เรื่องราวของทาสแมว ปสก. คลอดลูกแมวครั้งแรก ที่น่ารักมาก



เรื่องราวความเป็นทาสแมวของปุ้ย เริ่มต้นตั้งแต่จำความได้
ตั้งแต่เป็นเด็ก ก็รู้เลยว่า แมวเป็นสัตว์ที่น่ารักที่สุดในโลก
เห็นแมวไม่ได้ต้องเดินไปหา แม้ว่าแมวข้างถนน แมวที่โรงเรียน ที่มหาวิทยาลัย
ต้องเข้าไปเล่น ไปคุยด้วย จนเพื่อนๆ ล้อว่า เป็นคนคุยกับแมวได้ และเพื่อนๆ มักจะแซวว่า แมวทุกตัวบนโลก ชื่อ “เหมียว” เพราะเวลาคุยกับแมว ปุ้ยจะเรียกเค้าว่า เหมียวทุกตัว แล้วก็เค้าก็เดินมาหาจริงๆ เป็นอะไรที่แปลกมาก
เทคนิคการคุยกับแมว คือ เรียกเค้าเสียงสูงๆ และก็สบตา มองหน้าเค้า ให้อารมณ์สื่อสารก่อนว่า เรามาดี เราชอบเค้า แล้วเค้าก็จะเปิดใจที่จะเดินมาหาเราค่ะ

แมวตัวแรกที่บ้านก็ชื่อเหมียวค่ะ เป็นแมวไทย เราเลี้ยงเค้าที่บ้าน เหมือนเป็นสมาชิกและมีคุณแม่คนเดียวกัน (คือ แม่ของปุ้ยเอง)
ต่อมาก็มี อีก 3 - 4 ตัว แต่มักจะเลี้ยงแบบอุปการะมาตลอด
จนมาเรียนที่กรุงเทพ อยู่หอพัก ก็แอบอุปการะแมวจร ที่อยู่ใต้หอพัก “ชื่อเหมียว เหมือนกัน” ให้อาหารทุกวัน เค้าเดินไปส่งหน้าหอก่อนเราไปโรงเรียนทุกวัน เลิกเรียนปุ้ยก็ต้องรีบกลับมาให้อาหาร เป็นห่วงเหมียวตลอด จนเหมียวมีลูก เห็นวัฏจักรการมีลูกของเหมียวมาหลายครอก จนสุดท้าย เหมียวอายุเยอะ จนคลอดลูกครอกสุดท้าย อาการแย่มาก จนเจ้าของหอ ต้องให้คนไปเรียกปุ้ยกลางดึก ให้อุ้มเหมียวไปรพ. เพราะเหมียวไม่ยอมให้ใครอุ้มเลย
เจ้าของหอช่วยขับรถ ปุ้ยอุ้มพาไปคลอดลูกพร้อมทำหมันที่ รพ. ผ่าท้องออกมา ช่วยดูแลเหมียวตอนที่เหมียวยังแผลไม่หาย ทำให้รู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับแมว ก็คือ ความรัก ซึ่งเป็นกำลังใจให้เค้ามีชีวิตสู้ต่อไป เค้ารับรู้ได้ถึงความรักที่เรามีให้
สุดท้ายก็ขอลูกสาวคนสุดท้องของเหมียวไปเลี้ยงที่บ้าน (ให้แม่เลี้ยง) ชื่อเหมียวอีกเหมือนกัน 555 งงมั้ยคะ มีเหมียวหลายตัว แต่ว่า แมวจร จะอายุไม่ยืนค่ะ เหมียวที่เลี้ยงๆ ได้ 2-3 ปี ก็จากไปด้วยโรคหัดแมวบ้าง โดนหมากัดบ้าง
เคยมีแมวจรตัวนึง (เลี้ยงใต้หอพักเหมือนกัน) เลี้ยงจนเค้าคิดเรา เค้าเป็นโรคเลือด (เพราะเกิดจากผสมข้ามพันธุ์) เค้าชักอยู่ตรงถนนเป็นชม. คนมามุงดู พอปุ้ยกลับมาถึงหอ มีคนเรียกปุ้ยไปดู ปุ้ยก็วิ่งไปอุ้มเค้า พอเค้ามองหน้าเรา เค้าเหมือนดีใจมาก เค้าหายใจอีกไม่กี่เฮือก ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจแล้วเค้าก็หลับตา หยุดหายใจจากไปอย่างสงบ ก่อนหน้านั้นเหมือนเค้าไม่ยอมตาย รอเจอเราจนลมหายใจสุดท้าย (พิมพ์เรื่องนี้แล้วก็ยังน้ำตาไหลทุกที) พาเค้าไปส่งรพ. ก็ไม่ทันแล้วค่ะ หมอบอกว่าเค้าเป็นโรคเลือด อายุ 3-4 เดือนเอง น่าสงสารมาก

ตอนนี้ที่บ้านแม่จึงเหลือแมวอยู่ตัวเดียว ชื่อ เจ้าเทา (แม่ตั้งให้) ซึ่งพี่สาวและน้องสาวพากันไปอุปการะมาจากงานแมว เมื่อ 10 ปีก่อน เจ้าเทาตอนนี้เป็นลุงเทา แล้วค่ะ อายุยืนยาวมาก

จากประสบการณ์ที่เลี้ยงแมวมา ทำให้รู้เลยว่า แมวจะรักคนที่ให้เค้า 2 สิ่งค่ะ
คือ อาหาร กับ ความรัก เค้าถึงได้เรียกว่า เลี้ยงด้วยรักและปลาทู นั่นเอง
ถ้าใครให้ความรักอย่างเดียว เค้าก็จะไม่รักเท่ากับคนที่ให้ทั้งความรักและอาหาร เหมือนแมวที่บ้านจะรักคุณแม่มากที่สุดในบ้านนั่นเอง
ในทางตรงกันข้ามถ้าให้อาหารเค้าอย่างเดียว (อย่างพวกร้านอาหารที่นำเศษอาหารให้แมว หรือคนที่เอาข้าวมาวางให้แมวข้างถนน) ไม่เล่น ไม่นั่งดูเค้า ไม่ได้ให้ความรักกับเค้า เค้าก็จะเห็นเราเป็นแค่อู่ข้าวอู่น้ำค่ะ

ที่บ้านเลี้ยงแมวมาตลอด จนนึกไม่ออกว่าถ้าบ้านไม่มีแมว จะอยู่กันยังไง
แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษที่สุดในโลก คือ ทำให้เรามีความสุขตลอดเวลาที่มีเค้า และไม่รู้สึกเป็นภาระ ไม่เคยรู้สึกว่าเหนื่อย หรือเบื่อเค้าเลย
ตื่นขึ้นมาต้องหาแมวก่อน จะนอนก็ต้องเล่นกับแมวก่อน

พอปีที่แล้วปุ้ยแต่งงาน แล้วต้องย้ายออกจากบ้าน อย่างแรกที่ฝันมานานคือ การมีแมวเป็นของตัวเอง แมวที่ไม่ใช่แมวจร (ที่ต้องคอยหวั่นใจตลอดเวลาว่า เค้าจะกลับมาหาเราทุกวันมั้ย) แมวที่ไม่ใช่แมว ที่รักแม่ของเรามากกว่าเรา 555




ซึ่งแมวในฝันของปุ้ยก็คือ พันธุ์ American Short Hair ซึ่งอยากได้มาตั้งแต่สมัยเรียน เคยไปลองถามราคาแถวๆ เจเจ พอรู้ว่าราคาเป็นหมื่น ตอนนั้นก็เหมือนฝันสลาย แต่พอโตมา แมวตัวแรกที่เราเก็บตังค์ซื้อก็คือ พันธุ์นี้แหละ
ความฝันเป็นจริงกับแมวตัวแรก ปุ้ยตั้งชื่อว่า "เจ้าเหมียวปลาทู" เพราะว่าสีซิลเว่อร์ของเค้าเหมือนกับสีของปลาทู
ทาสแมว ชื่อ ปุ้ย จึงเกิดขึ้น เจ้าเหมียวปลาทูถูกปรนเปรอด้วยความรัก ของกิน ของเล่น สารพัดอะไรที่เรียกว่าของแมว ซื้อมาปรนเปรอทุกอย่าง เหมือนคนมีลูกเลย แบบอะไรๆ ก็ลูก ทุกลมหายใจคือลูก ดังนั้นเวลาปุ้ยคุยกับเจ้าเหมียวปลาทู ปุ้ยจะเรียกแทนตัวเองว่า “มามี๊” ค่ะ
การเป็นทาสแมว เหมือนยาเสพติด พอมีแมว 1 ตัว ก็อยากมี เพิ่มเป็น 2 - 3 ตัว ดังนั้นจึงมี "เจ้าแมวหมูปิ้ง" กับ "เจ้าหนูขนมผิง" ตามมา อีก 2 ตัว








