็นเด็ดขาด เพราะหากลูกเห็นคุณแม่ ก็จะนึกขึ้นได้และอ้อนขอกินนมอีก แต่ถ้าสุดวิสัยก็ให้กินไปเถอะค่ะ อย่าใจแข็งให้ลูกร้อง น่าสงสารค่ะ ให้คิดว่าค่อยเริ่มใหม่พรุ่งนี้ก็ได้
5. ให้คนอื่นช่วยดูลูกแทนคุณแม่ ต่อเนื่องจากข้อ 4. ค่ะ เมื่อคุณแม่อันตธานหายตัวไป (นอน) แล้ว คราวนี้ก็เป็นบทบาทของคนอื่นที่จะต้องช่วยดูแลลูกแทนคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา เกณฑ์กันมาให้หมดค่ะ แต่ถ้าไม่มีใคร ก็คนข้างๆ ตัวนั่นแหละ ก็คุณสามียังไงล่ะคะ ให้คุณพ่อของลูกช่วยเล่นเป็นเพื่อนลูกสักระยะนึง ประมาณ 1 2 สัปดาห์ ยกตัวอย่าง หากลูกคุณร้องกินนมในช่วงก่อนนอน ในสองวันแรกก็ให้คุณพ่อเล่นกับลูกไปจนลูกหลับ ถ้าผ่านไปได้แสดงว่าลูกไม่ได้หิวในช่วงเวลานี้ และในวันที่สามให้คุณพ่อเล่นกับลูกสักพักแล้วคุณแม่ลองแวะมาเล่นด้วย ถ้าลูกเห็นหน้าแล้วร้องจะกินนมให้ใจแข็ง แล้วเบี่ยงเบนเป็นกินน้ำ กินนม หรือ เล่นอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่าแทน แล้วให้ตัวไปให้คุณพ่อเอาลูกนอน วันที่สี่ ที่ห้า ให้ทำเหมือนสองวันแรก คือให้คุณพ่อเหมาดูลูกคนเดียว ทำอย่างนี้สลับกันกันไป แต่ไม่กำหนดตายตัวนะคะ ว่าจะต้องทำแบบนี้เป๊ะ ให้คุณแม่ลองยืดหยุ่นดูเอาเองค่ะ
สำหรับกันต์นัทธ์ใช้วิธีข้างต้นได้ผลมาแล้ว แต่มีผลข้างเคียงดังนี้ค่ะ คือ ตอนที่เราหายตัวไม่ให้ลูกเห็นหน้าทำดึกไปหน่อย คือกันต์นัทธ์จะหายตัวขึ้นข้างบนประมาณ 3 ทุ่ม (21.00 น.) แล้วลูกเขาจะเล่นกับพ่อเขารอเรา เล่นรอเราไปเรื่อยๆ จนน๊อกหลับป๊อกไปเอง แล้วกว่าจะหลับเองได้ ปาไป 4 ทุ่ม (22.00) ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่ดึกสำหรับเด็กค่ะ ไม่ดี จนเดี๋ยวนี้เขาก็ติดนอนประมาณ 4 ทุ่มค่ะ แก้ไม่หาย เพราะฉะนั้นแนะนำให้คุณแม่รีบหน่อย พยายามจัดการให้ลูกหลับให้ได้ 3 ทุ่มน่าจะดีค่ะ
5 วิธี หย่านมลูก...ไม่หักดิบ ลองเอาไปทำดูนะคะ ได้ผลยังไงก็เม้นมาเล่าให้ฟังบ้าง และขอให้สุขภาพดีทั้งคุณแม่และคุณลูกนะคะ
เขียนโดย : กันต์นัทธ์
เขียนเพิ่มเติม 10 พ.ย. 2552
ตอบคำถาม จากความคิดเห็นของคุณผู้อ่านที่น่ารักค่ะ
ต้องขอขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นนะคะ กันต์นัทธ์ไม่ได้เข้ามาอัพเดททุกวัน ตอนนี้มีโอกาสได้เห็นความคิดเห็นต่างๆ มีมากมาก จึงขอโอกาสนี้ตอบคำถาม เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาเหมือนกัน ในวาระต่างๆ ได้เข้ามาอ่านกันค่ะ
มีคุณแม่ท่านนึงถามมาว่าจะใช้บอระเพ็ด ทำยังไง เรื่องนี้กันต์นัทธ์ไปถามจากคนมีประสบการณ์มา เขาบอกว่า ให้ใช้ก้านบอระเพ็ดที่เป็นหนามๆ นำมาล้างให้สะอาด และนำมาตำให้แหลก เอาน้ำบอระเพ็ดที่ได้มาทาให้รอบฐานนมค่ะ พอลูกดูดนมก็จะขมและไม่กล้ามาดูดอีก บอระเพ็ดที่ใช้ก็หน้าตาประมาณนี้ค่ะ


