กระเหรี่ยงอยากเป็นหมอที่เมกา 2 : step 2 ย้ายที่เรียน
Sept 7, 2012 by May DO
หลังจากทีได้ลงเรียนเก็บหน่วยพื้นฐานเพื่อจะใช้ในการสมัครเข้าเมดิคอลสคูลที่คอมมูนีตี้คอลเลจสี่เทอม เก็บหน่วย Chem 1,2 Bio1,2 Micro, A&P1,2 Cal1,2 Eng Comp1 แล้ว Psy ไปแล้ว วิชาที่จะที่ PRCC ก็จะเหลือแค่ ENg Comp2 และ Sociology ทำให้การจัดตารางเรียนให้ลงตัวไม่ได้ ดังนั้นเลยจะต้องย้ายที่เรียนไปที่ U of Southern Miss ซึ่งก็อยู่ในตัวเมืองนี้เช่นกัน
วิชาที่จะเรียนที่ USM เทอมนี้ลงไปสองตัวสี่คลาส คือ ฟิสิกส์และออแกนิคเคมี ครั้งแรกจะลงเจนิติคไปด้วย แต่เพื่อนๆหลายท่านแนะนำว่าไม่ควรจะลงมากในเทอมแรก เพราะ U กับ CC อาจจะเรียนต่างกัน อีกอย่างจัดตารางลงไม่ได้ เลยขอลงซิมรางแค่นี้ก่อน ถือว่าเทอมนี้เรียนรู้ระบบใหม่ๆ ไปก่อน อีกทั้งถ้าหากทุกอย่างลงตัวก็จะได้ไปสมัครเป็นอาสาที่โรงพยาบาล เพื่อเก็บประสบการณ์ไว้ประกอบการสมัครเข้าเรียน สปริงอาจจะได้ลงฟิสิกส์2 ออเคม2และเจนิติค หรือไบโอเคมี ดูก่อนว่าจะจัดตารางได้อย่างไร ซัมเมอร์ก็จะไปลง ENg Comp2 และ Sociology ที่ Prcc เพราะค่าเรียนถูกกว่าคุณภาพคนสอนก็ไม่แตกต่างเท่าไหร่ รวมเวลาก็อีกประมาณสองสามเทอมก็จะเก็บหน่วยพื้นฐานครบ
ถ้าหากเรียนครบวิชาที่กล่าวมาข้างต้นได้ ก็จะถึงเวลาที่จะสอบ MCAT ซึ่งเป็นการทดสอบที่คนกล่าวขานว่ายากมาก จะต้องมีการเตรียมตัวหรือไปลงเรียนติวกันเป็นเดือนๆ สำหรับตนเองคิดว่าน่าจะต้องใช้เวลานานกว่าคนปกติเพื่อนเตรียมตัว เพราะไม่เก่งภาษา ถ้าหากเก่งๆภาษาเหมือนหลายๆคนก็คงจะดี แต่ก็ไม่เป็นไร ภาษามันฝึกกันได้ ถึงช่วงนั้นก็ทุ่มกับการติวการเขียนเพื่อ MCat โดยเฉพาะ คงจะช่วยได้มาก อีกอย่างมันมีหลายsection ที่คิดว่าถ้าทำอย่างอื่นได้คะแนนดีก็จะช่วยให้คะแนนออกมาได้พอสมควร
ถ้าหากวุฒิ เกรด MCAT ใบรับรองจากคุณหมอที่ดูงานด้วยและงานอาสาต่างๆ พร้อม ก็จะถึงเวลาที่จะส่งใบสมัคร กระบวนการสมัครมีหลายขั้นตอน ยังจำได้ไม่หมดเลยจะขอละไว้ก่อน ไว้ตอนใกล้ๆจะเอามาเล่าอีกที หลังจากสมัครไปแล้วก็จะต้องรอลุ้นใจระทึกว่าจะมีที่ใดเรียกตัวไปสัมภาษณ์หรือเปล่า ถ้าไปสัมภาษณ์แล้วก็จะรอลุ้นหัวใจแทบวายว่าจะได้หรือเปล่าหรือว่าจะได้ขึ้นชื่อรอไว้ก่อน แล้วถ้าได้รับก็จะมีจดหมายแจ้งมา หลังจากนั้นก็ไปรายงานตัวและก็เข้าสู่ระบบของโรงเรียน ขั้นตอนต่างๆรวมระยะเวลาเกือบปี ดังนั้นช่วงนี้จะต้องหาอะไรทำ หรือหางานทำ ไม่งั้นจะฟุ้งซ่านที่สุด นอกจากนั้นช่วงนี้จะเป็นช่วงชีพจรลงเท้า จะต้องเดินทางหลายครั้ง ค่าใช้จ่ายก็เป็นเงาตามตัว ดังนั้นถ้าหากเพื่อนๆท่านใดที่อยู่ในเมืองที่จะไป ถ้าจำเป็นก็จะขอรบกวนหน่อยนะคะ
ที่นี่มาถึงโรงเรียนในดวงใจว่าจะอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อนจะได้หลบทัน เอ้ย!! เตรียมตัวช่วยได้ทัน....