การมีแมวเป็นของตัวเอง ทำให้เราได้เรียนรู้สึกการเจริญเติบโต พัฒนาการ รวมทั้งการเข้าสังคมของแมว ยังไงก็ตาม ตรงนี้ก็ยังยืนยันว่า แมวเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดในโลก

ตอนนี้ชีวิตมีแต่เค้า ตั้งแต่ลืมตาตื่น ยันหลับตานอน เพราะว่ามานอนด้วยบนเตียง เค้าเดินตามไปทุกที เฝ้าเราทุกก้าว นั่งดูทุกอย่างที่เราทำ

เล่ามาตั้งนาน วันนี้ปุ้ยจะมาแชร์ เรื่องราวที่แสนประทับใจและเป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ที่สุดยอดเลย คือ การคลอดลูกของเจ้าเหมียวปลาทู

บล็อกนี้อาจจะยาวซักหน่อย พยายามเขียนให้ครบๆ จะได้อ่านจบ ไม่ต้องไปหาอ่านเพิ่มหลายเว็บให้เหนื่อยค่ะ ทั้งในเรื่องหลักการที่รวบรวมมาจากการอ่านหลายๆ เว็บ บวกกับประสบการณ์จริง เล่าประกอบๆ กันไปค่ะ

การคลอดลูกครอกนี้ เป็นการคลอดแมวครั้งแรกในชีวิต ที่ปุ้ยมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
ตั้งแต่หาแฟนมาให้ปลาทู จนเค้าเมกเลิฟกันก็ไปนั่งดู จนปลาทูท้อง พาไปอัลตราซาวน์-เอ็กซ์เรย์ ตื่นเต้นมาก จนเค้าใกล้คลอดยิ่งตื่นเต้น เตรียมตัวคลอดให้ พร้อมล่วงหน้า 1 เดือน พร้อมกว่าแม่แมว บอกเลย
ทั้งห้องคลอด อุปกรณ์ช่วยคลอด กรงแมว ใส่คอนโดลูกแมว คิดว่าพร้อมมาก 555

หวังว่าประสบการณ์ครั้งนี้ของปุ้ย จะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์คลอดลูกแมวค่ะ






วัฏจักรของแมวสาว จะมี 4 ช่วงเวลาค่ะ
  1. ช่วงเป็นสาว-หาคู่ จะร้องทั้งวัน กระวนกระวาย อยากออกนอกบ้าน ไม่ค่อยอยู่สงบๆ ช่วงนี้ถ้าไม่อยากให้แมวท้อง ต้องแยกแมวหนุ่มไปอยู่บ้านอื่น หรือยังไงก็ได้ไม่ให้เค้าป๊ะกันเลย
    เค้าจะเป็นสาว หรือเรียกว่าฮีท หรือภาษาชาวบ้านเรียก ติดสัด ทุกๆ 1-2 สัปดาห์ จนกว่าจะได้ผสม หรือจนกว่าจะพาไปทำหมันค่ะ (ของปลาทู จะเป็นทุกๆ 2 สัปดาห์) ส่วนแมวตัวผู้ ปกติจะไม่ฮีทถ้าเลี้ยงเดี่ยว แต่เค้าจะฮีทถ้าได้การกระตุ้นจากแมวสาว คือ ได้กลิ่น/เสียง แมวสาวค่ะ
ช่วงนี้บรรดาทาสๆ จะปวดหัวหน่อย เพราะร้องทั้งวันแล้วก็กินน้อยมาก จนน่าเป็นห่วง (เค้าจะกินไม่ลง เพราะเครียดเรื่องหาคู่)

  2. ช่วงผสมพันธุ์ หรือเมกเลิฟกับแมวหนุ่ม เค้าใช้เวลาจีบกันไม่นาน บางตัวเห็นหน้ากันปุ๊บ เกิดรักแรกพบปั๊บเลย บางตัวใช้ความคุ้นเคยกันซักพัก
ช่วงจังหวะที่เค้าผสมกัน ถ้าแมวหนุ่มที่มีประสบการณ์ จะใช้เวลาเร็วมาก จนเราแทบมองไม่ทันเลย คุณหมอเคยบอกว่าช่วงจังหวะที่เค้าหลังน้ำเชื้อเข้าสู่ช่องคลอดแมวตัวเมียไม่ถึง 5 วินาที และ แมวสาวเค้าสามารถผสมกันได้หลายครั้ง และกับแมวหนุ่มหลายตัวด้วย ถ้าเป็นแมวเลี้ยงปล่อย ลูก 1 ครอก อาจจะเกิดจากพ่อแมวหลายตัวได้ค่ะ

  3. ช่วงตั้งครรภ์ พอเค้าตั้งท้อง ระยะแรกสังเกตได้ จะอารมณ์เย็นลง สงบขึ้น ดูแฮปปี้กว่าช่วงเป็นสาว แล้วก็จะอยู่นิ่งๆ ไม่นอนหงายท้อง ไม่นอนตีลังกา กางแข้งกางขา แบบเมื่อก่อน แล้วเต้านมจะเริ่มตั้ง มีสีชมพูค่ะ หลังจากนั้น 2 สัปดาห์จะอ้วนขึ้นแบบเห็นได้ชัด 

    ครรภ์แมวใช้เวลา ทั้งหมด 60-68 วัน อันนี้ปุ้ยอ่านเอาตามเว็บไซต์ ถ้าเลย 70 วันถือว่าอันตรายเพราะรกจะเริ่มเสื่อมต้องพาไปให้หมอทำคลอดโดยการผ่าค่ะ ของปลาทูนี่ 66 วันค่ะ 
ก่อนที่เค้าจะคลอด เค้าจะมีอาการเดินตามติดเราเลย แล้วก็จะซ่อนตัวในที่มืดๆ เงียบๆ ช่วง 3-6 ชม. ก่อนคลอดจะเริ่มซ้อมเบ่ง คือ จะไปถีบๆ ใช้ขาหลังตะกุยๆ กับกล่องหรือลังที่เราเตรียมไว้ แล้วถ้ามีน้ำคาวๆ หรือมีกลิ่นคาวๆ ให้รีบพาไปยังห้องคลอดที่เราเตรียมไว้เลยค่ะ (เดี๋ยวมาเล่าต่อเรื่องคลอดลูก)

  4. ช่วงให้นมลูก ช่วงหลังคลอด 2 วัน เค้าจะไม่ออกจากห้องคอกเลย นอกจากเวลาเข้าห้องน้ำ จะอยู่กับลูกตลอด 24 ชม.
    พอครบ 2 วัน จะเริ่มออกมาพักผ่อนหย่อยใจข้างนอกบ้างเป็นระยะ 

    หลังจากนั้น สัปดาห์นึงจะเริ่มชิลค่ะ พอลูกหลับก็เดินเล่น แต่ก็จะไม่ไปไกลคอก คอยดูลูกๆ ว่าตื่นยัง
    
ช่วงนี้เค้าก็ยังอารมณ์ดี แต่เพิ่มความกินเก่งขึ้นหลายเท่าตัว บอกเลยมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ กินทั้งวัน เรียกให้เทอาหารทุกชม.
    และทุกครั้งที่เห็นเราขยับตัว จะเรียกเลยว่า “มี้ เทข้าวให้หน่อย” (ร้องเมี๊ยวๆ ตามภาษาแมว) มองหน้าแล้ววิ่งนำไปที่จานข้าวเลย แต่ก่อนจากแมวกินยาก แมวกินน้อย ตอนนี้กลายเป็นแมวตระกละกินทั้งวัน แต่ก็ไม่อ้วนเพราะว่าเอาอาหารไปผลิตน้ำนมค่ะ