วิธีนี้ขอเป็นวิธีสิ้นคิดในกรณีที่ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะคะ แล้วอย่าลืมว่า เมื่อลูกร้องไห้เพราะขมนมแล้วก็อย่าลืมปลอบประโลมคุณลูกด้วยนะคะ อาจจะบอกว่า
โอ๋....คนดีของแม่ เป็นอะไรไปจ๊ะ น้ำนมแม่ไม่อร่อยแล้วเหรอ ว๊า...ไม่เป็นไรนะ ลองกินนมกล่องนี้ล้างปากหน่อยดีไหม
แล้วคุณแม่ก็เอานมกล่องหรือนมชงก็ได้มาให้ลูกดื่มล้างปาก แต่ต้องเร็วหน่อยนะ เพราะลูกกำลังขมอยู่ เลยแนะนำให้เป็นนมกล่องจะได้เร็วค่ะ เอานมกล่องมาเทใส่แก้ว ไม่ต้องบังคับให้ลูกดูดจากหลอดนะคะ เพราะเด็กที่ดูดนมแม่เป็นประจำ เขาจะไม่ชินกับการที่ต้องดูดจากอย่างอื่น ให้หาหลอดอื่นที่ปลายหลอดไม่แหลม เพราะถ้าเป็นหลอดจากกล่องนมปลายมันจะแหลมทิ่มปากลูก แล้วพาลไม่ชอบดูดนมจากหลอด เน้นไม่ต้องให้ลูกดูดจากหลอด แต่เปลี่ยนเป็นให้คุณแม่ ใช้มือกดปลายหลอดดูดน้ำนมขึ้นมาแล้วไปป้อนให้ลูกกินแทนเพื่อเป็นการล้างปากค่ะ
 วาดไม่ค่อยสวย แต่น่จะเข้าใจนะคะ
วิธีนี้จะเป็นการฝึกให้ลูกดูดของเหลวจากหลอดโดยมีคุณแม่ช่วยเหลือในเบื้องต้นค่ะ เพราะลูกออกแรงดูดไม่มาก ก็ได้กินนมแล้ว เพราะลักษณะการดูดนมจากหลอดจะแตกต่างจาการดูดจากอกคุณแม่ การดูดนมจากอกลูกจะดูดสั้นและแรง แต่การดูดจากหลอดลูกจะต้องดูดยาวและไม่ต้องออกแรง ดังนั้นต้องค่อยๆ ฝึกค่ะ
หรือ ถ้ารีบมากๆ ก็ลองให้ลูกดื่มเอาจากแก้วเลยค่ะ เป็นวิธีที่ง่ายอีกวิธีหนึ่ง ที่ลูกจะได้ล้างปากและให้ลูกได้ดื่มนมอื่นด้วยค่ะ
จากที่อ่านความคิดเห็นต่างๆ แล้ว ส่วนใหญ่ก็คือ -ลูกไม่กินอาหารจากแหล่งอื่น -ลูกกัดหัวนมจนเจ็บระบม
ในประเด็นแรก คือ ลูกไม่กินอาหารจากแหล่งอื่น ข้อนี้สำคัญ คือ ถ้าลูกกินไม่อิ่มเขาก็จะร้องขอกินนมคุณแม่ที่เคยทำให้เขาอิ่ม นึกภาพออกไหมคะ ถ้าท้องเขาอิ่มแล้วบางทีเขาก็เล่นเพลินจนลืมนึกถึงนมคุณแม่ได้ก็อาจจะทำให้อดนมาคุณแม่ได้ในบางมื้อ แต่เมื่อเขาหิวสิ่งแรกที่เขานึกถึงก็คือคุณแม่นั่นเอง
อันดับแรกที่คุณแม่ต้องถามตัวเอง คือ ให้ลูกกินอะไร ? คุณแม่ควรเลือกอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก ซึ่งเรื่องนี้กันต์นัทธ์ได้รวบรวมในเรื่อง 1008 เมนูอาหารค่ะ (ตั้งชื่อเวอร์ไปหน่อย แบบว้าข้อมูลมีเยอะ แต่ยังไม่มีเวลาโพสค่ะ เลยมีไม่มาก ส่วนใหม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารเด็ก) ลองเลือกให้หลากหลาย
ถ้าลูกฟันยังไม่ขึ้นก็บดให้ละเอียด อาจใส่ซีอิ้วให้เค็มๆ หอมๆ บ้างก็ได้ เมื่อทำอาหารเด็กเสร็จ คุณแม่ควรชิมทุกครั้งว่ามีรสชาติเป็นยังไง ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่จืด และไม่ร้อนจนเกินไป ไม่ต้องซีเรียสว่าลูกกินขี้ปากแม่ไม่ดี เดี๋ยวมีเชื้อโรค กินให้เขาดูเป็นตัวอย่างเลยก็ได้ว่ากินได้นะ แม่ก็กิน อร่อยด้วย
