...ความรู้สามารถเรียนทันกันได้...
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
9 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
กับดักความต้องการเป็นฝ่ายถูกทำให้ผลการเทรดแย่ลง





http://stockhomework.net/prospecttheory/

คนเราต้องการเป็นฝ่ายถูกต้องมากกว่าเป็นฝ่ายผิดเป็นธรรมดา ระบบการศึกษา ครอบครัว ล้วนชี้นำให้เราเป็นคนที่ผิดพลาดน้อย จะจึงจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ นักเรียนที่สอบได้คะแนนมาก ทำข้อสอบผิดพลาดน้อยที่สุดคือนักเรียนที่เก่ง เมื่อเราทำอะไรผิดพลาดขึ้นมาเราจะรู้สึกด้อยค่า ผิดหวัง หงุดหงิด เศร้า ฉุนเฉียว เราจึงมักจะพยามหลีกเลี่ยงประสบการณ์ที่เจ็บปวดเหล่านี้ ซึ่งเกิดจากการทำผิดพลาดนั้นเอง ทำให้เราอยากจะเป็นคนถูกอยู่ตลอดเวลา

“ในตลาดตลาดหุ้น เทรดเดอร์จำนวนมากพยามวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือซับซ้อน ใช้ indicator หลายๆอย่างใส่เข้ามาในหน้าจอ ลากเส้นเทรนไลน์ นับเวฟ วัดเป้า Fibo ศึกษาศาสตร์การเงิน ทฤษฎีต่างๆ ทุกออเดอร์ที่เทรดเต็มไปด้วย “Ego” ว่าเราไม่มีทางผิดพลาด”

ตลาดนั้นมีความผันผวนเป็นธรรมชาติ การขึ้นๆลงๆของตลาดทำให้อารมณ์ของเราแปรปรวน ความคาดหวังของเราที่ต้องการเป็นฝ่ายถูกต้องในตลาดอยู่ตลอดเวลา เมื่อเราพบกับความผิดพลาดจึงสติแตก คิดว่ามีอะไรที่เราทำผิดพลาดไป พยามที่จะหาวิธีการใหม่ๆที่จะทำให้ผลการเทรดของเราถูกต้องแม่นยำมากขึ้น หาindicatorใหม่ ตามกูรูใหม่ๆ ตามหาระบบใหม่ๆ ศึกษาศาสตร์ใหม่ๆ เชื่อว่ามันทำให้เราเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น แต่เราก็จะพบกับความผิดพลาดอยู่ดี! วงจรนี้จะดำนเนินต่อไป ศึกษา – ผิดพลาด – ผิดหวัง – ศึกษาใหม่ จนกว่าเราจะแหกกรอบแนวคิดเดิมๆออกไป

การเข้าใจอะไรบางอย่างว่าเป็นความจริงกับเชื่อในส่วนลึกว่ามันจริง นั้นแตกต่างกันมาก การเข้าใจว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดากับเชื่อจากใจจริงว่าคนเราผิดพลาดได้นั้นต่างกัน

Valuefun

ภาพแสดงความสัมพันธ์เมื่อสูญเสียและได้รับผลตอบแทน เป็น S-Shape https://en.wikipedia.org/wiki/Prospect_theory#/media/File:Valuefun.jpg

Kahneman และ  Tversky ได้นำเสนอทฤษฎี Prospect Theory บอกว่า คนเราให้คุณค่าจากการได้รับกับความสูญเสียแตกต่างกัน โดยอยากได้รับมากกว่าสูญเสีย และความสูญเสียนั้นส่งผลกระทบมากกว่าการได้รับ

ตัวอย่างเช่น การได้รับเงินกับการสูญเสียเงินจำนวนเดียวเราจะรู้สึกไม่เท่ากัน สมมติเราได้เงินมาฟรีๆ 100 บาท แล้วทำเงินหายไป 100 เราจะรู้สึกเซ็งมากกว่ารู้สึกเฉยๆ ถึงแม้เราจะไม่ได้ไม่เสียอะไรเลย เพราะได้มาฟรี 100 แล้วก็เสียไป 100 Kahneman และ  Tversky ได้พล็อตกราฟความสัมพันธ์ความสูญเสียกับการได้รับ ความสัมพันธ์ที่ออกมาไม่ได้เป็นเส้นตรง คือ เมื่อเสียเงินไป 100 ได้เงินคืนมา 100 จะไม่ทำให้เราพอใจเท่าเดิม โดยทั่วๆไปเราต้องได้รับเป็นสองเท่าของความสูญเสียถึงจะทำให้เรารู้สึกหายเซ็งได้ เช่น ถ้าเสียไป 100 ก็ต้องได้คืน 200 ถึงจะหายเซ็ง ความชันของความสูญเสียจึงเป็นสองเท่าของการได้รับ ความสัมพันธ์ที่ได้เป็นรูปตัว S