ช่วงหลังจากคลอดลูก 2 เดือน แมวสาวจะเริ่มกลับเข้าไปวัฏจักรการกลับมาเป็นสาว อยากหาคู่อีกครั้ง ลูกแมวจะเริ่มหย่านม กินอาหารเองได้แล้ว 
แมวที่ให้นมลูกอยู่ ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีกรอบค่ะ จริงๆ ควรเฝ้าระวังไว้ตลอดหลัง 1 เดือน (ช่องคลอด-มดลูกกลับสู่ปกติ) อย่างที่บ้าน แยกแมวหมูปิ้ง (แมวหนุ่ม) ไปไว้อีกบ้านเลย หลังจากที่พอหมูปิ้งเป็นหนุ่มก็ไม่ค่อยได้เจอหน้า ขนมผิงกับปลาทูอีก แค่พาไปเยี่ยมกันบ้างนานๆ ที




กลับมาที่การเล่าประสบการณ์ แมวคลอดลูกค่ะ

มาเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมไว้สำหรับการคลอดก่อนค่ะ

“ห้องคลอด” หรือคอกแมว หรือรังแมว อาจเป็นกล่อง กรง หรือลังกระดาษ ที่มีผ้ารอง (แบบผ้าใบกันน้ำจะดีมาก เพราะจะทำความสะอาดง่าย) หรือจะใช้แผ่นรองเปื้อนแบบใช้แล้วทิ้งก็ได้



ปุ้ยก็เตรียมลังกระดาษ ไซส์ที่คิดว่าไม่ใหญ่เกินไป ไม่คับแคบเกินไป 
แล้วตัดแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดมาประกบทุกด้านเพื่อให้ทำความสะอาดง่าย ด้านหน้าทำที่กั้นขอบจากพื้นให้สูงหน่อย เพื่อให้แมวรู้สึกปลอดภัย และลูกแมวจะเผลอไม่คลานออกมา ซึ่งได้ผลดีมาก
ใน 1 เดือนแรก ลูกแมวไม่ออกมาจากรังหรือคอกนี้เลยค่ะ ส่วนด้านบนทำเหมือนกันสาด แบบพับเปิดขึ้นได้ หรือจะปิดลงมาบังสายตาก็ได้ แมวจะรู้สึกว่าเป็นส่วนตัวขึ้น





ต่อมาอุปกรณ์ อันนี้ปุ้ยอ่านตามเว็บๆ หลายๆ เว็บที่มาแชร์ประสบการณ์ แล้วเอามารวบรวมเรียบเรียงอีกทีค่ะ

อุปกรณ์ทั้งหมด ปุ้ยขอแบ่งเป็น อุปกรณ์สำหรับ
1] ช่วยทำคลอด+ช่วยชีวิตลูกแมว 2] ทำความสะอาด และ 3] ให้ความอบอุ่นหลังคลอด



หมวดอุปกรณ์สำหรับช่วยคลอด+ช่วยชีวิตลูกแมว

1. แอลกอฮอลล์ล้างมือของเราเอง
2. แอลกอฮอลล์ สำหรับเช็ดแผลและอุปกรณ์
3. เบตาดีน เช็ดแผล อันนี้อ่านมาเค้าให้เตรียมไว้ แต่ปุ้ยก็ไม่รู้ใช้ตอนไหน คิดว่าคงเอาไว้เช็ดแผลเราเอง ตอนที่อาจจะเผลอโดนแม่แมวข่วนหรือกัด 55
4. สำลีเช็ดแผล เอาไว้ใช้กับแอลกอฮอลล์และเบตาดีน
5. กรรไกร (ก่อนใช้ฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอลล์)สำหรับตัดสายสะดือ และตัดด้าย
6. ถุงมือยาง กันลื่นและกันติดเชื้อแบบถุงมือแพทย์ แต่พอเอาเข้าจริง ปุ้ยใส่แล้วยิ่งลื่น และไม่ถนัดเลยเพราะน้ำคร่ำลื่นมาก ปุ้ยเลยต้องถอดออก ใช้มือเปล่าๆ เลยค่ะ แต่ล้างมือให้สะอาด
7. ด้ายมัดสายสะดือ อันนี้ทีเด็ดเลย ตัดเตรียมไว้ก่อนเลยก็ดีค่ะ เวลาจริงๆ ถ้าต้องทำคลอดคนเดียวจะทำไม่ทัน มันวุ่นๆ
8. ที่ดูดเสมหะ (ถ้าไม่เคยใช้ ควรฝึกใช้ก่อน



หมวดอุปกรณ์สำหรับกันเปื้อน+ทำความสะอาด
9. แผ่นรองกันเปื้อน ปูไว้ก่อนเลย บริเวณที่เราจะช่วยทำคลอด
10. แผ่นรองกันเปื้อนแบบใช้แล้วทิ้ง ใช้อันนี้ปูก็ได้ สะดวกกว่า แผ่นใหญ่ตกแผ่นละ 10 บาท อันนี้ของยี่ห้อที่ใช้กับคนค่ะ จะหนานุ่มดีแต่ยี่ห้อของสัตว์เลี้ยงก็มี ถูกกว่านิดหน่อย
11. ผ้าขนหนูนุ่มๆ ที่ซับน้ำได้ดี เอาไว้เช็ดตัวลูกแมว
12. กะละมัง ไซส์เล็กๆ ใส่น้ำอุ่นๆ ไว้ เอาไว้ล้างตัวลูกแมวหลังคลอด
13. ฟองน้ำทำความสะอาด ไว้เช็ดทำความสะอาดตัวลูกแมว ล้างเมือกน้ำคร่ำ
14. ทิชชู่ เช็ดมือหรือเช็ดลูกแมว แนะนำทิชชู่แบบกล่องจะดีมาก ไม่เป็นขุ่ย เอาไว้คอยซับน้ำคร่ำ ไม่ควรใช้สำลีเด็ดขาดเพราะจะติดตามตัวลูกแมว
15. กระดาษอเนกประสงค์ อันนี้เอาไว้เช็ดพื้น น้ำคร่ำที่เปื้อนพื้น หรือเช็ดมือของเรา เหนียวนุ่มดีค่ะ (เป็น Optional นะ)




หมวดอุปกรณ์สำหรับให้ความอบอุ่นหลังคลอด
16. แผ่นความร้อนไฟฟ้า (Thermo Pad) อันนี้เป็น Optional นะ พอดีที่บ้านมีเลยลองเอามาใช้ค่ะ เปิดให้อุ่นแล้วเอาผ้าวางทับ ให้ความอบอุ่นดี แต่ระวังไม่ให้ร้อนเกินไป เปิดให้อุ่นแล้วก็ปิด ไม่เปิดทิ้งไว้ตลอด
17. ไดร์เป่าผม ไว้เป่าขนให้ลูกแมวหลังล้างทำความสะอาดตัวเค้าเสร็จ รีบซับตัวด้วยผ้าขนหนูแล้ว เอาไดร์เป่าลมอุ่นๆ ให้ตัวเค้าแห้ง จริงๆ ในกรณีเร่งด่วน แล้วไดร์เป่าผมอุ่นก็ช่วยเพิ่มอุณหภูมิได้ดีเช่นกันค่ะ
18. ผ้าขนหนูนุ่มๆ ไว้ซับน้ำ หลังที่ล้างทำความสะอาดตัวลูกแมวแล้ว
19. โคมไฟ ใส่หลอดแบบไส้ทังสเตน เพื่อให้ความอบอุ่น รักษาอุณหภูมิในคอกแมวให้อบอุ่น





การเฝ้าระวังแมวก่อนคลอด

ปกติแมวจะตั้งท้อง 60-65 วัน เราก็เริ่มเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 58 ค่ะ ปุ้ยก็พยายามอยู่บ้านไม่ออกไปไหนเลยช่วงนั้น
>>เมื่อแมวจะคลอด จะมีอาการดังต่อไปนี้
1] เดินหาสถานที่คลอด เบื้องต้นเค้าจะไม่เข้าไปอยู่ในที่ๆ เราจัดให้ เราอาจจะพาเค้าไปดูแล้วคุยกับเค้าว่า เราเตรียมตรงนี้ไว้ให้เค้านะ พูดทุกวัน 
แต่ถ้าเค้าไม่ยอม เราจงปล่อยให้เค้าหาที่ไปก่อนอย่าบังคับ หรือว่าจะเราเอาห้องคลอดไปตั้งไว้ตรงที่ที่เราสังเกตได้ว่า เค้ามักจะไปซ่อนตัวอยู่บ่อยๆ

