ต้นอินทนิลน้ำ ต้นตะแบก ต้นเสลา




ชวงฤดูร้อนเดือนมีนา/เมษา/เวลาเราเดินทางไปไหนเราจะเห็นข้างทางตามริมถนน จะมีดอกไม้สีม่วงอ่อนบ้างสีม่วงเข้มบ้าง สีม่วงอมชมพูบ้าง จะออกดอกงามสะพรั่งเต็มต้น ซึ่งบ้างครั้งเราแยกไม่ออกเลยว่า ดอกตะแบก หรือดอกอินทนิล หรือดอกเสลา(อ่านว่า สะ เหลา นะคะ ไม่ใช่ เส-ลา คะ) จากการข้องใจของเรา เลยต้องเปิดเน็ตศึกษาความแตกต่างของดอกไม้สามชนิดนี้ เหมือนกันมากคะ

ต้นและดอกอินทนิลน้ำ






อินทนิลน้ํา
อินทนิล หรือ อินทนิลน้ำ ชื่อสามัญ Queen’s Flower, Queen’s crape myrtle, Pride of India, Jarul อินทนิลน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia speciosa (L.) Pers. จัดอยู่ในวงศ์ Lythraceae (เป็นคนละชนิดกับ อินทนิลบก หรือ Lagerstroemia macrocarpa Wall.) มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น ตะแบกดำ (กรุงทพ), ฉ่วงมู ฉ่องพนา (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), บางอบะซา (นราธิวาส, มลายู-ยะลา), บาเย บาเอ (มลายู-ปัตตานี), อินทนิล (ภาคกลาง, ภาคใต้) เป็นต้น และยังเป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดระนองและจังหวัดสกลนครอีกด้วย

อินทนิลน้ํา เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย โดยมักพบขึ้นตามที่ราบลุ่มที่ชื้นแฉะทั่วไป รวมไปถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำลำห้วย หรือในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดงดิบของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ แต่จะพบได้มากสุดตามป่าดงดิบในทางภาคใต้ และยังพบในป่าพรุหรือป่าบึงในของภาคใต้อีกด้วย