ถ้าลูกฟันขึ้นแล้วก็ให้เขากินอาหารในแบบที่ผู้ใหญ่กินนั่นแหละ แต่ต้องคอยดูให้เขาเริ่มต้นกินด้วยชิ้นเล็กๆ ก่อน อาหารที่ว่าก็ เช่น ไส้กรอก แฮม ไก่ทอด KFC แฟรนส์ฟาย พวกนี้คุณแม่ต้องทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน ใช้มือบีบ บี้ เอาน่ะ ดีที่สุดแล้ว อาจจะจิ้มซอสให้เขารู้ความแตกต่างก็ได้ หรือจะเป็น โดนัส เพรสเซล คุ้กกี้ ขนมปัง หรือ ช็อกโกแลต สาหร่ายทอด ก็ดีค่ะ ลองดูนะคะ
เข้มงวดกับการกินของลูกเกินไปหรือเปล่า? บรรยากาศในการกินของลูกก็สำคัญนะคะ ให้เขาร่วมวงการกินอาหารบนโต๊ะอาหารที่มีผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะด้วยจะดีมากค่ะ ลูกจะได้เห็นพฤติกรรมการกินอาหารของผู้ใหญ่ และเขาอาจจะอยากกินขึ้นบ้างก็ได้ค่ะ และหากเขาอยากกินอะไรก็ให้เขาลองไปเลยค่ะ อย่าไปเข้มงวดว่าของผู้ใหญ่ลูกกินไม่ได้
และหากเขาอยากกินอะไร ไม่ต้องซีเรียสว่าจะต้องใช้ช้อนตักป้อนให้ลูกหรอกค่ะ แค่คุณแม่ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร แล้วใช้มือฉีกเนื้อไก่ชิ้นเล็กๆ ป้อนเขาปากลูก หรือลองยัดใส่ปากไปเลยค่ะ เพราะบางทีลูกอาจไม่กล้ากินอะไรแปลกๆ ก็ลองยัดเข้าไป ถ้าเขาได้ลิ้มรสแล้วเขาอาจจะชอบและขออีกก็ได้ เน้นให้ใช้มือป้อนให้ลูกเลยนะคะในช่วงแรกที่ลูกเริ่มกินอาหาร กันต์นัทธ์คิดว่ามือเป็นสัมผัสที่อ่อนนุ่มเหมือนหัวนมแม่นะค่ะ เพราะกันต์นัทธ์เคยสังเกตจากลูกของตัวเอง คือ แรกๆ เราให้เขากินช้อนเขาก็ไม่ค่อยกินเหมือนกัน แต่พอคุณยายเอามือจับของกินเข้าปาก ตอนแรกเรายังแอบทำคิ้วขมวดไม่พอใจว่า ทำไม ไม่ใช้ช้อน ใช้มือสกปรก (แบบว่าคุณยายมีหมาตัวสนิทอยู่ใกล้ๆ เราก็กลัวว่าจะจับหมาแล้วเอามือมาป้อนของกินให้ลูกเรา) แต่มองไปที่ลูกปรากฎว่าเคี้ยวตุ้ยๆ เลยค่ะ
ยอมรับไหมค่ะคุณแม่ ว่าบางทีเราก็วิตกจริตเกินไป กลัวโน้น นี่นั่นไปซะทุกเรื่อง กลัวสกปรก กลัวเชื้อโรค สารพัด เราต้องมั่นใจและปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติค่ะ เราทำชีวิตปกติยังไง ก็ให้เด็กเขามีส่วนร่วมด้วยในทุกๆ เรื่อง ให้โอกาสเขาเลือก ในสิ่งที่เขาคิดว่าเขาน่าจะกินได้ ให้เขาลอง แม้เราจะคิดอยู่แล้วว่าเขากินไม่ได้ ก็ควรให้เขาลอง ถ้าสิ่งนั้นไม่เป็นอันตราย เช่น ลูกอม ไม่ควรเป็นอย่างยิ่งให้เด็กลอง
ประเด็นที่สอง คือ ลูกกัดหัวนมจนเจ็บระบม ข้อนี้ก็เป็นไปได้ทั้งที่หิวและลูกไม่หิว ซึ่งเมื่อเขาดูดไปแล้ว เขาอาจจะหมั่นเขี้ยว หรือ คันฟันของเขา ในกรณีอย่างนี้ควรทำให้เขารู้ว่าคุณแม่เจ็บที่เขากัด ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่คุณแม่จะได้สอนให้เขารู้ว่าอะไรควรไม่ควร อย่าทนค่ะ ย้ำว่าอย่าทน ซึ่งเราก็จะเจ็บ โดยที่เขาก็ไม่รู้ เป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่จะต้องสื่อสารกับลูกค่ะ คุยกับเขา หรือแสดงออกว่าถ้าเขากัดให้เราเจ็บเขาจะไม่ได้ดูด อย่างของกันต์นัทธ์คือมันจะเป็นไปโดยอัติโนมัติค่ะ ถ้าไม่มีสติ เราเจ็บเราก็จะเผลอตีก้นเขาไปป้าบนึง แรงบ้าง ไม่แรงบ้าง เขาก็จะตกใจเหมือนกันและเขาจะปล่อย บางทีเผลอตีแรงลูกร้องไห้ เราก็กอดและปลอบว่า แม่ขอโทษแม่ไม่ได้ตั้งใจ หนูกัดแม่ แม่เจ็บ แม่เลยเผลอตีหนู หนูอย่ากัดแม่ซิ นะ แม่จะได้ไม่เจ็บ นะ ไม่กัดแล้วนะ