2] พฤติกรรมเมื่อใกล้คลอด แม่แมวเริ่มหายใจแรงและนั่งเลียอวัยวะเพศบ่อยๆ มีน้ำขุ่นไหลออกมาเยิ้ม ให้เตรียมตัวได้เลย เสียงแม่แมวจะร้องเงี๊ยวๆ คลออยู่ตลอด เราจะสังเกตได้ว่าแมวทำไมบ่นจัง..หนวกหูชะมัด (คือ ร้องมากกว่าปกติ จนผิดสังเกต) 

เวลาแมวจะคลอดมันจะเดินวนไปมาแล้วนั่งกับที่ บวกกับเลียน้ำที่กำลังไหลอยู่เสมอ เรารอดูไปก่อน 
[ตอนปลาทูใกล้คลอด ยังเช้ามากปุ้ยยังหลับอยู่ แต่ช่วงนั้นทำประตูแมวให้เค้าเข้าไปนอนกับเราในห้องได้ >>ขอรีวิวช่วงท้ายบล็อกนะคะ<<

เค้าก็จะเข้ามาร้องเรียกเรา มาถีบๆ ขาอยู่ข้างๆ เรา แล้วก็เดินไปที่ห้องคลอดฉุกเฉินในห้องนอนเรา ถีบๆ ขา เสียงดังจนปุ้ยตื่น]
3] ถึงเวลาคลอด ถ้าเห็นว่ามีถุงน้ำคร่ำป่องๆ คล้ายลูกโป่งโผล่ออกมา หรือหัวลูกแมวจะออกเมื่อไหร่ เมื่อนั้น จงพาแม่แมวไปยังที่ๆ เราเตรียมไว้ เวลาลงคลอดตัวแรกจะไม่ออกมาพรวดเดียว จะค่อยๆ ออกมาทีละนิด รีบอุ้มไปเลยค่ะ

พอถึงที่ห้องคลอด เค้าจะเบ่งคลอดออกมาเลย เราก็นั่งให้กำลังใจ คอยลุ้นอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ช่วยคลอดให้พร้อม

>>วิธีการทำคลอด
1] ปล่อยให้แม่แมวเบ่งลูกเอง ไม่ต้องไปช่วยดึง ระหว่างแม่แมวเบ่ง
เราอาจจะลูบท้องแม่แมวเบาๆ ในลักษณะ ลูบจากบนลงล่างเมื่อลูกแมวออกมาทั้งตัวแล้วจะมีสายรกติดออกมา และจะติดกับถุงน้ำคร่ำขนาดเท่าลำตัวลูกแมว ซึ่งจะอยู่ในท้องยังไม่ออกมาพร้อมกัน 
ดังนั้นเราจงช่วยประคองรับลูกแมวเพื่อให้แม่แมวได้กัดรกได้ถนัดๆ
ตามหลักแล้วเค้าไม่แนะนำให้เราตัดเอง เพราะเสี่ยงต่อการที่ลูกแมวจะเลือดไหลไม่หยุด

ในกรณีปกติ ประมาณ 1-2 นาที แม่แมวจะขับถุงน้ำคร่ำออกตามมาและจะกินเองหมด อย่าตกใจ มันเป็นธรรมชาติของแมว (แต่ถ้าแม่แมวเหนื่อยจะไม่เบ่งถุงน้ำคร่ำต่อ เราช่วยดึงเบาๆ ให้หลุดออกมาได้)


ทำความสะอาดลูกแมว ระหว่างที่ตัวลูกแมวเปรอะเลือดเราก็เอากระดาษทิชชู่ซับๆ
 ตามลำตัวและอุ้มลูกแมวให้แม่แมวเลียให้ทั่วจะดีมาก เพราะแม่แมวจะทำความสะอาดลูกแมวได้ดีกว่าที่เราทำให้

2] ช่วยชีวิตลูกแมว กรณีแม่แมวไม่สามารถทำเองได้
บางกรณี ลูกแมวจะออกมาทั้งถุงน้ำคร่ำที่ห่อหุ้มตัวลูกแมว คือ ออกมาเป็นถุง
เช่นเดียวกับในกรณีของแม่แมวมือใหม่ อย่างเจ้าเหมียวปลาทู เบ่งลูกออกมาเป็นถุง พอเบ่งจบ ลูกแมวออกมามีถุงน้ำคร่ำหุ้มอยู่ นางก็นอนนิ่ง รอดูอยู่ 1-2 นาที นางไม่ทำอะไรเลย ไม่กัดถุง ไม่กัดสายสะดือ ไม่เลียลูก อันนี้ต้องช่วยค่ะ

รีบประคองลูกแมวมา แหวกถุงน้ำคร่ำ แล้วเอาที่ดูดเสมหะ ดูดรูจมูกกับในปากลูกแมว เพื่อดูดน้ำคร่ำและเมือก ช่วยให้ลูกแมวหายใจสะดวกขึ้น
วิธีช่วยตัดสายสะดือ
  • จากนั้นการช่วยตัดสายสะดือ ครั้งแรกจะตื่นเต้นหน่อย แต่หลังจากทำการบ้านมาดี ต้องมั่นใจว่าทำได้ค่ะ
  • มัดสายสะดือ ใช้ด้ายผูกปมห่างจากพุงลูกแมวซัก 1 ซม. มัดให้แน่น สังเกตจากเลือดจะถูกตัดออกเห็นรอยเลือกในสายรกแยกจากกัน ผูกให้แน่นที่สุด
  • ตัดสายสะดือ ใช้กรรไกรตัดห่างจากปมที่ผูกไว้ 1 ซม. บอกเลยว่าเลือกกระฉูดค่ะ เพราะว่าสายสะดือหรือสายรก มันก็คือ เส้นเลือดขนาดใหญ่ที่ใช้หล่อเลี้ยงอาหารจากตัวแม่แมวนั่นเอง

3] ทำความสะอาด
ตัวลูกแมว (ปกติแม่แมวจะเลียตัวลูก พร้อมกินรก) แต่เพราะปลาทูไม่ทำอะไรเลย ก็เลยต้องช่วย ประคองลูกแมวลงในกะละมังที่บรรจุน้ำอุ่นๆ ไว้ พยายามให้อุ่นเท่าอุณหภูมิในท้องแม่ (เท่ากับอุณหภูมิลูกแมวตอนที่เราอุ้มเค้ามาจากถุงน้ำคร่ำนั่นแหละค่ะ มันจะอุ่นๆ)
  • ใช้มือซ้ายประคองลูกแมว เอานิ้วโป้งกับนิ้วกลางคล้องลำตัวใต้รักแร้ แล้วนิ้วชี้รองใต้คาง เชิดหน้าลูกแมวไว้ อย่าเผลอทำหัวจุ่มน้ำ เดี๋ยวเค้าสำลักน้ำค่ะ
  • ใช้มือขวาจับฟองน้ำมาถูกคราบเมือกน้ำคร่ำออกจากตัวเค้า พยายามให้สะอาดเลย เพราะถ้าแห้งจะเป็นขุยขาวๆ ติดที่ขน
  • เช็ดตัวลูกแมว โดยใช้ผ้าขนหนูซับ ตรงนี้ต้องรีบทำเลย เพราะต้องรีบรักษาอุณหภูมิค่ะ
  • ใช้ไดร์เป่าผม ระดับลมอุ่นๆ เป่าขนลูกแมวให้แห้งเลยค่ะ (ไม่เกิน 2 นาทีก็แห้งแล้ว เค้าตัวเล็กและขนยังบาง)
  • แล้วนำลูกแมวไปวางไว้ในคอกที่สะอาด เปิดโคมไฟส่องเค้าไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิ ไม่ควรนำไปวางไว้ใกล้แม่ จนกว่าแม่จะคลอดลูกตัวสุดท้ายเสร็จ เพื่อไม่ให้แม่แมวนอนทับ
    เพราะช่วงที่แม่แมวจะคลอด แม่แมวจะหมุนตัวเพื่อให้ร่างกายอยู่ในลักษณะพร้อมคลอด
และในชม.แรก
  • ลูกแมวยังไม่ดูดนมอย่างจริงจังเท่าไหร่จะเดินไปทั่วๆ ค่ะ
หลังคลอดลูกตัวแรก ประมาณ 10-15 นาที ไม่เกินครึ่งชม. จะเริ่มปวดเบ่งคลอดตัวต่อไป แต่ถ้ากรณีเอ็กซ์เรย์มาจนทราบจำนวนลูกแมวแล้ว แม่แมวยังคลอดตัวถัดไปใน ครึ่งชม. ควรรีบพาไปพบคุณหมอค่ะ