ลักษณะของอินทนิลน้ำ
•ต้นอินทนิลน้ำ ไม้เป็นยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เจริญเติบโตเร็วหากปลูกในที่เหมาะสม ต้นมีความสูงประมาณ 5-20 เมตร ลำต้นเล็กและมักคดงอ แต่พอใหญ่ขึ้นจะเปลาตรง เป็นไม้ผลัดใบ แต่ผลิใบใหม่ไว โคนต้นไม้ไม่ค่อยพบพูพอน มักมีกิ่งใหญ่แตกจากลำต้นสูงเหนือจากพื้นดินขึ้นมาไม่มาก จึงมีเรือนยอดที่แผ่กว้าง เป็นพุ่มคล้ายลักษณะรูปร่มและคลุมส่วนโคนต้นเล็กน้อยเท่านั้น (ถ้าเป็นต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติในป่า มักจะมีเรือนยอดคลุมลำต้นประมาณ 9/10 ส่วนของความสูงของต้น) ส่วนผิวเปลือกต้นอินทนิลน้ำจะมีสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน มักจะมีรอยด่างๆ เป็นดวงขาวๆ อยู่ทั่วไป ผิวเปลือกจะค่อนข้างเรียบไม่แตกเป็นร่องหรือเป็นรอยแผลเป็น เปลือกมีความหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ที่เปลือกในจะออกสีม่วง นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด •เนื้อไม้อินทนิลน้ำ เมื่อยังใหม่สดอยู่จะเป็นสีแดงเรื้อๆ หรือสีชมพูอ่อน พอนานเข้าจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง เนื้อไม้ค่อนข้างละเอียดมีเสี้ยนตรง เป็นมันเลื่อม มีความแข็งแรงปานกลาง เหนียวและทนทาน ใช้เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย ขัดเงาได้เป็นเงางาม
•ใบอินทนิลน้ำ มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันหรือออกเยื้องกันเล็กน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปทรงขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมรูปหอก มีความกว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 11-26 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเนื้อใบค่อนข้างหนาและเกลี้ยงเป็นมันทั้งสองด้าน โคนใบบนหรือเบี้ยวเยื้องกันเล็กน้อย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ส่วนปลายใบเรียวและเป็นติ่งแหลม มีเส้นแขนงใบประมาณ 9-17 คู่ เส้นโค้งอ่อนและจรดกับเส้นถัดไปบริเวณใกล้ๆ ขอบของเส้นใบย่อยจะเห็นไม่ค่อยชัดนัก ก้านใบยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เกลี้ยงและไม่มีขน ดอกอินทนิลน้ำ ดอกใหญ่มีหลายสี เช่น สีม่วงอมชมพู สีม่วงสด หรือม่วงล้วน ออกดอกรวมกันเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบตอนใกล้ๆ ปลายกิ่ง มีความยาวถึง 30 เซนติเมตร ที่ส่วนบนสุดของดอกตูมจะมีตุ่มกลมๆ เล็กๆ ตั้งอยู่ตรงกลาง ที่ผิวนอกของกลีบฐานดอกจะติดกันเป็นรูปถ้วยหรือรูปทรวงกรวยหงาย จะมีสีสันนูนตามยาวเห็ดชัด และมีเส้นขนสั้นๆ ปกคลุมอยู่ประปราย ดอกอินทนิลน้ำมีกลีบดอกบาง ลักษณะเป็นรูปช้อนที่มีโคนกลีบเป็นก้านเรียว ผิวกลีบจะเป็นคลื่นๆ เล็กน้อย เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีรัศมีความกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร และมีรังไข่กลมเกลี้ยง จะเริ่มออกดอกได้เมื่อมีอายุประมาณ 4-6 ปี สรรพคุณของอินทนิล
1.ใบอินทนิลน้ำมีรสขมฝาดเย็น ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ใบแก่เต็มที่ประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่มในตอนเช้า (ใบแก่)
2.สรรพคุณอินทนิลน้ํา ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการสกัดสารจากใบอินทนิลน้ำด้วยแอลกอฮอล์ นำไปทำให้เข้มข้นจนได้สารสกัด 3 mg./ml. แล้วนำไปทำเป็นยาเม็ดขนาดเม็ดละ 250 mg. ให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและมีภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง นานติดต่อกัน 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดที่ลดลง (ใบ)
3.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งได้มีการทดลองทั้งในประเทศไทย อินเดีย และฟิลิปปินส์ โดยใช้ส่วนของใบแก่เต็มที่ เมล็ด และเปลือกผลในการทดลอง ซึ่งพบว่ามันมีฤทธิ์เหมือนอินซูลิน (ใบแก่,เมล็ด,เปลือกผล)
4.สรรพคุณอินทนิล เมล็ดช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ (เมล็ด)
5.อินทนิล สรรพคุณของเปลือกช่วยแก้ไข้ (เปลือก)
6.รากมีรสขม ช่วยรักษาแผลในช่องปากและคอ (ราก)
7.อินทนิลน้ํา สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องเสีย (เปลือก)
8.รากอินทนิลน้ำ สรรพคุณใช้เป็นยาสมานท้อง (ราก)
9.แก่นมีรสขม ใช้ต้มดื่มรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการได้ (ใบ,แก่น)
10.ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของอินทนิลน้ำ ได้แก่ ช่วยต้านไวรัส ยับยั้งเชื้อรา ช่วยลดอาการอักเสบ
11.ใบอินทนิล สรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด (ใบ,แก่น,เมล็ด) แต่ก่อนจะใช้ใบอินทนิลน้ำมาใช้รักษาโรคเบาหวาน ควรให้แพทย์ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหรือตรวจปัสสาวะก่อนว่า มีปริมาณน้ำตาลในเลือดอยู่เท่าใด เมื่อทราบปริมาณที่แน่นอนแล้วให้ปฏิบัติดังนี้
◦ให้ใช้ใบอินทนิลน้ำตากแห้งจำนวน 10% ของระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจได้ แล้วนำใบมาบีบให้แตกละเอียดและใส่น้ำดื่มเท่าปริมาณความต้องการที่ใช้ดื่มต่อวัน เทลงให้หม้อเคลือบหรือหม้อดิน (ไม่ควรใช้หม้ออลูมิเนียมต้มยา) หลังจากนั้นเคี่ยวจนเดือดประมาณ 15 นาที
◦แล้วนำน้ำที่ได้จากการเคี่ยวมาชงใส่ภาชนะไว้ดื่มแทนน้ำตลอดวัน ทำแบบนี้ติดต่อกันประมาณ 20-30 วัน แล้วค่อยตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้งหนึ่ง
◦เมื่อตรวจแล้วหากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงเหลือเท่าใดก็ให้ลดใบอินทนิลน้ำลงตามสูตรเดิม (ใช้ใบปริมาณ 10% ของระดับน้ำตาลในเลือด) แล้วก็นำมาเคี่ยวแทนน้ำดื่มทุกๆ วันติดต่อกันประมาณ 15 วัน แล้วค่อยไปตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้งหนึ่ง
◦ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงจนอยู่ในระดับปกติ และให้งดใช้อินทนิลน้ำชั่วคราว
◦แต่ถ้าหากระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นผิดปกติเมื่อใด ก็ให้รับประทานอินทนิลน้ำใหม่ สลับไปจนกว่าจะหายจากโรคเบาหวาน