อีกตัวอย่างนึงถามว่า

  1. ถ้าคุณมีเงิน 1,000 บาท แล้วต้องเลือกทางเลือกต่อไปนี้
    ทางเลือก A: คุณมีโอกาส 50% ที่จะได้เงิน 1,000 บาท และมีโอกาส 50% ที่จะไม่ได้ไม่เสียอะไร
    ทางเลือก B: คุณมีโอกาส 100% ที่จะได้เงิน 500 บาท
  2. ถ้าคุณมีเงิน 2,000 บาท แล้วต้องเลือกทางเลือกต่อไปนี้
    ทางเลือก A: คุณมีโอกาส 50% ที่จะเสียเงิน 1,000 บาท และมีโอกาส 50% ที่จะไม่ได้ไม่เสียอะไร
    ทางเลือก B: คุณมีโอกาส 100% ที่จะเสียเงิน 500 บาท

ข้อแรก ทั้งสองทางเลือกจะให้อัตราผลตอบแทนคาดหวังเท่ากันคือ 500 บาท แต่ข้อแรกนั้นคนส่วนใหญ่เลือก B เลือกเอากำไรที่แน่นอน ยอมทิ้งโอกาสที่จะทำเงินได้มากขึ้น

ข้อสอง ผลตอบแทนคาดหวังติดลบ 500 บาท เท่ากัน คนส่วนใหญ่เลือก A คือ ขอโอกาสที่จะเท่าทุน แม้ว่าจะมีโอกาสที่จะเสียเงินมากขึ้นก็ตาม

Prospect Theory นำไปสู่อคติการรับรู้อย่างนี้ที่เรียกว่า Disposition Effect คือ การแสวงหาความภูมิใจและหลีกเลี่ยงความเสียใจ ทำให้เรามีแนวโน้มขายหุ้นที่มีกำไรออกไปเร็วเกินไปและถือหุ้นที่ขาดทุนไว้นานเกินไป การขายหุ้นที่กำไรทำให้เรารู้สึกดี ภูมิใจ รู้สึกเก่ง เป็นฝ่ายที่ถูกต้อง การถือหุ้นขาดทุนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียใจที่เราเป็นคนผิด ไม่เก่ง

“ความต้องการเป็นฝ่ายถูกนี้เองทำให้เราไม่สามารถทนถือสถานะที่กำไรได้นานพอที่มันจะให้ผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสม แต่กลับปล่อยให้สถานะที่ขาดทุนนั้นลุกลามบานปลายจนทำลายพอร์ตของเรา”

แล้วเราจะแก้ไขความต้องการเป็นฝ่ายถูกอย่างไร ?

มองความเป็นจริง 

เราไม่สามารถที่จะควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเหตุเป็นผลที่ต่อเนื่องกันมา เราไม่สามารถเข้าใจปัจจัยทั้งหมดที่ทำให้เหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นได้ เราไม่สามารถรู้ว่าทำไมตลาดจึงเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้เป๊ะๆ เราไม่อาจรู้ได้ว่าใครจะเข้ามาในชีวิตเรา สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่สามารถที่จะบอกได้ถึงความถูกผิด การแปลความว่าสิ่งไหนถูกหรือผิด เป็นเรื่องภายในจิตใจเรา

วางแผนล่วงหน้า

หลังจากที่มองความเป็นจริงว่าเราก็พลาดได้ ก็ให้วางแผนล่วงหน้าเตรียมรับมือเอาไว้ ถ้าถูกทางเราจะทำอย่างไร ถ้าผิดทางเราจะทำอย่างไร เมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่เราวางแผนไว้ก็แค่ทำมันไปตามแผนเท่านั้น

ออเดอร์เทรดที่พลาดก็เป็นอีกแค่ออเดอร์หนึ่งเท่านั้น

ชีวิตนักลงทุนของเรายังต้องเทรดอีกเป็นพัน เป็นหมื่นออเดอร์ ยังไงก็ต้องเจอออเดอร์ที่พลาดแน่นอน การเทรดที่พลาดก็เป็นแค่ออเดอร์หนึ่งในหมื่นๆออเดอร์เท่านั้น ไม่ได้ส่งผลอะไรกับชีวิตเท่านั้น เราแค่เก็บข้อมูลมาปรับปรุง แต่ไม่ต้องเอาใจไปยึดติดกับออเดอร์นั้น แค่ทำตามแผนของเราต่อไป

ปรับทัศนคติใหม่

ความถูก ผิด เป็นนิยามที่เราให้กับมันเอง การเทรดขาดทุนในแผนการที่วางไว้อย่างดีคงไม่ใช่การเทรดที่ผิด การเทรดที่กำไรโดยไม่ทำตามแผน พึ่งดวง พึ่งโชค ก็คงไม่ใช่การเทรดที่ดีเช่นกัน ปรับทัคติใหม่ปล่อยวางความต้องการเป็นฝ่ายถูกซะ แล้วการเทรดของเราจะดีขึ้นแน่นอน




Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2560 8:54:10 น. 2 comments
Counter : 406 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 


โดย: ่ja*3* (ja*3* ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:12:25 น.  

 
พี่ ja*3 แวะมาด้วยหรอครับ ^^


โดย: Querist วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:22:52:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Querist
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add Querist's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.