กรณีที่ลูกแมวคลอดแบบเอาหางหรือขาออกมาก่อน อย่าเพิ่งตกใจ ให้รอซักพักเค้าจะหดตัวกลับเข้าไปในช่องคลอด แล้วกลับเอาหัวออกมาอีกรอบค่ะ
(เจอมากับตัว รีบหอบหิ้วกันไปที่ รพ. ระหว่างรอหมอ ก็กลับหัวออกมาใหม่ เลยต้องหอบกลับมาคลอดต่อที่บ้าน)

4] ทำคลอดเช่นนี้กันแบบนี้ทุกตัวจนครบ
กรณีเราไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด ให้สังเกตว่า ถ้าแม่แมวเริ่มเลียทำความสะอาดช่องคลอดเมื่อไหร่ แสดงว่า จบการคลอดแล้วค่ะ

เมื่อแม่แมวคลอดเสร็จ เค้าจะทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและหางเอง แต่ว่าก็ไม่สะอาดนัก เราคอยดูให้ทำความสะอาดจนปราศจากคราบเลือด ไม่อย่างนั้นแล้วจะแข็งกรัง ทำความสะอาดยากภายหลัง

ซึ่งตรงนี้ เราช่วยเค้าสามารถช่วยเค้าทำความสะอาดได้ค่ะ ปุ้ยใช้น้ำเกลือล้างแผลขวดใหญ่ๆ บีบขวดแล้วฉีดเข้าไปตรงก้นเค้าเลย แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าหรือทิชชู่เช็ดทีละน้อย ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสะอาด

และอย่าลืมทำความสะอาดเบาะรองด้วย เพราะคราบเลือดอาจเป็นบ่อเกิดของแบคทีเรียเชื้อโรคต่างๆ (แนะนำให้เปลี่ยนเซ็ทใหม่ให้เลยค่ะ)

5] พอคลอดเสร็จแม่แมวพักซัก 15 นาที แล้วจะเริ่มนอนกกลูกให้ความอบอุ่น เราควรกระตุ้นให้ลูกแมวดูดนม โดยนำไปวางไว้ตรงหัวนม ให้เค้าได้กลิ่นและพยายามให้เค้าดูนมแม่หลังจากคลอดภายใน 1 - 2 ชม.




ลูกแมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักมาก นั่งเฝ้า นั่งดูทั้งวันก็ไม่เบื่อ ยิ่งเห็นพัฒนาการของเค้าเติบโตขึ้นทุกวัน ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก อยากจะแชร์ให้คนทั้งโลกได้รับรู้ แต่ว่ามันยากที่จะแชร์ได้
ของแบบนี้ มันต้องลองเห็นเองแล้วจะเข้าใจว่า ความวิเศษของชีวิตที่น่ารักเป็นยังไง มันเป็นความรู้สึกที่สุขมากๆๆๆ
เพิ่งเข้าใจคนที่เห่อลูก ว่ารู้สึกยังไง

การดูแลแมวหลังคลอด 30 วันแรก ไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ (อ่านมามาก ก็กังวล บวกกับไม่มี ปสก. เลยคิดว่า ต้องยากแน่ๆ)
จริงๆ แล้วง่ายมาก เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะแม่แมวเค้าทำหน้าที่ของเค้าได้ดีมาก
แม้ว่าเจ้าเหมียวปลาทูจะคลอดลูกไม่เป็นท่า แต่พอถึงเวลาที่ลูกเกิดมาแล้ว เค้าเป็นแม่ที่ดีมากๆ
นางทาสอย่างเรา สบายเลยไม่ต้องทำอะไร แค่คอยเฝ้ามองอย่างมีความสุขอยู่ห่างๆ
ที่ต้องดูแลมากกว่าคือ ตัวแม่แมวเอง เราต้องให้อาหารมากที่เท่าเค้าต้องการ ให้วิตามินเสริมอย่างเพียงพอ และให้ความรัก ความเอาใจใส่เค้ามากๆ ที่สำคัญอย่าลืมใส่ใจแมวตัวโต ตัวอื่นๆ ในบ้าน เพราะว่าจะพาลงอน ที่เราเห่อของใหม่ค่ะ

อันนี้แปะไว้ให้อ่าน ประดับความรู้ค่ะ นำข้อมูลมากจากเว็บไซต์เกี่ยวกับแมว เว็บนี้ค่ะ www.ntsfarm.com
>> การดูแลลูกแมว หลังคลอด 30 วันแรก
ลูกแมวในช่วงอายุ 1 สัปดาห์แรก จะเป็นช่วงที่ลูกแมวอ่อนแอมาก และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากแม่แมว ในเรื่องของการปกป้อง ความอบอุ่นและอาหาร 
90% ของลูกแมวจะใช้เพื่อการนอน และเก็บสะสมความร้อน
10% ของลูกแมวจะใช้เพื่อการกิน
  • สิ่งที่สำคัญสำหรับลูกแมวแรกเกิด คือ น้ำนมเหลือง และอุณหภูมิน้ำนมเหลือง
น้ำนมเหลืองเป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติเป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงป้องกันลูกแมวจากการเจ็บป่วย ซึ่งน้ำนมเหลืองจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในช่วง 24-36 ชม. หลังคลอด และปริมาณที่ลูกแมวจะได้รับขึ้นอยู่กับปริมาณภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดของแม่แมว
  • อุณหภูมิ

    • อุณหภูมิที่เหมาะสมของลูกแมวอายุ 1 วัน อยู่ระหว่ง 33-36 ํC
    • 
อุณหภูมิที่เหมาะสมของลูกแมวอายุ 2-21 วัน อยู่ระหว่าง 33.5-37.5 ํC
    • 
อุณหภูมิที่เหมาะสมของลูกแมวในสัปดาห์แรก จะอยู่ระหว่าง 30-32 ํC
    • 
และอุณหภูมิจะลดลง 5 ํC ในทุกๆ สัปดาห์ จนกระทั่งถึง 22 ํC

    • ลูกแมวแรกเกิดจะไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของร่างกายไว้ได้ เพราะการทำงานที่ไม่สมบูรณ์ของหลอดเลือด ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ลูกแมวจะต้องได้รับความอบอุ่นจากแม่แมว และเราควรช่วยรักษาอุณหภูมิห้องช่วยอีกแรงด้วย

