วิมุตติ ๒ วิมุตติ แปลว่า ความหลุดพ้น มี ๒ อย่าง คือ ๑. เจโตวิมุตติ ความหลุดพ้นแห่งจิต, ความพ้นด้วยอำนาจการฝึกจิต, ความหลุดพ้นแห่งจิตจากราคะด้วยกำลังของสมาธิ๒. ปัญญาวิมุตติ ความหลุดพ้นด้วยปัญญา, ความหลุดพ้นด้วยอำนาจการเจริญปัญญา, ความหลุดพ้นแห่งจิตจากอวิชชาด้วยปัญญาที่รู้เห็นตามเป็นจริงพระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตที่เศร้าหมองด้วยราคะย่อมไม่หลุดพ้น หรือปัญญาที่เศร้าหมองด้วยอวิชชาย่อมไม่เจริญ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะสำรอกราคะได้ จึงชื่อว่าเจโตวิมุตติ และเพราะสำรอกอวิชชาได้จึงชื่อว่า ปัญญาวิมุตติ ความหมายของวิมุตติ และขอบเขตของวิมุตติ ในพุทธธรรม ประมวลคำอธิบายวิมุตติทั้งสองนี้ไว้ว่า... วิมุตติ หรือความหลุดพ้นนั้น ในระดับสูงสุดใช้ในความหมายต่างกัน แยกได้เป็น ๓ อย่าง คือ การหลุดพ้น กิริยาที่หลุดพ้นออกมาได้ หรืออาการที่เป็นไปในขณะหลุดพ้นเป็นอิสระ วิมุตติในความหมาย (อาการขณะหลุดพ้น) อย่างนี้ ท่านเรียกว่า เป็นมรรค อย่างที่สอง ความเป็นผู้หลุดพ้น คือ ความเป็นอิสระในเมื่อหลุดพ้นออกมาได้แล้ว วิมุตติในความหมายอย่างนี้ ท่านเรียกว่า เป็นผล อย่างที่สาม ภาวะแห่งความเป็นผู้หลุดพ้น ภาวะแห่งความเป็นอิสระที่ผู้หลุดพ้นหรือผู้เป็นอิสระนั้นเข้าถึงและรู้สึกได้ ซึ่งอำนวยความดีงามต่าง ๆ มีความสุขสบาย ปลอดโปร่งโล่งใจ เป็นต้น และภาวะแห่งความเป็นอิสระเช่นนั้นที่ผู้ยังไม่หลุดพ้นกำหนดเป็นอารมณ์ เช่น นึกถึง คำนึงถึง หน่วงเอาเป็นจุดหมายในใจ เป็นต้น วิมุตติในความหมายอย่างนี้ คือที่ใช้เป็นไวพจน์ของนิพพาน คือหมายถึงนิพพาน นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ในความหมายสามอย่างนั้น ข้อที่ถือว่าเป็นความหมายจำเพาะกว่าอย่างอื่น หรือเป็นชื่อของวิมุตติเองแท้ ๆ ก็คือ วิมุตติในความหมายที่เป็นผล และคำว่าผลในที่นี้ ตามปกติหมายถึงอรหัตตผล (ผลสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในเมื่อละสังโยชน์ได้หมดสิ้น จิตพ้นอาสวะทั้งหลายแล้ว) ส่วนในความหมายที่เป็นมรรค ก็มีธรรมข้ออื่นเป็นเจ้าของเรื่องอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิชชาและวิราคะ (ความสิ้นกำหนัด, ธรรมเป็นที่สิ้นราคะ) ซึ่งมักมาคู่กับวิมุตตินี้ โดยวิชชาเป็นมรรคหรือไม่ก็วิราคะเป็นมรรค วิมุตติเป็นผล ส่วนความหมายที่เป็นนิพพาน วิมุตติก็เป็นเพียงไวพจน์ (คำที่มีรูปต่างกัน แต่มีความหมายคล้ายกัน, คำสำหรับเรียกแทนกัน) ซึ่งมีนิพพานเป็นคำยืนอยู่แล้วเจโตวิมุตติ คือ คนหลุดพ้นทางด้านจิต แปลกันว่า ความหลุดพ้นแห่งจิต หรือความหลุดพ้นด้วยกำลังของจิต คือด้วยสมาธิ หมายถึง ภาวะจิตที่ประกอบด้วยสมาธิซึ่งกำราบราคะลงได้ ทำให้หลุดพ้นจากกิเลส เครื่องผูกมัดทั้งหลาย ปัญญาวิมุตติ คือ ความหลุดพ้นด้านปัญญา แปลกันว่า ความหลุดพ้นด้วยปัญญา แต่ควรจะแปลว่า ความหลุดพ้นแห่งปัญญาด้วย เพราะหมายถึงปัญญาบริสุทธิ์ หรือความรู้ถูกต้องสมบูรณ์ ไม่มีกิเลสบดบังหรือบิดเบือน ซึ่งเกิดขึ้นแก่ผู้บรรลุอรหัตตผล ในเมื่อปัญญานั้นกำจัดอวิชชาได้แล้ว ทำให้ผู้นั้นหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องผูกมัดทั้งปวง ผู้บรรลุอรหัตตผล จะต้องได้เจโตวิมุตติ และปัญญาวิมุตตินี้ครบทั้งสองอย่างทุกคน คำทั้งสองนี้จึงมาคู่กันเสมอในข้อความที่กล่าวถึงการบรรลุอรหัตตผล ดังบาลีว่า เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป จึงทำให้เห็นประจักษ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวมุตติ ที่ไม่มีอาสวะในปัจจุบันนี้ทีเดียว เจโตวิมุตติ เป็นผลของสมถะ ปัญญาวิมุตติ เป็นผลของวิปัสสนา พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า คำคู่นี้แสดงให้เห็นว่าสมถะและวิปัสสนาจะต้องมาครบคู่กัน แม้ในขั้นผลก็เช่นเดียวกับในขั้นมรรค
ข้อมูลจาก หลักธรรมในพระไตรปิฎก เพลง นางรอง
ความดีที่ทำไว้เองนี่แหละ เป็นทรัพย์ส่วนเฉพาะของตัวแท้ ๆ
มีความสุขกับการทำความดี ตลอดไป...นะคะ