1)โรงเรียนหมอดีโอของ william Carey U ที่เมืองนี้ ขับรถสิบห้านาทีก็ถึง เป็นโรงเรียนพี่เปิดมาได้สองปี ยังใหม่ โอกาสจะมีมากเพราะเป็นคนพื้นที่ อาจจะได้รับการพิจารณาก่อน โรงเรียนนี้เป็นของเอกชน แพง!! มีคนสมัครเยอะปีที่ผ่านมาสัดส่วนเป็น 10/1 ปีนี้เห็นว่าตัวเลขคนสมัครเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามยูนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะไม่ต้องย้ายบ้าน คุ้นเคยบ้างแล้ว ทุกอย่างเรารู้ ไม่ต้องเครียดกับการปรับตัว.....
2) U of south Alabama ที่โมบิล โรงเรียนMDยูรัฐค่าเทอมถูกเป็นสามเท่าของยูแรก คนสมัครปีละห้าหกพันคนรับร้อยห้าสิบ ระบุเกรด 3.6 ขึ้น Mcat 30 เห็นบอกวาจะต้องเจ๋งจริงๆ ถึงจะเข้าได้ ฟังแล้วก็หดหู่เพราะเราเกรดป ตรีก็น้อย ป โทก็ไม่หรู ดีที่เกรดที่เรียนที่นี้ดีหน่อย แต่คงจะทำให้เกรดรวมขยับมาไม่มากนัก เคยได้ยินว่าเค้าไม่สนใจเกรดจากต่างประเทศถ้าหากว่าเรียนที่เมกาแล้วได้เกรดดี เค้าก็จะดูเกรดนั้นเป็นหลัก ดังนั้นยูนี่ก็จะเป็นการวัดดวง รู้สึกว่าโรงเรียนนี่ใช่ของเราหละ เพราะจะมีท่านๆและเทวดาเจ้าที่ที่นั้นจะ ช่วยสงเคราะห์จับยัดเข้าไปเป็นคนสุดท้าย แต่มันยังเป็นอนาคตเลยจะต้องช่วยตัวเอง ทำทุกอย่างให้ได้ดีๆ โรงเรียนเค้าจะได้สนใจ เทวดาท่านก็จะได้ช่วยได้ง่ายขึ้น การฝันถึงโรงเรียนนี้เสมือนเข็นครกหินขึ้นภูเขาเอเวอเรสต์เลยหละ (พลีเคยบอกว่าพ่อยืนยันว่าใช่!!!! สาธุสาธุใส่เกล้าล่างหน้า) ต้องคอยดูต่อไป ......
3) Tulane u ที่นิวออร์ลีน เป็นโรงเรียน MD เอกชน ค่าเทอมแพงที่สุดเฉพาะค่าเทอม $75,XXX ต่อปี เห็นตัวเลขแล้วหัวใจจะวาย เคยนำเรื่องเสนอเจ้าของทุนการศึกษา แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ เพราะกลัวจะส่งไม่ไหว และกลัวจะตายเพราะอุบบัติเหตุก่อนเรียนจบ อย่างไรก็ตามจะส่งเสี่ยงใบสมัครไป เพราะครุยเข้าเป็นสีเขียวววววววว เหมือนที่ของอัลบามา......
4) Vanderbilt University School of Medicine โรงเรียน MD ที่ Nashville TN อิอิ โรงเรียนนี้เป็นของเอกชน ค่าเรียนก็แพง แต่ว่ามีชื่อเสียง และน่าเรียนมาก เสียอย่างเดียวอากาศอาจจะเย็นกว่าที่อื่นๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ.......