    • สำหรับลูกแมวที่แม่แมวไม่เลี้ยง หรือแม่แมวที่ผ่าคลอด มีผ้าพันแผลที่ท้องอาจจะให้ความอบอุ่นได้ไม่เต็มที่ เราจะช่วยโดยการใช้หลอดไฟ ที่เป็ฯหลอดไส้ทังสเตน เปิดห่างจากตัวแมว 2-5 ฟุต ก็สามารถสร้างความอบอุ่นที่เพียง
พอได้
    • 
ห้ามให้อาหารที่มีอุณหภูมิต่ำหรือเย็นกับลูกแมวโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลูกแมวตายได้
  • อย่าให้แมวอยู่ในที่อับชื้น เพราะจะเสี่ยงต่ออาการปอดบวม เป็นหวัด
และเชื้อรา
  • ควรวางคอกแมว ในที่ๆ สงบเงียบ ไม่มีสิ่งรบกวน เช่น มีเสียงดัง มีสัตว์อย่างหมาแมวอื่นๆ ควรเป็นที่ที่ลับตาคน
เพราะตามสัญชาติญาณแม่แมวจะอยู่ในที่ที่รู้สึกว่าปลอดภัย ไม่เช่นนั้นแล้ว เค้าจะคาบลูกหนีทันที ซึ่งตรงนี้อันตรายมาก เพราะหากหาลูกแมวที่แม่แมวพาไปซ่อนไว้ไม่ครบ หรือบังเอิญไปอยู่ในที่ที่แม่แมวกลับเข้าไปหาลูกไม่ได้ ลูกแมวอาจจะขาดความอบอุ่นและขาดอาหารจนเสียชีวิตได้ค่ะ ฉะนั้นเตรียมห้องที่เงียบๆ ให้เค้าจะดีกว่า
  • อย่าลืมเตรียมกะบะทราย อาหารและน้ำ แล้วคอยไปเยี่ยมดูให้กำลังใจเค้าบ่อยๆ ดูว่าขาดเหลืออะไรมั้ย ปกติแม่แมวจะไม่หวาดระแวงคนที่เป็นเจ้าของค่ะ จริงๆ เราสังเกตเค้าได้หละ ว่าเค้าโอเคหรือไม่ ถ้าเราแวะไปดูเค้าบ่อยๆ บางตัวก็ชอบ บางตัวก็ไม่ชอบ
  • น้ำหนักแรกเกิดของลูกแมว ลูกแมวที่สมบูรณ์ควรมีน้ำหนักแรกเกิดประมาณ 90-100 กรัม และน้ำหนักควรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าใน 1 สัปดาห์ และน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอีก 30 กรัมต่อวัน จึงจะเป็นแมวที่มีสุขภาพแข็งแรง




>> การดูแลในภาวะฉุกเฉิน

อันตรายจากความหนาวเย็น
  • 
สิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุด คือ ความหนาวเย็น

  • การที่ลูกแมวแรกเกิดต้องเผชิญกับความเย็น จะทำให้อุณหภูมิของลูกแมวลดต่ำลง

  • หากลูกแมวมีอุณหภูมิของร่างกายต่ำลง ก็จะเป็นผลทำให้ปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำลงด้วย และท้ายที่สุดแล้วจะเป็นผลทำให้อวัยวะภายในต่าง ๆ หยุดการทำงาน และเสียชีวิตในที่สุด
โดยปกติแล้ว ใน 1 เดือนแรก แม่แมวจะให้อาหารลูกแมวเอง ผ่านทางน้ำนม
แต่ในกรณีที่แม่แมวไม่สามารถดูแลได้เต็มที่





>> การดูแลทางด้านโภชนาการ (ในกรณีที่แม่แมวไม่สามารถให้นมลูกได้)
  • สำหรับลูกแมวแรกเกิดนั้น ปริมาณไขมันสะสมในบริเวณชั้นใต้ผิวหนังจะมีเพียงเล็กน้อย ดังนั้นการให้อาหารลูกแมวจึงจำเป็นยิ่งที่จะให้บ่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือดและให้พลังงานแก่ลูกแมวอย่างเพียงพอ

    • เนื่องจากในลูกแมวแรกเกิด การทำงานของไต ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นอาหารที่ให้ควรเป็นสูตรที่เหมาะสมกับลูกแมว เพื่อลดการทำงานของไต
    • 
การแบ่งอาหารเป็นหลายๆ มื้อใน 1 วัน สำหรับลูกแมวจะเป็นการช่วยการทำงานที่หนักเกินไปของไต และระบบทางเดินอาหาร
  • น้ำนมวัวจะไม่เหมาะสมกับลูกแมวแรกเกิดด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น 
ปริมาณของแคลเซียม ฟอสฟอรัส และปริมาณของแลคโตส มีระดับที่สูงเกินความต้องการของลูกแมวแรกเกิด
ระดับของพลังงาน ไขมัน และโปรตีน ในน้ำนมวัว มีระดับที่ต่ำเกินไป ไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกแมว
ดังนั้นควรให้นมเฉพาะสำหรับลูกแมว ที่เหมือนกับนมแม่ มีขายตามร้านอาหารสัตว์ทั่วไปค่ะ มีทั้งแบบกระป๋องพร้อมดื่ม และแบบผงให้ชงเอง
  • จำนวนครั้งต่อการให้อาหารต่อวัน
อายุแมว(สัปดาห์) | จำนวนครั้งต่อการให้อาหารต่อวัน
    • 
1 สัปดาห์ | 6 ครั้ง

    • 2 สัปดาห์ | 4 ครั้ง

    • 3 สัปดาห์ | 3 ครั้ง
    • 
4 สัปดาห์ | 3 ครั้ง
วิธีการให้อาหารแมวแรกเกิด
ในแมวแรกเกิด มีวิธีการให้อาหาร 2 แบบ
 1. ขวดนม 
2. หลอดอาหาร
การให้อาหารด้วยขวดนม

  • ให้อุ่นอาหารให้มีอุณหภูมิประมาณ 37 ํC จะรู้สึกอุ่นหากทาบริเวณข้อมือ

  • ต้องให้แน่ใจว่า ขนาดของรูหัวนมใหญ่พอที่จะให้น้ำนมไหลอย่างสะดวก

  • พยายามเอียงขวดนมให้ขณะแมวดูดไม่เกิดฟองอากาศขึ้น

  • กระตุ้นการดูดนมของลูกแมว โดยการดึงขวดนมออกเบา ๆ
  • 
ห้ามบีบขวดนมเพื่อเร่งการไหลของน้ำนมโดยเด็ดขาด
- หากพบมีฟองนมบริเวณปากของลูกแมวแสดงถึงลูกแมวอิ่ม
  • การให้อาหารแบบหลอดอาหาร

  • การให้อาหารแบบหลอดเหมาะกับแมวขนาดเล็ก อ่อนแอ และป่วย ซึ่งไม่สามารถดูดนมได้ด้วยตนเอง แต่วิธีนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ทำต้องมีความชำนาญ และรู้วิธีการทำงานอย่างถูกต้อง เพราะหากทำไม่ถูกวิธี อาจเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะปอดบวม เนื่องจากอาหารจนลูกแมวเสียชีวิตได้ (แนะนำให้พาไปฝากไว้ที่ รพ. ดีกว่าค่ะ)

ปัญหาในการให้อาหาร


โดยปกติปัญหาที่พบจะพบสองอย่างด้วยกัน คือ

1. การให้อาหารที่มากเกินไป

2. การให้อาหารที่น้อยเกินไป

การให้อาหารที่มากเกินไป


  • ลูกแมวแรกเกิดจะมีการทำงานของไตที่จำกัด ดังนั้นการให้ลูกแมวได้รับอาหารมากเกินไป จะเพิ่มการทำงานของไตที่มากเกิน รวมทั้งการทำงานที่มากเกินไปของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะท้องเสีย และหากเกิดภาวะท้องเสียมากจะเหนี่ยวนำให้ลูกแมวตายจากภาวะขาดน้ำ

  • อุจจาระที่ปกติของลูกแมว 1 เดือน ควรจะเป็น “สีเหลือง”
  • 
หากอุจจาระลูกแมวเป็น สีเขียว แสดงถึง ภาวะอาหารเคลื่อนที่ในระบบทางเดินอาหารเร็วเกินไป

  • หากอุจจาระลูกแมวเป็น สีเทา แสดงถึง ภาวะอาหารที่ไม่เหมาะ การย่อยที่ไม่สมบูรณ์

  • หากแน่ใจว่าให้อาหารลูกแมวในปริมาณที่ถูกแล้ว และอุจจาระมีความเหลวที่มากเกินไปแต่ยังเป็นสีเหลือง ผู้เลี้ยงควรจะลดปริมาณ
น้ำลงให้เหลือหนึ่งในสาม จนกว่าอุจจาระจะเป็นปกติ แล้วจึงเพิ่มปริมาณน้ำให้เท่าเดิม
  • 
โดยปกติแล้วการให้อาหารที่มากเกินไป มักจะตอบสนองออกมาเป็นภาวะท้องเสียเป็นหลัก

การให้อาหารที่น้อยเกินไป

  • การให้อาหารที่น้อยเกินไป ลูกแมวจะแสดงอาการกระวนกระวาย และส่งเสียงร้องจนในที่สุดแมวจะแสดงอาการเซื่องซึม 