ต้นและดอกตะแบก


เรื่องของเฉดสี มิต้องกล่าวถึง
แถบสีตั้งแต่ขาวยันม่วงเข้ม
เริ่มที่
ชื่อพันธุ์ไม้ ตะแบก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia floribunda Jack
วงศ์ LYTHRACEAE
ชื่ออื่น กระแบก (สงขลา), ตราแบกปรี้ (เขมร), ตะแบกไข่ (ราชบุรี, ตราด), ตะแบกนา ตะแบก (ภาคกลาง, นครราชสีมา), บางอตะมะกอ (มลายู-ยะลา, ปัตตานี), บางอยะมู (มลายู-นราธิวาส), เปื๋อยนา (ลำปาง), เปื๋อยหางค่าง (แพร่)
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 15 – 30 เมตร เปลือกเรียบสีเทาอมขาว แตกล่อนเป็นหลุมตื้น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบสอบ ดอกสีม่วงอมชมพู ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ผลรูปรี เมล็ดมีปีก
ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม ดินร่วนซุย ไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
ถิ่นกำเนิด ป่าเบญจพรรณชื้น ป่าดงดิบ ป่าน้ำท่วมตามท้องนา
พันธุ์ไม้ประจำจังหวัด สระบุรี

วิธีสังเกตุ ข้อแตกต่าง
ลำต้น เปลือกจะหลุดล่อนออกผิวคล้าย ๆ ต้นฝรั่ง กระดำกระด่าง และมีแขนงเป็นปุ่มปม

ทรงพุ่มแผ่กว้างเป็นรูปกลม ดอกตูม

ลักษณะเด่นที่มีเฉพาะตะแบกคือดอกตูมเป็นรูปถ้วยขนมเค้ก (เช่นเค้กกล้วยหอม) มีตุ่มตรงปลายยอดและมีขนสีทองปกคลุม

ขนาดค่อนข้างเล็ก

มีขนสีทองปกคลุมอยู่ทั่ว (อินทนิลกับเสลา ไม่มี)





เสลา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lagerstroemia loudonii Teijsm.&Binn.
วงศ์ : Lythraceae
ชื่ออื่น : เกรียบ ตะเกรียบ ตะแบกขน เสลาใบใหญ่ เสลา ข้อแตกต่าง จุดสังเกตุ

ส่วนใหญ่กิ่งเสลาที่ออกดอกมักจะทิ้งใบและเป็นกิ่งที่มีอายุพอควร
ก้านช่อสั้น ๆ ที่เกิดบนกิ่งแก่ ดูไกล ๆ จะเห็นกิ่งเป็นเส้น ๆ เห็นดอกเป็นก้อนกระจุก ๆ

ก้อน ๆ

กระจุก ๆ















Create Date : 20 มีนาคม 2557
Last Update : 20 มีนาคม 2557 17:07:44 น. 1 comments
Counter : 17367 Pageviews.

 
ขอบคุณครับสำหรับความรู้แล้วจะหาซื้อได้ที่ร้านใหนครับ


โดย: T.jaijak@hotmail.com IP: 49.230.237.43 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:18:32:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

รุ่งฤดี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
20 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add รุ่งฤดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.