และถ้าลูกเผลอกัดอีก ถ้ารู้สติก็ให้ตบก้นเขาเบาๆ เป็นการเตือนให้เขารู้ว่าแม่เจ็บแล้วนะ แล้วก็พูดบอกเขาด้วยว่า หนูกัดอีกแล้ว แม่เจ็บนะลูก
หรือไม่ก็หายางกัดสำหรับเด็กมาให้เขากัดก็ได้ค่ะ
แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้ลูกหย่านมนะคะ วิธีที่ช่วยได้ดีที่สุด คือ ทำให้เขาอิ่ม และเล่นกับเขาให้เพลิน อาจดูการ์ตูน ดู CD เสริมทักษะ ให้เขาลืม ก็น่าจะได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
กันต์นัทธ์
|
|
|
| โดย: แม่เปิ้ล IP: 125.27.30.47 วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:18:04 น. |
|
|
|
|
| โดย: แม่น้องอังเปา IP: 124.120.189.218 วันที่: 18 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:55:18 น. |
|
|
|
|
| โดย: แม่น้องมานา IP: 114.128.109.97 วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:13:13:10 น. |
|
|
|
|
| โดย: เเม่นม IP: 124.120.60.134 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:40:56 น. |
|
|
|
|
| โดย: แม่น้องไอซ์ IP: 124.121.227.193 วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:23:50:46 น. |
|
|
|
|
| โดย: แม่น้องน้ำอิง IP: 58.9.63.132 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:20:24:42 น. |
|
|
|
|
| โดย: 111 IP: 118.172.125.225 วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:11:23:52 น. |
|
|
|
|
| โดย: Earth IP: 58.8.146.25 วันที่: 19 ตุลาคม 2552 เวลา:14:11:11 น. |
|
|
|
|
| โดย: พ่อน้อง LeO IP: 117.47.160.141 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:37:52 น. |
|
|
|
|
| โดย: พ่อเป๋เเม่ส้ม IP: 125.27.184.158 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:23:01 น. |
|
|
|
|
โดย: กันต์นัทธ์ (กันต์นัทธ์ ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:35:04 น. |
|
|
|
|
โดย: กันต์นัทธ์ (กันต์นัทธ์ ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:54:35 น. |
|
|
|
|
| โดย: แม่น้องหยก IP: 202.91.23.6 วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:19:56:36 น. |
|
|
|
|
| โดย: แม่น้องโอห์ม IP: 110.164.233.9 วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:13:38:52 น. |
|
|
|
| |
|
|