  • แมวที่ได้รับอาหารน้อยเกินไป อาจจะแสดงอาการของการขาดน้ำและหนาวสั่น




พัฒนาการของฟันในลูกแมวอายุตั้งแต่ 1-4 เดือน

ฟันน้ำนม

3 สัปดาห์ - ฟันหน้า พันเขี้ยว

4 สัปดาห์ - ฟันกราม

6 สัปดาห์ - ฟันน้ำนมขึ้นครบ และจะเปลี่ยนเป็นฟันแท้เมื่ออายุครบ 4 เดือน


สำหรับลูกๆ ของเจ้าเหมียวปลาทู ใน 1 เดือนแรก ดูดนมแม่อย่างเดียวล้วนๆ เลย
เราแค่พยายามดูแลอาหารของแม่ปลาทู ให้เค้ามีนมอยู่ตลอด คอยคลำๆ ดูที่เต้านมเค้า ถ้ายังเต่งตูมอยู่ก็โอเค

เมื่อครบ 4 สัปดาห์ ลูกแมวจะเริ่มกินอาหารเองได้แล้ว แต่ควรให้อาหารที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก จำพวกอาหารเหลวที่เลียได้ (และเริ่มออกนอกรังหรือคอก มาวิ่งเล่นรอบๆ)

เมื่อครบ 6 สััปดาห์สามารถให้อาหารสูตรลูกแมวทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียกได้ตามปกติแล้วค่ะ หลังจากนี้จะเริ่มซนและออกสำรวจโลกกว้าง
หลังจากครบ 2 เดือน ก็เรียกได้ว่า ซนมาก ถึงมากที่สุดค่ะ




    >> การขับถ่ายของลูกแมว
    หลังจากวันแรก แม่แมวจะเลียก้นลูกเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
พอแม่แมวเลีย ปัสสาววะจะไหลออกมาเป็นหยดน้ำเล็กๆ แม่แมวก็จะเลียให้ค่ะ
    เมื่อครบ 1 สัปดาห์ ลูกแมวจะเริ่มปัสสาวะเอง สังเกดจากรอยพื้นที่แผ่นรองกันเปื้อนที่รองไว้ ส่วนอุจจาระจะเป็นสีเหลืองส้มซึ่งแม่แมวก็จะเลียให้ที่ก้นเลย
    เมื่อเริ่มเข้าสัปดาห์ที่ 4 ลูกแมวจะมีพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้น เริ่มสนใจโลกภายนอก แม่แมวจะไม่เลียก้นให้แล้ว และสอนให้ลูกเลียขนทำความสะอาดตัวเอง



    เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 4 ลูกแมวจะเริ่มปัสสาวะและถ่ายอุจจาระมากขึ้น ก็เริ่มเอากระบะทรายมาตั้งไว้ แล้วอุ้มลูกแมวไปวางบนทราย หลังจากนั้นเค้าจะรู้ด้วยสัญชาตญาณ+ทำตามแม่ คือ จะมาขับถ่ายตรงนี้เลย




    ถ้าไม่แน่ใจ ก็เอาแผ่นปูรองกันเปื้อน หรือลังกระดาษมาปูไว้รอบๆ
    ปุ้ยลองสังเกตดูจากรอยเปื้อนที่แผ่นปู เค้ายังมีถ่ายเปะปะ อยู่แค่วันเดียว
    หลังจากนั้น ทุกตัวก็จะเดินไปขับถ่ายที่กระบะทรายอย่างเรียบร้อยเลย


    -- ในรูป แมวพี่เลี้ยง มาช่วยเทรนค่ะ อย่างโหดเลย --

    - ช่วงแรกเอาลังกระดาษกว้างๆ มาลองใส่ทรายดูก่อน ให้กว้างๆ เตี้ยๆ เค้าจะได้หาเจอ แล้วค่อยๆ ลดไซส์ลงเรื่อยๆ ค่ะ
    • ควรกั้นพื้นที่ ไม่ให้กว้างเกินไป เพราะว่ายังเด็ก บางทีหลงทางจะเดินมายังกระบะทรายไม่ถูก แล้วก็อาจจะไปขับถ่ายเปื้อนตามมุมบ้านค่ะ
    • หลัง 1 เดือน อุจจาระของเค้าจากที่เคยสีเหลือง พอเริ่มกินอาหาร ก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำและแข็งขึ้นค่ะ
    ข้อควรระวัง: ต้องคอยเปลี่ยนทรายทุกๆ สัปดาห์ และคอยดูความสะอาดบริเวณก้นและเท้าของลูกแมว เพราะบางทีไปเหยียบอุจจาระแล้วก็ติดทรายมาที่ก้นกับเท้า เป็นเหตุให้เกิดการหมักหมมของเชื้อราและแบคทีเรียค่ะ







    มาพูดถึงบ้านแมวกันบ้าง

    ปุ้ยจึงย้ายเค้าออกมานอกห้อง และกั้นรั้วเตี้ยๆ ให้เค้ามีอาณาบริเวณมากขึ้น แต่ยังคงวางคอกเก่าเค้าไว้ เสมือนเป็นบ้านที่มีสวนหน้าบ้านไว้วิ่งเล่น เค้าจะออกมาวิ่งเล่น แต่จะกลับไปนอนในบ้านค่ะ และจะไม่ออกจากรั้วที่เรากั้นไว้เตี้ยๆ เพราะว่ายังไม่สนใจโลกภายนอกมากเท่ากับการเล่นกันเอง

    รั้วหาลวดตะแกรงที่ขายตามตลาดเจเจ (ราคาประมาณชิ้นละ 100 -150 บาท มีหลายขนาด)
    นำมาต่อๆ กัน ด้วยที่รัดสายไฟ สามารถปรับเปลี่ยนขนาดและความสูงได้ แบบนี้ค่อนข้าง Flexible ดีค่ะ

    เมื่อครบ 6 สัปดาห์ รั้วกั้นเล็กๆ เริ่มเอาไม่อยู่ เพราะต้องการเรียนรู้โลกที่กว้างขึ้น ต้องเพิ่มความสูงขึ้นอีก ลองเพิ่มถึง 90 ซม. แต่ก็ไม่รอดค่ะ ปีนกันเก่ง ใจกล้ากันมาก





    สุดท้ายคือ ต้องลดความสูงรั้วกลับมาเตี้ยเท่าเดิม เพื่อให้ปีนเข้าสะดวก เวลากลับมาเข้าห้องน้ำ กินอาหารหรือกลับมานอน (เหตุผลอีกข้อ คือ กั้นไว้กั้นเครื่องดูดฝุ่น iRobot เข้าไปทำลายบ้านแมวและของเล่นแมวด้วยค่ะ)

    ถ้าซนมากๆ หรือวันไหนไม่อยู่บ้าน แล้วกลัวกลับมาบ้านเละ ก็จับไว้ในกรงได้ แต่ควรฝึกให้เค้ากินอาหาร กินน้ำ และขับถ่ายเองได้เก่งก่อน ไม่งั้นกรงเละอีก แล้วอาจจะหิวตายได้ค่ะ






    เมื่อครบ 6
    สััปดาห์ ก็เริ่มปีนป่าย 8 สััปดาห์ก็ปีนขึ้นคอนโดอย่างเก่งเลย วิ่งขึ้นยอดคอนโดได้ใน 3 วินาที คอนโดแมวก็ดีนะคะ เค้าชอบเล่น ชอบไปนอน หาที่นอนกันคนละมุมเลย ทำให้เค้าแข็งแรง ฝึกกำลังแขนขา และก็ช่วยให้เค้าไม่ไปข่วนโซฟา เพราะมีที่ฝนเล็บแล้ว จะไม่ไปข่วนเปะปะค่ะ

    พอครบ 8 สัปดาห์ ลูกแมวจะเริ่มเข้าหาคน เริ่มออกห่างจากแม่มากขึ้น เค้าจะคอยเดินตามเราค่ะ ช่วงนี้น่ารักสุดๆ ไปเลย
    ฝึกให้เค้าเคยชินกับการแสดงความรักของเรา ด้วยการอุ้มเค้า หอมเค้า จุ๊บเค้า ให้เค้าชินกับสิ่งนี้แต่เด็ก เพียงไม่กี่วัน เค้าจะเริ่มรู้ละว่า เวลาที่เค้าอยากแสดงความรัก เค้าจะมาอ้อนยังไง บางทีก็นวด บางทีก็นั่งตัก มาทีก็ยื่นหน้ามาจะได้จุ๊บๆ