5)โรงเรียน DO Dothan อัลาบาม่า โรงเรียนกำลังจะเปิดปี 13 แต่คิดว่าคงจะไม่ทัน คงจะต้องรอปีต่อไป เป็นของเอกชน แพง แต่อยู่เมืองเดียวกับพ่อแม่แฟน มีญาติที่นั้น พ่อแฟนพอจะรู้จักคนบ้าง ถ้าได้เข้าเรียนจะต้องย้ายบ้านไปโน้นเลย โรงเรียนคิดว่าน่าสนใจเพราะถูกจัดขึ้นโดยโรงพยาบาล จะทำให้มีที่ให้ฝึกงานของตนเอง อีกอย่างมีเงินสนับสนุนเยอะจะทำให้มีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยด้วย ลุ้นกันต่อไป.......
6) Lake Erie College of Osteopathic Medicine at Bradenton โรงเรียน DO ที่ฟลอริด้า มีชื่อเสียง และไม่ต้องเรียนภาษาสแปนิช แต่ยังไม่ได้รายละเอียดมากนัก .......
7) University of Oklahoma College of Medicine สัดส่วนคนสมัครน้อย ค่าเรียนไม่แพงนักถ้าหากเป็นเรสซิเดนส์แล้ว ชอบสีสครับที่เป็นสีส้ม เหมือนนักโทษในหนังเลย อิอิ ที่นั้นดีทุกอย่างเสียอย่างเดียวที่ๆผ่านมา มีเทอร์เนโดเข้าบ่อย ........
8) ฮาเวิร์ด อิอิ ที่เอามาใส่ในลิตส์ด้วยเพราะเค้ารับวุฒิจากต่างชาติ เปิดกว้างมากๆๆ ไม่ระบุคุณสมบัติชัดเจน คิดว่าเค้าคงจะเปิดกว้างให้คนสมัครเยอะแล้วคัดเอาแต่คนหัวกระทิ ที่นี้ไม่หวังหรอกเพราะบุญคงไม่ถึง แต่จะส่งไปสมัครลองดู จะได้เก็บหนังสือตอบรับหรือปฏิเสธเอาไว้ให้ลูกหลานดูถึงความมักใหญ่ใฝ่สูงของแม่ของยายมันดู
นอกจากที่กล่าวมา ยังมีอีกหลายที่ๆน่าสนใจ แต่อาจจะต้องขยับขึ้นสู่อากาศที่เย็นขึ้น เนื่องด้วยเป็นคนไม่ชอบอากาศหนาวเย็น จึงให้สภาพอากาศเป็นตัวช่วยตัดสินใจด้วย เพราะไม่อยากจะไปทรมานตนเองมากนนัก ถ้าหากมีทางเลือกอื่น แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของทุนการศึกษาบอกว่าให้ส่งไปหลายๆที่ จะได้มีโอกาสมากขึ้น ถ้าโดนคัดเลือกจากหลายทีก็จะได้เลือกที่ๆชอบที่สุด ตอนนี้ก็ได้แค่ดูๆข้อมูลไปเรื่อยๆ หนทางข้างหน้ายาวไกล มันเปลี่ยนได้ทุกอย่าง จะทำในแต่ละวันให้ดีที่สุด ทำเกรดของแต่ละวัน แต่ละexam แต่ละเทอมให้ดีที่สุด ให้ได้เอทั้งหมดหรือมากที่สุด เพราะเอมีความหมายต่อการเดินทางนี้มาก ต้องรักษาสุขภาพมากขึ้น สนใจเรื่องอาหารการกิน ออกกำลังกายและผ่อนคลายจิตใจ ทำสุขภาพจิตให้ดีเพื่อรองรับเรื่องเครียดๆที่จะตามมาหลายอย่าง สวดมนต์ไว้พระ หาที่พึ่งทางจิตใจให้มั่นคงเพราะจะเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้ไม่เสียศูนย์มากนัก จะได้ไม่เรียนจนเป็นบ้าไป ทำบุญเข้าไว้เพราะบุญจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงจากร้ายเป็นดีได้ ซึ่งตรงนี้ประสพด้วยตนเองทุกวัน มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ปลงอนิจจังกับทุกอย่างในชีวิตเข้าไว้ จะได้ไม่ต้องไปยึดติด เรียนให้เป็นเรื่องสนุก หาสิ่งที่น่าสนใจให้กับตนเองในแต่ละวันให้ได้ สร้างจุดหมายเล็กๆทุกวัน แล้วพยายามทำให้สำเร็จ ให้รางวัลกับตัวเอง ชื่นชมตนเอง ให้กำลังใจตน มองกระจกและกล่าวคำดีๆให้กับคนที่เรามองเห็นทุกวัน ให้อภัยเมื่อตนเองและคนอื่นทำผิด พลาด และ MOVE ON คิดเสียว่าอะไรจะเกิดก็ช่างมัน เราทำให้ดีที่สุดของวันนี้ก็แล้วกัน