    <<คอนโดแมว นี่ปุ้ยซื้ออะไหล่มาต่อเอง ออกแบบเอง สนุกดี แล้วก็ซื้อมาต่อเพิ่มในกรงลูกแมว ให้เค้าปีนเล่นด้วย
    ราคากรงแมว 4,0000 จากร้านขายอาหารสัตว์ระแวกบ้าน ชื่อร้าน Pet Secret และอะไหล่คอนโด จาก condomaew.com ไว้จะมาเขียนรีวิวแบบละเอียดๆ ให้ดูอีกทีค่ะ>>


    พัฒนาการของบ้านแมว



    ทำบ้านน่ารักๆ ให้ลูกแมว DIY จากกล่องใส่กระดาษใส่ของ IKEA ก็เวิร์คดีค่ะ (กล่องนึงตกเฉลี่ย 40-50 บาท))เพราะว่ามีช่องมือจับ ลูกแมวชอบมาก เอาไว้เล่นแหย่กัน แล้วก็เอากล่องเก็บเอกสาร มาต่อๆ กัน เป็นคอนโดเล็กๆ ให้ลูกแมวเล่นค่ะ (อันนี้ถูกและเวิร์คดีค่ะ 5 กล่อง รวม 49 บาทเอง)
    เปลี่ยนบ้านแมวบ่อยๆ ทำให้แมวตื่นเต้น ช่วยให้เค้ากลับมาเล่นที่บ้าน ไม่หนีไปอยู่แต่คอนโด เวลาเห็นเค้าเล่นของเล่นที่เราซื้อให้ หรือของที่เราประดิษฐ์ให้ รู้สึกปลื้มใจค่ะ รู้สึกว่าไม่เสียตังค์เปล่า หรือไม่เสียค่าโง่ซื้อของไร้สาระมาแล้วไม่ได้ใช้ 555

    ของเล่นรางบอลจาก CAT IT | ตุ๊กตาผ้าจาก IKEA




    สุดท้ายขอพูดถึงประตูแมวค่ะ (อันนี้ไม่ได้ค่าสปอนเซอร์นะคะ ซื้อมาใช้เอง)



    ปุ้ยว่าเหมาะสำหรับคนที่ติดแมว ให้แมวมานอนด้วยได้ เข้าออกเองได้ ไม่ต้องลุกไปเปิดประตูให้ตอนดึกๆ พอติดแล้วก็ไม่ได้ทำให้บ้านดูขี้เหล่ ยังดูโอเคอยู่ค่ะ

    ที่ปุ้ยซื้อมาจาก
    www.doorforpet.com เป็นรุ่นที่มีกุญแจแม่เหล็ก (Collar Key)ให้แมวคล้องที่คอด้วย สำหรับกรณีให้บางตัวเข้า บางตัวไม่ให้เข้าก็ไม่ต้องคล้องกุญแจให้
    เช่น ให้เฉพาะแม่แมวเข้าออกได้คนเดียว อะไรอย่างงี้ค่ะ

    รุ่นนี้ ราคา 2,300 บาท ค่าติดตั้งบานแรก 1,000 บาท บานต่อไป 300 บาท (ซื้อมาติดตั้งเองก็ได้) ปุ้ยซื้อมา 2 บาน ไว้ห้องนอนบานนึง และไว้ในห้องเก็บของที่ทำเป็นห้องคลอดเค้าอีกบานค่ะ
    ซึ่งประตูแมวเค้าจะมีหลายรุ่น แบ่งตามขนาด และรุ่นปกติที่ไม่มีกุญแจแม่เหล็ก ก็จะถูกกว่านี้ครึ่งนึง
    ทุกรุ่นมีที่ล็อคเข้า/ออก เซ็ทได้ 4 แบบ (ไว้จะมารีวิวละเอียดให้อีกบล็อกนะคะว่าซื้อจากไหน ติดตั้งยังไง และประตูทำงานยังไง)









    เล่นกันสนุกเลย ฝึกใช้อยู่ 1-2 วันก็เข้าออกได้สบายแล้วค่ะ


    จวบจนท้ายของบล็อก ก็ยังยืนยันว่า แมวเป็นสัตว์ที่น่ารักที่สุด และเลี้ยงง่าย ทำให้เรามีความสุขมากๆ
    หากใครที่ยังไม่เคยได้ทำความรู้จักกับแมวอย่างจริงจัง อยากให้ลองเปิดใจดูซักครั้ง
    จะไปชิลที่คาเฟ่แมว หรือว่าจะแวะมาเล่นแมวที่บ้านปุ้ยก็ได้ค่ะ
    โดยเฉพาะคนที่เป็นหรือกำลังจะเป็นโรคซึมเศร้า ลองหาแมวมาเลี้ยงซักตัว คุณจะค้นพบกับความสุขที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ในอีกแง่มุมหนึ่ง
    อยากแบ่งปันให้ทุกๆ คนเห็นว่า การเป็นทาสแมว เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว จงมาเป็นทาสแมวด้วยกันค่ะ นี่คือ คำสาป 555


    วันน้ีทาสแมวเหนื่อยมากเลย เขียนบล็อกที่ยาวมากๆ
    เดี๋ยวจะมาเขียนอีก เรื่องรีวิวอาหารแมว สำหรับแมวกินยาก
    และเรื่องคอนโดแมว ห้องน้ำแมว และประตูแมวที่ติดเอาไว้ว่าจะรีวิวให้ละเอียดในบล็อกถัดๆ ไปนะคะ







    พบกันใหม่บล็อกหน้า บั๊ยบายค่าาา
    เมี๊ยวๆ จบบล็อกด้วยภาพลูกแมวน่ารักๆ ที่บ้านค่ะ














    ขอบคุณน้องไอซ์ น้องชายที่ให้ยื้ม แมวหนุ่มเฟรดดี้มาเป็นแฟนกับปลาทู จนมีลูกหลานที่น่ารักๆ แบบนี้ค่ะ


    ขอบคุณน้องปรอย (น้องสาวของปุ้ย) ที่มาช่วยทำคลอดปลาทู
    และขอบคุณน้องวาว (น้องสาวของสามี) ที่มาช่วยให้อาหารแมว ทุกวัน

    ติดตามเรื่องราวน่ารักๆ ของเมี๊ยวๆ กันได้ที่ www.facebook.com/aCatCircus  นะคะ

    รูปแมวกับบ้านแมว ปุ้ยถ่ายเอง
    ส่วนรูปปุ้ย ขอขอบคุณ เพื่อน Tara Vareewong มาเยี่ยมบ้านแล้วถ่ายให้ค่ะ




    #เตรียมคลอดแมว #ทำคลอดแมว



    Create Date : 07 สิงหาคม 2558
    Last Update : 15 สิงหาคม 2558 22:17:47 น.
    Counter : 11870 Pageviews.

    3 comments
      
    ลูกๆ น่ารักมากเลยค่ะ เป็นทาสแมวเหมือนกัน อ่านครบเลย ชอบจัง เขียนเรื่องแมวเยอะๆ นะคะ หาอ่านละเอียดแบบนี้ยาก ขอบคุณมากๆ ค่ะ
    โดย: ความงามสัมผัสได้ด้วยใจ วันที่: 7 สิงหาคม 2558 เวลา:23:21:31 น.
      
    ขอบคุณมากๆ นะคะ เดี๋ยวจะเขียนอีกหลายๆ เรื่องแมวๆ นะคะ
    โดย: PuY~isme วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:15:15:11 น.
      
    น่ารักมากๆค่ะ ชอบๆ ค่ะ
    โดย: nongfont วันที่: 2 กันยายน 2558 เวลา:13:12:05 น.
    ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
    Comment :
     *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
     

    PuY~isme
    Location :
      

    [ดู Profile ทั้งหมด]
    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
     ฝากข้อความหลังไมค์
     Rss Feed
     Smember
     ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]



    ปุ้ยเชื่อว่า มนต์วิเศษที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนสวยได้ คือ ความสุขที่มาจากหัวใจค่ะ ^ ^ สวย สร้างสรรค์ และแบ่งปัน http://www.puyisme.com