สรุปส่งท้าย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เป็นอะไร ยังเป็นกระเหรี่ยงเช่นเดิม ภาษาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิม ยังปวกเปียก เรียนก็ยากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างจะเริ่มยากขึ้น แต่กำลังใจยังเต็มเปรี่ยม แม้จะยังไม่รุ้อนาคตแต่ก็รู้ว่าได้ลงมือทำ ได้เริ่มต้นทำในสิ่งที่อยากทำ จะสำเร็จหรือเปล่าก็เป็นเรื่องขออนาคต ตอนนี้ไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ประสบการณ์ ความพยายาม มุมานะ ทิฐิมานะ อดทนอดกลั้นต่อการเรียนและเสียงคนรอบข้าง พลังกายพลังใจที่ทำให้ทำทุกอย่างผ่านมาได้และกำลังจะทำต่อไป ถ้าหากวันหนึ่งมีอะไรเกิดขึ้นทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงักไป ไม่ว่าจะเข้าเรียนไม่ได้ เงินไม่มีเรียน หรืออีกหลายหลากสาเหตุ ถึงตอนนั้นก็จะไม่เสียใจหรือเสียดาย เพราะเราได้ทำเต็มที่แล้ว อย่างน้อยก็ได้ลงมือทำ ได้พยายามแล้ว หลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่ว่าจะทำอะไรต่อไป แต่การเรียนสิ่งที่เรียนไม่มีเน่าเสีย ยังสามารถนำไปใช้ในการทำอย่างอื่นหรือสมัครในสาขาเมดิคอลได้อีกมากมาย
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามข่าวคราวและให้กำลังใจมาโดยตลอด ที่นำมาแชร์มาเล่าไม่ได้หวังอะไรมาก เพราะว่าคนเรามีหลากหลายความคิด บางคนอาจจะชอบเรียน บางคนอาจจะชอบทำกิจกรรมอย่างอื่น โดยเฉพาอย่างยิ่งผู้หญิงอายุ 35 up แล้ว ที่นำมาเขียนนี้เพื่อหวังแค่ว่าอาจจะทำให้หลายๆท่านได้รับแรงบันดาลใจจากความไม่ท้อ ไม่ให้คำว่าแก่ อายุมาก ภาษาไม่ดี สมองไม่ดี หรือเรียนนั้นๆๆ ต้องใช้เวลานาน บลาๆๆๆ มาเป็นอุปสรรคทำให้ไม่กล้าจะทำอะไร ถ้าอยากทำอะไรก็ลงมือและลุยไปเลย ทุกอย่างมันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาหนึ่งจะได้นึกหวนกลับไปนึกถึง สิ่งที่ทำยังทำให้คนรอบข้าง พ่อแม่ สามีภรรยา ลูกหลาน พี่ๆน้องๆๆ เพื่อนๆ ภูมิใจในตัวเรา ยิ่งคนมีลูก ลูกจะเห็นในสี่งที่เราทำ และจะถือเป็นโมเดลของชีวิต เค้าจะภาคภูมิใจในตัวแม่ของเค้ามากกขึ้น เพื่อนความรู้เป็นสมบัติที่มีค่ามากกว่ารูปสมบัติ เพราะร่างการมีวันร่วงโรยและเจ็บป่วย
ขอให้ทุกท่านมีความสุข รวยๆ สุขภาพแข็งแรง love you all!!!
ไม่มีอะไรยากเกินกว่าความพยายามเนอะ
สู้ ๆ นะคะ